ภิภิญ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ

ชื่อตอน : บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2562 00:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ
แบบอักษร

แอสตัน มาร์ตินคันสวยค่อยๆ เลี้ยวผ่านรั้วสูงเข้าไปในบ้านหลังโตหลังหนึ่ง เป็นบ้านหลังใหญ่ที่น่าอึดอัดในความคิดของปรางค์ ขณะเดียวกันบรรยากาศในรถก็เงียบเชียบจนปรางค์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ปรางค์นั่งเงียบมาตลอดทางเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี และควีนเองก็ดูไม่ค่อยอยากจะคุยสักเท่าไหร่

“ลงไป”

ควีนเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน ปรางค์หันไปมองหน้าควีนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ก่อนที่ควีนจะเดินลงไปจากรถแล้วอ้อมมายังฝั่งที่ปรางค์นั่งอยู่ก่อนจัดการเปิดประตูแล้วดึงปรางค์ให้ลุกออกมาจากรถ คนตัวเล็กกว่าปลิวตามแรงดึงจนศีรษะเกือบโขกเข้ากับประตูรถเลยทีเดียว

“ชอบให้ใช้กำลังเหรอคุณปรางค์

ควีนถามด้วยน้ำเสียงขรึม ก่อนที่ปรางค์จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

“ฉันแค่ไม่เข้าใจ” 

“ไม่เข้าใจ...เรื่องอะไร”

“จริงอยู่ที่ปรางค์ตกลงว่าจะเป็น...ของเล่น...ให้กับคุณจนกว่าพ่อคุณจะหาย เพื่อแลกกับน้องชายของปรางค์ แต่ปรางค์ไม่เข้าใจว่าคุณพาปรางค์มาที่นี่ทำไม”

“คุณ... ‘ของเล่น’ มันก็ต้องอยู่กับ ‘นายท่าน’ สิ คุณเคยเห็นของเล่นบ้านไหนมันอยู่คนละที่กับเจ้าของบ้างล่ะ”

ควีนก้มลงมาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าปรางค์ก่อนจะถามเสียงเย้า

“แปลว่า...ปรางค์ต้องอยู่ที่นี่”

ปรางค์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แค่คิดว่าเป็นของเล่นฆ่าเวลาก็เท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าจะต้องมากินมานอนที่นี่ร่วมกับคนน่ากลัวอย่างผู้หญิงคนนี้

ควีนยิ้มมุมปากก่อนจะยืดตัวกลับไปตั้งตรงอีกครั้ง

“เข้าใจถูกแล้วเด็กน้อย เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เลย จะได้ไม่เสียเวลส” 

“เสื้อผ้าฉัน...ของใช้อีกล่ะ ฉันต้องกลับไปเอามาก่อน”

ปรางค์แย้ง

“เสื้อผ้าไม่ต้อ...หมายถึง เดี๋ยวหาใหม่เอาก็ได้ จะกลับไปทำไม น้องคุณยังอยู่โรงพยาบาลอยู่เลย กลับไปก็ไม่เจอหรอก เข้าบ้านเหอะ ฉันร้อน”

สีหน้าของควีนเอ่ยติดหงุดหงิดเล็กน้อยจนปรางค์เองก็ไม่กล้าขัดใจ ก่อนจะเดินนำปรางค์เข้าบ้านไป

บ้านหลังใหญ่ที่ดูแล้วอึดอัดชอบกล ไม่เพียงเพราะไฟที่สลัวด้วยเจ้าของบ้านมักจะไม่ค่อยชอบให้มีแสงสว่างสักเท่าไร แต่เป็นเพราะคนข้างเคียงที่มีท่าทางดูมี ‘บางสิ่ง’ ในหัวใจตลอดเวลาจนอดสงสัยไมได้

ก่อนที่เจ้าของบ้านจะหยุดฝีเท้าที่ห้องหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาปรางค์ที่กำลังคิดบางอย่างในหัวเพลินๆ จนต้องชะงัดเมื่อศีรษะจนเข้ากับไหล่ของควีนเบาๆ

“ขอโทษค่ะคุณควีน”

“นี่ห้องของคุณ...หรือควรให้ไปนอนกับฉันเลยจะได้ไม่เสียเวลาแม่บ้านขึ้นมาจัดห้องใหม่”

ควีนหันมามองหน้าปรางค์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ทำเอาคนถูกถามขนลุกซู่

“ฉันจะอยู่ห้องนี้ค่ะ เดี๋ยวฉันทำความสะอาดเอง”

ปรางค์รีบตอบแทบทันที ขืนไปนอนกับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรต่อมิอะไรบ้าง เธอเดาผู้หญิงคนนี้ไม่ออกเลย บางครั้งก็ดูน่ากลัว บางครั้งก็ดูน่าเกรงขาม บางครั้งก็เรียบเฉย

“เดี๋ยวให้แม่บ้านมาทำความสะอาด ส่วยเสื้อผ้าเห็นทีคงไม่ว่างพาไปซื้อว ใส่ของฉันไปก่อนแล้วกัน”

ควีนบอกหน้านิ่งๆ ก่อนมองสำรวจตัวปรางค์เหมือนจะกะไซส์เสื้อผ้า

“ฉัน...ไปซื้อเองก็ได้ค่ะ”

ปรางค์บอก อันที่จริงเรื่องเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ สำคัญคือชุดชั้นในมากกว่า เพราะเธอคงไม่กล้าใส่ชุดชั้นในที่เป็นของคนอื่นหรอก ที่สำคัญคือมันคนละไซส์แน่ๆ

“รังเกียจเหรอ”

ควีนเอ่ยถามเสียงเย็น หันมาจองปรางค์เขม็งจนเจ้าตัวต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เหงื่อไหลผ่านขมับทั้งที่อากาศเย็นเยียบ

“เปล่าค่ะ คือ...”

“คุณต้องการอะไรก็บอก อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่มีใครรู้ความคิดของคุณหรอกนะปรางค์”

“ฉัน...จำเป็นต้องซื้อชุดชั้นในค่ะ”

สีหน้าของปรางค์เป็นริ้วแดงอย่างเขินอาย ก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าก็เห็นดวงตาที่วาววับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย

“ชุดชั้นใน”

ควีนถามอย่างสนใจพลางเอื้อมมือมาเชยคางปรางค์แล้วจ้องเขม็ง

“จำเป็นต้องใส่ด้วยเหรอ”

“จะ จำเป็นสิคะ” 

“หึ”

ควีนหัวเราะในลำคอก่อนจะปล่อยคางของปรางค์เป็นอิสระ ปรางค์กลืนน้ำลายลงหวาดๆ ก่อนจะสะดุ้งอย่างขวัญอ่อนเมื่อเสียงใครอีกคนในบ้านดังขึ้นให้หลัง

“คุณควีนคะ ป้ามาทำความสะอาดห้องให้...เอ่อ...”

ป้าคนหนึ่งที่ใส่ฟอร์มแม่บ้านเดินขึ้นมาพร้อมเด็กสาวอีกสองคนที่ใส่ชุดแบบเดียวกัน รอบๆ มีอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างครบครัน

“เชิญค่ะคุณมาลัย เด็กคนนี้ชื่อปรางค์ เป็น...อะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าจะมาอยู่กับควีนจนกว่าพ่อจะกลับมาค่ะ รบกวนคุณมาลีช่วยดูแลหน่อยนะคะ”

ควีนคุยกับป้าแม่บ้านด้วยท่าทีที่สุภาพ

“ทำความสะอาดเสร็จแล้วป้าไปเรียกควีนในห้องนะคะ”

ควีนบอกกับป้าแม่บ้านทิ้งท้าย ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงข้อมือปรางค์แล้วเดินไปที่ห้องขนาดใหญ่ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปพบว่ามันคือห้องนอนของควีนที่มืดสลัว มีแสงไฟริบหรี่กว่าโถงทางเดินเสียอีก ราวกับว่าบ้านหลังนี้ไม่นิยมแสงสว่างยังไงอย่างงั้น

“มีอะไรเหรอคะ”

ปรางค์ถามเมื่อเข้ามาในห้องนอนแล้วแต่เจ้าของห้องยังยืนมองเธอด้วยสายตาที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าจนปรางค์เริ่มขนลุกซู่

“กฎ” 

“คะ”

“มันต้องมีกฎ กฎที่คุณต้องทำตาม”

ควีนบอกพร้อมพยักหน้าเหมือนคุยกับตัวเองแต่จ้องมาที่ปรางค์ 

“กฎอะไรคะ”

ปรางค์ขมวดคิ้วถามอย่างสงสังพลางเอ่ยทวนคำพูดของคนตรงหน้า การที่เป็นของเล่นจะต้องมีกฎอะไรมากมายด้วยเหรอ

“คิดว่าอีกไม่นานคงรู้”

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเพิ่งคิดมันด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ปรางค์รู้สึกหวาดกลัวชอบกล กลัวว่าจะมีกฎอะไรบ้าๆ ขึ้นมาแล้วเธอจะปลอดภัยมั้ย

“อีกสักพักแม่บ้านคงมาเรียกไปกินข้าว หรืออยากอาบน้ำก่อนมั้ย...หรือถ้ายังไม่คุ้นกับสถานที่ ฉันจะพาไปที่ห้องน้ำ”

น้ำเสียงของเจ้าตัวไม่ได้บ่งบอกว่าแค่ ‘พา’ ไปห้องน้ำเฉยๆ แน่ๆ แต่อาจจะมากกว่านั้น 

“ปรางค์นั่งอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ”

ปรางค์ตอบเสียงเรียบพร้อมนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ที่อยู่เคียงข้างกับเตียงขนาดคิงส์ไซส์ ก่อนที่ควีนพยักหน้าช้าๆ แล้วจึงเดินไปนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ

นึกแล้วเธอก็คิดถคงบ้ายของตัวเอง บ้านที่ล้มละลายไปแล้ว ทันทีที่พ่อสิ้นเนื้อประดาตัว แม่ก็ขอแยกทางออกไป ด้วยหนี้สิที่รุมเร้ามันเลยทำให้พ่อไม่มีกะจิตกะใจจะอยู่ต่อ

สุดท้าย...พ่อก็จากพวกเราไป ทันทีที่พ่อจากไป แม่ที่รู้ข่าวว่าลูกตัวเองกำลังจะกลายเป็นเด็กเร่ร่อนเลยบอกให้เธอและเปรมไปอยู่ในบ้านเล็กๆ ที่แม่เคยแอบซื้อไว้เมื่อนานมาแล้วและตัดสินใจยกมันให้เป็นสมบัติของปรางค์ แต่แม่ก็ไม่ได้กลับมาอยู่กับทั้งสองอยู่ดี

ความคิดเห็น