แอลมิเรีย

ขอกำลังใจให้คนเขียนด้วยน๊าาาาา ขอบคุณค่ะ

19:เขาพิรุณพิษ

ชื่อตอน : 19:เขาพิรุณพิษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 22:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
19:เขาพิรุณพิษ
แบบอักษร

"ฮ่าว นี่เวลาเท่าไรแล้ว"ผมลุกขึ้นมานั่งที่ปลายเตียง แล้วหันไปถามสองสาวที่นั่งเฝ้าผมตั้งแต่ก่อนผมจะนอนนู่น

"นี่ยามอู่ (11.00-12.59) แล้วเจ้าค่ะ"ฟางหลินตอบผมพร้อมกับยกอ่างล้างหน้ามาวางให้

จ๋อม จ๋อม

"อ่าสดชื่น"ตอนนี้ผมหายดีแล้วล่ะ ตอนขยับลุกมานั่งก็ไม่เจ็บแล้ว เหมือนถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้เลยนะ เหอะ!! แต่มันก็ทำให้ผมรู้ความรู้สึกตัวเองมากขึ้นอะนะ เพราะเมื่อคืนจึงทำให้ผมรู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน พูดง่ายๆ ก็เป็นเกย์นั่นแหละ แถมผมติดใจเซ็กแล้วสิ ไม่ยักรู้ว่ามันจะอร่อยขนาดนี้ คงเป็นเพราะเผ่าผมกินเซ็กเป็นอาหารด้วยล่ะมั้งเลยอร่อย

"แล้วท่านพี่เฟยจะรับแขกคืนนี้หรือไม่เจ้าค่ะ"ฟางหลินถามผมอย่างไม่แน่ใจ

"รับสิ ข้าหายแล้ว"ผมว่าก่อนจะเดินไปนั่งที่กระจกทองเหลือง แล้วให้ฟางหลินมวยผมให้"ฟางอ้ายมาปักปิ่นให้ข้าหน่อย"ผมหันไปบอกฟางอ้ายที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะเดินมาทำให้อย่างว่าง่าย ปิ่นไม้หอมฝังทับทิมสีแดงวาววับต้องแสงนอกหน้าต่างอย่างงดงาม ที่ท่านพี่ฮุ่ยหยางให้มาเมื่อคืน ผมพยักหน้าอย่างพอใจ ก็ถือว่าคุ้มอยู่

"แล้วคืนนี้จะใส่ชุดไหนเจ้าค่ะ"ฟางหลินถามผม

"ข้าจะใส่ชุดนั้น"ผมชี้ไปที่ชุดหนึ่งที่อยู่ในกองชุดที่ฟางหลินเอาออกมาให้เลือก ผมชี้ไปที่ชุดสีน้ำเงินเข้มปักรูปดอกลิลลี่ที่ชายผ้า"เออ จริงสิพรุ่งนี้ข้าอยากไปตลาด"ผมหันไปบอกฟางหลินที่กำลังจัดเตรียมชุดให้

"จะดีหรือเจ้าค่ะ แม่เล้าต้องไม่ให้ไปแน่"ฟางหลินทำหน้าลำบากใจ ที่จริงตนก็อยากออกไปเล่นเหมือนกันแต่กลัวแม่เล้าจะไม่ให้ไป

"ไม่เอาน่า ข้าซะอย่างให้ไปอยู่แล้ว"ผมบอกฟางหลินที่ยังจะเอ่ยขัด"เนอะฟางอ้าย เจ้าว่าไหม"ผมจึงหันไปขอกำลังสนับสนุนจากอีกคนที่กลายเป็นรูปปั้นหนังมนุษย์ไปแล้วตอนนี้ ฟางอ้ายเพียงพยักหน้าเห็นด้วยกับผม ฟางหลินเมื่อเห็นดังนั้นก็ได้เพียงจำใจยอมรับ เพราะตัวเองมีเสียงน้อยกว่า

 

 

ก๊อกๆ

"ลูกรักของแม่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"ท่านแม่เดินนวดนาดอย่างมีจริตเข้ามาหาผม มือก็พัดพัดไปมาเหมือนร้อน ทั้งที่จริงไม่ได้ร้อนสักนิด ก็ตรงคาแรคเตอร์แม่เล้าดี

"ข้าหายแล้วท่านแม่"ผมเข้าไปกอดเอวบางอย่างอ้อนๆ เอาหน้าถูกับหน้าท้องราบเรียบ"ท่านแม่"ผมเงยหน้าจากหน้าท้องมาหาท่านแม่ เมื่อคนถูกเรียกกำลังรอคำตอบอยู่"พรุ่งนี้ข้าอยากไปตลาด"ผมทำหน้าอ้อนๆ เมื่อเห็นท่านแม่จะปฏิเสธผมจึงกอดเอวบางแน่น"นะๆ ๆ ๆ ให้ข้าไปนะ"

"ก็ได้ๆ แต่เจ้าต้องเอาผู้คุ้มกันไปด้วยนะ"ผมยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้รับอนุญาต "และ..."ผมหุบยิ้มรอฟังว่าท่านแม่จะพูดอะไรต่อ"เจ้าต้องกลับไม่เกินยามเซิน (15.00-16.59) "

"โธ่ท่านแม่ก็นึกว่าอะไร ข้าไม่ไปนานขนาดนั้นหรอกน่า"ผมร้องออกมาเมื่อท่านแม่พูดจบประโยค

"เอ้า ก็ข้ากลัวเจ้าจะเถลไถลไปไกลจนมืดนี่"ท่านแม่ว่าแล้วกลับไปพัดเหมือนเดิม"แล้วว่าแต่คืนนี้..."ท่านแม่ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าสบตาผม

"อืม รับสิ"ผมบอกท่านแม่ที่รอลุ้นคำตอบจากผม"ทำไมเหรอ"

"เอ่อ ก็มีพ่อค้าเกลือมาจองตัวเจ้า"ท่านแม่เอานิ้วจิ้มกันไม่กล้าเงยหน้ามาสบตาผม

พรืดด

"ฮ่าๆ ๆ ท่านจะอะไรขนาดนั้นท่านแม่"ผมอดขำไม่ไหวกับท่าทางเหมือนสาวน้อยแรกรุ่นที่กำลังแตกเนื้อสาว

"อะไรเล่า ก็ข้าเป็นห่วงเจ้านิ"ท่านแม่ว่าแล้วทำหน้างอนๆ

"ก็ไม่เห็นต้องห่วงขนาดนั้นเลยนี่ท่านแม่"ผมว่า

"ก็ใครจะไปรู้ พ่อค้าเกลือคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้มากเลยนะ"ท่านแม่ว่าพร้อมกับทำน่าเป็นห่วงผม

"โธ่ท่านแม่ข้าไม่ได้อ่อนแอจนทำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น ดูสิข้าแข็งแรงจะตาย"ผมเบ่งกล้ามแขนที่ไม่มีกล้ามให้ท่านแม่ดู ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งนะ ไม่ได้บอบบางเหมือนร่างกายหรอก อีกอย่างลองใครมันมาทำอะไรพ่อสิ เดี๋ยวต่อยฟันล่างล่วงเลย (เหมือนมีสองบุคลิก เดี๋ยวแต๋วแตกเดี๋ยวแมน)

"เฮ้อก็ได้ งั้นแม่ไปดูความเรียบร้อยข้างล่างก่อนนะ"

"ขอร้าบบบ"ท่านแม่ทำหน้าเอือมระอาให้กับผมก่อนจะเดินออกไป

 

 

"เอาล่ะ เรามาเล่นหมากกระดานกันเถอะ"ผมดึงฟางหลินมานั่งที่โต๊ะเตี้ย แล้วเดินไปลากฟางอ้ายมานั่งตรงกลางเป็นกรรมการตัดสิน

"เอ๋แต่นี่ไม่ใช่เวลาต้องขัดผิวรึเจ้าค่ะ"ฟางหลินทวงผมที่กำลังเรียงหมากกระดานอยู่

"ขัดผงขัดผิวอะไรกัน"ผมแสร้งทำหน้าดุใส่ฟางหลิน จนเจ้าตัวหน้าเจื่อนลง"ฮ่าๆ ๆ โอ๊ยขำ ข้าล้อเล่นอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ"ฟางหลินเมื่อรู้ว่าผมแกล้งก็หน้างอทันที "เอ้ามาๆ มาเล่นกันไม่ต้องขัดหรอกผิวอะ แค่นี้ข้าก็ขาวพอแล้ว ดูสิ"ผมว่าแล้วชูแขนขึ้น จะขัดทำไมแค่นี้ก็ขาวแล้ว ผมไม่ได้รักสวยรักงามขนาดนั้น

แล้วพวกเราก็เล่นกันจนค่ำ ร้านเปิดแล้วแต่ผมยังไม่แต่งตัวเลย ตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่โดยมีเสียงบ่นจากฟางหลินอยู่ข้างนอก 'เล่นกันหมดโทษพี่คนเดียวได้ไง'ผมได้แต่คิดในใจบ่นออกมาไม่ได้เดี๋ยวจะยาว ผู้หญิงยิ่งขี้บ่นอยู่อย่าไปเถียงเชียว

"มานั่งหน้าคันฉ่องเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะแต่งหน้าให้"ฟางหลินว่า ก่อนที่ผมจะเดินไปนั่งให้แต่งดีๆ โดยไม่อิดออดเพราะตอนนี้อารมณ์สาวเจ้ายังไม่ควรที่จะขัดใจ พอทุกอย่างเรียบร้อย สองสาวก็ออกไปเหลือเพียงผมที่นั่งรอแขกที่โต๊ะเตี้ยสำหรับรับลูกค้า

"ยินดีต้อนรับนายท่าน"ผมฉีกยิ้มการค้าให้ชายอายุเลยวัยกลางคนไปแล้วที่กำลังเดินมานั่งข้างผม 'ไม่นั่งทับเลยล่ะถ้าจะใกล้ขนาดนี้'ผมยังคงไว้หน้ายิ้มเหมือนเดิม

จ๊อกกก

"เชิญนายท่านดื่มขอรับ"ผมรินเหล้าใส่จอกจนเต็มแล้วยื่นให้คนที่กำลังใช้สายตาแทะเล็มผมอยู่

"ขอบใจ"มือเหี่ยวตามอายุยื่นมือมารับจอกเหล้าแต่กลับจับหมับเข้าที่มือผมแน่น ก่อนผมจะเอาออกทันที"เจ้านี่งดงามสมคำร่ำลือ"ตาเฒ่าที่ตอนนี้หัวงูโผล่บนหัวแล้วพูดชมและใช้สายตาลวนลามผมแบบไม่ปิดบัง

"อิอิ ท่านก็พูดเกินไปขอรับ"ผมแสร้งทำท่าเอียงอายเล็กน้อย โดยเอามือปิดปากไว้แล้วแอบเบ้ปาก ก่อนจะหันมายิ้มหวานเหมือนเดิม"ว่าแต่ท่านเล่นหมากกระดานหรือไม่ขอรับ"

ตึง!!

"โอ๊ยยย"

"อุ๊ย ขออภัยขอรับนายท่าน"ผมแกล้งทำหน้าตกใจที่เผลอวางกระดานหมากทับมือพ่อค้าเกลือที่กำลังเรื่อยมาเพื่อจะลวนลามผมอย่างแรง

"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ว่าเจ้าหรอกคนงาม"โดนขนาดนี้ยังไม่เข็ด

"งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะปรนนิบัติท่านเองขอรับ"ผมว่าแล้วยิ้มหวานซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรินเหล้าให้อย่างเอาใจ

"โอ้ว งั้นถ้าเจ้าปรนนิบัติดีข้ามีรางวัลให้"อีกคนยิ้มหื่นตาเยิ้ม บอกเลยเห็นแล้วขนลุก

"งั้นนายท่านต้องทำตามที่ข้าบอกนะขอรับ"ผมรินเหล้าเรื่อยๆ ให้อีกคน แล้วชมว่าดีอย่างงั้นดีอย่างนี้ คนโดนชมยิ้มหน้าบานทำหน้ามั่นใจ ผมก็เร่งให้กินเรื่อยๆ จนหมดไปสองไห่

"ข้าว่าเราเลิกดื่มแล้วมาสานุกกานเถอะ"เริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว แต่มือนี่รู้เรื่องดีเนาะ

"งั้นอีกสามจอกขอรับ"ผมต่อรอง ก่อนที่อีกคนจะทำตามอย่างว่าง่าย รีบจับเทเข้าปากรวดเดียวติดกันสามจอก

ตึง!!!

"เหอะ ล้มสักทีกว่าจะหลับ"ผมลุกขึ้นยืน แล้วเอาเท้าเขี่ยร่างจ้ำม่ำอ้วนพุงยื่นที่นอนอ้าปากน้ำลายยืดอยู่ที่พื้น"ฟางอ้าย ฟางหลินมาเอาออกไปสิ"ผมเรียกให้สองบ่าวเข้ามาเอาพ่อค้าเกลือออกไป เมื่อทั้งสองได้ยินก็เดินเข้ามาลากออกไปทันที แหมรู้งานจริงนะเราอะ

"อ้อ พวกเจ้าเอาข้าวขึ้นมาให้ข้าด้วยนะ"ผมบอกสองบ่าวที่กำลังจะออกไป ที่จริงผมกินแล้ว แต่ดันหิวอีกซะงั้น

"เจ้าค่ะ"หลังจากที่พวกนั้นออกไปแล้วผมก็เดินมานั่งที่ขอบหน้าต่าง นั่งมองพระจันทร์สีทองอร่ามที่กำลังจะขึ้นตรงหัวแล้ว ผมคิดเรื่องที่จะไปท่องโลกกว้าง ว่าจะเริ่มไปที่ไหนก่อนดี ถ้าจะไปทางใต้ก็จะเป็นแคว้นจิ้นที่ขึ้นชื่อเรื่องสร้างอาวุธ

"อืมหรือจะไปที่จิ้นแล้วค่อยไปที่จิวทางใต้ที่ติดกับทะเล"ผมพยักหน้าเมื่อได้ข้อสรุป"ที่จิวติดทะเลงั้นของทะเลก็เยอะน่ะสิ"ดวงตาผมเป็นประกายเมื่อนึกถึงอาหารทะเล ผมชอบอาหารทะเลมาก แต่ตั้งแต่ทาอยู่ที่โลกนี้ ก็ยังไม่เคยกินอาหารทะเลเลย

"เอ่อ "ฟางหลินที่เข้ามาเห็นตอนผมเลียริมฝีปากพอดี ทำหน้าอึ้งไม่กล้าเดินเข้ามา

"เข้ามาสิ ข้าไม่กัดหรอก"ผมว่าขำๆ ให้กับท่าทางน่ารักน่าแกล้งของร่างที่บางกว่าผม มือก็เล่นกระดิ่งที่หน้าต่างอย่างใช้ความคิด

"ท่านพี่เฟยกำลังคิดอะไรหรือเจ้าค่ะ"ฟางหลินมองผมตาแป๋ว ก่อนจะขยับมานั่งที่พื้นใกล้ๆ ที่เก้าอี้ที่ผมนั่งข้างหน้าต่าง

"ข้ากำลังคิดว่าจะไปซื้ออะไรบ้างในวันพรุ่งนี้น่ะสิ"ผมยังมองที่เดือนงามเหลืองอร่าม ก่อนจะเหลืองหางตามองฟางอ้ายที่ยืนนิ่งที่กำแพงมุมหนึ่ง"แล้วเจ้าจะไปยืนทำอะไรตรงนั้นฟางอ้าย"คนโดนพูดถึงเพียงเดินมายืนข้างน้องสาวที่นั่งที่พื้นอยู่"พวกเจ้าไปนอนเถอะ ขอข้าอยู่คนเดียวสักพัก"แล้วสองพี่น้องก็ออกไป

กึก กึก

ผมหยิบเอาผ้าคลุมมาคลุมตัว และเงินที่แอบจิกมาจากพ่อค้าเกลือมาได้ถุงใหญ่ เอาใส่ช่องมิติที่สร้างไว้เก็บของและชุดอีกสองสามชุด ปิ่นไม้หอมฝังทับทิมสีแดงสดจรดปักบนหัวไว้ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินออกทางหน้าต่างดังสายลม ว่องไว พลิ้วไหวยากจะจับ ตอนแรกว่าจะอยู่อีกสักสามวัน แต่มาคิดอีกทีรีบออกไปดีที่สุด

หวิว หวิว

เสียงสายลมพัดผ่านหูตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผมเปลี่ยนจากเหาะเหินเป็นกระโดดไปตามหลังคาแทนเมื่อออกห่างจากหอโคมแดงมาไกลพอสมควร ตอนนี้ดึกมากแล้วดังนั้นหมายความว่าตอนนี้มืดมากแล้ว ถ้าเป็นมนุษย์มืดเช่นนี้คงมองไม่เห็น แต่ผมเป็นเผ่าหูเตี๋ย หรือผีเสื้อกลางคืนย่อมมองเห็นในความมืด มันจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อผมที่กำลังไต่หลังคาบ้านเรือนตอนนี้ ผมมุ่งหน้าไปทางใต้ตามที่คิดไว้ ก่อนจะไปถึงแคว้นจิว ต้องผ่านเขาพิรุณพิษก่อน แล้วค่อยเข้าสู่แคว้นจิ้นแล้วเข้าป่ามนตรา ก่อนจะถึงแคว้นจิวที่ขึ้นชื่อเรื่องไขมุกและอาหารทะเล

"ต้องผ่านเขาพิรุณสินะ"ผมหยุดอยู่หน้าป่าทึบ ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงกลัวหัวหด แต่ตอนนี้สำหรับผมแล้วการที่เรายังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำต่างหากที่น่ากลัว ผมจะไม่ยอมนั่งรอเวลาที่ควรออกไปผจญภัยแล้ว มีชีวิตมาตั้งสองครั้งสองหน แต่กลับไม่เคยได้ออกไปเห็นโลกกว้างอย่างที่หวังสักครั้ง"ครั้งนี้แหละ ข้าจะต้องได้ท่องโลกกว้างอย่างที่ตั้งใจให้ได้"ผมตั้งหมั่นอย่างแน่วแน่ก่อนจะพุ่งเขาไปในป่าหน้าตีนเขาพิรุณพิษ

แคว่ก แคว่ก

เสียงนกที่ผมเหาะผ่านร้องตกใจผวาจนน่าขำ เมื่อมาที่คิดว่าลึกมากแล้วผมจึงกางปีกผีเสื้อขึ้นมาบินแทน ผมบินที่ปลายยอดต้นไม้อย่างรวดเร็วจนปลายยอดพลิ้วไหวตามแรงลม พอบินมาได้สักพักก็เจอกับลำธารน้ำที่กั้นระหว่างป่าตีนเขากับเขาพิรุณพิษสามลูกเรียงกัน ถ้าผ่านทางอื่นจะใช้เวลามากเป็นสามเดือนถึงห้าเดือน แต่ถ้าผ่านทางเขาพิรุณพิษจะใช้เวลาแค่เดือนเดียวสำหรับเดินเท้า แต่ก็ไม่ค่อยมีใครเลือกทางนี้สักเท่าไร เพราะมันอันตรายตามชื่อเลย

ที่เขาพิรุณพิษจะมีฝนตกตลอดเวลา และฝนที่ว่านั่นก็เป็นฝนพิษที่ถ้าใครโดนฝนเพียงเม็ดเดียว บริเวณที่โดนจะเป็นแผลพุพองทันที แต่ผมที่กินพิษเป็นอาหารจะได้ประโยชน์แบบเต็มๆ แล้วทำไมเผ่าผมถึงไม่มาอาศัยอยู่ที่นี่งั้นเหรอ เพราะที่นี่มีสัตว์ที่กินเผ่าหูเตี๋ยอยู่นะสิ จึงไม่มีหูเตี๋ยตนใดมาอยู่ที่นี่ พวกมันแข็งแกร่งมากพวกเราที่ชอบอยู่แบบเงียบๆ จึงไม่ยากยุ่งเกี่ยวสักเท่าไร เพราะพวกมันแข็งแกร่งนี่แหละเลยไม่อยากเสี่ยง

"อยู่ที่ตีนเขาสักคืนแล้วกัน"ที่ผมไม่ไปต่อ เพราะตอนกลางคืนเป็นเวลาออกหากินของพวกอี่หรือพวกกินเผ่าหูเตี๋ยโดยเฉพาะ พวกมันมีรูปร่างเตี้ยเล็กอ้วนป้อม มีหกขา พวกมันบินไม่ได้แต่พวกมันกระโดดได้สูงมาก และเร็วด้วย ที่พวกมันอยู่ได้โดยไม่ได้กินเผ่าหูเตี๋ยคือน้ำหวานจากดอกไม้และน้ำผึ้ง และพวกมันไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ เพราะฝนพิษก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่ ถ้าไม่มีฝนพิษของที่นี่ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงหนึ่งเค่อ (15นาที) พวกมันจึงออกไปหากินเผ่าผมที่อยู่อีกป่าหนึ่งไม่ได้

ผมเลือกนอนที่ต้นไม้สูงใกล้ๆ ทางขึ้นเขา ผมถักใยของตัวเองเป็นเปลนอนสีม่วงบนต้นไม้ต้นนั่น"แหมสบายจริงๆ "ผมนอนแกว่งเปลไปมาอย่างสบายอารมณ์ คืนนี้ลมไม่ค่อยแรงเท่าไรมันเลยไม่เป็นปัญหาในการนอนบนต้นไม้เท่าไร ผมนอนมองพระจันทร์กับดาวทอแสงแข็งกันจนถึงตอนที่แสงสุริยันโผล่พ้นจากพื้นดินขึ้นฟ้าอย่างอ้อยอิ่ง

"ไปอาบน้ำดีกว่า"หลังจากที่นอนขี้เกียจจนแสงเริ่มร้อนแรงแล้ว ผมลงมาที่ลำธารกั้นเขาก่อนจะมองดูผืนน้ำที่นิ่งไม่ไหวติ่งตามสายลม "อืม อาบได้ไหมเนี่ย"ผมเพ่งมองใต้น้ำสำรวจว่าจะมีตัวอะไรโผล่ขึ้นมากินตอนลงไปอาบน้ำแล้วหรือไม่ แต่ก็พบเพียงน้ำนิ่งสงบจนน่ากลัว"ไม่อาบก็ได้วะ"ว่าแล้วก็ถอยออกจากลำธารอย่างไม่ไว้ใจ

พรึบ พรึบ

"ยอมเหนียวอีกหน่อยแล้วกัน"ผมจะไม่ยอมเป็นอาหารปลาแน่ ผมบินสูงกว่าเดิมเมื่อข้ามาที่เขาพิรุณพิษแล้ว และเป็นอย่างชื่อจริงๆ มองข้างนอกจะไม่เห็นเม็ดฝน แต่ถ้าเข้ามาในบริเวณเขาแล้วจะเห็นและได้สัมผัสทันที ผมบินเอื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะผมถ้ารีบไปจริงๆ จะใช้เวลาเพียงสามวัน แต่ผมอยากไปเรื่อยๆ โดยไม่เร่งรีบอะไร ผมมองลงไปข้างล่างที่ทึบเต็มไปด้วยต้นไม้ ถ้าไม่ลงไปบนพื้นก็ไม่เห็นป่าข้างใน

"หึ"ว่าแล้วก็ร่อนลงไปข้างล่างทันที ได้เที่ยวทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม ผมจะสำรวจที่นี่ไปเรื่อยๆ จนไปถึงแคว้นจิ้นเลย

ตุบ จึก จึก

แมงมุมตัวหมาพันธุ์โกลเด้นโดดลงมาจากต้นไม้พร้อมพ้นใยของมันใส่ผมที่เท้าถึงพื้นพอดี "แหมมาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีเลยนะ"ผมเพียงหลบเล็กน้อยไม่ได้ตกใจกับการจู่โจมที่กะทันหันสักนิด เพราะนี้ยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดหาอาหารอยู่ไม่ได้น่ากลัวอะไร

ห๋อออออออ!!!!

"เวรแล้วไง"ยกเว้นตัวแม่ที่มีขนาดเท่าช้างตัวเต็มวัยที่กำลังสับขามาหาผมหรอกนะ

โครมมมมมเสียงต้นไม้ที่โดนชนจนล้มระเนระนาดที่แมงมุมยักษ์ตัวนั้นกำลังชนเมื่อมาถึงตัวผมให้เร็วที่สุด นั่นวิ่งด้วยร่างใหญ่ยักษ์ของมันมาที่ผม ที่กำลังยืนอึ้งอยู่

"แม่เจ้า แมงมุมหรือตัวเหี้ยไรวะเนี่ย!!!! "

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น