email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 39 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 39 {100%}
แบบอักษร

 

“คุณลุง!” เด็กๆพากันตะโกนออกมาอย่างดีใจที่ได้เจอคุณลุงใจดีของพวกเขาอีก เพราะตั้งแต่วันที่ฉันเจอเด็กๆอยู่กับเขานั้น พอถึงบ้านเด็กก็คุยจ้ออวยคุณลุงว่าใจดีอย่างนั้นหล่ออย่างนี้จนตอนนี้บอกได้เลยว่าเขาอยู่ในอันดับหนึ่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณลุงที่ใจดีของสองแสบไปแล้วหละ ชิ น่าหมั่นไส้ที่สุด เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินแล้วแบบนี้สอบแสบโตไปอีกหน่อยคงออกลายไม่ต่างกับคนเป็นพ่อหรอกเชื่อฉันสิ  

“ครับ ลุงเอง งั้นเดี๋ยวก่อนกลับบ้านเราไปทานขนมกันก่อนดีไหมครับ” 

“ดีเลยค่ะ คุณแม่ขาเราไปทานขนมกันก่อนได้ไหมคะ” 

“แต่แม่ว่า” ทั้งสามคนยืนทำหน้าอ้อนๆ ใครจะไปทนไหวกันหละคะ เด็กหญิงตัวกลมๆๆ ในชุดนักเรียนกระโปรงแดง เปียผมแกะ กับเด็กชายในชุดเดียวกันมาส่งสายตาอ้อนๆ แบบนี้ร้อยทั้งร้อยใครจะไม่ใจอ่อนกันหละ แถมยังมีผู้ชายตัวโตสูงใหญ่ที่สวมกางเกงสแลกดำที่มาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีดำในแบบฉบับของเขา มันทำให้เขาดูหล่อมากกว่าเดิมและที่สำคัญทั้งสามคนยังหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ ฉันหนะรับได้นะถ้าเป็นเด็กน้อยตัวแสบสองคนทำแล้วมันดูน่ารัก แต่ผู้ใหญ่ทำนี่สิฉันบอกเลยไม่เข้ากับบุคลิกของเขาอย่างแรง 

“นะคะ/นะครับ แม่นาวคนสวย นะนะนะ ให้คุณลุงฟิวเจอร์พาไปทานขนมก่อนนะคะ จัสมินกับนิสสันสัญญาว่าจะทานขนมน้อยน๊อย ไม่ท่านเยอะค่ะเพราะจะรอทานบิบิมบับฝีมือคุณแม่ด้วย” ดูทำหน้าเข้าแถมยังมาเกาะขาฉันแล้วก็ทำหน้าตาน่าเอ็นดูขนาดนี้ใครมันจะปฏิเสธลูกตัวเองลงหละ 

“งั้นก็ได้ค่ะ ไปทานขนมก่อนค่อยกลับบ้านกัน” ฉันบอกเด็กๆไป ส่วนฟิวเจอร์ก็ยิ้มออกมาทันทีที่ฉันอนุญาต ดี ดีงามมากเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย (เขาสามคนเป็นพ่อลูกกันนะนินาวขา : ไรท์) 

“เย้ๆ” 

“งั้นเราไปกันเลยนะครับ” พูดจบฟิวเจอร์ก็อุ้มจัสมินขึ้นแล้วอีกมือก็จูงนิสสันพากันเดินไปขึ้นรถ ฉันยืนมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ อยากรู้จริงๆว่าที่เขาแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ ทั้งที่ความจริงควรจะเกลียดฉันกับลูกไม่ใช่หรอ ที่คนอย่างฉันมันร่าน นอกใจเขา ไม่ซื่อสัตย์กับเขา แต่นี่อะไรกันทำอย่างกับว่าเราสองคนไม่เคยมีปัญหากันเลยแถมดูจะรักสองแสบมากเสียนี่   

“ค่อยๆทานก็ได้ลูก ไม่มีใครแย่งหนูสองคนหรอกค่ะ” ฉันดุสองแสบที่ตอนนี้กำลังทานไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย 

“อย่าดุลูกสิครับ เห็นไหมหน้าจ๋อยกันทั้งสองคนแล้ว” ฟิวเจอร์ที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้น ตามใจกันเข้าไปได้เสียคนกันพอดี ฉันมองหน้าเขาก่อนจะหันไปมองสองแสบที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรเราสองคนเลย แถมยังกินกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย เรียกว่าจ๋อยตรงไหน นั้นเขาเรียกการแสดงเฉยๆ 

“คุณจะหาว่าฉันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องที่ดุลูกว่างั้น” ฉันกอดออกแล้วถามเขาออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ รอดูปฏิกิริยาเขาว่าจะทำอย่างไร หรือจะด่าฉันกลับ 

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับผมแค่” ฟิวเจอร์ตอบอึกอัก ฮึ ลองกล้าว่าฉันสิแม่จะสวนให้หงาย 

“ไอ้ฟิวเจอร์!” ฉันหันไปมองหน้าคนที่เรียกชื่อเขา ก็เจอเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยด้วยกัน 

“อ้าว ไอ้เนส”  

“ไม่เจอกันนานเลยนะมึง เป็นยังไงบ้างสบายดีไหมมึง” ฉันนั่งมองเขาสองคนคุยกัน สงสัยตั้งแต่เขาเรียนจบมาก็ไม่ค่อยได้เจอกับเพื่อนๆคนอื่น ฉันเองก็เหมือนกันไม่ได้เจอพวกอาร์คมันนานแล้วเกือบจะปีได้แล้วมั้ง แต่พวกเราก็ไม่เคยขาดการคิดต่อกันหรอกนะ พวกมันหนะหลงสองแสบจะตายไป ถ้ามันสามคนโทรมาหาหนะไม่ใช่ว่าจะคิดถึงเพื่อนอย่างฉันหรอกนะ พวกมันคิดถึงสองแสบมากกว่า ตามใจกันจนสองแสบถามหาลุงๆกันไม่ขาดสาย 

“สบายดี มึงหละ” 

“ก็เรื่อยๆแหละวะ แล้วมึงหละได้ข่าวว่าได้รางวัลใหญ่ระดับชาติ ดีใจด้วยนะเว้ย จะฉลองย้อนหลังวันไหนก็อย่าลืมเรียกกูด้วยแล้วกันคิดถึงโฟสส์กับทามม์มันด้วยไม่ได้เจอกันนาน” 

“ขอบใจว่ะเพื่อน ได้ๆถ้ากะเลี้ยงเดี๋ยวจะบอกมึงใช้เบอร์เดิมใช่ไหม” 

“อืม แล้วนี่มึงมากับใครว่ะ” เพื่อนของเขาหันมาหาฉันที่ตอนนี้กำลังป้อนไอศกรีมเด็กๆอยู่ เพราะไม่อยากรบกวนเขาเวลาที่คุยกับเพื่อน 

“กูมากับนินาว จำนินาวได้ไหมมึงหนะ” พอฟิวเจอร์พูดออกไปฉันเลยเงยหน้ามองเพื่อนของเขาแล้วยิ้มบางๆให้ ดูเหมือนเขาก็คงจำฉันได้  

“นินาว ที่ดาวมหาลัยกับเป็นดาวภาคโยธาคู่กับมึงหนะนะ” เนสมองหน้าก่อนจะยิ้มให้ฉัน ส่วนฟิวเจอร์ก็หน้าตึงไปเลยเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองยิ้มให้ฉัน 

“อืม นินาวครับนี่ไอ้เนสเพื่อนผมเอง มันเรียนเครื่องกลหนะเราเลยไม่ค่อยได้เจอมัน” 

“สวัสดีเนส”  

“หวัดดีนินาว ยังสวยเหมือนเดิมเลย สบายดีนะ” เนสพูดจาหวานใส่จนคนบางคนหน้าเริ่มตึงแต่เหมือนเนสจะไม่รู้ว่าเราสองคนเคยเป็นอะไรกัน 

“สบายดีจ๊ะ” ฉันตอบออกไปก่อนจะยิ้มให้แล้วหันไปสนใจสองแสบที่กำลังกินมูมมามอย่างเอร็ดอร่อยไม่สนใจใคร 

“แล้วเด็กๆสองคนนี่ใครหรอ” เนสขมวดคิ้วเพ่งมองมาที่สองแสบ 

“นิสสันกับจัสมิน นี่เพื่อนคุณลุงเองครับ” สองแสบพากันยกมือไหว้อย่างว่าง่ายโดยไม่ต้องมีใครบังคับ 

“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณลุง” ดูเหมือนเพื่อนของฟิวเจอร์จะชะงักไปนิดที่เห็นหน้าของสองแสบเพราะทั้งสองนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายคนเป็นพ่อที่นั่งอยู่ตรงหน้าเหลือเกิน ไม่แปลกหรอกที่ใครต่อใครจะคิดว่าสองแสบเป็นลูกเขา มีแต่คนบ้านี่แหละยัดเยียดลูกตัวเองให้คนอื่น ฉันไม่บอกเขาหรอกนะว่าสองแสบเป็นลูกถ้าอยากรู้ก็หาคำตอบเอาเองเถอะ ซื้อบื้อไม่มีใครเกิน เก่งทุกเรื่องกลับมาตายเรื่องแบบนี้ 

“ลูกมึงหรอว่ะ” 

“…….” คราวนี้เขาไม่ตอบเพื่อน ขมวดคิ้วอย่างสงสัย 

“อ้าวไอ้นี่ไม่ตอบ แต่หน้าเด็กๆโคตรเหมือนมึงเลยนะเว้ย” พอเขาไม่ตอบเนสเลยหันไปเล่นกับเด็กๆสักพักก่อนจะขอตัวกลับเพราะมีธุระ และตอนนี้เราทั้งหมดกลับมาถึงบ้านเรียบร้อย  

 

“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ ส่งเราสามคนเสร็จก็กลับบ้านไปได้แล้ว” พอถึงบ้านปุ๊บฉันก็ออกปากไล่เขาทันทีแต่ฟิวเจอร์จ้องหน้าฉันกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแค่ในตอนแรกแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นออดอ้อนฉันเฉยเลย เขาเป็นไบโพลาหรือไงนะเปลี่ยนกลับไปกลับมาจนฉันตามอารมณ์ไม่ทันแล้วนะ 

“คุณลุงขา รอทานบิบิมบับฝีมือคุณแม่ก่อนนะคะค่อยกลับ” ฟิวเจอร์มองหน้าสองแสบที่กำลังพากันอ้อนวอนให้คุณลุงของพวกเขาอยู่ต่อ ให้มันได้อย่างนี้สิลูก จะไปชวนคนใจร้ายพรรณนั้นอยู่ทำไม แล้วแบบนี้เขาจะกลับไปง่ายๆงั้นหรอ ถ้าเด็กๆได้ลองอ้อนแล้วหละก็ไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกนะ 

“ใช่ครับ นะครับคุณลุง อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน ทานหลายๆคนจะได้อร่อยๆเนอะจัสมันเนอะ” ขนาดลูกชายฉันยังอ้อนเลย ปกติออกจะนิ่งเงียบ แสดงว่าเด็กๆคงให้ความสำคัญกับเขามาก แต่ก็คงไม่แปลกเท่าไหร่เพราะพวกเขาสามคนเป็นพ่อลูกกันคงจะมีสายสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมกันทำให้สามคนนี่สนิทกันเร็วมากทั้งๆที่พึ่งจะเคยเจอกัน   

“ใช่ค่ะ นะคะๆๆ คุณแม่ขาให้คุณลุงอยู่ทานข้าวกับเราด้วยได้ไหมคะ คุณแม่ขา นะๆๆ คนสวยของจัสมิน” 

“นะครับคุณแม่ครับ นะๆๆ” พอเห็นน้องอ้อนพี่ชายตัวแสบก็ร่วมผสมกับน้องด้วย ส่วนร่างสูงโปร่งที่มีรูปร่างที่เพอร์เฟค ยืนนิ่งลุ้นว่าฉันจะว่ายังไง คงเห็นว่าฉันยืนมองสามคนนิ่งๆไม่ยอมพูดบอกอะไรออกไป   

“เอ่อ ลุงว่าเอาไว้วันหลังดีกว่านะครับ”  

“ถ้าคุณลุงไม่ได้อยู่ทานข้าวด้วยกัน ผมกับจัสมินก็จะไม่ทานข้าวเย็นครับ” พอพูดจบ สองแสบก็จูงมือกันสะบัดหน้าหนีฉัน พากันขึ้นไปข้างบนห้องนอนของตัวเองเรียบร้อย ฉันได้แต่ส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ที่มีมาในตัวตั้งแต่เด็กๆของทั้งสองคน ถ้าถามว่าได้จากใครมาก็คงเป็นคนตรงหน้าฉันนี่แหละ 

“เอ่อ นินาวครับ ผมกลับก่อนก็ได้นะ” ฟิวเจอร์พูดบอกฉันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่ได้ผิดหรอกเพียงแต่เจ้าตัวยังไม่เคยเจอฤทธิ์เดชของสองแสบเท่านั้นนี่ยังอยู่ในระดับเบสิกๆนะ 

“คุณไม่ต้องกังวลหรอก เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ เจ้าเล่ห์ ดื้อดึงเหมือนใครบางคนไม่มีผิด คุณไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นรอแล้วกันค่ะ ฉันขอตัวไปทำอาหารให้ทานก่อน” ฉันบอกเขาจบกำลังจะเดินเข้าครัวแต่เขาก็ร้องถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจและมันแฝงไปด้วยความรู้สึกกลัวๆ ฉันรู้สึกได้เพราะน้ำเสียงที่เขาพูดออกมามันไม่มั่นคงเอาเสียเลย   

“ผมขอขึ้นไปหาสองแสบได้ไหมครับ”  

“ไม่ต้องขึ้นไปหรอกค่ะ คุณนั่งรออยู่ข้างล่างเถอะ” ฉันพูดเสียงเรียบบอกเขา เพราะกลัวว่าถ้าเขาขึ้นไปแล้วทำอะไรลูกฉันขึ้นมาหละ ไม่ดีแน่ถ้าเขายังอคติกับฉันอยู่ บอกเลยว่าฉันยังไม่ไว้ใจคนอย่างเขาหรอกเพราะจากอดีตที่ผ่านมานั้นมันก็บอกมากพอแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง 

“ครับ” ตอบฉันเสร็จก็เดินไปนั่งรอที่น้องรับแขกทันทีโดยไม่โต้แย้งใดๆ แถมช่วงนี้เขายังขยันทำเหมือนว่าเราสองคนยังเป็นคนรักกันเหมือนเดิม และที่เพิ่มเติมมาก็คือเขาคอยเอาใจใส่ดูแลฉันมากกว่าแต่ก่อนตอนที่คบกันเสียอีกคนจะรู้สึกผิดสินะถึงได้มาเอาอกเอาใจฉันแบบนี้ หรือว่าเขาจะรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าเขารู้มันก็ไม่น่าจะใช่แบบนี้นะ  

เวลาผ่านไปสักพักฉันก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันเลยเดินขึ้นไปตามสองแสบลงมาทานข้าว พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็เจอลูกทั้งสองคนกำลังนอนกอดกันกลมเลย โดยบนเตียงนั้นมีหนังสือเรียน ดินสอสีต่างๆ คนกำลังพากันทำการบ้านสินะ ทันที่เห็นภาพนั้นฉันก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้เจอภาพนี้ ถึงจะดื้อจะซนไปบ้างแต่ก็ตามประสาเด็กนั่นแหละนะ สองแสบเลี้ยงง่ายอยู่ง่ายไม่เรื่องมากไม่งอแง เข้าใจในสิ่งที่ฉันบอกฉันสอนและทำตามอย่างเคร่งครัด คงจะรู้ว่าฉันเลี้ยงเขาสองคนมันเหนื่อย 

“จัสมินนิสสันครับ ตื่นได้แล้วลูก ลงไปทานข้าวได้แล้วค่ะ”ฉันกระซิบข้างหูทั้งสองคนเบาๆ สักพักสองแสบก็ตื่น ฉันพาเด็กๆไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วจูงมือลงไปด้านล่าง 

“นั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะเดี๋ยวแม่ขอไปตามคุณลุงของพวกหนูก่อน” 

“ค่ะ/ครับ” ฉันเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นว่าจะไปเรียกฟิวเจอร์ แต่ภาพที่เจอก็คือเขานอนหลับสนิทเพราะลมหายใจที่ออกมามันสม่ำเสมอ ส่วนตัวเขาก็เหยียดเต็มโซฟามันเลยทำให้ดูเหมือนว่าโซฟาจะเล็กไปสำหรับเขา ดูจากท่าทางแล้วคงจะเหนื่อยน่าดูเพราะทั้งวันก็ทำงานไม่หยุดพักไหนจะต้องมาตะลอนๆกับฉันอีก ไม่เหนื่อยก็ให้มันรู้ไปสิ ฉันเลยนั่งลงกับพื้นพรมใกล้ๆ มองหน้าเขาใกล้ๆ ถามว่ายังรักเขาไหม ถึงปากจะบอกว่าเกลียดเขาแต่ข้างในใจลึกๆมันก็ยังรักยังโหยหายคนใจร้ายอยู่ แต่ความเกลียดมันก็มีพอๆกัน เพราะสิ่งที่เขามาทำด้วยในตอนนี้ฉันคิดว่าเขาคงต้องการที่จะไถ่โทษเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลงแค่นั้น 

“คุณๆ ฟิวเจอร์ ตื่นไปทานข้าวก่อนค่อยมานอน” ฉันสะบัดความคิดนี้ออกไปก่อนจะเรียกและเขย่าเขาเบาๆให้ตื่นไปทานข้าว 

“อือ นินาวเองหรอครับ” ฉันพยักหน้าก่อนจะบอกเขา 

“ไปทานข้าวก่อนเถอะค่ะ เด็กๆลงมารอทานแล้ว” 

“ครับ”  

หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็พาเด็กๆไปนั่งทำการบ้านที่ห้องนั่งเล่นโดยมีคนร่างสูงของฟิวเจอร์ที่ไม่ยอมกลับบ้านของตัวเองไป แถมยังมีหน้ามาตีสนิทสองแสบอีกต่างหาก เวลาที่สามคนนี้อยู่ด้วยกันแล้ว ความคิดอะไรต่างๆมันช่างเหมือนกันมากเลย ถอดแบบกันมาอย่างแกะเลย ไม่อยากจะนึกถึงตอนที่สองแสบโตเลยคงจะทั้งแสบทั้งซนมากแค่ไหน 

“คุณลุงครับถ้าจะวาดโครงสร้างของหลังคาให้แข็งแรงต้องทำยังไงบ้างครับ” 

“ต้องวาดแบบนี้เลยครับ มันถึงจะแข็งแรงแล้วก็สวยด้วย” นิสสันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เขาบอก ก่อนแสบคนโตจะหันมาพูดกับฉัน 

“คุณแม่ครับโตขึ้นผมจะทำงานเหมือนคุณแม่นะครับ ผมอยากจะออกแบบบ้านสวยๆเอาไว้ให้เราสามคนไปอยู่ด้วยกัน” ฉันยิ้มให้กับความคิดของลูก ตัวแค่นี้คิดไปถึงอนาคตเลย ช่างน่ารักอะไรแบบนี้ 

“ฟอดดดด ได้เลยครับนิสสันกับจัสมินอยากจะเรียนอะไรแม่ไม่ห้ามหรอกครับ ถ้าหนูสองคนทำแล้วมีความสุขแม่จะไม่ขัดข้องเลยแม้แต่น้อย” 

“จัสมินอยากเป็นหมอค่ะคุณแม่ขา จะได้มาดูแลคุณแม่ตอนคุณแม่แก่” 

“นิสสันอยากเป็นวิศวกรครับ” 

“ค่ะๆ หนูสองคนอยากจะเรียนอะไรแม่สนับสนุนเต็มที่เลย ” ฉันยิ้มให้ลูกก่อนจะให้ทั้งสองคนนั่งทำการบ้านต่อ พอถึงเวลาเข้านอนฉันก็ไปส่งลูกที่ห้อง ก่อนจะกลับลงมาดูด้านล่าง คนบางคนก็ยังไม่ยอมไปไหนเลยเขาจะนอนที่นี่หรือไงถึงไม่กลับบ้านกลับช่องไปสักที  

“นินาวอยู่กับลูกสามคนหรอครับ” ฉันเดินไปนั่งลงตรงโซฟาตรงข้ามกับเขา แล้วมองหน้าคงจะอยากถามอะไรฉันมากมายหลายอย่างสินะถึงได้มานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ไม่ยอมไปไหน ให้มันได้อย่างนี้สิ จะเหมือนกับพูดไปไหน 

“ค่ะ” ฉันตอบเขาไปเพียงสั้นๆ 

“แล้วคนอื่นๆหละไปไหนกันหมด” 

“คุณพ่อกับคุณแม่ไปต่างประเทศอีกสองเดือนถึงจะกลับ ส่วนแม่บ้านฉันให้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดไปพักร้อน” 

“แบบนี้มันไม่ปลอดภัยเลยนะนินาว มีแต่ผู้หญิงกับเด็กๆอยู่กันลำพังแบบนี้ไม่ดีแน่ ทำไมไอ้ฟิล์มมันไม่มาดูแลคุณกับลูกหละ” เขามองหน้าฉันอย่างจริงจัง  

“ฟิล์มเขามาเกี่ยวอะไรด้วย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณไม่ทราบค่ะ” ฉันกอดอกแล้วตอบเขาด้วยท่าทีที่สบายไม่ได้เดือนร้อนอะไร จนเป็นเขาเองที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนฉัน 

“โธ่ นินาวครับ ก็ผมเป็นห่วงคุณกับเด็กๆนี่”  

“ขอบคุณในความห่วงใยนะคะ แต่ไม่ต้องฉันดูแลลูก ดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใครทั้งนั้น เพราะฉันก็ดูแลมาคนเดียวตั้งเกือบหกปีแล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณเลย ถ้าไขข้อสงสัยได้แล้ว ดังนั้นเชิญคุณกลับบ้านไปเถอะค่ะวันนี้ฉันเหนื่อยมามากพอแล้ว ต้องการพักผ่อน” 

“ครับ งั้นพรุ่งนี้ผมจะมารับแต่เช้า ฝันดีนะครับ” เขาตอบด้วน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากบ้านฉันไป 

“ค่ะ” ฉันไม่ได้เดินไปส่งเขาหรอก นั่งอยู่ที่เดิมจนสักพักก็ได้ยินเสียงรถแลมโบที่คุ้นเคยขับออกไป เฮ้อลางสังหรณ์บอกฉันว่ามันต้องมีอะไรที่ยุ่งยากเข้ามาพัวพันกับฉันเพิ่มอีกแน่นอน  

 

“อย่าดื้อกับป้านิวนะคะลูก” ฉันบอกสองแสบเพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันต้องไปทำงานนอกสถานที่เลยเอาเด็กมาฝากไว้กับพี่สาว กลัวพี่นิวจะเหนื่อยเพราะแค่ไอเฟลลูกสาวพี่นิวก็จะแย่แล้วแต่นี้พ่วงกับสองแสบเข้าไปอีก เริ่มไม่อยากจะไปทำงานแล้วนะเนี้ย 

“คุณแม่ไม่ไปไม่ได้หรอคะ แบบนี้จัสมินกับนิสสันก็คิดถึงคุณแม่แย่เลยสิ” ฉันยิ้มให้กับท่าทางของสองแสบที่เริ่มจะงอแงขึ้นมาแล้ว  

“แม่ไปแป็บเดียวเองค่ะ ขากลับเดี๋ยวคุณแม่จะซื้อของอร่อยๆมาฝาก โอเคไหมคะ” สองแสบมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ฉันบอก 

“ค่ะ รักคุณแม่นะคะ” 

“ผมด้วยครับ รักแม่นะครับ” 

“แม่ก็รักเราสองคนค่ะ นาวฝากสองแสบด้วยนะคะพี่นิว” ฉันหันไปมองพี่สาวที่ยืนยิ้มให้อยู่ไม่ไกล 

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวพี่ดูแลสองแสบให้เอง เราไปทำงานเถอะ แล้วเรื่องลูกฟิวเจอร์เขารู้เรื่องหรือยัง” ใจจริงก็อยากจะบอกเขานะแต่มันก็ยังกลัวอยู่  

“เขายังไม่รู้หรอกค่ะ ถึงรู้ไปก็ได้แค่รู้อย่างเดียว เพราะยังไงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกนาวอยู่แล้ว” 

“เฮ้อเรานี่ก็ดื้อพอๆกันเลย ฟิวเจอร์ก็อีกคน นาวพี่รู้นะว่าเขายังรักเราอยู่ ตัวนาวก็ด้วยถึงปากจะบอกว่าเกลียดยังไงก็เถอะ ดูจากหลายปีที่ผ่านมาพี่ไม่เคยเห็นเขาคบใครเลยนะ ตั้งแต่ที่เลิกกับเราไปหนะ” 

“ช่างเรื่องของเขาเถอะค่ะพี่นิว ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น อย่างอื่นมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ” ฉันพูดออกไป แต่ข้างในใจกลับยังเจ็บอยู่  

“เฮ้อ จ๊ะๆๆ แล้วแต่เราสองคนแล้วกัน” ฉันยิ้มให้พี่สาวก่อนจะได้ยินเสียงรถที่คุ้นหู 

“เขามารับแล้ว นาวไปก่อนนะคะ” ฉันกอดสองแสบแน่น ก่อนจะหอมแก้มนุ่มหนักๆหลายฟอดเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่มารอรับ 

 

 

ถึงนักอ่านที่รักทุกคนนะคะ ด้วยเรื่องของเนื้อหานิยายเป็นเพียงจินตนาการที่เราต้องการเขียนออกมา  

บางทีอาจจะมีเนื้อหาบางอย่างที่ขัดใจนักอ่านไปบ้างก็ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ  

บางทีนั่งอ่านคอมเม้นต์ก็มีนอยส์ๆบ้าง แต่ก็เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนที่อ่านค่ะ 

#ลีมุนอา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว