winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 16

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

‘กลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกทลายแก๊งค้ายาบ้า หลังจากที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ และให้การซัดทอดผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้รายชื่อมายาวเป็นหางว่าว แต่ทั้งหมดไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ว่า ยาเสพติดที่อยู่ในครอบครอง มีต้นตอมาจากที่ใด’  

‘จากการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดเมื่อเดือนก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามการซัดทอดครบทั้งหมดแล้ว โดยบางส่วนพบหลักฐานมัดตัวเป็นยาเสพติด แต่บางส่วนยังคงให้การปฏิเสธ’  

เบธนั่งเอามือท้าวคาง มองภาพข่าวในคอมพิวเตอร์ที่ตัวเองเซฟเก็บเอาไว้เมื่อปลายปีก่อน ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่เบธมานั่งอ่านมันซ้ำไปซ้ำมา เกือบปีแล้ว ที่เบธก็ยังคิดไม่ออกว่า จะช่วยคนรักเก่าอย่างไร ในเมื่อเธอถูกซัดทอดข้อหาจากคนที่เธอแอบคบก่อนที่จะเลิกกับเบธ และเธอก็อยู่ในกลุ่มคนที่มีหลักฐานเป็นยาเสพติด

“พีร์รู้ ว่าพีร์ทำผิดกับเบธที่นอกใจไปคบกับไอ้ชาติชั่วนั่น แต่เบธต้องช่วยพีร์นะ เรื่องยาเสพติดพีร์ไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ ไม่มีใครเชื่อที่พีร์พูดเลย แต่พีร์รู้ ว่ามีเบธคนเดียวที่รู้ดีว่าพีร์เป็นคนยังไง และคนที่รักพีร์มากที่สุด ก็คือ เบธ”

คำขอร้องและแววตาอ้อนวอนของกัญญพีร์ในวันแรกที่เบธไปเยี่ยมที่เรือนจำมันยังคงติดอยู่ในโสตประสาทของเบธ ในตอนนั้น ทั้งความรัก ความสงสาร ความเห็นใจและความเจ็บปวด มันจะหมุนวนปนเปกันอยู่ในความรู้สึกของ แต่สุดท้าย เบธก็ตัดสินใจพยักหน้า ตอบตกลงว่าจะช่วย

“ต้องทำยังไงวะ” เบธปิดหน้าข่าวลง ทิ้งตัวไปพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลง

ที่ผ่านมาเบธคิดได้แค่ว่า จะสืบหาต้นตอของยาเสพติด ส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ไปจับกุม โดยบอกว่าคนที่ให้ข้อมูลคือ กัญญพีร์ เผื่อว่าเธอจะได้รับการลดโทษ และเมื่อเบธบอกกับกัญญพีร์ เธอกลับไม่พอใจ

“พีร์ไม่อยากได้รับการลดโทษ แต่พีร์ต้องการเป็นผู้บริสุทธิ์”

เบธหลับตาหายใจยาวๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม และหลายๆ ครั้งที่กลุ้ม กลุ้มมากๆ จนถึงที่สุด มันก็มีความคิดหนึ่งแว๊บๆ ออกมา ว่า ‘ทำไปแล้วได้อะไรวะ’

 

“อะแฮ่ม สวัสดีค่ะ คุณมิสเตอร์เบธ เรื่องคุณมิสเตอร์บี น่ะ สรุปว่ายังไงดีคะ” หมวดดลที่แอบเดินเข้ามาในห้องทำงานเงียบๆ กล่าวทักทาย ก่อนจะขึ้นไปนั่งสวยๆ บนตักหมวเบธ

“ช่วยกันคิดสิคะลูกสาวนายพลคนสวย ตัวก็หนัก ลงไปเลย” เบธลืมตา ทำคิ้วขมวดๆ ใส่

หมวดดลไม่ทำตามคำสั่ง แถมทิ้งน้ำหนักตัวลงไปอย่างเต็มที่

“มันหนักมั้ย ลงไป” เบธย้ำ

“แหม อย่าให้เห็นนะว่า เอาสาวที่ไหนเข้าเอว”

“ก็ถ้าเอาเข้าเอว ต้องไม่มีเสื้อผ้า ทีนี้ก็จะไม่หนัก ถูกปะ จะลองก็ได้นะ” เบธแกล้งทำหน้าหื่นๆ แล้วเอามือไล้แขนหมวดดลเบาๆ

“ไอ้ทะลึ่ง ไอ้คนหื่นกาม”

“โอ๊ย! จะหยิกทำไมเนี่ย”

หมวดดลหยิกที่แขนหมวดเบธเสร็จ ก็ลงจากตัก เปลี่ยนไปลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ แทน ในมือมีกระดาษเป็นปึกๆ ดูเหมือนว่า หมวดดลจะหาข้อมูลในการทำมิสเตอร์บีไว้แล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนมาอยู่ในโหมดจริงจัง พอเบธเห็นดังนั้น ก็ยืดตัวตรง หยิบสมุดบันทึกและปากกามา ทำตัวจริงจังตาม 

“เรามาแบ่งหน้าที่กันก่อนนะ ให้เฮียคีทำตัวโดรน เดี๋ยวดลรับผิดชอบเรื่องอาวุธที่จะนำไปติดที่โดรน เนี่ยหาข้อมูลมาคร่าว ๆ แล้วว่าจะใช้สารเคมีอะไรดี”

“อย่าบอกนะ ว่าให้เบธทำรูปเล่มรายงานอีกแล้ว”

“ใช่ไง ก็ดลกับเฮียคี เขียนไม่เก่ง ทำรูปภาพเอย อะไรเอยก็ไม่สวย เบธอะ เก่งที่สุด แล้วอีกอย่างเบธก็มีกิ๊กเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ เบธก็ปรึกษาเค้าได้ สบายเบธเลย”

เรืออากาศตรีนภดลคนงาม ใช้วาจาหวานๆ หว่านล้อมคนขี้ใจอ่อนแบบนี้ทุกครั้งเวลาเธอต้องการอะไร แล้วทั้งๆ ที่คนฟัง ก็รู้ดีว่า มันเป็นมุกเก่าๆ ซ้ำๆ เดิมๆ แต่ก็ไม่วายจะยอมทุกที

“พูดอย่างนี้ทุกที พอสุดท้ายนะ ไอ้เบธก็ต้องไปช่วยเฮียคีรีประกอบโดรน แล้วก็ต้องช่วยคุณดูสารเคมี ช่วยกันทดลอง แล้วสุดท้าย ก็ต้องนั่งทำรายงานคนเดียว”

“คราวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว จริงๆ น้า นะนะ เนี่ยเห็นมั้ย ดลมีข้อมูลแล้ว ไม่รบกวนเบธหรอก”

“เออๆ ก็ได้ๆ”

“เบธพูดจริงๆ นะ”

“อือ” เบธพยักเพยิดหน้าอย่างจำใจ

“เย่ๆ ๆ ๆ”

“ดีใจออกนอกหน้าเกินไปละ”

“เออ เบธ ดลจะใช้สารตัวไหนดีน้า เลือกมา 3 ตัว แต่ดลยังตัดสินใจไม่ได้ เนี่ยๆ มีไซยาไนด์ ไรซิน กับ โบทอกซ์ ดลลังเลที่สุดเลย”

“ว๊อย!! ”

เบธท้าวสะเอวแล้วโวยวายนิดหน่อย เพราะทันทีที่ตอบตกลงรับหน้าที่คนทำรายงาน หมวดดลก็อ้อนให้ช่วยทำงานในส่วนของตัวเองทันที รู้สึกโมโหตัวเองเหมือนกัน ที่ขนาดรู้ว่า สุดท้ายเรื่องจะเป็นแบบนี้ ก็ไม่เคยป้องกันได้สักที บ่นเสร็จ ก็เปิดคอม ช่วยหมวดดลหาข้อมูล มันเป็นชะตากรรมของคนใจดี

 

เที่ยงตรง ได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน

ทีม KBD รวมตัวกันครบทีมแล้วพากันไปกินอาหารฝีมือป้าผกาที่โรงอาหารเหมือนอย่างเช่นทุกวัน

“พี่เบธ”

ราตรี เด็กหญิงวัยเก้าขวบลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นลูกหลงของป้าผกาวิ่งเข้ามากอดเบธทันทีเมื่อพบหน้า โดยปกติจะได้เจอกันตอนบ่อยๆ ช่วงปิดเทอม

“มาอยู่นี่ได้ยังไงฮะเรา โดดเรียนหรือไงคะ เด็กหญิงราตรีของพี่เบธ”

“หนูไม่ค่อยสบาย”

“ไม่สบายยังไงคะ วิ่งได้อย่างนี้” เบธว่าก่อนจะจูงมือเดินไปกินข้าวด้วย

“ราตรีจ๋า บอกแม่ผกาว่า ขอผลไม้เยอะๆ ให้พี่คีรีเยอะๆ ตกลงมั้ย” นายคีรีเห็นลู่ทางกินของอร่อย

“หนูจะเอามาให้พี่เบธ กับพี่ดล ไม่ให้พี่คีรีหรอก” เด็กน้อยกล่าวจากหัวใจ

“เด็กสมัยนี้มันฉลาดนะเฮียคี” หมวดดลทับถม

ผู้ใหญ่สามคนกับเด็กน้อยอีกหนึ่งคน เดินไปต่อแถวรับอาหารจากป้าผกาคนดีคนเดิม จากนั้นก็พากันมานั่งกินที่โต๊ะประจำ

“สงสัยวันนี้จะกินข้าวไม่อร่อย”

“พี่ดลไม่สบายเหมือนราตรีเหรอคะ ราตรีก็กินข้าวไม่อร่อย”

“จ้ะ ไม่สบายนิดหน่อย เคืองๆ ตา”

ที่หมวดดลพูดแบบนั้น เพราะมองไปเห็นว่า คนที่กินข้าวอยู่โต๊ะข้างๆ คือ ทีมเหินเวหา เพื่อนทหารที่สอบติดมาพร้อมๆ กัน แต่อยู่กันคนละทีม และที่สำคัญคือ ไม่ค่อยจะถูกกัน โดยทีมเหินเวลา ประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นชายหนุ่มปากจัด 3 คน อันได้แก่ หมวดกัปตัน หมวดขุนพล และหมวดอัศวิน

“เกลียดตั้งแต่ชื่อคน ยันชื่อทีม” หมวดดลบ่นรอดไรฟันตัวเอง

“กินเถอะไอ้ดล อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย ปัญญาอ่อน” หมวดคีรีเอ่ย

“พวกมันปัญญาอ่อนใช่ปะพี่” เบธถาม

“หึ พี่หมายถึง ไอ้ดล”

“อีพี่คีรี กูเริ่มเกลียดมึงแล้วนะพี่”

“โอ๋ๆ ล้อเล่นๆ น้า แต่ช้าแต่ แต่ถ้าจะเร็ว ก็แล้วแต่”

เด็กหญิงราตรีที่แม้ไม่เข้าใจที่พี่ทหารสามคนพูด แต่ก็นั่งหัวเราะขำคิกคัก

การรับประทานอาหารยังคงเป็นไปด้วยดี อาหารจานหลักหมดไป ตามด้วยขนมและผลไม้ที่วันนี้ได้เยอะเป็นพิเศษเพราะหนูราตรีช่วยอ้อนอีกคน

“ราตรีกินส้มนะคะ จะได้หายป่วย เดี๋ยวพี่เบธปลอกให้”

“ค่ะ” เด็กน้อยยิ้มดีใจ

ทุกคนกำลังอารมณ์ดี ก่อนที่บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อจู่ๆ เพื่อนโต๊ะข้างๆ ก็เข้ามานั่งด้วย

“พอเปลี่ยนมานั่งตรงนี้ รู้สึกอบอุ่นมากๆ เลย” หมวดกัปตัน หัวหน้าทีมเหินเวหาพูด

“ขุนพลเห็นด้วยกับลูกพี่นะฮะ มันรู้สึกละมุ้น ละมุน”

“นั่นน่ะสิครับ อัศวินอิจฉาจริงๆ ดูสิ โต๊ะนี้ มีทั้งพ่อ แม่ ลูก แล้วก็เมียน้อยพ่อ”

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" หัวเราะพร้อมกันทั้งทีม

ในขณะที่ศัตรูมารุกราน ด้วยการแซวและหัวเราะเยาะ เจ้าถิ่นก็พยายามนั่งหายใจลึกๆ ทำตัวให้สงบสุขม ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน เหมือนที่หมวดคีรีว่าเอาไว้

“เดี๋ยวนะครับ หมวดอัศวิน ผมว่า ไม่น่าจะใช่เมียน้อยพ่อนะครับ”

“มันยังไงกันแน่ครับ ลูกพี่กัปตัน”

“แต่น่าจะเป็น เมียน้อยของแม่มากกว่านะครับ ใช่มั้ยจ๊ะ หมวดเบธคนหล่อ”

เบธมองหน้าทั้งสามคน เบื่อเหลือเกินที่เจอกี่ที ก็พูดแต่เรื่องเพศสภาพ ทั้งๆ ที่สามนายทหารก็หน้าตาดี ชาติตระกูลดี การศึกษาก็ดี แต่ไม่รู้ว่า กับอีแค่หาเรื่องคน ยังหาท็อปปิคใหม่ๆ มาเล่นไม่ได้ จนบางทีเบธก็สงสัยว่า หรือว่าตัวเองจะหล่อเกินไป ทั้งๆ ที่หน้าก็ขาว ปากก็แดง ทำไมไม่รู้จักมองว่าสวยกันบ้าง

เบธลุกขึ้น พาราตรีไปส่งป้าผกา เพราะไม่อยากให้มาเห็นภาพ และได้ยินอะไรที่มันไม่ดีกับเด็ก ก่อนที่จะกลับมานั่งที่เดิม

“ได้ข่าวว่า ทีม KBD จะทำโดรนขนาดฝ่ามือเหรอ” หัวหน้าทีมเหินเวลากล่าว

“แน่นอน” พี่ใหญ่อย่างคีรีลอยหน้าลอยตาตอบ

“คิดดีนะ แต่ขอบอกให้รู้ว่า ยังห่างไกลจากพวกเรานัก”

ยังเป็นหมวดกับตันที่พูด

ก่อนที่จะเปลี่ยนให้หมวดขุนพลอธิบายต่อ

“พวกเราทีมเหินเวหา ขอแจ้งให้ทราบว่า พวกเราจะทำโดรนขนาดครึ่งฝ่ามือ”

“เชรดดด”

ได้ยินดังนั้น หมวดดลก็หลุดอุทานออกมา ตามด้วยรอยยิ้มร้ายๆ ก่อนจะทำเป็นหน้านิ่งๆ

“หมวดดล คุณจะขำอะไร อย่าคิดว่าเป็นลูกท่านผู้บัญชาการแล้วจะดูถูกใครก็ได้” หมวดอัศวินกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ฮื้มมม อย่ามองดลในแง่ร้ายนักสิคะ ดลแค่ตกใจในไอเดียของทีมเหินเวหา ที่ล้ำหน้าไปไกลจนทีม KBD คงไม่อาจไล่ตามได้ทัน ดลชื่นชมมากเลยนะคะ ยังไงเราก็อยู่หน่วยเดียวกัน รักกันไว้เถอะนะคะ ดีกว่าคอยหาเรื่องกัน เหมือนเด็กๆ นี่ขนาดน้องราตรี ยังไม่เคยหาเรื่องใครเลยนะคะ ป้าผกาเล่าว่า แกมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มาก”

หมวดดลแสร้งทำหน้าตาเป็นมิตร ใช้น้ำเสียงอ่อนหวานจนน่าหมั่นไส้ ทำกิริยาใหญ่โตราวกับว่าอยู่บนเวทีการแสดง และเนื้อหาในบทที่เธอกล่าวออกไป มันก็คือการหลอกด่ากันดีๆ นี่เอง ทำเอาเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนนั่งกลั้นขำจนตัวสั่นริกๆ

สามหนุ่มแห่งทีมเหินเวหา มีอาการฟึดฟัดอย่างออกนอกหน้า แต่ก็คิดคำด่ากลับไม่ทัน ก็เลยหยิบผลไม้ในถาดไปคนละลูก ก่อนจะเดินหนีไปอย่างไม่พอใจ

“เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับดลศรี มณีหยาดฟ้า”

“ตอแหลดีจริงๆ มึง”

“อีเบธ”

“โอ๋ๆ หยอกๆ น่า ไม่กัดกันเองเนอะ”

“เออ แกสองคน พี่มีอะไรจะบอก”

ในขณะที่เบธหยอกกับหมวดดล พี่ใหญ่สุดก็เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

“อะไรเหรอเฮีย”

“ตัวโดรนขนาดเท่าฝ่ามือ 8 ใบพัดอะ เฮียทำเสร็จแล้วนะ”

“จริงดีเฮีย เฮียคีของดลศรี ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย”

“แต่บินไม่ขึ้นว่ะ”

“โว๊ย/โว๊ย!! ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น