ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 42 เดินทางสืบข่าว

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 เดินทางสืบข่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 08:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 เดินทางสืบข่าว
แบบอักษร

"ท่านคาซึยะแล้ว เด็กหญิงคนนั้นละ ?"

 

 

 

โนโนะที่เห็นคาซึยะไม่ได้ส่งเด็กหญิงคนหนึ่งให้เธอ ก็รู้สึกสงสัย ส่วนคาซึยะที่ถูกถามก็เกาหัวเขาควรบอกดีไหมว่าเขากำลังรับยูกิมิเป็นศิษย์คนแรก สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ

 

 

 

"ฉันจะรับเด็กคนนี้เป็นศิษย์ส่วนตัวน่ะ"

 

 

 

"เฮ้ยเอาจริงดิ ?"

 

 

 

โอบิโตะถึงกับอุทานและสังเกตุมองด้วยเนตรวงแหวนไปที่เด็กหญิงที่กำลังหลับไหลอย่างไร้กังวลในอ้อมแขนของคาซึยะและกำลังถูกตรวจสอบร่างกายโดยริน แต่ก็ไม่พบอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เขาสักสงสัยทำไมเจ้าหมอนี่ถึงคิดจะเลือกยัยหนูนี่เป็นศิษย์

 

 

 

"ก็นะ ฉันค่อนข้างคาดหวังกับเด็กคนนี้มากเลยทีเดียว เป็นยังไงบ้างรินร่างกายของเด็กคนนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า"คาซึยะหันไปถามริน

 

 

 

"ไม่เลยร่างกายของเด็กคนนี้แข็งแรงมากไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ที่ต้องทำก็คือบำรุงเธอด้วยสารอาหาร"

 

 

 

"ขอบใจ"

 

 

 

"คิดยังไงนายถึงคิดจะหาลูกศิษย์ ?"

 

 

 

"ฉันเป็นโจนินมาห้าปีแล้วโอบิโตะ ที่จริงฉันควรจะได้ตั้งทีมตามข้อเสนอของปู่รุ่นสาม แต่เด็กปีนี้ไม่มีใครเตะตาฉันเลยสักคน"

 

 

 

โนโนะและรินพยักหน้า ส่วนโอบิโตะก็รู้สึกอิจฉา ก็อย่างที่คาซึยะบอกปัจจุบันโอบิโตะก็กลายเป็นโจนินแล้ว ถ้าเขาได้เก็บประสบการณ์ให้มากแบบคาซึยะก็สามารถเป็นอาจารย์แนะนำจัดตั้งทีมได้

 

 

 

แต่เขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดแบบเจ้าหมอนี่ดังนั้นเขาจึงไม่มีอะไรที่จะสอนหรือแนะนำคนอื่นๆ จึงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำภารกิจกับอาจารย์มินาโตะเพิ่มพูนประสบการณ์เสียมากกว่า

 

 

 

"เด็กคนนี้มีอะไรพิเศษหรือไง นายถึงได้ออกปากว่าจะรับเธอเป็นศิษยน่ะ ?"

 

 

 

"ฮ่าๆ เรื่องนี้ไว้รอยัยหนูนี่โตขึ้นนายอาจจะเข้าใจ เอาละได้เวลาที่พวกนานจะต้องกลับแล้วถ้ามืดค่ำเดี๋ยวเด็กๆจะง่วงกันเสียก่อน ยังไงก็ฝากปกป้องหมู่บ้านด้วยฉันอาจจะไม่กลับหมู่บ้านสักระยะ"

 

 

 

"ไว้ใจได้เลย ฉันคือชายที่จะเป็นโฮคาเงะเชียวนะ"

 

 

 

อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก คาซึยะยิ้มและเดินไปกระซิบบางสิ่งกับโนโนะซึ่งเธอก็พยักหน้า ด้วยสีหน้าดูไม่ดี สิ่งที่เขาบอกเธอก็คือเรื่องที่ดันโซกำลังรักษาตัวอยู่เงียบๆ 

 

 

 

เรื่องของดันโซแม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องกังวล แต่มันไม่ใช่กับกลุ่มรากที่ยังเหลือรอดจากการกวาดล้างเมื่อปีที่แล้ว เจ้าพวกนั้นอาจจะมีความแค้นกับโคโนฮะฝังรากลึกภายในหัวใจ และอาจรอวันบดขยี้หมู่บ้านในคราวเดียว

 

 

 

"จำไว้ตอนไปทำภารกิจนอกหมู่บ้านช่วงนี้ก็ระวังตัวกันด้วย หมู่บ้านอื่นกำลังเล็งเป้ามาที่หมู่บ้านเราโดยเฉพาะ"

 

 

 

"รู้แล้วละน่าไปก่อนนะแล้วเจอกันเพื่อน!"

 

 

 

และโอบิโตะก็เปิดเนตรก่อนจะถึงพวกรินเข้าไปในมิติเนตรคามุย และค่อยๆหายลับไปอย่างช้าๆ คาซึยะที่เห็นทุกคนจากไปแล้วก็อุ้มยูกิมิกลับไปที่ฐาน เขาจะฝากเด็กหญิงไว้กับอังโกะสักระยะ

 

 

 

"ระวังตัวด้วยนะคาซึยะจัง"

 

 

 

"อือไว้เจอกันอังโกะ"

 

 

 

คาซึยะออกเดินทางอีกครั้งครางนี้เขาตั้งใจจะเสาะหาข่าวเกี่ยวกับการจ้างวางลอบสังหารโคยูกิต่อ เขาอยากรู้ว่าใครที่ต้องการเปิดสงครามโลกนินจาพ่อจะได้ไปถล่มตัดกำลังให้สิ้น

 

 

 

"จากการคาดเดาการจ้างวานคงไม่พ้นหมู่บ้านอิวะไม่ก็หมู่บ้านคุโมะ"

 

 

 

โอโนกินั้นมีความแค้นกับโคโนฮะสูงมาก เนื่องจากตอนเด็กๆเจ้าตัวถูกปู่ทวดมาดาระยำเสียเละเทะจนกลัวขี้ขึ้นสมอง ส่วนคุโมะที่อยากทำสงครามก็คงไม่พ่นอยากประกาศศักดิ์ดา

 

 

 

ไรคาเงะรุ่นที่สามหลังจากชนะแปดหางได้ด้วยตัวคนเดียวเมื่อหลายปีก่อน เจ้าตัวคงอยากถล่มหมู่บ้านอื่นๆ ให้เป็นที่รู้จักในโลกนินจา แต่ก็ยังมีอีกสองหมู่บ้านที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือหมู่บ้านคิริและหมู่บ้านซึนะ

 

 

 

ดังนั้นคาซึยะจึงไม่ได้ตั้งเป้าไปที่หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเป็นหลัก และเพื่อความแน่ชัดการไปเดินทางไปยังกลุ่มทหารรับจ้างสาขาใหญ่คงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด และก็เสียงอันตรายที่สุดด้วยเช่นกัน

 

 

 

หลายวันผ่านไปการเดินทางผ่านป่าและหมู่บ้านอื่นๆของคาซึยะค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากระหว่างทางเขาต้องรวบรวมข้อมูลพื้นฐานจากหมู่บ้านอื่นๆ แม้ชาวบ้านจะเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ก็เป็นนินจาที่มีพลังไม่สูง 

 

 

 

แต่อย่างไรพวกเขาก็ยังมีข้อมูลที่ใครก็คาดไม่ถึงด้วยเช่นกัน อย่างข้อมูลที่เขาได้มาเมื่อวาน เขาได้ข้อมูลมาว่าหมู่บ้านอิวะกำลังเตรียมกำลังนินจาจำนวนมาก อาวุธและเรียกสถิตร่างสี่หางและหกหางสองคนกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อทำอะไรสักอย่าง

 

 

 

"ทางด้านหมู่บ้านคุโมะ ก็เรียกตัวร่างสถิตสองหางกลับมาด้วยเช่นกัน พวกมันคงอยากทำสงครามกันน่าดู"

 

 

 

ตอนนี้เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าผู้ที่จ้างวานกลุ่มทหารรับจ้างคงไม่พ้นหมู่บ้านอิวะ เพราะหมู่บ้านคุโมะที่นำโดยไรคาเงะรุ่นที่สามหรือเอค่อนข้างหยิ่งทะนงคงไม่คิดจะใช้แผนสกปรกแบบนี้

 

 

 

'โอโนกิค่อนข้างเจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอกเฒ่า'

 

 

 

คิริงาคุเระที่พึ่งเสียมิซึคาเงะรุ่นสามและกลุ่มเจ็ดดาบไปแทบทั้งหมดคงไม่คิดจะออกตัวแรง ส่วนซึนะ หมู่บ้านนี้มีสัตว์หางตัวเดียวซึ่งก็คือเจ้าทานูกิที่อ่อนแอที่สุดในหมู่สัตว์หาง

 

 

 

"ดูเหมือนเราจะต้องไปสืบข่าวที่แคว้นสึจิโนคุนิแล้วละนะ"

 

 

 

การสืบข่าวของคาซึยะเริ่มอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย การเดินทางพึ่งเริ่มต้นเท่านั้นจากการคาดเดาของเขาอีกไม่นานเขาคงเข้าสู่เขตชายแดนอาเมะโนะคุนิ

 

 

 

อาเมะเป็นแคว้นเล็กที่เป็นชายแดนระหว่างแคว้นดินแดนอื่นๆ พอโลกเกิดสงคราหมู่บ้านอาเมะหรือหมู่บ้านลับแห่งฝนในปัจจุบันนำโดยผู้อ้างตัวว่าเป็นครึ่งเทพซาลามันเดอร์ ฮันโซและที่นี่ยังเป็นสถานที่ก่อตั้งแสงอุษาอีกด้วย

 

 

 

"การไม่มีดันโซอยู่ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่ยาฮิโกะถูกสังหารยังคงอยู่หรือไม่"

 

 

 

ยังเหลืออีกหลายปีถ้าเป็นไปตามต้นฉบับ แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านโลกนี้ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะต่อทั้งตัวเขาหรือกระทั่งหมู่บ้าน ในเมื่อยังไงเขาก็ต้องเดินทางผ่านหมู่บ้านอาเมะอยู่แล้วแวะไปทักทายกลุ่มแสงอุษาสักหน่อยก็น่าจะดี

 

 

 

เมื่อตัดสินใจเขาก็เดินทางเข้าสู่แคว้นอาเมะโนะคุนิ ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาในดินแดนเขาก็พบกับหยาดฝนที่ตกลงมาสู่พื้น ท้องฟ้าที่เต็มเมฆดำทั่วทั้งฟ้าต่อนข้างทำให้ดินแดนนี้หดหู่

 

 

 

ไม่ว่าจะผ่านมากี่หมู่บ้านคาซึยะก็พบแต่บ้านเรือนที่กลายเป็นซากปรักหักพังเต็มไปหมด กลิ่นอายแห่งความทุกข์ทมลอยเต็มอยู่ในอากาศ มันรู้สึกแย่จริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่นางาโตะจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

 

 

 

"การทำสงครามของแคว้นใหญ่ทำให้แคว้นเล็กๆ ต่างพังพินาศ เพื่อคำว่าผลประโยชน์ชีวิตมนุษย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับต้องมารับเคราะห์แทน"

 

 

 

เขาไม่ได้โลกสวยแต่ว่านี่คือความเป็นจริงของสงครามถ้าสงครามโลกครั้งที่สามยังเกิดขึ้นแบบเต็มรูป เกรงว่าแคว้นเล็กรวมถึงหมู่บ้านต่างๆ ในเขตเดียวกันคงถูกทำลายย่อยยับเฉกเช่นเดิม 

 

 

 

เด็กกำพร้าและคนเร่ร่อนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น มันจะมาพร้อมกับความเกลียดชังที่จะทวีคูณเพิ่มไปเรื่อยๆ และรอวันระเบิดในคราวเดียว มันจึงเป็นสิ่งที่น่าหวาดเกรง

 

 

 

"แม้จะมีสนธิสัญญาสงบศึกกันชั่วคราว แต่ที่นี่ก็ยังถูกโจมตีเพื่อหาเงินทุน อาวุธและเสบียงสินะ"

 

 

 

กึกๆ

 

 

 

"อุแว๊ๆ"

 

 

 

คาซึยะหันไปมองซากปรักหักพังที่เป็นต้นเสียงของการเคลื่อนไหวก็ต้องแปลกใจ ไม่คิดว่าที่นี่จะมีคนรอดชีวิตแบบนี้ แถมเสียงร้องนี่ยังเป็นเสียงของทารกอีกด้วย เขาเดินไปทางต้นเสียงก่อนจะยกเศษหินและเศษไม้ที่ค้ำเอาไว้ออกแบบช้าๆ และเบามือเพราะกลัวเศษไม้และหินจะหล่นไปทับตัวเด็ก

 

 

 

"ทารกจริงๆด้วย น่าจะสักห้าถึงหกเดือน"

 

 

 

"อุแว๊ๆ "

 

 

 

"โอ๋ๆ ฝันเอ้ยฝันมา"

 

 

 

คาซึยะเข้าไปอุ้มทารกน้อยผมม่วงที่กำลังงอแงได้ที่ และนี่ต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆใครจะไปคิดว่าเขาจะเดินทางสืบข่าวสารจะมาเจอทารกแบบนี้ จะทิ้งไว้ก็กลัวเด็กจะอดตายดูเหมือนเขาจะต้องนำทารกน้อยติดตามเขาไปด้วย

 

 

 

"การเดินทางของเราอันตรายมากอาหารเสริมสำหรับทารกก็ไม่มีจะทำยังไงดี..."

 

 

 

จะให้ไปหาซื้อนมวัวก็ไม่ได้ ระบบกระเพาะของเด็กทารกคงทำงานไม่ไหว โลกนี้มันค่อนข้างยุ่งยากอาหารเสริมสำหรับทารกก็ไม่มี โอยคิดแล้วปวดกระหม่อม

 

 

 

"เราคงต้องรีบกลับไปหาแม่นมในหมู่บ้านอื่น ว่าแต่เด็กน้อยนี่เป็นเด็กผู้หญิงรูปทรงหน้าตาค่อนข้างคุ้นแฮะ หมู่บ้านอาเมะงาคุเระ ผมสีม่วง ตาเหลืองอ่อน ขนตาหนาและคม เธอค่อนข้างเหมือนกับอาจิไซ หนึ่งในร่างศพของเพน..."

 

 

 

แต่อาจิไซเป็นเด็กที่อยู่ในรุ่นเดียวกับพวกนารูโตะ ดังนั้นการที่เด็กทารกคนนี้จะเป็นอาจิไซคงเป็นไปไม่ได้ ไม่สิถ้าเป็นการขยับปีกของผีเสื้อแล้วละก็ คาซึยะได้แต่ครุนคิดในขณะที่เดินทางไปยังหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อคลายหิวให้ทารกน้อยเสียก่อน

 

 

 

"ไม่รู้ว่าเธอคืออาจิไซหรือไม่ แต่นี่เป็นโชคชะตาลิขิตที่ทำให้พวกเราได้พบเจอกัน จากนี้ไปเธอคืออุจิวะ อาจิไซ ลูกสาวของฉัน"

 

 

 

 

อาจิไซ

 

 

เหล่าผู้ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นร่างทรง

 

อรุณสวัสดิ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น