Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 6 (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 03:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 (4)
แบบอักษร

 

             ผมส่งไอ้เอิร์ธก่อนคนแรกแล้วตามด้วยไอ้สองตัวนั่นตามลำดับ พอกลับถึงห้องผมก็ตรงเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนแล้วกระโดดขึ้นเตียงเช็กโทรศัพท์ ดูว่าบีบีตอบไลน์ที่ผมทักไปก่อนหน้านี้มาหรือยัง แต่บีบียังไม่อ่านเลยจนกระทั่งตอนนี้ ผมทักไปถามว่าเป็นยังไงบ้าง เลี้ยงสายรหัสสนุกไหม แล้วกดส่งสติ๊กเกอร์(หมีสีน้ำตาลเอียงคออย่างสงสัย)ปิดท้าย ผมจ้องหน้าจอที่ไร้วี่แววของบีบีพักหนึ่งก่อนสลับไปดูอย่างอื่น

ในเฟซบุ๊กไม่มีอะไรใหม่ ผมไถหน้าจอแป๊บๆ ก็ปิดออกแล้วเข้าไปไล่อ่านข่าวการเมืองในทวิตเตอร์อยู่พักใหญ่ก่อนกดกลับมาที่หน้าจอหลัก ผมตั้งใจจะนอนแล้ว แต่นิ้วบังเอิญโดนหน้าจอแล้วเห็นแอปไอจีเข้าเลยกดเข้าไปดูเหมือนมีอะไรดลใจ ไอจีบีบีไม่มีอะไรอัปเดต โพสต์ที่ถ่ายกับโรตีก็หายไปด้วยเหมือนกัน ผมถ่างตาหาอยู่สองสามรอบก็ไม่เจอ สงสัยคงลบไปแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าลบทำไมก็เถอะ

ผมกลับมาที่หน้าหลักของไอจี รูปผู้ชายนั่งไขว่ห้างดีดกีตาร์ก็เด้งพรึบขึ้นมา ผมคงเลื่อนผ่านไปไม่ก็ปิดออกอย่างไม่สนใจถ้าคนในรูปนั่นไม่ใช่ไอ้ปาย แล้วแอคเคาท์ที่อัปรูปนี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นร้านไอ้ไนท์ switchtonight ผมเคยกดติดตามตอนไปเที่ยวครั้งแรกมั้ง ที่มันมีโปรฯ ติดตามไอจีแล้วได้กินเบียร์ฟรี ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แค่คนเชียร์น่ารักดี แล้วก็เห็นแก่ของฟรีนิดหน่อย  

             ผมเปิดเข้าไปดูไอจีร้านมันอย่างระงับใจไม่อยู่ อยากรู้เบาๆ ว่าทำไมไอ้ปายถึงไปนั่งจับกีตาร์อยู่ที่ร้านไอ้ไนท์  

             [รูปถ่ายปายนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงอยู่บนเวที]

switchtonight #นักร้องหล่อบอกต่อด้วย

ผมนึกถึงตอนเห็นไอ้ปายลงมาจากคอนโดไอ้ไนท์แล้วก็ยังไปกินข้าวด้วยกันหลายครั้ง เพราะเรื่องร้องเพลงนี่หรือเปล่ามันสองคนถึงอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เออแล้วนี่ผมจะมานั่งเดาเรื่องคนอื่นทำไมวะแค่เรื่องตัวเองก็ยังจะเอาไม่รอด ผมกดออกไอจีด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ลุกเดินไปปิดไฟนอน

วันต่อมา

เดือนโทรมาปลุกผมแต่เช้า บอกให้ผมไปรับแม่ที่โรงพยาบาลตอนบ่าย ผมหัวเสียนิดหน่อยเพราะยังนอนไม่เต็มอิ่ม เลยเผลอทำเสียงไม่พอใจกลับไป เป็นเชิงว่าพี่เซนก็อยู่ทำไมต้องให้กูไปด้วยวะ ก็เลยโดนเกี้ยวกราดใส่เป็นชุด หูชาตั้งแต่เช้า

ผมไม่มีอารมณ์นอนต่อแล้ว โยนโทรศัพท์ทิ้งแล้วเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวออกไปหาอะไรกินแก้แฮงก์ข้างนอก ผมวิดีโอคอลหาพวกไอ้เอิร์ธว่าจะหาเพื่อนกินข้าวสักหน่อยแต่แม่งไม่มีใครรับสักคน คงยังไม่ตื่นกัน วันนี้ไม่มีเรียนด้วย กว่าจะตื่นก็คงเกือบเที่ยง ผมโทรหาพวกมันรอบเดียวพอไม่มีใครรับก็เปลี่ยนใจโทรหาบีบีเหมือนปกติแต่ภาพเมื่อคืนก็แวบเข้ามาในหัว ผมชะงักนิ้วที่กำลังจะกดโทรออก คิดไปคิดมาขับไปหาที่หอเลยดีกว่า

ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึง ผมจอดรถเอาไว้ใกล้ๆ กับร้านซักรีดที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ขับเข้าไปข้างในเพราะยามบอกไม่มีที่จอด เลยต้องหาจอดแถวๆ นี้แล้วเดินเข้าไปเอา ผมโทรหาบีบีแต่ไม่มีคนรับ ยืนโทรอยู่หน้าหอหลายสายแต่ยังไร้วี่แวว ไลน์ก็ยังไม่ตอบตั้งแต่เมื่อคืน ผมมองประตูหอพักที่มีคนเดินเข้าเดินออกทุกห้านาทีอย่างครุ่นคิด ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าบีบีจะอยู่ที่ห้องหรือเปล่า ...แล้วเมื่อคืนขึ้นรถไปกับใคร ไปที่ไหน แล้วทำอะไรต่อ ยิ่งคิดยิ่งกระวนกระวาย ผมอาศัยช่วงที่มีคนเปิดประตูออกมาจากหอเดินสวนเข้าไปข้างใน ขึ้นลิฟต์ไปเคาะประตูห้องบีบี ...อย่างที่คิดไม่มีสัญญาณตอบรับ ทุกอย่างเงียบกริบ ผมลองโทรอีกหลายครั้ง ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีเสียงอะไรดังเล็ดลอดออกมาเลย นอกจากเสียงลมหายใจของตัวเอง

อีกหลายชั่วโมงกว่าแม่จะออกโรงพยาบาล ผมเพิ่งโทรไปคุยกับแม่หลังกลับมานั่งในรถ ต้องรอหมอเข้ามาเช็กอาการอีกทีถึงจะสามารถกลับได้ แต่เบื้องต้นพยาบาลวัดความดันให้แล้วปกติดี เลยคาดว่าน่าจะได้ออกวันนี้แค่รอหมอมายืนยันอีกที

ผมขับรถหาร้านข้าว เริ่มหิวจนตาลายแล้ว เมื่อคืนไม่ค่อยได้กินอะไรนอกจากเบียร์ ตอนนี้เลยรู้สึกโหวงหวิว ปั่นป่วนในท้อง แล้วก็มึนหัวหน่อยๆ ถ้าได้กินอะไรร้อนๆ ก็น่าจะดีขึ้น ผมเข้าร้านแรกที่เห็นเพราะขี้เกียจเลือก มาคนเดียวจะอะไรมาก แถมมีที่จอดรถว่างข้างหน้าพอดี ดูเหมือนร้านที่ผมเลือกจะเป็นร้านที่ดีที่สุดในย่านนี้ ย่านคอนโดไอ้ไนท์... พ่อง ขับเลยมาถึงนี่ได้ไงวะ ในหัวผมไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากหาร้านกินข้าวจริงๆ โว้ย ผมสาบานให้ฟ้าผ่าตายก็ได้  

“.....”

ผมเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ อากาศข้างในเย็นสบายและมีเสียงดนตรีคลาสสิกดังคลอเบาๆ แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกเหมือนได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“เชิญข้างในเลยครับ” เสียงคนที่ยืนอยู่หลังแคชเชียร์เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง ผมสบตากับผู้ชายคนนั้นแล้วยิ้มตอบเบาๆ ก่อนมองหาโต๊ะนั่งเหมาะๆ

ร้านไม่ใหญ่มาก ขนาดเท่ากับห้องแถวกว้างๆ หนึ่งห้อง ที่นั่งมีทั้งโต๊ะกลมและที่เป็นบาร์หันหน้าเข้าหาผนัง มีฝั่งหนึ่งที่ติดกระจก มองทะลุวิวด้านนอกได้ น่าจะเป็นมุมที่ดีที่สุดของร้าน น่าเสียดายมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ผมเบือนหน้าไปทางผนังอีกฝั่ง กำลังจะเดินไปนั่ง คนที่นั่งโต๊ะติดกระจกก็หันมามองพอดี ผมชะงัก เมื่อรู้ว่ามันคือไอ้ไนท์ ก็ว่าทำไมข้างหลังดูคุ้นแต่ผมไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดบังเอิญเจอมันติดๆ กันหลายครั้งแบบนี้ เลยไม่ได้ใส่ใจมองให้ดีก่อน ถ้ารู้ว่ามันอยู่ในร้านแต่แรกมีเหรอที่ผมจะเดินเข้ามาให้เสียอารมณ์

ผมมองสบตามันในเวลาสั้นๆ ก่อนเลื่อนสายตาไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นสมองผมกำลังใคร่ครวญอย่างหนักว่าจะเดินหนีไปหรืออยู่ที่ร้านนี่ต่อ สุดท้ายผมก็ไม่ยอมเสียหน้าบวกกับความหิวมันเรียกร้องทำให้เท้าผมหนักอึ้งเกินกว่าจะถอยหลังกลับ เดินมานั่งติดผนังอีกฝั่งตามที่ตั้งใจ ไม่นานพนักงานหญิงที่แต่งตัวด้วยชุดเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำ ผูกผ้ากันเปื้อนที่เอว กับสวมหมวกกันเส้นผมร่วงก็เอาเมนูมาให้ผม ตลอดเวลาที่สั่งอาหารและนั่งรอ ผมกดดันตัวเองไม่ให้ไปมองทางไอ้ไนท์ เกร็งจนเมื่อยคอกับไหล่ไปหมด

ไอ้ไนท์มันไม่ได้อยู่คนเดียว มีอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ มัน แต่ผมไม่รู้ว่าใครเห็นแค่แผ่นหลังแวบๆ ไม่ได้ตั้งใจมอง อาจจะเป็นไอ้ปาย... แต่ก็อีกนั่นแหละ เพราะไม่แน่ใจถึงได้รำคาญไม่หายสักที

อาหารถูกยกมาเสิร์ฟ ผมนั่งกินเงียบๆ จนได้ยินเสียงเลื่อนขาเก้าอี้สองตัวดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน

“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูจ่ายเอง” เสียงไอ้ไนท์พูด ผมอดหันไปมองไม่ได้ ทำให้เห็นหน้าคนที่อยู่กับมัน ไม่ใช่ไอ้ปาย... แต่เป็นน้องชายมัน ผมเคยเห็นตอนไปผับครั้งเดียว ปกติคงจำไม่ได้ในทันที แต่เล่นยืนคู่กันแบบนี้ แถมยังมีเบ้าหน้าคล้ายคลึงกัน เป็นใครก็คงดูออกว่าพวกมันสองคนเป็นญาติพี่น้องกัน ถึงน้องมันจะหน้าคมเข้มและตัวสูงใหญ่กว่าก็เถอะ ผมดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็วหลังรู้ว่าไม่ใช่ไอ้ปาย บรรยากาศรอบตัวก็ดูปลอดโปร่งขึ้นมาแปลกๆ ความรู้สึกเกร็งที่กดทับอยู่ตามบ่ากับคอก่อนหน้านี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ผมตัวเบาขึ้นจริงๆ นะ คงเพราะได้กินข้าวเช้าแล้วนั่นแหละถึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”

เสียงพนักงานที่แคชเชียร์กล่าวขอบคุณ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงประตูปิดตามหลังต่อด้วยความเงียบ ไม่มีอะไรการเคลื่อนไหว หนึ่งนาที... สองนาที... สามนาที... ผมหันกลับไปมองด้านหลังอย่างใจหาย ไม่เห็นอะไรนอกจากความว่างเปล่า อย่างกับว่าผมผิดหวังที่ไอ้ไนท์มันออกจากร้านไปง่ายๆ โดยไม่อะไรกับผม ทั้งที่ปกติมันชอบมาวุ่นวาย แล้วทำไมกูต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยวะ แม่ง!

 

  

 

 

  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น