เหมียวมิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 : เข้าใจผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : เข้าใจผิด

คำค้น : ลม วายุ หนูกุล กุลสตรี เมียหมอ ขี้อ่อย nc 25+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : เข้าใจผิด
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 6 : เข้าใจผิด 

 

 

 

“เป็นยังไงบ้างคะ?” แซนดี้ถามออกมาเป็นประโยคแรก หลังจากที่กุลสตรีเปิดประตูห้องเข้ามา 

เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับ หลังจากสุมหัวกับกุลสตรีคิดวิธีสารภาพความในใจกันอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็ได้เวลาและจังหวะที่เหมาะสม กุลสตรีเลือกร้านนั่นเอง ส่วนเธอก็คอยช่วยเรื่องไม่ให้มีภาพหลุดออกไป เพราะไม่ต้องการให้มีข่าวดังก่อนที่ทุกอย่างจะลงตัว 

“หนูกุล...” แต่สภาพไร้เรี่ยวแรงของน้องสาวทำให้แซนดี้ใจหาย เธอรีบปรี่เข้าไปประคองร่างบางไว้ ก่อนจะจับจูงเธอไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ “ทำไมทำหน้าแบบนั้นคะ?” 

พอถูกถามเข้า น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมาทันที แซนดี้ตกใจกว่าเดิมแต่ทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวไปจี้ใจกุลสตรีอีก 

แต่ถ้าให้เดา... น้องสาวเธอคงโดนปฏิเสธมาใช่ไหม? 

ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะรักษาน้ำใจกันบ้าง รู้จักกันมาตั้งนานนมไม่น่าหักหาญน้ำใจกันได้ลงคอ 

“พี่แซนดี้...” กุลสตรียอมพูดออกมาเป็นประโยคแรก แซนดี้ได้ยินแบบนั้นก็รีบดึงร่างบางเข้ามากอด “มันพังแล้วค่ะ มันพังแล้ว... ฮึก” 

“ไม่เป็นไรนะคะ” แซนดี้ลูบผมลูบหลังน้องสาวแผ่วเบา นึกแค้นวายุที่ทำให้น้องของเธอต้องเสียใจและเสียน้ำตาแบบนี้ “ผู้ชายดีๆ มีอีกตั้งเยอะ ไม่ต้องไปเสียดาย สวยๆ แบบน้องกุลหาใหม่ได้สบายค่ะ” 

“...หาใหม่อะไรคะ?” กุลสตรีรีบยกศีรษะออกจากอกอิ่ม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน 

อย่าบอกนะว่าพี่แซนดี้จะยุให้เธอตัดใจอีกแล้ว ทั้งๆ ที่เธอสารภาพรักและประกาศว่าจะจีบอาลมไปแล้วนี่นะ? 

“ก็เขาปฏิเสธหนูกุลไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเขาปฏิเสธแบบนี้หนูกุลก็ตัดใจเถอะค่ะ รั้งไปก็มีแต่เราที่จะเสียใจ” 

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” กุลสตรีรีบยกมือขึ้นห้าม เหมือนว่าพี่แซนดี้จะเข้าใจผิดไปใหญ่โตเพราะเห็นเธอร้องไห้สินะ... “อาลมไม่ได้ปฏิเสธหนูกุลนะคะ” 

“อ้าว... แล้วหนูกุลร้องไห้ทำไมคะ?” 

“หนูกุลร้องไห้เพราะเมื่อคืนดันดื่มไวน์เกินลิมิตตัวเอง พอสารภาพเสร็จปุ๊ปไม่ทันได้ทำอะไรก็ร้องไห้ให้อาลมพาไปอ้วกทันที แล้วก็ต้องรบกวนอาลมหิ้วปีกกลับบ้านอีก มันน่าอายจะตายไปค่ะ... แทนที่จะได้สร้างแต่ความทรงจำดีๆ แท้ๆ” 

แซนดี้อ้าปากค้างกับเหตุผลที่ทำให้กุลสตรีร้องไห้ เธอคิดว่าวายุปฏิเสธน้องสาวเธอเสียอีก ต่อว่าเขาในใจไปเสียเยอะ ที่แท้เป็นเพราะหนูกุลอ้วก! 

ก็ยังดี... ถึงตอนนี้หน้าจะแตกจนละเอียดยิบ แต่อย่างน้อยหนูกุลของเธอก็ไม่ได้เสียใจเพราะถูกปฏิเสธกลับมา 

“พี่แซนดี้ลองนึกภาพสิคะ มีคนมาสารภาพรักกับพี่ บอกจะจีบพี่ แต่หลังจากนั้นก็ร้องไห้โฮเพราะเมาเละอยากอ้วก จนพี่ต้องพาเขาไปห้องน้ำและพาไปส่งที่บ้านด้วยสภาพน่าเกลียดๆ อีก หมดกัน... หนูกุลอยากจะร้องไห้ให้น้ำตาหมดตัวไปเลย!” 

“ไม่ต้องร้องนะคะๆ” แซนดี้รีบเอ่ยปลอบใจ จริงๆ พอนึกภาพตามมันก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมกุลสตรีถึงได้ร้องห่มร้องไห้เหมือนถูกปฏิเสธมาแบบนี้ แต่เธอต้องหยุดน้ำตาที่ไหลพรากๆ นี้ให้ได้เสียก่อน บ่ายนี้หนูกุลมีคิวถ่ายซีรียส์ จะตาบวมเป่งไปกองไม่ได้เด็ดขาด 

“ไม่เป็นไรนะคะ ถือว่าเป็นบททดสอบไง ต่อไปถ้าคบหากัน แต่งงานกันไป เขาไม่มีทางที่จะได้เห็นแค่ด้านสวยๆ ของหนูกุลแน่นอน เห็นด้านแย่ๆ กันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ดีค่ะ หนูกุลจะได้รู้ว่าเขารักหนูกุลที่สวยเพอร์เฟกต์ เป็นกุลสตรีซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง หลานสาวเจ้าของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ท็อปสามในประเทศ หรือรักหนูกุลที่เป็นแค่คนทำธรรมดา มีด้านที่สวยและด้านที่พังบ้างกันแน่” 

“แต่มันน่าเกลีบด ถ้าเกิดว่าอาลมรับไม่ได้...” 

“ถ้ารับไม่ได้ก็อย่าเอามาเป็นพ่อของลูกค่ะ! ตอนท้องหนูกุลก็ต้องอ้วกเหมือนกัน แค่นี้รับไม่ได้ต่อไปเมียแพ้ท้องจะทำยังไง!?” แซนดี้ขึ้นเสียงดัง เดือดร้อนเหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง ไม่ได้รับรู้เลยซักนิดว่ามีคนนั่งหน้าแดงก่ำ กลั้นยิ้มจนแก้มจะระเบิดอยู่แล้ว 

“พ่อของลูกอะไรกันคะพี่แซนดี้ หนูกุลไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นเสียหน่อย” 

หญิงสาวปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้างุดๆ เพราะเขินจนทำอะไรไม่ถูก 

“ไม่ได้คิดจริงอ้ะ” แซนดี้แกล้งขยับเบียดอีกฝ่าย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อกรุ้มกริ่ม พอเห็นอีกฝ่ายหยุดร้องไห้ได้เธอก็เบาใจ 

“บ้า! ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ หนูกุลไปอาบน้ำดีกว่า” 

"เขินเหรอคะ?" 

"หึ้ย! พี่แซนดี้น่ะ!" 

พูดจบหญิงสาวก็รีบเดินหนีเข้าห้องส่วนตัวไป เธอเขินจะตายอยู่แล้ว พี่แซนดี้ก็ยังมาแกล้งกันอีก 

ปัง! 

หลังจากหนีเข้ามาในห้องได้สำเร็จ กุลสตรีก็ยืนพิงบานประตูสีเข้มไม่ยอมก้าวไปไหน เธอหลุดยิ้มกว้างออกมาเมื่ออยู่คนเดียว แค่ได้สารภาพความในใจก็มีความสุขขนาดนี้แล้ว ไม่อยากคิดถึงตอนที่ได้คบกันเลย 

แม้จะยังไม่มั่นใจว่าอาลมคิดยังไงกับเรื่องนี้ แต่เธอก็รู้สึกโล่งใจ และมีความสุขอยู่ดีที่ได้บอกมันออกไปเสียที 

และหลังจากนี้เป็นต้นไป เธอก็จะได้เดินหน้าจีบอาลมอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่รอคอยมาสี่ปีเต็มๆ ยังไงอาลมหนีเธอไม่รอดหรอก เธอมั่นใจ 

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่วายุไม่สามารถแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้ 

วันนี้เขาเหม่อลอยหลายครั้ง โชคดีที่ไม่ได้มีตรวจคนไข้ ไม่อย่างนั้นเขาไม่อยากคิดเลยว่ามันจะสร้างความเสียหายได้ขนาดไหนถ้าเขาเหม่อจนวินิจฉัยโรคผิด 

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะหมอลม?” สิตาเป็นคนแรกที่กล้าถามออกมา หมอวายุคนเมื่อวานกับวันนี้เหมือนเป็นคนละคนกัน วันนี้เขาดูมีเรื่องให้ต้องคิดมาก พูดน้อย และเงียบขรึมจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ 

“เปล่าครับ” 

“แต่วันนี้คุณดูเหม่อ... อ๊ะ! เดี๋ยวนะคะ” สิตาแย้งได้ไม่ทันจบ เสียงเรียกเข้าของมือถือก็ทำให้เธอต้องหยุดคำพูดทุกอย่างลงเสียก่อน “ว่าไงธัน ถึงแล้วเหรอ? อยู่ตรงไหน โอเค พี่เห็นละ คุยกับเพื่อนก่อน เดี๋ยวเดินไป อืม” 

หลังจากพูดคุยไม่ถึงนาทีสิตาวางสาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้วายุจนตาปิด 

“สามีน่ะค่ะ เขาแวะมารับ” สิตาบอกโดยที่วายุไม่ได้ถาม แต่เธอไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าเธอเพิ่งสะโสดไป ก่อนวายุเข้ามาทำงานแค่เดือนเดียวเอง ถึงไม่รู้วันนี้วันหน้าวายุก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะสามีเธอมารับมาส่งที่โรงพยาบาลบ่อยๆ 

เป็นวายุที่เหวอไปเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเธอจะพูดเรื่องส่วนตัวออกมาโต้งๆ แบบนี้ แต่พอได้รู้นิสัยที่เป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรจุกจิกก็ทำให้วายุพอจะเข้าใจได้ 

เธอคงไม่คิดอะไรมากจริงๆ เรื่องแต่งงานแม้จะค่อนข้างส่วนตัวแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่บอกใครไม่ได้ 

“แล้วนี่หมอลมกลับบ้านยังไงคะ?” 

“รถไฟฟ้าน่ะครับ” 

“อ๋อ... ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางปลอดภัยค่ะ” 

“เช่นกันนะครับ” 

“ค่ะ” สิตาส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังและเดินจากไป เป้าหมายคือรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล 

วายุมองตามจนร่างบางขึ้นรถคันหรูไปเขาจึงออกเดินบ้าง เป็นเรื่องราวดีๆ ที่โรงพยาบาลกับสถานีรถไฟฟ้าอยู่ห่างกันไม่ถึงสองร้อยเมตร ทำให้เขาไม่ต้องรอรถเมล์ที่ไม่เคยมาตรงเวลาให้เสียเวลา และจะให้เขาซื้อรถในสภาพการจราจรแบบนี้เขาก็คงไม่ไหว กว่าจะถึงบ้านก็คงดึกดื่น 

เมื่อขึ้นมาอยู่บนรถไฟฟ้าที่คล้ายปลากระป๋องเข้าไปทุกวันเรียบร้อยแล้ว วายุก็มีเวลาได้คิดอะไรที่มันค้างคาอยู่อีกครั้ง 

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเขาจำได้ดีทุกอย่าง ตั้งแต่ข้อความแปลกๆ ดินเนอร์ริมน้ำ เต้นรำ คำสารภาพ รวมถึงสภาพที่กุลสตรีเมามายและอาเจียนในห้องน้ำจนหมดคราบคนดัง เขาจำได้... และมันก็รบกวนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลาจนทำงานไม่รู้เรื่องทั้งวัน 

ส่วนคนต้นเรื่องน่ะเหรอ? ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คงลืม เหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วนั่นแหละ... 

เรื่องที่เกิดขึ้นสี่ปีที่แล้วยังอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ คืนนั้นเธอขโมยจูบเขา หลังจากนั้นก็หายไปเงียบๆ พอเขาไปเรียนต่อก็ไม่เคยติดต่อไปหาไม่เหมือนตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน ทำเหมือนว่าเขาเป็นแค่ของเล่นที่เธอเบื่อแล้ว และเธอก็คงเจอของเล่นใหม่ที่ถูกใจกว่าถึงได้ลืมกันเสียสนิท 

แต่ถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ แล้วทำไมเมื่อวานเธอถึงได้พูดอะไรแบบนั้นอออกมา วายุอยากรู้ อยากถามว่าเธอพูดเพราะรู้สึกจริงๆ หรือแค่อยากกลับมาเล่นกับของเล่นชิ้นนี้อีกครั้ง? 

แต่มันจะเป็นจริงได้ยังไง กุลสตรีน่ะเหรอจะมารักคนที่ไม่มีอะไรเลยแบบเขา? เขาคงเป็นแค่ของเล่นที่เธออยากกลับมาเล่นด้วยก็เท่านั้น 

บางทีวายุก็ต้องทำใจให้ชิน ตราบใดที่ยังต้องอาศัยบ้านหลังนั้นอยู่ เขาก็ต้องยอมเป็นของเล่นให้กับลูกหลานของท่านเพื่อเป็นการตอบแทนบ้าง อย่างน้อยคนที่บ้านหลังนั้นก็ทำให้เขามีทุกวันนี้ได้ 

แต่เล่นกับความรู้สึกแบบนี้มันไม่สนุกเลย 

ไม่สนุกซักนิด 

 

 

 

ฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดไปไกล แต่อีกฝ่ายกลับอารมณ์ดีจนฮัมเพลงได้ทั้งวัน ผู้กำกับสั่งในทำอะไรเธอก็ทำไม่อิดออด แม้แต่ตอนที่เห็นหน้าอคินเธอก็ไม่อารมณ์เสียเหมือนเคย 

“อารมณ์ดีมาจากไหน?” กุลสตรีเบรกตัวโก่ง เมื่อร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งนึกถึงมายืนดักอยู่ตรงหน้า เขากอดอกมองมาที่เธอนิ่งๆ ใบหน้าบึ้งตึงเหมือนโมโหใครมา 

“ฉันต้องตอบไหม?” 

“เพราะแฟนเหรอ?” 

“งั้นมั้ง” กุลสตรีขอโทษเพื่อนสนิทในใจรอบที่ร้อยที่ดึงมันมาเป็นแฟนกำมะลอแบบนี้ เอย เพื่อนของเธอเป็นแค่เพื่อนสนิ๊ทสนิทที่รู้จักกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไปไหนมาไหนกันบ่อยจนเกิดข่าวซุบซิบอยู่ซักพัก แต่พอเธอบอกว่าเป็นแค่เพื่อน ข่าวคราวก็ซาไปเอง 

เหลือแต่ผู้ชายตรงหน้าเธอนี่แหละ ไม่รู้ปักใจเชื่ออะไรนักหนาว่าเอยเป็นแฟนเธอ แถมยังชอบพูดถึงเอยบ่อยๆ อีก เวลาที่เอยมารับเธอเขาก็ทำท่าทางไม่สบอารมณ์ และมองเอยด้วยสายตาแปลกๆ 

หรือว่า... 

กุลสตรีมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย 

“อยากรู้จักกับเอยไหมล่ะ วันนี้เอยมาหาฉันพอดี เลิกกองแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหม หรือนายไม่ว่าง?” 

“ว่างสิ” อคินตอบแทบไม่ต้องคิด เป็นครั้งแรกที่กุลสตรียอมไปไหนมาไหนกับเขานอกเวลางาน แม้จะมีไอ้หน้าอ่อนนั่นไปด้วยก็เถอะ 

ช่างประไร ทำเหมือนว่ามันเป็นอากาศธาตุไปก็จบ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ชายอ้อนแอ้นแบบนั้นจะดูแลแฟนตัวเองแบบไหน หรือสุดท้ายแล้วต้องให้ผู้หญิงดูแลตัวเองกันแน่ 

“อื้อ เลิกงานค่อยว่ากันอีกที” 

 

 

 

เมื่อผู้กำกับสั่งเลิกกอง นักแสดงที่อยู่จนถึงสี่ทุ่มก็แยกตัวกันทันที บางคนมีงานต่อ บางคนมีธุระ บางคนก็แค่อยากรีบกลับไปนอน 

ส่วนกุลสตรีอยากส่งข้อความหาอาลมแทบแย่ แต่แค่เธอหยิบมือถือขึ้นมา ยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความหาคนที่คิดถึง แขกไม่ได้รับเชิญก็เดินเข้ามาหาเสียก่อน 

“แฟนเธอมาหรือยัง?” 

กุลสตรีลดมือถือลง ผู้ชายคนนี้น่ารำคาญจริงๆ ขนาดวันนี้เธออารมณ์ดียังทำให้รำคาญจนได้ เดินเข้ามาไม่ดูเวล่ำเวลาเลย 

“ยัง” กุลสตรีต้องจำใจกดออกจากแชทของอาลม และกดโทรออกหาเพื่อนสนิทที่ยังมาไม่ถึงเพื่อตัดปัญหาวุ่นวาย นึกโกรธตัวเองแต่นึกอะไรอยู่ก็ไม่รู้ถึงได้ชวนอคินไปกินข้าวด้วยกันแบบนี้ “อยู่ไหนแล้วเอย... โอเคจ้ะ เจอกัน” 

หญิงสาวหย่อนมือถือเข้ากระเป๋าทันทีที่คุยเสร็จ เธอยักไหล่ให้ผู้ชายตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำไป 

เมื่อเดินออกมาถึงประตูหน้าบ้านที่เธอมาถ่ายทำ รถสีดำคุ้นตาก็แล่นเข้ามาจอดพอดี กุลสตรีเปิดประตูด้านข้างคนขับ ก่อนจะก้มลงไปพูดคุยกับคนที่อยู่ภายในอย่างสนิทสนม 

“วันนี้อคินเขาจะไปกินข้าวด้วย เอยสะดวกหรือเปล่า?” 

“เอาสิ” 

เสียงเล็กทุ้มตอบกลับมา อคินที่ยืนห่างออกไปได้ยินชัดเจน เสียงเล็กเสียงน้อยเหมือนผู้หญิง ผู้ชายแบบนี้น่าสนใจตรงไหน 

“นายนั่งหน้ากับเอยละกัน” หญิงสาวหันกลับมาบอกแขกที่เธอเชิญเองกับมือ เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่าสะดวกหรือเปล่า 

“ได้ ไม่มีปัญหา” 

อคินยักไหล่ เขาก้าวขึ้นนั่งข้างคนขับทันทีที่กุลสตรีเข้าไปนั่งทางตอนหลัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาทักทายเขาเป็นอย่างแรก ไม่ใช่กลิ่นของกุลสตรี ไม่ใช่กลิ่นของเขา 

แปลว่าเป็นกลิ่นของเจ้าของรถคันนี้ 

อคินอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แฟนของกุลสตรีอยู่ในชุดเรียบร้อยเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป ผิวขาวสว่าง ผมสีดำยาวระต้นคอทำให้ดูบอบบางกว่าชายทั่วไป ดูยังไงก็ไม่เหมือนผู้ชายที่จะมีแฟนแบบกุลสตรีแม้แต่น้อย 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เอยหาจังหวะที่ติดไฟแดงหันมาทักทายพระเอกสุดฮอตด้วยรอยยิ้มเขินๆ “ผมเป็นแฟนคลับคุณนะ” 

“เอ่อ... ขอบคุณครับ” 

อคินทำตัวไม่ถูก อันที่จริงเขาไม่ค่อยชอบหน้าผู้ชายคนนี้เท่าไหร่ แต่พอมาพูดดีด้วยแบบนี้จะให้ด่ากลับก็คงจะน่าเกลียดเกินไป... 

กุลสตรีลอบมองอคินจากเบื้องหลัง ท่าทีแปลกๆ ของเขาตอกย้ำให้เธอมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองเพื่อนบ้าง รายนั้นเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะได้เจอพระเอกคนโปรดอย่างใกล้ชิด 

เกิดมาไม่เคยเป็นแม่สื่อให้ใคร ลองดูซักครั้งคงไม่เป็นไร.. เผื่อผลของความดีที่เธอทำไปจะทำให้อาลมใจอ่อนให้เธอเร็วๆ บ้าง 

เมื่อไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว กุลสตรีก็ละความสนใจจากสองคนตรงหน้ามาที่มือถือ ข้อความที่เธอเพิ่งส่งไปยังไม่ถูกเปิดอ่านในทันที แต่หลังจากนั้นไม่ถึงสองนาทีสถานะของข้อความก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว 

‘อาลมนอนหรือยังคะ? หนูกุลเพิ่งเลิกงาน กำลังจะไปทานข้าวกับเอย แล้วก็อคิน’ 

กุลสตรีไม่รู้ว่าการส่งข้อความรายงานตัวนั้นทำให้คนที่กำลังจะหลับดีดตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง วายุหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง ตาก็จ้องมองข้อความนั้นและอ่านมันซ้ำๆ 

เอย.. เขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของกุลสตรี ก่อนเขาไปเรียนเมืองนอกก็ได้เจอกันอยู่หลายครั้ง เอยเป็นผู้ชายที่อ่อนหวานกว่ากุลสตรีด้วยซ้ำ ทั้งยังนิสัยดี อาดินเองก็เอ็นดูเหมือนลูกอีกคน ไว้ใจให้กุลสตรีไปไหนมาไหนด้วยเป็นประจำ 

แต่อคินนี่ใคร? ทำไมชื่อนี้ไม่อยู่ในความทรงจำของเขาเลย 

ไม่สิ มันคุ้นๆ อยู่ในความรู้สึก แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหน? 

‘เลิกงานดึกนะครับ ดูแลตัวเองดีๆ’ 

วายุส่งกลับไปแบบนั้น สถานะของข้อความขึ้นอ่านหลังจากนั้นไม่นาน แต่กลับไม่มีข้อความจากคนที่เพิ่งเลิกงานตอบกลับมาแม้แต่ข้อความเดียว จนเวลาล่วงเลยไปเป็นชั่วโมงทุกอย่างก็ยังคงเงียบกริบ 

คืนนั้นเป็นคืนแรกในชีวิตที่วายุหลับคามือถือ และตื่นขึ้นมาพร้อมมือถือที่ยังวางอยู่บนอก เขาเปิดข้อความที่คุยค้างไว้เมื่อคืนดูเป็นอย่างแรก แต่ก็ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ข้อความสุดท้ายในหน้าแชทนั้นคือข้อความของเขาที่ถูกเปิดอ่านแล้ว แต่ปลายทางไม่ได้ตอบกลับมา 

จู่ๆ ลมที่เคยพัดเอื่อยๆ อย่างวายุก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา กุลสตรีจะปั่นหัวเขาไปถึงเมื่อไหร่กัน? 

 

 

 

 

 

หนูกุลอุตส่าห์จีบดีๆ ก็ดั๊นนนเข้าใจผิดไปซะไกล อย่าให้หนูกุลต้องใช้ไม้แข็งนะคะ ซื่อ(บื้อ)อะไรขนาดนั้น 

แต่ซื่อบื้ออีกไม่นานหรอกค่ะ คนอ่านต้องเห็นใจเจ้าลมหน่อย เด็กๆ ก็อยู่แต่กับชมพู่ไม่เคยมีแฟน โตมาก็สนใจแต่เรียน ประสบการณ์ความรักคือศูนย์ แต่ถ้าได้เปิดประสบการณ์เมื่อไหร่รับรองว่าหนูกุลสู้ไม่ไหวแน่ๆ 

อยากเห็นภาพลมชัดๆ ให้คิดถึงสายลมที่พัดช้าๆ เอื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรดูค่ะ ประมาณนั้นอะค่ะคาแรกเตอร์พระเอก5555 

เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น