เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 33

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 33

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2562 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 33
แบบอักษร

33  

  

  

  

“ทำไมมันถึงโดนยิงได้วะ กูจำได้ว่าน้องกูไม่ใช่พวกมีเรื่องกับใคร” กราฟยืนถาม ขณะจ้องมองเพลิงที่นอนสลบอยู่บนเตียงคนไข้ ก่อนจะแพลนสายตาไปหาพีคที่นั่งกุมมือเพลิงอยู่ข้างๆ  

“ความผิดกูเองแหละ เพราะกู ไอ้เพลิงถึงได้โดนลากมาเจออะไรแบบนี้” พีคพูดบอกกราฟอย่างรู้สึกผิด พลางขบกรามแน่นโมโหตัวเองยามนึกถึงเรื่องเมื่อวันวาน ถ้าเขามาเร็วกว่านี้บาดแผลที่ตัวเพลิงอาจจะไม่มีเลยก็ได้  

“เฮ้ย อย่าโทษตัวเองดิ ยังไงมึงก็ช่วยมันส่งหมอทันนะ แล้วคดีมึงได้คุยกับตำรวจยัง แล้วศัตรูมึงนี่ใคร?” กราฟถามสิ่งที่สงสัย เพราะเขาแอบโมโหคนที่ทำให้เพลิงต้องเป็นแบบนี้เหมือนกัน   

“มึงจำไอ้ฮิวโก้ได้มั้ย ไอ้ผีพนันที่แม่งเสียเงินให้ร้านกูบ่อยๆ” พีคเกริ่นขึ้น   

“อ่า จำได้ มึงบ่นกับกูบ่อยอยู่” กราฟพูดพร้อมพยักหน้าเมื่อนึกออก  

“มันมีช่วงนึง มันมาเล่นพนันกับมาเฟียนอร์เวย์แล้วแม่งเล่นแบบหมดหน้าตัก เพราะฝั่งนู่นเขาเดิมพันสูงมากถ้าเกิดไอ้ฮิวโก้มันชนะ แต่ปรากฏว่ามันแพ้ พอมันแพ้แล้วมันเสือกโกรธไม่ยอมจะเล่นเอาชนะให้ได้ มันลงทุนถึงขั้นเอาโฉนดที่ดินสนามแข่งมันมาขายฝากกับกูเพื่อแลกเงิน แล้วด้วยความที่เป็นกูอ่ะ อะไรที่มันมีผลพลอยได้กับกู กูก็เอา กูยอมจ่ายเงินเป็นล้านๆแลกกับที่ดินของมัน เพราะกูคิดไว้แล้วว่ายังไงมันก็ต้องแพ้ แล้วหาเงินคืนกูไม่ทันตามกำหนดแน่ๆ ตามจริงตอนนี้สนามที่มันอยู่ต้องเป็นของกูแล้วด้วย แต่กูก็ยังใจดีเลื่อนให้มันหาเงินมาไถ่โฉนดคืนอีกสักหน่อย แต่ใครจะรู้ว่าแม่งจะลอบกัดกูซะขนาดนี้”  ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห พีคขมวดคิ้วขบกรามแน่นกว่าเดิม ยิ่งเห็นรอยช้ำบนใบหน้าเพลิงยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงสิ่งที่พวกมันทำ   

“แล้วนี่มึงจะจัดการมันยังไง คุยกับตำรวจยัง” กราฟถามพีคต่อ  

“หึ กูมีวิธีจัดการของกูเอง ส่วน ตำรวจกูพึ่งสั่งให้ไอ้โต้งกับไอ้ดิวจัดการส่งหลักฐานให้เรียบร้อย แต่กูไม่ได้ส่งเรื่องให้พวกตำรวจที่สน.แถวนั้นหรอก” พีคตอบเสียงเรียบ  

“เอ้า แล้วมึงส่งให้ใคร” กราฟถึงกับย่นคิ้วงง จำได้ว่าตำรวจที่เข้าไปช่วยพีคในตอนนั้นอยู่สน.เขตที่พีคทำงานอยู่ แล้วทำไมจู่ๆพีคถึงส่งเรื่องไปที่อื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีตั้งแต่แรก  

“ไอ้หมวด” พีคตอบสั้นๆ พลางเงยหน้าหันมาหากราฟที่กำลังทำหน้านึกอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ๆ   

“ไอ้หมวดนี่... ไอ้รุจหรอ!” กราฟเหมือนจะตกใจเมื่อนึกชื่อของใครบางคนได้ และไม่คิดด้วยว่าพีคจะยังติดต่อกับรุจอยู่  

“เออ ไอ้รุจ มึงจะตกใจทำไม นั่นเพื่อนมึง” พีคย่นคิ้วพูดเมื่อเห็นท่าทางเพื่อน  

“ไม่..คือ ที่ตกใจนี่กูไม่คิดว่ามึงจะติดต่อกับมันอยู่ มันย้ายลงใต้ได้เมียที่นู่นไปแล้วไม่ใช่หรอวะ” กราฟยังคงถามอย่างสงสัย จนพีครอบถอนหายใจให้กับความไม่รู้ของกราฟ  

“มันหอบลูกหอบเมียย้ายขึ้นมาแล้วมั้ยล่ะ คนหายจากกรุ๊ปไลน์น่าจะเป็นมึงมากกว่ามันนะ ขนาดไอ้ดลที่เอาแต่หมกตัวอยู่ที่ร้านยังรู้เลย แล้วการที่กูติดต่อมันอยู่เนี่ย มึงอย่าลืมว่าร้านกูทำอะไร เวลามีปัญหาก็ได้มันกับพ่อมันเนี่ยแหละช่วย” พีคพูดถึงเหตุผลที่ยังติดต่อเพื่อนอีกคนที่ดูเหมือนจะไม่มีบทในกลุ่มของพวกเขา อาจเป็นเพราะหลังเรียนมหาลัยได้สองปีรุจได้ย้ายออกไปสอบเรียนนายร้อยตำรวจใหม่ด้วยเส้นสายของพ่อ หรือพูดอีกอย่างโดนพ่อบังคับ หลังจากไปเรียนนายร้อยทำให้รุจเริ่มติดต่อกับพวกเขาเป็นช่วงๆ ก่อนจะหายวับไปเมื่อถูกสั่งให้ประจำการลงใต้ ไม่แปลกที่กราฟจะลืมเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อมา แต่กับพีคเขาต้องติดต่อกับรุจอยู่ตลอดเนื่องจากธุรกิจของตัวเองและเพราะพ่อของรุจ งานของพีคจึงรอดมาได้ถึงทุกวันนี้  

“ได้มันช่วยก็ดี มึงจะได้ไม่ลำบากไปฆ่าใครให้ติดคุกเล่น เพราะกูเองก็ขี้เกียจไปซื้อเกี๊ยวน้ำเยาวราชไปฝากมึงในคุกเหมือนกัน หึหึ” กราฟแกล้งแซะพลางยกยิ้มขำในลำคอเมื่อนึกถึงพีคในอดีต คนถูดพาดพิงถึงกับยกยิ้มตาม  

“กูไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงคุกเล่นแบบนั้นหรอก กูยังมีคนให้กลับมาดูแลอยู่” แม้ปากจะยิ้มจนเหมือนดูพูดเล่นกับกราฟ แต่น้ำเสียงที่สื่อออกมากลับจริงจังและจริงใจเมื่อพีคหันหน้ากลับไปหาเพลิงที่นอนหลับอยู่บนเตียง   

“หึ ตอนแรกทำเป็นเท สุดท้ายก็หลงน้องกูจนเทไม่ลง แต่เอาเถอะ เห็นมึงเป็นแบบนี้กูก็สบายใจ ...กูไม่อยู่เป็นก้างละ เดี๋ยวต้องไปรับแก้มมาบ้านต่อ ฝากดูน้องกูดีๆล่ะ เข้าใจ๊? อ่อ ถ้าพี่กันย์มามึงก็เตรียมคำถามอะไรให้เรียบร้อยล่ะ เห็นใจดีๆแบบนี้แต่สันดานรักน้องไม่ต่างจากมึงเท่าไร ไปล่ะ” เหมือนแกล้งทิ้งบอมบ์ให้พีคเกิดความรู้สึกกลัวพี่ของเขา แต่พีคกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด กลับยกยิ้มหัวเราะขำในลำคอด้วยซ้ำ เพราะเขาตั้งใจไว้แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆ พีคคงไฝว้สู้เพื่อให้ได้เพลิงกลับมาเต็มที่  

“หึหึ คิดว่ากูจะกลัวหรอไง”   

  

เวลาผ่านไปนานพอสมควร แต่พีคยังคงนั่งเฝ้าเพลิงไม่ไปไหน อาจจะมีแวะออกไปเดินยืดเส้นยืดสายบ้างยามที่พวกเพื่อนเพลิงมาเยี่ยม และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่พีคเห็นเพื่อนสนิทเพลิงคนอื่นนอกจากท็อป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเอกที่เคยถูกเพลิงใช้อ้างในการหนีออกมาข้างนอก แต่ประเด็นนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่เขาไม่ใส่ใจไปแล้ว เพราะในอกกลับมีความรู้สึกอื่นเข้ามาทดแทนมากกว่า ส่วนทางด้านเพื่อนของเพลิงทุกคนที่เห็นพีคตอนแรก ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าน่ากลัว อาจจะเพราะพีคหน้านิ่งกับรอยสักทำให้ดูไม่เป็นมิตรเท่าไร แต่พอพีคพูดกับพวกเขานิดหน่อยด้วยน้ำเสียงปกติ ทัศนคติตอนแรกก็แทบเปลี่ยนทันทีเพราะน้ำเสียงดูราบรื่นเป็นมิตรไม่ได้ดุเหมือนภายนอก ซึ่งนั้นทำให้พวกเขาหายเกร็งได้ในระดับนึง   

“อันนี้พี่เขาออกไปข้างล่างหรอวะ” ฟิวส์ถามเมื่อชะเง้อหน้าไปที่ประตูแล้วเห็นพีคเดินผ่านไปทางลิฟต์  

“มั้ง” เอก  

“แล้วคือไอ้เพลิงมันจะนอนอยู่อย่างนี้ ไม่คิดจะตื่นเลยหรอไงวะ วันนึงแล้วนะ” ริทพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเพลิงนอนนิ่งไม่ขยับ   

วันนั้นพวกเขาอยู่ในเหตุการณ์เกือบทั้งหมด และริทก็เป็นคนที่ลงแข่งรอบเดียวกับเพลิงทำให้ข้างล่างสนามริทเห็นภาพเหมือนที่เพลิงเห็นทุกอย่าง เพลิงโชคดีที่หลบทันและโชคดีที่ตอนวิ่งหนีมีนักกีฬาอีกคนวิ่งสวนหลบผ่านหน้าเพลิงไปทำให้โดนลูกหลงจนเกิดคราบเลือดกลางสนาม ทำให้ตอนนั้นริทต้องรีบช่วยคนบาดเจ็บไว้ก่อนเพราะตัวเองอยู่ใกล้สุด ส่วนฟิวส์กับเอกต่างเป็นห่วงเพลิงการทั้งสิ้น แต่ตอนนั้นพวกเขาทำอะไรไม่ได้เพราะบนสแตนตอนนั้นวุ่นวายมาก ทุกคนแตกตื่นจนแทบจะเหยียบกัน การรู้ผลในครั้งสุดท้ายคือรู้ว่าเพลิงอยู่โรงพยาบาล ตอนนั้นในหัวแต่ละคนต่างมีแต่คำว่าห่วงกับห่วง แต่ทางพีคบอกว่าเพลิงปลอดภัยแล้ว นั้นทำให้พวกเขาแอบสบายใจขึ้น เหลือแค่กับเพลิงที่ต้องรอให้ตื่นขึ้นมา  

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ แต่ยังไงมันก็ฟื้นแน่ๆแหละ หมอก็บอกอยู่แค่มันสลบไปเพราะร่างกายมันล้ากับเสียเลือด” ฟิวส์บอกเพื่อความสบายใจ  

“แล้วนี่พี่เค้าเฝ้าไอ้เพลิงอยู่ตลอดเลยหรอวะ เห็นเฝ้าตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงพยาบาลจนตอนนี้ก็ยังอยู่” ริทถาม  

“จะไม่ให้เฝ้าได้ไง นั่นผัวเพื่อน” เอกรีบสวนขึ้นทันที ทำเอาอีกริทถึงกับเบิกตากว้างหันไปมองเอกอย่างรวดเร็ว  

“เดี๋ยว! ผัว!? เฮ้ย กูนึกว่าแค่อำเล่นกันเฉพาะกลุ่ม สรุปพี่เค้าคือแฟนไอ้เพลิง..เอาจริงดิ!?” ริทถึงกับตกใจหนัก นี่เขาเข้าใจว่าเป็นเรื่องล้อเล่นมาตลอดเพราะใครๆก็รู้ว่าเพลิงชอบแก้มอยู่ แต่ผลวันนี้ทำเอาอึ้งไปเลย  

“เล่นใหญ่ เสียงดังเดี๋ยวแม่งก็สะดุ้งตื่นหรอกไอ้ริท ..เออ พี่พีคอ่ะผัวเพื่อน แต่เพื่อนเรามันยึกยักเก่ง ทำเป็นไม่เล่นตัวยอมรับ เห็นว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกันไปพักนึงด้วย” ฟิวส์พูดเสริมเอกอีกที  

“ทำไมจู่ๆแม่งเปลี่ยนสปีชี่ไปได้วะ ช้ำรักจากผู้หญิงจนไปชอบผู้ชายแบบนี้หรอ?” ริทขมวดคิ้วถามโดยที่ใบหน้ายังคงอาการอึ้งอยู่ ส่วนอีกสองคนที่รู้ความจริงจากปากเพลิงตรงๆถึงกับเงียบกริบไม่ยอมพูดออกมา เพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นความลับส่วนตัวแค่พวกเขาเท่านั้น  

“มันไม่มีใครเปลี่ยนไปดื้อๆหรอก ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ทำให้รู้สึกรักน่ะ แล้วมึงก็เลิกอึ้งได้และ ทำไม แขยงเพื่อนหรอห๊ะ” เอกตีหน้าดุกับเสียงไม่พอใจทันที   

“เปล่าๆ กูไม่ได้อะไรกับไอ้เพลิงหรอก แค่ตกใจที่มันไปคบผู้ชายเท่านั้น อีกอย่างคือมันได้แฟนแบบฉีกสเปกมันมากอ่ะ จากสวยๆดูสดใส กลายเป็นเถื่อนๆเฉย” ริทรีบแก้ตัวก่อนที่เอกจะเข้าใจผิดพลางย่นคิ้วเมื่อพูดถึงสเปกของเพื่อนที่จากหน้ามือเป็นหลังมือ  

“เท่ดีออก แรกๆอาจจะดูโหดไปหน่อย แต่รวมๆกูว่าก็เหมาะกับไอ้เพลิงดี” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเอกเชียร์พีคสุดใจ อาจด้วยสไตล์ของพีคด้วยทำให้เอกค่อนช่างชื่นชมเป็นพิเศษ   

“อือ..”   

  

กึก  

  

เสียงปริศนาทำเอาทั้งสามคนถึงกับเงียบกริบ ก่อนจะหันไปมองคนที่เตียงเป็นตาเดียว ร่างนอนไม่ได้สติเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เพื่อนที่เห็นต่างรีบกรู่เข้าไปหาเพลิงแทบพร้อมกันด้วยอาการดีใจกึ่งตกใจสุดๆ  

“ไอ้เพลิง!” เสียงตะโกนเรียกเพลิงจากทั้งสามคนเรียกเพลิงอย่างดีใจ แต่เพราะการที่ตะโกนพร้อมกันทำเอาคนพึ่งตื่นปรับตัวอยู่รีบสะดุ้งตาโตทันที  

“เชี้ย..ตกใจ” เพลิงด่าด้วยเสียงแหบแห้ง อาจจะด้วยคอแห้งจากการขาดน้ำทำให้ด่าเพื่อนได้ไม่เต็มเสียงนัก   

“เฮ้ยมึง เป็นไงบ้างวะ เจ็บอะไรตรงไหนมั้ย สติสตังยังอยู่ดีนะ” ฟิวส์ถามพลางรีบเข้าสำรวจเนื้อตัวของเพลิงด้วยความเป็นห่วง แต่มือที่กำลังยุกยิกอยู่แถวไหล่และหน้าของเพลิง ทำเอาคนพึ่งตื่นถึงกับย่นคิ้วใส่แล้วรีบปัดมือฟิวส์ออกอย่างไม่จริงจังนัก  

“ก่อนจะเช็คกู ช่วยเอาน้ำมาให้กูกินสักหน่อยมั้ย กูหิวน้ำ” เพลิงบ่นอุ๊บ จนเอกที่อยู่ใกล้เหยือกน้ำมากที่สุดต้องรีบเทน้ำใส่แก้วส่งให้เพลิงอย่างรวดเร็ว เพลิงรับมาก่อนจะรีบกระดกรวดจากอาการหิวน้ำ ก่อนจะส่งแก้วให้เอกตามเดิม ส่วนฟิวส์ก็รีบใช้รีโมทปรับเตียงหัวเตียงขึ้นตั้งเล็กน้อยเพื่อนให้เพลิงนอนคุยกับพวกเขาได้สะดวก  

“เห็นมึงตื่นมาคุยได้ปกติกูก็ดีใจ แต่ว่า..มึงไปทำอะไรมาถึงได้โดนไล่ยิงแบบนั้นวะ ช่วงฝึกงานมึงไปทำอะไรมา” เอกเริ่มถามสิ่งที่ข้องใจ เพราะใครๆก็รู้ว่าเพลิงไม่ใช่พวกหาเรื่องใส่ตัวอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์วันนั้นมันรุนแรงจนทำให้เพื่อนแต่ล่ะคนแอบเอามาคิดไม่ได้ว่าเพลิงไปมีเรื่องกับใครมา  

“กูไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครทั้งนั้นแหละ กูเองก็งงว่าพวกนั้นจะตามจับกูไปทำไม แต่ที่รู้ๆเหมือนมีใครบางคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง” เพลิงเล่าไปพลางขมวดคิ้วยามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อนที่ฟังอยู่ใกล้ๆเริ่มแอบเครียดเหมือนกัน ขนาดเพลิงที่โดนเต็มๆยังไม่รู้ แล้วใครจะไปรู้ได้อีก   

“หรือว่ามันจะจับมึงไปเรียกค่าไถ่ เพราะรู้ว่าบ้านพ่อมึงรวย” ริทลองเดา แต่เพลิงส่ายหน้าปฏิเสธ เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่บ้านแน่ๆ และต่อให้เป็นจริงๆโจรคงจะโง่เกินไปที่มาจับเขา แต่ถ้าเป็นศัตรูของคนอื่นล่ะ อย่าง...   

เพลิงชะงักไปแปปนึงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะมีใครอีกคนที่โผล่เข้ามาช่วยเขาในวันนั้น แต่สติตอนนั้นเหมือนจะหลุดๆทำให้เบลอเห็นเป็นพีคมาช่วยก่อนจะสลบไป เพลิงเม้มปากราวกับไม่มั่นใจเท่าไร ก่อนจะเงยหน้าไปมองเอกใกล้ๆเหมือนจะถามอะไรบางอย่างให้แน่ใจ  

“พวกมึงเห็น...” แล้วก็ปิดปากเงียบแล้วหันหน้ากลับทางเดิม เพลิงเหมือนลังเลไม่กล้าถามว่าพีคได้มาที่นี่มั้ย เอกเองก็มองเพลิงงงๆ ก่อนจะลองเดาๆดูว่าเพลิงกำลังถามหาคนที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า  

“ถ้าพี่พีค เค้าออกไปข้างล่างตั้งแต่พวกกูมาแล้ว คงจะขึ้นมาตอนพวกกูกลับนั่นแหละ ทำไม อยากเจอเค้าหรอไง?” เหมือนเอกจะเดาถูก เพราะสีหน้าเพลิงดูเหมือนกำลังแอบดีใจ เอกเหลือบตาไปหาฟิวส์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามราวกับคุยกันด้วยสายตา ซึ่งทั้งคู่ต่างมีความคิดเห็นตรงกันว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน ก่อนที่เอกจะหันมาคุยกับเพลิงอีกทีนึง  

“เห็นว่ามึงฟื้นมากูก็สบายใจละ นี่ก็มาเยี่ยมมึงนานแล้วด้วย กูว่ากูจะกลับแล้วแหละ” เอก  

“เอ้า กูพึ่งจะคุยกับพวกมึงได้แปปเดียวเอง อยู่เป็นเพื่อนกูก่อนไม่ได้หรอ” เพลิงว่า  

“เดี๋ยวพวกกูก็แวะมาเยี่ยมอีกหน่า ไปล่ะ” ฟิวส์พูดลาเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินอ้อมเตียงดึงริทที่ยืนงงอยู่ออกไป เอกเองหันมาโบกมือให้เพลิงก่อนตามฟิวส์กับริทไป จนเหลือแค่เพลิงที่อยู่ในห้องคนเดียว คนโดนทิ้งตีหน้ามุ้ยให้พวกเพื่อนที่เดินออกไป  

“นึกจะไปก็ไปกันเลยไอ้พวกนี้” เพลิงนอนบ่นกับตัวเองอยู่คนเดียวพลางมองสำรวจรอบๆห้องที่ชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้เข้ามานอนแหมะอยู่ที่นี่ เพลิงนั่งนึกขำกับตัวเอง จากคนที่ใช้บัตรสามสิบบาทมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้กลายเป็นคนไข้ห้องหรูไปซะแล้ว จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ชินก็ไม่ชิน คนอยู่ในน้องคนเดียวนั่งนอนนิ่งๆโง่ๆเหมือนคนไม่มีไรทำ ก่อนจะเปิดผ้าห่มสำรวจขาตัวเองที่โดนยิ่งไปก่อนหน้านี้ ผ้าผันแผลที่ขาบ่งบอกได้ว่าขาที่โดนยิงเป็นเรื่องจริง และตอนนี้ก็เจ็บมากเพราะแอบขยับขาไปนิดนึงเพื่อเช็คร่างกายตัวเอง   

“อ่าา..” เพลิงอ้าปากร้องเสียงเบาพร้อมเบ๊หน้าเจ็บสุดฤทธิ์ อยากจะตีตัวเองจริงๆที่ไปขยับขาตัวเองแบบนั้น คราวนี้เพลิงกลับมานอนโง่ๆจริงๆ ไม่มีอะไรให้ทำแม้แต่น้อย ทั้งโทรศัพท์ ทั้งทีวีที่รีโมทนอนแหมะอยู่บนโซฟา ทุกๆอย่างดูเงียบ เงียบและก็เงียบสุดๆ จนตัวเองเริ่มจะหลับอีกรอบ แต่กว่าจะเข้าฌาน กลับมีใครบางคนเดินเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ทำเอาคนจะหลับสะดุ้งตื่นอีกครั้งก่อนจะชะเง้อหน้ามองคนที่เดินเข้ามา   

ร่างสูงที่คุ้นเคยหลังจากไม่ได้เจอมาสักพัก ทำให้เพลิงหยุดสตั้น ดวงตาเบิกกว้างจนไม่สามารถละสายตาไปได้ อกซ้ายพาใจเต้นสั่นจนไม่เป็นจังหวะเมื่อร่างสูงของพีคเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงของเขา เพลิงไม่แน่ใจว่ามันเป็นสายตานี้เคยเห็นมาก่อนหน้านี้มั้ย แต่ว่าตอนนี้แววตาที่พีคกำลังส่งความรู้สึกล้วนเต็มไปด้วยความเป็นห่วง อบอุ่นและรู้สึกผิด ซึ่งเพลิงไม่เข้าใจว่าทำไมพีคถึงจะต้องรู้สึกผิดด้วย ทั้งคู่เงียบใส่กันอยู่อย่างนั้นแต่ยังคงจ้องกันอย่างไม่วางตา เพลิงไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มคุยอะไรกับพีคเลยทำเงียบใส่ แต่กับพีค เขาละสายตาจากเพลิงแล้วหันไปลากเก้าอี้ลงนั่งจนเพลิงต้องก้มมองตาม ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากพีคราวกับระบายความอึดอัดทิ้ง  

“ขอโทษ เพราะกูเองมึงถึงได้เจ็บตัวแบบนี้” พีคเงยหน้าสบตาเพลิง พร้อมพูดขอโทษอย่างรู้สึกผิดและจริงจังจนเพลิงนิ่งสตั้นไปแปปนึง คาดไม่ถึงว่าพีคจะมานนั่งขอโทษเขาตั้งแต่เริ่มแรกเลย  

“มึง..จะขอโทษทำไม ไม่ใช่เรื่องของมึงซะหน่อย” เพลิงตอบกลับอ้อมแอ้มพลางเบื้อนสายตาไปทางอื่น เป็นอีกครั้งที่เพลิงรู้สึกเกร็งแปลกๆ   

“ทำไมจะไม่ใช่ เรื่องที่มึงเจอมันเป็นเรื่องของกูตั้งแต่แรก แค่มึงเป็นตัวล่อที่โดนลากเข้ามาระหว่างทาง และกูก็ผิด..ที่มาช้าเกินไป” พีคว่าอย่างรู้สึกผิดพลางกำมือแน่นเจ็บใจเรื่องเมื่อวันก่อน เพลิงหันหน้ากลับมามองพีคที่หลบตาลงต่ำอีกครั้ง พลางย่นคิ้วราวกับเข้าใจความหมายสุดท้ายที่พีคพูด และก็พึ่งเข้าใจเดี๋ยวนี่เองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดพีคมีส่วนเกี่ยวข้อง 

“เออ มาช้า ช้ามากด้วย มึงรู้มั้ยว่าตอนนั้นกูกลัวฉิบหาย แต่กูก็ต้องฝืนสติตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในหัวตอนนั้นมีแต่รอด กูต้องรอด ..เพราะกูยังไม่อยากตายทั้งๆที่ยังไม่ได้เคลียร์ใจกับใครบางคนเลยด้วยซ้ำ..” เพลิงพูดระบายความรู้สึกตอนนั้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง จนคนฟังนิ่งอึ้งไปในทันที ไม่รู้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลิงพยายามเอาตัวรอดออกมาเพื่อใคร แต่ความรู้สึกบางอย่างมันกลับบอกว่าเป็นเขา  

“..โลกคิดว่ากูเข้มแข็งมากหรือไงวะ ถึงได้เหวี่ยงอะไรแย่ๆมาให้กูอยู่ตลอด...” ตัดพ้อน้อยใจตัวเองถึงมากและมากที่สุด โกรธที่ตัวเองชอบเจออะไรแย่ๆจนอยากจะร้องไห้ออกมา...  

“ก็ถ้ามันแย่มาก มึงก็อยู่ให้กูปกป้องดิวะ กูสัญญาว่ากูจะดูแลมึงเอง” คำพูดที่แทรกขึ้นมาของพีคเล่นเอาเพลิงต้องหันกลับมามองพีคใหม่ ก่อนที่จะเห็นสายตาจริงจังที่จ้องกลับมา   

“ไหนตอนแรกมึงบอก..” เพลิงจะค้านพีคเรื่องข้อตกลงระหว่างเขาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันพูดจบ คำพูดแทรกที่พีคตอบกลับขึ้นมา เรียกให้เพลิงนิ่งอึ้งไปกว่าเดิม  

“กูรักมึง นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้กูมายืนอยู่ตรงนี้”   

  

ตึกตัก ตึกตัก  

  

คำสารภาพกระทันหัน เล่นเอาเพลิงนอนอึ้งมองพีคตาค้างไปราวๆห้าวินาที อารมณ์ที่หดหู่ในตอนแรกเหมือนจะคลายหายเป็นปลิดทิ้งทันที ก่อนที่เพลิงจะตั้งสติกระพริบตามองพีคอย่างไม่เชื่อสายตา  

“มะ..มึงเล่นงี้เลยหรอ ไอ้พีค มึงกำลังตอแหลอยู่ใช่มั้ย” เพลิงรีบเถียงกลับทันทีเมื่อตั้งสติได้ แต่พีคกลับขยับตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเพลิงผงะหดคอไปนิดนึง   

“ถึงกูจะแกล้งมึงบ่อย แต่เรื่องแบบนี้กูไม่ชอบเอามาล้อเล่นหรอกนะ มันน่าเสียดายถ้าเกิดมาใช้พูดเล่นพร่ำเพื่อ” พีคกลับมายิ้มในแบบที่ของตัวเอง แม้จะดูกวน แต่กลับน่าเชื่อถือและจริงใจจนเพลิงถึงกับหน้าร้อนพราวทันที ยิ่งหัวใจที่มันเคยเต้นรัวจนไม่เป็นจังหวะ มันกลับเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนถ้าอยู่ใกล้มากกว่านี้พีคคงได้ยินเสียงหัวใจเต้นแน่ๆ ในยามที่รู้สึกแย่ พีคกลับกลายเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เพลิงรู้สึกคลายความรู้สึกแย่ๆได้ในพริบตา อาจจะด้วยความรู้สึกที่ตอนนี้มันตรงกันแล้วก็ได้  

“มึง คือสถานการณ์ตอนนี้มันค่อนข้างแย่นะ และก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาสารภาพ..เอ่อ...” อาการขัดเขินเริ่มแสดงออกขึ้นเรื่อยๆ คำพูดที่พูดปร๋อในตอนแรกกลับเงียบลงในประโยคสุดท้ายพลางหลบสายตาหนีไม่กล้าสบตากับพีค  

“จะบอกตอนไหนมันก็มีค่าเท่ากันนั้นแหละ ในเมื่อสุดท้ายคือกูรักมึง และการที่กูกล้าสารภาพยืนยันกับมึงเพราะกูไม่ต้องการเห็นมึงเป็นอะไรไปอีก ใจกูแทบขาดตอนเห็นมึงในวันนั้น เพราะงั้น..กลับมาอยู่กับกูได้มั้ย?” ในประโยคสุดท้ายนั้น ราวกับเป็นสิ่งที่ขอร้องมาจากใจ มือที่เอื้อมขึ้นมาสัมผัสเส้นผมเบาๆช่างอบอุ่นเกินบรรยาย พีคคงไม่รู้ว่าเพลิงกำลังกลั้นยิ้มสุดใจในขณะที่สบตากัน เขายังไม่อยากให้พีครู้ว่าตอนนี้ข้างในเบิกบานขนาดไหน เพราะอย่างนั้น เพลิงจะต้องทำเก๊กหน้านิ่งไว้ก่อน เพราะเขายังมีสิ่งที่เคืองพีคอยู่มากพอสมควร  

“คิดว่าพูดแค่นั้นแล้วกูจะยอมตอบรับมึงหรือไง กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปรู้สึกตอนไหนหรือว่ามึงแค่แกล้งพูดให้กูรู้สึกดีเล่นๆ แต่มึงก็อย่าลืมนะว่ามึงทำอะไรกับกูไว้” เพลิงวางท่าเก๊กเหนือทันที ไม่ใช่ไม่รู้ แต่เพลิงรู้มาสักพักแล้วว่าพีคคิดอะไรกับเขาจริงๆ และยิ่งได้รู้จากปากตรงๆเหมือนยิ่งได้ใจสำหรับเขา เพลิงเลยกะใช้ช่วงลองใจพีคดู  

“กูรู้ว่ามึงโกรธ กูขอโทษ แต่คราวนี้มึงยอมให้กูกลับมาหามึงจะได้มั้ยล่ะ” พีคยังคงวางท่าทีที่จริงจังและจริงใจอยู่เหมือนเดิม เพลิงเหลือบมองอยู่นิดๆ นึกดีใจที่พีคกลายเป็นฝ่ายยอมง้อเขาเอง จากที่ปกติเพลิงมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ตลอด  

“อยากให้กูกลับไป มึงคิดว่ากูกำลังรู้สึกเดียวกับมึงอยู่หรือไง” เพลิงพูดบ่นพร้อมย่นคิ้วใส่พีค  

“มึงรู้มั้ยว่าไอ้ดิวทำงานที่กูสั่งพลาด เพราะกูสั่งให้มันตามดูแลมึงอยู่ห่างๆ แต่ว่ามึงกลับถูกเล่นงานจนสาหัส และโทษของมันก็ค่อนข้างหนักพอสมควร..” พีคปรับเสียงเรียบคุยกับเพลิงเรื่องดิว เพลิงที่ได้ยินถึงกับชะงักอึ้งไป เพราะไม่รู้ว่าดิวจะถูกพีคทำโทษเรื่องเขา แต่ว่า..   

“ตอนแรกกูโกรธที่มันดูแลมึงตามที่กูสั่งไม่ได้ แต่มึงรู้มั้ยว่าตอนนี้มันยังทำงานให้กูโดยไร้รอยขีดข่วนจากโทษของกูเพราะอะไร” เพลิงส่ายหน้าไม่รู้นิดๆ แต่สีหน้ายังแสดงความเป็นห่วงและกังวลเรื่องดิวและก็อยากรู้เหตุผลที่พีคว่ามาด้วย พีคนั่งยกยิ้มให้เพลิงอย่างนึกขำ ใครจะไปคิดล่ะว่าสิ่งที่ดิวบอกวันนั้นจะทำให้เขาหายโกรธลูกน้องตัวเองได้ในพริบตา  

“มันบอกกูว่า มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาตะโกนบอกรักกูกลางสนามแข่งวิ่ง มันบอกว่าคิดถึงกู อยากเจอหน้ากู และที่สำคัญ มันรักกูมาก ตอนที่ได้ยินครั้งแรกกูช็อคไปเลยรู้มั้ย ไม่คิดว่าไอ้บ้านั่นจะกล้าตะโกนบอกรักกูขนาดนั้น ว่ามั้ย น้องเพลิง” พีคยกยิ้มแกล้งพูดแซวตามนิสัยปกติ แต่เมื่อเห็นหน้าเพลิงถึงกลับหัวเราะขำในลำคอทันที ทั้งเหว๋อ ทั้งช็อค ถ้าในห้องมีแมลงวันคงจะปิดเข้าปากเพลิงไปแล้วแน่ๆ ส่วนคนถูกแกล้งล้อแรงอย่างเพลิงถึงกับไปไม่ถูก อยู่สนามว่าอายแล้ว เจอพีคจังๆอายกว่าเดิมอีก เพลิงรีบยกผ้าห่มปิดหน้าหนีด้วยความเขินอาย รู้สึกหน้าแดงก่ำโดยไม่ต้องส่องกระจกเช็คก็รู้ว่าตัวเองหน้าแดงขนาดไหน  

 บรรยากาศตอนนี้เรียกว่าดีขึ้นจากก่อนหน้านี้มาก อาจเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่างที่มันเคยคุ้นเคยกันมาก่อน พีคนั่งยิ้มพร้อมส่งสายตามองคนในผ้าห่ม ก่อนจะลุกขึ้นใช้แขนยันเตียงทั้งฝั่งซ้ายและขวาคร่อมร่างใต้ผ้าห่มเอาไว้   

“หึหึ อะไร แค่บอกรักกูถึงกับเขินเลยหรอห๊ะ” พีคพูดแซวพลางมองคนในผ้าห่มอย่างอารมณ์ดี  

“กูไม่ได้บอกรักมึงเว้ย! อย่าเข้าใจผิด” เสียงอู้อี้โวยวายดังลอดออกมาจากผ้าห่ม พีคนึกขำกับการพยายามปฏิเสธ ทั้งที่ตัวเองกำลังเขินแทบตาย พีคยื่นมือใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกที่โด่งนูนผ่านผ้าห่มขึ้นมา จนคนใต้ผ้าผมถึงกับย่นจมูกใส่ทันที  

“เปิดผ้าห่มมาคุยกันก่อน” พีคยิ้มพูดเรียกอีกฝ่าย  

“ไม่” เพลิงปฏิเสธห้วน จนพีคหัวเราะขำในลำคออีกครั้ง  

“มึง หมอมาตรวจแล้วเนี่ย” แกล้งพูดเล่นๆแต่ได้ผลแบบงงๆ เพราะเพลิงดันเชื่อสนิท เจ้าตัวที่ได้ยินค่อยๆลดผ้าห่มลงมาเผยเพียงแค่ลูกตาเท่านั้น พร้อมเหล่มองหาหมอที่ประตู แต่สรุปคือว่างเปล่า มีแต่หน้าคนที่แกล้งหลอกเขากำลังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ข้างหน้า  

“ตลกหรอ” เพลิงว่าหน้ามุ้ยใส่  

“ก็ถ้าไม่พูดแล้วจะโผล่หน้าออกมามั้ย ...เพลิง ไหนๆมึงก็ใจตรงกับกูแล้วอ่ะ...เป็นแฟนกับกูได้มั้ย” คำขอที่ราบเรียบ แต่กลับมีอิทธิพลต่อหัวใจสุด น้ำเสียงที่ดูจริงใจนั้นทำเอาเพลิงเผลอยิ้มจนแก้มปริอยู่ภายใต้ผ้าห่ม พีคมองตาที่กำลังหยี่จนเกือบเป็นสระอิ ก็เดาได้ทันทีว่าภายใต้ผ้าห่มนั้นเพลิงกำลังแสดงสีหน้าอะไรอยู่ พีคไม่ได้ยิ้มหน้าระรื่นเหมือนตอนแรก แต่ปรับยิ้มมองเพลิงอย่างอ่อนโยนพร้อมรอคำตอบจากอีกฝ่าย  

“ไอ้พีค มึงนึกจะรุก มึงก็รุกแรงไปป่ะ” เพลิงไม่ได้ตอบ แต่กลับบ่นที่พีครุกเพลิงตรงๆ  

“กูก็รุกมึงแรงตั้งแต่แรกแล้วนะ” แววตาแพรวพราวพลางยกยิ้มเป็นเชิงหยอก เล่นเอาเพลิงหุบยิ้มหน้าแดงก่ำเมื่อพีคดันเล่นมุขใต้สะดือ  

“มึงนี่แม่งยังไงก็อย่างนั้นอ่ะ หน้าด้านขอกูเป็นแฟนแล้วยังทำนิสัยเดิมอีก” เพลิงว่า  

“ก็เพราะกูนิสัยแบบนี้ไม่ใช่ไง มึงถึงได้ชอบกู” พีคตอบกลับ เพลิงที่นอนฟังหุบปากเงียบทันที ไม่อยากยอมรับแต่มันใช่เต็มๆ เขาชอบพีคที่เป็นแบบนี้ และเพราะคนแบบพีคเนี่ยแหละที่ทำลายกำแพงความรักของเขาเข้ามา  

“แล้วกูล่ะ ทำไมมึงถึงชอบกู ในเมื่อตอนแรกมึงร้ายกับกูมาก” เพลิงถามเสียงอ้อมแอ้ม พลางมองพีคด้วยความอยากรู้  

“ไม่มีเหตุผล รู้ตัวอีกทีก็ชอบไปแล้ว เหมือนมึงนั่นแหละที่พึ่งรู้ตัวว่าชอบกู” พีคตอบ  

“เออ กูไม่ปฏิเสธ แต่มึงรุกแบบนี้กะไม่เปิดโอกาสให้กูเล่นตัวหน่อยหรือไง กูยังเคืองมึงเรื่องที่ไล่กูก่อนหน้านี้อยู่นะเนี่ย” เพลิงลดผ้าห่มออกจนลงไปกองอยู่ที่เอว ก่อนจะพูดเถียงพีคให้รู้ว่าตัวเองยังเคืองเรื่องอะไรด้วยใบหน้ามุ้ยๆ   

“ไอ้เพลิง มึงจะเล่นตัวทำบ้าอะไร มึงเป็นผู้ชายนะ” พีคว่าแต่ไม่จริงจังนัก  

“กูงอนมึงอยู่” เพลิงตอบกลับสั้นๆด้วยน้ำเสียงติดงอน  

“หึหึหึ งอนก็งอน แล้วอยากให้กูทำอะไรไถ่โทษมึงได้บ้าง หื้ม?” พีคยิ้มพูดถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอคำตอบจากเพลิง เพลิงนั่งคิดอยู่สักพักและแอบลังเลนิดหน่อย เพราะพีคดันมายอมง้อเขาง่ายๆต่างจากนิสัยเดิมที่เขาเคย ทำให้แอบไม่ชินอยู่นิดหน่อย 

“ดูแลกู..” เพลิงพูดบอกเสียงอู้อี้โดยไม่เต็มเสียงนัก  

“ห๊ะ?” พีค  

“มึงต้องดูแลกู ห้ามทิ้งกูไปไหนทั้งนั้น” เพลิงตอบกลับเต็มเสียง แม่จะเขินๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการ  

“เรื่องนั้นไม่ต้องบอกกูก็ทำให้อยู่แล้ว แล้วมีอะไรอีกมั้ย อยากกินอะไร อยากให้กูทำอะไร..” พีค  

“กูอยากรู้จักมึง..มากกว่านี้” เพลิงพูดแทรกขึ้นอย่างเขินอายพลางหลบสายตาไปทางอื่น พีคชะงักนิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มให้เพลิง   

“ไหนว่างอนกู อยากรู้จักกูนี่ไม่ใช่คำพูดคนงอนนะ” พีคพูดแซว  

“พื้นฐานกูไม่ใช่คนขี้งอนอ่ะ แล้วยิ่งคนที่อยากเจอยอมมาง้อกูอยู่ตรงหน้า อยากจะงอนมันงอนไม่ลง” เพลิงบุ้ยปากบอกอย่างอายๆ  

“ถ้าอยากรู้จักกู งั้นก็มาเป็นแฟนกูสิ กูให้มึงรู้จักกูทั้งชีวิตเลย” พีคพูดเสียงจริงจัง พลางก้มหน้าขยับไปหาเพลิงช้าๆ จนลมหายใจอุ่นรดอยู่ที่ปลายจมูกของเพลิง ทั้งคู่สบตากันไปมา หัวใจเต้นตึกตัก ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นของพีคจะประทับลงกับริมฝีปากของเพลิง ไม่มีการแทรกลิ้นเหมือนทุกที มีเพียงแค่การทาบจูบที่นุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง ทำให้เพลิงหลับตาตอบรับจูบนั้นแต่โดยดี พีคยืนจูบเพลิงอยู่สักพักก่อนผละออกมาช้าๆ ดวงตาเพลิงสั่นไหวเล็กน้อย แต่ยังส่งจ้องพีคกลับไม่วางตา   

“ให้กูดูแลมึงนะ พระเพลิง” น้ำเสียงเรียกชื่อที่หนักแน่น ทำให้เพลิงเผลออมยิ้มขึ้นมาอัตโนมัติ ความขุ่นมัวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพีค เหมือนถูกทำให้เจือจางลง จากที่ครั้งนึงเคยร้ายกลับมาอ่อนโยนกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่การกระทำช่วงหลังๆที่ผ่านมาก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันในระดับนึงแล้วว่า พีคคงจริงใจกับเขาจริงๆ  

“อืม หินรู้แล้ว”  

********************************** 

น้ำหยดลงหินทุกวัน และหินรู้แล้ว อิอิ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น