นักวาดผู้ไร้ความขยัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1 เริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่1 เริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 12

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2562 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 เริ่มต้น
แบบอักษร

เช้าวันใหม่ของการเปิดภาคเรียนแรกของโรงเรียนวิทยาลัยทิพ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนคุณภาพที่ไม่เคยมีประวัติเสียหายเลย เต็มไปด้วยเสียงเดินเสียงคุยตามอาคารเรียนต่างๆ ในขณะที่เหล่านักเรียนกำลังเดินจับกลุ่มคุยกัน เสียงออดชั่วโมงแรกดังขึ้น นักเรียนต่างพากันเข้าเรียนหมด ในตอนที่ชั่วโมงโฮมรูมเริ่มขึ้น มีร่างบางผมสีดำนิล นัยน์ตาสีม่วงมะเขือเดินถือกระเป๋าหนังเรียนไปตามทางเดินในอาคาร  

ณ ห้องเรียน ม.5/13 ทุกคนๆในห้องเรียนนั่งฟังอาจารย์สาวประจำชั้นพูดหน้าชั้นเกี่ยวกับภาคเรียนนี้ สายตาของบางที่จับจ้องไปทางหน้าห้อง บางคนก็ก้นหน้า บางคนก็มองออกไปข้างนอก แต่แล้วสายตาของทุกคนก็หันไปมองที่ประตูห้องเรียนพร้อมกัน เมื่อมีเด็กสาวมาผมนิลมายืนอยู่หน้าประตู  

­“ขอโทษค่ะครู ที่หนูมาสาย” 

“มาพอดีเลย กำลังจะพูดถึงอยู่ เข้ามาก่อนสิ” 

เด็กสาวผมสีนิลเดินเข้าห้องตามที่อาจารย์บอก สายตาของผู้ชายในห้องต่างมองไปที่เธอเป็นตาเดียวกัน 

น่ารักชิ*หาย.. 

ตาเรียวคู่สวย ริมฝีปากกระจับสี จมูกได้รูปสไตล์สาวเอเชีย รูปหน้าเรียวได้รูป ผมทรงยาวตัดหน้าม้า ผิวขาวไข่มุกตัดกับสีผม ส่วนสัดได้รูป เอวคอดกำลังดี แค่เห็นหนองขาก็รูปได้ทันทีว่าต้องเป็นต้นขาที่เรียวสวยแค่ไหน แม้แต่น้ำเสียงหวานใสที่เปล่งออกทำให้คนฟังยังรู้สึกเลื่อนหู เมื่อมององค์ประกอบโดยรวมก็สามารถดึงดูดสายตาผู้คนให้มาหยุดอยู่ที่เดียวกันได้  

“สวัสดี เราชื่อ เพลย์ เพิ่งมาใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ” 

เพลย์ ส่งยิ้มหวานละไมออกมา ทำเอาหนุ่มๆ ในห้องเรียนจ้องตาเป็นมัน แต่มีหนึ่งหนุ่มที่ไม่ได้จ้องเธอด้วยสายตาแบเดียวกับคนอื่นๆ

 

พักเที่ยง 

“เพลย์กินข้าวที่ไหนเหรอ?” 

“เพลย์มีเพื่อนยัง เราเป็นเพื่อนให้ได้นะ” 

“เพลย์มีชมรมยัง มาอยู่กับเราไหม?” 

“ชื่อเพลย์เนี่ยใครเป็นคนตั้งให้เหรอ” 

คำถามมากมายจากเพื่อนๆผู้หญิงในห้องถูกยิงกระหน่ำไปที่เพลย์ ซึ่งมีสีหน้าและท่าทางลำบากใจเมื่อไม่รู้จะตอบคำถามใครก่อนดี 

“เฮ้ยๆ พวกหลอนๆน่ะ อยากรู้เรื่องอะไรของเขานักหนาวะ ว่าแต่เพลย์มีแฟนยังครับ” 

โว้ยยยยยยยยยยยยยย 

เสียงโหของสาวๆ ที่ยืมล้อมโต๊ะของเพลย์หันไปทางต้นเสียงซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะเรียนโดยมีเจ้าของโต๊ะนั่งก้มหน้าอ่านหนังสือของเขาอยู่ คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะเองก็มีเพื่อนเขาอีกสี่ถึงห้าตัวยืนล้อมรอบตัว เห็นแล้วทำให้เห็นเป็นภาพเจ้าพ่อที่มีลูกน้อยยืนคุมกันยังไงอย่างงั้น 

“ไม่เป็นไร เราย้ายมาจากเชียงใหม่น่ะ เพิ่งเข้ามาเรียนวันนี้เลยยังไม่รู้จักใครมาก เรื่องชมรมเรายังไม่รู้เลยว่าจะเข้าชมรมไหนดี 

เพลย์ตอบคำถามของทุกคนในรวมเดียว ถึงแม้จะตอบไม่หมดก็ตาม และดูเหมือนจะเมินคำถามจากหนุ่มที่นั่งบนโต๊ะที่ติดกับหน้าประตู ตำแหน่งที่นั่งของเพลย์จะเป็นโต๊ะของแถวที่ติดกับขอบหน้าต่างซึ่งเป็นที่นั่งที่สุดท้ายของห้องที่ว่างเพียงตัวเดียวจนมีเธอเข้ามา 

“เฮ้ยไอ้นิกส์ เหมือนเขาเมินคำถามเอ็งวะ” 

นิกส์หันไปมองเพื่อนที่พูดจาล้อเลียนเขา ด้วยสายตาเป็นนัยน์ว่า หุบปาก ก่อนจะหันไปมองทางเพลย์ที่คุยกับพวกสาวๆอย่างสนุกสนาน เขาจับคางตัวเองมองไปทั่วใบหน้าของเธอตั้งแต่ ตา จมูก ปาก คิ้ว แก้ม เขามองและพิจาณาไปทั่วใบหน้านั้น และพยายามนึกให้ออกมาเคยเห็นที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกจนต้องล้มเลิกมันแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มแสยะออกมาราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ 

 

“เพลย์ เราเตือนไว้นะ ระวังไอ้นิกส์ให้ดี เป็นไปได้อย่าไปยุ่งกับมันจะดีที่สุด”

ตอนนี้เพลย์อยู่ในห้องน้ำหญิงชั้น 1 ของตึกมัธยมปลายกับเพื่อนรวมห้องอีกสองคน ซึ่งอาสานำทางให้ หนึ่งในสองเอ่ยขึ้นมาขณะที่เพลย์กำลังยื่นล้างมือหลังจากทำธุระเสร็จ

 “ทำไมเหรอ?”

เพลย์เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความสงสัย แม้สีหน้าของเธอจะไม่ได้แสดงออกมาแบบนั้นก็ตาม

“เดี๋ยวจะเล่าอะไรให้ฟังนะ ไอ้นิกส์น่ะ มันเป็นนักเลงประจำที่นี่ มีเรื่องอะไรขึ้นมา ถ้าไม่จบด้วยการยอมมันก็จบแบบเละ แล้วก็ชอบยิ้มกับคนไปทั่ว แต่ก็มีคนยอมให้มันนะ แต่มันก็แค่ฟันแล้วเท พอมีคนเรียกร้องก็ขู่นู้นนี้นั่น”

“มึงเล่าเหมือนมึงเคยโดนอ่ะเกต 

เพื่อนสาวรวมห้องที่พูดเตือนเรื่องนิกส์ขึ้นมาก่อนหน้า แหย่เพื่อนตัวเองที่อยู่ซ้ายมือของเพลย์ที่ยืนเช็ดมือฟังคำบอกเล่าจากเกต ซึ่งตอนนี้คิ้วขมวดกันคำพูดของเพื่อนตัวเองเป็นที่เรียบร้อย 

“นี่อิพิงท์ กูก็ฟังๆเขามาอีกทีไหมวะ”  

เกตตอบพิงท์ไปพลางชี้นิ้วใส่ด้วยความหงุดหงิด แต่พิงท์ได้แต่หัวเราะกับท่าทางนั้น ส่วนเพลย์ก็ได้แต่ยืนขำเบาๆ กับท่าทางของทั้งสองที่ดูเหมือนจะสนิทกันมานานจนสามารถพูดอะไรทำนองนี้ใส่กันได้ 

“ก็อย่างที่เกตมันว่านั้นแหละ เพลย์ก็ระวังตัวหน่อยนะ พวกเด็กใหม่หน้าตาดีแบบเพลย์มักจะโดนไอ้นิกส์เพ็งเล็งประจำ”

พิงท์ย้ำเตือนเพลย์อีกครั้ง แต่ในสายตาของเพลย์กลับไม่ได้ใส่ใจคำเตือนนั่นเลย

คาบเรียนช่วงบ่าย 

ณ ห้องดนตรี ก็ตรงตามชื่อของห้อง เป็นห้องกว้างที่มีเครื่องดนตรีตั้งเป็นระเบียบอยู่มุมหลังห้อง มุมหน้าห้องเป็นพื้นที่โล่งไว้สำหรับให้นักเรียนยื่นหรือนั่งรวมกัน ในชั่วโมงนี้เป็นชั่วโมงวิชานาฏศิลป์ไทยของห้องม.5/13 ซึ่งนักเรียนทุคนมารวมตัวกับอยู่หน้าห้อง 

“เดี๋ยววันนี้เราจะให้นักเรียนจับคู่ชายหญิงกัน เพราะครูจะสอนนักเรียนมาสอนการเต้นลีลาศกัน เดี๋ยวครูจะให้เวลานักเรียนจับคู่กันไปก่อนนะคะ” 

สิ้นสุดเสียงของคุณครูประจำวิชา ทุกคนในห้องตามมองซ้ายขวาแล้วเดินไปหาคู่ของตัวเองกันบ้าง บางคนก็อาจจะจับคู่กับคนที่ใกล้ที่สุด บางคนก็เดินไปหาคู่ตัวเอง และนิกส์เองก็กำลังจะเดินไปจับคู่กับเพลย์ที่ยืนอยู่กับทีไม่ไปไหน แต่ในขณะที่นิกส์กำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆเพลย์ก็เดินตรงไปหาหยง เจ้าของโต๊ะที่ปล่อยให้นิกส์เมื่อตอนพักเที่ยงนั่นเอง หยงแอบแปลใจที่จู่ๆเพลย์มาขอจับคู่ แต่อีกใจก็แบบดีใจนิดๆเพราะตัวเขาเองก็ไม่เคยคุยอะไรกับผู้หญิงมาก่อน หลังจากจับคู่กันเสร็จ อาจารย์ก็ให้นักเรียนคนหนึ่งในห้องมาเป็นผู้ช่วยสาธิตการเต้นลีลาดกับคุณครู แล้วหลังนั้นก็ให้ทุกคนเต้นไปพร้อมกับดูคู่คุณครูเป็นตัวอย่าง ทุกคนก็เต้นผิดท่าบ้าง เหยียบเท้ากันเองบ้าง จนมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็นบางกลุ่ม แต่เมื่อมองมาที่คู่ของเพลย์กับหยง แม้จะมีเต้นไม่ต่างอะไรกับคู่อื่น แต่ก็ไม่ได้มีเสียงหัวเราะดังออกมาจากคู่นี้ แต่กับเป็นการขะเขินกันมากกว่า แต่คนที่ออกอาการมากกว่าใครก็คงจะเป็นหยงมากกว่า ด้วยความที่ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวหรือแม้แต่พูดคุยเล่นๆกับผู้หญิงที่ไหนมาก่อน ทำให้เขามีอาการประมาทเล็กน้อย บางทีก็พาเต้นผิดท่า บางทีก็ชิดกันเกินไปจนทำให้ได้กลิ่นหอมๆเหมือนแป้งหอมจากตัวเพลย์ เพลย์ได้แต่ยิ้มขำๆ ไม่มีเสียงกับอาการของคู่ตัวเอง แต่ทั้งคู่คงจะไม่รู้ว่าในการกระทำทั้งหมดมันอยู่ในสายตาของใครบางคนที่จับจ้องมาที่ทั้งคู่อย่างขาดทอน 

ความคิดเห็น