ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 41 การคัดเลือก

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 การคัดเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 09:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 การคัดเลือก
แบบอักษร

"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม คาซึยะคุง ?"

 

 

 

คาซึยะที่คืนสภาพสู่เนตรวงแหวนพยักหน้าตอบอาจารย์ด้วยรอยยิ้มบางๆ จากนี้ไปจิตวิญญาณของดันโซจะถูกผูกมัดอยู่ในความฝันนิจนิรันดร์ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถช่วยเหลือมันจากความฝันแสนสวยงามในครั้งนี้ได้ นอกเสียจากจะคลายคาถาด้วยพลังของเนตรสังสาระ

 

 

 

การกัดกร่อนจิตวิญญาณของอ่านจันทรานิรันดร์นั้นน่ากลัวกว่าอ่านจันทราปกติมาก เกรงว่าผ่านไปอีกไม่กี่เดือนดันโซอาจจะกลายเป็นเพียงร่างกายที่ว่างเปล่าไร้จิตวิญญาณเช่นเซ็ตสึขาว ซึ่งมันเหมาะกับการควบคุมเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

"คงอุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม ? เอาละเข้าห้องโถงหลักกัน ฉันจะพาเธอไปดูเด็กๆ ที่กลุ่มรากของดันโซคัดเลือกมา"

 

 

 

โอโรจิมารุเดินนำคาซึยะไปยังห้องๆหนึ่ง โดยครั้งนี้อังโกะไม่ได้ตามติดพวกเขา แต่เลือกที่จะกลับไปเฝ้าหลอดแก้วของดันโซต่อ เดินไปสักพักทั้งคู่ก็มาถึงห้องที่เต็มไปด้วยเด็กชายและเด็กหญิงอายุหนึ่งถึงสี่ปีจำนวนเกือบยี่สิบคนซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าตามต้นฉบับที่โอโรจิมารุลักพาตัวมาถึงหกสิบคน

 

 

 

สภาพของพวกเด็กค่อนข้างอ่อนแอซูบผอม เนื้อตัวและเสื้อผ้าดูมอมแมมราวกับเจ้าตัวน้อยทั้งหลายไม่ได้ผ่านการอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้ามานานหลายเดือน อาการที่เด็กแต่ละคนแสดงออกมาดูหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด

 

 

 

สายตาของคาซึยะไล่กวาดมองเหล่าเด็กน้อยภายในห้องเพื่อค้นหายาโมโตะ และไม่นานเขาก็พบเด็กชายตัวน้อยวัยเพียงหนึ่งปีนอนขดอยู่บนตักของเด็กผมสีน้ำตาลวัยสองขวบอย่างเอิ่บอิ่ม

 

 

 

คาซึยะก้าวเท้าเดินไปที่เด็กสองคนและหลับตาสัมผัสความเข้ากันได้ของธาตุไม้ในตัวของทั้งคู่ และต้องยกยิ้มบางๆ ไม่ผิดเด็กชายตัวน้อยคนนี้คงไม่พ้นยาโมโตะ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูแตกต่างแต่ต้องใช่เด็กคนนี้แน่ๆ

 

 

 

"เด็กชายคนนี้เหมาะมากที่สุดแล้วอาจารย์ ส่วนเด็กหญิงคนนี้เธอค่อนข้างอาภัพ ขีดจำกัดทางสายเลือดของเธอค่อนข้างเป็นปัญหา"

 

 

 

"มีปัญหายังไง ?"

 

 

 

"เด็กสองคนนี้คงมาจากตระกูลอิบุริ ขีดกำกัดทางสายเลือดคือพลังแห่งควัน น่าเสียดายที่ตระกูลนี้ไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ ถ้าถูกลมแรงพัดเข้าใส่เธอต้องตายอย่างแน่นอน"

 

 

 

คาซึยะอธิบายพร้อมลูบหัวของเด็กหญิงที่ทำท่าทางหวาดกลัวและหวาดระแวง แต่พอถูกสัมผัสอย่างอ่อนโยนความหวาดกลัวและหวาดระแวงก็ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ และใช้หัวถูมือเขาไปมาราวกับลูกแมวน้อยเชื่องๆ

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง เธอสนใจเด็กหญิงคนนี้ ?"

 

 

 

"ใช่พลังของเธอน่ากลัวถ้าเธอควบคุมมันได้"

 

 

 

พลังของเด็กหญิงไม่ต่างอะไรจากผู้มีพลังของผลปีศาจสายโลเกียในโลกวันพีช เป็นพลังสายควันแบบกระสอบทรายสโม๊กเกอร์ แต่น่าเสียดายที่พลังของเธอไม่สามารถควบคุมได้ จึงเป็นขีดจำกัดทางสายเลือดที่ไม่ต่างอะไรจากคำสาปร้าย

 

 

 

ตระกูลอิบุริต่างถูกสาปให้อยู่แต่ในถ้ำที่ไร้แสงแดดและสายลม เนื่องจากถ้าพวกเขาโดนลมแรงพัดไปอาจจะเสียชีวิตกันได้ทันที และด้วยโลกนี้ที่เต็มไปด้วยนินจุสสุพวกเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติหรือ

 

 

 

ไม่! แค่โดนคาถาลมของเกะนินก็ม้วยแล้ว พวกเขาจึงได้แต่อาศัยใช้ชีวิตแบบมนุษย์ใต้ดินที่ไม่รู้ข่าวสารจากโลกภายนอกว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้เติบโตและเจริญก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน

 

 

 

"ดีฉันจะเอาเด็กชายคนนี้ไปส่วนเธอก็เอาเด็กที่เหลือส่งไปให้ยาคุชิ โนโนะได้เลย"

 

 

 

โอโรจิมารุยกตัวเด็กชายขึ้น ซึ่งเด็กหญิงที่เห็นว่านอกชายกำลังถูกพาตัวไปจึงพยายามกระตุกแขนเสื้อของคาซึยะให้ช่วยเหลือ แต่เขาจะทำอะไรได้ ถ้าอาจารย์แกอย่างทดลองไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้

 

 

 

"ท่านชายช่วยเท็นโซด้วยได้โปรด!"

 

 

 

"เฮ้อเอาละใจเย็นๆ อาจารย์ของฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายน้องชายของเธอ แต่เขากำลังช่วยน้องชายของเธอให้แข็งแกร่งขึ้น มั่นใจได้เลยว่าเขาจะกลับมาหาเธออย่างปลอดภัยแน่นอน"

 

 

 

"จริงหรอท่านชาย ?"เด็กหญิงถามอย่างสงสัย แต่เธอกลับเชื่อคำพูดของชายตรงหน้าแบบไร้เงื่อนไข

 

 

 

"จริง ว่าแต่เธอชื่ออะไร ?"คาซึยะใช้มือปาดน้ำตาของเด็กหญิงและถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อให้เด็กหญิงได้ผ่อนคลาย

 

 

 

"หนูชื่ออิบุริ ยูกิมิอายุสองขวบปี"

 

 

 

"ฉันชื่ออุจิวะ คาซึยะยินดีที่ได้รู้จักนะยูกิมิจัง จากนี้เป็นต้นไปให้เรียกว่าอาจารย์ไม่ก็พี่ชายก็แล้วกันเข้าใจนะ"

 

 

 

"อื้อ หนูเข้าใจแล้วท่านอาจารย์"

 

 

 

เขาอมยิ้มและลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเด็กๆคนอื่นๆที่ตอนแรกดูเหมือนจะค่อนข้างกลัว แต่หลังจากได้พบความอ่อนโยนของคาซึยะเด็กๆทุกคนก็เริ่มผ่อนคลายความกังวลลง

 

 

 

"หลังจากนี้พี่ชายจะพาพวกเราไปที่ไหน ?"เด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มถามอย่างสงสัย ซึ่งนี่ก็เป็นคำถามที่เด็กคนอื่นๆอยากจะถามเช่นกัน

 

 

 

"ฉันจะพาพวกเธอไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหม่ จากนี้พวกเธอไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกต่อไป ดังนั้นคนไหนที่ไม่มีครอบครัว ให้มาทางซ้ายมือ ส่วนทางไหนยังมีครอบครัวให้มาทางขวามือ"

 

 

 

เขาส่งมือซ้ายและขวาออกมาอย่างช้าๆเพื่อจัดระเบียบ เด็กกลุ่มที่ไม่มีครอบครัวค่อยๆย้ายไปทางซ้ายด้วยจำนวนที่เยอะมากถึงสิบเจ็ดคน ส่วนอีกสองสามคนเป็นคนที่มีครอบครัว

 

 

 

"ดีไว้พี่จะพาคนที่มีครอบครัวกลับไปส่งที่บ้าน ส่วนคนที่ไม่มีพี่จะพาพวกเธอไปยังบ้านใหม่ ก่อนอื่นก็ Kuchiyose on jutsu(คาถาอัญเชิญ)"

 

 

 

กึด! ปุ้งงง กา กา~

 

 

 

เสียงร้องของนกกาดังขึ้นร่างเล็กสีดำสยายปีกบินมาหาคาซึยะและยืนอยู่บ่นไหล่ เขารีบนำกระดาษและพูกันเขียนข้อความและม้วนมันเป็นแท่งก่อนจะใช้เชือกผูกมันไว้ที่ขาน้อยของนกกา ก่อนจะเดินออกจากฐานลับและออกคำสั่งกับกาที่ไหล่

 

 

 

"ยาตะนี่เป็นภารกิจ ช่วยฝากข้อความนี้ไปให้โนโนะแบบเร่งด่วนที่สุด ฉันอนุญาติให้นายใช้คาถาขยายร่างได้ เมื่อเสร็จแล้วให้กลับไปปกป้องชิซุยเข้าใจนะ"

 

 

 

กา กา~

 

 

 

ยาตะพงกหัวมันเริ่มกระพือปีกบินเหินขึ้นฟ้า พร้อมกับร่างนกกาที่ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นนกยักษ์ มันพงกหัวให้เขาก่อนจะบินขึ้นเหนือเมฆและจากไปด้วยความเร็วเสียงจนเกิดคลื่นซัดหมู่เมฆกระจายตัว

 

 

 

เมื่อยาตะจากไปคาซึยะก็เริ่มกลับไปที่ฐานและใช้คาถาอ่านจันทรานิรันดร์ใส่เหล่าเด็กๆเพื่อปรับเปลี่ยนและบิดเบือนความทรงจำเกี่ยวกับฐานลับใหม่ของโอโรจิมารุเพื่อเตรียมพร้อมหลายๆสิ่ง มันคงไม่ดีนักที่จะให้พวกเขารู้ถึงสถานที่แห่งนี้

 

 

 

ซึ่งในหมู่เด็กมีเพียงยูกิมิเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกลบความทรงจำออกไป เพราะเขาจะให้เธออาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ไปสักระยะ ไว้รอเขาออกเดินทางหาข้อมูลเสร็จก็ค่อยกลับมาวิจัยเกี่ยวกับขีดจำกัดทางสายเลือดของเธอ

 

 

 

เขาคิดว่าจะรับยูมิกิเป็นลูกศิษย์คนแรกของเขาด้วยดังนั้นเรื่องของเธอเขาจึงจริงจังมากเป็นพิเศษ ถ้าผลการวิจัยประสบผลสำเร็จยูกิมิสามารถควบคุมขีดจำกัดทางสายเลือดของตัวเองได้ ไม่ใช่ว่าลูกศิษย์ของเขาจะกลายเป็นจ้าวแห่งควันเลยหรอกหรอ

 

 

 

หลังจากบิดเบือนความทรงจำของเด็กๆเสร็จเขาก็พาเด็กๆนับยี่สิบชีวิตออกจากฐานลับ และออกเดินทางเพื่อสร้างระยะห่างจากฐานเพื่อมารอคนที่จะมารับตัวเด็กๆไป จนกระทั่งสามชั่วโมงผ่านไป

 

 

 

มิติด้านหน้าของเขาก็เกิดความผันผวนก่อนจะมีร่างสามร่างถูกส่งออกมาจากความผันผวนนั้น คนแรกคือหญิงสาวผมบรอนนัยน์ตาสีเขียวอ่อนราวมรกตสวมแว่นทรงกลมหนาเตอะในชุดแม่ชีแห่งศาสนาจักร

 

 

 

ส่วนอีกสองคนเป็นเด็กชายและหญิงที่เขาคุ้นหน้าเป็นอย่างดี เด็กชายผู้สวมแว่นคาดหัวไว้ตลอดเวลา กับหญิงสาวผมน้ำตาลยาวถึงแผ่นหลังทาสีม่วงเป็นแถบเส้นที่ข้างแก้มทั้งสองข้างทั้งสามคือยาคุชิ โนโนะ โอบิโตะและรินที่เขาเรียกตัวมา

 

 

 

"ท่านคาซึยะ เด็กน่ารักพวกนี้ใช่ไหม ?"

 

 

 

โนโนะเดินไปหาเด็กๆ ที่รีบวิ่งเข้ามาหลบแอบอยู่ด้านหลังของคาซึยะอย่างหวาดระแวง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าเด็กๆก็ช่วยไม่ได้จะพากันชะเง้อหน้าแอบมองหญิงสาวผมบรอนที่กำลังยกยิ้มให้พวกเขา

 

 

 

"ใช่แล้วโนโนะ พวกเขาส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า มีสามคนถูกกลุ่มรากลักพาตัวมา ยังไงก็ช่วยทำธุระให้ทีนะ"

 

 

 

"รากอีกแล้ว...แน่นอนค่ะฉันจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าและหันไปพูดซุบซิบกับเหล่าเด็กๆ เพื่อหลอกล่อ ก่อนจะหันไปขยิบตาให้โนโนะซึ่งเจ้าตัวก็รู้งานรีบนำอาหาร และขนมขบเคี้ยวมาให้เด็กๆได้ชม พอเห็นอาหารเหล่าเด็กๆก็รีบพากันไปอ้อนโนโนะทันที

 

 

 

'ยังไงเด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำ'

 

 

อะไรฟ้ะแปปเดียวเอง

ไอ้เราว่าจะอู้ยาวๆซะหน่อยทำกันได้นะ

ความขี้เกียจเกือบครอบงำซะแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น