จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เหล่าอัศวินแห่งเทพอสูรเผชิญหน้า

ชื่อตอน : เหล่าอัศวินแห่งเทพอสูรเผชิญหน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 07:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหล่าอัศวินแห่งเทพอสูรเผชิญหน้า
แบบอักษร

 

แพรแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเลื่อนยืดยาวไปปิดและลบป้ายบอกทางที่แม่ทัพแมวหลวงเขียนไว้จนหมด..

แม้จะเป็นแพรเบาบางที่คล้ายกับแถบริบบิ้น..แต่มันก็สามารถแข็งได้ยิ่งกว่าเหล็ก..

ก่อนที่คนหลายคนจะลงมาถึงก้นทะเล...

ทาลิสกับไอริสมองหน้ากัน..การสร้างสภาวะราวกับอากาศธาตุของทาลิส..ทำให้ไม่มีใครเห็นนางทั้งสอง..

คนหลายคนนั้น..คือสี่บริวารของเทพอสูรจตุธารา..คือธาราแดง..ธาราทอง..ธารามรกต..และธารานิล..พร้อมกับกลุ่มคนของนางจำนวนหนึ่ง..

หากเป็นธาราอัศวิณีทั้งสี่..การเคลื่อนไหวใต้น้ำก็ไม่ต่างจากทาลิสและไอริสเลย..

ธาราแดงอดพูดไม่ได้..

“..องค์เทพอสูรบัญชาให้ตรวจตราตามร่องกำแพงสมุทร..แต่ก็ไม่อาจจะหาอันใดพบ..”

ธาราทองพยักหน้า..

“..โปรดระวัง..ที่นี่ยังมีอำนาจของท่านฟ้าลั่นแฝงอยู่..ข้าวของในแนวร่องกำแพงสมุทรบางชิ้นใครนำไปก็จะกลายเป็นเภทภัยแล้ว..”

ธาราทองเหมือนพูดกับบริวารซึ่งทุกคนต่างก็พยักหน้า..

คนของนางทุกคนคล้ายกับจะดำน้ำได้..แต่ก็ใช่จะดำได้เหมือนพวกธาราอัศวิณี..

เพราะทุกคนมีอุปกรณ์ช่วยดำน้ำอยู่ด้วย..แม้จะเป็นเทคโนโลยีสมัยโบราณ..แต่ก็ใช้ได้..

เพียงแต่การดำจนถึงก้นสมุทร..ต่อให้มีอุปกรณ์ดีอย่างไรก็ทำไม่ได้..นอกจากธาราอัศวิณีทั้งสี่จะช่วยใช้พลังให้ดำน้ำได้..

และสำหรับข้าวของในแนวร่องสมุทรที่ว่าเป็นเพทภัย..ทำให้ทาลิสนึกถึงสร้อยคอที่ไอริสนำมาให้เป็นของขวัญชิ้นแรกที่ระเบิดจนต้องสะกิดความสงสัย..ต้องเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นจันทราเพื่อเสาะหาสาเหตุ..

ไอริสหันมาสบตา..ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ..

เพราะมันมีอำนาจของใครบางคนแฝงอยู่นั่นเอง..

และหากคน ๆ นั้นมีชื่อว่าฟ้าลั่น..ก็คงเป็นหนึ่งในบริวารของเทพอสูรหกนภาแล้ว...

บริวารเอกของเทพอสูรมักจะมีคำนำหน้าที่คล้ายกัน..อย่างอัศวินแห่งอากาศมนตราทหารเอกขององค์เทพอสูรเบญจะอังคะ..จะใช้คำว่าธวัลนำหน้า..

ทหารเอกของเทพอสูรจตุธาราจะมีคำว่าธารานำหน้า.

ทหารเอกของเทพอสูรหกนภาซึ่งแฝงวิญญาณเข้ามาในร่างของเทพอสูรจตุธาราก็ย่อมจะมีคำว่าฟ้านำหน้า..

ฟ้าลั่นคงมีอำนาจพิเศษทำให้ข้าวของสามารถระเบิดคล้ายระเบิดเวลา..ส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนี้..ก็เพื่อจะสะกิดความสงสัยและสนใจของไอริสกับทาลิส..จนต้องออกสืบเสาะ..จนเข้าทาง..

แผนการของอสูรหกนภาจำเป็นต้องใช้ไอริสเป็นอย่างน้อย..เพื่อให้สร้างประชากรของแคว้นเนแอดให้เกิดขึ้น..

“..ท่านเทพอสูรกริ่งเกรงอันใดข้าไม่เข้าใจ..”ธารานิลถาม..

ธาราแดงที่เป็นหัวหน้าธาราอัศวิณีได้แต่ครางอือม์ออกมา..

“..ท่านสามารถจับตาดูคนของแคว้นจันทรา..ทั้งแม่ทัพแมวหลวง..ลูกสาวลูกสะใภ้ทั้งสาม..รวมทั้งราชินีจันทรา..แต่คงไม่อาจจะจับตาดูธวัลอรกับเจ้าหญิงรุ้งสมุทรได้..การต่อสู้ไล่ล่าระหว่างแม่ทัพแมวหลวงกับธวัลอรและเจ้าหญิงรุ้งสมุทร..ท่านเทพอสูรเฝ้าดูอยู่ตลอด..แต่ภาพก็ขาดตอนหลังจากการระเบิดของพลังธนูไร้ศร..คาดว่า..ทุกคนคงถูกแรงระเบิดหายไปในแนวร่องกำแพงสมุทรซึ่งท่านไม่อาจจะหยั่งจิตล่วงรู้ได้..แต่ไม่นานมานี้คลื่นก็ซัดแม่ทัพแมวหลวงที่หมดสติขึ้นฝั่ง..แปลว่า..สองอัศวินแห่งอากาศมนตราอาจจะยังคงสิ้นสติอยู่ในบริเวณนี้สักแห่ง..หรือไม่..ก็ถูกคลื่นซัดไปไหนต่อไหนแล้ว..”

ทาลิสกับไอริสสบตากัน..นี่คงเป็นแผนการของท่านแม่ทัพแมวหลวง..ที่แกล้งหมดสติถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งอย่างแนบเนียนเป็นแน่..

แม่ทัพแมวหลวงนี่แผนการล้ำลึกและกลมกลืนนัก..

ธาราทองพูดขึ้นว่า..

“..เราควรจะตระเวณหาอีกสักระยะ..หากไม่พบเจออันใด..พวกเจ้าก็ตามท่านฟ้าพิโรธ..กลับปราสาทฟ้าแปรปรวนไปรายงานท่านฟ้าลั่น..”

บริวารที่ติดตามสี่ธาราอัศวิณีพยักหน้า..

ไอริสกับทาลิสสบตากันอีกครั้ง..เหมือนรู้ใจกันดี..

นี่คือการแฝงตัวเข้าไปในปราสาทฟ้าแปรปรวนเพื่อหากระจกรัศมีวิญญาณ..นำไปแลกวิญญาณของเทพอสูรทั้งสองกลับคืน..

มือของทั้งสองกุมกันแนบแน่น..แม้จะอยู่ใต้น้ำ..แต่เมื่อกุมมือกัน..ก็รู้สึกอบอุ่น..

.......

สี่ธาราอัศวิณีของเทพอสูรจตุธารานำบริวารค้นหาตามแนวกำแพงร่องสมุทรไปสักระยะ..ก็ไม่พบอันใด..

นางจึงสั่งให้บริวารซึ่งจริง ๆ ก็คือบริวารของทหารเอกหกฟ้ากลับไปก่อน..

พวกนางทั้งสี่คือทหารเอกของเทพอสูรจตุธารา..แต่เมื่อจิตวิญญาณของเทพอสูรถูกเปลี่ยน..นางก็ถูกเปลี่ยนจิตใจและความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว..กลายเป็นทหารเอกของเทพอสูรหกนภา..

เพราะเทพอสูรหกนภาต้องการให้พวกนางและเหล่าธวัลอัศวิณี..สร้างทารกที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าทหารเอกของเทพอสูรทุกคน..

แต่ความข้อนี้ยังมีเรื่องชวนสงสัยอยู่..

ทาลิสกับไอริสแฝงตัวไปกับบริวารของทหารเอกหกฟ้า..เพราะพวกนางไม่รู้ทางที่จะไปยังปราสาทฟ้าแปรปรวน..ระหว่างที่ล่องหนติดตามคล้ายวิญญาณตามติดร่าง..พวกนางก็แอบสนทนากัน..

“..แม่นางธวัลอร..ท่านสงสัยเช่นเดียวกับข้าไหม..”

“.หือ..อะไรล่ะไอริส..”

“..หากพวกมันต้องการธวัลอัศวิณีตั้งครรภ์กับธาราอัศวิณีทั้งสี่..เพื่อสร้างทารกที่มีพลังมากที่สุด..ทำไมถึงไม่ใช้ทหารเอกฟ้าทั้งหกของเทพอสูรหกฟ้าเสียเลยล่ะ..”

ทาลิสนึกก่อนจะพูด..

“..มีเหตุผลเดียวที่เป็นไปได้..คือพวกมันต้องการเด็กที่เป็นคนของเผ่าเนแอดด้วย..และการที่เด็กอยู่ในครรภ์ของผู้หญิงที่มีพลังสูงสุดของเทพแต่ละองค์..ย่อมจะดีกว่าใช้ผู้ชายไม่ใช่หรือ..”

“..ก็มีเหตุผลอยู่นะ..”ไอริสนิ่ง..ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย.. “..แต่จริง ๆ ข้าคิดว่า..มันมีอะไรมากกว่านั้น..ซึ่งข้าพอจะทราบแล้วล่ะ..”

“..อะไรหรือ..”

“..ตอนนี้อาจจะต้องทำลึกลับสักหน่อย..แต่อีกไม่นานท่านก็คงจะทราบเอง..”

ทาลิสยิ้ม..เวลานี้..สามารถมองเจ้าหญิงรุ้งสมุทรคนนี้ไม่มีเบื่อหน่าย..

ทั้งสองตามบริวารของหกทหารเอก..ขึ้นฝั่ง..ไปรับฟ้าพิโรธ..ซึ่งก็คือชายชราที่ถูกอัศวินแห่งอากาศมนตราจับได้กลางทะเล..และทาลิสนำมาส่งให้เรน..

ในเวลานี้..เจ้าภพเทพอสูรเปลี่ยนมือแล้ว..ฟ้าพิโรธจึงไม่ต้องถูกสอบสวนอันใด..ต้องปล่อยตัวบริวารสำคัญของเจ้าแห่งภพอสูรคนใหม่ให้กลับไปยังปราสาทฟ้าแปรปรวน..

ฟ้าพิโรธแค่นเสียง..ก่อนจะกลับ..ก็พูดกับเหล่าชาวแคว้นจันทราว่า..

“..หากมิใช่เป็นเพราะนายข้าขอร้องไว้..คงต้องคิดบัญชีกับแม่นางธวัลนรีอจินไตยและธวัลดรุณมุกดาราสองอัศวินแห่งอากาศมนตราที่บังอาจสู้กับข้าไปแล้ว..”

ราชินีจันทราแม้จะสูงศักดิ์เป็นถึงเจ้าแคว้นจันทรา..แต่ก็โค้งศีรษะต่ำ..

“..ข้าขออภัยสำหรับเรื่องราวนี้..พวกนางยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น..ขอท่านโปรดอภัยให้ลูกสะใภ้ทั้งสองของข้าด้วยเถิด..”

โชคดีที่ในเวลานั้น..อจินไตยกับมุกดาราไม่ได้อยู่ด้วย..ไม่เช่นนั้น..ก็ไม่ทราบว่านางปีศาจอจินไตยจะอาละวาดอันใดกับคำพูดโอหังของฟ้าพิโรธ..

แต่สำหรับราชินีจันทรากับแม่ทัพแมวหลวงที่เจนโลกและมากประสบการณ์..ย่อมจะรู้วิธีผ่อนหนักเบา..และเห็นแก่ประโยชน์โดยรวมมากกว่าการโอหังจนน่าหมั่นไส้ของฟ้าพิโรธ..

ฟ้าพิโรธชักชวนบริวารกลับไปยังปราสาทฟ้าแปรปรวน..ซึ่งอยู่ห่างไกลจนต้องนั่งเรือใหญ่ออกไป..

บริวารของปราสาทฟ้าแปรปรวนเตรียมเรือมารับอยู่แล้ว..และในไม่ช้า..เรือใหญ่ของปราสาทฟ้าแปรปรวนก็ออกจากท่า..และแล่นลับขอบฟ้าหายไปอย่างรวดเร็ว..

“..เรือเร็วมาก..”ราชินีจันทรารำพึง.. “..ไม่เคยเห็นเรืออันใดที่รวดเร็วปานนี้..”

แม่ทัพแมวหลวงที่อยู่ใกล้..เกาะกุมมือนาง..

“..ฟ้าพิโรธหนึ่งในทหารเอกขององค์เทพอสูรฉนภา..ช่างน่าหมั่นไส้นัก..”

“..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านเองก็คันไม้คันมือใช่หรือไม่..”

“..โสมมวดี..ในภพของฉัน..มีคำพูดหนึ่ง..คือ..ชำระแค้น..สิบปีไม่สาย..”

ราชินีโสมมวดีหัวเราะ..

“..หรือท่านเตรียมชำระความน่าหมั่นไส้นี้ไว้แล้ว..”

“..ฉันคงไม่ทำอะไรหรอก..แต่..ควรจะมีคนช่วยทำให้อะนะ..”แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. “..และพวกเค้าก็ตามติดราวกับเงาตามตัว..”

ราชินีโสมมวดีครางอือม์..

“..สติปัญญาท่านล้ำลึก..ข้าคิดไม่ผิด..ที่เลือกท่าน..”

“..ฉันก็คิดไม่ผิดที่เลือกเธอนะโสมมวดี..”

แม่ทัพแมวหลวงโอบไหล่ราชินีแห่งแคว้นจันทรา..ให้นางซบกับไหล่..สายตาทอดมองไปยังทะเลเบื้องหน้า..

......

เรือใหญ่แล่นเร็วมากจนไม่ช้าก็ถึงเกาะแห่งหนึ่ง..ทั้งไอริสและทาลิสที่แฝงตัวขึ้นเรือมาด้วย..ก็ถึงกับตาลุก..

“..นี่มันเกาะที่จับพวกเรามานี่..”ทาลิสอุทาน..

“..สำหรับฉันไม่เรียกว่าจับนะ..ของฉันนี่คือเชิญมาเป็นพ่อพันธุ์..”เจ้าหญิงรุ้งสมุทรยังคงมีอารมณ์ขันไม่สร่าง..

ทาลิสตาเขียว..

“..ดูจะภูมิใจจริงนะกับตำแหน่งนี้..”

ไอริสหัวเราะ...ลูบหัวของคนที่รักสุดหัวใจ..ก่อนจะลูบท้องทาลิสเบา ๆ ..

“..ที่ภูมิใจกับของในนี้มากกว่า..”

ทาลิสตาเขียว..

“..ไม่ใช่น้ำยาจะหมดจนฉันไม่ท้องนะ..”

เจ้าหญิงรุ้งสมุทรหัวเราะอีก..

“..จะบอกให้นะ..น้ำเชื้อของฉันแรงมาก..ถ้าจะไม่ท้องก็เป็นเพราะเธอเองนั่นแหละ..”

“..บ้าชะมัด..นี่แปลว่าฉันไม่มีขนมจีนหรือไง..”

“..ไม่ได้ว่าสักคำ..”เจ้าหญิงรุ้งสมุทรหัวเราะ..

ทาลิสทำเป็นขุ่นเคือง..

แต่ไอริสก็รู้ว่านี่คืออารมณ์ขันของนาง..

“..หากสภาพเธอไม่พร้อมจะมีลูก..ไข่ไม่ตกให้เชื้อไปผสม..มันจะมีได้ยังไงล่ะจริงไหม..”ไอริสหัวเราะ..

เวลานี้..เรือเทียบท่า..และภูเขาในเกาะซึ่งจะว่าไปก็เป็นแค่ภูเขาแต่ภายนอก..แต่สภาพภายในกลับถูกตกแต่งอย่างดี..ก็คือปราสาทฟ้าแปรปรวน..ฐานบัญชาการของทหารเอกของเทพอสูรฉนภาทั้งหก..

ทาลิสกับไอริสหยุดต่อปากต่อคำกันชั่วคราว..ลอบลงจากเรือ..ตามติดชายชราที่มีนามฟ้าพิโรธ..ที่ดูจะอยากคุยกับทหารเอกของเทพอสูรฉนภาด้วยกัน..

และในที่สุด..ฟ้าพิโรธก็มาถึงห้องโถงใหญ่..มีโต๊ะกลมตั้งตรงกลาง..และมีที่นั่งหกที่..

ฟ้าพิโรธนั่งที่เก้าอี้ว่าง..ยังมีคนอีกหกคนซึ่งคนหนึ่ง..ทาลิสกับไอริสจำได้ว่า..คือฟ้าสางที่เคยเผชิญหน้ากันมาแล้ว

ฟ้าพิโรธดูหงุดหงิด..

“..พวกเด็กน้อยอากาศมนตรานั่นบังอาจทำให้ข้าโกรธ..”

ฟ้าสางหัวเราะ..

“..ท่านเพียงแค่คนเดียว..และใจร้อนเกินไป..ไหนเลยจะเป็นคู่มือพวกนาง..แต่ก็แล้วไปเถิด..เวลานี้..เทพอสูรของเราขึ้นเป็นใหญ่ในพิภพ..สมกับความต้องการของท่าน..แม้แต่ทวีปของเทพอสูรเบญจะอังคะ..ก็ยังต้องถูกควบคุม..เพียงแต่เรายังหาอัศวินแห่งอากาศมนตราที่หายไปสองคนไม่พบ..”

คนหนึ่งใส่ชุดหลากสี..พูดขึ้นว่า..

“..จะเกรงอันใดกับอัศวินแห่งอากาศมนตราเพียงแค่สองคน..”

“..อย่าดูถูกพวกนาง...โดยเฉพาะอัศวินคนที่ห้า..คือแม่นางรุ้งสมุทรแห่งเผ่าเนแอดพิภพแห่งเทพนาคา..นางคือบุพการีของเผ่าพันธุ์แคว้นใหม่ที่จะบังเกิด..”

“..พวกนางจะทำอันใดได้..”

“..สิ่งที่นายของเรากริ่งเกรง..คือการแลกวิญญาณกลับคืน..ทำให้เทพอสูรจตุธาราได้ครองร่างตัวเองอีกครั้ง..การวางแคว้นเนแอดของภพเราไว้ขวางทางเข้าที่คุมขังเทพอสูร..จึงมีความสำคัญที่สุด..”

“..เวลานี้..เหล่าอัศวินแห่งอากาศมนตราส่วนใหญ่และแคว้นจันทราถูกเทพอสูรจับตาจนไม่อาจจะเคลื่อนไหว..อัศวินแห่งมนต์ธาราของเทพอสูรจตุธาราก็กลายเป็นคนของเรา..ยังจะเกรงกลัวอันใด..”

คนในชุดหลากสียิ่งพูดก็ยิ่งกระหยิ่ม..จนฟ้าสางพูดปรามขึ้น..

“..ท่านฟ้าพยัพ..ท่านจะประมาทไปแล้ว..ข้าเคยเผชิญกับเจ้าหญิงรุ้งสมุทรไอริส.หรือตอนนี้คือธวัลลักษณ์..อัศวินแห่งอากาศมนตราคนที่ห้า..ขอบอกตามตรง..ข้ารู้สึกเกรงนางเป็นที่สุด..”

ชายคนหนึ่งสวมชุดลายสีแดงเป็นเปลวคล้ายระเบิดกอดอก..พร้อมกับถามทุกคน..

“..หากเราเป็นพวกนาง..เราจะทำอันใดกัน..”

“..ท่านฟ้าลั่น..”ฟ้าพยัพพูด.. “..พวกนางกว่าจะทราบว่าอะไรเป็นอะไร..ก็คงยากสักหน่อย..เทพอสูรจับตาดูแคว้นจันทราตลอดเวลา..ยังไม่มีใครบอกเรื่องราวกับพวกนาง..ตอนนี้..ธวัลนรีกับธวัลดรุณอาจจะล่วงรู้..แต่หากถูกจับตามองโดยองค์เทพอสูรของเรา..พวกมันก็คงไม่อาจจะทำอย่างไรได้..เพราะเพียงแค่ท่านขยับมือ..แคว้นจันทราจะถูกลบออกจากแผ่นดินเบญจะอังคะอย่างง่ายดาย..”

“..ข้ารู้สึกสังหรณ์..”ฟ้าลั่นพูด.. “..ลางสังหรณ์ของข้ามักจะเป็นจริงเสมอ..”

เขาพูดอีกว่า..

“..และพวกท่านยังไม่ตอบคำถาม..ว่าหากเราเป็นธวัลอรกับธวัลลักษณ์ที่หายไป..เราจะต้องทำอันใดเพื่อแก้ไขสถานการณ์..ทางแรกที่ข้านึกถึง..พวกนางต้องหาทางเอากระจกรัศมีวิญญาณที่เราเก็บรักษาไว้..ไปช่วยคืนวิญญาณที่สลับกันของสองเทพอสูรให้คงเดิม..”

ฟ้าสางพยักหน้า..

“..ท่านฟ้าลั่นพูดมีเหตุผล..”

“..ดังนั้น..สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ..ทำให้กระจกรัศมีวิญญาณไม่อาจจะถูกนำพาไปได้..”

“..ท่านจะทำอย่างไร..”

“..เพียงแค่นำมันไปไว้ในธาราเร่งชีพ..ก็เพียงพอแล้ว..”

ฟ้าพยัพอุทานออกมา..

“..สายธาราเร่งชีพที่ทั้งเป็นคุณและโทษนั่นน่ะหรือ..”

ฟ้าลั่นหัวเราะ..

“..ซึ่งหากวางไว้กลางบ่อธาราจนจมลึก..ก็ไม่มีใครสามารถนำมันออกมาได้..นอกจากองค์เทพอสูร..ซึ่งเทพอสูรองค์อื่นก็ไม่สามารถย่างกรายเข้ามาในเขตแห่งเทพอสูรของเราอยู่แล้ว..”

ฟ้าลั่นพูดอีกว่า..

“..แม้แต่เราก็ยังไม่อาจจะนำมันออกไปไหนได้..”

“..แต่ทางที่ดีที่สุดคือทำลายมันเสีย..”

“..ท่านพูดเป็นเล่น..กระจกรัศมีวิญญาณถ้าใช้กับใครแล้ว..หากทำลายจะทำให้วิญญาณที่ไม่ใช่ของตัวเองต้องแตกดับ..ท่านจะสังหารองค์เทพอสูรถึงสององค์คงไม่ได้..และหากเป็นเช่นนั้น..เทพอสูรเบญจอังคะจะยึดอำนาจคืน..จัดการพวกเราอย่างง่ายดาย..”

“..ถ้าอย่างนั้นก็รีบกระทำเสียอย่ารอช้า..อัศวินแห่งอากาศมนตราต่อให้มาถึงในวันนี้..หากกระจกรัศมีวิญญาณอยู่ในบ่อธาราเร่งชีพ..พวกมันก็คงไร้ค่า..”

ทาลิสกับไอริสต่างได้ยินถนัด..ยังไม่เข้าใจว่าบ่อธาราเร่งชีพมีผลอะไร..แต่ก็คิดว่า..หากรีบไปเอากระจกก่อนที่พวกฟ้าแปรปรวนทั้งหกเอากระจกลงบ่อน่าจะดีกว่า..

ทั้งสองย่องออกมา..กำลังจะออกจากห้อง..ก็ได้ยินว่า..

“..ข้าสั่งการให้บริวารนำเอากระจกรัศมีวิญญาณทิ้งลงในกลางบ่อธาราเร่งชีพเป็นที่เรียบร้อย..คงสบายใจได้..”

ฟ้าสางพูดพร้อมกับหัวเราะ..

ฟ้าลั่นเองก็หัวเราะ..

“..ความสามารถสื่อจิตของท่านสูงส่งยิ่งนัก..”

สื่อจิตหรือ..

บ้าอะไรวะเนี่ย..นี่มันสั่งการกันด้วยจิตเลยหรือ..ไอริสร้องในใจ..

ทาลิสเองก็ปวดหัว..

ทั้งสองย่องออกมาจากห้องประชุม..และมีโอกาสพูดคุยกัน..

“..รุ้งสมุทร..เธอว่า..ไอ้บ่อธาราเร่งชีพบ้าอะไรนั่น..มันจะขวางเราได้หรือ..”ทาลิสถาม..

“..ก็ไม่รู้..แต่..ก็ต้องลองดูก่อนล่ะ..”ไอริสดูหงุดหงิด..

การสืบเสาะจนเจอบ่อธาราเร่งชีพไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก..

เมื่อทั้งสองเข้าไปในอาณาเขตของบ่อธาราเร่งชีพ..ก็อดอุทานออกมาไม่ได้..

ภายในถ้ำใหญ่..มีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง..แต่ไม่ได้มีเพียงบ่อ..แต่มีหญิงสาวที่ตั้งครรภ์และเด็กจำนวนมากอยู่ด้วย..

ทุกคนถูกน้ำรด..และเมื่อน้ำรดครั้งหนึ่ง..ก็เหมือนจะเร่งการเจริญเติบโตของครรภ์..และเด็กที่เหมือนคลอดมาแล้ว..เมื่อถูกน้ำรดครั้งหนึ่ง..ก็เติบโตขึ้นมาส่วนหนึ่ง..

บริวารของปราสาทฟ้าแปรปรวนกำลังกระทำเรื่องราวที่มหัศจรรย์..คือเร่งเร้าให้หญิงสาวที่ถูกน้ำเชื้อของไอริสจนตั้งครรภ์..ได้มีครรภ์ที่เติบใหญ่จนคลอด..แถมเมื่อคลอดแล้ว..เด็กที่คลอดออกมา..ก็ถูกเร่งให้โตอย่างรวดเร็ว..

ไอริสอ้าปากค้าง..ทาลิสก็อ้าปากค้างเช่นกัน..

“..นี่ลูกเมียเธอทั้งนั้น..ไอริส..”ทาลิสอดตาเขียวไม่ได้..

ไอริสจุ๊ย์ปากไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง..แต่มุ่งศึกษาวิธีการของการใช้น้ำจากธาราเร่งชีพ..

ทาลิสเองก็ไม่งี่เง่า..ได้แต่พิจารณาไปด้วย..

“..น้ำหนึ่งจอกที่วักรด..ทำให้ครรภ์เจริญเติบโตขึ้นราวหนึ่งเดือน..แต่เด็กที่คลอดแล้ว..น้ำหนึ่งขันจะทำให้เด็กคนนั้นโตขึ้นราวหนึ่งปี..”เจ้าหญิงรุ้งสมุทรครางออกมา..

ก่อนจะมองไปที่บ่อน้ำ..

“..ถ้าหากเอากระจกรัศมีวิญญาณไปทิ้งไว้กลางบ่อ..หากเราจะต้องลงไปงมหา..เราจะเจอน้ำกี่ขัน..และ..เราจะต้องโตไปอีกกี่ปี..”

ยิ่งคิดยิ่งสยอง

“…ท่าทางจะแก่ตายคาบ่อก่อนจะงมไปถึงกระจกวิเศษนั่นแน่…”

ทาลิสครางอือม์…นี่เองวีธีป้องกันที่ดีที่สุด…

บริวารของปราสาทฟ้าแปรปรวนคนหนึ่ง…ถือถังน้ำไปตักน้ำในบ่อ…พลาดท่าตกบ่อตูม…

บริวารคนอื่นทุกคนใจหายกุลีกุจอเข้าไป…ใช้ไม้เขี่ยร่างคน ๆ นั้น…พบว่า…บริวารเคราะห์ร้ายกลายเป็นศพ…ใบหน้าร่างกายเหี่ยวแห้งคล้ายคนแก่เป็นร้อย ๆ ปี…

ร่างเหี่ยวย่นถูกเขี่ยเข้าใกล้ริมบ่อ…และถูกสวิงใหญ่ช้อนขึ้น…ท่าทางจะมีคนตกลงไปมากมายหลายคนแล้ว…

ทาลิสกับไอริสสบตากัน…

“…ไม่มีทางลงไปในบ่อนั่นได้จริง ๆ …”

ไอริสครางอือม์…

“…ธาราเร่งชีพสามารถเร่งการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต…ซึ่งหากใช้เกินขนาด…สิ่งมีชีวิตนั้นก็ถูกเร่งอายุจนเกินอายุขัยของตัวเอง…แก่และตายไปในที่สุด…”

“…มันจึงเป็นบ่อที่ทั้งมีประโยชน์และโทษ…”

“…ต่อให้ข้าหรือท่าน…หรือจะเป็นอัศวินทหารเอกของเหล่าเทพอสูร…ก็คงไม่อาจลงไปได้…”เจ้าหญิงรุ้งสมุทรถอนหายใจ…”…แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็คงใช้ในบ่อนั้นไม่ได้เช่นกัน…เพราะมันมีชีวิต…แถมชีวิตของพวกมัน…ก็สัมพันธ์กับชีวิตของเรา…”

ทาลิสเม้มปาก…

“…คงไม่มีทางเอาของวิเศษนั้นได้จริง ๆ …”

เดิมทีไอริสคิดจะใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกควานในบ่อ…อำนาจที่ยืดยาวแพรพรรณได้ไม่มีที่สิ้นสุด…อาจจะใช้ได้…เพียงแต่…พอเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาอย่าสยดสยอง…ไอริสก็เลิกล้มความคิด…

นางได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกมาไม่นาน…แต่ก็รู้สึกว่า…มันไม่เพียงแต่มีชีวิต…แค่มันก็คล้ายเพื่อนที่บอกไม่ได้ว่าทำไมรู้สึกเช่นนั้น…และหากมันตาย…ก็คงพาเอาชีวิตนางดับสูญไปด้วย…

ความตายของธวัลอรที่นางเห็นต่อหน้าต่อตา…ยังคงติดตรึงในความรู้สึก…

ไม่มีทางเลยหรือ…

แต่ทำไมเทพอสูรเท่านั้นถึงลงไปนำมันขึ้นมาได้…

อาจจะเป็นเพราะเทพอสูรแต่ละองค์…มีชีวิตเป็นอมตะ…อายุขัยนับอนันต์…ต่อให้เร่งชีพอย่างไรก็ไม่แก่ไม่ตาย…สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นไปได้…

ถูกของพวกฟ้าแปรปรวนทั้งหก…มีแต่เทพอสูรเท่านั้นที่นำมันขึ้นมาได้…

ขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิด..ทาลิสก็รู้สึกประหลาด..เพราะรอบบริเวณเกิดการเปลี่ยนแปลง...

ทาลิสเหลียวไปรอบ ๆ ทั้งหญิงตั้งครรภ์..ทั้งเด็กที่ถูกรดน้ำเพื่อให้ร่างกายเติบโต...ก็หายไปหมดสิ้น..

ไอริสเองก็ประหลาดใจ...

แต่ความประหลาดใจก็สิ้นสุดลง...เพราะมีกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามา..แถมทางเข้าออกทางเดียวของที่นี่..ก็ถูกปิด..

นี่คือหกฟ้าแปรปรวน...ทหารเอกของเทพอสูรหกนภา...

คนชุดขาวหัวเราะก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..แม่นางธวัลอร..แม่นางธวัลลักษณ์...ท่านคิดว่า..จะหลบเร้นสายตาของข้า..ฟ้ากระจ่างได้หรือ..ข้าเห็นท่านทั้งสองตั้งแต่เข้าไปในห้องประชุมแล้ว..และเราก็วางแผนให้พวกท่านเข้ามาในห้องนี้..”

คนชุดดำที่อยู่ข้างกันพูดขึ้นว่า..

“..ในบรรดาอัศวินแห่งอากาศมนตรา..ต้องมีคนที่เก่งเรื่องแฝงกายเร้นตัว..เช่นเดียวกับพวกเรา..ข้าฟ้ามืดถนัดเรื่องแฝงกายเป็นที่สุด..แต่ในบรรดาคนที่แฝงกาย..ก็ต้องมีคนที่มีความสามารถด้านการเสาะหาสร้างความกระจ่างไว้แก้ทางกัน..และฟ้ากระจ่างน้องข้าคือคน ๆ นั้น..”

ฟ้าแปรปรวนทั้งหก..คือ..ฟ้าสาง..ฟ้าพิโรธ..ฟ้าลั่น..ฟ้าพยัพ..ฟ้ากระจ่าง..และฟ้ามืด..

ฟ้ามืดพูดขึ้นอีกว่า..

“...ลูกเล่นล่อหลอกสายตาเป็นความชำนาญของข้า..เพียงแค่ผลักบริวารตกบ่อธาราเร่งชีพคนหนึ่ง..ก็เบนความสนใจให้พวกท่านไม่ทันมองในจุดอื่น..ซึ่ง..บริวารของพวกเราจะค่อย ๆ ลำเลียงเหล่าหญิงมีครรภ์และทารกออกไป..และพวกข้าก็ค่อย ๆ เข้ามาพร้อมกับปิดประตูเสีย..”

ฟ้ากระจ่างหัวร่ออย่างชั่วร้าย..

“...ต่อให้แฝงกายก็ไม่มีประโยชน์..ท่านทั้งสองปรากฏตัวออกมาเถิด..”

ทาลิสเม้มปาก..นี่ยอมกระทั่งฆ่าบริวารตัวเองไปหนึ่งคน..เพื่อแผนการนี้หรือ..

เจ้าหญิงรุ้งสมุทรเวลานี้จับมือทาลิสไว้..ร่างของทั้งสองค่อย ๆ ปรากฏ..หากจะพรางตัว..แต่อีกฝ่ายมองเห็น..มิสู้ไม่ต้องพรางอันใดแล้ว..

พวกนางมีเพียงแค่สองคน..แต่อีกฝ่ายมีถึงหกคน..อัศวินแห่งเทพอสูร..ย่อมมีพลังและฝีมือไม่ต่างกัน..

ทาลิสทราบดี..เพราะการต่อสู้กับอัศวินแห่งมนต์ธารา..พวกนางมีกันสามคน..ต้องสู้กับธาราอัศวิณีสี่คน..เพียงแค่อัศวินแห่งมนต์ธารามีคนเกินมาคนหนึ่ง..ก็ทำให้อจินไตย..มุกดารา..และทาลิสเอง..พบกับพ่ายแพ้ได้แล้ว..

ไอริสปลดธนูมาถือไว้..เหนี่ยวสาย..สีหน้ามุ่งมั่น..

ฟ้าสางส่ายหน้า..

“..ไม่มีประโยชน์..ท่านแม้จะมีวิชาธนูไร้ศรที่ร้ายกาจ..แต่คงไม่อาจสู้พวกเราหกคนได้..”

ไอริสแค่นหัวเราะ..

“..พวกท่านไม่มีเหมือนพวกเรา..”

ฟ้าพยัพขมวดคิ้ว..

“..ท่านพูดถึงสิ่งใด..”

“..อัศวินแห่งอากาศมนตรามีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..แสดงให้เห็นพลังสูงสุดของอัศวินแห่งเทพอสูรเบญจะอังคะ...ธาราอัศวิณีทั้งสี่มีผมสีแดงซึ่งก็คือสิ่งแสดงอำนาจสูงสุดของทหารเอกแห่งเทพอสูรจตุธารา..แต่พวกท่านเล่า..ไหนล่ะ..คือสิ่งที่แสดงอำนาจสูงสุดของทหารเอกแห่งเทพอสูรหกนภา..”

หกฟ้าแปรปรวนมองหน้ากัน..

ไอริสหัวเราะอีก..

“..นั่นเพราะร่างที่แท้ของนายพวกท่านถูกคุมขัง..ไม่อาจจะสำแดงฤทธิ์ทั้งหมด..และอำนาจส่วนหนึ่งเท่านั้นที่แฝงวิญญาณของนายพวกท่านเข้ามาในร่างของเทพอสูรจตุธารา..ใช่หรือไม่..และนายเป็นกระจกส่องชั้นดีของบริวาร..”

นางเหนี่ยวน้าวสายธนู..

“..ครั้งที่แล้วดูเหมือนที่ฟ้าพิโรธเผชิญหน้ากับพวกเรากลางทะเล..สร้างฟ้าที่คลั่งพิโรธกับพายุหมุนรับมือกับพวกเราดูเผินเหมือนมีอานุภาพ..แต่เพียงจับลูกไม้ของท่านได้..แค่ธนูไร้สายยิงหนึ่งครั้ง..ก็สยบท่านได้อย่างสบาย..แปลว่า..แท้จริง..พลังของพวกท่านเหล่าหกฟ้าแปรปรวนยังไม่ถึงขั้นสุดยอด..มีแต่ลูกเล่นพรางตาให้ดูน่ากลัวเท่านั้น..”

ทาลิสยิ้มออกมาได้..

นี่เอง..สิ่งที่ไอริสของนางคิดออก..และจะบอกกล่าวกับนางในภายหลัง...

และนี่เองที่พวกฟ้าแปรปรวนทั้งหก…ไม่ใช้พลังของตัวเองเพื่อสร้างทารกที่จะเติบโตมีพลังยิ่งกว่าอัศวินเทพอสูรทุกคน…เพราะพวกเขายังมีพลังไม่สุดยอดนี่เอง…

ไอริสพูดอีกว่า..

“..ที่พวกท่านกระหยิ่มใจจะสู้กับพวกเราสองคน..ซึ่งแม้พวกท่านจะมีคนมากกว่า..แต่ท่านคิดดีแล้วหรือจะรับมือกับเราสองคนที่มีอำนาจสูงสุดของทหารเอกแห่งเทพอสูรเบญจะอังคะ..”

สีหน้าของฟ้าทั้งหกของเทพอสูรหกนภาดูปั้นยาก..

เจ้าหญิงรุ้งสมุทรตวาดเสียงลั่น..ก่อนจะปล่อยสายธนู...

พลังของธนูไร้ศรอันลือลั่นพุ่งวาบ...ผ่านหน้าฟ้ากระจ่างราวกับกระสุนปืนใหญ่..

และกระทบกับประตูที่ปิดอยู่..ถึงกับระเบิดดังสนั่น..

ควันและฝุ่นคละคลุ้ง...

หกฟ้าแปรปรวนสีหน้าวิตก..นี่หรือ..ธนูไร้ศรที่สยนฟ้าพิโรธด้วยหนึ่งธนู..แถมตอนนั้น..เจ้าหญิงรุ้งสมุทรไอริส..เพิ่งสำเร็จวิชาอากาศมนตราชั่วที่ปล่อยสายธนูเพียงแว้บเดียว..

ทาลิสแผ่สยายแพรพรรณทั้งสองชายออก..ส่วนไอริสไม่เพียงแผ่สองชายแพรพรรณ..แต่ยังเหนี่ยวสายธนูอีกครั้ง..

ท่ามกลางควันและฝุ่นคละคลุ้ง..ร่างสี่ร่างค่อยเดินเข้ามา..

ฟ้าสางหัวเราะ..

“..พวกท่านร้ายกาจยิ่งนัก..เราหกคนอาจจะไม่แน่ว่าจะเอาชนะท่านสองคนได้..แต่หากเพิ่มนางอีกสี่คนเล่า..”

พวกนางคือธาราอัศวิณี..ผมแดงยาวสยาย..และผมยาวของพวกนาง..ก็เคลื่อนไหวใช้การได้เช่น่เดียวกับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..

ไอริสสีหน้าแปรเปลี่ยน..อะไรจะซวยขนาดนั้นวะ..

และทาลิสก็ร้องออกมา..

“..รุ้งสมุทร..จะเอาอย่างไรดี..”

เจ้าหญิงแห่งเผ่าเนแอดยิ้มด้วยมุมปาก...

“..ธวัลอร..ไม่ทราบว่าท่านจะทำอย่างไร..”

นางว่างเปล่าเพราะเหนี่ยวสายธนู..และเมื่อว่างเปล่า..นางจะไม่นำพาสิ่งใด..

สีหน้ายิ้มหยันของนางช่างมีเสน่ห์นัก..

“..แต่ข้าสู้..ให้มันรู้ไปว่าจะสู้ไม่ได้..”

...

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น