nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 27

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 614

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2562 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27
แบบอักษร

ตอนที่ 27 

 

“ฝน...” เหลือเพียงเสียงเรียกชื่อน้องสาวแผ่วเบาจากปากของไอ้น้ำ 

“อะไรพี่น้ำ” น้ำฝนพูดโดยไม่หยุดตักข้าวเข้าปาก 

“แม่... คือ...แม่รู้แล้วเหรอ” น้ำกระซิบถาม 

“พี่คิดอะไรไปถึงไหน ฉันแค่ถามว่าแม่รู้หรือยังเท่านั้นเอง” 

“น้ำ อย่าเพิ่งวิตก พี่คิดว่าแม่น้อยยังไม่รู้หรอก” ผู้กองปลอบคนที่กำลังกังวล 

“ครับ” สองหนุ่มมองหน้ากันเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จังหวะที่เงียบกริบกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงน้ำฝนหัวเราะขึ้นกลางวงอาหาร 

“เป็นอะไรยายฝน จู่ๆ ก็หัวเราะ” น้ำบ่นน้องสาว 

“ฉันขำพี่น่ะแหละ” 

“ขำข้า?” 

“อือ ทำหน้าตาตลกดี จะบอกให้นะ แม่ยังไม่รู้เรื่องนี้ สบายใจได้ ฉันแค่แหย่เล่นเฉยๆ” 

“ไอ้ฝน! เล่นบ้าไรเนี่ย รู้ไหมข้าใจหายใจคว่ำหมด” 

“ช่วยไม่ได้ ทำตัวมีปัญหาเองอะ” น้ำฝนยักไหล่ตอบ ไม่สนใจท่าทีเดือดร้อนใจของพี่ชาย 

“บวกหนึ่ง” น้ำบอกน้องสาว เขาคาดโทษน้ำฝนไว้แล้ว 

“เต็มที่เลย พร้อมเมื่อไหร่ก็มาเอาคืนนะ” หญิงสาวคนเดียวของวงสนทนาลอยหน้าลอยตาท้าทายพี่ชาย 

“ผู้กองไม่ต้องไปสนใจยายฝนมัน รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อน”  

“อืม” ผู้กองตอบรับคำสั้นๆ เขาไม่อยากพูดอะไรให้มากในตอนนี้ ดูเหมือนว่าช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง คนข้างกายเขาจะเจอกับอะไรมามากเหลือเกิน 

หลังมื้อเย็นค่อนไปทางดึกสำหรับคนต่างจังหวัด น้ำฝนก็ไล่พี่ชายให้ออกมาดูแลผู้กอง โดยหญิงสาวอาสาจะเก็บสำรับและล้างจานเองเพียงลำพัง น้ำสบโอกาสไม่ขัดศรัทธาของน้ำฝน เขารีบละมือเดินตัวปลิวลงมาส่งผู้กองข้างล่างที่หน้าบ้านทันที 

“อาหารฝีมือแม่น้อยอร่อยเหมือนเดิม” ผู้กองเอ่ยชมขณะนั่งอยู่ในรถยนต์คู่ใจ ลดกระจกลงมาเพื่อบอกลาอีกฝ่าย 

“แล้วผมจะบอกแม่ให้ ขับรถดีๆ ล่ะ” น้ำบอกจบก็ตั้งท่าจะเดินขึ้นเรือนตามความเคยชิน 

“เดี๋ยวสิ” 

“หืม?” 

“ขยับเข้ามาใกล้ๆ หน่อย” 

“มีอะไรล่ะ” ถึงจะสงสัยแต่ไอ้น้ำก็ยอมก้มหน้าลงเข้าไปใกล้ผู้กอง 

“ไม่มีอะไร แค่อยากจูบก่อนกลับ” พูดจบผู้กองก็รีบทำตามคำพูดอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ไอ้น้ำได้ปฏิเสธหรือตั้งตัวได้ทัน 

คนมียศจับแขนของไอ้น้ำเอาไว้ป้องกันการหลบหนี ไอ้น้ำถึงจะตกใจที่ถูกจู่โจมในทีแรกแต่มันก็ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องอาศัยแรงจับรั้งของผู้กองอีกต่อไป เป็นไอ้น้ำคนไวไฟต่างหากที่ยึดไหล่กว้างของผู้กองไว้แน่น  

ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมแพ้ น้ำประกาศกร้าวในใจ 

และเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างไอ้น้ำ ในที่สุดผู้กองก็ยอมเป็นฝ่ายผละออกก่อน ปล่อยให้ไอ้น้ำที่กำลังตกอยู่ในภวังค์อารมณ์ลอยละล่องบนปุยเมฆตกลงจากบัลลังก์เมฆนั้นโดยไม่รู้ตัว 

“อะ...อะไรอะ ยะ...ยอมแพ้แล้วเหรอ” มันโวยวายทั้งที่หายใจหอบ ไม่พอใจที่ถูกฉุดกระชากอารมณ์นั้นออกไป 

“ไม่ได้ยอมแพ้ พี่แค่กลัวเฉยๆ” ผู้กองตอบ มือมันคนละชั้น ผู้กองพูดด้วยน้ำเสียงปกตินิ่งเรียบ 

“กลัวอะไร ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย” น้ำยังบ่นอยู่ มันยังไม่เข้าใจสถานการณ์ 

“พี่กลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วจะเลยเถิดไปมากกว่านี้” 

“เลยเถิดอะไร ไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย ผู้กองกลัวจะเป็นเมียไอ้น้ำคนนี้เหรอ” มันทุบอกตัวเองพลางบอกอีกฝ่ายตามความคิด 

“อะไรนะ!” 

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไร เขินใช่ไหมล่ะ เป็นเมียไอ้น้ำ ไม่น่าอายหรอกผู้กอง” น้ำยืดตัวแล้วพูดออกมาอีกครั้ง เขาไม่เห็นใบหน้าของผู้กองที่อยู่ในรถยนต์เพราะมันค่อนข้างมืด ผิดกับเขาที่มีแสงไฟจากตัวบ้านส่องเข้าหา 

“คิดอย่างนั้นเหรอน้ำ” 

“ไม่ต้องกลัวนะ” มือใหม่พยายามปลอบขวัญผู้กอง 

“อืม พี่จะไม่กลัว” ผู้กองยิ้มนิดๆ แต่ไอ้น้ำก็ไม่เห็นอยู่ดี มันเลยเข้าใจว่าผู้กองคล้อยตามคำพูดของมันแล้ว 

“ขับรถไหวไหม หรือจะให้ผมขับไปส่งแทน” เจ้าของบ้านเสนอตัวอย่างใจดี 

“ไม่เป็นไร พี่ขับเองคนเดียวน่าจะปลอดภัยกว่า ขืนให้น้ำไปส่ง คืนนี้คงไม่ได้กลับบ้าน” 

“อะไรนะ” มันถามซ้ำเพราะได้ยินผู้กองพูดไม่ถนัด 

“รีบเข้าบ้านเถอะ” 

“อ้อ...อืม ผู้กองขับไปก่อน เสร็จแล้วผมจะขึ้นบ้าน” 

“มันอันตราย” ผู้กองพูด เขาเป็นห่วงชายหนุ่มเหมือนกัน ไม่อยากให้ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวนานๆ 

“ไม่เป็นไร หน้าบ้านผมปลอดภัย มีไอ้ด่างกับอีปุยนั่งเฝ้ากันหน้าสลอน” น้ำชี้นิ้วไปทางใต้ถุนบ้าน สองหมาก็เหมือนจะเข้าใจว่าเจ้านายเรียกชื่อมันจึงพากันเห่ารับ 

“ตกลง งั้นพี่ไปละ” ผู้กองบอกก่อนจะออกรถไป 

น้ำยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก ไม่ใช่อาลัยอาวรณ์ผู้กอง แต่เพราะขามันสั่น ก้าวขาไม่ออกต่างหากเว้ย พูดไปก็ขายขี้หน้าคนอื่นเขาเปล่าๆ 

 

“แม่จ๊ะ” ช่วงเย็นวันหนึ่ง น้ำฝนเรียกมารดา 

“อะไร” แม่น้อยที่กำลังหยิบวัตถุดิบออกจากตู้เย็นชะงักมือ 

“พี่น้ำฝากฉันบอกแม่ว่าไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อนะ วันนี้ไม่กินข้าวที่บ้าน” 

“อีกแล้วเรอะ เอ...หมู่นี้ทำไมพี่เอ็งถึงไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ มีอะไรหรือเปล่าวะ หรือเบื่ออาหารฝีมือข้า” นางบ่นพลางเก็บเนื้อหมูและผักคะน้าอีกสองสามต้นใส่คืนก่อนจะปิดตู้เย็นลง 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ้ะ แม่น้อยใจเหรอ” น้ำฝนเย้ามารดา 

“น้อยจงน้อยใจอะไร ไม่มีหรอก ดีเสียอีก ประหยัดข้าวไปตั้งมากโข” แม่น้อยตอบแล้วหันไปล้างผักในอ่าง 

“น้อยใจก็บอกมาเถอะน่า ช่วงนี้พี่น้ำคงมีธุระยุ่งๆ มั้งจ๊ะ ฉันเองก็ไม่ได้ถาม ไว้คราวหน้าฉันจะถามมาให้แม่นะ” น้ำฝนบอกแม่ ถึงแม้เธอจะพอรู้มาบ้างว่าพี่ชายของเธอกำลังติดผู้ชายอย่างกับอะไรดี น้ำฝนส่ายหน้าเล็กน้อยกับพฤติกรรมของคนเป็นพี่ 

“ไม่เป็นไร ข้าก็แค่บ่นไปอย่างนั้นเอง ไอ้น้ำมันก็โตๆ แล้ว เมื่อก่อนเคยอยู่ในเมือง มาอยู่บ้านนอกนานเข้าคงจะเบื่อละวะ ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยเจอหน้ามันเลยก็แค่นั้นแหละ มันกลับมาทีไรข้าก็นอนแล้ว เช้ามาข้าไปสวนมันก็ยังไม่ตื่น” แม่น้อยตอบตามประสาคนรักลูก 

“จ้ะ ให้ฉันช่วยหั่นผักไหมแม่” น้ำฝนอาสา 

“ก็ดีเหมือนกัน หั่นผักหั่นไก่ตรงนี้ให้ข้าหน่อย หั่นชิ้นสวยๆ พอดีคำนะ อย่าทำลวกๆ” แม่น้อยสั่งบุตรสาวเสร็จก็หันไปตั้งหม้อรอน้ำเดือด 

“จ้ะแม่”    

“เออ นี่เพราะข้าไม่ค่อยได้เจอไอ้น้ำมัน ถ้าเอ็งเจอพี่เอ็งก็ฝากบอกมันด้วยว่าร้านชุดไทยในตลาดบอกว่ามีชุดใหม่ๆ มาแล้ว ให้พี่เอ็งไปเลือก” 

“พี่น้ำจะเลือกชุดไทยไปทำไมอะแม่ เอามาใส่เองเหรอ” น้ำฝนถามด้วยความสงสัย 

“เอามาใส่เองมะเหงกสิ เอาไปให้แม่ตะเคียนต่างหาก” 

“เอาไปให้ทำไมอะ” เจ้าหนูจำไมยังสงสัยไม่เลิก 

“ก็งวดที่แล้ว คนในหมู่บ้าน รวมถึงแม่กับพี่เอ็งถูกหวยกันโครมๆ ก็ต้องเอาของไปถวายแม่ตะเคียนท่านเสียหน่อย” แม่น้อยพูดพลางยกมือไหว้ท่วมศีรษะ 

“อ้อ...” 

“หั่นเสร็จหรือยัง จะได้เอามาลงหม้อ” แม่น้อยทวงเมื่อเห็นน้ำเดือดได้ที่แล้ว 

“เสร็จพอดีเลยจ้ะ” 

มื้อค่ำวันนั้นเหลือเพียงสองแม่ลูก สาวน้อยหนึ่งคนสาวใหญ่หนึ่งคนนั่งกินอาหารกันอย่างง่ายๆ อยู่หน้าโทรทัศน์ ไม่ใช้โต๊ะอาหารตามปกติ เพราะแม่น้อยเริ่มติดละครที่เจ้าตัวบ่นเมื่อวันก่อน 

“แม่ชอบดูเหรอ” น้ำฝนถาม มองหน้าแม่น้อยด้วยความแปลกใจ 

“ดูไปดูมาก็สนุกดี” 

“ผู้ชายกับผู้ชายเนี่ยนะแม่” น้ำฝนถามซ้ำให้แน่ใจ 

“เออสิวะ” 

“มันสนุกยังไง” 

“ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกข้าก็ว่ามันแปลกประหลาดไปหรือเปล่า พอดูๆ ไปมันก็เพลินดี คนแสดงที่เขาเอามาเล่นก็ยังวัยรุ่น หน้าตาน่ารักดี” 

“แล้วช่องอื่นแม่เบื่อแล้วเหรอ ถึงไม่ดู” 

“ก็ต้องมีเบื่อบ้างสิวะ นักแสดงรุ่นใหญ่บางคนเขาก็รับบทคล้ายๆ เดิม หน้าเดิมๆ บางเรื่องก็เป็นเรื่องเก่าเอามาทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าดูวนซ้ำมาสามสี่รอบตั้งแต่สาวยันแก่” 

“แม่ๆ” น้ำฝนเรียกด้วยเสียงตื่นเต้น 

“อะไรวะ” แม่น้อยยอมตอบเพราะละครพักเข้าสู่ช่วงโฆษณา 

“สมมตินะแม่ สมมติเฉยๆ” 

“เออ จะสมมติอะไรนักหนา รู้แล้ว จะพูดก็พูดมาสิวะ” 

“ก็สมมติว่าถ้าเกิดพี่น้ำอะ ชอบผู้ชายด้วยกันอย่างในละครที่แม่ดู แม่จะว่าไง” 

“ถามอะไรประหลาดแท้ พี่ชายเอ็งเขาจะเป็นอย่างในทีวีได้ยังไงกันเล่า มันกลับมาอยู่บ้านยาวแบบนี้ดูก็รู้ว่าอกหักมา” 

“อกหักมา ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่หักอกพี่น้ำจะเป็นผู้หญิงนี่จ๊ะ” 

“ไฮ้ เป็นไปไม่ได้” แม่น้อยโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน “พี่ชายเอ็งน่ะชอบผู้หญิง” 

“เอาใหม่นะแม่ ฉันหมายถึง...สมมตินะ สมมติ ถ้าพี่น้ำชอบผู้ชาย แม่จะว่ายังไง” 

“ถ้าไอ้น้ำมันชอบผู้ชายเหรอวะ” แม่น้อยนิ่งเงียบไป น้ำฝนเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางว่ะ” 

“อ้าว แม่อะ เรื่องสมมติสิ ไม่ใช่เรื่องจริง” 

“ไม่รู้วะ จะสมมติหรือเรื่องจริง ข้าก็ไม่รับรู้เว้ย” แม่น้อยบอกปัด พอดีละครกลับมาเล่นต่อ แม่น้อยจึงละสายตาไปสนใจละคร 

 

ในขณะเดียวกับที่น้ำฝนยังคิดไม่ตกว่าแม่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร ทำหน้าแบบไหนหากรู้ความจริง ลูกชายสุดที่รักของนางน้อยกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยกับผู้กองอยู่ที่บ้านพักตำรวจในเวลานี้ 

“ผู้กองกินนี่สิ คนในตลาดบอกอร่อย” น้ำตักต้มจืดฟักใส่ไก่ให้ผู้กอง 

“ขอบใจ” ผู้กองตักไก่ขึ้นมากินทันที น้ำมองตามอากัปกิริยานั้นไม่วางตา 

แหม มันช่างหวานชื่นเหลือเกิน น้ำคิดอย่างนั้น 

“อร่อยไหม” 

“ก็อร่อยดีนะ แต่ฝีมือแม่น้อยอร่อยกว่า น้ำก็กินด้วยสิ” ปรานต์บอกพลางตักคืนให้บ้าง 

“แน่นอน แม่ผมทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกแล้ว” เมื่อได้ทีน้ำก็รีบอวด 

“มากินข้าวที่นี่บ่อยๆ แม่น้อยจะไม่บ่นหรือ” ผู้กองหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง  

ปรานต์เองก็ไม่ค่อยสบายใจนัก เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับน้ำที่ยังไม่ได้เปิดเผย ตัวเขาน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก คุณหญิงแม่ของเขาชอบน้ำ เปิดไฟเขียวให้อย่างเต็มใจ แต่ที่เขาเป็นห่วงก็คือแม่น้อยของน้ำต่างหาก เขาเกรงว่าแม่น้อยอาจจะไม่เข้าใจความสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็เป็นได้ 

เมื่อถึงวันนั้น ถ้าหากแม่น้อยรับความรักของพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ 

พวกเขาจะทำยังไงดี 

“ไม่รู้สิ ก็คงบ่นบ้างแหละ แต่ยังหาโอกาสบ่นไม่ได้ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ แม่เข้านอนตอนผมกลับ แม่ออกไปสวนตอนผมตื่น คลาดกันตลอด ผู้กองไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” น้ำจะรู้ไหมว่าคำพูดของตัวเองในประโยคท้ายนั้นช่างเหมือนกับใครอีกคนที่เจ้าตัวกำลังพูดถึง สมกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆ 

“ไม่ทวงถามก็เรียกแต่ผู้กองๆ  พี่ชื่อปรานต์ เรียกให้มันถูกๆ ได้แล้ว” ผู้กองหนุ่มท้วง 

“ช่างผมเถอะน่า ไว้อยากเรียกเมื่อไหร่จะเรียกเอง” 

“ทำไมต้องมีลูกเล่นเยอะขนาดนั้น” ผู้กองหนุ่มมองคนตรงข้ามโต๊ะด้วยสายตาแน่วนิ่ง เขากำลังต้องการคำตอบ 

“ก็...กลัวติดปากแล้วเรียกพี่ปรานต์ต่อหน้าแม่ ยังไม่อยากให้แม่สงสัย” น้ำตัดสินใจอธิบายเหตุผลของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รู้ 

“เรื่องนี้เหรอ อืม...พี่เข้าใจ” ก็จริงอย่างที่น้ำพูด ในเมื่อแม่น้อยยังไม่รู้เรื่องของพวกเขา การทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมคงจะเหมาะที่สุด 

“นะ ไม่โกรธนะครับ คนเก่งของพี่น้ำ” ใจน้ำอยากปลอบโดยการเอื้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายเหมือนที่ปรานต์ชอบทำเสมอๆ แต่เขาก็ไม่กล้าหรอก  

อ้าว ใครจะกล้าอะ 

แค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้ปรานต์หัวเราะได้ น้ำสบายใจคิดว่าชายหนุ่มหายจากอาการไม่พอใจแล้ว แต่ดูเหมือนไอ้น้ำจะเข้าใจอะไรผิดอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าผู้กองหายโกรธ แต่เป็นเพราะเขาขำคำพูดของมันต่างหาก 

‘คนเก่งของพี่น้ำ’  

ดูเอาเถอะ นายนทีคิดได้ยังไง 

“พรุ่งนี้พี่ไปกินข้าวที่บ้านน้ำดีไหม” ผู้กองถาม  

“อืม จะไปเหรอ ก็ได้นะ เดี๋ยวบอกแม่ให้ทำกับข้าวเผื่อ พี่ปรานต์อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า จะได้บอกแม่ไปเลยทีเดียว” น้ำพูดชื่ออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แม้ยังไม่ชินปากสักเท่าไหร่ 

“พี่กินได้หมด กินอย่างที่น้ำกินก็ได้” ชายหนุ่มบอกอย่างตามใจ เขาไม่ใช่คนเรื่องมากเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว 

“ได้” 

“น้ำ” ปรานต์ตักข้าวเข้าปากอีกสองสามคำก็เรียกชื่ออีกฝ่าย 

“ครับ?” 

“พี่รู้นะว่าเรายังส่งหวยให้เจ้ามืออยู่” 

“อะไรๆ ผู้กอง อย่าปรักปรำกันสิ หลักฐานไม่มีนะ” ไอ้น้ำหน้าซีด รักกันอยู่หลัดๆ ทำไมจู่ๆ ผู้กองจะหาเรื่องพาไอ้น้ำเข้าคุกแล้วล่ะ 

“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ ตบตาตำรวจน่ะยาก” 

“ไม่มีหลักฐาน พูดลอยๆ ไม่โอเคอะ” น้ำกำลังแถไปเรื่อย ตอนนี้สีข้างของมันน่าจะเริ่มถลอกแล้วมั้ง 

“อย่าให้พี่หาหลักฐานมาจับน้ำเลย เลิกเดินโพยหวยเถอะ พี่ยังไม่อยากจับแฟนพี่เข้าคุก” ผู้กองเตือน 

“แฟนเฟินอะไร ไม่ใช่สักหน่อย” น้ำเถียงอีก ก็พวกเขาทั้งคู่ยังไม่เคยตกลงเป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ 

“น้ำ เลิกเถียง เลิกได้ไหม พี่ไม่ห้ามเรื่องเล่นหวย รู้ว่าน้ำชอบเล่น แต่ต้องเป็นหวยที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” ปรานต์มองหน้าของน้ำ  

อะไรกันเนี่ย ทำไมถึงโดนเรื่องนี้ไปได้ ไปเหยียบตาปลาผู้กองตอนไหนวะ’ไอ้น้ำได้แต่คิดในใจแต่การแสดงออกนั้นเป็นการส่งยิ้มที่แห้งแล้งสิ้นดีให้ผู้กอง 

“เอ่อ... ผม...” 

“พี่ขอนะ เล่นลอตเตอรี่ก็พอ ได้ไหม” 

“ผู้กอง มันยากอะ” น้ำพูดอย่างลำบากใจ 

“พี่เป็นผู้รักษากฎหมาย ถ้าแฟนพี่ทำผิดซะเอง แล้วต่อไปใครจะเชื่อพี่ จริงไหมครับ” ปรานต์บอกเสียงนุ่ม หวังให้คนที่กำลังดื้อนี้ยอมเชื่อเขา 

“...” 

“น้ำครับ” เสียงทุ้มยังเรียกชื่อไอ้น้ำแบบนุ่มๆ ดังเดิม 

“เอ่อ...ก็ได้ครับ ผมจะเลิกก็ได้ แต่ของวดหน้าเป็นงวดสุดท้ายนะ” 

“น้ำ...” คราวนี้เสียงทุ้มที่นุ่มนวลกลับแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย 

“ครึ่งทางนะพี่ปรานต์ ขอร้องละ ให้ผมไหว้ก็ได้ คือแบบ...สั่งลา ทิ้งทวน บอกลาลูกค้าอะไรงี้ จู่ๆ จะทิ้งไปเลย เขาก็ด่าผมแย่น่ะสิ” น้ำหาข้ออ้างต่างๆ นานามาอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ  

“ได้ แค่งวดหน้างวดเดียว และเป็นงวดสุดท้าย” น้ำมองใบหน้าของปรานต์ที่ใช้ความคิดอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้าตกลง 

“ได้ๆ ขอบคุณนะครับ”  

น้ำบอกอีกฝ่ายอย่างลิงโลด แต่ในใจนั้นน้ำตากำลังตกใน 

โบราณกล่าวไว้ว่ามีผัวผิด คิดจนตัวตาย 

แต่สำหรับเขาคงเป็น... 

มี (ว่าที่) เมียผิด อดเล่นหวยจนตาย ก่อนมีแฟนได้โปรดดูอาชีพของแฟนด้วยครับว่ามันเหมาะกับตัวเองไหม น้ำอยากขอเตือนทุกคน 

บัดนี้ ไอ้น้ำได้โบกมือลาเลขหวยใต้ดินในอนาคต สมัครเข้าชมรมคนกลัวเมียเรียบร้อย 

ลาก่อนทุกคน 

 

 

ความคิดเห็น