winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 101

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2562 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

“เบธไม่เคยลืมทุกอย่างที่เบธเคยพูดไว้ค่ะ แต่เรื่องนี้ มันไม่ง่าย ทั้งเบธแล้วก็เพื่อนสนิทของพีร์ ทุก ๆ คนกำลังพยายามกับเรื่องนี้ ไม่มีใครลืม ว่าพีร์กำลังลำบากยังไง”

“เธอไม่เคยลืม ว่าพีร์กำลังลำบากยังไง แต่เธอไม่มีทางรู้ ว่าพีร์ลำบากแค่ไหน คนที่ร้อนใจคนเดียว ก็คือฉัน”

“เบธทราบค่ะ ว่าคุณแม่ทุกข์ใจแค่ไหน แต่ขอให้คุณแม่รับรู้ไว้ ว่าเบธไม่เคยนิ่งนอนใจ”

“ก็ดี”

“แค่นี้ก่อนนะคะ เบธต้องไปทำงานแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ”

เบธถอนหายใจยาว เก็บมือถือลงกระเป๋า แล้วก็มานั่งหน้าเศร้าอยู่ข้าง ๆ ข้าศึกที่ยังปะทะฝีปากยังไม่จบ

“ไอ้เบธ แกทนได้ยังไงวะ ให้เค้าโทรมาด่าแบบนี้แทบจะทุกวัน”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”

“แฟนเก่านะเว้ย ก็แค่แฟนเก่า แกจะทุ่มทั้งชีวิตเพื่อคนที่เลิกรักแกไปตั้งนานแล้วแบบนี้ไม่ได้ แกต้องเหลือพื้นที่ชีวิต ไว้ให้แฟนใหม่แกบ้าง”

“ก็มันยังไม่มี”

“ที่ไม่มี เพราะแกไม่เปิดตาเปิดใจ วัน ๆ ก็มาทำงานที่แกไม่ได้รักอะไรนักหนา แล้วยังจะเอาวันหยุดพักผ่อนไปวุ่นวายกับการหาหลักฐาน วัตถุพยาน ถามจริง ผู้หญิงที่ไหนจะบุกมาถึงกลางหัวใจแกได้”

สิ่งที่หมวดนภดลกล่าว เป็นความจริงทุกประการ เบธลาออกจากอาชีพนักดนตรีที่ตัวเองรักและมีความสุขกับมันมากๆ มาอ่านหนังสือ สอบเข้าเป็นทหาร เพียงเพราะถูกกดดันจาก กัญญพีร์ อดีตคนรักเก่าที่ถูกจับกุมในคดียาเสพติดหลังจากที่บอกเลิกเบธไปได้ไม่นาน คนที่ยังรักอย่างเบธ จึงให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่าจะช่วยหาหลักฐานมายืนยันกับศาลให้ได้ ว่า คนรักของเธอ ไม่ได้กระทำผิด หากแต่ถูกใส่ร้าย และอาชีพทหารก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการจัดการเรื่องนี้มากกว่านักดนตรี

จนเวลาล่วงเลยมาเป็นแรมปี ความห่างไกลและความกดดันที่กัญญพีร์มอบให้เบธแทนที่จะเป็นความรัก ทำให้เบธค่อย ๆ ลืมเธอไปจากหัวใจ และที่ยังให้ความช่วยเหลือ นอกจากจะรักษาคำพูด ก็คือช่วยในฐานะเพื่อนคนนึงเท่านั้น จากที่เคยไปเยี่ยมที่เรือนจำทุกอาทิตย์ กลายเป็นสองอาทิตย์ครั้ง เดือนละครั้ง และกลายเป็นนาน ๆ ครั้ง ความหม่นหมองในใจค่อยๆ เบาบางไป เพราะเพื่อนร่วมงานสุดกวดนอย่างคีรีและนภดล และเบธก็โชคดีที่มีครอบครัวน่ารักๆ ไว้เป็นหลุมหลบภัยอย่างดี

เมื่อเวลาราชกาลหมดลง

“เบธ คืนนี้ ไปหาอะไรกินกันมั้ย”

“มีใครไปบ้าง”

“ก็มีเฮียกับไอ้ดล แล้วก็ไอ้ดล กับเฮีย”

“เห็นหน้าทุกวันเบื่อจะตาย ไม่ไปอะ อีกอย่างวันนี้มีนัดกับน้อง”

“น้องไหนวะ น้องให้มันจริง”

“ถ้าไปกับน้องไม่จริงเมื่อไหร่ เบธจะจัดโต๊ะจีนให้เต็มลานโดรนเลยเฮีย”

“อุบ๊ะ! ”

เบธโบกมือลาเพื่อนๆ สะพายกระเป๋า แล้วเดินไปขึ้นรถเมล์ ยานพาหนะที่เบธสบายใจที่จะใช้ไปไหนมาไหนจนชิน ระหว่างทางเบธก็นัดแนะกับ เมธนภา หรือ เมธ น้องสาวแท้ๆ ของเบธ นักศึกษาสาวจากคณะพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของเบธ ให้ไปเจอกันที่ร้านขายต้นไม้ ร้านประจำที่เมธมักจะอ้อนให้เบธพาไปเหมาต้นไม้บ่อยๆ

และบ่อยครั้งที่เมธจะมาถึงที่นัดหมายช้ากว่า เบธก็จะใช้เวลาว่างระหว่างรอน้องสาว ด้วยการเดินชมต้นไม้ จนแทบจะจำชื่อได้ทั้งหมด นอกจากชื่อต้นไม้ ก็น่าจะเป็นข้อมูลของร้าน ‘ตาขวัญขายต้นไม้’ ที่เบธเริ่มจะจดจำได้ดี

“อ้าว พี่เบธ ทำไมมาด้อมๆ มองๆ เงียบๆ คนเดียวอย่างนี้คะ เดี๋ยวพ่อแก้วก็ยิงให้หรอกค่ะ”

“ตาขวัญจะยิงรั้วของชาติได้ลงคอเหรอคะ ไม่ใช่รั้วธรรมดาด้วยนะ เป็นรั้วที่สวยมากๆ ด้วย”

“แก้วให้พูดใหม่อีกทีค่ะ”

“สวยมากๆ ด้วย”

“สวยอะไรล่ะคะ อีกนิดแก้วจะเรียกว่า อปป้า แล้วนะคะ”

แก้ว หรือ แก้วตาขวัญ เป็นลูกสาวของ นายขวัญ แห่งร้าน ตาขวัญขายต้นไม้ ร้านขายต้นไม้และวัสดุอุปกรณ์การเกษตรที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เปิดกิจการมานาน มีของให้เลือกซื้อหลากหลายและราคาไม่แพง ตั้งแต่เมธนภา เลือกเรียนทางด้านพฤกษศาสตร์ เบธก็เข้าออกร้านนี้เป็นประจำ จนสนิทกับคนทั้งร้าน จริงๆ แล้ว นอกจาก ตาขวัญ ผู้เป็นพ่อ ลูกสาวคนโตอย่างแก้ว ก็ยังมี นายอาชขวัญ ลูกชายคนเล็กอีกหนึ่งคน แต่อาชขวัญ เรียนอยู่ที่วิทยาลัยเกษตร ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ นานๆ เบธถึงจะได้เจอสักที

“พี่เบธ มานี่ค่ะ แก้วจะพาไปดูอะไรบางอย่าง”

“จะหลอกขายของพี่อีกปะเนี่ย”

“ไม่ได้หลอกค่ะ แต่ถ้าพี่เบธสนใจเอง แก้วก็คงช่วยอะไรไม่ได้”

มือขาวๆ ของหญิงสาวที่ไม่น่าเชื่อว่าจะประกอบอาชีพทำไร่ทำสวนจับเข้าที่ข้อมือของเบธ ก่อนจะลากเข้าไปที่หลังร้าน ผ่านต้นไม้สวยๆ ที่วางเรียงรายมากมาย ไปยังโรงเรือนขนาดปานกลาง ที่ดูเหมือนว่าจะสร้างเมื่อไม่นานมานี้ และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เบธจะได้เข้าไปดูข้างใน

“อาณาจักรแคคตัส ของแก้วค่ะพี่เบธ แก้วนะอุตส่าห์ฟูมฟักเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ตอนนี้มีเยอะพอที่จะขายได้แล้วนะคะ”

เบธมองไปเบื้องหน้า พบต้นไม้อวบๆ อ้วนๆ รูปร่างหน้าตาหลากหลาย วางเรียงรายกันเต็มไปหมด

“กิจการใหม่ของแก้วกับเจ้าอาชค่ะ หุ้นกันสองพี่น้อง ตาขวัญไม่เกี่ยว เนี่ยแก้วเปิดเพจขายออนไลน์ด้วยนะคะ ชื่อว่า “ล่า แคคตัส” พี่เบธต้องไปกดถูกใจ กดไลค์กดแชร์ด้วย”

“แล้วก็ต้องช่วยซื้อด้วยใช่มั้ย”

“ก็แล้วแต่นะคะ แต่จะบอกว่า ตอนนี้มีคนเหมาไปครึ่งโรงเรือนแล้วค่ะ ถ้าพี่เบธซื้อไม่ทัน แก้วก็ช่วยไม่ได้จริงๆ”

เบธแกล้งทำหน้าตกใจแบบเล่นใหญ่สุด น้องแก้วก็เลยเอามือที่จับแขนมาฟาดแขนเบธแทน

“โอ๊ย ตีลูกค้าแบบนี้ก็ได้เหรอ แม่ค้าอะไรใจร้ายจัง”

“ถ้าพี่เบธไม่ช่วยซื้อนะ จะตีแรงกว่านี้อีก” แก้วทำเป็นขู่ แต่อมยิ้มซะหวานเชียว

“ขอเดินดูก่อนละกันนะจ๊ะ”

เบธยิ้มกวน ๆ ตอบแทนยิ้มหวานหยดย้อยนั้น แล้วก็เดินดูแคคตัส หรือที่เมื่อก่อนเบธเรียกว่า กระบองเพชร ต้นไม้ที่มีหนามแหลม ๆ เคยเห็นผ่านตามาบ้างสมัยเป็นเด็กนักเรียน สำหรับเบธแล้ว มันดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เพราะใครๆ ก็บอกว่า เอาไปปักไว้บนทราย แล้วมันก็จะขึ้นเอง

“อ้าว ทำไมมีหลายสี แล้วทำไมบางต้นไม่มีหนาม เฮ้ยๆ ต้นนั้นมีขนขาวๆ ด้วยอะ ผมมันหงอกเหรอ”

“มันมีหลายแบบ หลายสายพันธุ์ มันมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะ”

“อ้าว เลี้ยงในดินเหรอ คิดว่าใช้ทรายล้วนๆ เสียอีก”

“ดินค่ะ ผสมนู่นนี่นั่นหลายๆ อย่างด้วย เค้าจะได้โตเร็ว ออกดอกไว”

เบธพยักหน้า ทำหน้าเข้าใจ แม้ในใจจะสงสัยว่า มันมีดอกด้วยเหรอ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป เพราะรู้สึกว่า จะดูโง่เกินไปแล้ว

“เอาต้นนี้แล้วกัน ไม่มีหนาม จะได้ไม่ทิ่มมือ เรียกว่าอะไร โลโฟ อ่านว่า โลโฟ ใช่มั้ย”

“ใช่ โลโฟ แต่พี่อย่าเอาต้นนั้นเลย มันเลี้ยงยาก พี่เพิ่งหัดเลี้ยง เอาไปก็ตาย”

“บ้าแล้ว กระบองเพชรนี่ เค้าว่า เลี้ยงส่งๆ มันก็ไม่ตายไม่ใช่เหรอ”

“ตายสิ ทำไมจะไม่ตาย เอ้า พี่อะ เอาต้นนี้ไป ไม่ขายด้วย ให้ฟรี”

“ดาวล้อมเดือน ชื่อเพราะดีแฮะ แหมทำเป็นให้ฟรี ต้นนี้ยี่สิบบาทเองนี่นา”

“หรือจะไม่เอาคะ คุณพี่เบธ”

“เอาสิคะ น้องแก้วตาขวัญ”

คุณแม่ค้าถือกระถางแคคตัสต้นเล็กๆ หน้าตาจิ้มลิ้มพาคุณลูกค้าออกมาหน้าร้าน ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วก็ใส่ถุงกระดาษที่เหมือนกับที่ใช้ใส่กาแฟโบราณ แล้วยื่นให้ คุณลูกค้าที่ยืนยิ้มอยู่ก็หยิบธนบัตรสีเขียวส่งไปให้

“แก้วให้ค่ะพี่เบธ”

“ไม่ใช่ค่าต้นไม้ นี่ค่ากระดาษหนังสือพิมพ์กับค่าถุง”

แก้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แล้วก็รับเงินมา เพราะรู้ดีว่า ถ้าเบธยืนยันว่าจะจ่าย ยังไงเธอก็ไม่มีทางปฏิเสธได้แน่ ๆ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดีใจที่ขายต้นไม้ได้ หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ แม่ค้าที่ปกติจะพูดเจื้อยแจ้วก็หมดเรื่องพูด แล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ส่วนคุณลูกค้า พอได้ต้นไม้ไปก็หยิบออกมาดูๆ มองๆ อยู่คนเดียว

บ่ายแก่ๆ แดดเริ่มร่มลมเริ่มพัด และสีเขียวๆ ของต้นไม้ทำให้เบธค่อนข้างสบายใจและลืมเรื่องหนักอกไปได้มากเลยทีเดียว

“สวัสดีค่ะพี่เบธ สวัสดีค่ะพี่แก้ว ทำอะไรกันอยู่คะเนี่ย”

สาวน้อยเมธนภา ในชุดนักศึกษากระโปรงพีทเลยเข่าไปครึ่งแข้ง เดินมาเงียบๆ แล้วก็กล่าวทักทายพี่ๆ ทั้งสอง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“พี่จะหลับแล้วเมธ ลมพัดเย็นสบายมากๆ ”

“หลับรอได้เลยค่ะ เมธขอไปชอปปิ้งก่อนนะคะ พี่แก้วตาเราไปกันเถอะค่ะ”

เมธนภา คล้องแขนพี่แก้วตาสุดที่รักของเธอ เข้าไปเลือกดูวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องการ ปล่อยให้เบธนั่งหลับรออยู่ที่หน้าร้าน ไม่นานนัก ก็ได้ข้าวของที่ต้องการ ประกอบไปด้วยเป็นกระบะเพาะกล้า กระถางพลาสติกใบเล็กๆ และสารเคมีขวดเล็กๆ อีกสองสามขวด

“พี่เบธสุดที่รักของเมธ จ่ายเงินให้น้องเมธสุดที่รักของพี่เบธ ด้วยนะคะ”

“มีน้องสาวขี้อ้อนเนี่ย มันไม่ดีก็ตรงเนี้ย”

เบธบ่นนิดหน่อย ก่อนจะควักเงินมาจ่ายค่าของทั้งหมดให้แก้ว แล้วก็รับถุงใส่ของทั้งหมดมาถือไว้ด้วยมือข้างนึง

“เมธถือต้นไม้ให้พี่ก็แล้วกันนะ”

“โอ๊ะ พี่เบธเนี่ยนะคะ จะเลี้ยงแคคตัส” สาวน้อยเมธนภาทำหน้าทะเล้น

“มีปัญหาอะไรจ๊ะ น้องสาวตัวแสบ”

เบธเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่ไปขยี้ผมน้องสาว ก่อนจะล็อคคอไว้ด้วยความมันเขี้ยว

“เมธกลับบ้านก่อนนะคะพี่แก้ว ไว้จะหลอกพี่เบธมาใหม่นะคะ”

“บ๊ายบายค่ะ น้องเมธ บ๊ายบายค่ะ พี่เบธ”

เบธไม่ได้ตอบอะไร แต่ยักคิ้วหลิ่วตาให้แทน แล้วก็กอดคอน้องสาวที่เบธรักยิ่งกว่าชีวิต พากันไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แก้วมองตามจนสองพี่น้องลับตาไป

ครอบครัวของเบธ ประกอบด้วยสมาชิกสี่คน ก็คือ เบธ เมธ ป้าแป้ว และน้าปราง พี่และน้องสาวของแม่ ส่วนพ่อและแม่ของเบธประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งแต่เบธและเมธยังเด็ก หน้าที่ดูแลทั้งสองคนจนเติบใหญ่ก็กลายมาเป็นของป้าและน้า และด้วยความโอบอ้อมอารีย์ของผู้มีพระคุณทั้งสอง ทำให้สองพี่น้องเติบโตมาเป็นคนที่จิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส มีจิตใจอ่อนโยน ทั้งสี่คนสนิทสนมกันมาก พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเรื่องของหัวใจ

“สองพี่น้องกลับมาแล้วค่า มีอะไรอร่อย ๆ ให้กินบ้างคะ”

“เสียงใสเชียวนะ เจ้าเมธ หลอกพี่เบธไปซื้อของที่ร้านต้นไม้อีกแล้วสินะ” หญิงสูงวัยร่างท้วมเดินออกมาต้อนรับ

“ใช่เลยป้าแป้ว เบธตัวเบาเลย”

“ตัวเบา แล้วหัวใจเบาด้วยหรือเปล่าน้า หรือว่าจะทำหล่นไว้ที่ร้านต้นไม้”

“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีสิคะป้าแป้ว เผื่อเมธจะได้ซื้อของครึ่งราคาบ้าง”

“ฮื้มมมมม พูดอะไรกันเนี่ย ป้าหลานคู่นี้ มันยังไม่มีอะไรในกอไผ่เลยนะคะ”

“แต่มีอะไรในกระบองเพชรต้นนี้แน่ๆ ค่ะ ป้าแป้ว”

สาวเมธเอาถุงใส่กระบองเพชรต้นน้อยไปให้ป้าแป้วดู แล้วก็หัวเราะคิกคัก

“ไม่คุยด้วยแล้ว ไปหาน้าปรางดีกว่า น้าปรางต้องมีของกินอร่อยๆ แน่ๆ”

“เดี๋ยวสิคะพี่เบธ แล้วกระบองเพชรสื่อรักนี่ จะให้เมธเอาไปไว้ที่ไหนคะ อย่าบอกนะคะ ว่าจะปลูกไว้ในหัวใจ”

“ฝากวางไว้ที่ระเบียงห้องนอนให้ด้วย” เบธตะโกนบอกน้องสาว

“ง่อววววว ก็ใกล้หัวใจพอสมควร”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น