Pimonpan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 275

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2562 16:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 10
แบบอักษร

—ศาลเจ้าอาเกฮะ—

Selena Talk

“แม่...”

“...” หลังจากที่ฉันสบตากับแม่ เราทั้งสองต่างก็วิ่งเข้าสวมกอดซึ่งกันและกัน

“แม่มาที่นี่ได้ยังไงคะ แม่รู้ได้ยังไงว่าหนูอยู่ที่นี่ แล้วสตีฟกับคนอื่นๆ...” ฉันเอ่ยถามข้อสงสัยที่มีในหัวตอนนี้ทั้งหมดออกไป พลางชะเง้อผ่านหลังแม่มองเข้าไปในตัวศาลเจ้า เผื่อแม่จะพาตำรวจเข้ามาในนี้ด้วย

“ไม่มีใครรู้หรอกจ้ะ...” แม่ตอบเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ พาฉันเดินเข้าไปยังตัวบ้าน

“แล้วแม่...” ฉันยังไม่ได้เอ่ยถามข้อสงสัยข้อใหม่ แม่ก็รีบชิงตอบกลับมา

“แม่รู้จักเขา...ไคโตะน่ะ สตีฟเพิ่งยอมบอกแม่ว่ามีอีเมล์ลับส่งไปหาลูก เรื่องตระกูลคัง”

“...”

“แม่แค่เดาว่าอาจเป็นเขา เลยลองเสี่ยงมาที่นี่ดู”

“แล้วทำไม...” ฉันเอ่ยค้างไว้ก่อนจะหันกลับไปมองยังชายชุดดำที่เดินตามเรามาอยู่ห่างๆ

“พวกเขารู้จักแม่น่ะ เลยยอมให้แม่เข้ามา”

“แล้วแม่รู้จักเขา ไคโตะน่ะค่ะ แม่รู้จักเขาได้ยังไงคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันหันไปมองหน้าแม่ระหว่างที่เรากำลังเดินมาถึงตรงหน้าระเบียงบ้าน

“แฮ่ม...” เสียงกระแอมเบาๆ ดังมาจากบนนั้น ก่อนที่ฉันจะเห็นว่าไคโตะกำลังเดินอยู่ตรงระเบียงนั้น ซึ่งกำลังเดินมุ่งหน้ามายังจุดที่เราอยู่

“...”

“...”

“...” ฉันได้แต่ยืนมองการกระทำของทั้ง2คนอยู่เงียบๆ โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร แม่กับเขาสบตากันเล็กน้อย ก่อนที่แม่จะส่งยิ้มบางๆ แต่แฝงความอบอุ่นในรอยยิ้มนั้นกลับไปให้เขา

“โซเฟีย คุณยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”

“หึ ไคโตะเด็กน้อยหน้าตามอมแมมคนนั้นหายไปไหนแล้วนะ นายโตขึ้นมากจนฉันจำไม่ได้แล้วนะเนี่ย” น้ำเสียงแฝงความอบอุ่นปนเอ็นดูของแม่ฉันถูกส่งตอบกลับไปให้เขา

“เซเลน่าเธอเหมือนคุณมากเลยนะครับ หึ” เขายิ้มมุมปากบางๆ ส่งให้แม่ฉัน ก่อนจะเหลือบมองมาทางฉันเล็กน้อย

“แม่ยังไม่ตอบเซลล์เลยนะคะ ว่ารู้จักเขาได้ยังไง” ฉันเอ่ยแทรกออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดหน่อย เพราะแอบหมั่นไส้ในความสนิทสนมของพวกเขา

แม่ฉันไปรู้จักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วเขาทำไมรู้จักกับแม่ฉัน ไหนจะคำพูดกับน้ำเสียงที่ฟังดูสนิทสนมนั่นอีก

“หึ เธอจะให้แม่เธอยืนเล่าเรื่องของเราอยู่ตรงนั้นเหรอเซเลน่า พาโซเฟียขึ้นบ้านก่อนสิ” เขาส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ฉัน พลางเอ่ยประชดกลับมาด้วยนิดหน่อย ก่อนจะหันหลังเดินนำเข้าไปยังห้องรับรองแขก

ฉันมองตามแผ่นหลังในชุดยูกาตะของเขาอย่างหมั่นไส้ พลางเบ้หน้าส่งไปให้นิดหน่อย ก่อนจะหันมาเห็นแม่ยืนอมยิ้มบางๆ อยู่ข้างๆ

“แม่ยิ้มอะไรคะ เขากวนประสาทออกอย่างนั้น”

“ไปได้แล้ว แม่ไม่เคยเห็นเซลล์ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้มาก่อนเลยนะ แปลก”

แม่เอ่ยออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินนำหน้าฉันไป และทิ้งฉันให้ยืนทบทวนคำพูดนั้นของแม่อยู่คนเดียว มันก็... จริงด้วยแฮะ นี่มันอะไรกัน เพราะเขาคนเดียวเลย ชิ

“คุณกับเซเลน่าคงจะสบายดีนะครับ ก่อนหน้านี้...” เขาเอ่ยถามออกมาเบาๆ พลางยื่นถ้วยชาที่เขาเป็นคนรินเองส่งมาให้เรา 2 คน

“นายน่าจะรู้ดีอยู่แล้วนะไคโตะ”

“หึๆ” เขาไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเหลือบสายตามามองหน้าฉันแทน

“แม่จะเล่าให้หนูฟังได้รึยังคะ” ฉันตัดสินใจถามออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ก็ได้ๆ แม่รู้จักไคโตะตอนคบกับเดวิดน่ะ ตอนนั้น...”

แม่เล่าเรื่องราวทั้งหมดไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาของฉันที่เหลือบมองไคโตะสลับกับแม่ไปมา เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรเช่นกัน เพียงแต่นั่งจิบชาฟังแม่เล่าเรื่องราวระหว่างแม่กับเขาและเดวิดพ่อของฉันไปเงียบๆ

สรุปคือแม่เจอกับไคโตะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ พ่อกับแม่บังเอิญผ่านมาที่นี่ เพราะครอบครัวของพ่อทำธุรกิจการค้าแถวย่านญี่ปุ่นในจังหวัดนี้ พวกเขามาเดทกัน และบังเอิญได้พบกับไคโตะและครอบครัวที่นี่ ตอนนั้นไคโตะมีอายุเพียง5ขวบ พ่อของฉันมีความคิดที่จะฟื้นฟูบูรณะที่นี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับย่านการค้าในเมือง เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มหัวก้าวหน้า

พ่อมักจะแวะเวียนมาที่นี่และซื้อข้าวของต่างๆ มาดูแลจุนเจือเขาและครอบครัว เขาเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบดี พูดจาหลักแหลม มีแววมาตั้งแต่เด็ก เดวิดกับครอบครัวคังตัดสินใจอุปการะเลี้ยงดูเขา ให้เขากับครอบครัวเป็นผู้ดูแลศาลเจ้านี้ รวมไปถึงส่งเขาไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น คอยสนับสนุนเขาในการทำทุกอย่าง แม่กระทั่งจัดตั้งองค์กรนักฆ่า หรือเลี้ยงดูพวกแฮกเกอร์ใต้ดิน

“แม่เพิ่งรู้ว่าเดวิดเป็นมาเฟียหลังจาก1ปีที่ลูกเกิด เขาปิดบังแม่ตลอดเวลาที่เราคบหาดูใจกัน เขาใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าของมังกรไว้ด้วยมาดของนักธุรกิจหนุ่ม เขาเลือกที่จะปกปิดตัวตนของตัวเองไว้เพียงเพราะแม่เป็นตำรวจ” แม่ตัดสินใจเล่าเรื่องของแม่กับพ่อให้ฉันทราบหลังจากเล่าเรื่องของไคโตะจบ

“แม่ก็เลยตัดสินใจหย่ากับพ่อและแยกหนูกับเซลีนออกจากกัน อย่างนั้นหรอคะ”

“ใช่จ้ะ แม่ขอโทษนะเซลล์ แต่ตอนนั้นแม่โกรธเขามากจริงๆ และคิดว่าเรื่องของเรา2คนมันคงเป็นไปไม่ได้ แม่เลยเลือกเดินออกมาจากเขา”

“ไม่เป็นไรค่ะ เซลล์เข้าใจ...” ฉันหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เพียงเพราะอยู่ดีๆ ก็นึกถึงเรื่องราวของฉันกับเจคอบ

“คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนฆ่าเดวิด” อยู่ดีๆ ไคโตะก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเบาๆ

“รู้...ฉันเป็นคนเก็บหลักฐานและผลชันสูตรของเขาเอง”

“คุณรู้ไหมว่าเขาส่งคนไปทำร้ายเซเลน่าที่บ้าน”

“ไม่...ฉันคิดแค่ว่าถ้าฉันไม่เปิดเผยเรื่องการตายของเดวิด เขาก็คงไม่ทำร้ายพวกเรา”

“หึ เซลีนกำลังตกอยู่ในอันตราย เขากำลังวางแผนการบางอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่”

“...” แม่ฉันนิ่งเงียบไปสักพัก แววตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อไคโตะเอ่ยถึงเซลีน ฉันเลยตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกไป

“แม่คะ เซลล์อยากเข้าไปช่วยพี่ อาทิตย์หน้าที่คฤหาสน์นั่นจะมีงานเลี้ยงใหญ่ เซลล์อยากเข้าไปสืบบางอย่างที่นั่น” ฉันตัดสินใจบอกความคิดที่ฉันคิดไว้ตลอดหลายวันมานี้ออกไป

“แต่มันอันตราย เขาจะทำร้ายลูกได้”

“เซลล์จะระวังตัวค่ะแม่ อีกอย่างคือ เซลล์คิดว่าจะปลอมตัวเป็นเซลีน...”

 

 

 

 

—คฤหาสน์ตระกูลคัง—

10.15 น.

Dominic Talk

“คุณดอมคะ คุณแดนมาหาค่ะ” ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยหลังประโยคนั้นจบลง แดเนียลไม่มาที่เรือนหลังเล็กนี่นานแล้ว เขามีธุระอะไรกัน

“หึๆ นายทำอะไรอยู่เหรอโดมินิค” เสียงทุ้มๆ ของเขาถามแทรกเข้ามาดักความคิดของผมเอาไว้ ก่อนที่เขาเดินก้าวเข้ามาในบ้าน

“...” ผมไม่ตอบ เพียงแต่มองเขากลับไปด้วยสายตาเนือยๆ ก่อนจะหันมาจัดแจกันดอกไม้ในมือต่อไป

“ฉันคิดว่าช่วงนี้นายผมยาวเกินไปนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับแฝงบางอย่างเอาไว้ในคำพูดนั้น

“...”

“หนวดเคราก็เริ่มขึ้นแล้วด้วย แถมสภาพนายตอนนี้ก็...” น้ำเสียงเขาดูเจ้าเล่ห์ขึ้นนิดหน่อย เขาเดินเข้ามาวนเวียนรอบตัวผม พลางส่งยิ้มชวนขนลุกกลับมาให้อีกเล็กน้อย

“มีอะไร” ผมตัดสินใจถามออกไปด้วยน้ำเสียงรำคาญหน่อยๆ

“วันนี้ฉันจะจัดปาร์ตี้ริมสระ อีก2-3วันไอ้ร็อบก็จะได้ออกจากโรงพยาบาล แล้วอีกอย่างอาทิตย์หน้างานเลี้ยงก็กำลังจะเริ่ม ฉันเลยคิดว่า...”

“...” ผมเหลือบมองเขาพูดด้วยแววตารำคาญอีกนิดหน่อย ก่อนจะได้ยินเสียงเขาดีดนิ้ว ตามมาด้วยคำพูดบางอย่าง

~~เป๊าะ~~

“นายน่าจะเปลี่ยนลุคซักหน่อยนะ”

สิ้นเสียงดีดนิ้วกับประโยคนั่น ก็มีผู้ชายร่างใหญ่ที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นสาวประเภทสองราวๆ4-5คน เดินก้าวเข้ามาในบ้าน พร้อมกับในมือถือกระเป๋าสีดำใบใหญ่ ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้ามาล็อคตัวผมไว้

ผู้ชาย(รึเปล่า)2คนเข้ามาล็อคแขนทั้ง2ข้างของผม ก่อนจะลากผมไปนั่งยังก้าวอี้ที่ห้องโถงที่ที่ผมใช้นั่งวาดรูปเป็นประจำ แต่ตอนนี้ไอ้แดนกำลังให้คนพวกนั้นเก็บปัดข้าวของของผมออกไป พร้อมวางกระเป๋าใบใหญ่ในมือของพวกเขาแทน ก่อนจะเปิดมันออก

“เฮ้ยยย!! อะไรวะ ไอ้แดน...มึง”

ผมเผลอเรียกแดเนียลออกมาด้วยคำหยาบนิดหน่อย หลังจากเหลือบไปเห็นอุปกรณ์เสริมความงามมากมายในกระเป๋าพวกนั้น

“เอาน่าาาา...เปลี่ยนลุคสักหน่อยนะพี่ชาย ฉันไม่อยากขายหน้าแขกในงานหรอกนะ อีกอย่างวันนี้สาวๆ มากันเพียบ”

“ปล่อยนะโว้ยยยย ถ้าไม่ปล่อยกูต่อยจริงๆ ด้วย” ผู้ชายที่ล็อคแขนผมอยู่สะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะหันไปมองหน้าแดเนียล

“ไปเอาเชือกมามัดเขาไว้”

“ว่าไงนะ... ไอ้แดน มึง! ไอ้เหี้ย!!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ พี่ตกใจเป็นด้วยหรอครับ ร้อยวันพันปีเห็นมีอยู่หน้าเดียว” แดเนียลตอบกลับมาด้วยหน้าตายียวนกวนประสาท อยู่ดีๆ มันก็นึกมาอยากเรียกผมว่าพี่เอาวันนี้ ไอ้เวร

“มึง!! ไอ้แดน!!” ผมค้อนเขาไปอีกรอบแต่ก็ขัดขืนอะไรไม่ได้ เพราะพวกเขาล็อคตัวผมไว้แน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก

“ฮ่าๆๆ จัดการเขาให้เรียบร้อย แล้วมารับเงินกับฉัน ถ้าวันนี้เขาไม่ดูดีขึ้นพวกคุณก็จะไม่ได้อะไรเลย”

เขาสั่งจบก่อนจะเดินสะบัดก้นออกไปโดยไม่หันกลับมามองผมอีกด้วยซ้ำ ไอ้แดนนนน มึง! ผมได้แต่นั่งกัดฟันเบาๆ และต้องจำใจถูกคนพวกนี้ทำนั่นทำนี่บนตัวผมไป

เกือบชั่วโมงผ่านไปที่ผู้ชายตัวโตพวกนี้ทำนั่นทำนี่อยู่ที่ใบหน้าและหัวของผม ผมได้แต่ส่งสายตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งกลับไปให้พวกเขา ถ้าไม่ติดว่าโดนมัดไว้ ผมคงลุกขึ้นตั๊นหน้าพวกเขาคนละครั้งและตามไปกระทืบไอ้แดเนียลอีกซักร้อยครั้งให้หายเจ็บใจ

“เสร็จแล้วครับคุณโดมินิค”

“เสร็จแล้วก็ปล่อย!!” ผมกัดฝันพูด และส่งสายตาไม่พอใจมากๆ ไปให้พวกเขา พวกเขามองหน้ากันไปมานิดหน่อยก่อนที่อีกคนจะเป็นคนเอ่ยบางอย่างออกมา

“คุณแดนบอกว่าถ้าเสร็จแล้วให้มัดคุณไว้ในนี้ก่อนครับ”

“ว่าไงนะ!!...” ผมถามกลับไป พลางส่งสายตาไม่พอใจกลับไปให้พวกเขาอีกครั้ง แต่ทว่าเพิ่มความแข็งกร้าวลงไปอีก จนพวกเขาไม่มีใครกล้าที่จะสบตากับผมอีก

นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไอ้แดน ไอ้เหี้ย!! ผมได้แต่นั่งกัดฟันและข่มความทุกข์เก็บเอาไว้ในใจ พลางนึกสังหรณ์ใจกับบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

“พวกเราไปก่อนนะครับ หวังว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีก” พวกเขาเก็บของและบอกลาผมด้วยประโยคที่ผมก็เห็นด้วย เพราะถ้าเจอพวกเขาอีกเมื่อไหร่ ผมคงไม่ปล่อยเขาไว้เฉยๆ แน่

พวกเขาออกไปได้สักพักก่อนที่แดเนียลจะปรากฏตัวออกมา เขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว เนื้อตัวและทรงผมเปียกปอนเล็กน้อย ในมือถือแก้วแอลกอฮอล์สักอย่างไว้ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ ผม พลางอมยิ้มเล็กๆ ส่งกลับมา

“นายหล่อขึ้นมากเลยนะโดมินิค ฮ่าๆๆๆๆ” เขามองสำรวจผมก่อนจะหัวเราะมันออกมาอย่างพออกพอใจ ไอ้เวรนี่ มันน่านัก

ผมได้แต่นั่งจ้องเขม็งไปที่เขา พลางกัดฟันด้วยความขุ่นเคืองอยู่เงียบๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

“หน้ากับผมก็ดูดีแล้ว เหลือก็แต่เสื้อผ้า...”

“มึงจะทำอะไร” ผมกัดฟันถามเขาไปอีกรอบ

“ก็ตอบแทนอะไรนิดหน่อย จะได้หายกัน” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้อีกครั้ง

“...” ผมได้แต่จ้องหน้าเขาเขม็งเป็นการคาดโทษเขาไว้ เพราะยังคงไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่

~~เป๊าะ~~

“เด็กๆ เข้ามาได้แล้วววว” สิ้นเสียงดีดนิ้วและคำพูดของเขาก็มีผู้หญิงไม่ต่ำกว่า10คนในชุดบิกินี่หลากสีสัน วิ่งกรูกันเขามายังจุดที่ผมนั่งอยู่ ลางสังหรณ์ผมมันผิดซะที่ไหนกันล่ะ ไอ้แดนนนน!!

“ใครทำหมอนี่ครางออกมาได้มาเอารางวัลกับผมได้เลยที่รัก”

ว่าไงนะ!!?

“ไอ้แดน ไอ้เหี้ย มึง!!”

สิ้นเสียงหมอนั่นสาวน้อยผมสีแดงจินเจอร์หน้าตาจิ้มลิ้มก็จัดการเข้ามารุกผมอย่างเต็มที่ เธอถอดเสื้อผมพาดไปด้านหลังแต่มันยังติดอยู่ที่ช่วงแขนเพราะแขนผมถูกมัดติดพาดไปกับเก้าอี้

เธอลูบไล้ผิวกายผมเบาๆ ไล้เล็บยาวๆ นั่นไปมาที่บริเวณช่วงอกผม ก่อนจะค่อยๆ ไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ พลางส่งสายตาอันร้อนแรงส่งมาให้ผม

“หยุด เดี๋ยวนี้” ผมมองเธอด้วยสายตานิ่งๆ พลางจ้องเธอกลับไปด้วยแววตาแข็งกร้าว

เธอมองผมด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“คิกๆ” เธอหยุดแกล้งผมและลุกออกไป ก่อนที่จะมีแม่สาววัวนมเดินเข้ามานั่งตักผมเป็นรายถัดไป

เธอนังค่อมลงบนตักผม ก่อนจะบดเบียดหน้าอกหน้าใจขาวๆ นั่นเข้ามาตรงหน้าผม พลางขยับสะโพกถูไถช่วงล่างของเธอไปมาบนตักผม ให้ตายสิ

“คุณชื่อโดมินิคเหรอคะ” เธอถามผมออกมาเบาๆ

“ถอยออกไป” ผมกัดฟันบอกเธอเบาๆ พลางข่มกั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในตอนนี้ ก่อนที่จู่ๆ จะมีผ้าสีดำผืนหนึ่งปิดลงมาที่ตาผม

“คิกๆ แค่ปิดตาไว้คุณก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้วค่ะ”

เสียงหัวเราะคิกคักนี่น่าจะเป็นของผู้หญิงผมสีแดงจินเจอร์คนเมื่อกี้ ให้ตายสิ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มีมือกี่คู่กำลังลูบไล้อยู่บนร่างกายผม แม่สาววัวนมนั่นใช้มือคล้องคอผมไว้เบาๆ และถูไถสะโพกไปมาไม่หยุด

เธอลุกออกไป ก่อนที่ผมจะรู้สึกว่ามีมืออีกคู่กำลังยุ่มย่ามอยู่กับเข็มขัดกางเกงของผม ชิท!!

“จะทำอะไร” ผมถามพวกเธออกไปเสียงแข็ง

“คิกๆ” เสียงหัวเราะคิกคักหลายๆ เสียงถูกปล่อยออกมา ให้ตายสิ ผมรู้สึกสมเพชตัวเองชะมัด ไอ้แดน ผมเอามันตายแน่

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเข็มขัดผมถูกปลดออกจากเอวกางเกงเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่พวกเธอจะใช้มันลากไล้ไปมาบนเรือนร่างผม มือข้างล่างนั่นกำลังจัดการรูดซิปกางเกงผม

ใครสัคนปลดกางเกงผมออก และไม่รู้ว่ามือของใครที่ทำหน้าที่ลูบไล้ส่วนนั้นของผมอยู่ในตอนนี้ เธอไม่ได้ถอดบ็อคเซอร์ของผมออก เพียงแต่ลูบไล้มันไปมาผ่านเนื้อผ้านั่น ให้ตายสิ อ๊ากกกก ผมกำลังจะทนไม่ไหว

“ฉันบอกให้หยุด ถอยออกไปให้หมด!!”

“ชอบมั้ยคะ ฉันทำให้คุณรู้สึกดีได้มากกว่านี้อีกนะคะ” เธอหยุดลูบไล้มันก่อนจะเอ่ยปากถามผมเบาๆ

“มะ..ไม่ ออกไป!” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แข็งกร้าวกว่าเดิม

“คิกๆ แน่ใจหรอคะ?” เธอถามผมอีกครั้งอย่างท้าทายก่อนจะค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในบ็อคเซอร์ผม

“อึก” ผมไม่ตอบอะไรเพียงแต่ลอบกลืนน้ำลายตัวเองเบาๆ ให้ตายสิ

“แต่ฉันว่าคุณชอบมันนะคะ” จบคำพูดนั้นผมรู้สึกได้ถึงแรงกระทำตรงส่วนนั้นที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่การลูบไล้เบาๆ เหมือนในตอนแรก อ๊ากกก

“อาาาา...” ผมเผลอครางเบาๆ ออกมาจนได้ ให้ตายสิ

“ฮ่าๆๆๆ พอได้แล้วที่รัก ออกไปกันได้แล้ว เดี๋ยวฉันตามไป”

~~พรึ่บ~~

ใบหน้าของแดเนียลลอยอยู่ตรงหน้าผมเล็กน้อย หลังจากที่เขาปลดผ้าสีดำที่ปิดตาผมไว้ออก ผมจ้องเขาเขม็งอย่างเอาเรื่องมากกว่าทุกครั้ง

“หึๆ หายกันแล้วนะ” เขาเค่นยิ้มออกมากวนประสาทผมอีกเล็กน้อย พลางพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดการแก้เชือกที่มัดผมไว้ออกให้

~~ตึง~~

หลังจากหลุดจากพันธนาการบ้าบอนี่ผมก็สะบัดเสื้อที่ติดอยู่ตรงแขนออกไป ก่อนจะคว้าไหล่เขาขึ้นมา และชกไปที่หน้าขาวๆ นั่นทั้งข้างซ้ายและขวาจนเขาเสียหลักและเซถอยหลังไปชนกำแพงเสียงดัง

“หึๆ ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ” เขาพูดออกมาเบาๆ พลางเค่นยิ้มกวนประสาทออกมาอีกครั้ง ผมตามไปผลักไหล่เขาอย่างเอาเรื่อง และกำลังจะเล็งหมัดไปที่ใบหน้าเขาอีกครั้งให้สาสมกับเรื่องพิเรนทร์พวกนี้ที่เขาทำกับผม

“หยุดนะ!!”

ผมและแดเนียลหันไปมองยังต้นเสียงนั่น ก่อนจะเห็นว่าเป็นเซลีน

“พวกนายทำอะไรกัน...”

“...”

“...”

“แดเนียล นี่มันอะไร” เธอมองหน้าพวกเราทั้งคู่สลับไปมาอย่างเอาเรื่องเช่นกัน

“แค่ปาร์ตี้น่ะ” แดเนียลตอบกลับมาหน้าตาเฉย ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือผมออกจากไหล่ของเขา และเดินผ่านพวกเราออกไป

“เขาทำอะไรนาย” เซลีนถามออกมาเบาๆ หลังจากแผ่นหลังของเขาลับตาไป

“เปล่า” ผมตอบออกไปนิ่งๆ

“เปล่า?? แล้วทำไมนายถึงอยู่ในสภาพนี้”

เมื่อเธอพูดจบผมก็ต้องรีบเดินไปคว้าเสื้อมาสวมใส่อีกครั้ง พลางรูดซิปกางเกงให้เรียบร้อย

“ไม่มีอะไร เธอมีอะไรรึเปล่า” ผมถามเธอพลางแกล้งทำเป็นเดินไปเก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

“ไม่มี ฉันแค่ได้ยินเสียงผู้หญิง เลยเดินมาดู”

“...” ผมเลือกที่จะไม่ตอบเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่เซลีนก็ยังคงเดินมาบังหน้าผมไว้และพยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากผมให้ได้

“เขาทำอะไรนาย”

“ไม่นี่ เขาไม่ได้ทำอะไร” ผมโกหกเธอออกไป ก่อนจะพยายามเดินหลบเธอไปอีกทาง

“เขาทำแน่...ไม่งั้นนายคงไม่ชกหน้าเขาหรอก ฉันจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง”

เธอทำท่าจะเดินออกไป ผมจึงตัดสินใจคว้าแขนเธอไว้ พลางออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอหันหน้ามาหาผม ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากของเธอ เพียงเพราะผมไม่อยากให้เธอไปหาแดเนียล...

“อื้ออออ” เธอขัดขืนผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลดแรงลง และเป็นฝ่ายจูบตอบผมกลับมา ผมค่อยแทรกลิ้นร้อนๆ เข้าไปในปากเธอเพื่อตักตวงความหวานจากริมฝีปากของคนตรงหน้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่ยอมลดละ ราวกับว่าชาตินี้ผมอาจจะไม่ได้ลิ้มรสชาติของมันอีกแล้ว

เหมือนเธอจะรับรู้ได้ถึงความต้องการของผมในตอนนี้ด้วยเช่นกัน เธอค่อยๆ ประคองใบหน้าผมเบาๆ รสจูบของเธอเหมือนช่วยปลอบประโลมผมจากเหตุการณ์เมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี เธอส่งผ่านความอบอุ่นและห่วงใยเข้ามาในจูบนี้ ผมจึงรู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย

เราจูบกันเนิ่นนานเท่าไรก็ไม่อาจรู้ได้ จนตอนนี้ผมเริ่มรับรู้ได้ถึงลมหายใจและแรงหอบถี่เล็กๆ ของเธอ ผมเลยตัดสินใจถอนจูบออกจากริมฝีปากของเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกไป

“ทำไมชอบทำเหมือนฉันเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลย”

“...” เธอไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยืนก้มหน้าและหอบหายใจเบาๆ

“เธออยากรู้จริงๆ หรอว่าหมอนั่นทำอะไรฉัน...” ผมพูดพลางค่อยๆ เดินเข้าไปรุกเธอเรื่อยๆ

“...” เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อยจนบั้นท้ายชนเข้ากับโต๊ะด้านหลัง

“เขาให้ผู้หญิงพวกนั้นลวนลามฉัน พวกเธอปลุกอารมณ์ฉัน...” ผมทำท่าจะก้มลงไปจูบเธออีกครั้ง

~~ครืดดด~~

เสียงโทรศัพท์เซลีนสั่นเบาๆ ขัดบทสนทนาระหว่างเรา2คนเอาไว้ เธอจึงถือโอกาสถอยห่างออกไปจากตัวผมก่อนจะกดรับมัน พลางเหลือบตามองผมอยู่ห่างๆ

“ว่าไงร็อบ”

‘...’

“โอเคเดี๋ยวฉันออกไป”

เธอวางสายก่อนจะเหลือบตามามองผมอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“เอ่อ...ถ้านายไม่เป็นอะไรแล้วฉันขอตัว”

“...” ผมไม่ตอบอะไรเพียงแค่มองเธอกลับไปนิ่งๆ เหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้ผมกลับแฝงความอ้อนวอนเข้าไปในแววตา และพยายามสื่อสารมันออกไปให้เธอได้รับรู้

“โรเบิร์ตไม่มีคนเฝ้าน่ะ ฉันต้องไปดูเขา”

ผมอยากรั้งให้เธออยู่ต่อ แต่ผมก็ไม่กล้าพูดมันออกไป ผมได้แต่โกรธตัวเองในใจ และยืนมองเธอหันหลังเดินออกไปเหมือนเช่นทุกครั้ง...

 

17.30 น.

Daniel Talk

~~ครืดดด ครืดดดด~~

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะคว้าแขนของผู้หญิงที่กอดร่างผมไว้ออกไปเบาๆ พลางลุกขึ้นควานหามือถือที่ส่งเสียงปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาเมื่อครู่

“เออ มีไรวะ”

‘เฮียยยย เจ๊อยู่กับเฮียป่าว ผมโทรหาตั้งแต่บ่ายแล้ว เจ๊ยังไม่เข้ามาเลยฮะ’

“ไม่ คงอยู่กับไอ้ดอมมั้ง”

‘ผมโทรถามเฮียดอมแล้ว เฮียบอกเจ๊ออกไปตั้งแต่ที่ผมโทรหา แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นเจ๊มาเลย โทรไปก็ไม่รับ’

“เออ เดี๋ยวกูลองไปดูให้ แล้วมีคนไปดูมึงยัง”

‘เฮียดอมกำลังออกมาฮะ’

“เออ”

ผมกดวางสายพลางนึกถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับเซลีนในตอนนี้ เธอไม่น่าจะหายไปไหน ที่ที่เธอไปก็มีไม่กี่ที่ ผมคิดหาที่ที่เธอจะไปพลางลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำและแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะคว้ากุญแจรถออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามแข่งรถ

 

Celine Talk

ฉันแวะร้านอาหารระหว่างทางไปโรงพยาบาลนิดหน่อย กะว่าจะซื้ออาหารบางอย่างที่โรเบิร์ตชอบไปให้เขาสักหน่อย

“เซเลน่า...” ฉันหันไปตามแรงดึงจากข้างหลัง ก่อนจะเห็นว่าเป็นผู้ชายตัวไม่สูงมากคนหนึ่ง เขาใส่แว่นท่าทางเนิร์ดๆ แต่ว่าฉันไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน

“ฉันไม่ใช่เซเลน่าค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณคงทักผิดคน” ฉันตัดสินใจเอ่ยออกไปเบาๆ ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอโทษ

“เอ่อ...ขอโทษครับ” เขาปล่อยข้อมือของฉัน ก่อนโค้งให้ฉันกลับมาเบาๆ เพื่อเป็นการขอโทษเช่นกัน

เขามองหน้าฉันนิ่งๆ ครู่หนึ่งก่อนจะโค้งให้อีกครั้ง และเดินออกจากร้านไป

“อาหารที่โทรมาสั่งไว้ได้แล้วค่ะ” ระหว่างนั้นก็มีบริกรสาวเดินถือถุงใส่กล่องบรรจุอาหารเข้ามายื่นให้กับฉันพอดี

“อ่อ นี่ค่ะ” ฉันยื่นบัตรเครดิตให้เธอก่อนจะเดินไปนั่งรอเธอที่โต๊ะว่างแถวๆ นั้น

“นี่ค่ะ ขอบคุณนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่า” เธอนำบัตรเครดิตมายื่นให้ฉันคืน ก่อนที่ฉันจะเดินไปยังจุดที่จอดรถไว้และกำลังจะมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล

“ขึ้นรถ”

“ !! ” จู่ๆ ฉันก็รับรู้ได้ถึงความแข็งของสิ่งของบางอย่างที่จี้อยู่ตรงหลังฉันในตอนนี้ พร้อมกับน้ำเสียงข่มขู่จากใครสักคน

“มีคนอยากพบเธอ”

ฉันพยายามตั้งสติและมองไปรอบๆ เพื่อหาความช่วยเหลือจากคนที่พอจะผ่านไปผ่านมาแถวนี้ แต่ก็พบว่าซอยเล็กๆ ที่ฉันจอดรถอยู่ในตอนนี้ไม่มีใครผ่านไปมาเลยด้วยซ้ำ

ฉันได้แต่รีบก้าวขึ้นรถและทำตามที่เขาบอก โดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเจออยู่กับพวกคนร้ายประเภทไหนกันแน่ อะไรกันเนี่ย...

 

 

 

 

 

 

 

 

ไรท์มาต่อให้แล้วนะคะรีดที่น่ารักทุกคน สารภาพว่าบทนี้แอบเครียดนิดหน่อย เพราะไม่ใช่เรือหลัก กลัวทุกคนจะเบื่อกันซะก่อน แต่ดีเทลของเรือหลักที่วางพล็อทไว้น่าจะได้กล่าวถึงช่วงพาร์ทหลังต่อๆไปนะคะ อดใจรอกันไปก่อนเน่อออ ตอนนี้ก็ขอค่อยๆ คลี่คลายบางปมไปก่อนนะคะ ขอบคุณหลายคนที่ยังคงติดตามกันอยู่ ไรท์ดีใจมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณจากใจ ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาและเม้นท์ให้เรื่อยๆ มันมีผลต่อไรท์มากจริงๆ ขอบคุณนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น