Minibun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สวาท : บทที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2562 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
สวาท : บทที่ 23
แบบอักษร

บทที่ 23 

 

 

สิ้นคำพูดของติณภพทุกคนภายในห้องรับแขกก็พากันนิ่งสนิทดารากาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังคำของลูกชายไม่เคยเลยสักครั้งที่ติณภพจะเอ่ยขออะไรกับเธอด้วยใบหน้าและน้ำเสียงจริงจังเหมือนในครั้งนี้เมื่อก่อนมีหลายครั้งที่ดารากาลงมือจัดการผู้หญิงของติณภพเพียงเพราะเกศราโทรมาร้องไห้กับเธอติณภพก็ทำเพียงแค่นิ่งเฉยไม่เคยเลยที่จะแสดงอาการขัดขืนหรือว่าต่อต้านแต่ในกรณีของนางแบบที่ชื่อโรสิตากับแตกต่างออกไปเพียงแค่เธอยื่นมือเข้าไปแตะต้องลูกชายของเธอก็พร้อมที่จะต่อต้านและปกป้องผู้หญิงคนนั้นดารากาเห็นแววตามั่นคงและเอาจริงในดวงตาของติณภพจนเธอเริ่มคิดไม่ตกว่าสิ่งที่เธอกำลังทำในตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 

ติณภพนั่งมองหน้ามารดาตัวเองที่เอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรแม้แววตาของดารากาจะดูลังเลที่ได้ยินในสิ่งที่ติณภพร้องขอแต่ท่าทีที่ยังไม่ยอมรับกลายๆก็ทำให้ติณภพถอนหายใจเรื่องแบบนี้สำหรับดารากาคงต้องใช้เวลามารดาของเขาปักใจกับเกศรามาหลายปีอยู่ๆจะให้ยอมรับโรสิตาเข้ามาแทนที่คงเป็นไปได้ยากติณภพเหลือบไปมองแก้วสุดาที่นั่งมองหน้าติณภพเงียบๆแววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจแต่ติณภพไม่ใส่ใจตอนนี้คนที่เขาสนใจที่สุดคือมารดาของเขาหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบกันอยู่สักพักติณภพก็ตัดสินใจที่จะกลับคงต้องให้เวลาดารากาสักพักในการยอมรับโรสิตาแต่ก่อนที่ติณภพจะไปเขาก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา

 

"เรื่องงานหมั้นที่แม่กับน้าแก้วแอบเตรียมการกันลับหลังผมยกเลิกเถอะนะครับถ้าไม่อยากต้องอับอายคนในสังคม"ว่าจบติณภพก็ลุกขึ้นเดินออกไปไม่สนใจเสียงแก้วสุดาที่เรียกกลับไปคุยกันให้รู้เรื่องส่วนดารากาก็ทำแค่เบือนหน้านี้ทันทีที่ติณภพพูดจบประโยค

 

……………………………………………………………….

 

หลายสัปดาห์ผ่านไป

 

กองถ่ายละคร

 

"ช่วงนี้ดูเปล่งปลั่งนะคะลูกสาวแอบไปทำอะไรมารึเปล่าเนี่ย"เอแคลร์เอ่ยทักโรสิตาขณะที่กำลังแต่งหน้าเตรียมตัวถ่ายละครให้ร่างบางอยู่ช่วงนี้โรสิตาเหมือนมีอาร่าอะไรบางอย่างกระจายอยู่รอบตัวผิวพรรณดูเปล่งปลั่งใบหน้าดูเนียนสวยสดใสโดยเฉพาะดวงตาคู่หวานที่ฉายชัดถึงความสุขและริมฝีปากที่มีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา

 

"นั่นสิคะน้องโรสดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาเชียว"ลิลลี่ที่ทำผมให้โรสิตาอยู่ก็เอ่ยชมด้วยอีกคน

 

"จะไปทำอะไรหล่ะคะวันๆโรสก็อยู่แต่กองถ่ายละครเนี่ย"โรสิตายิ้มตอบช่วงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เธอแทบจะใช้ชีวิตเกือบตลอด 24 ชั่วโมงในกองถ่ายละครเพราะต้องชดเชยเวลาที่เธอแอบหนีงานไปฮ่องกงมาตามเก็บฉากในส่วนของเธอทั้งหมดเล่นเอาโรสิตาเหนื่อยแทบหมดแรง

 

"เจ๊นึกว่ากำลังอินเลิฟกับเจ้าของช่อดอกไม้ตัวจริงอยู่ซะอีกถึงได้ดูเปล่งปลั่งมีความสุขมากขนาดนี้"เอแคลร์เอ่ยแซวเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ความลับเรื่องเจ้าของช่อดอกไม้ไม่ใช่ทัศนัยเพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่โรสิตาเผลอทำการ์ดที่เสียบมากับช่อดอกไม้หล่นเอาไว้ทำให้เอแคลร์และลิลลี่เห็นข้อความในการ์ดนั้นที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างนางแบบสาวและเจ้าของช่อดอกไม้ตัวจริงทำให้โรสิตายอมบอกว่าเธอรู้ว่าใครเป็นคนส่งดอกไม้มาให้แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร

 

"นิดหน่อยค่ะ"โรสิตายิ้มเขินนี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ติณภพทำตัวน่ารักกับโรสิตาทุกครั้งที่เธอมากองถ่ายเขาจะส่งช่อกุหลาบแบบที่เคยส่งมาให้เธอครั้งแรกให้เธอเสมอจนคนในกองพากันอิจฉา

 

"เจ๊หล่ะอิจฉาอยากรู้จริงๆว่าสุดหล่อที่โชคดีคนนั้นเป็นใคร"เอแคลร์บอกพลางลอบสบตากับลิลลี่และนิกกี้ที่นั่งอยู่ถัดไปจากโรสิตาอย่างรู้กันดีว่าเจ้าของช่อดอกไม้ตัวจริงเป็นใครเพราะพวกเธอได้รับการติดต่อจากคนของติณภพให้ปกปิดเรื่องข่าวของว่าที่คู่หมั้นของฝ่ายชายแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้โดยเฉพาะกับนิกกี้ที่ติณภพนัดคุยเป็นการส่วนตัวในตอนแรกที่นิกกี้รู้เรื่องเขาจะไม่ยอมแต่ติณภพกับพูดคุยกึ่งข่มขู่และรับปากว่าจะรีบเคลียร์เรื่องคู่หมั้นให้เร็วที่สุดเพื่อโรสิตานิกกี้จึงยอมรับฟังแม้ในใจจะอดเป็นห่วงเพื่อนรักไม่ได้ก็ตาม

 

"แล้วพ่อพระเอกจอมแอบอ้างคนนั้นหล่ะ"ลิลลี่ถามถึงทัศนัยที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องแต่งตัว

 

"ทำไมหรอคะ"โรสิตาเหลือบมองไปทางที่ทัศนัยนั่งอยู่ซึ่งพระเอกหนุ่มก็มองไปทางตัวเธออยู่พอดีพร้อมยกยิ้มให้โรสิตาจึงยิ้มตอบกลับไปตามมารยาทและหันมาสบตากับลิลลี่ผ่านกระจกแต่งหน้า

 

"น้องโรสจะปล่อยให้เขาแอบอ้างต่อไปอย่างนี้หรอพี่เห็นเขาพยายามให้ข่าวว่ามีความสัมพันธ์ลับๆกับน้องโรสมาสักพักแล้วนะ"ลิลลี่ถามด้วยความเป็นห่วงยิ่งมีช่อกุหลาบมาส่งทุกวันทัศนัยก็ยิ่งชอบทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของช่อดอกไม้แม้คนในกองจะเริ่มสงสัยเพราะไม่เคยเห็นโรสิตาและทัศนัยอยู่ด้วยกันหรือคุยกันในเชิงส่วนตัวหรืออยู่กันตามลำพังเลยเพราะคอยมีนิกกี้และพวกเอแคลร์คอยกันท่าให้อยู่แต่ถึงอย่างนั้นทัศนัยก็ชอบให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในเชิงว่าเขาและโรสิตาแอบมีสัมพันธ์ลับๆต่อกัน

 

"โรสก็ยังไม่รู้เหมือนกันพี่ลิลลี่"โรสิตาบอกที่จริงแล้วเรื่องของทัศนัยโรสิตาคิดว่ามันจะจบตั้งแต่หลังจากที่เธอกลับมาจากฮ่องกงแล้วเพราะไม่ได้มีการติดต่อหรือพบเจอกันเลยระหว่างพระเอกหนุ่มแต่ใครจะคาดคิดว่าพอโรสิตากลับมาถ่ายละครพร้อมๆกับที่ติณภพขยันส่งช่อกุหลาบให้เธอทุกวันทำให้ทัศนัยเริ่มกับมาเล่นข่าวกับเธออีกครั้ง

 

ที่จริงเรื่องนี้โรสิตาก็อยากจะปรึกษากับติณภพหมดอยู่เหมือนกันเอาจริงๆตั้งแต่ที่เธอและติณภพตกลงคบกันอย่างเป็นจริงเป็นจังและเคลียร์กันเรื่องข่าวของเธอกับลี่หยางหลงนอกจากนี้โรสิตากับติณภพก็ไม่เคยคุยกันจริงๆเลยสักครั้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเธอว่าจะปิดเป็นความลับต่อไปหรือประกาศให้สังคมได้รับรู้ในตอนแรกโรสิตาว่าจะคุยหลังจากที่ติณภพกลับมาจากทำธุระกับที่บ้านแต่พอเห็นหน้าที่ดูเหนื่อยล้าของเขาโรสิตาก็พูดไม่ออกประจวบเหมาะกับวันถัดมาที่โรสิตาต้องออกมาถ่ายละครด่วนและติณภพเองก็เช่นกันเขาต้องเร่งเคลียร์งานที่ทิ้งเอาไว้ตอนที่ไปอังกฤษแถมยังต้องประชุมงานวางแผนโปรเจคใหม่ที่กำลังดำเนินการกว่าจะรู้ตัวก็ผ่านมาหลายอาทิตย์ที่ทั้งติณภพและโรสิตาจมอยู่กับงานของตัวเอง

 

"เลี่ยงอ่ะดีแล้วลูกสาวอย่าไปยุ่งเลยผู้ชายแบบนั้นต่อหน้ากล้องก็ดูเป็นสุภาพบุรุษดีอยู่หรอกแต่ลับหลังนี่เลวใช่เล่น"เอแคลร์บอกเธอมีโอกาสร่วมงานกับทัศนัยมาหลายครั้งแล้วพ่อพระเอกหนุ่มคนนี้ต่อหน้าก็ทำตัวเป็นคนดีอยู่หรอกแต่พอลับหลังนี่อย่าให้พูดถึงเลยเลวร้ายมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไงทั้งทำตัววางอำนาจ เล่นผู้หญิง เล่นยา สารพัดที่จะทำพวกคนที่ทำงานเบื้องหลังด้วยกันบ่อยๆจะรู้กันดีแต่แค่ไม่มีใครกล้าพูดเพราะเหมือนแบล็คของทัศนัยจะใหญ่พอตัวเลยทำได้แค่เม้าท์กันอยู่ในวงใน

 

"จริงเมื่อวันก่อนมีทีมงานในกองเห็นนางแอบพาผู้หญิงขึ้นไปกินบนคอนโดส่วนตัว"ลิลลี่บอกอย่างเห็นด้วยพร้อมกระซิบถึงเรื่องที่ได้ยินมาให้เอแคล์และโรสิตาได้ฟัง

 

"แกไปได้ยินมาจากไหนย่ะทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"เอแคลร์ตาโตเมื่อได้ยินเขาก็ทำงานอยู่ในกองเกือบตลอดทำไมถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้

 

"ได้ยินพวกอีออยเม้ากันเมื่อเช้าอ่ะเจ๊"ลิลลี่จีบปากจีบคอบอก

 

"แล้วรู้ป่ะผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร"เอแคลร์ถามด้วยความสงสัยถ้าให้เขาเดาก็คงไม่พ้นพวกนางเอกหรือไม่ก็นางแบบแถวหน้าของวงวารอย่างทัศนัยหน่ะเรื่องมาเรื่องผู้หญิงจะตายไป

 

"จะใครหล่ะอิเจ๊ก็แม่นางเอกที่นั่งอยู่ข้างๆนั่นไงนี่อีออยยังบอกเลยว่าเสียดายที่ถ่ายรูปไว้ไม่ทันไม่งั้นมันจะส่งให้นักข่าวเล่นข่าวซะให้ดังเลย"ลิลลี่บอกพลางเหลือบไปมองนางเอกสาวที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆทัศนัยพร้อมขอให้ฝ่ายชายช่วยซ้อมบทเป็นเพื่อนและเหมือนน้ำฝนจะรู้ตัวว่าถูกมองจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาทำเอาลิลลี่ต้องรีบหลบสายตา

 

"วร๊ายยย นางพึ่งจะ18เองนะแก"เอแคลร์ยกมือทาบอกด้วยความตกใจขนาดโรสิตาที่ไม่ได้จะตั้งใจฟังแถมพอรู้เรื่องมาบ้างเพราะโดนนางเอกสาวมาหาเรื่องตั้งแต่วันแรกยังต้องเงยหน้าขึ้นมามองลิลลี่อย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเพราะไม่คิดว่าน้ำฝนจะอายุน้อยขนาดนั้น

 

"โอ๊ยอิเจ๊ไปอยู่ที่ไหนมาแม่นางเอกนั่นเชี่ยวตั้งแต่เข้าวงการใหม่ๆแล้วดูก็รู้ว่าโดนตั้งแต่ยังไม่18ดีด้วยซ้ำ"ลิลลี่บอกน้ำฝนเองก็นิสัยใช่ย่อยถือตัวว่าตัวเองเป็นลูกนายพลใหญ่วางอำนาจใส่คนในกองถ่ายเมื่อก่อนลิลลี่มีโอกาสร่วมงานกับแม่นางเอกสาวนั่นหลายครั้งตอนช่วงนางเข้าวงการแรกๆเห็นนางตามเก็บแต้มพวกพระเอกหนุ่มๆมาหลายต่อหลายคนแล้ว

 

"ไม่น่าเลยนะเห็นหน้าใสใสแท้ๆ"เอแคลร์บอกอย่างเสียดายหน้าตาใสใสของน้ำฝนไม่บอกไม่รู้เลยว่าข้างในจะเละยิ่งกว่าของมือสอง

 

"ของแบบนี้มันดูแค่ที่ภายนอกไม่ได้นะเจ๊"เอแคลร์พยักหน้าเห็นด้วย

 

"ก็จริงถึงว่าสินางดูเขม่นๆลูกสาวเจ๊ยังไงก็ไม่รู้ที่แท้ก็หวงก้างนี้เอง"เอแคลร์บอกอย่างนึกขึ้นได้เขาก็ว่าอยู่ว่าทำไมน้ำฝนดูจะไม่ค่อยชอบใจโรสิตานักทั้งๆที่เขาก็ไม่เห็นว่าโรสิตาจะทำให้น้ำฝนโกรธเคืองที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องของทัศนัย

 

"นี่ขนาดหวงก้างแล้วนะจ๊ะผู้นางยังเทียวไล้เทียวขื่อน้องโรสเช้าเย็นเลยสงสัยลีลาจะไม่ค่อยเด็ดหรือว่าหลวมแล้วก็ไม่รู้ถึงเอาผู้ไม่อยู่"ลิลลี่บอกแล้วหัวเราะกับเอแคล์ทำเอาโรสิตาอดที่จะหัวเราะตามไม่ได้เมื่อนึกถึงวันที่น้ำฝนมาหาเรื่องเธอโดยทั้งสามคนไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่ตกเป็นประเด็ดในหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ

 

"คุยอะไรกันอยู่หรอคะดูน่าสนุกเชียวขอฝนคุยด้วยคนสิ"น้ำฝนเอ่ยแทรกขึ้นมาทำเอาโรสิตา เอแคลร์และลิลลี่หยุดชะงักแล้วมองหน้าน้ำฝนใบหน้าของนางเอกสาวยังคงยิ่มแย้มแต่นัยน์ตากับไม่ได้ยิ่มด้วนเลยสักนิดเธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนคนพวกนี้นินทาทำให้ต้องเดินเข้ามาทักทั้งๆที่ไม่อยากเพราะไม่อยากจะพูดคุยกับโรสิตา

 

"ก็เม้าท์กันไปเรื่อยแหละจ๊ะน้องฝน"ลิลลี่รู้สึกเหมือนเหงื่อแตกเขาไม่รู้ว่าน้ำฝนได้ยินบทสนทนาอะไรก็หน้านี้มั้ยแต่ดูจากท่าทางแล้วคงจะไม่ได้ยินเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงนางเอกสาววีนใส่กลางกองถ่ายแล้ว

 

"งั้นขอฝนเม้าท์ด้วยคนนะคะ"น้ำฝนบอกแล้วยิ้มแย้มให้กับทุกคนแต่แววตากับฉายชัดถึงความกดดันทำเอาเอแคลร์และลิลลี่มองหน้ากันเลิ่กลักต่างจากโรสิตาที่ยกยิ้มนิดๆ

 

"น้องฝนไม่รีบไปที่หน้าเซตหรอเห็นผู้กำกับให้คนมาตาม"โรสิตาบอกพร้อมปลายตามองน้ำฝนผ่านทางกระจกแต่งหน้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ทีมงานเดินเข้ามาตามน้ำฝนอีกครั้งหนึ่ง

 

"อ่ะจริงด้วยฝนลืมไปเลยขอบคุณที่เตือนนะคะพี่โรสฝนขอตัวก่อนนะคะพี่ๆ"น้ำฝนอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ที่เรื่องไม่เป็นไปตามที่เธอต้องการแต่ไม่เป็นไรเธอจะยอมปล่อยไปก่อนแต่คราวหน้าเธอจะไม่ถอนแบบนี้แน่

 

"ขอบคุณนะคะน้องโรสที่ช่วย"ลิลลี่กระซิบบอกโรสิตาสายตาของน้ำฝนที่มองเขาเมื่อกี้ทำเอาเขาพูดแทบไม่ออก

 

"ไม่เป็นไรค่ะมันเป็นจังหวะพอดี"โรสิตายิ้มบอก

 

"ว่าแต่วันนี้คนส่งดอกไม้หายไปไหนนะยังไม่มาอีกหรอปกติถ้าน้องโรสมาถึงกองปุ๊บช่อกุหลาบจะมาปั๊บเลยนี่หน่า"เอแคลร์ถามขึ้นหลังจากทาลิปสติกให้โรสิตาเป็นอันเสร็จสิ้นการแต่งหน้าพลางมองซ้ายมองขวาหาช่อกุหลาบที่ทุกทีจะต้องเห็นภายในห้องแต่งตัวเพราะปกติแล้วถ้าโรสิตามาถึงกองถ่ายจะมีแมสตามมาส่งช่อกุหลาบทันทีไม่เกินครึ่งชั่วโมง

 

"ไม่รู้สิค่ะ"โรสิตาบอกบางทีวันนี้ติณภพอาจจะยุ่งๆจนรีบเพราะช่วงนี้ร่างสูงงานยุ่งมากเมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าเข้ามานอนในห้องตอนไหนรู้แต่พอโรสิตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ไม่เห็นติณภพบนเตียงแล้วนอกจากที่นอนที่ยังยู่ยี่บ่งบอกว่าเมื่อคืนอีกฝ่ายเข้ามานอนด้วยกัน

 

"น้องโรสเตรียมเข้าฉากนะคะผู้กำกับรออยู่"ไม่ทันที่เอแคลร์จะพูดจะถามอะไรมากกว่านี้ทีมงานก็เดินเข้ามาตามโรสิตาทำให้ร่างบางต้องรีบลุกไปทำงาน

 

2-3 ชั่วโมงผ่านไป

 

โรสิตาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องแต่งตัวด้วยความหงุดหงิดฉากถ่ายทำละครในวันนี้ทำให้เธออยากจะกรีดร้องใส่หน้าพระเอกของเรื่องอย่างทัศนัยสักหลายๆรอบด้วยเพราะฉากที่ต้องถ่ายในวันนี้เป็นฉากที่โรสิตาต้องเข้าไปยั่วยวนพระเอกในสภาพเมามายเพื่อหวังที่จะจับซึ่งแน่นอนว่าการแสดงจะต้องมีฉากที่ถึงเนื้อถึงตัวกันมีการโอบ ลูบไล้หรือซุกไซ้บ้างแต่ก็จะใช้มุมกล้องจัดฉากให้มันดูใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุดซึ่งโรสิตาเองก็รับรู้ตอนแรกเธอคิดว่าด้วยความเป็นมืออาชีพของทัศนัยและความสามารถของเธอจะทำให้การถ่ายทำฉากนี้ผ่านได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ที่สุดแต่โรสิตาคิดผิด

 

ทัศนัยเล่นแง่กับเธอเขาจงใจแสดงพลาดหลายๆครั้งจนแม้กระทั่งผู้กำกับยังดูออกทำให้ให้โรสิตาต้องถ่ายฉากเดิมๆอยู่เกือบๆ10เทคโรสิตาจะไม่อะไรกับทัศนัยเลยถ้าเขาไม่ทำเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ในทุกเทคที่เข้าสู่ฉากที่ทัศนัยต้องซุกไซ้ซอกคอเธอทั้งๆที่ตกลงกันไว้ว่าจะใช้มุมกล้องแค่ให้หน้าทัศนัยเข้าใกล้ซอกคอเธอให้มากที่สุดเพีเท่านั้นแต่พอถ่ายจริงในทุกเทคทัศนัยกับจงใจเอาจมูกหรือไม่ก็ปากของเขามาโดนซอกคอเธออยู่เสมอไม่ใช่แค่นั้นพอโรสิตาเผลอมือขอฝเขาจะชอบลูบไล้ไปตามร่างกายเธอนอกเหนือจากบทที่มีการกระทำของทัศนัยทำให้โรสิตารู้สึกขยะแขยงและรังเกียจที่เขากล้ากระทำตัวหยาบคายกับเธอต่อหน้าคนทั้งกองจนเหมือนผู้กำกับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจและความอดทนที่ใกล้จะหมดลงของโรสิตาจึงยอมสั่งคัทแล้วบอกจะคัดวิดิโอที่ดีที่สุดนำไปตัดต่อแทนทำให้โรสิตารอดพ้นจากการถ่ายละครฉากนี้ไม่อย่างนั้นเธอคงบ้าตายเพราะทัศนัยก่อนถ่ายละครจบ

 

“ใจเย็นแกเก็บอารมณ์หน่อย”นิกกี้ที่ตามลงมานั่งข้างๆเอ่ยบอกถึงตอนนี้ภายในห้องแต่งตัวจะมีแค่พวกเขาสองคนแต่ถ้าใครมาเห็นสีหน้าโรสิตาที่กำลังหงุดหงิดเต็มที่แบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่

 

“แกจะให้ฉันเก็บยังไงไหวดูสิ่งที่ไอ้บ้านั่นมันทำสิทุเรศที่สุด!!”โรสิตาบอกอย่างระบายอารมณ์มือเล็กถูกไปตามตัวตรงส่วนที่โดนทัศนัยสัมผัสด้วยความขยะแขยง

 

“อดทนหน่อยท่องไว้มันเป็นงาน”นิกกี้พยายามเอ่ยปลอบให้เพื่อนรักใจเย็นลงเขารู้ดีว่าโรสิตาไม่ชอบให้ใครมาจับมาสัมผัสร่างกายตัวเองเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็นหรือว่าสนิทด้วยโดยเฉพาะกับผู้ชายที่กระทำตัวหยาบคายอย่างทัฒนัยโรสิตายิ่งไม่ชอบ

 

“ก็เพราะมันเป็นงานไงฉันถึงอดทนขนาดนี้ไม่งั้นไอ้ทุเรศนั่นโดนฉันเตะก้านคอตั้งแต่ที่มันกล้าเอาปากมาโดนคอฉันแล้ว!!”โรสิตาบอกตอนนี้เธอรู้สึกหงุดหงิดเต็มทีอยากจะกลับเพ้นท์เฮ้าส์ไปอาบน้ำให้รู้แล้วรู้รอด

 

“ชู่ว เบาเสียงหน่อยแก”นิกกี้ใช้นิ้วชี้ทาบลงที่ริมฝีปากเป็นสัญญาณให้โรสิตาเบาเสียงลงหน่อยห้องแต่งตัวไม่ได้เก็บเสียงมากนักถ้าใครมาได้ยินว่าโรสิตาอยากเตะก้านคอพระเอกของกองคงเป็นข่าวเม้าท์ซุบซิบดังข้ามคืนแน่ๆ

 

“เหอะ”โรสิตาสะบัดหน้าหนีนิกกี้แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้การทำงานในวงการบันเทิงแล้วแสดงท่าทางหงุดหงิดในการทำงานมันไม่ใช่เรื่องที่ดีโดยเฉพาะกับนักแสดงหน้าใหม่อย่างเธอแต่ไม่ทันที่โรสิตาจะได้ระงับอารมณ์อะไรมากมายตัวการของเรื่องก็เดินยิ้มหน้าหล่อเข้ามาในห้องแต่งตัวแถมยังเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆโรสิตา

 

“พี่ขอโทษนะคะที่ทำน้องโรสเสียเวลาถ่ายฉากเดิมหลายรอบพอดีพี่รู้สึกไม่ค่อยดีเลยเล่นได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่”ทัศนัยบอกกับโรสิตาด้วยน้ำเสียงราวกับสำนึกผิดแต่แววตากับฉายชัดถึงความยินดีในสิ่งที่ทำลงไปโอกาสดีๆแบบนี้ใครมันจะยอมปล่อยไปง่ายๆกว่าทัศนัยจะหาเรื่องเข้าใกล้โรสิตาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งแตะเนื้อต้องตัวกันยิ่งยากถ้าเข้าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปก็ถือว่าเขาโง่เต็มทีทัศนัยมองสำรวจไปทั่วเรือนร่างของโรสิตาด้วยแววตาโลมเลียโรสิตาดูสวยเปล่งปลั่งและโดดเด่นทุกครั้งที่ทัศนัยได้เจอและยิ่งได้สัมผัสเนื้อขาวนวลเนียนนั่นเขาก็ยิ่งอยากได้ทัศนัยมาดหมายไว้ในใจไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเอาโรสิตามาไว้ใต้ร่างเข้าให้ได้และวันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี

 

“ไม่เป็นไรค่ะ”โรสิตาตอบรับอย่างขอไปทีเธอหวังให้ทัศนัยรับรู้อารมณ์ของเธอและเดินออกไปสักทีแต่เหมือนทัศนัยจะไม่เข้าใจ

 

“ถึงยังไงพี่ก็รู้สึกผิดอยู่ดีถ้ายังไงวันนี้เรา...”ทัศนัยเตรียมจะเอ่ยชวนให้โรสิตาออกไปทานข้าวเย็นด้วยกันโดยใช้ขออ้างไถ่โทษเรื่องในวันนี้แต่ยังเอ่ยไม่ทันจบเสียงกรี๊ดที่ดังรอดเข้ามาจากภายในก็ทำให้คนในห้องชะงัก

 

“กรี๊ดดดด”

 

โรสิตาและนิกกี้หันมาสบตากันนี่เป็นจังหวะดีที่โรสิตาจะปลีกตัวออกจากทัศนัยได้ร่างบางจึงรีบลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้องทิ้งให้ทัศนัยนั่งหงุดหงิดที่มีเหตุการณ์มาขัดจังหวะทำให้เขาพลาดเรื่องโรสิตาก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและเดินตามโรสิตาออกไปดูต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียโอกาส

 

เมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวโรสิตาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใครคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังเดินถือช่อดอกกุหลาบที่เธอได้รับทุกวันกำลังเดินตรงมาที่เธอโรสิตาตกใจไม่คิดว่าติณภพจะมาหาเธอถึงที่นี่ตอนนี้ทีมงานทุกคนในกองต่างพากันมองมาที่เธอและติณภพด้วยความสนใจโดยมีทีมงานสาวแอบกรี๊ดกับสิ่งที่เห็นกันเป็นระยะส่วนโรสิตาเองได้แต่ยืนอึ้งกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ติณณภพเดินเข้ามาประชิดตัวและยื่นช่อกุหลาบมาให้เธอทำให้โรสิตาต้องยื่นมือไปรับมาอย่างไม่รู้ตัว

 

“ผมมารับคุณกลับบ้าน”

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

Minibun 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น