อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 2/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2562 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 2/2
แบบอักษร

“อย่างเท่มังกรไฟ” เด็กๆ ดูจะถูกใจกับเชื่อใหม่ของอคิราห์ที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้นี้

“แล้วทำไมคุณไฟไว้ผมยาวล่ะครับเหมือนผู้หญิงเลย” ข้อนี้ไม่ยากสำหรับคนที่ตอบคำถามมากว่ายี่สิบปีซึ่งอคิราห์ก็ยิ้มหวานให้เด็กๆ ก่อนจะตอบออกมา

“เพราะตอนเด็กๆ อาไฟเคยถูกตัดผมแล้วป่วยคุณย่าเลยพาไปหาพระให้ท่านช่วยแล้วหลวงพ่อท่านก็บอกว่าให้ไว้ผมยาวแล้วจะไม่เจ็บไม่ป่วยอาเลยไว้ผมยาวมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาเรียกกันว่าความเชื่อครับเหมือนเรื่องผีแหละคนที่เชื่อก็บอกว่ามีส่วนคนที่เขาไม่เชื่อก็ต้องบอกว่าไม่มีเป็นของธรรมดา” คนเล่าก็เล่าไปยิ้มไปแต่คนฟังที่เป็นเด็กสี่ห้าครอบๆ ตัวดูจะตื่นเต้นตกใจกับเรื่องราวใหม่ๆ ที่ได้ยิน

“กลับบ้านกันได้แล้วเด็กๆ ใครที่รอคุณพ่อคุณแม่ก็รอไปนะครับอยู่แต่ในโรงเรียนล่ะอย่าออกไปซนเดี๋ยวรถจะชนเอา” เมื่อเห็นว่าเวลาเลยผ่านไปนานพอสมควรแล้วอคิราห์ก็บอกลาเด็กๆ แล้วจูงมือกรกันต์ให้ไปขึ้นรถเพื่อกลับไปกินข้าวฝีมือคุณย่าอาภาพรที่บ้าน

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

“ครับพี่หมอ” ระหว่างที่กำกำลังจะเก็บข้าวของกลับบ้านโทรศัพท์มือถือของคุณหมอเด็กก็สั่นขึ้นมาเบาๆ เมื่อหยิบขึ้นมาดูหมายเลขโทรเข้าก็พบว่าเป็นของคนที่วันนี้เป็นวันหยุดงานเลยพาคุณแม่ไปทำบุญที่วัดต่างอำเภอ

“ไฟครับพี่รบกวนหน่อยช่วยไปรับเทียนหลงให้ทีรถพี่ติดหล่มน่าจะกลับไปไม่ทัน” คุณหมอกันติทัตยังคงควบคุมน้ำเสียงให้ยังทุ้มและนุ่มน่าฟังแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดมากก็ตาม

“สบายมากครับแต่เดี๋ยวไฟพาเทียนหลงไปอยู่ที่บ้านไฟรอพี่หมอนะครับกลับมาถึงแล้วบอกไฟก็ได้เดี๋ยวพาไปส่งถึงที่เลย” อคิราห์รับคำขอแบบไม่ต้องคิดเพราะเข้าใจดีว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

“ขอบคุณครับเทียนหลงจะรออยู่ที่เดิมที่เราเคยไปรับแหละถ้าไม่เจอก็คงเตะบอลเล่นกับเพื่อนๆ อยู่แถวนั้นไม่ได้ไปไหนไกลแต่ถ้าไฟหาหลานไม่เจอจริงๆ ให้ประชาสัมพันธ์เขาประกาศหาให้ก็ได้” คุณพ่อยังคงสั่งความเสียยาวยืดในขณะที่รอบตัวยังคงอื้ออึงไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่คุณหมอไฟคาดเดาว่าเป็นเสียงเครื่องยนต์ของรถที่มาช่วยลากรถของพี่หมอกันติทัตขึ้นจากหล่ม

“เดี๋ยวพี่วางก่อนนะไปช่วยเขาดูรถก่อน” เมื่อคนรักวางสายไปแล้วอคิราห์จึงเก็บของต่อก่อนจะเดินไปที่รถของตัวเองเพียงแต่เปลี่ยนเป้าหมายจากกลับไปบ้านไปหาลูกขายของกันติทัตที่โรงเรียนแทน

“อยู่ไหนนะ?” เมื่อมาถึงที่นัดประจำตามที่บิดาของเด็กชายมังกรฟ้าบอกแต่อคิราห์กลับไม่เห็นแม้แต่เงาหลานชายพอเดินหารอบๆ ก็ยังไม่เห็นเลยตัดสินใจเดินไปหาที่ห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังอาคารและเมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้ห้องน้ำที่เป็นอาคารแยกออกมาก็ได้ยินเสียงตุ๊บตั๊บและเสียงเชียร์อย่างกับเชียร์มวยจึงรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งเข้าไปหาจุดเกิดเหตุ

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้หมอไฟใจดีแทบจะลมออกหูเพราะหลานชายที่กำลังตามหากำลังถูกนักเรียนที่ตัวโตกว่าสองคนรุนกระทืบซึ่งเจามังกรฟ้าก็มุดหัวตัวเองไว้ในท่อนแขนเพื่อกันหน้าและหัวออกจากฝ่าเท้าที่ประเคนลงมา

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” อคิราห์ตะโกนเสียงดัง ส่งผลให้เด็กสองคนที่กำลังสนุกสนานกับการยำตีนคนอื่นตั้งท่าจะวิ่งหนีแต่เป็นหมอไฟที่ไวกว่ากว่าวิ่งไปคว้าคอทั้งคู่ไว้ไม่ไห้หนีไปที่ไหนได้

“หนูไปเรียกคุณครูมาตรงนี้ให้อาด่วน” คุณหมอที่กำลังโกรธหน้าดำหน้าแดงออกคำสั่งกับเด็กที่จำได้ว่าเป็นเพื่อนของหลานส่วนมือทั้งสองข้างก็ยังออกแรงดึงคอเสื้อของเด็กที่ดิ้นหนีเอาไว้

“ไม่ต้องดิ้นให้เหนื่อยเลยนะโตๆ กันแล้วทำไมยังทำแบบนี้ถ้ากระทืบกันโดนหัวแล้วเขาเจ็บสมองบวมหรือเป็นอันตรายอะไรขึ้นมารับผิดชอบกันไหวเหรอ?” ยิ่งเด็กดิ้นมากขึ้นอคิราห์ก็ยิ่งขู่ทั้งๆ ที่ห่วงหลานชายที่นอนกองอยู่กับพื้นแต่ก็ยังปล่อยมือไปดูอาการไม่ได้เพราะกลัวคนก่อเรื่องจะหลุดมือไป

“ครูครับทางนี้” รอไม่นานนักเด็กที่เขาสั่งให้ไปตามครูก็กลับมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนซึ่งพอคุณครูเห็นว่ามีผู้ปกครองล็อกคอเด็กนักเรียนไว้ก็รีบเข้ามาช่วยจับตัวก่อนที่อคิราห์จะผละไปดูแลหลานชายตัวเอง

“เทียนหลง... เจ็บตรงไหนไหมครับ?” เด็กชายกรกันต์ที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งได้แล้วส่วยหัวเมื่อเห็นชัดๆ เต็มสองตาว่าใครมาช่วยตัวเองจากพวกรุ่นพี่อันธพาลเด็กชานตัวน้อยโผเข้าหาคุณอากอดเอวอคิราห์เอาไว้อย่างเสียขวัญซึ่งคุณอาก็ทำได้แค่ลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ

“ผมว่าพาเด็กไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าครับ” คุณครูที่ยืนใบ้กินอยู่นานพูดขึ้นมา

“ผมเป็นหมอเดี๋ยวจะตรวจอาการเบื้องต้นของหลานชายเองรบกวนคุณครูเชิญผู้ปกครองของเด็กสองคนนั่นมาคุยกันดีกว่าครับเพราะเท่าที่ผมเห็นนี่มันไม่ใช่เรื่องทะเลาะวิวาทแล้วแต่มันเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกายผู้ปกครองควรจะมารับรู้และช่วยกันสอบสวนหาข้อเท็จจริง” อคิราห์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เป็นการเป็นงานจนทั้งครูทั้งนักเรียนที่อยู่แถวนั้นขนลุกกันเป็นแถบๆ

“ถ้าอย่างนั้นเชิญผู้ปกครองที่ห้องพยาบาลเถอะครับเดี๋ยวผมจะประสานงานเชิญผู้ปกครองให้” เมื่อคุณครูว่าแบบนั้นอคิราห์ก็พยุงหลานชายขึ้นจากพื้นเพื่อไปทำแผลที่ห้องพยาบาลโดยจากกระประเมินด้วยสายตาแล้วกรกันต์ไม่น่าจะมีอวัยวะส่วนใดหักแต่ถึงอย่างไรก็ควรต้องไปตรวจให้ละเอียดที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือมีครบครันกว่า

เท่าที่คุณหมอประเมินคร่าวๆ กรกันต์มีแต่บาดแผลฟกช้ำตามเนื้อตัวที่น่ากลัวจะเสี่ยงเรื่องช้ำในมากแต่ไม่มีกระดูกส่วนไหนหักก็วางใจได้หน่อยแต่ความกังวลก็ยังไม่คลายไปเท่าไหร่นักจนกว่าจะพาไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลอีกที

“แล้วนี่ฉันต้องรออีกนานแค่ไหนคะทำไมไม่สอบสวนกันให้จบๆ ไปเสียทีเสียเวลา” คุณแม่ของนักเรียนหนึ่งสองคนที่ทำร้ายหลานชายของคุณหมอเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแหวใส่อคิราห์เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

“รอคุณพ่อของกรกันต์อยู่ครับใกล้จะถึงแล้ว” คุณหมอหนุ่มยังคงพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเพราะกำลังสะกดความกรุ่นโกรธเอาไว้ข้างใน

“เสียเวลาทำมาหากิน”

“ทุกคนก็เสียเวลาด้วยกันทั้งนั้นแหละครับคุณผู้หญิงแต่ที่อยากให้รอเพราะจะได้ให้คุณครูสอบสวนทีเดียวแล้วก็จะได้เข้าใจตรงกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นั่นผู้ปกครองของกรกันต์มาแล้วครับ” คนที่เปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาก่อนคือคุณย่าอาภาพรและตามมาด้วยคุณหมอกันติทัตที่หน้าตึงเสียยิ่งกว่าหนังกลอง

“สวัสดีครับต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องรอพอดีรถของผมมีอุบัติเหตุนิดหน่อย” แม้จะขุ่นใจเรื่อลูกชายถูกทำร้ายแต่คุณหมอที่คนรู้จักไปครึ่งเมืองก็แสดงมารยาทขอโทษขอโพยออกมาก่อน

“ไม่เป็นไรครับคุณพ่อเมื่อทุกคนมากันครบแล้วผมจะขอเริ่มสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยนะครับ” คุณครูฝ่ายปกครองที่รู้จักคุณหมอกันติทัตเป็นอย่างดีออกหน้ารับคำขอโทษแล้วเริ่มต้นสอบถามเรื่องราวจากนักเรียนทั้งสองฝ่ายอย่างไม่มีลังเลเพราะจากการคาดนักเรียนชั้นป. สามที่เป็นรุ่นพี่น่าจะเป็นฝ่ายหาเรื่องอยู่แล้ว

“ผมแค่บอกให้พี่เขาขอโทษที่ว่าคุณพ่อกับอาของผมแต่พี่เขาไม่พอใจแล้วก็เข้ามารุมชกผมเลย” กรกันต์เล่าเรื่องในส่วนของตัวเองซึ่งสรุปคร่าวๆ ได้ใจความว่าเด็กชายกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อนแต่โดนรุ่นพี่ดักไถเงินพอไม่ให้ทั้งสองคนก็เริ่มล้อว่าอาไฟเป็นตุ๊ดเพราะเคยเห็นผู้ชายผมยาวมารับตัวเองกลับบ้านเถียงกันไปมาก็ถูกด่าไปถึงคุณพ่อซึ่งเด็กชายเริ่มทนไม่ไหวจึงบอกให้รุ่นพี่พวกนั้นขอโทษแต่กลับโดนผลักให้ล้มแล้วรุมกระทืบแทน

“ไม่รู้ที่พูดออกมาน่ะเรื่องจริงหรือเปล่า” คุณแม่ปากแดงจีบปากจีบคอพูดส่วนคุณพ่อของเด็กอีกคนกลับนั่งนิ่งๆ แล้วมองแค่หน้าของลูกชายตัวเอง

“ไม่มีเหตุผลที่ลูกผมจะต้องโกหกนี่ครับคุณแม่ผมคิดว่าตรงนั้นน่าจะมีกล้องวงจรปิดคุณครูช่วยหาภาพที่บันทึกไว้ตอนนั้นได้หรือเปล่า” เมื่อกันติทัตร้องขอคุณครูที่เหมือนจะเตรียมการไว้แล้วก็เปิดไฟล์ภาพวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือให้ดูซึ่งแน่นอนว่าแม้จะมีแต่ภาพไม่มีเสียงแต่เหตุการณ์มันก็ตรงตามที่เด็กชายผู้เสียหายเล่าทุกอย่าง

“ก็มันมีแม่เป็นตุ๊ดจริงๆ นี่นาแล้วทำไมผมต้องขอโทษในเมื่อผมพูดถูก” เด็กชายที่นั่งข้างมารดาปากแดงรีบพูดให้ตัวเองถูกขณะที่คุณครูนั่งทำหน้าปูเลี่ยนๆ ใส่

“อาไฟเป็นอาไม่ได้เป็นแม่”

“แต่อามึงเป็นตุ๊ดแล้วก็เป็นแฟนพ่อมึงแบบนี้ก็ต้องเป็นแม่แหละถูกแล้ว” อคิราห์ส่ายหัวเมื่อเด็กคนนั้นยังไม่หยุดพูดกล่าวหาเขาด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพส่วนคนเป็นแม่ก็ไม่คิดจะห้ามหรือสั่งสอนลูกเลยสักนิด

“ก็แค่เด็กทะเลาะกัน” คุณแม่ปากแดงพูดออกมาเบาๆ แต่จงใจให้ทุกคนได้ยิน

“แต่ที่ผมเห็นคือลูกผมถูกทำร้ายร่างกายกรกันต์ไม่ได้อยากจะทะเลาะวิวาทด้วย” กันติทัตเสียงแข็งใส่คุณแม่ที่ไม่ว่าจะพูดอะไรออกมาก็ฟังไม่เข้าหูเลยสักคำ

“จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาค่าทำขวัญน่ะไม่ต้องมาอ้อมค้อม”

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกคุณถึงเป็นเด็กเกเรร้ายกาจแบบนี้ในเมื่อแบบอย่างเป็นคนใกล้ตัว ส่วนเราสองคนฟังอานะว่าผู้ชายผมยาวไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องอยากเป็นผู้หญิง อาเป็นผู้ชายและอาก็ไม่ได้ต้องการแปลงเพศเป็นผู้หญิงเรื่องความรักสมัยนี้แล้วไม่ว่าผู้ชายกับผู้ชายหรือผู้หญิงกับผู้หญิงก็รักกันได้ทั้งนั้น ส่วนคุณแม่น่าจะเอาเวลาที่แต่งหน้าแต่งตัวมาสอนให้ลูกรู้จักมีมารยาทและเคารพสิทธิผู้อื่นบ้างนะครับ คุณพ่อด้วยนะครับอย่าทำงานจนลืมลูกเลย” อคิราห์พูดใส่หน้าของทั้งผู้ปกครองและเด็กที่นั่งอ้าปากค้างเพราะไม่นึกว่าคนหน้าตาเรียบร้อยอย่างอคิราห์จะขึ้นเสียงกับใครเป็น

“คุณครูช่วยลงโทษเด็กทั้งสองคนตามความเหมาะสมก็แล้วกันนะครับส่วนลูกชายผมถ้าต้องโดนลงโทษไปด้วยเพราะเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทผมจะขอมาฟังบทลงโทษอีกทีวันพรุ่งนี้วันนี้ต้องขอลาพากรกันต์ไปพบแพทย์ก่อน” กันติทัตกล่าวลาคุณครูก่อนจะพาทั้งลูกชาย มารดา และคนรักออกมาจากห้องพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ไต่สวนชั่วคราวของเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย

ความคิดเห็น