อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 1/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 91

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2562 09:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 4 1/2
แบบอักษร

นอกจากครอบครัวกรคุณานนท์ที่อคิราห์ให้ความสำคัญเป็นที่หนึ่งแล้วครอบครัวหงของกันติทัตนั้นก็เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่อคิราห์ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยเขาจึงพยายามเอาใจใส่ดูแลทุกอย่างเฉกเช่นที่ทำให้กับครอบครัวของตัวเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เรียบร้อยหรือยังครับหมอไฟ?” คนมาใหม่ส่งเสียงให้คุณหมออคิราห์เงยหน้าออกจากกองเอกสารและเมื่อคุณหมอผมยาวเงยหน้ามามองคุณหมอกันติทัตก็ส่งยิ้มหวานให้ทันที

“พี่หมอพอจะรอได้ไหมครับไฟขอสรุปตรงนี้พี่พยาบาลก่อน” คุณหมอเด็กกำลังสรุปรายงานประจำเดือนส่งให้พยาบาลซึ่งข้อมูลตรงส่วนจะเก็บเอาไว้พัฒนาหน่วยงานและโรงพยาบาลต่อไปซึ่งทุกๆ วอร์ด ทุกๆ แผนกก็ต้องทำรายงานประจำเดือนส่งผู้บริหารเช่นนี้เหมือนกัน

“พี่รอได้ครับยังไม่ถึงเวลาที่เทียนหลงจะเลิกเรียนด้วยไฟทำงานเลยตามสบายเดี๋ยวพี่นั่งรอ” เมื่อคนโตกว่าอนุญาตคุณหมอผมยาวก็เปิดแฟ้มนั้นแฟ้มนี้เพื่อเอาข้อมูลมาเขียนรายงานจนเวลาผ่านไปพักใหญ่คุณหมอไฟก็ปิดคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะเดินทางไปรับเด็กชายกรกันต์ที่โรงเรียนด้วยกัน

เนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกมังกรน้อยของอาไฟกำลังจะได้เติบโตไปอีกขั้นอคิราห์เลยอยากที่จะไปรับหลานที่โรงเรียนด้วยตัวเองซึ่งคนเป็นพ่อของเจ้าเด็กตัวโตก็ยินดีที่จะให้เขาไปรับลูกชายด้วยกันเพราะได้ใช้เวลาทั้งกับคนรักและกับลูกชาย

คุณหมออคิราห์ไม่ได้อยากเข้าไปทำหน้าที่แทนแม่ของเด็กน้อยเพราะรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แต่ที่ทำให้ทุกอย่างเพราะเขารักเจ้าเด็กหน้านิ่งนั่นจริงๆ และคอยพร่ำสอนเรื่องความจริงที่ว่าอาไฟเป็นคนรักของพ่อแต่ไม่ใช่แม่ระหว่างพวกเราไม่มีแม่เลี้ยงหรือพ่อเลี้ยงอะไรทั้งนั้นแต่เรื่องที่ผู้ชายรักกันได้อย่างไรนั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยค่อยอธิบายเนื่องจากตอนนี้กรกันต์ยังเด็กเกินไป

“ไฟพร้อมแล้วครับ” เมื่อได้ยินดังนั้นคนที่นั่งรอจนเกือบหลับก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วเปิดประตูห้องพักแพทย์ของอคิราห์ให้คุณหมอเด็กเดินออกไปก่อนส่วนตัวเองก็เดินตามหลังมาติดๆ กว่าจะเดินออกจากแผนกเด็กได้ก็ต้องผ่านสายตาล้อเลียนแกมชื่นชมของเหล่านางพยาบาลตั้งหลายคู่

เรื่องความรักของกันติทัตและอคิราห์ทั้งคู่ก็ไม่ได้ปิดบังแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยแบบโจ่งแจ้งเนื่องจากยังเกรงใจและเคารพสถานที่แต่ก็มีบ้างที่คนใกล้ชิดจะดูออกว่าทั้งสองคนสนิทกันมากกว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องหรือว่าเพื่อนร่วมงานและยิ่งตอนที่แผ่นภพพี่ชายของอคิราห์มานอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลแล้วคุณหมอกันติทัตช่วงดูแลและจัดการทุกอย่างข่าวคราวของทั้งคู่จึงเริ่มกระพือขึ้นมาตามความอยากรู้อยากเห็นของคน

แต่เพราะไม่มีใครทำอะไรที่ไม่งามทั้งพี่หมอและน้องหมอต่างก็วางตัวดี ประพฤติตัวดีอีกทั้งยังปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีบกพร่องเรื่องความสัมพันธ์ที่พิเศษนี้จึงไม่มีใครยื่นมือมายุ่งวุ่นวาย

“ไฟกลับแล้วนะครับ” คุณหมอเด็กเดินมาลาป้าๆ พยาบาลพร้อมอาจารย์หมอหน้าหล่อแค่นี้นางฟ้าชุดขาวทั้งหลายก็ยิ้มหวานให้เป็นท่องเป็นแถวจะว่าไปแล้วก็ดีเสียอีกที่ทั้งสองคนนี้รักกันเพราะป้าๆ สาวแก่ทั้งหลายได้อาหารตาเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งหนึ่งคน

“เอารถไฟไปหรือว่าเอารถพี่ไปดีครับ?” หลังจากเดินลงมาที่ลานจอดรถแล้วก็เป็นนายแพทย์กันติทัตที่ถามความคิดเห็นของคนข้างๆ

“พรุ่งนี้ไฟต้องไปที่โรงพยาบาลของไร่แต่เช้าครับคืนนี้เลยจะกลับไปนอนที่ไร่นัดลูกๆ คนงานมาตรวจสุขภาพช่วงนี้เด็กๆ เหมือนจะป่วยติดๆ กันหลายคนเลยเป็นห่วง” ที่ไร่กรคุณานนท์มีโรงพยาบาลเล็กๆ เป็นของตัวเองจ้างหมอมาประจำเพื่อดูแลสุขภาพคนงานในไร่ซึ่งไม่ใช่จะดูแต่เฉพาะตัวคนงานแต่ดูแลกันทั้งครอบครัวแถมยังรักษาให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงในราคาถูกด้วยซึ่งอคิราห์ก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ที่นั่นจึงพยายามที่จะเข้าไปดูแลให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ถ้าอย่างนั้นไฟขับรถไปจอดไว้ที่บ้านก่อนเดี๋ยวพี่ตามไปรับที่บ้านแล้วเราก็ออกไปด้วยกันพอกินข้าวเย็นเสร็จพี่จะมาส่ง” เย็นนี้คุณอาภาพรไม่ได้เดินทางไปรับหลานด้วยกันเนื่องจากจะอยู่ทำกับข้าวมื้อเย็นฉลองเปิดเทอมใหม่ของกรกันต์แม่ของกันติทัตก็เป็นแบบนี้เก่งนักในเรื่องทำวันธรรมดาให้เป็นวันพิเศษซึ่งเขาก็ไม่เคยไปห้ามอะไรท่านเพราะเข้าใจว่าที่ผ่านมาแม่อยู่ในโอวาทของเตี่ยมาโดยตลอดชีวิตของท่านเลยค่อนข้างจะขาดสีสันไปสักหน่อย

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” อคิราห์รับข้อเสนอของอีกคนอย่างว่าง่ายโดยขับรถไปจอดไว้ที่บ้านหลังเล็กก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนไปใช้รถของกันติทัตเดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน

“เทียนหลงอยู่ตรงนั้นครับ” เมื่อมาถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังในตัวจังหวัดคนเป็นอาก็รีบกวาดตามองหาหลานชายที่จุดนัดพบที่คนเป็นพ่อบอกไว้มองหาไม่นานก็เจอร่างสูงของเด็กชายกรกันต์ หงกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ ที่ตัวไล่เลี่ยกันแสดงว่าสมัยนี้เด็กผู้ชายเขาโตเร็วกันจริงๆ

“ไฟอย่าวิ่งครับหลานไม่หนีไปไหนหรอก” เพราะอีกคนลุกลี้ลุกลนมากไปจนต้องดุไม่อย่างนั้นคงต้องวิ่งห้อเป็นเด็กเล็กๆ พุ่งไปหาหลานชายคนโปรดแล้ว

“ดูสิใส่ชุดพี่ประถมแล้วดูเป็นหนุ่มเลยพี่หมอ เทียนหลงของอาไฟนี่หล่อนะเนี่ย” คนโดนดุแม้จะหยุดวิ่งแต่ก็พูดกับตัวเองงุ้งงิ้งไปตลอดทางที่เดินไปหาหลาน

“เทียนหลงครับ” พอไปถึงระยะที่หลานจะได้ยินคุณหมออคิราห์ก็เรียกชื่อเล่นภาษาจีนของหลานชายด้วยเสียงดังฟังชัดแต่ก็ไม่ได้ดังเกินไปจนคนรอบข้างตกใจ

“สวัสดีครับอาไฟ สวัสดีครับคุณพ่อ” เด็กชายตัวโตเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อแล้วสวัสดีคุณพ่อกับคุณอาด้วยกิริยานอบน้อม

“ทุกคนนี้คุณพ่อเราส่วนนี่ก็อาไฟของเราเอง” เด็กๆ ทุกคนดูตกใจที่เห็นผู้ชายผมยาวถึงเอวจึงมองอย่างสนอกสนใจแต่ก็ยังทำความเคารพอย่างสุภาพทุกคน

“สวัสดีครับทุกคนเป็นยังไงบ้างเปิดเทอมวันแรก” อคิราห์ถามเด็กๆ ด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติที่ทำให้เด็กๆ เริ่มจะไม่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

“สนุกดีครับวันนี้ยังไม่ได้เรียนอะไรมากแต่ได้เพื่อนใหม่มาหลายคนเลย” คนเป็นอาฟังหลานพูดด้วยแววตาเป็นประกายยิ่งมองกรกันต์แล้วอคิราห์ก็ยิ่งชื่นใจที่ได้เห็นพัฒนาการและความเจริญเติบโตของเด็กชายทุกขึ้นทุกตอน

“เอาล่ะคุณย่ารออยู่ที่บ้านเทียนหลงบอกลาเพื่อนได้แล้ว” คุณหมอกันติทัตเป็นคนบอกลูกให้ลาเพื่อนแต่เหมือนเด็กๆ จะออกอาการชะงักที่ได้ยินสิ่งที่เขาบอกกับลูกชาย

“ทำไมคุณลุงเรียกกรว่าเทียนหลงล่ะครับ?” เด็กผู้ชายที่ตัวไล่เลี่ยกับลูกตัวเองเป็นคนออกหน้าแทนกลุ่มเพื่อนที่ยืนยุกยิกกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กๆ

“อ๋อ เทียนหลงเป็นภาษาจีนแปลว่ามังกรฟ้า ที่กรกันต์มีชื่อจีนเพราะก๋งหรือว่าคุณปู่ที่เป็นคนจีนตั้งให้ครับจะเรียกเทียนหลงหรือกรก็ได้ทั้งนั้นแหละ” คุณหมออธิบายให้เด็กๆ ฟังเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ แล้วคงมีเรื่องสงสัยอีกยาวกลับบ้านไปกินข้าวเย็นช้าสักหน่อยหวังว่าคุณย่าท่านจะไม่ว่าอะไรนะ

“แล้วคุณลุงมีชื่อจีนหรือเปล่าครับ” เมื่อเห็นคุณพ่อเพื่อนอธิบายอย่างใจดีเด็กๆ ก็ผุดคำถามใหม่ขึ้นมา

“มีครับชื่อจินหลงแปลว่ามังกรทองชาวจีนมีความเชื่อเรื่องของสัตว์ที่เป็นมงคลและมังกรเป็นหนึ่งสัตว์มงคล นอกจากนั้นก็มีกิเลน หงส์แล้วก็เต่าเลยนิยมเอามาตั้งชื่อลูกกันแต่ที่นิยมที่สุดก็คงจะเป็นมังกรเพราะมีความหมายถึงความทรงพลังอยู่ได้ทั้งบนฟ้า ในน้ำ และผืนดินเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์” ความรู้ใหม่ระดับนานาชาติทำเอาเด็กๆ ตาโตไปตามๆ กัน

“ภาษาจีนที่ใช้เรียกมังกรมีหลายแบบนะอย่างภาษาจีนกลางใช้คำว่าหลง ส่วนภาษาจีนแต้จิ๋วใช้คำว่าเล้ง” เมื่อเห็นเด็กๆ สนใจฟังคุณหมอผู้รอบรู้ก็เลยอธิบายขยายความเพิ่มอีกเล็กน้อย

“แล้วของคุณอาล่ะครับชื่ออะไรหลง?” เมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและเพื่อนมีชื่อจีนเป็นมังกรเหมือนกันก็เลยถามเผื่อคุณอาผมยาวจะมีชื่อจีนเพราะๆ กับเขาด้วยซึ่งมันทำเอาคนถูกถามถึงกับหน้าเหลอเพราะไม่ได้ตั้งตัว

“อาไฟชื่อหั่วหลง แปลว่ามังกรไฟ” เป็นคุณหมอมาดขรึมที่เป็นคนตอบคำถามเด็กๆ แทนคนรักที่ยังไม่เลิกนั่งงงกลางดงเด็กๆ

ความคิดเห็น