lunarmurilee
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Match 8: Sacred Servant

คำค้น : HastEli, Hastur x Eli, Feaster, Seer, Identity V, 18+, IdentityV, NC, IdentityVTH, Cthulhu, Haita

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 807

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 23:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Match 8: Sacred Servant
แบบอักษร

Match 8: Sacred Servant

 

 

         “ดวงตาของท่านทำให้ลูกข้าปลอดภัย ขอบคุณท่านสาวกศักดิ์สิทธิ์” 

“องค์เทพทรงเลือกคนได้เหมาะสมนัก ท่านสมเป็นสาวกเทพจริงๆ” 

“ข้าจะศรัทธาในเทพเจ้าของท่าน เทพผู้ส่งท่านมาทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดี” 

ไฮตาก้มลงประคองเหล่าผู้ศรัทธาที่พยายามจะก้มลงกราบกรานสัมผัสขาและเท้าของเขาให้ลุกขึ้นยืน แม้เขาจะเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ได้ต้องการของสักการะหรือการกราบบูชาที่มากเกินควร เนตรพยากรณ์ของเขาสามารถมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ดังนั้นเขาสามารถให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือผู้คนให้เตรียมการรับมือหรือป้องกันภัยร้าย บรรเทาความทุกข์ยากที่จะเกิดให้ลดลง หากไฮตาพิจารณาแล้วว่าผลการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์นั้นสามารถทำได้และไม่กระทบต่ออนาคต เมื่อผู้คนเป็นสุขและอยู่ดี พวกเขาจึงเพิ่มพูนความเคารพศรัทธาในฮัสเทอร์มากขึ้น 

ไฮตายังเป็นที่รักของทุกคนที่พบเห็น มีคนมากมายเข้ามาสมัครใจเป็นสาวกของฮัสเทอร์ใต้การชี้นำของเขา ทว่าไฮตาก็เลือกเฉพาะคนที่ตนเห็นสมควร พันธมิตรที่แท้จริงของไฮตามีไม่มากนัก แต่เป็นที่รู้กันว่าท่านหญิงซอธราผู้เป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ของเทพีแห่งฝันยิดห์รามักจะแวะเวียนมาพบปะเขาอยู่เนืองๆ 

ไฮตารู้ว่ามีคนรักย่อมมีคนริษยา ดวงตาร้ายกาจจับจ้องผู้คนเหล่านั้น ผู้คนที่กำลังกล่าวคำสรรเสริญต่อฮัสเทอร์และสาวกศักดิ์สิทธิ์ของเขา ไฮตาไม่รู้ว่าผู้ประสงค์ร้ายต้องการทำสิ่งใด หากแต่ขอให้เป้าหมายของคนเหล่านั้นเป็นเขา 

อย่าได้เป็นศรัทธาของผู้คนที่มีต่อฮัสเทอร์เลย 

  

..............................................................................................................................................

 

อาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า อีไลเริ่มวันใหม่พร้อมกับชีวิตใหม่ในฐานะสาวกศักดิ์สิทธิ์ของฮัสเทอร์ หนทางสู่บ้านของเขายังคงเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเขาไม่ได้มองเห็นมันด้วยตาเนื้ออีกแล้ว เท้าของเด็กหนุ่มหยุดลงที่ประตูบ้าน และตัดสินใจเคาะเบาๆเพื่อเรียกคนด้านใน เขามั่นใจมากว่าพ่อของเขาตื่นแต่เช้ามืดเหมือนทุกวัน

แน่นอนว่าเมื่อเอียนเปิดประตูก็ถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าวเมื่อได้เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ถึงกับต้องเพ่งตามองสักพักเพื่อสำรวจผู้มาเยือนให้ดีๆ เด็กหนุ่มสวมชุดคลุมกรอมเท้าโพกผ้าและปิดตามายืนอยู่หน้าบ้านเขาทำไมแต่เช้าตรู่

มีนกฮูกเกาะบ่ามาด้วย...

“พ่อครับ เป็นอะไรหรือครับ”

“อีไล...นี่ลูก....” เอียนตั้งสติใหม่ แล้วพิจารณาลูกชายอีกครั้งโดยละเอียดเมื่ออีกไลก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับปิดประตู สองมือของผู้เป็นพ่อตรงเข้าจับบ่าสองข้างของลูกชาย “เมื่อคืนลูกออกไปจริงๆหรือ พ่อคิดว่าลูกยังอยู่ในห้อง แล้วทำไมถึงได้...สวมใส่ชุดแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ลูกปิดตาทำไม แบบนี้จะมองเห็นได้อย่างไร”

“พ่อครับ ใจเย็นๆนะครับ ผมจะตอบทุกข้อสงสัยแน่นอน” อีไลจับมือพ่อของเขาไว้ ดึงเบาๆให้นั่งด้วยกันที่เก้าอี้ “เมื่อคืนผมออกไปทำพิธีปวารณาตนตามที่ให้สัญญาไว้ครับ”

“ม...หมายความว่า...นี่ลูก...” เอียนยังจับต้นชนปลายไม่ได้ “ลูกเป็นสาวกของวิหารเทพแล้วหรือ”

“ครับพ่อ ผมเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์แล้ว ส่วนเรื่องผ้าปิดตานี้ ต่อจากนี้ผมจะปิดตาอยู่เช่นนี้ตลอดไป เพราะผมยกดวงตาคู่นี้ให้แก่เทพเจ้าไปแล้วครับ และพลังของเทพทำให้ผมสามารถมองเห็นได้ผ่านการรับรู้สัมผัส พ่อไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ” อีไลจัดปกเสื้อให้เอียนอย่างคล่องแคล่ว “ผมยังจัดปกเสื้อของพ่อได้เหมือนเดิม เห็นไหมครับ”

“พ่อไม่เข้าใจเลย....ลูกออกไปตั้งแต่เมื่อไร แล้วนี่ไปวิหารเทพองค์ใดมา แล้วที่ลูกบอก....เดี๋ยวนะ สาวกศักดิ์สิทธิ์” เอียนทวนคำ “ลูกเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์เลยเชียวหรือ”

“ครับพ่อ ผมเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้นำของวิหารเทพ เป็นผู้แทนพระวจนะของเทพโดยสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้จะเรียกวิหาร แต่สาวกเทพเจ้าของผมก็คงมีแค่ผมคนเดียวกระมังครับ”

“แล้วลูกไปวิหารของเทพองค์ใด...ตอบพ่อสิอีไล” เอียนกุมมือลูกชายแน่น จนอีไลต้องบีบมือตอบกลับ

“พ่อครับ...พ่อรู้อยู่แล้วว่าผมผูกพันกับเทพองค์ใด”

คำตอบของอีไลทำให้เอียนรู้สึกหมดเรี่ยวแรง อีไลไม่ต้องตอบชื่อเทพองค์นั้นออกมาหรอก เขารู้อยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้อีกแล้ว คนเป็นพ่อได้แต่เม้มริมฝีปาก จะหาคำพูดใดมาต่อบทสนทนาหรือก็ยากเย็น

“พ่อพยายามปิดกั้นลูกออกจากเทพองค์นั้น พ่อพยายามทุกทางแล้วจริงๆอีไล แต่พ่อรู้ว่าสักวันเทพองค์นั้นจะพาลูกไป เหมือนกับที่ทุกคนต่างพูดว่ามนุษย์ฝืนเทพไม่ได้ พ่อขอโทษจริงๆ”

“ไม่ต้องขอโทษครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อ ขอบคุณที่ให้ผมได้เกิดมาในชาติภพนี้ ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เติบโต ทำให้ผมได้กลับคืนสู่ผู้ที่รอคอยผมมาตลอด” อีไลเผยยิ้มให้ เอียนรู้สึกว่าเป็นยิ้มของคนที่ยินดีจากใจจริง “ผมขัดใจพ่อ ทำให้พ่อกลุ้มใจ ผมอาจไม่ใช่ลูกที่ดี แต่สิ่งที่ผมพอจะบอกพ่อได้คือท่านฮัสเทอร์เป็นลิขิตของผม ท่านไม่ได้พาผมไปจากพ่อ แต่ผมเดินกลับไปหาท่านเอง”

“ลูกพูดราวกับว่า...ลูกเคยอยู่กับเทพองค์นั้น...”

“ครับ ผมเคยอยู่เคียงข้างท่านฮัสเทอร์เมื่อนานมาแล้ว แต่เพราะเหตุอันไม่ควรหลายประการ ทำให้ผมไม่สามารถอยู่รับใช้ท่านได้ แต่ผมเคยให้สัตย์ไว้ว่าจะกลับมาหาท่านทุกชาติภพ ท่านฮัสเทอร์จึงรอคอยผมทุกชาติภพเช่นกัน พ่อว่าเทพที่อดทนรอคอยมนุษย์คนหนึ่งทั้งที่ไม่จำเป็นเลยก็ได้เช่นนี้ เป็นเทพที่เลวร้ายจริงหรือครับ” ทั้งที่ไม่ใช่คนพูดมาก แต่อีไลก็ยอมอธิบายให้คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้ฟัง หวังให้พ่อเขามองฮัสเทอร์ในมุมใหม่ “ผมไม่ได้ถูกล่อลวงให้หลงเชื่อ หากแต่ประวัติศาสตร์และตำราเป็นสิ่งที่ผู้ชนะเขียนขึ้น ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร อนุชนรุ่นหลังไม่อาจรู้ได้เลย”

อีไลกำลังจะบอกอะไรเขา เอียนครุ่นคิดตามคำพูดของลูกชาย ถ้าหากเขาไม่ได้ตีความผิด อีไลกำลังจะบอกเขาว่าฮัสเทอร์เป็นเทพที่ดีงาม แล้วความเชื่อทั้งหมดที่พวกเขายึดถือกันมานั้นหลอกลวงทั้งสิ้น อีไลบอกมันออกมาโดยเลี่ยงคำตรง แต่ก็สื่อนัยยะออกมาได้ชัดเจน ไม่ทำลายความเชื่ออีกฝ่าย หากสื่อเจตจำนงที่แท้จริงและเป็นตัวเอง สมกับเป็นลูกชายของเขาเหลือเกิน

บุคลิกของผู้นำ...วาทะของผู้ปกครองคนนับหมื่น การเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ดึงความสามารถที่แท้จริงของลูกเขาออกมา

“แต่อีไล การเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ของเทพองค์นั้นจะทำให้ลูกพบกับความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น หากวิหารอื่นรุมกันรังแกลูก กดดันลูก บีบบังคับลูกด้วยวิธีอื่น ลูกจะทำอย่างไรอีไล”

“มากกว่ารังแกบีบบังคับ ผมก็ผ่านมาแล้วครับ ถึงจะไม่ใช่ในชาติภพนี้ก็เถอะ” อีไลยิ้มขื่น “เอาเป็นว่าให้ผมพิสูจน์ให้พ่อเห็นเถอะครับ ว่าผมคนใหม่ที่เป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ของท่านฮัสเทอร์ทำสิ่งใดให้ผู้คนได้บ้าง และพิสูจน์ว่าเทพของผมไม่ได้เลวร้ายเช่นที่พวกเขาว่ากัน คนที่เลวร้ายหาใช่ท่านฮัสเทอร์ แต่เป็นมนุษย์ที่ใส่ร้ายท่านนับแต่อดีตกาล”

“ถึงกระนั้น สาวกศักดิ์สิทธิ์ของราชาอาภรณ์เหลืองทุกคนล้วนมีจุดจบไม่ดีทั้งนั้น พ่อไม่อยากเห็นลูกก้าวไปสู่ปลายทางเช่นนั้น” จิตใจของคนเป็นพ่อยังพยายามให้เอียนฝืนโชคชะตา แม้จะรู้ว่าสายป่านที่รั้งลูกชายเขาไว้มันช่างบอบบางพร้อมจะขาด มันสู้รยางค์พันธนาการอันแข็งแรงเหนียวแน่นของฮัสเทอร์ไม่ได้ แต่ต่อให้เขาจะดึงมันไว้จนบาดมือเลือดอาบ เพื่อช่วยชีวิตลูกชายเขาก็ยอมเสียมือดีกว่า

“พ่อหมายถึงไฮตาหรือครับ” อีไลพูดชื่อที่ถูกกลบฝังไปนาน ชื่อของสาวกศักดิ์สิทธิ์คนแรกที่ถูกประหารต่อหน้าธารกำนัล “พ่อครับ ไฮตาไม่ได้ดิ้นรนพาตัวเองกลับไปเพื่อตายในวิหารตามตำนานว่าไว้ เขาขอให้เพื่อนพาเขากลับไปหาท่านฮัสเทอร์ ไปบอกลาและให้คำมั่นกับเทพของเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจอย่างทรมานต่อหน้าเทพของตนเอง เพราะห้วงคำนึงสุดท้ายก่อนหมดลมของไฮตาเป็นท่านฮัสเทอร์ ดังนั้นห้วงคำนึงแรกที่ตัวผมในทุกชาติจำความได้...จึงไม่มีใครอื่นนอกจากท่านฮัสเทอร์เช่นกัน พ่อคงจำได้ว่าคำแรกที่ผมพูดได้เป็นชื่อใคร”

เอียนพูดไม่ออก ทุกสิ่งมันประดังประเดใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์ วันนี้เขาฟังชื่อต้องห้ามมามากที่สุดในชีวิต ซ้ำอีไลยังพูดเหมือนกับตัวเองเป็นไฮตาที่ตายอนาถคนนั้นมาเกิดใหม่อีก รวมถึงความจริงที่มันขัดแย้งกับที่เขาเคยรู้มาตลอดยิ่งทำให้เอียนสับสน

“พ่อครับ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ไม่ได้ถูกมนต์มืดครอบงำ” อีไลลุกขึ้นยืน “ตามผมมาเถอะครับ น้าไมล่ามีเรื่องให้เราช่วย”

ไมล่า...หญิงสาวที่อยู่ข้างบ้านน่ะหรือ...เอียนลุกพรวดตามอีไลที่เดินไปบ้านข้างๆอย่างชำนาญทั้งที่ปิดตาอยู่ ไม่ทันเข้าบ้านเสียงกรีดร้องก็ดังออกมาจนได้ยิน อีไลถือวิสาสะผลักประตูบ้านเข้าไป พบว่าหญิงสาวเจ้าของบ้านกำลังถอยกรูดชิดมุมบ้าน ด้านหน้าหล่อนเป็นจงอางตัวยาวที่กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ย และมันก็พุ่งตัวหมายจะฉกเธอ!

“กรี๊ดดดด!!!”

ทว่าเจ้างูไม่ได้ทำตามใจหมาย นกฮูกของอีไลบินรี่เข้าไป ใช้กรงเล็บคมกริบคว้าคอมันแล้วเหวี่ยงไปกระแทกผนัง อีไลเข้าไปพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้น ส่วนเอียนรีบหาอะไรครอบจงอางไว้

“ไม่เป็นไรนะครับน้าไมล่า”

“เธอเป็นใครน่ะ...เธอ...เดี๋ยวนะ” ไมล่าคว้าแขนอีไลไว้ “เสียงนี้...อีไลหรือ”

“ครับ โชคดีจริงๆนะครับที่ผมกับพ่อมาทัน” เด็กหนุ่มประคองเจ้าบ้านให้นั่งลงที่เก้าอี้ “ขอโทษที่เข้ามาโดยพลการครับ”

“เป็นจงอางตัวเมีย มันคงเข้ามาหาพื้นที่ทำรัง ไม่ต้องห่วงไมล่า ฉันจะหาทางเอามันออกไป รอให้มันสงบลงก่อน” เอียนบอกหลังจากได้เห็นเจ้างูนั่นเต็มตา

“ขอโทษอะไรกัน ไม่ได้เธอกับพ่อฉันต้องตายแน่ ว่าแต่อีไล ปิดตาแบบนี้เธอมองเห็นหรือ” ไมล่าเอื้อมมือมาหา หมายจะแตะผ้าปิดตา แต่อีไลจับมือเธอหยุดไว้

“ผมปวารณาตนเข้าบวชแล้ว พลังของเทพทำให้ผมมองเห็นครับ” อีไลอธิบายอย่างสุภาพ พลันรู้ว่าพ่อของเขาจับงูลงไปในถุงผ้าป่านขนาดใหญ่แล้ว คู่หูของเขาบินว่อนอยู่ข้างๆราวองครักษ์

ฉับพลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น อีไลชะงักไปเล็กน้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองไปทางประตูที่เอียนกำลังจะเปิด นิมิตบอกเขาแล้วว่าใครกำลังรออยู่ที่หน้าประตู

และเมื่อประตูเปิดออกโดยฝีมือของเอียน อีไลก็ได้พบกับคนที่คาดหมายจะได้เห็น ผิดคาดกับไมล่าที่ผงะจนยืนขึ้น อีไลก้าวช้าๆ ออกไปนอกบ้าน เผชิญหน้ากับเบเรนิสและทีย็อก พร้อมด้วยสาวกที่ติดสอยห้อยตามเป็นขบวน อีไลลอบถอนหายใจอย่างระอา ต่อให้นี่ยังเช้าอยู่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครตื่นมามุงดู คนพวกนี้ช่างทำเรื่องใหญ่โตต่อหน้าผู้คนได้เก่งเสียจริง

“กลับมาแล้วหรือ เจ้าเด็กอวดดี” เบเรนิสกำมือแน่น “ไม่เจอกันชั่วข้ามคืน ดูเปลี่ยนไปมากเชียวนะอีไล”

“ผมยังคงเป็นผมคนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยครับ ผมกลับไปเป็นคนเดิมที่ผมควรเป็นเสียด้วยซ้ำไป” อีไลตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ คนพวกนี้มองเขาเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด มีพรรคพวกมากมายอยู่ในมือ แต่เขาเพียงตัวเองกับนกฮูกคู่หู คงจะต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนต่อปากต่อคำ

“เมื่อคืนหายไปไหนมากันแน่พ่อหนุ่ม ไหนว่าจะไปปวารณาตน ไม่เห็นมีวิหารเทพใดออกมาประกาศเลยว่ารับสาวกคนใหม่” ทีย็อกเชิดหน้าถามอย่างถือตัว “แต่งตัวประหลาดเช่นนี้ ไปทำสิ่งใดมากันแน่ถึงได้กลับบ้านมาตอนเช้า”

“รู้ได้อย่างไรครับว่าผมหายไปทั้งคืนแล้วเพิ่งกลับมา ถ้าจะให้ผมบังอาจเดา พวกท่านคงจับตาดูบ้านผมอยู่ทั้งคืนแล้วกระมัง” อีไลพูดในสิ่งที่ทำให้เบเรนิสถึงกับมองทีย็อกตาเขียว แต่อีไลไม่สนใจความหงุดหงิดของหล่อน “ผมไปปวารณาตนมาจริงๆครับ ที่แต่งกายเช่นนี้ก็เพราะถือบวชแล้ว เทพเจ้าของผมไม่ประสงค์ให้ผมเปิดเผยร่างกายและดวงตา แต่ไม่ต้องเป็นห่วงแทนผมหรอกนะครับ ผมมองเห็นเป็นปกติ”

ถ้าหากเขาเปิดเผยร่างกาย...เกรงพ่อเขาจะตกใจที่ตามตัวเขามีรอยริ้วแดงเต็มไปหมด

“อำนาจเทพหรือปีศาจถึงได้ต้องปกปิดดวงตาขนาดนี้ แล้วร่องรอยแผลเป็นใต้ตาคืออะไร” ทีย็อกยังไม่เลิกรา

“ดวงตาของผมเป็นเครื่องบูชาแก่เทพเจ้า ดังนั้นไม่มีใครอื่นจะมองเห็นมันได้อีกแล้วครับ ส่วนอักขระใต้ตาผมก็เป็นสัญลักษณ์ที่เทพเจ้าประทับไว้ เพื่อแสดงเครื่องหมายในฐานะสาวกศักดิ์สิทธิ์” อีไลกล่าวคำที่ทำให้ทั้งเบเรนิสและทีย็อกเบิกตากว้าง

“สาวกศักดิ์สิทธิ์...” เบเรนิสทวนคำอย่างตกตะลึง “ทวยเทพทั้งหมดบนเกาะต่างมีสาวกศักดิ์สิทธิ์แล้ว อย่าถือดีมาแอบอ้างพระวจนะ”

“ผมไม่เคยแอบอ้างพระวจนะของเทพ ไม่ใช่คนที่นำความต้องการของตนเองมาบังคับผู้อื่นแล้วกล่าวอ้างว่าองค์เทพประสงค์เช่นนั้น” อีไลตอกกลับทั้งที่น้ำเสียงยังสุภาพละมุนหู ท่าทียังสุขุมสงบนิ่ง “ผมเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ที่องค์เทพทรงยอมรับและเลือกด้วยพระองค์เอง ผมอยู่ในฐานะเดียวกับพวกท่านทั้งสอง คงไม่แปลกใจนะครับถ้าผมจะไม่ทำความเคารพด้วยการย่อลงสัมผัสชายอาภรณ์ของท่าน”

ไอ้เด็กนี่มันร้าย...หล่อนคาดไว้ไม่ผิด เมื่อใดที่มันมีอำนาจ มันจะเป็นคู่อริที่ล้มได้ยากของเธอ วันนี้มันยังกล้าทำท่าทีจองหองขนาดนี้ ปล่อยไว้ต่อไปมันจะต้องเหิมเกริมกำเริบเสิบสานมากกว่านี้แน่

“เทพที่เธอไปสาบานตนด้วย....คือเทพองค์นั้นใช่ไหม” เบเรนิสกดเสียงต่ำ “เธอไปวิหารที่ไร้ผู้มาเยือนบนเขานั้นใช่ไหม”

“ถูกต้องครับ” อีไลพูดในสิ่งที่ทำให้คนทั้งหมดตรงนั้นพร้อมใจถอยกรูด ราวกับเขาเป็นของร้อนของอัปมงคลที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้

“กล้าดีอย่างไรไปเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ของอสุรกาย! ดูท่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” เบเรนิสตวาดพลางชี้หน้า ทันใดนั้นคู่หูของอีไลก็กางปีกออกพร้อมร้องแคว้กเป็นเชิงข่มขู่ ประมาณว่าถ้าเจ้าหล่อนยังเสียมารยาทกับอีไลอีก กรงเล็บคมๆจะได้จิกลูกตาหล่อนออกมาแน่

“ใจเย็นไว้คู่หู อย่าได้ทำกิริยาไม่ดีกับสาวกศักดิ์สิทธิ์ของเทพองค์อื่น เทพเจ้าของเราไม่ได้อบรมเรามาเช่นนั้น” อีไลปรามจนเจ้านกยอมสงบ แต่ก็ดูเหมือนจะมีหลายคนหน้าชาเพราะคำพูดเขาอยู่ไม่น้อย อีไลสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง “ท่านหญิงวาเทลีย์ ท่านเมเตอร์ครับ ผมจะรับใช้เทพของผมตามหน้าที่ และผมจะช่วยเหลือผู้ศรัทธาทุกคนเท่าที่กำลังผมมี พวกท่านกรุณาอย่าได้คิดแทรกแซงหรือทำร้ายผมหรือพ่อของผม เทพเจ้าของผมเพิ่งได้สาวกศักดิ์สิทธิ์คนใหม่ ท่านคงไม่พึงใจนักถ้าหากจะเสียผมไป”

ทำไมเบเรนิสกับทีย็อกจะฟังไม่ออกว่ามันคือการเตือน ประมาณว่าถ้ากล้าแตะต้องเขา ก็เตรียมใจรับเทวทัณฑ์ไว้ได้เลย แต่ระดับสาวกศักดิ์สิทธิ์เสียอย่าง ทั้งคู่ยังไม่ยอมเสียหน้าง่ายๆ

“แล้วเทพเจ้าของเธอจะทำสิ่งใดเพื่อผู้คน เทพผู้โหดร้ายของเธอทำสิ่งดีเป็นหรือ”

“เมื่อครู่เขาช่วยฉันจากงูค่ะ” เป็นเสียงที่ทุกคนไม่คาดคิด ไมล่าเดินออกมาจาก ยืนเยื้องหลังอีไลไปเล็กน้อย “ขออภัยค่ะท่านหญิง เมื่อครู่อีไลได้เข้ามาช่วยฉันไว้ งูตัวนั้นยังอยู่ในถุงผ้าเลยค่ะ ถ้าไม่มีเขาป่านนี้ฉันคงตายไปแล้วก็เป็นได้”

อีไลยิ้มเล็กน้อย แม้จะเป็นคำพูดไม่กี่ประโยค แต่ก็ทำให้เบเรนิสเสียหน้าไปได้บ้าง อย่างน้อยทุกคนก็พอรู้ว่าเขาเริ่มทำความดีอะไรไว้

“เทพของผมท่านอยู่อย่างสงบมานานแล้ว ไม่เห็นมีวี่แววทำร้ายผู้คน ผมว่าถ้าเราต่างคนต่างอยู่ก็ดีไม่น้อยนะครับ ผมจะถอนตัวกลับไปอยู่วิหารตามหน้าที่ ผู้ศรัทธาสามารถไปพบผมได้ที่นั่น หวังว่าวิหารเทพยอกโซธอทและเทพีชุบนิกกูรัธจะดูแลผู้ศรัทธาและพ่อของผมเป็นอย่างดีนะครับ” อีไลกล่าวไว้แค่นั้น เขาหันไปหาเอียน กุมมือผู้เป็นพ่อไว้ “ผมตั้งใจจะมาบอกลาพ่ออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมตั้งใจจะไปเรียนที่อังกฤษตามเดิมเมื่อถึงกำหนดแน่นอน ถ้าพ่อคิดถึงผม ไปหาผมได้ที่วิหารนะครับ”

“อีไล...” เอียนรู้ว่าเขารั้งลูกไว้ไม่ได้ จึงได้แต่มองอีไลถอยเท้าและกลับหลังหันให้ เดินจากไปเพียงลำพังกับเจ้านกบนบ่า

“อีไล คลาร์ก! จะบังอาจมากไปแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าหันไปรับใช้ปีศาจ” เบเรนิสตะโกนไล่หลังอย่างเจ็บใจ หล่อนทำอะไรอีไลไม่ได้ แถมยังโดนตอกหน้าอย่างแจ็บแสบอีก

“ผมเป็นใครหรือครับ ตำแหน่งของผมที่พวกท่านเรียกตามตำรามีมากมาย” อีไลหยุดเท้าและหันกลับมาอย่างไม่กลัว “ผมเป็นสาวกศักดิ์สิทธิ์ของราชาอาภรณ์เหลืองผู้ไม่ควรเอ่ยนามถึง ชื่อที่พวกท่านใช้เรียกผม มีตั้งแต่สาวกศักดิ์สิทธิ์ผู้ต้องห้าม ผู้ครอบครองเนตรนิมิต ผู้อุปถัมภ์เหล่าเบียคี แต่หากจะเรียกผมอย่างเป็นทางการ ผมขอให้ใช้คำว่า ‘ซีเออร์’...เทพยากรณ์แห่งฮัสเทอร์”

 

 

ฮัสเทอร์รอสาวกของเขากลับมาอยู่ที่เนินเขา เขาเดาได้ว่าอีไลคงได้รับการต้อนรับที่ไม่อบอุ่นนัก สุดท้ายสาวกของเขาก็จะกลับมาพำนักที่วิหารอย่างถาวร เพียงแต่เขาหวังให้ตนเองได้อยู่เคียงข้างและเผชิญหน้าทุกสิ่งไปพร้อมอีไล ทว่าเด็กหนุ่มคงไม่ยอมนัก....อีไลเป็นคนมุ่งมั่น และนั่นทำให้เขานับถือใจของมนุษย์ตัวน้อยคนนี้นัก

แคว้ก! 

เจ้าเบียคีบินกลับมาแล้ว มันบินนำมา ส่งเสียงร้องเรียกเขาและร่อนตัวลงเกาะกิ่งไม้ข้างๆเขา อีไลเดินผ่านต้นไม้สูงต้นแล้วต้นเล่าขึ้นมาตามทางเดินที่ไม่ได้สะดวกนัก แต่ดูเหมือนการปิดตาจะไม่ใช่อุปสรรคของเขาจริงๆ

“การออกจากวิหารครั้งแรกเป็นอย่างไร อีไล”

“ไม่ได้เลวร้ายมากหรอกครับ ผมคาดไว้แล้วว่าท่าทีของพวกเขาจะเป็นเช่นนี้ ขอเพียงได้ชื่อท่านฮัสเทอร์มาเอ่ยอ้าง ทุกคนก็ดูกลัวจนไม่กล้าแตะตัวผมเลยทีเดียว” อีไลย่อกายลงเพื่อแสดงความเคารพเทพของเขา แต่รยางค์เส้นหนึ่งตรงเข้ามารั้งเขาไว้ให้ยืนขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำการเคารพใดๆ

“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องอ้างชื่อข้า เจ้ารู้ดีแก่ใจว่าข้ายินดีปกป้องเจ้า” ยิ่งพูดยิ่งละอายนัก....ฮัสเทอร์นึกถึงไฮตา สุดท้ายเขาก็ปกป้องเด็กคนนั้นไม่ได้ ปกป้องสาวกศักดิ์สิทธิ์คนแล้วคนเล่าไม่ได้

“ท่านทำเพื่อผมมามากแล้วครับ ให้ผมปกป้องท่านบ้างจะเป็นไรไป เราควรปกป้องกันและกันไม่ใช่หรือครับ” อีไลกัดปากตัวเอง ทำไมต้องพูดเองแล้วรู้สึกหน้าร้อนเองนะ

“ด้วยนิสัยเช่นเจ้า การปกป้องข้าคงไม่พ้นการโต้คารมโดยไร้การใช้กำลัง ข้าพอจะเดาได้ว่าเจ้าทำสาวกศักดิ์สิทธิ์ของวิหารอื่นแทบจะเป็นฟืนไฟ”

“รู้จักผมดีกว่าตัวผมเองอีกนะครับท่าน”

“ข้าบอกแล้ว ข้ารู้จักเจ้ามานับแต่สมัยบรรพกาล” ฮัสเทอร์ยกรยางค์ไปลูบศีรษะที่มีผ้าคลุมปกปิดอยู่เบาๆ “เจ้าเป็นคนจิตใจบริสุทธิ์ สุภาพอ่อนโยน หากแต่เด็ดเดี่ยว กล้าหาญและซ่อนความใจร้ายอยู่ไม่น้อย”

“อะไรกัน ท่านกำลังชมหรือว่าผมกันครับ” อีไลหัวเราะออกมาเบาๆ “ตรงไปตรงมาสมเป็นท่าน ผมพอรู้แล้วว่าไยท่านจึงเป็นเทพไร้ชายา เทพีองค์อื่นคงไม่ชมชอบคนตรงกระมังครับ”

“จริงหรือ...เจ้าว่านั่นเป็นสาเหตุหรือ” ฮัสเทอร์โน้มกายลงมาใกล้อีไล “เด็กฉลาดเช่นเจ้าไม่รู้จริงๆหรือว่าเหตุใดข้าจึงไม่มีชายา”

อีไลเริ่มคิดว่าเขาไม่ควรท้าทายเทพเจ้า

“หรือที่จริงเจ้าแสร้งหลับหูหลับตาทั้งที่มีนิมิต ถึงได้ไม่รู้ว่าชายาของข้าเป็นใคร”

อีไลรีบหันไปหาเจ้านกที่อยู่ใกล้ๆ...ทำไมมันต้องบิดตัวไซ้ขนไปมา เขินอะไรนักหนา

“สายมากแล้ว อีกไม่นานแดดคงร้อนกว่านี้ กลับวิหารกันเถอะคู่หู”

 

_________________________________________________________________________________________________________________________________________

จู่ๆแดดก็ร้อนกะทันหันอ่ะเนาะคนเรา แต่ในถ้ำตอนที่แล้วร้อนกว่าหลายเท่าเลยนะจ๊ะ อิๆ ขอบคุณสำหรับเสียงตอบรับตอนถ้ำร้อนเมื่อตอนที่แล้วนะคะ ประทับใจที่รีดเดอร์รักในความโฮลี่อีโรติกของคู่นี้จังเลย แล้วคือช่วงที่ผ่านมาเห็นสกินใหม่สีขาวของอีไลแล้วรู้สึกว่าอยากให้ไฮตาได้ใส่ชุดนี้จัง (//ยิ้มปริ่ม)

วันนี้เราจะมาพูดถึง ‘ไฮตา’ กันบ้าง ตอนที่แล้วรวบรัดมากไปหน่อยเลยไม่ได้อธิบายเลยค่ะ มัวแต่ถ้ำร้อนอยู่ 5555555 ‘ไฮตา หนุ่มเลี้ยงแกะ’ (Haita the Shepherd) เป็นผลงานของ Ambrose Bierce แต่งเมื่อปี 1891 เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยไร้เดียงสาผู้หนึ่งที่มีใจภักดีและมักภาวนาถึงเทพฮัสเทอร์ เทพผู้บริบาลเหล่าคนเลี้ยงแกะอยู่เสมอซึ่งท่านฮัสในเวอร์ชั่นนี้อ่อนโยนมากๆเลยค่ะ ฉากไฮตางอนท่านฮัสเตอร์เรื่องน้ำท่วมและท่านไปเฝ้าแกะให้ก็มีอยู่จริงในเรื่องด้วยค่ะ 5555

ตอนหน้า อีไลของเราจะต้องทำหน้าที่ของสาวกให้เห็นกันชัดแจ้ง ทำยังไงดีเนาะเมื่อมีคนมาขอให้เขาฆ่าคนอื่น แบบนี้ถ้าเจ้าก้อนทำจริงๆ ฮัสเทอร์ก็จะยิ่งถูกมองไม่ดีขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยของเราจะทำอย่างไรต่อไปดีน้า

พบกันใหม่ที่สะพานปลาริมทะเล สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็น