Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 22 การฝึกแบบเร่งรัด

ชื่อตอน : EP : 22 การฝึกแบบเร่งรัด

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 653

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 22 การฝึกแบบเร่งรัด
แบบอักษร

 

 

 

 

EP : 22 การฝึกแบบเร่งรัด 

 

 

 

 

 

 

 

“ข้าต้องไปฝึกแล้ว คาดว่าเย็นนี้พวกท่านคงหายสนิทแล้ว” หรงซู่จินที่สั่งการทุกอย่างก่อนหน้านี้เสร็จแล้วก็พูดขึ้นมา ก่อนจะมองเจ้าหมาป่าวายุและหวางชูที่รอให้เธอพูดกับลูกน้องใหม่ป้ายแดงของเธอ 

 

“ขอรับ พวกข้าจะไม่ออกจากที่นี่จนกว่าคุณหนูจะมาขอรับ” หรงฟางหยงที่มีระดับลมปราณสูงที่สุดพูดขึ้น ภายในนี้ถูกหวางชูกางม่านอักขระเอาไว้ให้เพื่อป้องกันลูกน้องของผู้อาวุโสคนอื่นๆ มาบุกที่นี่ยามที่เธอไม่อยู่ 

 

“อืม” หรงซู่จินพยักหน้ารับ ก่อนจะถูกหวางชูพาเธอหายตัวไปจากตรงนั้นทำทีว่าเอาไปในเรือนของเธอ แต่จริงๆ แล้วพากันเข้ามาภายในมิติ 

 

“เอาละ เราต้องฝึกกันแล้วถ้าเจ้าผ่านระดับลมปราณราชันย์ไม่ได้ข้าไม่ยอมให้เจ้าออกไปจริงๆ ด้วย” หวางชูเอ่ยพร้อมกับวางเจ้าหมาป่าวายุลงกับพื้น ก่อนทีมันจะวิ่งไปรอบๆ ตัวของทั้งสองพร้อมกับเอาหัวมาถูไถของขาของหรงซู่จินเอาอ้อนๆ 

 

“เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ เจ้าไปเล่นก่อนหรงลู่จิน” หรงซู่จินรับคำอย่างประชดประชัน ก่อนจะก้มลงไปบอกหรงลู่จินที่เธอเพิ่งจะคิดชื่อให้เมื่อกี้ พอหรงลู่จินน้อยได้ยินแบบนั้นก็ดีใจก่อนจะวิ่งเล่นไปมาก่อนจะกระโดดเล่นน้ำไปด้วย 

 

“อย่าเล่น เจ้าต้องรีบฝึก” หวางชูกล่าวเสียงเรียบก่อนจะสะมือเบาๆ เปลี่ยนชุดให้เหมาะกับการฝึกวรยุทธของเขา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดเรียบร้อย หรงซู่จินก็ฝึกวรยุทธตามที่หวางชูวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ คำสอนคำพูดต่างๆ ของหวางชูเข้ามาในหัวของเธอไม่หยุด ไม่รู้ว่าเธอนั้นอยู่ในนี้นานเท่าไร แต่ว่าตอนนี้เธอกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของเธอกับหวางชูอยู่ ผลปรากฏว่าเธอล้มไปเป็นท่า 

 

ร่างกายของหวางชูแข็งแกร่งจริงๆ เธอท้าเขาสู้ทุกครั้งเหมือนคิดว่าเธอนั้นเก่งขึ้นแล้ว แต่ไม่เลยสักนิด เธอแพ้เขาทุกครั้ง สู้ต่อด้วยมือเปล่าหรือไม่ก็ต่อสู้ด้วยอาวุธก็ตาม ดาบไม้ธรรมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลับทำให้เกิดคลื่นพลังทุกครั้งที่ดาบของเธอและหวางชูกระทบกัน 

 

เคล้ง!! 

 

ตู้ม!! 

 

เธอกระเด็นออกมา แต่ยังดีที่ครั้งนี้เธอตีลังกาออกมาจากจุดเมื่อกี้อย่างรวดเร็ว หวางชูยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวไปไหน ชุดที่ใส่อยู่นั้นขยับไปมาตามแรงลมที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันก่อนหน้านี้ ชุดของหวางชูไม่แม้จะจะเลอะเหมือนชุดของเธอเลยสักนิด 

 

“คลื่นปักษา” หรงซู่จินพูดเบาๆ ประกายสายฟ้าที่เกิดขึ้นจากมือที่กุมดาบเล่มพอดีมือเกิดประกายไปทั่วทั้งดาบ หรงซู่จินวาดดาบเป็นแนวเฉียงพุ่งตรงเข้าไปมาหวางชูที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ว่าเธอจะบุกเข้าไปทางไหนก็ไม่สามารถทำอะไรหวางชูได้เลย การต่อสู้ของเธอกับหวางชูเหมือนกับว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นกับเธออยู่เท่านั้น 

 

“เร็วว่านี้” หวางชูเอ่ยขึ้นมาเธอพุ่งเข้าใกล้เข้ามากว่าครั้งก่อนๆ เธอดีดตัวออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อถูกหวางชูเอื้อมมือมาแตะที่แก้มของตัวเอง 

 

“วารีลงทัณฑ์” หรงซู่จินพึมพำชื่อวิชาฝ่ามือก็ควบคุมน้ำวารีสวรรค์ที่อยู่ใกล้ๆ โจมตีหวางชูทันที เกลียวคลื่นน้ำลูกใหญ่มุ่งตรงไปหาหวางชูเธอสร้างดาบในนั้นไปด้วย แต่ก่อนจะถึงตัวของหวางชู ดาบที่อยู่ในมือของเขาก็ตวัดดาบออกไปอย่างรวดเร็ว 

 

เพื่อโต้กลับไปยังเกลียวคลื่นน้ำลูกใหญ่ของเธอจนแตกกระจาย ยังดีที่เขาทำให้มันกลับไปอยู่ในสระน้ำเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นเธอคงจะต้องรู้สึกเสียดายน้ำวารีสวรรค์แน่ๆ 

 

“ยังใช้ไม่ได้” หรงซู่จินไม่สนใจคำพูดของหวางชูที่เหมือนจะเป็นการด่าท่อเธอ แต่ต้องตั้งสติคิดหาทางแตะตัวของหวางชูให้ได้ แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม หรงซู่จินที่รู้ว่าตอนฝึกกับองค์รัชทายาทนั้นยังพอรับมือไว้ แต่กับหวางชูเธอหาทางชนะเขาไม่ได้จริง ขนาดเธอปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีเขาไม่ซ้ำแบบเดิมเขาก็ยังเดาทางเธอออก ขนาดเธอใช้กังฟูที่เธอเคยเรียนมายังสู้เขาไม่ได้เลย 

 

“ถ้าเจ้าแตะตัวข้าได้ ข้ามีรางวัลให้เจ้า” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้น ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ยินดีเลย เพราะเธอรู้สึกมันไม่ดีต่อตัวเธอสักเท่าไร แต่ปากของเธอก็ยังอยากจะถามเขาอยู่ดี 

 

“อะไรล่ะเจ้าคะ” 

 

“ตัวของข้า” หรงซู่จินที่พุ่งเข้ามาหาหวางชูอย่างรวดเร็วนั้นพอได้ยินคำตอบของหวางชู ขาที่เคลื่อนกายไปหาด้วยความรวดเร็วก็พลันสะดุดทันที พลอยทำให้ร่างกายของหรงซู่จินเสียสมดุลจนลื้นล้ม 

 

แต่หวางชูที่มีความเร็วเหนือแสงนั้นก็เคลื่อนกายมาคว้าตัวของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปนอนกับพื้น หรงซู่จินนั้นตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อตัวเองเธอกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของหวางชู อย่างไม่ได้ตั้งใจ 

 

“สงสัยเจ้าต้องฝึกสมาธิให้มากกว่านี่เสียแล้ว ขืนเวลาเจ้าไปต่อสู้กับคนอื่นแล้วเป็นแบบนี้ข้าไม่ไว้ใจจริงๆ” หวางชูเอ่ยขึ้นแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยหรงซู่จินเสียที 

 

“ท่าน!” หรงซู่จินมองคนหน้ามึนที่หลอกกอดเธอไม่ยอมปล่อยเสียที ก็เรียกอีกฝ่ายเสียงด้วยดังทันที หวางชูขยับกายออกห่างกลับไปอยู่ที่เดิม ก่อนจะเอ่ยขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

“เข้ามาสิ” แววตาท้าท้ายนั้นมันถืออะไรกัน หรงซู่จินได้เก็บความไม่พอใจเอาไว้ให้ลึกที่สุดเพราะตอนนี้เธอต้องมีสติมากที่สุด เพื่อจะแตะตัวของหวางชูได้สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี 

 

“หึ” หรงซู่จินแค่นเสียง ก่อนจะรวบรวมสมาธิก่อนจะพุ่งเข้าหาหวางชูอีกที่ รางบางเคลื่อนไหวไปมาทั้งรวดเร็วและเชื่องช้าเพื่อจะหลอกล้อหวางชูให้ตายใจ แต่ก็ดูเหมือนหวางชูนั้นจะระวังตัวมากจนเหมือนกับว่าเธอที่กำลังจะถึงตัวเขานั้นแล้วก็ทำไม่ได้เลยสัก 

 

“อืม ถือว่าไม่เลว” หวางชูพยักหน้าพลางเอ่ยเบาๆ กับตัวเองเมื่อเห็นว่าครั้งนี้หรงซู่จินนั้นทำได้ดีขึ้น รู้จักหลอกล้อเขาจนเกือบจะหลงกลลวงในการต่อต่อสู้ของนางเสียแล้ว 

 

ถ้าเขาไม่มีประการณ์ในการต่อสู้มามากพอ เขาก็คงจะถูกนางฟาดดาบไม้นั้นเข้าใบหน้าหล่อเหลาของเขาหลายครั้งแล้ว นางไม่ห่วงใบหน้าหล่อเหลาของนางสามีนางเลยหรือไง 

 

“ข้าเกือบจะแตะตัวท่านได้แล้ว” หรงซู่จินยิ้มเพราะเมื่อครู่นี้เธอเกือบจะฟันดาบลงไปที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นได้อยู่แล้ว ถ้าหากเขาไม่ใช้ดาบขึ้นมารับเอาไว้พร้อมกับหลบลูกเตะของนางได้ เร็วชะมัดเลย 

 

“ถ้าเจ้ายังคิดจะทำร้ายใบหน้าหล่อเหลาของสามีของเจ้าอีกแล้วละก็ วันนี้เราอาจจะได้เข้าห้องหอกันเร็วขึ้นก็เป็นไปได้” ยิ่งเธออยู่กับหวางชูมากเท่าไรคำพูดบ้างอย่างของหวางชูก็เหมือนจะมีการพัฒนาขึ้น ยังไม่ต้องพูดถึงประโยคเมื่อครู่ที่หวางชูพูดขึ้นมาเลย แค่ได้ยินเธอก็รู้สึกว่าไม่ควรไปแหย่เขาตอนนี้ 

 

“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยท่านอย่าพูดแบบนี้เด็ดขาด” หรงซู่จินโต้ตอบเขากลับไปแล้วพุ่งเข้าไปโดยเลือกที่จะทำร้ายไปที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นอีก แต่เป็นอย่างอื่นแทน 

 

“นั้นไงพยานรักของเรา” หวางชูเอ่ยพลางชี้นิ้วไปที่หรงลู่จินที่ตอนนี้โตขึ้นมาบ้างแล้ว หรงซู่จินไม่อยากจะสนใจคนหน้ามึนอีก จึงมุงตรงไปยังเป้าหมายต่อไปของเธอทันที 

 

เคล้ง!! 

 

“เจ้าคิดจะทำร้ายสามีเจ้าอีกแล้ว” หวางชูเอ่ยขึ้นเมื่อพร้อมกับรีบเอาดาบมารับดาบของหรงซู่จิน ที่พุ่งเป้ามายังสิ่งที่มันเป็นความภาคภูมิใจของเขารองจากใบหน้าของเขา เกือบไปแล้วลูกพ่อ เจ้าเกือบจะไม่ได้ใช้งานเพราะแม่ของเจ้าเสียแล้ว 

 

 

“หึ่ย ถ้าท่านไม่หยุดพูดข้าจะโกรธท่านแล้วนะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ไหว ทำไมหวางชูถึงได้เป็นคนแบบนี้นะ หวางชูที่เห็นว่าตอนนี้หรงซู่จินกำลังโมโหนั้นก็ยิ้มมุมปากนิดๆ ที่ได้แกล้งนางคืนบ้าง 

 

“ถ้าเจ้าแตะตัวข้าได้จะไม่พูดเรื่องนี้อีก” เสียเมื่อไรละ หวางชูกล่าวต่อในใจ ก่อนจะยืนตั้งรับการโจมตีของหรงซู่จินที่เหมือนจะรุนแรงและดุดันขึ้นจนหวางชูอดที่จะยิ้มออกมาได้ 

 

ไม่เสียแรงที่พูดจายั่วยุนางเพื่อที่จะกระตุ้นนางให้พยายามที่จะแตะตัวของเขาให้ได้ ถือว่าดีขึ้นมาหน่อย ถึงแม้นางไม่อาจจะแตะตัวเขาได้ก็ตาม ถ้าเขาไม่อนุญาต 

 

“ปราการแปดทิศ” หรงซู่จินที่แอบวางค่ายกลเอาไว้สำเร็จก็พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มในใจ เมื่อหวางชูนั้นไม่รู้ตัวว่าเธอแอบวางค่ายกลเอาไว้เวลาเธอพุ่งเข้าไปโจมตีหวางชู 

 

“อ่อนหัด” หวางชูพูดขึ้นเมื่อเห็นค่ายกลที่นางแบบวางเอาไว้ แค่นี้ไม่สามารถกังขังเขาได้หรอก ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่แน่ 

 

เพราะเขานั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ค่ายกลธรรมดาๆ ของหรงซู่จินทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด 

 

หรงซู่จินที่เตรียมพุ่งตัวเข้ามาจะจัดการหวางชูให้ได้ในครั้งนี้ ก็ต้องพลาดท่า เมื่อเข้าไปใกล้ค่ายกลของตัวเองมากขึ้น 

 

หวางชูที่รอให้หรงซู่จินนั้นพุ่งเข้ามาใกล้เขามากเท่าไร จังหวะปลายดาบที่จะถึงตัวของเขานั้น หวางชูก็แกวงดาบตัดไปยังดาบไม้ของหรงซู่จินหักเป็นสองท้อน ลำตัวหนาก็เอี่ยวตัวหลบพร้อมกับคว้ามือของหรงซู่จินเข้าด้วยกันพร้อมกับรวบคนตัวเล็กเขามากอดเอาแน่นก่อนจะกระซิบชิดใบหูเล็กของหรงซู่จิน 

 

“เจ้าคิดจะฆ่าสามีเจ้าหรืออย่างไรกัน” 

 

“เปล่านะเจ้าคะ” หรงซู่จินปฏิเสธถึงแม้บางครั้งเธอก็แอบคิดเหมือนกันก็ตาม หวางชูยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่ยอมรับ 

 

“เจ้าหาสามีที่ดีกว่าข้าไม่ได้อีกแล้วนะ” หวางชูพูดขึ้น หรงซู่จินที่ได้ยินหวางชูชมตัวก็อยากจะบ้าตาย หลงตัวเองเกินไปแล้ว ซึนๆ เจ้าเล่ห์ๆ แบบนั้นหรือที่เรียกว่าดีนะ 

 

“ปล่อยเลยไม่ต้องมาหลอกกอดข้าเสียให้ยากหรอกเจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกพลางสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของหวางชูแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อหวางชูไม่ยอมปล่อย แถมยังพ้นคำพูดออกมาได้โดยที่ไม่อายปากตัวเอง เธอที่เป็นคนฟังก็อยากจะบ้าให้ได้เลยเสียจริงที่ 

 

“ข้าอยากกอดเจ้านานๆ เพราะมันทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่น มันทำให้ข้านั้นไม่รู้สึกโดดเดียวอีกต่อไป” หวางชูนั้นเอ่ยไปก็ไม่ได้ดูสีหน้าของหรงซู่จินเลยสักนิด 

 

“เจ้าค่ะๆ ท่านปล่อยข้าก่อนเถอะ นี่มันเวลาฝึกนะเจ้า” หรงซู่จินคร้านที่จะพูดโต้ตอบกับหวางชูก็เลยได้แต่ยอมรับ พร้อมกับอ้างเรื่องฝึกต่อ 

 

“อืม วันนี้ฝีมือเจ้าดีขึ้นแล้ว ข้าให้พักได้ แต่เจ้าควรจะไปดูดซับลมปราณเสีย ก่อนที่ลูกของเจ้าจะแย่งไปหมด” หวางชูพร้อมกับก้มลงไปหอมหัวเล็กๆ ของหรงซู่จินก่อนจะกล่าวบอกแล้วก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที เพื่อไม่ให้หรงซู่จินโจมตีเขากลับ 

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บใจเมื่อถูกหวางชูหลอกกินเต้าหู้อีกแล้ว มือบางเอื้อมมือไปจับที่หัวของตัวเองที่ถูกหวางชูสัมผัสเมื่อกี้เบาๆ ความรู้สึกร้อนๆ ก็ตีขึ้นใบหน้างามทันที หรงซู่จนส่ายหน้าไปมาก่อนจะลงไปแช่ตัวในสระน้ำวารีสวรรค์เล่น พร้อมกับโคจรลมปราณแล้วก็ดูดซับลมปราณรอบๆ ตัวไปด้วย 

 

โดยมีหรงลู่จินว่ายน้ำมาหาเธอหัวเล็กๆ นั้นกำลังถูไถกับฝ่ามือของเธออย่างอ้อนๆ เหมือนจะบอกว่าให้ลูบหัว เธอยิ้มนิดๆ แล้วทำตามที่หรงลู่จินต้องการ อย่างอดไม่ได้ 

 

“เจ้าจะนอนแช่น้ำอีกนานหรือไม่ เดี๋ยวก็ไม่สบายพอดี” หรงซู่จินเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่ลอยตัวอยู่ด้านบนที่ก้อนเมฆลอยไปมาเต็มท้องฟ้า หวางชูไปเอาก้อนเมฆมาไว้ในมิติให้เธออีกแล้ว แถมมือของเข้ายังมีผลไม้อีก หรงซู่จินกระโดดขึ้นไปโดยอุ้มหรงลู่จินเข้าไปนั่งบนก้อนเมฆทันที 

 

“ท่านไปเอามาจากไหน” ปากถามมือก็เอื้อมไปหยิบ พลางใช้กระบี่ตัดเป็นชิ้นเล็กก่อนจะนั่งทานแล้วเอาให้หรงลู่จินที่อยู่ข้างทานไปด้วย 

 

“เอามาจากหรงเฉียง” หวางชูตอบเพราะเขาออกไปสั่งคนพวกนั้นนิดหน่อย ก่อนจะหอบผลไม้ที่หรงซู่จินใช้ให้หรงเฉียงไปซื้อมาเอาเข้ามาให้คนตัวเล็ก 

 

“อืม ทำไมข้ายังไม่สามารถทะลวงเลื่อนระดับได้สักที” หรงซู่จินถามอย่างสงสัย เพระเธอดูดซับลมปราณมากแล้ว แต่ก็ไมสามารถทะลวงเลื่อนระดับได้เลย ครั้งก่อนๆ ทำไมมันเลื่อนไปได้อย่างง่ายดายนักก็ไม่รู้ 

 

“ความห่างชั้นของแต่ระดับ ยิ่งเจ้ามาระดับที่สูงขึ้นเจ้าก็ต้องมีใช้เวลาในการดูดซับลมปราณมากขึ้น แต่ที่ครั้งก่อนๆ เจ้าเลื่อนระดับได้เร็วนั้นเพราะระดับพวกนั้นไม่ต้องใช้ลมปราณเยอะเท่ากับระดับต่อไปที่เจ้ากำลังจะทะลวง เพราะตั้งแต่ระดับลมปราณราชันย์ขึ้นมานี้ การจะทะลวงแต่ละครั้งนั้นต้องใช้ลมปราณมากมายนัก มันทำให้แต่ละครั้งนั้นยากมาก” หวางชูอธิบายให้หรงซู่จินที่นอนตะแคงใช้มือท้าวกับหัวของตัวเองและกำลังเล่นกับหรงลู่จิน ใบหน้างามของหรงซู่จินได้แต่พยักหน้ารับ 

 

“เข้าใจแล้ว งั้นข้าจะใช้ผลึกแก้ววารีสวรรค์ก็แล้วกันจะได้ทะลวงผ่านไปเร็วๆ” หรงซู่จินบอก เธอลืมผลึกแก้ววารีของเธอไปได้อย่างไรกัน 

 

“อืมเห็นทีเจ้าคงต้องใช้สักร้อยผลึกละนะถึงจะทะลวงเลื่อนระดับผ่านไปได้” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นแทบจะมือไม้อ่อนไปเลย ทำไมถึงใช้เยอะขนาดนั้นกัน นั้นมันเกือบครึ่งหนึ่งที่เธอมียู่เลยนะ 

 

“เยอะขนาดนั้นเลยหรือ” หรงซู่จินถามหวางชูอย่างไม่แน่ใจ เพราะเธออาจจะฟังผิดไปก็ได้ 

 

“ใช่ เจ้าอย่าลืมนะว่าเส้นลมปราณเจ้าใหญ่กว่าคนปกตินะ” พอหวางชูบอกเธอแบบนั้น เธอก็ได้ที่ร่ำร้องอยู่ในใจ ทำไม่ต้องมีเส้นลมปราณใหญ่กว่าคนอื่นๆ ด้วยนะ 

 

“เหมือนก็ดีนะ แต่ทำไมข้ารู้สึกว่าโชคร้ายยังไงก็ไม่รู้” หรงซู่จินพึมพำ หวางชูที่ได้ยินแบบนั้นก็เอื้อมมือไปลูบหัวของหรงซู่จินเบาๆ แล้วพูดขึ้น 

 

“ข้าว่ามันดีนะ เพราะเจ้าสามารถสู้ข้ามระดับได้ ร่างกายเจ้าแข็งแรงก็คนพวกนั้นแล้วเจ้าก็ใช้ลมปราณได้นานก็คนปกติอีกด้วย” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็เบาใจขึ้นมาบ้างอย่างน้อยก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง 

 

“งั้นข้าจะเอาผลึกแก้ววารีสวรรค์นี้ไปให้ท่านสักสิบผลึกก่อนก็แล้วกัน เพื่อท่านจะสามารถทะลวงเลื่อนระดับไปยังระดับเทพจักรพรรดิได้” หรงซู่จินเอ่ยขึ้น อย่างน้อยให้ท่านพ่อของเธอไปถึงขั้นนั้นก็ยังดี 

 

“เจ้าจะบ้าหรือ พ่อเจ้าใช้แค่ผลึกแค่อันเดียวก็เกินพอแล้ว ขืนเจ้าให้พ่อเจ้าใช้ทั้งสิบผลึก มีหวังเส้นลมปราณของพ่อของขาดทั้งแต่เริ่มแล้ว” หวางชูเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อได้ฟังหรงซู่จินพูดแบบนั้น เพราะถ้าเป็นพวกสัตว์อสูรใช้ก็ว่าไปอย่าง พวกนั้นมันเส้นลมปราณที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากนัก ถ้าเป็นมนุษย์ต้องใช้ผลึกหนึ่งผลึกต่อปีเพราะถ้าใช้มากๆ จะเกิดผลเสียตามมา 

 

“อย่างนั้นหรือ” หรงซู่จินพึมพำก่อนจะลุกขึ้นมานั่งแล้วก็กระโดดลงน้ำไปเพื่อทำการดูดซับลมปราณอีกครั้งไม่ได้ฟังเสียงหวางชูที่ตะโกนห้ามเลยสักนิด 

 

 

 

แหมหรงซู่จินทำคิดจะร้ายหวางชูแบบนั้นดีแล้วหรือ ของสำคัญเลยนะนั้น ขาดหายไปแล้วเธอจะรู้สึก หวางชูชอบตอดเล็กตอดน้อยหรงซู่จินตลอดเลย จำไว้จะหรงซู่จินเธอหามาสีที่กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แอบหมั่นไส้ที่หวางชูพูดแบบนั้น ฮ่าๆ ๆ 

ความคิดเห็น