Jalando

เขียนเรื่องนี้มาเพราะชอบครับ 😆 อีกประการอยากลองดูด้วยครับว่า ถ้าเขียนจริงแล้วจะมีใครอ่านมั้ย ถ้าไงถูกใจรบกวนไลท์ 👍 หรือเมนท์ติชมกันได้ ขอบคุณครับผม 🙏 อ้อๆๆ อีกอย่างใครที่มีผงเข้าตา บางตอนในนิยายเรื่องนี้ ⚠ อาจทำให้ฝุ่นผงในดวงตาของท่านหลุดออกมาก็เป็นได้ 🐵

บทที่ 86 จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย

ชื่อตอน : บทที่ 86 จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย

คำค้น : เด็กหนุ่มมาดเซอร์ สารวัตรหนุ่ม สาวสวย ข้อเท็จจริง ลี้ลับ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 71

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 86 จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย
แบบอักษร

คุยก่อนอ่าน 

กลับมาอัพอีกครั้ง ช่วงนี้ห่างเหินการทำงานมาเกือบสองวัน เพราะมัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับ 7 ตัว 9 ฐาน อันเป็นศาสตร์พยากรณ์โบราณของไทย วันอาทิตย์นี้ ผมจะได้ไปเรียนเป็นวันแรก ก็เลยศึกษาด้วยตัวเองไปก่อน สนุกดีครับ ลองตรวจดูดวงชะตาของตัวเองแล้ว มันเหมาะแก่อาชีพหมอดูเป็นอย่างมาก แถมเป็นผู้มีสัมผัสพิเศษอยู่ลึกๆ เป็นดวงของคนที่ศึกษาศาสตร์ลึกลับได้ดี น่าสนใจนะ ผมกะว่าเรียนเสร็จ ผมจะเปิดสำนักร่างทรงเอาซะเลย ท่าจะมัน เหอ เหอ เหอ 

บทที่ 86 จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย 

 

 

สารวัตรสิงห์มองหน้าโอมที จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าของจิตหราอีกที และเมื่อเขามองสลับไปมาได้ซักสอง สามรอบ เขาจึงเริ่มเล่าเรื่อง  

 

“ หลังจากที่ชั้นแยกจากนาย ชั้นก็กลับมาพักผ่อน ชั้นหลับลงไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ชั้นก็ไม่ลืมที่จะหยิบเหรียญครุฑดำมาพกติดตัว ชั้นไม่ยอมให้สิ่งนั้นห่างตัวแม้ในยามที่ชั้นหลับ ” 

 

“ พี่ทำถูกแล้ว และในตอนนี้พี่ก็ไม่ควรห่างจากเหรียญนั่น ” โอมสนับสนุน พร้อมกล่าวเสริม ซึ่งสารวัตรหนุ่มไม่ตอบคำ เขาเพียงตบเบาๆไปที่ปกเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ที่เขาสวมใส่ อันเป็นการบอกนัยๆว่า…..ตอนนี้ชั้นก็พกสิ่งนั้นอยู่ 

 

“ แบบนั้นน่ะดีแล้วครับ เชิญเล่าต่อ ” โอมพยักหน้ารับสิ่งที่สารวัตรหนุ่มแสดงให้เห็น พร้อมเปิดทางให้เล่าต่อ 

          

 

สารวัตรหนุ่มนิ่งอยู่อึดใจ ก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วต่ำ  

 

“ ในตอนนั้น ชั้นฝันแปลกๆ มันเหมือนว่าชั้นย้อนกลับไปในอดีต เมื่อครั้งที่ชั้นยังเป็นตำรวจตระเวนชายแดน และในทุกๆฉากที่ปรากฏก็จะมีผู้หญิงผมยาวที่มีใบหน้าขาวซีดยืนอยู่ไม่ห่างจากชั้น ” 

 

“ ต้องเป็นกุลสตรีอย่างแน่นอน ” โอมโพล่งขึ้นมา ส่วนทางฝ่ายจิตหรา เธอได้แต่กลืนน้ำลายคอเฮือกใหญ่ด้วยความกดดันที่ถาโถมเข้ามา 

 

“ เฮือก ” 

          

 

สารวัตรสิงห์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเองก็กะไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวประหลาดในความฝันน่าจะเป็นกุลสตรี แต่น่าแปลกที่เธอคนนั้นเอาแต่ยืนเฉยๆ ไม่ได้แสดงอาการคุกคามหรือข่มขู่เขาเลยซักครั้ง ถ้าให้เดา ก็คิดว่าเป็นเพราะเขาพกเหรียญครุฑดำติดตัวไว้ วิญญาณร้ายเลยไม่กล้าทำอะไรเขา  

          

 

ทั้งสามนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง อึดใจต่อมาสารวัตรหนุ่มก็เริ่มเล่าเรื่องที่เขาประสบต่อ  

 

“ พอชั้นตื่นนอน ชั้นก็นั่งทบทวนถึงทุกสิ่งที่ชั้นและโอมได้เจอมา มันเป็นคดีที่ลึกลับและแปลกประหลาดที่สุด จากนั้นชั้นก็เริ่มสนใจหญิงสาวที่ชื่อกุลสตรี ชั้นเลยติดต่อสายข่าว เพื่อให้พวกเขาหาข้อมูลของผู้หญิงคนนั้น ” 

         

 

สารวัตรเล่าถึงตรงนี้ เขาก็หยุดพูดชั่วครู่ สายตาคมวาวจับจ้องไปยังสองหนุ่มสาวเพื่อดูปฏิกิริยา ซึ่งเขาก็พบว่าโอมยังคงนิ่ง ส่วนจิตหรานั้นยืนห่อตัวและมีอาการสั่นน้อยๆคล้ายว่าจะหนาวอยู่นิดๆ เมื่อเขาพบว่าทุกสิ่งยังคงอยู่ในสภาพปกติ สารวัตรหนุ่มก็เริ่มเล่าต่อ  

 

“ หลังจากที่ชั้นได้ข้อมูลที่สำคัญ ชั้นก็ออกเดินทางไปหาคุณแม่ของกุลสตรี จะได้ถามในบางสิ่งที่ชั้นยังติดใจ สงสัย ” 

 

“ แม่ของกุลสตรี ” สองหนุ่มสาวพูดขึ้นมาพร้อมกัน 

 

“ ใช่แล้ว แม่ของกุลสตรี ” สารวัตรสิงห์ตอบกลับ พร้อมมองหน้าของสองหนุ่มสาวแบบงงๆ ซึ่งโอมก็รู้เลยว่าสารวัตรสิงห์จะถามอะไร เขาจึงหันไปถามจิตหราในสิ่งที่เขาและสารวัตรสิงห์กำลังนึกสงสัย 

 

“ พี่ดูแปลกใจในตอนที่พี่สิงห์พูดถึง…..เอ่อ…..คุณแม่ของกุลสตรี ก็แปลว่าพี่เองก็ไม่รู้จักท่านเหมือนกัน ใช่มั้ยครับ ” 

 

“ ใช่จ้ะ ตอนที่กุลสตรียังมีชีวิตอยู่ เธอจะสนิทกับพี่มากที่สุด แต่เธอก็ไม่เคยเอ่ยถึงครอบครัวของตัวเองเลยซักครั้ง พี่เองก็ไม่กล้าถาม เพราะมันเหมือนจะไปละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัวของกุลสตรีมากเกินไป ” จิตหราตอบกลับเรียบๆ ด้วยท่าทางที่ยังดูมึนงง 

 

“ เอ่อ….แล้วเป็นไงต่อครับ พี่สิงห์ ” โอมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องที่สารวัตรหนุ่มเล่านั้นยังไม่จบ เขาจึงเริ่มทวงถาม 

 

“ หึ นึกว่าจะลืมกันซะแล้ว ” สารวัตรหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงสัพยอก 

 

“ ขอโทษทีครับ ถือซะว่ามีโฆษณามาคั่นกลางก็แล้วกัน ” โอมหยอกกลับ 

 

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี่มันจริงๆเลย เคยไม่ทันใครทางด้านวาจาบ้างมั้ยเนี่ย ” สารวัตรสิงห์หัวเราะลั่น ดูเหมือนเขาจะนิยมชมชอบไหวพริบปฏิภาณของเด็กหนุ่มมาดเซอร์อยู่ไม่ใช่น้อย แต่โอมกลับเพียงแค่ยิ้มรับนิดๆ เพราะเขาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ด้วยกำลังลุ้นกับเรื่องที่สารวัตรสิงห์เล่า 

           

 

แต่ในขณะที่นายตำรวจหนุ่มกำลังจะอ้าปากเล่า สายฟ้าที่ฉวัดเฉวียนราวงูยักษ์ก็ฟาดลงมายังจุดที่ไม่ห่างจากคนทั้งสาม พร้อมเสียงดังกัมปนาท  

 

“ เปรี้ยง ” 

 

“ ว้าย! ” จิตหรากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวตามธรรมชาติหญิง และกระโดดเกาะแขนของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ตามสัญชาตญาณ 

         

 

สิ่งที่เกิด ทำให้สารวัตรสิงห์ส่งยิ้มแปลกๆให้กับโอม ในขณะที่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็ได้แต่หน้าแดงก่ำ และส่ายไปมาเพื่อหลบสายตาของสารวัตรหนุ่ม   

         

 

สารวัตรหนุ่มแหย่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ด้วยสายตาอยู่อึดใจ เขาจึงเลิกรา พร้อมกล่าวขึ้นมาว่า…..  

 

“ ดูท่าทางฝนกำลังจะตก ถ้าเรายังยืนเล่าอยู่ตรงนี้ มีหวังเปียกโชกไปตามๆกันแน่ ลงไปคุยกันข้างล่างดีกว่า จะได้หนีลมหนาวบนชั้นดาดฟ้าด้วย ” 

          

 

เหมือนเสียงของสารวัตรหนุ่มจะเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าจิตหรากำลังทำเรื่องน่าอายอยู่ เธอจึงค่อยๆผละออกจากเด็กหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนตัวแข็ง ใบหน้างามของหญิงสาวแดงน้อยๆด้วยความอายที่กำลังกัดกินหัวใจ  

 

“ เอ่อ..ขอโทษ ตกใจฟ้าผ่าน่ะ ไปกันได้หรือยัง ” จิตหราก้มหน้านิ่ง ปากก็เอ่ยถามขึ้นมาเบาๆโดยไม่สบตาใคร แน่นอนว่าโอมต้องโดนสารวัตรหนุ่มเอาคืนด้วยการส่งยิ้มหยอกล้อให้ แต่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็แก้ลำด้วยการหันหน้าไปมองทางอื่น 

        

 

หลังปรับอารมณ์ได้แล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มออกเดิน เพื่อไปจากชั้นดาดฟ้าที่มืดมิดและรกร้าง และเมื่อเดินไปได้ซักสี่ห้าก้าว สารวัตรหนุ่มก็เริ่มเล่าถึงบางสิ่งที่ดูน่าสะพรึงกลัว  

 

“ หลังจากที่ชั้นคุยกับแม่ของกุลสตรี ชั้นจึงได้รู้ว่าแต่เดิมกุลสตรีไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น เธอเปลี่ยนไปนับตั้งแต่เธอไปพบกับใครบางคน ” 

       

 

แม้จิตหราและโอมจะยังคงเดินอยู่ แต่ทั้งสองก็เริ่มเดินช้าลงจนคล้ายว่าจะชะงักฝีเท้าอย่างฉับพลัน พวกเขาดูตื่นตกใจกับเรื่องที่เพิ่งได้รับฟัง โดยเฉพาะโอมดูจะตื่นตะลึงมากกว่าใครๆ จนถึงขั้นเอ่ยถามนายตำรวจหนุ่มเร็วจี๋  

 

“ เขาไปหาใครครับ พี่สิงห์ ” 

 

“ เอ๊ะ! ขนาดคนใจเย็นแบบนายยังเป็นไปได้ขนาดนี้ ดูเหมือนนายจะสนใจในประเด็นนี้เป็นพิเศษนะ มีอะไรหรือเปล่า โอม ” สารวัตรสิงห์ถามกลับอย่างเฉียบคมตามสไตค์ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายปี 

         

 

ไม่เพียงแค่สารวัตรสิงห์เท่านั้นที่สนใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม แม้แต่จิตหราเองก็สนใจเช่นกัน เพราะตั้งแต่รู้จักเด็กหนุ่มมาดเซอร์มาหลายวัน เธอไม่เคยเห็นโอมร้องเสียงหลงแบบนี้เลยซักครั้งเดียว  

         

 

โอมเข้าใจในความสงสัยของรุ่นพี่ทั้งสองคนเป็นอย่างดี แต่คราวนี้เขาเก็บอารมณ์ตัวเองเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ เพราะข้อมูลที่สารวัตรสิงห์กำลังจะเล่า นับเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่กำลังจะมาเติมเต็มให้ห่วงโซ่ปริศนาในคดีนี้ถูกตีแตกโดยสมบูรณ์  

         

 

ทั้งสามหยุดยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สารวัตรหนุ่มและจิตหราต่างพากันจับจ้องไปที่หนุ่มโอม คล้ายว่ากำลังกดดันให้โอมเล่าเรื่องที่เขากำลังเก็บงำ เมื่อมาถึงจุดนี้ โอมจึงจำต้องแบไพ่ที่อยู่ในมือออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

 

“ โอเคครับ ผมยอมรับว่าผมตกใจกับสิ่งที่พี่สิงห์กำลังเล่า……..” 

          

 

หลังพูดจบ เด็กหนุ่มมาดเซอร์เว้นระยะนิดหน่อย ก่อนเริ่มเล่าต่อ  

 

“ ถึงตรงนี้ แม้ว่าผมจะไขคดีได้เกือบทั้งหมด แต่มีเพียงประเด็นเดียวที่ผมคิดยังไงก็คิดไม่ตก ด้วยมันไม่เคยมีข้อมูลใดที่จะช่วยให้ไขข้อข้องใจนี้ได้อย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือ……ทำไมกุลสตรีถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ” 

         

 

เด็กหนุ่มพูดถึงตรงนี้ สารวัตรหนุ่มก็เริ่มหน้าเครียด ส่วนจิตหราก็พลันหน้าซีด เพราะสิ่งที่โอมสารภาพออกมานั้นตรงกับคำถามที่อยู่ในใจของทุกคน  

 

“ ใช่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัย แม่ของเธอกำลังเล่าให้ชั้นฟังว่าเธอได้ไปหาใครคนหนึ่ง แต่ไม่ทันที่เธอจะบอกว่ากุลสตรีไปหาผู้ใด เธอก็……” สารวัตรหนุ่มเล่าถึงจุดนี้ เขาก็พลันเงียบไป 

          

 

โอมดูสลดลงในทันที ส่วนจิตหรายังรู้สึกงุนงง แต่ลึกๆในใจ เธอก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่หญิงชราผู้เป็นมารดาของกุลสตรีได้เจอนั้น น่าจะไม่ใช่เรื่องดี ด้วยความที่มันยังไม่เคลียร์ เธอจึงเอ่ยถามออกมาแบบซื่อๆ  

 

“ ตกลงเธอเป็นอะไรคะ ทำไมเธอถึงเล่าไม่จบ ” 

         

 

สารวัตรสิงห์หันไปสบตากับจิตหรา แววตาคมเข้มของหนุ่มใหญ่ฉายแววรันทดออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบกลับมาสั้นๆว่า…..  

 

“ เธอสิ้นใจตายไปต่อหน้าผม ” 

 

“ ว้าย….” จิตหราอุทานออกมาเบาๆ พร้อมยกมือขึ้นปิดปาก 

 

“ มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากๆ ทั้งที่ก่อนจะตาย เธอพูดไม่หยุดตามประสาคนชราที่เริ่มเลอะเลือน มันไม่มีวี่แววหรือเค้าแห่งมรณะเลยซักนิด แต่พอจะเริ่มกล่าวถึงบุคคลที่กุลสตรีเดินทางไปหาเท่านั้น หญิงชราคนนั้นก็สิ้นใจตายในทันที เรื่องนี้มืดแปดด้านจนหาคำตอบใดๆมาอธิบายไม่ได้ ” สารวัตรหนุ่มเล่าเรื่อยๆ แต่น้ำเสียงและสีหน้าของหนุ่มใหญ่กลับเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มกังวลใจ 

        

 

บรรยากาศในเวลานั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเศร้าสลด ทั้งยังห้อมล้อมไปด้วยปริศนาที่ดำมืด ปริศนานั้นคอยกระซิบถามคนทั้งสามในมโนทวารลึกๆว่า…..  

 

“ ชั้นเปลี่ยนไปได้ยังไง คิดเข้าสิ ชั้นไปพบใครมา ” 

        

 

ทั้งสามเงียบอยู่นาน พวกเขาก็พลันรู้สึกตัวอีกครั้ง ด้วยมีหยดน้ำใสเม็ดเล็กๆหล่นลงมากระทบกาย สิ่งที่เกิด ทำให้พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร้อมๆกัน  

 

“ เอ๊ะ! ฝนตกนี่นา ” จิตหราเอ่ยทัก 

 

“ ฮืม…เห็นที คราวนี้เราคงต้องย้ายเข้าไปคุยกันต่อข้างในจริงๆแล้วซิ ” โอมยิ้มรับ พลางกล่าวขึ้นมาบ้าง ส่วนสารวัตรหนุ่มนั้นไม่ได้พูดอันใด เขาเพียงหันไปมองจิตหราแวบหนึ่ง ก่อนถอดแจ็กเก็ตยีนส์ตัวนอกของตนเองยื่นให้แก่เธอ 

 

“ เอาไปคลุมหัวไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย ” 

 

“ ขอบคุณค่ะ ”  

          

 

จิตหรากล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนยื่นมืออันสั่นเทาไปรับแจ็กเก็ตยีนส์นั้น แต่เธอก็ดันทำมันหล่นลงพื้นไปซะอย่างงั้น  

 

“ เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ เดี๋ยวชั้นเก็บให้ ” 

          

 

ขณะที่หญิงสาวกำลังก้มลงเก็บ สัมผัสพิเศษของโอมก็ปรากฏขึ้นมาในใจอย่างฉับพลัน ขนทั่วทั้งกายของเด็กหนุ่มเกิดลุกชูชันอย่างรุนแรง พร้อมกับอาการเกร็งกายสุดกำลัง มันเด่นชัดซะจนสารวัตรสิงห์ที่ยืนใกล้ๆสังเกตเห็น  

 

“ เฮ้ย….โอม นายเป็นอะไร ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ 

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น