เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

12:อยู่ดีดีก็....

ชื่อตอน : 12:อยู่ดีดีก็....

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
12:อยู่ดีดีก็....
แบบอักษร

 

Rrrrr~~~

"พี่คะ! โทรศัพท์ดังค่ะ"

ร่างบางชะงักมือที่กำลังใช้สปาตูล่า สแตนเลสแบบตรง สีเงินปาดบัตเตอร์ครีมสีขาวนวลลงบนเค้กขนาดสองปอนด์ที่วางอยู่บนแท่นหมุน แล้วเงยหน้าขึ้นมองลอดช่องประตูของห้องครัว ไปที่สาวรุ่นน้องนามว่าจีน ที่กำลังตะโกนเรียกเธอจากตรงเคาน์เตอร์กาแฟ

"แป๊ปนะจีน เดี๋ยวพี่ออกไป!"

ฉันตะโกนตอบจีนไป พร้อมทั้งละมือออกจากการกระทำตรงหน้า แล้วเดินตรงไปที่ซิงค์ล้างจาน ล้างมือทั้งสองข้างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยบัตเตอร์ครีมสีขาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็ดมือให้แห้งกับผ้ากันเปื้อนสีเบบี้พิ้งค์ที่ถูกสวมไว้ที่คอยาวจนถึงต้นขาอย่างลวกๆ เดินออกมาจากในครัว มองจีนที่ยิ้มบางๆส่งมาให้ ก่อนจะเดินออกไปเพื่อเอากาแฟไปเสิร์ฟ แล้วเอื้อมมือไปหยิบเจ้าโทรศัพท์เจ้าปัญหา ที่ตอนนี้มันแผดเสียงดังลั่นและสั่นไม่หยุด อยู่ในช่องเล็กๆตรงเคาน์เตอร์ มากดรับสาย แนบกับใบหูโดยที่ไม่ได้มองว่าเจ้าของเบอร์ที่โทรเข้ามานั้นเป็นใคร พร้อมกับกรอกเสียงตอบไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ

"สวัสดีค่ะร้านเหมือนฝันคาเฟ่ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการออเดอร์ขนมชนิดไหนคะ?"

(ถ้าต้องการออเดอร์เจ้าของร้านนี่ คิดราคาเท่าไหร่จ้ะ)

เสียงนุ่มๆของหญิงสาวปลายสาย ที่พูดหยอกล้อฉันด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี นั้นทำให้ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง

"โถ่...คุณน้าพิมพ์อรขา อย่าล้อฝันเล่นอย่างนี้สิคะ" ฉันแกล้งพูดเสียงเล็กๆตอบคนปลายสายไปเมื่อตั้งสติได้แล้วกับประโยคเมื่อสักครู่นี้ของเธอ

(ล้อเล่นอะไรกันล่ะฮึ! ป้าอยากจะออเดอร์หนูฝันมาที่บ้านจริงๆนะ คิดถึงจะแย่) คนปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ฮ่าฮ่า ฝันก็คิดถึงน้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ" ฉันบอกเสียงอ้อน

(ให้มันจริงเถอะ)

"จริงๆนะคะ!...เอ่อแล้วนี่ทำไมน้าพิมพ์ถึงโทรเข้ามาที่เบอร์ของร้านล่ะคะ?"

(แหม่~~~ ก็ป้าโทรไปที่เบอร์ส่วนตัวของหนูแล้วมีคนรับไหมล่ะจ้ะ!) คนปลายสายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะประชดแง่งอนเล็กๆ

"โอ๊ะ!~~~แฮร่ๆฝันขอโทษค่ะน้าพิมพ์ สงสัยฝันจะตั้งปิดเสียงเอาไว้แล้วลืมเปิด"

ฉันหัวเราะแห้งๆแก้เก้อ แล้วก็ต้องพูดขอโทษขอโพยคนปลายสายออกมาเป็นการใหญ่ เมื่อหยิบโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋าของผ้ากันเปื้อนนั้นออกมาดู ูแล้วปรากฏว่ามีสายโทรเข้าที่โทรมาหลายสาย แต่ว่าไม่ได้รับมันเลย

(จะอะไรก็ช่าง ป้าไม่ยกโทษให้เราหรอกนะ เพราะว่าป้าโกรธฝันแล้วล่ะตอนนี้น่ะ!)

"น้าพิมพ์ขา...อย่าโกรธฝันเลยนะ ฝันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"

ฉันยังคงพยายามทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อที่จะอ้อนคนปลายสายให้หายโกรธ

(ฮึ!)

เพียงแต่คนปลายสายกลับร้องฮึออกมาอย่างไม่ยอมง่ายๆ

"น้าพิ..."

(หยุด)

ฉันยังไม่ทันที่จะพูดจนจบประโยค น้าพิมพ์ก็โพล่งขึ้นมาเสียงเรียบเสียก่อน ทำให้ฉันจำต้องเงียบปากฉับเพื่อรอฟังท่าน

(ป้าจะหายโกรธหนูฝันแล้วก็ได้)

เพียงแค่ประโยคนี้ทำให้ฉันทั้งดีใจและโล่งใจไปพร้อมๆกัน ที่ผู้มีพระคุณของฉันรองจากพ่อกับแม่อย่างน้าพิมพ์อรยอมยกโทษให้ ถึงแม้ในใจลึกๆจะรู้อยู่ว่าท่านเพียงแค่พูดเล่นไม่ได้โกรธฉันจริงๆ แต่มันก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้ที่ท่านพูดว่าโกรธกันออกมา

(แต่....)

"...." ฉันรอฟังน้าพิมพ์ที่ลากเสียงยาวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

(ป้าอยากให้หนูฝันมาทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านวันนี้จ้ะ)

จบประโยคนั้นของน้าพิมพ์ ทำให้ฉันยกมือขึ้นมากุมขมับทันที และรู้สึกปวดหัวขึ้นมาฉับพลัน

"เอ่อ...น้าพิมพ์คะ พอดีฝันต้องเฝ้าร้านน่ะค่ะ อีกอย่างก็ต้องอยู่ดูแลคุณปั้นด้วย คิดว่าฝันคงจะไม่สะดวกน่ะค่ะ"

ฉันพยายามปฏิเสธโดยการพูดชักแม่น้ำทั้งห้า หาเหตุผลต่างๆนาๆมาอ้าง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านใหญ่ในวันนี้ พูดกันตรงๆคือว่าฉันไม่ค่อยสะดวกใจจริงๆที่จะต้องกลับไปที่นั่น ไอ้ลำพังกลับไปแล้วเจอน้าพิมพ์คนเดียวและทานข้าวกันมันก็ไม่อะไรหรอก แต่ถ้าหากไปแล้วต้องเจอโซ่ล่ะจะทำยังไง อย่าลืมสิโซ่เขาก็เป็นลูกชายของน้าพิมพ์นะ และลูกชายคนเดียวของผู้มีพระคุณของฉัน เขาก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้าต้องไปเจอหน้ากันทั้งแบบนี้แล้วฉันจะปั้นหน้ามองเขาได้ยังไงกัน

(โถ่หนูฝัน มาเถอะนะป้าคิดถึงมากเลย เราไม่ได้เจอกันานแล้วนะ)

คนปลายสายก็ยังพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้ไปให้ได้

"แต่..."

(มาเถอะนะ...วันนี้ที่บ้านป้ามันช่างเลวร้ายมากเลยล่ะ ป้าไม่อยากอยู่คนเดียว)

ฉันใจหายวาบกับประโยคนี้ของน้าพิมพ์ แล้วไหนจะเสียงที่ดูเหมือนอาการไม่ค่อยดีของท่านนั่นอีก...เกิดอะไรขึ้นกัน แล้วโซ่ล่ะไปไหน? ทำไมคุณน้าถึงพูดราวกับว่าอยู่คนเดียวอย่างนั้นกัน ชักเป็นห่วงเสียแล้วสิ

"เกิดอะไรขึ้นคะ! แล้ว...โซ่ล่ะค่ะ? เขาไปไหนทำไมไม่อยู่กับน้าพิมพ์"

ฉันถามออกไปทันทีอย่างร้อนรนในเรื่องที่กำลังสงสัย

(หึ!...เจ้าลูกคนนั้นนั่นแหละตัวดีเลย!)

น้าพิมพ์เค้นเสียงหึออกมา พร้อมกับพูดอย่างโมโห

"เขาทำอะไรคะ?"

(ช่างมันเถอะ...แต่ว่าหนูจะเข้ามาหาป้าใช่ไหมจ้ะ)

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ ใจหนึ่งก็เป็นห่วงคนปลายสายจับใจ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะไปเลย...

"ค่ะ...เดี๋ยวสักเย็นๆฝันเข้าไป"

เมื่อได้คำตอบที่พอใจ คนปลายสายก็ตอบรับกลับมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกำชับนักหนาว่าต้องไปจริงๆและห้ามเบี้ยวเด็ดขาดก่อนจะตัดสายไป... เหลือแต่ฉันนี้แหละที่ตอนนี้เครียดหนัก แต่ก็นั่นแหละในเมื่อรับคำไปแล้วก็ต้องไปอย่างช่วยไม่ได้ล่ะนะ

 

"พี่ฝัน!!!"

เสียงตะโกนจากเด็กหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาในร้าน หลังจากที่นำเครื่องดื่มและขนมต่างๆไปส่งที่ในตึกคณะ ทำให้ร่างบางของคนที่อายุมากกว่าอย่างเหมือนฝัน ถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ

"อะไรเนี้ยกร! ตะโกนทำไมพี่ตกใจหมด"

เธอเอ็ดร่างสูงๆของเด็กหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาเสียงเขียวด้วยความไม่พอใจ

"เอ้า! กรเรียกพี่ตั้งนานแล้วเหอะ พี่นั้นแหละเอาแต่ยืนทำหน้าเครียดคิ้วขมวดอยู่ได้ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

เด็กหนุ่มตัวสูงนามว่า กรกาล พูดประท้วงขึ้นมาอย่างไม่ยอม เมื่อโดนคนเป็นพี่เอ็ดเข้าให้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่วายถามเธอด้วยความเป็นห่วงอยู่ดี เพราะเห็นร่างบางตรงหน้าดูท่าทางไม่ดีเอาเสียเลย

"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" เธอบอกทั้งที่ใบหน้าสวยไม่มีอะไรบ่งบอกได้เลยว่าเธอดูปกติดี

"แหม...น่าเชื่อจังเลยครับ พี่ดูอารมณ์ดี๊ดี ดีมากเล๊ย!! ดูสิเนี้ยคิ้วขมวดเป็นปมเลย ฮ่าฮ่าฮ่า"

เด็กหนุ่มแกล้งพูดประชดประชันเสียงสูง

"....."

แม้จะถูกกรกาลยิงมุขตลกใส่ แต่เหมือนฝันในตอนนี้ก็ยังไม่มีอารมณ์ ที่จะเล่นกับเขาอยู่ดี ทำให้คนตรงหน้านั้นยืดตัวตรงแล้วกระแฮม ก่อนจะพูด

"เฮ้ย!...เอาจริงๆดิ พี่เป็นอะไรครับ ผมเป็นห่วงนะเนี้ย บอกผมมาเถอะเผื่อจะช่วยพี่ได้นะ"

เหมือนฝันมองเด็กตัวสูงตรงหน้า ที่ตอนนี้ทำตัวเหมือนคนแก่ ยืนขมวดคิ้วเท้าสะเอว แล้วพยายามเค้นถามเธอด้วยท่าทางนิ่งๆ น้ำเสียงจริงจังขั้นสุด จนเธอต้องยอมบอกปัญหาหนักใจออกไปให้เขาได้ฟัง

"คือ...พอดีวันนี้พี่มีธุระน่ะ ต้องออกไปข้างนอกนานเลย ก็เลยเป็นห่วงคุณปั้นน่ะ"

เหมือนฝันพูดขึ้นด้วยความกังวล เพราะวันนี้ถ้าเธอต้องไปทานข้าวกับน้าพิมพ์อร เพราะฉะนั้นก็จะไม่มีใครอยู่ดูแลคุณปั้นที่นอนหลับอยู่ชั้นบน ไอ้ครั้นจะพาไปด้วยกันเสียก็ทำไม่ได้ เพราะผู้มีพระคุณของเธอนั้นอายุมากแล้วซ้ำร้าย ยังแพ้ขนแมวขั้นสุดอีกด้วยน่ะสิ

"โห่...ไอ้แมวอันธพาลนั่นน่ะนะ"

เธอหลุดหัวเราะพรืดออกมา ทันทีที่ได้ยินคำที่คนตรงหน้าใช้เรียกแมวตัวกลมของเธอ แถมเขายังทำหน้าตาประหลาดๆเหมือนจะขยาดๆออกมาด้วย

"นั่นแหละ มีอยู่ตัวเดียว" ฝันพยักหน้าตอบไป

เป๊าะ!!!

"งั้นเอางี้! ให้มันไปอยู่กับผมที่หอก่อนดีไหมครับ"

กรกาลทำท่าดีดนิ้วดังเป๊าะ! เมื่อคิดหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้ได้

"ไม่ดีมั้งกร...พี่ว่าจะลองเอาคุณปั้นไปฝากจีนดูน่ะ"

เพราะกรกับคุณปั้นไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่นัก เหมือนฝันจำได้แม่นเลย ว่าครั้งแรกที่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวเจอหน้ากันนั้นมันเป็นยังไง...ก็คุณปั้นน่ะสิ ไล่ข่วนกรกาลเสียจนหลังมือขาวๆของเขาเป็นรอยแดงยาวเลยน่ะสิ ขืนถ้ายังกล้าเอาคุณปั้นไปฝากกรไว้ คงได้ตีกันจนห้องเละอีกแน่ๆ

"ลืมไปเถอะครับ หอของจีนห้ามเลี้ยงหรือนำสัตว์ขึ้นหอทุกชนิด"

"แต่..."

"เถอะครับ ไว้ใจผมเถอะวันนี้ฝากไอ้แมวอันธพาลนั่นไว้กับผม แล้วพรุ่งนี้ผมจะพามันมาส่งให้เอง"

เหมือนฝันนิ่งคิดไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้าส่งไปให้กรกาลเป็นการตกลง งานนี้คงต้องรบกวนเขาเสียแล้วล่ะนะ

"งั้นคงต้องฝากความหวังไว้ที่นายแล้วนะกร"

 

 

[18:10 น.]

"คุณฝัน!!"

ฉันมองผู้หญิงร่างท้วมวัยกลางคน ที่พอเห็นฉันเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่นี้ เธอก็เดินเรียกชื่อฉันมาแต่ไกลด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น อีกทั้งเธอยังรีบกุลีกุจอจะเดินมาช่วยฉันถือถุงกระดาษสีสวย ที่ภายในบรรจุเค้กหลากรสชาติ ที่นำมาเป็นของฝากให้แก่ผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย

"ป้าบัวสวัสดีค่ะ" ฉันยกมือทั้งสองข้างที่พะรุงพะรัง ี่เต็มไปด้วยถุงกระดาษ ขึ้นไหว้ผู้หญิงตรงหน้าที่ชื่อว่าบัว เธอเป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่นี่นานแล้ว อีกทั้งยังเป็นคนสนิทข้างกายของน้าพิมพ์อีกด้วย

"ไหว้พระเถอะค่ะคุณฝัน... แล้วนี่ถืออะไรมาเยอะแยะเลยคะเนี้ย"

ป้าบัวแกถามขึ้นหลังจากที่แย่งเจ้าถุงในมือฉันไปถือเอาไว้เอง

"ขอบคุณค่ะ...ของฝากจากที่ร้านค่ะป้า ฝันเอามาฝากน้าพิมพ์ มีของป้าบัวกับเด็กๆด้วยนะคะ"

เพราะฉันเอามาเสียหลายชิ้น ก็เลยบอกให้ป้าบัวแกแบ่งไปให้หลานๆของแกได้ทานด้วย

"โถ่...อุตส่าห์เอามาฝากป้ากับนังแตงนังแตนมันด้วย เจริญๆนะจ้ะแม่คุณ"

ฉันหัวเราะเบาๆกับพรของป้าบัว แกมักจะพูดแบบนี้ทุกครั้งแหละเวลาที่ฉันหรือคุณน้าพิมพ์ซื้อของมาฝาก ซึ่งฉันเองก็มองว่ามันน่ารักดี

"แล้ว...คุณน้าพิมพ์อรล่ะคะ?"

ฉันถามพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใครเลยสักคน

"อ๋อ...คุณพิมพ์เธอนั่งรอคุณอยู่ที่โต๊ะอาหารน่ะค่ะ พอเธอพูดกับป้าว่าคุณฝันจะมา เธอก็รีบลงครัวทำอาหารเองเลยนะคะ"

"ค่ะขอบคุณนะคะป้าบัว"

ฉันพูดขอบคุณหญิงสูงวัยตรงหน้า แล้วรีบปลีกตัวเดินไปหาคนที่รออยู่ในห้องอาหารทันที ด้วยเกรงว่าเธอจะรอนานไปกว่านี้

"หนูฝัน!!"

ผู้หญิงที่กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลยแม้ว่าอายุอานามจะปาเข้าไปที่เลขห้าแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสามารถคงความสวยไว้ได้อยู่อย่าง คุณน้าพิมพ์อร และเธอก็ตะโกนเรียกฉันทันทีที่เดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆกับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่

"รอนานไหมคะน้าพิมพ์ ฝันขอโทษนะที่มาช้า"

ฉันรีบขอโทษเธอทันทีอย่างรู้สึกผิด ที่ต้องปล่อยให้ผู้ใหญ่ซ้ำยังเป็นคนที่มีบุญคุณกับฉันล้นเหลือมาก ต้องมานั่งรอ

"ไม่เป็นไรๆ โถ่ป้าคิดถึงหนูมากเลยนะ"

น้าพิมพ์พูดพร้อมกับลุกขึ้นมากอดฉันเสียแน่น ทั้งยังยกฝ่ามืออุ่นขึ้นมาลูบหัวลูบหลังฉันไปด้วยอย่างเอ็นดู

"นี่เราผอมลงหรือเปล่าเนี้ยฝัน อีกนิดหนึ่งจะเหลือแต่กระดูกแล้วนะ"

ฉันได้แต่หัวเราะแห้งๆส่งให้เธอ เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไงดี เพราะว่าน้ำหนักฉันมันก็ลดลงจริงๆนั้นแหละช่วงนี้

"มาๆ เรามาทานข้าวกันดีกว่า...อ่ะทานเยอะๆนะลูก"

ฉันก้มหัวเป็นการขอบคุณ เมื่อคนตรงหน้าท่านตักกับข้าวให้หลังจากที่ท่านจัดแจงที่นั่งและตักข้าวให้ฉันด้วยตัวเองเรียบร้อย และเราก็ทั้งทานข้าวทั้งคุยเรื่องสัพเพเหระ แลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันตามประสาของคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่ยังไม่ทันที่เราจะทานกันอิ่ม ก็มีเสียงของชายและหญิงคุยหัวร่อต่อกระซิก กันเข้ามาในโสตประสาท

"คิก คิก คิก...พี่โซ่ก็..."

"ฮ่า ฮ่า...อะ เอ่อ"

โซ่หยุดหัวเราะลงทันที สีหน้าของเขาจากที่เคยยิ้มแย้ม ตอนนี้กลับกลายเป็นทั้งตกใจและมึนงงที่ได้เห็นหน้าของฉันอยู่ที่นี่ เขาเงียบ ฉันก็เงียบพวกเราไม่ได้คุยกัน แม้แต่คำทักทายก็ยังไม่มี

"ไงพ่อลูกชาย พากันออกไปร่อนถึงที่ไหนกันมาล่ะฮึ ถึงได้กลับมาเอาป่านนี้น่ะ"

ฉันละสายตาจากโซ่ ไปมองดูคุณน้าพิมพ์ที่จีบปากจีบคอ พูดแซะลูกชายของเธอแทน ส่วนสองมือก็รวบทั้งช้อนทั้งส้อมสีทองอันหรูหรานั้นเอาไว้ที่ข้างๆจานแทน เพราะว่าคงจะทานอะไรไม่ลงแล้วล่ะฉันน่ะ

"โถ่คุณแม่ ไปร่อนอะไรที่ไหนกันล่ะครับ ผมพาน้ำหวานเค้าไปดูหนังมาเฉยๆเอง"

ชื่อว่าน้ำหวานสินะ ฉันคิดพรางลากสายตาไปมองที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนจับมือของโซ่เอาไว้เสียแน่น นี่คงเป็นเหตุผล ว่าทำไมตลอดหลายสัปดาห์โซ่เขาถึงได้เงียบหายไปสินะ อืม...น้ำหวานเธอก็ค่อนข้างจะน่ารักดี...ล่ะมั้งนะ

"หึ แล้วจะทานกันไหมล่ะข้าวน่ะ หรือจะยืนจับมือกันจนอิ่มเลยล่ะจ้ะ หืมมม"

และคุณน้าเธอก็ยังคงทำตามคอนเซ็ปได้ดี

"ทานสิครับ น้ำหวานคงหิวแย่แล้ว"

โซ่พูด พร้อมกับเดินจูงมือ พาผู้หญิงข้างๆไปนั่งที่เก้าอี้อีกฝั่งหนึ่ง โดยที่มีเขานั่งตรงข้ามกับฉันและผู้หญิงคนนั้นก็นั่งข้างๆเขาอีกที ทุกอย่างเริ่มกลับมาสู่สถานการณ์ปกติ ทั้งสองคนตรงข้ามฉันกำลังจะเริ่มทานอาหารแล้ว หลังจากที่มีแม่บ้านมาช่วยตักข้าวใส่จานให้

"ว่าแต่หน้าของหนูน้ำหวานนี่เหมือนใครนะ ป้านึกมาตั้งแต่เมื่อเช้าที่เห็นแล้ว แต่ก็นึกไม่ออกสักที"

คนชื่อน้ำหวานเธอเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมามองคุณน้า ที่พูดขึ้นมาด้วยเสียงนุ่มๆดูใจดี จนเกินพอดี โซ่ก็ด้วย ฉันก็ด้วยตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยว่าน้าพิมพ์กำลังจะพูดอะไรกันแน่ แต่ว่าฉันน่ะเริ่มจะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแล้วล่ะ หนังตานี่กระตุกยิกๆเลย

"อ๋อ!! นึกออกแล้วจ้ะ พอได้เห็นหน้าลูกฝันแล้วก็นึกออกขึ้นมาทันทีเลยเชียว"

ทุกคนเบนสายตามามองที่ฉัน ซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้างงสุดขีดกันเป็นจุดเดียว

"จริงๆนะ หนูน้ำหวานเนี้ย หน้าตาคล้ายกับลูกฝันมากถึงสี่ส่วนเลยนะเนี้ย โซ่ก็เข้าใจหาเนอะ มองจากที่ไกลๆนี่แม่คิดว่าคือลูกฝันเลยเนี้ย"

เอ่อ รู้สึกว่าคุณน้าพิมพ์จะเน้นคำว่าลูกฝันมากเป็นพิเศษเลยเนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า

"แม่!" โซ่ปรามแม่ของเขาขึ้น

"จริงสิ ไม่รู้ว่าหนูน้ำหวานรู้จักไหม นี่คือลูกฝันของฉันจ้ะ เธอเป็นแฟนของโซ่...เอ้ย!! แฟนเก่าน่ะจ้ะ"

แต่มีหรือคุณน้าพิมพ์เขาจะฟัง ทุกคนคะ ตอนนี้บรรยากาศบนโต๊ะมันตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลย นอกจากน้าพิมพ์ที่พูดและยิ้มอย่างใจดี(เกินเหตุ)อยู่คนเดียว อืมเข้าใจละ ว่าทำไมน้าพิมพ์ถึงได้คะยั้นคะยอจะให้ฉันมาที่นี่ให้ได้ แล้วไหนจะไอ้คำพูดแปลกพวกนั้นอีก ทุกอย่างคงเป็นเพราะทั้งสองคนตรงหน้าฉันนี่เองสินะ

ครืดดด~~~

ผู้หญิงที่ชื่อน้ำหวาน เธอดันเก้าอี้แล้วลุกขึ้นเสียงดัง สีหน้าของเธอเหมือนกำลังจะร้องไห้ได้ในเร็วๆนี้เลย อา....น่าสงสารจัง

"ฮึก วะ...หวานกลับก่อนดี กะ..กว่าค่ะพี่โซ่"

"พี่ไปส่งนะ" โซ่อาสาพร้อมกับยืนขึ้นเตรียมจะเดินออกไปที่รถของเขาหากแต่...

"หวาน ฮึก หวานโทรให้คนขับรถมา ระ รับแล้วค่ะ ขอบคุณ"

ผู้หญิงคนนั้นสะอึกออกมาและพูดอย่างน่าสงสาร หึ ฉันเองก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์นี้เหมือนกันนะ ไอ้ความรู้สึกที่อยากจะร้องแต่ร้องไม่ออกแบบนี้น่ะ มันทรมานมากจริงๆ แต่ช่างมันเถอะฉันผ่านมันมาได้แล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้วล่ะ หลังจากหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้น่ะ

"ไปนะคะ สวัสดีค่ะ"

น้ำหวานเธอพูด แล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที

"หวาน! หวาน!!!"

โซ่ร้องเรียกเธอ แล้วก็กำลังจะออกวิ่งตามเธอไป หึ เหมือนกับในละครเลยล่ะ พระเอกวิ่งตามนางเอก หึหึ

"กลับมาเรามีเรื่องต้องคุยกันแน่ฝัน!"

แต่ก็ไม่วายหันมาพูดกับฉันเสียงเย็น แถมยังกัดฟันกรอดอย่างกับโมโห เดี๋ยวสิ! นี่ฉันกลายเป็นนางร้ายหรอ? ฉันกลายเป็นคนผิด? ได้ไงกันล่ะ ให้ตายฉันไม่น่ามาที่นี่เลย ไม่ควรเลย ตั้งแต่แรก...

 

.............................................................................

 

อ้าว!สรุปฝันฝันของเรากลายเป็นคนผิดซะงั้น? งงใจกับชีวิตไหมนังโซ่555โยนบทร้ายใส่น้องเฉย น้องไม่รู้น้องมากินข้าว555 เอาล่ะๆสรุปเรื่องนี้ใครผิดใครถูกไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคุณพิมพ์อรแซ่บมากกกกกกกอิอิ

ปอลอลิง...อย่าลืมเม้นท์มารุมด่าอิโซ่เอ้ย!!เม้นท์มาเม้าท์มอยกันนะจ้ะ แล้วก็ฝากกดไลค์เบาๆเพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า รักจ้า จ๊วบบบบบบ

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น