คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [4]

ชื่อตอน : บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [4]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 14:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [4]
แบบอักษร

 

ความสูงของบันไดแค่นี้ถ้าตกลงไปแล้วตายได้ก็ดีสิ ไม่จำเป็นต้องรอให้เขาผลักไสเลยหล่อนสามารถลงไปเองได้ แต่หากไม่ตายแล้วเจ็บตัวหรือพิการจะทำยังไง ในเมื่อทุกวันนี้หล่อนแทบไม่เหลือใครที่รักหล่อนเลย หล่อนมีแค่ลูก เหลือลูกคนเดียวเท่านั้น เพราะรักลูกมากกว่าทุกสิ่งเฟื่องลดาจึงมีแรงสู้และเอาชนะความคิดสั้นได้ 

แม้อนาคตอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก แต่อย่างน้อยการได้แอบมองลูกจากมุมไกล เห็นแกเติบโต เห็นแกมีความสุข ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดี เฟื่องลดากลัวจะมีใครผ่านมาเห็นเข้าจึงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น จับราวบันไดกลับไปยังห้องนอนกว้างขวาง ภายในห้องขาวสว่างมีเฟอร์นิเจอร์หรูหรา ควรจะมีความสุขกับของพวกนี้แต่ลึกๆ แล้วเฟื่องลดาเศร้าใจเหลือเกิน ไม่ได้มีความสุขตามที่ถูกใครหลายคนดูถูก 

หล่อนแค่ต้องการชีวิตเงียบ สงบ และอยากอยู่กับลูก ไม่ได้ต้องการเงินทองจากคนบ้านนี้ แต่ทำไมหลายคนถึงตราหน้าด่าหาว่าหล่อนเป็นคนเลวอยากจับรณภพเพราะเขารวยล้นฟ้า ถ้าอยากจับเขาจริง จะทนลำบากอุ้มท้องคนเดียวตั้งนานทำไม จะยอมใช้บริการโรงพยาบาลรัฐบาลเพื่อเซฟค่าคลอดเพราะหล่อนมีเงินแค่นี้ทำไม หล่อนแค่ละอายใจ… ที่พลาดท้องกับแฟนเพื่อนจึงไม่มีหน้าบอกใครเรื่องพ่อของเด็ก เขาไม่รู้ เพื่อนไม่รู้ จึงเก็บงำทุกอย่างไว้ 

เฟื่องลดานั่งลงบนขอบเตียงนอนพยายามทำใจให้สงบลงเลิกคิดมากเลิกคิดถึงเรื่องราวร้ายๆ ที่ผ่านมา แต่มีภาพเดียวเท่านั้นที่ลืมไม่ได้ยังคงติดค้างในความทรงจำ เป็นภาพที่เขากำลังฉีกใบยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอ เขาช็อก ไม่เชื่อ และไม่ยอมรับ หนีความจริงกลับมากรุงเทพไม่ยอมมองแม้กระทั่งหน้าลูกด้วยซ้ำ เฟื่องลดาทำได้แค่เก็บงำความเสียใจไว้ จนกระทั่งหล่อนพาลูกกลับมาถึงกรุงเทพ และตรวจซ้ำสองอีกครั้งรณภพถึงจำใจยอมรับว่าเป็นลูก แต่กับหล่อน… เขากีดกัน 

เขาใจร้ายบีบบังคับไม่ยอมให้จับไม่ยอมให้เจอลูก ใจร้ายกับหล่อนสารพัดจนพ่อแม่เขาทนไม่ไหว อนุญาตให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ 

เอมิลี่ส่งไลน์มาหาชวนให้ไปทำงานด้วยกัน เป็นหน้าแชทที่เปิดเข้าไปอ่านบ่อยมากเพราะยังลังเล แต่ไม่แน่นะหล่อนอาจจะตอบตกลงก็ได้ ย้ายไปทำงานที่ฝรั่งเศสกับเพื่อนก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยที่นั่นก็ไม่มีใครเกลียดหล่อน คืนนี้เป็นคืนที่เศร้ามาก เฟื่องลดาไม่ทำงานอาบน้ำเสร็จก็ซุกกายนอนบนเตียงไม่รับอาหาร ไม่ได้โทรหาใครแค่นอนนิ่งๆ และจินตนาการถึงตัวเองในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าว่าจะทำยังไงต่อไป ตัดสินใจได้ตอนนี้เองว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว จะได้ไม่ต้องติดทุนของบริษัท หล่อนอยากลาออก อยากออกไปอยู่ที่อื่นให้ไกลจากสายตารณภพ ดวงตาคู่สวยทว่ามีรอยคล้ำเล็กน้อยเจิ่งนองด้วยน้ำตา มองอ้างว้างขึ้นไปบนเพดานจ้องโคมไฟใหญ่ระย้าขณะนั้นมีสายเรียกเข้า 

เฟื่องลดาหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มทั้งน้ำตา รีบกระแอมกระไอไม่ให้ผิดสังเกตก่อนกดรับ “เจ้จอย…” 

‘ไม่ต้องมาเรียกเลย ถ้าเจ้ไม่โทรหาก่อนชาตินี้จะได้รับโทรศัพท์จากหล่อนไหม ตั้งแต่มีลูกมีผัวหายหน้าหายตาไม่มาหาเจ้บ้างเลย’ 

เสียงโทนเข้มทว่าดัดลงให้หวานบ่นกระปอดกระแปดน้อยใจในตัวเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทกัน เจ้จอยโทรหาเพราะไม่ได้คุยกับเฟื่องลดามาหลายเดือนแล้ว ตนเองติดงานที่ร้านยุ่งมากจึงไม่มีเวลานัดเจอสักที 

เฟื่องลดายิ้มทั้งน้ำตารีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากตัวเอง กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล กลั้นเสียงสะอื้น สูดลมหายใจเข้าลึกและตอบกลับ 

“หนู… ขอโทษนะ พอดีคิดเรื่องเรียนต่อด้วยก็เลยไม่ได้โทรหาเจ้เลย เจ้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม ร้านยังอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม” 

‘ยัยคนนี้นี่จะมาแช่งให้ร้านฉันเจ๊งหรือยังไง ยังอยู่ดีและขายดีเทน้ำเทท่าจ้ะจะมีสาขาสองแล้ว ถึงโทรมาชวนเผื่อว่างก็แวะไปกินฟรีได้ ที่รัชดาซอย7 มานะ เสาร์หน้า โทรชวนข้ามเดือนขนาดนี้ถ้าตอบไม่ว่างเจ้จะตี’ 

“ว่างค่ะ หนูว่าง ติดสัมมนาแค่สัปดาห์นี้ หนูไปหัวหินพรุ่งนี้นะเจ้เอาอะไรไหม หนูซื้อไปฝากจะให้ไลน์แมนเอาไปส่ง” 

‘ไม่ต้องลำบากซื้ออะไรมาฝากหรอก กว่าจะถึงมือเจ้เน่าพอดี แม่คนขยัน มีลูกมีผัวแล้วก็นึกว่าจะรับจ้างน้อยลง ทำงานอะไรบ้างช่วงนี้ ได้ข่าวว่าถูกเบี้ยวค่าแรงนี่นาตามทวงได้บ้างหรือยัง’ 

“เอยบอกเจ้เหรอ” ถามเสียงเบา 

‘ใช่สิ เอยโทรมาบอกว่าจะแต่งงานกลางปีก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย ทำไมหล่อนชอบทำตัวเหมือนไม่มีใครคบนะเฟื่อง มีเรื่องมีปัญหาอะไรไม่เคยบอกเจ้เลย เอยอยู่ตั้งไกลไปเล่าให้เขาฟังแล้วเขาจะช่วยอะไรได้ เขาเป็นห่วงถึงได้ฝากเจ้ให้ช่วยดูแล เป็นแบบนี้ตลอดตั้งแต่สมัยเรียน ทำงาน จนเป็นแม่คนก็ยังชอบเก็บปัญหาไว้คนเดียว ระวังสมองจะระเบิด เครียดจนช็อกเข้าโรงพยาบาลเหมือนตอนท้อง เอ่อ… เจ้ไม่ได้แช่งนะ หล่อนอย่าโกรธ เจ้แค่เป็นห่วง’ 

“เรื่องแค่นี้เอง หนูจะโกรธเจ้ทำไม หนูติดต่อเขาไปแล้วเขาบอกมีปัญหาเรื่องเงินก็เลยขอผ่อนจ่าย หนูรับงานน้อยลงกว่าเก่าแล้ว ต้องเลี้ยงลูก เจ้ไม่ต้องห่วงหรอกนะหนูไม่ต้องทำงานหนักๆ หาเงินเก็บไว้ให้ลูกแล้ว พ่อของแกบอกว่าจะดูแลลูกเอง หนูแค่… หารายได้เสริมเก็บไว้เป็นทุนชีวิต เผื่อจะไปเปิดร้านหมูกระทะแข่งกับเจ้ไง” 

‘ทำเสียงใสเข้าไป แล้วเข้าไปอยู่บ้านนั้นเป็นยังไงบ้าง ผัวใจดีไหม’ 

“ใจดีค่ะ คุณภพเขาใจดีมากเลย พ่อกับแม่เขาก็ใจดีกับเฟื่อง ไม่มีปัญหาอะไรเลย” 

‘ดีงาม หล่อ รวย แถมยังใจดี ถึงจะไม่ได้แต่งงานก็ช่างมันเถอะสมัยนี้คนเราอยู่ด้วยกันเฉยๆ ก็มีออกเยอะแยะไป’ 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ 

เนื้อหาค่อนข้างดราม่า แต่หลังกลางเรื่องจะค่อยๆ เบาลงค่ะ ^//^ 

ไม่ได้หลอกเน้ออ หลังครึ่งเรื่องพระเอกไม่ใจร้ายแล้วจริงๆ ออกจะสายเปย์ น่ารัก อิอิ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น