จินตนากร
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

16 สมุดวาดเขียนสั่งตาย Part 11

ชื่อตอน : 16 สมุดวาดเขียนสั่งตาย Part 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16 สมุดวาดเขียนสั่งตาย Part 11
แบบอักษร

  อาจารย์คงพอฟังถึงตรงนี้แล้วก็ถึงกับเพ่งมองตาของเมขลาโดยปราศจากรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้เมขลาเองต้องรู้สึกขนลุกอย่างประหลาดๆ 

  "หนูได้วางแผนการอะไรไว้แบบไหน เล่าออกมาให้หมดสิ ?" อาจารย์คงถามออกมาด้วยเสียงต่ำๆ 

  เมขลาหันซ้ายไปมองหน้าครูชัยรัตน์และครูชัยรัตน์ก็พยักหน้าให้เมขลา "เล่าไปเถอะ คืนนี้เราจะได้จบปัญหาที่หนักอกหนักใจพวกเรากันไปซะที..." ครูชัยรัตน์พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ 

  จากนั้นเมขลาก็หันขวาไปมองหน้านายเม้ง และนายเม้งก็พยักหน้าให้กับเมขลาเช่นกัน "เล่าให้ชัดไปเลยครับคุณเมขลา อาจารย์ท่านจะได้วิเคราะห์และแก้ปัญหาให้เราซะที" วาจาของนายเม้งถึงกับฟังดูมีหลักการขึ้นมาหน่อยหนึ่ง 

  "อาจารย์คะ เพราะความที่หนูหึงหวงพี่ชัยรัตน์ หนูก็เลยคิดจะกำจัดเด็กคนนั้นโดยทำให้ได้อายหรือเสียหายฉาวโฉ่แบบเต็มที่ไปเลย คือหลังจากที่หนูได้ไปติดต่อกับนายเม้งเพื่อสอบถามถึงเรื่องราวของเด็กคนนั้นก็ทำให้มั่นใจขึ้นมาในตอนหลังว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กประหลาดอย่างที่เล่าตอนแรก ดังนั้นหนูก็เลยตัดสินใจว่าจ้างนายเม้งสองหมื่นบาทเพื่อให้นายเม้งแอบไปฉุดเด็กคนนั้นเพื่อไปข่มขืนข้างทางอีกครั้ง และขณะเดียวกันหนูก็ได้หลอกให้พี่ชัยรัตน์ให้ไปพบกับหนูตรงบริเวณที่นายเม้งกำลังจะข่มขืนเด็กคนนั้นด้วยซึ่งก็คือศาลาร้างริมทางตรงชายป่า และในขณะนั้นหนูก็ยังหลอกเด็กอีกสามคนที่เรียนอยู่โีรงเรียนเดียวกับเด็กคนนั้นให้เดินผ่านไปทางนั้นพร้อมๆกับหนูด้วย โดยหนูออกอุบายว่าอยากจะเข้าไปดูงานจักสานในหมู่บ้านของเด็กทั้งสามนั้น ซึ่งเด็กพวกนั้นก็ไม่ได้เฉลียวใจอะไร" 

  "และในที่สุดแผนที่หนูวางไว้ก็ช่างลงล็อกลงตัวพอดีเหลือเกินในขณะที่กำลังจะถึงเวลาห้าโมงเย็นตามเวลาที่ตกลงไว้กับนายเม้ง ซึ่งในตอนนั้นนายเม้งก็ได้ฉุดกระชากเด็กคนนั้นไปถึงศาลาร้างนั่นพอดี และขณะที่นายเม้งกำลังตั้งท่าจะข่มขืนเด็กคนนั้น พี่ชัยรัตน์ก็เดินเข้าไปถึงบริเวณนั้นพอดีเช่นกัน เพราะได้ถูกหนูหลอกไว้ล่วงหน้าว่าให้มาพบกันที่ตรงศาลาร้างนี้ ดังนั้นพี่ชัยรัตน์จึงมีอาการตกอกตกใจมากเมื่อได้เห็นว่านายเม้งได้กำลังลงมือข่มขืนเด็กคนนั้นอย่างเต็มตา และโดยการแสดงที่ให้คุ้มกับเงินสองหมื่นที่ได้ไปนายเม้งก็ถึงกับฉีกเสื้อผ้าของเด็กคนนั้นจนเนื้อตัวเธอล่อนจ้อน และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเจอพี่ชัยรัตน์ที่ยืนตกตะลึงอยู่ นายเม้งก็ยังพูดใส่พี่ชัยรัตน์ว่า นังเด็กนี่เสร็จกูเรียบร้อยแล้ว พอถึงตอนนี้มันก็น่าหัวเราะที่พี่ชัยรัตน์ไม่ได้วิ่งเข้าไปช่วยเด็กคนนั้นเหมือนอย่างในครั้งก่อน แถมพี่ชัยรัตน์ก็ยังทำท่าเหมือนกับว่าจะขยะขแยงก่อนที่จะรีบเดินหนีออกไป และนังเด็กที่ยังไม่ถูกนายเม้งข่มขืนไปจริงๆนั้นก็ถึงกับน้ำตาไหลพรากขณะที่ปากนั้นก็ยังถูกเทปกาวของนายเม้งปิดปากไว้ไม่ให้ร้องเสียงดังออกมาได้" 

  "อาจารย์คะ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนั้นล้วนอยู่ในสายตาของหนูและเด็กนักเรียนสามคนนั้นทั้งหมด เพราะว่าหนูได้แกล้งทำหลบแอบมองภาพเหตุการณ์นั้นมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลพร้อมกับเด็กทั้งสามคน และพอเห็นว่าพี่ชัยรัตน์เดินเลี่ยงหนีไปแล้ว หนูก็เลยรีบพาเด็กสามคนนั้นออกไปที่ศาลาร้างนั้นทันทีโดยทำเป็นว่าต้องการหยุดยั้งการข่มขืนจอมปลอมนั้น และนายเม้งเองก็ต้องปล่อยเด็กคนนั้นและรีบเผ่นหนีออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วตามบทที่หนูได้วางเอาไว้แต่แรก ส่วนเด็กคนนั้นเมื่อพลิกตัวขึ้นมาเห็นหนูกับเด็กทั้งสามก็ทำท่าตกใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเธอก็รีบฉวยกระเป๋าใส่หนังสือพร้อมกับเสื้อผ้าของตัวเองวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นทันที" 

  "และพอผ่านไปไม่กี่วัน ข่าวลือเรื่องเด็กคนนั้นถูกนายเม้งข่มขืนก็ค่อยๆแพร่สะพัดออกไปทั้งโรงเรียนจนนายเม้งเองก็ต้องถูกครูใหญ่เรียกไปเค้นหาความจริง แต่เเม้ว่านายเม้งจะไม่ยอมรับกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา แต่ในที่สุดนายเม้งก็จำต้องถูกพักงาน หรือจะว่าถูกบีบให้ออกก็ว่าได้ แต่นายเม้งก็คงไม่ยี่หระอะไรหรอก เพราะในที่สุดหนูก็ยังให้เงินช่วยเหลือนายเม้งไปอีกสามหมื่นตามที่คุยตกลงกันไว้ตอนแรกว่าถ้านายเม้งต้องออกจากงานภารโรงของโรงเรียนบ้านทับรุ้งหนูก็จะให้เงินช่วยเหลือสามหมื่นทันที และนายเม้งก็กลับแฮปปี้กับเงินก้อนนี้ด้วยซ้ำเพราะกำลังถังแตกอยู่พอดี" 

  "แต่อาจารย์คะ นังเด็กนั่นแทนที่จะอับอายและหายตัวไปจากโรงเรียนตลอดกาล แต่เธอก็กลับหายไปแค่สองวันและกลับมาเรียนใหม่อย่างปกติโดยที่ไม่มีทีท่าที่จะอับอายอีกต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้าที่เธอจะหยุดไปนั้นก็ยังมีคนเห็นว่าเธอแอบนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่คนเดียวอยู่เลย และหลังจากที่หนูได้แอบสอบถามจากพวกเด็กนักเรียนบางคนในโรงเรียนในเวลาต่อมา หนูก็ยังได้ยินว่าตอนกลางวันเด็กคนนั้นมักจะเอาสมุดวาดเขียนที่เธอมักจะมีติดตัวไว้เป็นประจำไปนั่งวาดรูปอยู่คนเดียวที่แถวๆริมชายแดนของโรงเรียน" 

  "แต่... แต่ตอนหลังใครจะไปคิดกันล่ะว่า หลังจากที่เด็กคนนั้นป่วยตายแล้ว ภาพวาดเหตุการณ์อันน่ากลัวที่อยู่ในสมุดวาดเขียนนั้น จะเกิดขึ้นจริงๆกับเด็กทั้งสามคนกันได้ล่ะคะอาจารย์คง และหนูก็คิดว่าเด็กคนนั้นคงจะสาปแช่งหรือสร้างอาถรรพ์ขึ้นมาในสมุดวาดเขียนเพื่อที่จะกำจัดคนที่ได้มีส่วนทำให้เธอต้องอับอายก่อนที่เธอจะมาป่วยตายแน่ๆ..." 

  "อาจารย์คะ หลังจากที่หนูรู้เรื่องอันพิศดารน่าขนลุกนี้ หนูก็เลยรีบไปตามตัวพี่ชัยรัตน์กับนายเม้งมาทันที และก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่หนูได้วางแผนต่างๆในตอนก่อนให้ฟังกันทั้งสองฝ่าย และในตอนแรกนั้นทั้งสองชายนี่ก็เกือบจะฟาดปากกันมาครั้งหนึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ตอนหลังเราก็ต้องตัดสินใจเป็นพันธมิตรกันเพราะคิดว่าเราทั้งสามเองก็น่าจะตกอยู่ในอาถรรพ์ของภาพวาดสั่งตายของเด็กประหลาดนั้นด้วยแน่ๆ เพราะหนูเองก็ได้ยินเด็กจำนวนหนึ่งพูดให้ได้ยินอยู่แว่วๆว่า เด็กประหลาดคนนั้นยังได้วาดภาพของผู้ใหญ่ไว้อีกสามสี่รูปด้วย และรูปผู้ใหญ่นั้นมีรูปหนึ่งที่เด็กบางคนพูดว่าเป็นรูปของพี่ชัยรัตน์นั่นเอง ซึ่งที่จริงตอนแรกเด็กนั่นก็หลงรักพี่ชัยรัตน์จริงๆแต่ตอนที่พี่ชัยรัตน์มาเห็นเธอกำลังถูกนายเม้งพยายามจะข่มขืนเธอในสภาพที่เปลือยเปล่าแล้วพี่ชัยรัตน์กลับเดินหนีไปนั่นก็อาจจะทำให้เธอเปลี่ยนความรักที่มีต่อพี่ชัยรัตน์ไปเป็นความแค้นอย่างเป็นไปได้ ส่วนภาพวาดที่เหลือนั้นก็ย่อมเป็นภาพของนายเม้งและหนูอีกคนอย่างแน่นอน ดังนั้นหนูจึงบอกพี่ชัยรัตน์กับนายเม้งว่าเราจะตัองไปเอาสมุดวาดเขียนนั้นมาทำลายซะเพราะวิธีนี้ก็น่าจะเป็นวิธีที่สามารถจะลบล้างอาถรรพ์พวกนั้นไปก่อนที่มันจะมาถึงตัวพวกเราได้" 

  "แต่ขณะที่นายเม้งซึ่งในขณะนั้นได้ถูกให้ออกไปจากโรงเรียนได้พักหนึ่งแล้วได้ลอบเข้าไปที่บ้านของพ่อแม่ของนังเด็กประหลาดเพื่อต้องการขโมยสมุดวาดเขียนเล่มนั้นออกมา นายเม้งก็พบว่าสมุดวาดเขียนนั้นได้ถูกฉีกหน้ากระดาษที่มีรูปวาดซีกด้านหลังที่น่าจะมีรูปของเราสามคนออกหมดแล้ว..." 

  "อะไรนะ...!" อาจารย์คงอุทานออกมาทันที "พวกภาพวาดด้านหลังนั้นกลับถูกฉีกออกไปก่อนที่นายเม้งจะเข้าไปเอาสมุดออกมาอีกเหรอ...?!" 

 

   (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ) 

    

   

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น