IM'I-dea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ACT 49 No one wants to be a bad guy

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 109

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ACT 49 No one wants to be a bad guy
แบบอักษร

เปรี้ยง~ เปรี้ยง~ 

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง ปากกระบอกมันไม่ได้หันไปเล็งจุดตายของใคร แต่สิ่งที่ถูกยิงพังไปนั่นคือกล้องตัวเล็กๆที่ซ่อนอยู่ตามมุมห้อง ท่ามกลางหมอกบางอย่างที่ระบุไม่ได้ว่ามันคือแก๊สอะไร โคโรเนลได้แต่ยืนอึ้งกับการกระทำของอลาวดี เขารีบเข้าไปดึงเทปกาวออกจากปากอินน์ พร้อมทั้งแก้เชือกปลดพันธนาการทุกอย่างออกจากตัวเธอ ก่อนจะดันหลังให้อินน์เดินเข้าไปหาโคโรเนล 

"ไปจากที่นี่ซะ พาเจ้าพวกนั้นไปด้วย ก่อนที่แก๊สพวกนั้นจะทำให้พวกแกซวยกันหมด" เขาพูด 

"แล้ว..." โคโรเนลทำท่าจะตั้งคำถาม 

"ที่เหลือฉันจัดการเองได้ รีบไปได้แล้ว!" 

โคโรเนลไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารีบคว้ามือของอินน์แล้ววิ่งออกมานอกห้องนั้นทันที คล้อยหลังไปอินน์หันหลังกลับมาเอ่ยขอบคุณคนที่ยังยืนอยู่ในห้อง ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงเพื่อกันไม่ให้แก๊สที่ปกคลุมไปทั่วห้องราวกับหมอกนั้นลอยออกมาได้ แต่กลับเกิดเหตุบางอย่างขึ้น เมื่อจู่ๆประตูก็ขัดข้อง ทำให้ประตูถูกเปิดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง 

"อะไรกัน ตัดระบบงั้นหรอ?!" อลาวดีสบถอย่างขัดใจ "รีบไปออกไปสิ! มัวยืนอยู่ทำไม!" 

"หมอกอะไรน่ะ?!" แอสควอตะโกนถามสองคนที่พึ่งออกมาจากห้อง 

"เริ่มรู้สึกมึนๆยังไงก็ไม่รู้นะคะ" ฟรานที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ย 

"ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราได้ตัวอินน์คืนมาแล้ว รีบหนีกลับเร็ว" โคโรเนลอธิบายอย่างรวบรัด พร้อมกับมองหาทางฝ่าฝูงชนที่พร้อมจะรุมประชาทัณฑ์พวกเขาออกไปยังประตูลิฟท์ที่เป็นทางหนีที่ง่ายที่สุด 

"เข้าใจแล้ว...ไอ้แมน! เก็บพวกมัน!" แอสควอตะโกนอีกครั้งพร้อมวิ่งเข้าไปยืนข้างๆซอมบี้หนุ่มที่ถึงแม้จะได้ยินคำสั่งแต่ก็ยังคงไม่ขยับไปไหน "เห้ย? มีบางอย่างผิดปกติ...." 

"แฮร่!! โฮกกกกก!!!!" ไม่ทันได้ขยับไปไหน แมนก็พุ่งเข้าใส่ร่างชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมทั้งฉีกทึ้งร่างกายมนุษย์เป็นๆก่อนจะกลืนก้อนเนื้อที่กัดติดปากมาลงกระเพาะไปอย่างสัตว์ป่าที่หิวโหย 

"อึก.... ทำไมอากาศมันร้อนๆล่ะคะเนี่ย..." ฟรานบ่นพึมพำพลางปาดเหงื่อออกจากใบหน้า 

"เกิดอะไรขึ้น?" โคโรเนลที่อาศัยช่วงชุลมุนที่พวกยามพากันตกใจแมนที่กำลังเปิบสยองคนเป็นๆตรงหน้า แทรกตัวผ่านออกไปจากวงล้อมพร้อมกับอินน์ที่ยังช็อคไม่หายตะโกนถามกลับมา 

"ม-ไม่รู้... ฟราน?! แกจะทำอะไร?" แอสควอแหวลั่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังค่อยๆถอดกระโปรงออกเผยให้เห็นกางเกงขาสั้นแบบเดียวกันกับตอนที่อยู่ในสนามกีฬาของมหาวิทลัย 

"ก็มันร้อนนี่คะ" เจ้าตัวตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะโยนกระโปรงตัวเก่งมาทางแอสควอ 

"รึว่า....แก๊สพวกนี้?! ฟราน! รีบไปกับไอ้พวกนั้น ข้างบนอากาศมันจะถ่ายเทกว่านี้!" 

"ค่ะ! ว่าแต่เจ้จ----" 

"เดี๋ยวนี้! รีบไปก่อน! เร็วๆเข้า" พอถูกตะโกนไล่ ฟรานก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งกะเผลกๆไปหาโคโรเนลและอินน์ได้อย่างปลอดภัย แอสควอลอบถอนหายใจก่อนจะรีบเอามือปิดจมูก 

"อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!" 

เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทั้งทางเดินพร้อมกับไอหมอกที่ค่อยๆแพร่กระจากออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แมนค่อยๆขยายโต๊ะจีนไปหาพวกยาม และคนอื่นๆที่อยู่ใกล้จนได้ทั้งแขนและขาของใครบ้างก็ไม่รู้มาเคี้ยวเล่น พวกกำลังเสริมที่ถูกส่งมาเพิ่มพากันหน้าซีดรีบวิ่งกลับไปทางเก่าแทบจะทันที บางพวกก็ถึงกลับกลัวจนก้าวขาไม่ออก ซึ่งการแสดงออกเหล่านี้ไม่ได้มากเกินไปเลยสำหรับภาพตรงหน้า แม้แต่โคโรเนลหรือแอสควอเองก็ยังเบือนหน้าหนีภาพน่าแหวะตรงหน้า ทั้งรูป กลิ่น และเสียงมันใกล้มาก ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ไปรู้รสแบบคนที่กำลังคลั่งเพราะรู้สึก่ากินเข้าไปแค่ไหนก็ไม่รู้สึกอิ่มอย่างแมนในตอนนี้  

ขนาดสถานการณ์ตอนนี้ดูย่ำแย่แค่ไหน พวกที่เคร่งครัดในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาก็ไม่วายจะหาทางเข้าไปชิงตัวอินน์ และฟรานมา ตามที่ได้รับคำสั่ง แอสควอเห็นโคโรเนลกำลังจะถูกล้อมทั้งๆที่พวกเขาใกล้จะถึงหน้าลิฟท์อยู่แล้วจึงรีบหาหนทางช่วย แอสควอมองซ้ายมองขวาหาของที่น่าจะช่วยใช้แก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ได้ทันที ก่อนจะหันไปเห็นกระโปรงของฟรานที่ถูกทิ้งไว้กับพื้น.... เร็วสุดก็วิธีนี้แหละวะ! 

พรึ่บ~ 

กางเกงสีน้ำตาลอ่อนถูกโยนไปใส่หัวพวกศัตรูที่ล้อมพวกโคโรเนลไว้อยู่ ดึงความสนใจให้พวกนั้นหันมาหาคนที่โยนของแบบนี้มาใส่ แอสควอที่ตอนนี้ถอดพวกชุดรัดรูปออก พร้อมทั้งสวมกระโปรงของฟรานที่ยาวเลยเข่า ถึงมันจะดูตัวเล็กไปหน่อย แต่ก็พอจะใส่แก้ขัดไปได้สักระยะ แอสควอพยายามสูดหายใจเข้าออกลึกๆไม่ให้รู้สึกเขินอายในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัดดึงความสนใจจากพวกศัตรูได้เกือบทั้งหมด 

"ไอ้พวกโง่!! จะตามล่าผู้หญิงที่จะบุกมาชั้นนี้ทั้งทียังจะไปจับผิดตัวอีก แค่ใส่กระโปรงนิดหน่อยพวกแกก็คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วรึไง?!" 

"อะไรของมัน? เอากระโปรงผู้หญิงมาใส่เฉย มันบ้าป่าววะ?" 

"สงสัยจะสะเทือนใจกับภาพซอมบี้เปิบสยองนั่นล่ะมั้ง" 

"แต่ว่าในรายงานก็บอกมานะว่าเป็นผู้หญิงผมยาวๆน่ะ" 

แอสควอคิ้วกระตุกนิดหน่อยที่ถูกวิจารณ์มันซึ่งๆหน้าแบบนี้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะทำตามแผนในหัว เธอแอบส่งสัญญาณไล่ให้พวกโคโรเนลรีบหนีออกไปก่อน ระหว่างที่เธอกำลังเป็นนกต่อให้อยู่ 

รู้สึกว่าพวกเขาจะเข้าใจและค่อยๆขยับหนีออกไปไกลเรื่อยๆจนถึงหน้าลิฟท์ โชคดีสุดๆที่พวกศัตรูเป็นพวกชั้นปลายแถว มีดีแค่จำนวนแต่มันสมองและความสามารถต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แอสควอจึงจัดการเรียกร้องความสนใจต่ออย่างไม่ลดละ 

"ใช่! ฉันนี่แหละคนที่หัวหน้าของพวกแกตามหา ถามจริงๆเถอะเข้าใจผิดไปได้ยังไงว่าเจ้านั่นเป็นผู้หญิง ในเมื่อหลักฐานมันก็มีให้เห็นอยู่ทนโท่" 

เธอเอามือมาทาบหน้าออกของตัวเองที่ตอนนี้ไม่มีทั้งชุดรัดรูปหรือเสื้อชั้นใน มีเพียงแค่เสื้อแขนยาวสีดำไม่หนาไม่บางตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้นที่คอยช่วยปิดบังอะไรต่อมิอะไร 

พวกศัตรูพากันเห็นดีเห็นงามไปด้วยจนแม้แต่อลาวดีที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ห่างๆยังกุมขมับให้กับพวกลูกน้องสมองน้อยอย่างอ่อนใจ จังหวะเดียวกันพวกโคโรเนลเองก็สามารถเข้าไปในลิฟท์ได้แล้ว ฟรานและอินน์แอบมองจิกแอสควออย่างเสียไม่ได้ 

เลือกเอาเรื่องอะไรมาพูดไม่เลือก ดันมาพูดเรื่องขนาดหน้าอก ของแบบนี้มันวัดกันได้ที่ไหน มันขึ้นอยู่กับรสนิยมต่างหากล่ะโว้ยยยยยย 

"นั่นสินะ เกือบจับผิดคนแล้วสิพวกเรา" 

"อือๆ โชคดีไปที่ยั----อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!"  

ไม่ปล่อยให้รอนานแอสควอก็เริ่มเคลื่อนไหว เธอวิ่งเข้าไปฟาดฟันศัตรูด้วยดาบที่ติดอยู่กับมือกล ถึงแม้ตอนนี้มันจะไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อยเหมือนตอนทะเลาะกับเนวี่ แต่มันก็สามาถเด็ดหัวศัตรูให้หลุดออกจากบ่าได้อย่างช่ำชอง 

ไม่ต่างกันกับแมนที่ออกอาการคลุ้มคลั่ง กินไม่เลือกอยู่อย่างนั้น พื้นทางเดินนองไปด้วยเลือดสีเข้มและหมอกที่ลอยคลุ้งออกมาจากในห้องที่อลาวดียืนอยู่ แบบนี้นี่เอง หมอกพวกนี้ไม่ผิดแน่! แอสควอขบคิดในใจ พลางเอามืออีกข้างที่คอยปิดจมูกตัวเองไว้ลง เพราะดูเหมือนว่าจะให้ปิดตอนนี้คงสายไปแล้ว 

"ตาพร่าไปหมดแล้ว.... ชิ!" 

เธอเอ่ยอย่างหัวเสียในขณะที่ยังคงตวัดดาบปลิดชีวิตพวกศัตรูต่อไปเรื่อยๆ ถ้าที่เธอคาดไว้ไม่ผิด หมอกพวกนี้ต้องเป็นแก๊สพิษบางอย่างที่กระตุ้นพิษเมื่อตอนที่อยู่ในมหาลัยคอยเล่นเกมที่จีอ๊อตโต้สร้างขึ้นเพื่อเล่นตลกกับพวกเขาเมื่อหลายวันก่อนแน่ๆ แถมมันยังมีผลแต่กับพวกที่เคยได้ใส่หน้ากากซะด้วย ดีนะที่ไล่ให้พวกไอ้ฟรานมันไปอยู่ในลิฟท์กันก่อน เพราะไอ้คนที่ดูจะขยาดกับไอ้พิษบ้าๆนี่ที่สุดเห็นทีจะเป็นไอ้โคโรเนโล่นั่นแหละ แอสควอเหลือบมองไปในลิฟท์สบตากับคนที่เธอนึกถึงเข้าพอดี 

"โคโรเนโล่! ฉันจะไปช่วยแอสควอ" อินน์พูดขึ้นหลังจากเริ่มตั้งสติต่างๆได้ 

"ไม่ได้ ไปตอนนี้ก็คงไปเกะกะมันเปล่าๆ แถมหมอกพวกนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีผลอะไรรึเปล่าด้วย" เขาเอ่ยพร้อมรั้งแขนอีกฝ่ายไว้ "เรารอกันอยู่ในนี้แหละดีแล้ว พอถึงเวลาให้หนีจะได้รอกดลิฟท์ขึ้นไปได้ไง" 

"...." อินน์ยอมอยู่เฉยๆรอต่อไป เพราะตอนนี้หมอกพวกนั้นก็เริ่มหนาขึ้นมากจนมองแทบไม่เห็นอะไร "แล้ว...." 

"?" โคโรเนลเลิกคิ้ว 

"เปล่าๆ ไม่มีอะไร" เธอรีบตัดบทคำพูดที่ตัวเองพูดค้างไว้ แล้วเปลี่ยนเรื่อง "ฟราน ไหวรึเปล่า ขายังไม่หายดีเลยไม่ใช่หรอ?" 

"ค่ะ ปวดๆเมื่อยๆแต่ยังไม่ตาย" เจ้าตัวตอบตามนิสัย 

"อย่างนั้นก็ดี ทนรออีกหน่อยจนกว่าพวกแอสควอจะกลั---?!" 

ครืด~ 

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมประตูลิฟท์มันถึงปิดล่ะ?!!"  

โคโรเนลแหวลั่นก่อนจะเซเล็กน้อยเมื่อจู่ๆลิฟท์ก็ค่อยๆเคลื่อนประตูปิดเข้าหากันอย่างช้าๆ 

"รึว่าจะมีคนกดลิฟท์จากชั้นบนคะ" ฟรานสันนิษฐาน ซึ่งมันก็ถูกอย่างที่เธอว่าจริงๆ 

"บ้าเอ๊ย! ลิฟท์มันไม่ยอมหยุด" โคโรเนลพยายามกดให้ลิฟท์หยุดแต่ก็ไม่เป็นผล 

"....ขอโทษนะ!"  

อินน์พูดขึ้นก่อนจะคว้ามีดที่เหน็บไว้ข้างเอวของโคโรเนล แล้วกระโดดลอดช่องประตูลิฟท์ที่เหลือออกไปทันที ปลายเส้นผมสีปีกกาสะบัดหายลับไปก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลงเพียงเสี้ยววินาที 

ปึง! ครึ่ก~ 

"อินน์?!"  

โคโรเนลมองประตูลิฟท์ที่ปิดสนิทพร้อมกับคนที่หนีหายไป ก่อนจะเซเล็กน้อยเมื่อลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นไปจากชั้นที่พวกอินน์อยู่อย่างช้าๆ โดยถึงแม้จะกดให้ลิฟท์หยุดและกลับลงไปกี่รอบก็ไม่มีผล 

แบบนี้ก็เหมือนเขาทิ้งพวกเธอไว้ด้านล่างนั่นกับพวกศัตรูอีกบานเลยน่ะสิ โคโรเนลหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังมีสติพอที่จะหาทางแก้ ถ้าลิฟท์ไม่หยุดแบบนี้ แสดงว่าต้องมีคนกดจากชั้นบนสุดแน่ๆ พอลิฟท์เปิดก่อรีบพาฟรานกลับไปอาคารที่พักก่อนแล้วหาคนไปช่วยน่าจะดีกว่า 

เขาคิดเพราะลำพังเขาคนเดียวก็พอไหวแต่อาจจะกินเวลามากไป เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหมอกพิษด้านล่างนั่นเลย ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือต้องหาคนที่พอจะโจมตีศัตรูได้จากระยะไกลๆ แถมยังเลือกที่จะให้พวกเดียวกันหลบได้ด้วย คนที่เก่งกับแค่เรื่องปืนอย่างเขาคงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าเป็นไอ้หมอนั่นล่ะก็ไม่แน่...! 

ฟรานจ้องมองคนที่ยืนกำหมัดแน่นโดยไม่ได้พูดอะไร พลางนึกน้อยใจตนเองที่เหมือนมาเป็นตัวถ่วงมากกว่ามาช่วย แค่เดินไปไหนมาไหนเองยังต้องมีคนคอยช่วยแบกเลย 

"รุ่นพี่...." 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

ภายในอาคารที่พัก 

"ริค...." 

จีอาเอ่ยกระซิบพร้อมกับสะกิดคนที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆ ตอนนี้พวกเขาที่ยังเหลืออยู่ในอาคารที่พัก มารวมตัวกันกินมื้อเย็นที่ห้องอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงบรรยากาศมันจะไม่น่ามีอารมณ์มานั่งร่วมวงกินข้าวกันก็เถอะ 

สา อิ้ง และนัทเป็นคนช่วยเตรียมอาหารมาเสิร์ฟเพราะหลายคนต่างล้ากับอะไรหลายๆอย่าง คงมีเหลือแค่เติร์ดกับอาร์มี่ที่ใช้โควต้าคนบาดเจ็บซะคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จีอาเหลือบไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามพลางทำหน้ายุ่งและกระซิบต่อจากก่อนหน้า 

"เหมือนพวกนั้นใกล้จะองค์ลงทุกทีแล้วนะ" 

แซนกัสโซ่และเบลถืออาวุธเข้ามานั่งเช็ดๆถูๆ เช็คสภาพบนโต๊ะอาหารกันอย่างไม่สนใจฟ้าดิน มีดบินสีเงินวาวถูกเรียงร้อยไว้กับลวดที่สังเกตได้ยากถูกวางเรียงกันเป็นวงแหวนรอบๆโต๊ะในบริเวณที่เจ้าของมีดนั่งอยู่ 

กลิ่นน้ำมันชโลมปืนอ่อนๆมาจากอีกด้าน แซนกัสโซ่ที่กินอาหารส่วนของตัวเองจนหมดไม่เหลือแม้สักชิ้นกำลังฉีดน้ำมันเคลือบผิวให้ปืนสุดรัก หลังจากทำความสะอาดคราบเขม่าดินปืนออกจากภายในตัวปืนเรียบร้อยแล้ว ริคมองแส้และน้ำยาทำความสะอาดปืนพลางขมวดคิ้ว นั่นมันของฉันไม่ใช่รึไง... คนถูกมองไม่ใส่ใจสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมา เขาค่อยๆซัับน้ำมันเคลือบออก ก่อนจะหันไปสนใจรังเพลิงบรรจุกระสุน 

จีอาเห็นทั้งแซนกัสโซ่และเบลเอาแต่เล่นของอันตรายมาเกือบชั่วโมงได้แล้ว จากมีดเล่มที่หนึ่ง จนมาถึงเล่มที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ส่วนปืนคู่ทั้งสองกระบอกที่ถูกทำความสะอาดจนเงาวับ ก็กำลังนอนรอเจ้าของบรรจุกระสุนบนโต๊ะ พวกมันคงไม่ครึ้มอกครึ้มใจนึกอยากลองอาวุธขึ้นมากระทันหันหรอกนะ.... 

"ปล่อยมัน" ริคเอ่ยสั้นๆก่อนจะรวบช้อนส้อมไว้อย่างเรียบร้อยและเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้แทนการพักผ่อน นัยน์ตาสีมรกตถูกปิดทับลงด้วยเปลือกตาที่อ่อนล้าไปอย่างเงียบเชียบ 

"นี่! อย่าเอาขามาวางพาดบนโต๊ะสิ" จีอาดุอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ "ให้ตายสิเจ้าพวกนี้" 

ปึง! 

เสียงประตูห้องอาหารถูกเปิดอย่างแรงจนไปกระแทกกับผนังห้องดังขึ้น ทำเอาหลายคนสะดุ้งโหยงตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีคนกระแทกประตูเข้ามา โคโรเนลอุ้มฟรานเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ยังไม่ทันได้อธิบายอะไร เจ้าตัวก็ทำท่าจะวกกลับออกไปอีกรอบ แต่ดูเหมือนจะช้ากว่าแซนกัสโซ่เล็กน้อย 

"ไอ้ฉลามสวะอยู่ไหน?" เขาถามด้วยคำถามเรียบๆที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด 

"ฐานทัพใต้ดิน ไม่ต้องอธิบายต่อพวกแกก็คงพอเดาออกนะว่าชั้นไหน" โคโรเนลตอบพร้อมกับสีหน้าของแซนกัสโซ่ที่ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างหนัก 

"ว่ายังไงนะ..." เป็นริคที่ชันตัวลุกขึ้นถามอยากไม่เชื่อหูตัวเอง คิ้งของเขาขมวดเข้าหากันไม่ต่างจากอีกคน 

"อย่างที่พวกแกคิดแหละ ตอนนี้พวกนั้นอยากได้คนที่จัดการศัตรูได้ทีละหลายๆคนถึงจะมองไม่เห็นตัว" โคโรเนลมองไปที่เบล ที่เดินปรี่เข้าไปหาเสื้อคลุมขาที่สวมเพียงกางเกงขาสั้นกุดไว้ของฟราน 

"รุ่นพี่! ไปช่วยพวกเจ้ทีสิคะ!" ฟรานพูด 

"ไอ้จีอ๊อตโต้...." แซนกัสโซ่กัดฟันกรอดด้วยโทสะ 

"ไม่ติดว่ามันจะกล้าทำถึงขนาดนี้" ริคเอ่ยเสียงเรียบ 

"อะไรๆ อธิบายให้พวกฉันเข้าใจด้วยได้ไหมเนี่ย?" จีอาว่า 

"ชิชิชิ เจ้าชายปฏิเสธได้ที่ไหนกันล่ะ~" เบลพูดกับโคโรเนล โดยมีแซนกัสโซ่กระชากคอเสื้อไว้ไม่ให้หนีไปไหน 

"งั้นพวกแกไปกันเองแล้วกัน อย่าทำอะไรโดยที่ไม่คิดซะล่ะ แกก็เตือนพวกมันด้วย" ริคเอ่ยกับเบล พร้อมกับเข้าไปอุ้มฟรานขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหันไปพยักหน้าให้จีอา 

"งั้นฉันจะไปเตรียมของที่ห้องพยาบาลก่อนก็แล้วกัน" จีอาสาวเท้าออกไปอย่างรีบๆ 

"ไม่มีเวลาแล้ว จะมาด้วยกรีบหน่อย" โคโรเนลสาวเท้าออกไปอีกทาง ตามด้วยแซนกัสโซ่และเบลที่หยิบอาวุธของตัวเองตามไป 

ปล่อยให้ห้องอาหารเหลือแต่ความเงียบ สา อิ้ง และนัทที่ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากน้อยแค่ไหน จะช่วยกันเก็บจานที่เหลือบนโต๊ะให้ รวมถึงอาร์มี่ที่เดินเข้าไปหาริคพร้อมกับรับฟรานขึ้นมาอุ้มไว้แทน 

"ยัยนี่ตัวอุ่นๆนะจารย์" เขาว่าเหมือนสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างในอ้อมแขน 

"พามันไปห้องพยาบาลก่อน เดี๋ยวฉันจะตามไป" ริคว่าก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ห้องของตัวเอง 

อาร์มี่อุ้มฟรานออกมาจากห้องอาหาร ร่างเล็กชะเง้อมองผ่านไหล่ของอีกฝ่ายไปมองแผ่นหลังของใครบางคนที่วิ่งออกไปไกลลิบ พลางอวยพรผ่านสายตา ให้สามารถช่วยพวกอินน์ออกมาได้โดยไม่บาดเจ็บ คนที่ถูกจ้องจากที่ไกลๆหันหลังกลับมาประสานสายตากับอีกคนเมื่อวิ่งไปถึงประตูทางเชื่อมอาคารที่พักกับฐานทัพใต้ดิน ก่อนที่ประตูจะปิดลงในไม่กี่วินาทีต่อมา 

 

ห้องพยาบาล 

"...เจ็บ!" ฟรานร้องออกมาพลางสะดุ้งเมื่อจีอาแกะพลาสเตอร์ที่แปะอยู่ตรงปากแผลออก เผยให้เห็นท่อนขาเล็กที่ปวมช้ำได้อย่างชัดเจน 

"ก็ใครใช้ให้ไปวิ่งตามไอ้พวกบ้าพลังพวกนั้นไปไหนมาไหนกันล่ะ! แผลมันจะอักเสบบวมขนาดนี้ก็ไม่แปลก" จีอาหยิบสำลีชุบน้ำเกลือขึ้นมาล้างแผลให้อีกฝ่าย พลางดุคนที่ดื้อไม่ยอมนอนพักรักษาตัวเฉยๆสาระพัด จนอาร์มี่ที่อยู่ด้วยแทบหูชาตามไป 

ฟรานไม่ได้โต้เถียงอะไรเพราะรู้ตัวว่าทำผิดจริง พอเห็นอย่างนั้นจีอาก็เริ่มอ่อนลงเป็นดุเพียงเล็กน้อยระหว่างที่กำลังล้างแผลให้ใหม่ อาร์มี่คอยช่วยหยิบแอลกอฮอล์ และยาต่างๆให้อย่างเคยชินเพราะเขาก็เห็นวิธีล้างแผลที่จีอาทำให้เขามาหลายครั้งจนจำขั้นตอนต่างๆได้ 

"อาร์มี่ ช่วยไปหาน้ำแข็งใส่ถุงซิปมาให้ที บวมขนาดนี้คงต้องประคบเย็นกันอีกนาน" จีอาหันไปสั่งอาร์มี่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง 

"งั้นผมจะเอามาไว้ในตู้เย็นที่ห้องนี้ด้วยเลยแล้วกัน" เขาว่าก่อนจะรีบเดินออกไป 

ฟรานก้มลงมองพลาสเตอร์ยาอันใหม่ที่ถูกเอามาวางแปะอยู่บนแผล ระหว่างที่จีอาลุกออกไปหายาแก้ปวดลดไข้ กับยาปฏิชีวนะในตู้ยาที่อยู่อีกฝั่ง ในหัวของเธอยังคงคิดย้อนไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่เลิก  

"หมอกพวกนั้น.... เหมือนมันจะมีผลกับคนที่เคยใส่หน้ากากในเกมสามสีนั่นเลย" 

ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นจะมีทีมสวมนาฬิกาสามทีมเป็นสีดำ ขาว และเหลือง ส่วนอีกทีมคือทีมที่สวมหน้ากากรูปสัตว์สีดำ ที่จะถูกฉีดยาพิษบางอย่างเข้าสู่เส้นเลือดเพื่อเป็นตัวช่วยลดความสามารถในการต่อสู้ หรือก็คือเพิ่มโอกาสให้ทีมอื่นได้มีความหวังในการเอาชนะมากขึ้น 

แล้วถ้าเกิดหมอกพวกนั้นมีผลทำให้พิษพวกนั้นกลับมาทำงานอีกล่ะก็ ที่เธอรู้สึกร้อนจนอยากถอดเสื้อนั่นก็เป็นผลมาจากหมอกพวกนั้นแน่ๆ เพราะเธอไม่คิดว่าคนอย่างจีอ๊อตโต้จะให้ยาถอนพิษพวกนั้นกับพวกเขาง่ายๆอยู่แล้ว แสดงว่ายาที่ฉีดไปน่าจะเป็นยาระงับพิษมากกว่า ถึงเธอจะไม่แน่ใจว่าแอสควอกับแมนที่สูดหมอกพวกนั้นเข้าไปเต็มๆโดนพิษอะไรมาก่อนหน้า แต่อีกสามคนที่ตามหลังไปเธอจำได้แม่น 

รุ่นพี่โดนพิษที่ทำให้ร่างกายรู้สึกหนาวตลอดเวลา คุณลุงหน้าบากก็โดนพิษเมาจนเดินแทบไม่ตรง ส่วนพีี่พันเอกหัวทองนั่นก็เป็นพิษที่ทำให้ตามองไม่เห็น คนที่พอจะพึ่งได้ก็คงมีแค่รุ่นพี่แล้วแหละ.... ถึงมันจะเหมือนเอาความหวังไปโยนทิ้งเล่นก็เถอะ... 

เปรี้ยง!! พรึ่บๆ พรึ่บ~ 

"ว๊าาาย?!" 

เสียงกัมปนาทดังลั่นพร้อมแสงวูบวาบจากภายนอกหน้าต่าง จากฝนที่ซาลงแล้วแปลเปลี่ยนเป็นพายุฝนที่โหมรุนแรงขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด แสงไฟพลันดับลงไปชั่วขณะก่อนจะติดขึ้นอีกครั้งด้วยไฟสำรองที่มีจำนวนน้อยและสว่างน้อยกว่า 

จีอาร้องลั่นด้วยความตกใจกับเสียงฟ้าฝ่าที่ดังมากจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่ทำให้ของในมือเธอหล่นลงมาสร้างปัญหาให้ต้องเก็บกวาด เธอรีบสาวเท้านำถาดที่มีเหยือกน้ำ แก้วน้ำ และยาอีกสองเม็ดมาวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงของฟราน 

"เหมือนว่าไฟสำรองจะค่อนข้างมีประโยชน์นะคะ" 

"น-นั่นสิ... นี่! ยาแก้ปวดลดไข้ แล้วก็ยาปฏิชีวนะ กินเข้าไปซะ แล้วก็ดื่มน้ำตามเยอะๆให้รู้สึกสบายตัวก่อนค่อยนอน" 

"เข้าใจแล้วค่ะะะะ" 

ฟรานแกล้งทำเสียงยานคางเมื่ออีกฝ่ายเล่นสั่งรวดเดียวซะยาวเหยียด จีอายื่นน้ำและยาให้ฟรานก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมทำตามอย่างว่าง่าย พลันดวงตาสีเขียวน้ำทะเลที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างระหว่างดื่มน้ำก็ฉุกคิดบางอย่างได้ 

"แล้วเนวี่ล่ะคะ?" 

"เธอออกไปตามหาหนูอินน์ด้านนอกน่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปติดฝนที่ไหนแล้ว แต่มีนายดีโน่ไปด้วย คงไม่น่าจะต้องเป็นห่วงเท่าไหร่" จีอาตอบ 

แบบนั้นสิยิ่งน่าห่วง... ฟรานคิด พลางนึกไปถึงวีรกรรมความซุ่มซ่ามแบบปิดไม่มิดของทั้งคู่ คนนึงก็ซุ่มซ่ามแบบหมดทางเยียวยา ส่วนอีกคนก็ซุ่มซ่ามไม่รู้ตัว หวังว่าจะไม่เป็นอะไรกันไปอีกหรอกนะ แค่พวกเจ้ก็น่าห่วงเกินพอแล้ว 

ว่าแล้วเธอก็นั่งคิดไปถึงเรื่องหมอกที่น่าจะเป็นแก๊สอะไรสักอย่างที่มีผลต่อกลุ่มที่เคยสวมหน้ากากในคราวก่อน ถ้ามันมียาระงับพิษ แสดงว่ามันก็ต้องมียาแก้พิษอยู่ที่ไหนสักแห่งสิ และแน่นอนว่าคนที่รู้ที่ซ่อนของมันก็คือจีอ๊อตโต้ แต่ฝันไปเถอะว่าคนคนนั้นจะบอก... 

"ให้มันได้อย่างนี้สิ แต่ละคนสนุกกับการหาเรื่องใส่ตัวกันจริงๆ" ฟรานบ่นพึมพำ 

ตื๊ดดด~ 

"?!" 

"โทษที ส่งสัยฉันจะลืมปิดเสียงน่ะ" 

ฟรานหันไปยังต้นเสียง ที่จีอาใช้โน๊ตบุ๊คนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่บนเตียงหลังข้างๆ เสียงจากหน้าจอสะท้อนกับแว่นของอีกฝ่ายจนฟรานมองเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังนั่งเล่นเกมไดโนเสาร์กระโดดข้ามต้นกระบองเพชรอยู่ 

"โน๊ตบุ๊ค....หรอ?" ฟรานนิ่งไปพลางคิดอะไรบางอย่าง 

"หืม? มีอะไรหรอ? รึว่าปวดตรงไหน?" 

โน๊ตบุ๊ค... ไฟสำรอง.... ท่อปล่อยแก๊ส..... ชั้นใต้ดิน...... รึว่า! บางทีมันอาจจะพอมีทางที่จะช่วยพวกเจ้ขากที่นี่ก็ได้!!! 

"ขอยืมหน่อยสิคะ!" 

"อ-เอ๊ะ?! อืม" 

แต๊ก! แต๊กๆๆๆ แต๊ก! แต๊ก! 

เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังขึ้นตามจังหวะการวางนิ้วที่รวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน ฟรานทำหน้าเครียดพลางถามถึงนั่นนี่กับจีอาเป็นระยะ 

"โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปเอามาจากไหนหรอคะ?" 

"มัันอยู่ที่ห้องนี้แต่แรกแล้วน่ะ" 

"แล้วมันมีสายอะไรที่อยู่ในห้องนี้อีกไหมคะ?" 

"ม-มีนะ! แปบนึงฉันจะไปหยิบมาให้" 

จีอาตรงเข้าไปก้มๆเงยๆอยู่แถวโต๊ะทำงานของหมอประจำห้องพยาบาล ก่อนจะแบกลังกระดาษกล่องหนึ่งออกมา 

"สายไฟพวกนี้ กับโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นมันอยู่ใต้เตียงหลังสุดท้ายน่ะ ฉันเลยเก็บมาใส่ไว้ในกล่องแล้วเอาไปวางไว้ใต้โต๊ะเผื่อจะมีเจ้าของมาเก็บออกไปน่ะ" 

"ลัคกี้~ ได้เวลาสนุกแล้วสิ~" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

ซ่าาาาาา!! 

"เนวี่!!! พอก่อนเถอะ! นี่เรามากันไกลเกินไปแล้วนะ!! แถมฝนก็็ยิ่งจะหนักขึ้นด้วย!!!!" 

เสียงตะโกนแข่งกับสายฝนดังขึ้น แต่ก็ยังคงได้ยินไม่ชัดเจนอยู่ดี ท่ามกลางถนนสายใหญ่ที่รอบข้างเต็มไปด้วยลมที่โหมรุนแรงพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาบาดผิวเนื้อจนปวดหนึบ แต่ร่างเล็กบางก็ยังคงเดินฝ่าไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นให้การตามหาตัวพี่สาวถึงแม้ทัศนวิสัยจะมองเห็นได้ไม่ถึงห้าเมตรรอบๆตัว 

"เฮ้!! ฟังกันบ้างสิ!!!" 

ดีโน่สบถออกมาดังลั่นแต่ถึงอย่างนั้นเสียงฝนก็ช่วยกลบให้คนที่ไม่ใส่ใจจะฟังให้ทำท่าหูทวนลมเดินเมินอีกฝ่ายต่อไปได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างสูงกว่าจึงทำได้เพียงแค่รีบสาวเท้าตามไปให้ทันแม้ตัวเองจะสะดุดล้มมาหลายรอบแล้วก็ตาม 

มองแทบไม่เห็นเลย แถมเสียงฝนก็ดังมากด้วย ถ้าตามไม่ทันได้หลงกันแน่ๆ ไม่รู้ว่าแถวนี้มีพวกมันอยู่กี่ตัว โชคดีที่ตะโกนดังแค่ไหนพวกมันก็ไม่ได้ยิน ถือว่าเสียงฝนมันก็ช่วยได้บ้างล่ะนะ 

"นี่เนวี่!!!!" 

"อย่ามาจับนะ!!!!!! ถ้าจะกลับก็รีบๆไสหัวกลับไปคนเดียวไป! ฉันจะไปตามหาพี่!!!!!!" 

มือใหญ่ถูกมือที่เล็กและบอบบางกว่าสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี พร้อมถ้อยคำไสส่งที่ระยะแค่นี้ต่อให้มีเสียงฝนดีโน่ก็ได้ยินชัดเจน 

"พี่อินน์!!! อยู่ไหนน่ะ! ได้ยินแล้วตอบทีสิ!!!!" เสียงเล็กตะโกนออกไปอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไร้วี่แวว 

เพราะตอนนี้พวกเขาหนีห่างจากที่ๆอินน์อยู่มาไกลพอสมควรน่ะสิ ในถนนนอกค่ายกักกันทีี่เธอเล่นบุกป่าฝ่าดงแหกค่ายออกมาโดยไม่สนใครหน้าไหน ทำให้ตอนนี้พวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่ามาโผล่อยู่ถนนสายไหนเสียแล้ว แถมจะให้มองดูรอบๆทุกอย่างก็มีแต่สีเทาของเม็ดฝน พร้อมกับลมแรงที่พร้อมจะพัดสิ่งแปลกปลอมให้พุ่งเข้ามาใส่พวกเขาได้เสมอ 

ไม่น่าปล่อยให้ออกมาเลย ดีโน่คิดอย่างหัวเสีย เขาทำพลาดมหันต์ที่ยอมตามเนวี่ออกมาทั้งๆแบบนี้ ลืมไปซะสนิทว่าเนวี่ไม่ได้พกอาวุธออกมาด้วย เพราะถ้าจำไม่ผิดเธอเอาท่อนฟาคู่ใจไปส่งซ่อมไว้กับโคโรเนล แต่ดันมีแต่เรื่องชุลมุนวุ่นวายจนตอนนี้แม้แต่โคโรเนลเองก็ไม่น่าจะมีเวลามาซ่อมให้ 

ฟิ้วววว~~! 

เสียงลมพัดแรงพาเอาเม็ดฝนตามมาจนพวกเขาต้องยกแขนขึ้นบัง วินาทีที่ทั้งคู่มองไม่เห็นรอบข้าง ก็มีเสียงโครมครามดังขึ้นไม่ไกล เสียงคล้ายกับมีใครบางคนพังรถของเล่น แต่ที่ได้ยินมันไม่น่าจะเป็นรถของเล่นน่ะสิ! 

ดีโน่พยายามหันซ้ายหันขวาตามหาตัวต้นเหตุของเสียง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะอยู่ห่างจากเนวี่จนเกินไป แถวนี้ต้องมีบางอย่างอยู่แน่! เขาคิดเพราะเสียงที่ได้ยินมันไม่น่าจะเป็นแค่พวกศพเดินได้ทั่วๆไป บางทีมันอาจจะเป็นพวกกลายพันธุ์แบบที่เคยเจอมาก็ได้ 

ในระหว่างที่เขาหยุดคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นอีกครั้ง วัตถุทรงแหลมเหมือนหอกที่เกิดจากเศษเหล็กที่ถูกปั้นเป็นรูปทรงดังกล่าว พุ่งแหวกอากาศมาทางพวกเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เนวี่ที่ค่อนข้างมีสัญชาติญาณไวต่อรอบข้างรีบกระโดดไปใส่ดีโน่จนพวกเขาทั้งคู่ล้มลงหลบหอกเหล็กดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที ทำให้เศษเหล็กชิ้นโตคว้างพลาด ไถลไปกับพื้นถนนจนเกิดประกายไฟท่ามกลางสายฝน 

ครึ่ก! โครม~ 

เสียงโครมครามดังขึ้นอีกครั้งราวกับมีบางอย่างตั้งท่าจะขว้างเศษเหล็กแบบเดียวกันนั้นมาทางพวกเขาอีกรอบ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งดีโน่และเนวี่รีบจับมือกันลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งหนีไปให้ได้ไกลที่สุดอย่างไม่คิดชีวิต เสียงโครมครามดังไล่หลังมาราวกับมีบางอย่างกระโดดตามพวกเขามา พร้อมกับเสียงสัญญาณกันขโมยจากรถบางคันที่ดังขึ้นหลังจากได้รับน้ำหนักจากบนหลังคารถกระแทกลงมาจนเสียรูปร่าง 

พวกเขาไม่สามารถมองเห็นบางอย่างที่ไล่หลังพวกเขามาท่ามกลางสายฝนได้ แต่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับฝ่ายตรงข้ามที่ตามมาอย่างไม่ลดละ 

"นั่นมันตัวอะไรกันเนี่ย?!" ดีโน่สบถไปตามลายทางที่พวกเขาวิ่งอยู่ 

"ระวังทางเลี้ยว!!" เนวี่ตะโกนลั่นทำให้ดีโน่เผลอชะลอความเร็วลงเพื่อไม่ให้วิ่งชนกับกำแพง 

คว้าง!!! 

สบโอกาสให้มีหอกแหลมพุ่งแหวกสายฝนมาทางพวกเขาอีกครั้ง ดีโน่รีีบดันตัวเลี้ยวไปอีกทางพร้อมกับเนวี่ ถือว่าความซุ่มซ่ามช่วยไว้ ทำให้เขาลื่นล้มลงจนปลายเส้นผมหลบพ้นของมีคมขนาดใหญ่ได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะรีบตั้งหลักวิ่งต่อไปอย่างรวดเร็ว 

เสียงฝีเท้าสองคู่วิ่งไปบนพื้นถนนท่ามกลางสายฝน นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่ดูเหมือนว่าเสียงโครมครามที่ตามมาจะเงียบหายกลืนไปกับเสียงฝนเสียแล้ว ดีโน่จึงเลือกที่จะดึงตัวเนวี่ให้ลงมาหลบอยู่หลังเสาไฟที่ซอยเล็กๆซอยหนึ่ง 

"หาที่หลบกันก่อนเถอะ" ดีโน่ว่า 

"แต่ว่ามันไปแล้ว ถ้าเกิดพี่อยู่แถวนี้มันอาจจ-" 

"คิดหน่อยสิเนวี่ ถ้าอินน์อยู่แถวนี้คงไม่วิ่งไปวิ่งมาให้มันเจอตัวหรอก จนกว่าฝนจะหยุดก็หาที่หลบมันไปก่อน ถึงตอนนั้นค่อยออกมาตามหาต่อก็ไม่สาย" ดีโน่อธิบายปนดุ 

"...." เนวี่ไม่ได้พูดอะไรแต่สีหน้าดูอ่อนลงมาก เพราะที่ดีโน่พูดมาก็ค่อนข้างมีเหตุผล 

"ให้ตายสิ ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ" 

"ไม่ได้ดื้อ!" 

"ครับๆ" 

เนวี่ค้อนใส่อีกฝ่ายเสียเต็มวง พลันสายตาก็มองแหวกม่านฝนไปฝั่งตรงข้ามของถนน ประตูรั้วสูงสามเมตร ลานโล่งกว้าง ก่อนจะถึงอาคารสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดว่ามันคือ.... 

"โรงเรียน?" ดีโน่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเนวี่เหม่อมองออกไปนาน 

"ไปที่นั่นกัน!" เนวี่ดึงแขนอีกฝ่ายพลางถูกลากถูจูงให้ตามออกไปด้วย 

ดีโน่ตั้งท่าจะรั้งไว้แต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างห้ามไม่ได้ ที่ที่อันตรายที่สุดอาจจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็ได้มั้ง เขาคิดในใจพลางกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิตพร้อมทั้งจ้องหางม้าเปียกๆของคนตรงหน้าที่สะบัดไปมา เหมือนฝันเป็นจริงเลย~ มือเล็กจับอยู่กับข้อมือของเขา พร้อมทั้งเสียงฝีเท้าของคนตัวเล็กกระเทกกับพื้นนำทางเขาเข้าไปในตึกเรียนตรงหน้า 

ซ่าาาา~ แหมะ~ แหมะ~ 

"โล่งๆเงียบๆชอบกลแฮะ" 

ดีโน่พึมพำ ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ล็อคเกอร์วางรองเท้าล้มระเนระนาดอยู่กับพื้น บ้างก็บุบพังเสียรูปร่าง บ้างก็เลอะไปด้วยคราบเลือดเกรอะกรัง เนวี่กระโดดขึ้นไปบนล็อคเกอร์ที่ล้มอยู่บนพื้นและเดินเข้าไปในทางเดิน 

"ตามมาเร็วๆสิ" คนตัวเล็กเร่ง 

ดีโน่รีบตามอีกฝ่ายไปติดๆโดยที่มือยังคงจับกันไว้มั่น แบบนี้ก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเปิดใจให้เลยแฮะ เขาคิดเพราะทุกครั้งเนวี่มักทำตัวห่างเหิน และคอยปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง ด้วยนิสัยรักสันโดษและไม่ชอบสุงสิง หรืออยู่รวมกลุ่มกับใคร 

"เราจะไม่หาอะไรมาเปลี่ยนแทนชุดเปียกๆพวกนี้หน่อยหรอ?" 

ร่างสูงถามขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงอาการสั่นน้อยๆผ่านฝ่ามือเล็ก พอลองสังเกตดูดีๆยิ่งเดินไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกหนาว คงเพราะลมที่พัดเข้ามาตามช่องต่างๆจากพายุฝนข้างนอก บวกกับบรรยากาศตอนกลางคืนในโรงเรียนที่ถูกทิ้งร้าง 

"ก็กำลังจะพาไปหาอยู่นี่ไง" 

เนวี่ตอบแบบขอไปที เพราะทางข้างหน้ามืดมากจนต้องใช้สมาธิเพ่งมองกันหน่อย ถ้าดีโน่จำไม่ผิด เขาเคยได้ยินมาว่าผลการเรียนของเนวี่ดีมากถึงขั้นได้ทุนไปเรียนแลกเปลี่ยนในโรงเรียนชั้นนำจากหลายๆประเทศ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ไปและแวะเวียนไปตอบปฎิเสธทุกโรงเรียนที่มอบทุนให้เธอด้วยตัวเอง ที่นี่คงเป็นหนึ่งในโรงเรียนพวกนั้นสินะ 

ผ่านไปไม่นานนักพวกเขาทั้งสองก็เดินมาถึงบริเวณโรงอาหารของที่นี่ ซึ่งมีทั้งร้านค้าและสหกรณ์ต่างๆมากมาย โชคดีของพวกเขาที่ในสหกรณ์ของที่นี่มีเครื่องแบบขายเหลือทิ้งไว้อยู่หลายชุด รวมถึงกระเป๋า ผ้าขนหนู และชุดว่ายน้ำของโรงเรียน ทำให้ทั้งคู่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวได้อย่างสะดวกกว่าที่คิด 

"แบบนี้ก็ไม่น่าเป็นหวัดแล้วล่ะ ว่าไหมเนวี่~" 

ดีโน่ฉีกยิ้มพร้อมทั้งจัดแจงเนคไทของตัวเองไปพลางเหลือบมองหญิงสาวในชุดนักเรียนม.ปลายตรงหน้าที่ยืนกอดอกจ้องเนคไทที่ผูกอย่างทุลักทุเลของเขา 

"....เอามานี่" 

เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงแต่เข้ามาผูกเนคไทให้เขาใหม่อย่างขัดใจ ดีโน่ยิ้มน้อยๆกับท่าทีของอีกฝ่าย พอไม่มีพวกมันอยู่ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ไม่ต้องคอยระแวดระวังตัวตลอดเวลาแม้แต่ตอนหลับก็ไม่สามารถหลับให้สนิทได้สมใจ 

"จนกว่าฝนจะหยุด... เราก็พักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน" เนวี่พูด 

"อือ เรื่องของอินน์ไว้พรุ่งนี้ค่อยช่วยกันตามหาใหม่อีกทีเนอะ" 

"อืม..." 

เนวี่ยอมอ่อนให้ดีโน่แต่โดยดี คงเพราะรู้สึกเพลียมาทั้งวัน แถมพอได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ร่างกายก็คงอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพปกติได้ รวมทั้งอากาศเย็นหน่อยๆทำให้รู้สึกง่วงขึ้นมา 

ตุบ~ 

"!!! 

"?!!" 

กล่องใส่แพ็คถุงเท้าตกลงมาจากชั้นสินค้าเสียงดัง ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งตกใจหันไปมองยังต้นตอของเสียงทันที แต่ก็ว่างเปล่า ไม่มีอะไรผิดปกติ ดูเหมือนตัวต้นเหตุคงเป็นแรงโน้มถ่วงของโลกล่ะมั้ง 

"ตกใจหมดเลย ทำไมจู่ๆถึงตกลงมาได้ล่ะเนี่ย" 

ดีโน่บ่นอุบอิบพร้อมภอนหายใจอย่างโล่งอก ทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่าในมือรีบคว้าอาวุธที่ใกล้ตัวที่สุดขึ้นมาถือไว้ทันทีที่เกิดเสียง 

"ไปกันเถอะ" 

เนวี่หันหลังออกไปจากสหกรณ์พร้อมปลายทางใหม่คือห้องพยาบาล ที่ที่น่าจะยังคงมีเตียงนอนให้พวกเขาใช้พักผ่อนในคืนที่ท้องฟ้าร่ำไห้เช่นนี้ 

เมื่อแผ่นหลังของดีโน่พ้นขอบประตูกระจกไป ในมุมมืดของห้องสหกรณ์ที่พวกเขาพึ่งเดินออกไป ปรากฏร่างบางอย่างที่เกาะอยู่บนมุมหนึ่งของเพดานใกล้ๆกับจุดที่กล่องแพ็คถุงเท้าเคยวางอยู่ ลักษณะของมันค่อนข้างกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมราวกับสามารถเปลี่ยนสีผิวเพื่อพรางตัวได้คล้ายกันกับสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง 

มันกลอกลูกตาไปตามสองร่างที่เดินลับไปในความมืด พร้อมกับเริ่มขยับตัวตามไป.... ทีละตัว 

. 

. 

. 

. 

. 

ตึก~ ตึก~ ตึก~ ครืดดด! 

"อ้าว? ว่าไง ลมอะไรพัดพวกนายมากันล่ะเนี่ย?" 

เจ้าของห้องทำงานที่ถูกประดับตกแต่งอย่างสมฐานะลูกชายคนโตผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมาเฟียกล่าวทักทายน้องชายต่างสายเลือดทั้งสองของเขา 

"แค่มีเรื่องจะคุยด้วย คงไม่ได้มาทำให้เสียเวลาทำอย่างอื่น" 

ริคตอบอีกฝ่ายพร้อมทั้งเดินไปนั่งยังโซฟารับแขกด้านหน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย แทนการบอกเป็นนัยว่าเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาสักหน่อย รีบลงมาจากดก้าอี้ทำงานมานั่งคุยกันดีๆได้แล้ว 

จีอ๊อตโต้เห็นดังนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางของน้องชายคนกลาง ก่อนจะยอมทำตามอีกฝ่ายอย่างว่าง่ายโดยการลุกจากเก้าอี้ทำงานมานั่งที่โซฟาอีกฝั่ง 

แซนกัสโซ่เลือกที่จะนั่งฟังเงียบๆ เพราะนิสัยหงุดหงิดง่ายของตนไม่ค่อยเหมาะกับการต่อบทสนทนากับชายที่มากคารมณ์แบบจีอ๊อตโต้เท่าไหร่ 

แถมดูเหมือนคนที่เป็นพี่ชายจะชอบและเอ็นดูท่าทีคล้ายเด็กวัยต่อต้าน(?)ของเขามากเป็นพิเศษ จนเจ้าตัวอยากหาอะไรมาล้างตาให้อีกฝ่ายมองดูมวลสารตรงหน้าที่เขาเอ็นดูนักหนาบ้างว่ามันไม่เข้ากับคำว่าน่าเอ็นดูสักนิด! 

"แหม~ ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ พวกนายก็พากันมาหาฉันซะแล้วหรอเนี่ย" 

จีอ๊อตโต้พูดขึ้นในระหว่างที่คนสนิทของเขากำลังเตรียมชาให้ ก่อนจะพากันออกไปจากห้องเพื่อให้พี่น้องได้คุยกันสะดวกๆ 

"พวกแกจะไปไหน? ไม่ต้องไป เรื่องนี้พวกแกต้องมาฟังด้วย" 

แซนกัสโซ่ที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นจนกลุ่มที่กำลังจะออกไปตกใจเล็กน้อย เหมือนคนที่มีท่าทางลับๆล่อๆกำลังโดนจับได้อยู่ยังไงยังงั้น พอจีอ๊อตโต้ได้ยินดังนั้นจึงโบกมือให้คนสนิทของตอนหาที่นั่งร่วมฟังบทสนทนานี้ด้วย 

"จี นัคเคิล อุเก็ทสึ พวกนายอยู่ที่นี่แหละ" 

เจ้าของห้องเอ่ยเรียกให้พวกเขานั่งลง พร้อมกับริคที่รอพูดต่ออยู่อย่างเงียบๆ พวกตัวป่วนดันไม่ได้อยู่ที่นี่ซะได้ แต่ช่างเถอะ ริคคิดในใจ 

ถ่วงเวลาพวกมันให้ได้นานที่สุด จนกว่าพวกมันจะรู้ตัว.... ประโยคที่วนซ้ำอยู่ในหัวของแซนกัสโซ่ตอนนี้ี้้ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันกับริคาร์โด้ทั้งๆที่ไม่ได้วางแผนปรึกษากันมาก่อน สมกับที่เป็นพี่น้องที่เหมือนกันราวกับแฝด 

"เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว มาเริ่มกันเลยไหม~" 

จีอ๊อตโต้ฉีกยิ้ม 

"อยากรู้จังว่าพวกนายมีเรื่องอะไรมาพูดประวิงเวลากัน~" 

"?!!!" 

ริคาร์โด้และแซนกัสโซ่รู้สึกหน้าชาเล็กน้อย พลางหันไปจ้องนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลที่หยีจนแทบปิดจากรอยยิ้มกว้างของเจ้าตัว จริงอยู่ที่จีอ๊อตโต้เป็นคนฉลาด แต่ไม่คิดว่าจะถูกมองออกง่ายดายขนาดนี้ 

"เอาล่ะพูดมาสิ~ น้องชายของฉัน~" 

. 

. 

. 

. 

. 

ตริ๊ง~ 

เสียงเตือนลิฟท์หยุดดังขึ้นก่อนที่ประตูลิฟท์จะเปิดออกมายังชั้นที่พวกเขเกิดเหตุตะลุมบอนกันก่อนหน้านี้ 

"ไม่มี???" 

โคโรเนลพึมพำให้กับสภาพที่เกิดเหตุที่ไรวี่แววผ่านการต่อสู้นองเลือดแต่อย่างใด ราวกับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา 

"มาผิดชั้นรึเปล่า~" 

เบลพูดก่อนจะเดินออกมาจากลิฟท์ แล้วมองดูรอบๆ 

"พวกนายมาทำอะไรกันแถวนี้น่ะ?" 

เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างชายคนหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ ถ้าจำไม่ผิดเขาคือหนึ่งในหกคนสนิทของจีอ๊อตโต้ 

"ชิชิชิ เดม่อน~ อย่างนี้นี่เอง~~" 

เบลเริ่มเข้าใจสถานการณ์ผิดธรรมชาติต่างๆทันที เมื่อเห็นชายตรงหน้ามายืนอยู่แถวนี้ แทนที่จะไปออเซาะแฟนสาวที่เขารักนักรักหนา 

หมอนี่เป็นคนเก็บกวาดที่นี่สินะ พวกเขาคิด เป็นแบบนี้แสดงพวกอินน์ถูกพาตัวไปที่ไหนสักแห่งแล้วแน่ๆ คงจะยากที่จะหาพวกนั้นตอนที่หมอนี่ยืนเฝ้าอยู่ 

"....ว่าไงล่ะ" 

เดม่อนถามซ้ำอีกครั้งพลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ดูก็รู้ว่าหมอนี่ถามกวนประสาท ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว 

"คงไม่ต่างกันกับเหตุผลที่นายมาอยู่ที่นี่ตอนนี้นั่นแหละ" โคโรเนลตอบ 

"ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็คงเดาออกว่าฉันรับคำสั่งอะไรมา" เดม่อนหัวเราะในลำคอ 

"บอกมาว่าพวกนายเอาพวกอินน์ไปไว้ไหน" 

"ฉันบอกไม่ได้ กลับไปซะ" 

ทั้งสามยืนประจันหน้ากันพร้อมสายตาเปรี๊ยะๆเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นระหว่างสายตาของพวกเขา เบลดึงแขนเสื้อโคโรเนลเบาๆเป็นเชิงห้ามปราม 

พวกเขารู้ดีว่าการมีปัญหากับคนสนิทของจีอ๊อตโต้ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก แถมด้วยความสามารถของอีกฝ่าย กับความที่ไม่ค่อยลงรอยกันในสไตล์การต่อสู้ของพวกเขา คงทำให้ฝ่ายพวกเขาเป็นต่ออยู่มาก 

".....ฮึ่ย" 

โคโรเนลกัดฟันกรอดก่อนจะยอมคล้อยตามเบลไปอย่างเสียไม่ได้ เดม่อนได้แต่ปรายตามองทั้งสองเดินกลับไปยังลิฟท์ตัวเดิมที่ยังเปิดทิ้งไว้แต่โดยดีเกินคาด แต่ก็ดีที่เขาไม่ต้องลำบากทำอะไรมาก.... ซะที่ไหน 

"เดี๋ยวก่อน! พวกนายจะไปง่ายๆแบบนี้เลยหรอ?!" 

เดม่อนรีบเอ่ยรั้งทั้งคู่ไว้ทันที ทำให้เบลและโคโรเนลหันกลับมาด้วยสีหน้างุนงง 

"อะไรของนายอีก?" โคโรเนลถาม 

"นี่พวกนายไม่คิดจะพยายามใช้กำลัง หรือเค้นคอถามฉันกันหน่อยหรอ??" 

"ไม่อ่ะ เจ้าชายไม่อยากมีปัญหากับคนในแก๊งค์" 

"เอ๊า? แล้วพวกที่โดนจับไปไม่สำคัญกับพวกนายเลยรึไง??" 

"สำคัญสิ" 

"แล้วไหงพากันถอดใจง่ายงี้ล่ะ พวกนายควรจะเขามารุมกระทืบให้ฉันสารภาพที่ซ้อนของพวกนั้น แล้วค่อยไปดิ" 

เดม่อนเอ่ยด้วยท่าทางเหมือนมีอะไรบางอย่าง โคโรเนลและเบลฟอกอลมองหน้ากันตาปริบๆ ไอ้หมอนี่.... มัันหวังให้พวกเขากระทืบมันให้เกือบเดี้ยงแล้วลาพักงานไปให้แฟนมันคอยหยอดน้ำข้าวต้ม คอยประคบประหงมดูแลแทนพยาบาลแหง... ไอ้นี่มันหลงแฟนแบบกูู่ไม่กลับจริงๆ 

"ชิชิชิชิชิ เอาแบบนั้นก็ได้นะถ้าต้องการ~" 

"เชิญเลยครับ เต็มที่" 

"....ขอสักหน่อยเถอะ หมั่นไส้!!" 

. 

. 

. 

. 

. 

"ดีขึ้นบ้างไหม" 

อลาวดีถามอินน์หลังจากเขาช่วยปฐมพยาบาลและให้ยาแก้ปวดเธอไป 

ตอนนี้พวกเขาอยูในห้องที่เหมือนๆกับห้องคุมขัง ที่มีพื้นที่สำหรับทรมานนักโทษอยู่อีกฟากของห้อง แต่ไม่ใช่พวกเครื่องไม้เครื่องมือโหดๆเหมือนในหนังเลือดสาดแต่อย่างใด อย่างมากแค่เป็นโซ่ล่ามติดกับกำแพงเพื่อใช้ทรมานอดข้าวอดน้ำ 

"อืม ดีขึ้นมากเลย" 

อินน์ยิ้มรับเพื่อให้ออีกฝ่ายเชื่อ ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงเธอและแอสควอที่เป็นเหมือนนักโทษก่อเหตุจลาจลในฐานทัพใต้ดิน กับผู้คัมอีกสองคนคืออลาวดีกับชายท่าทางขี้เกียจอีกคน 

"พรีโม่คิดอะไรของเค้านะ ถึงได้ให้จับพวกนี้ไว้" 

เขาเอ่ยด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะละสายตาจากการสอดส่องออกไปข้างนอก แล้วหันมาพูดกับเพื่อนของตน 

"รีบหน่อยล่ะ ถึงข้างนอกจะไม่มีคน แต่ถ้าโดนจับได้ว่าเราไม่ได้มัดพวกนี้ไว้ ได้โดนจับโยนไปนอกค่ายแน่" 

ว่าแล้วเขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ท่าทางสบายโดยไม่คิดที่จะช่วยอะไรนอกจากช่วยมองดูข้างนอกเฉยๆ และปิดปากเงียบเรื่องที่อลาวดีกำลังช่วยทำแผลให้นักโทษ 

อินน์หันไปมองเพื่อนที่กำลังเลิกเสื้อให้อลาวดีช่วยทำแผลให้ด้วยสายตาเอือมๆ แรกๆก็เป็นห่วงอยู่หรอก แต่เพราะนิสัยชอบเสี่ยงหาเรื่องใส่ตัวเป็นประจำ จากที่เป็นห่วงก็รู้สึกว่านิสัยแบบนีี้ของเพื่่่่่่่อนเธอมันน่าจับตีจริงๆ 

เธอเหลือบสายตาไปมองอลาวดี ก่อนจะมีคำถามมากมายภายในหัว แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรแอสควอก็ปริปากออกมาก่อน 

"แล้วไอ้แมนล่ะ? ไม่เห็นมันมาสักพักแล้วตั้งแต่โดนปืนยาสลบไป" 

"หมอนั่นโดนขังแยกเพราะเป็นตัวอันตรายน่ะ ตอนนี้อาจจะมีพวกทีมแพทย์เอายาระงับอาการคลุ้มคลั่งไปฉีดให้แล้วล่ะ" 

แอสควอพยักหน้าเข้าใจ หวังว่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเธอไม่ไว้ใจพี่ชายคนโตของแซนกัสโซ่เลย 

"ส่วนพวกแก.... ทางที่ดีอย่าไปแสดงอาการต่อต้านให้มากนักล่ะ แบบนั้นจะเป็นผลดีต่อพวกแกที่สุด" 

เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ก่อนจะเก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไปไว้อย่างเดิม พร้อมกับอินน์และแอสควอที่ต้องไปนั่งหันหลังชนกันอยู่กลางห้อง พร้อมกับถูกมัดข้อมือติดไว้กับเสาที่ตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย 

"หลังจากหลุดออกไปได้แล้ว ฉันอยากให้พวกแกออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด" 

อลาวดีว่าพลางมัดทั้งคู่ไว้กับเสากลางห้อง อินน์เลิกคิ้วสงสัยพลางเอ่ยถามออกไป 

"ทำไมล่ะ??" 

"...." 

เขาไม่ตอบ แต่เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆเท่านั้น ก่อนจะลุกออกไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัวเพื่อทำหน้าที่ผู้คุมตามปกติ อินน์หันมองตามไปตาปริบๆ ส่วนแอสควอก็ขยับตัวนั่งในท่าที่น่าจะสบายที่สุดเพื่องีบเอาแรง เธอจึงยอมปิดปากและอยู่เงียบๆบ้าง โดยเก็บความสงสัยไว้ในใจ.... 

 

 

 

 

 

Tobecontinued... 

ความคิดเห็น