Yoyuto
email-icon

ฝากผลงานยูไว้อ้อมอกผู้อ่านทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านด้วยนะฮับขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน

[CONTENTS 2 ลูกแกะในฝูงหมาป่า]

ชื่อตอน : [CONTENTS 2 ลูกแกะในฝูงหมาป่า]

คำค้น : คดีพิศวงฆาตกร(โรคจิต)ต่อเนื่อง อาชญากร20+ รวมคนโรคจิต พระเอกโรคจิต

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 165

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 05:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[CONTENTS 2 ลูกแกะในฝูงหมาป่า]
แบบอักษร

บทที่2 

ลูกแกะในฝูงหมาป่า 

 

 

“แหม่ที่แท้ก็เอาเวลามาคลุกอยู่กับผู้หญิงคนนี้นี่เองว่าล่ะทำไมช่วงนี้ไม่เข้าประชุมเลยนะคุณ ZERO-ONE(ซีโร่วัน)” 

"!!!" 

"จ๊วบบ!..ฮ๊า..ชิ!..คุณมีธุระอะไรเห็นไหมผมยุ่งอยู่หัดมีมารยาทบ้างนะ ZERO-TWO(ซีโร่ทู)!" 

"อึก!..แฮ่กๆ...." 

"ฮ่ะๆแค่เข้ามาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับอารมณ์เสียใส่กันเลยน๊า" 

"ไม่เอาน่าผู้หญิงคนอื่นก็มีทำไมต้องเป็นยัยนี่ด้วยล่ะเธอมีดีตรงไหน" 

ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิดไปกว่านี้ก็มีเสียงบุคคลปริศนาคนใหม่โผล่มาเสียงเขาดังขึ้นขัดจังหวะที่ฉันกำลังจะโดนมัจจุราชวิปริตเอาความบริสุทธิ์ของฉันไปเหมือนฉันได้เกิดใหม่อีกครั้งที่ไอ้โรคจิตมันชะงักหยุดค่อยๆถอนจูบนั่นออกจากปากฉันดูท่ามันจะหงุดหงิดเล็กน้อยมีจิปากใส่หนึ่งทีน้ำเสียงบทสนทนามันดูเย็นชากับคนปริศนาที่เข้ามาขัดจังหวะและมันยังคงกอดฉันไว้ในอ้อมกอดอยู่ไม่มีท่าทีจะปล่อย ฉันต้องขอบคุณในใจกับบุคคลปริศนาที่เขามาขัดได้จังหวะพอดีดูเหมือนเขาจะเป็นผู้ชายนะ ฉันไม่เข้าใจบทสนทนาของชายปริศนากับไอ้โรคจิตเลยทำไมเขาถึงเรียกมันว่าซีโร่วัน ด้วยแล้วไหนจะเรียกชายปริศนาคนนั้นว่า ซีโร่ทู อีกตัวฉันทั้งสับสนหวาดกลัวในหัวคิดอะไรไม่ออกมีแต่ความหวาดกลัว ฉันหันไปมองยังชายปริศนาคนนั้นตอนนี้เขายืนพิงขอบประตูทางเข้าห้องที่เปิดกว้างไว้อยู่ฉันมองเห็นตัวเขาไม่ค่อยชัดเป็นเงาตะคุ่มๆแต่ใบหน้าที่ถูกซ่อนภายในหน้ากากพลาสติกสีเทารูปรอยยิ้มนั่นฉันเห็นมันได้อย่างชัดเจน 

เขาเป็นใครกันคงไม่ใช่พวกฆาตกรนะ 

เขามาช่วยฉันหรือเปล่า 

 

 

*ขอขอบคุณรูปภาพจากhttps://www.google.comใช้ประกอบเพื่อจินตนาการที่ดีขึ้น 

"แล้วมันหนักหัวคุณหรือไง?รู้จักคำว่าอย่าสอใส่เกือกเรื่องส่วนตัวคนอื่นไหม?" 

"ฮ่ะๆแหม่ทำไมต้องว่ากันแรงด้วยล่ะยังเย็นชาใส่กันไม่เปลี่ยนเลยนะ" 

"แล้วไอ้สองคนที่คุณห้อยมันอยู่คงโดนยาสลบสูตรเข้มข้นของผมที่ให้ไปทดลองใช้สินะ หึ..หึ" 

"ใช่ยาคุณออกฤทธิ์เร็วดีนะผลที่ได้ดีเกินคาด" 

"งั้นเหรอ คงตอนเช้าละนะถึงจะฟื้น" 

"อ่า..แล้วอย่าลืมเก็บกวาดงานตัวเองด้วยล่ะผมขี้เกียจตามรายงานให้พวกนั้น" 

"......." 

"เอาล่ะแม่นางฟ้าห้ามหนีเข้าใจไหมครับผมมีอะไรต้องทำก่อน" 

ไอ้โรคจิตมันกระซิบที่ข้างหูฉันแล้วค่อยๆประคองตัวฉันออกจากตักมันอย่างเบามือจนฉันรู้สึกแปลกใจอยู่ดีๆก็ดันอ่อนโยนขึ้นมาพอฉันหลุดเป็นอิสระจากมันฉันรีบกอดตัวเองไว้ที่ตัวฉันมันกำลังสั่นไหวด้วยความกลัวเงยหน้าจ้องดูคนที่ยืนคร่อมหัวฉันไว้อยู่ไม่วางตา 

 

กึก..กึก..กึก!! 

 

"หึ.." เขาแสยะยิ้มให้ฉันหนึ่งทีก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากรูปยิ้มนั้นเขายังคงยืนพิงขอบประตูห้องและดูเหมือนมันจะยืนบังตัวฉันไว้ด้วยเหมือนกับไม่อยากให้ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มเห็นตัวฉัน  

 

พรึ่บ! 

 

เเสงไฟจากหลอดในห้องสว่างขึ้นทำให้ฉันมองเห็นห้องนี่ได้ชัดเจนมากขึ้นพอฉันได้เห็นมันเต็มตาฉันแถบจะเป็นลมจับได้ห้องนี่ไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บศพคนตายแต่มันดูสยองกว่านั้นเพิ่มความกลัวของฉันเป็นหลายพันเท่ากว่าเดิมฉันคงจะกลายเป็นคนสติแตกบ้าแล้วจริงแน่ๆถ้าขืนยังอยู่ในห้องนี้ต่อไป 

"ยังไงผมก็ยังสงสัยอยู่ดีผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีกันนะถึงปล่อยให้เธอรอดมาถึงทุกวันนี้ได้" 

"โห้วดูสิอะไรมันจะโรแมนติกขนาดนี้กันนะ หึ..หึ" 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มค่อยๆเดินเข้ามาหายังวงเทียนที่ล้อมตัวฉันไว้ค่อยๆเดินก้มเป่าเทียนให้ดับทีล่ะเล่มอย่างใจเย็นดั่งกับว่าวงเทียนนี้รอให้เขาเป็นคนมาดับเขามองมาที่ฉันไม่ละสายตา แววตาของเขาที่ซ่อนภายใต้หน้ากากนั่นทำให้ฉันกลัวไม่ต่างอะไรกับไอ้โรคจิตยืนตรงหน้าฉัน 

"อย่ามากวนประสาทรีบพูดมาแบล็คมาดาห์เลียมีเรื่องอะไร" ไอ้โรคจิตมันพูดถึงใครกันแบล็คดาห์เลียคือใครมันไม่ใช่นามของเขาเองหรอฉันได้ยินประโยคนั่นออกมาจากปากมันฉันอึ้งตาเหลือกได้แต่มองคนด้านหน้า 

สรุปแล้วไอ้โรคจิตที่สวมหน้ากากผ้าสีดำอยู่นี่ไม่ใช่ THE BLACK Dahlia ตัวจริง 

สรุปแล้วฆาตกรคือใครกันแน่ 

ฉันถึงกับมึนงงแล้วไอ้โรคจิตที่โดนชายสวมหน้ากากรูปยิ้นนัั่นเรียกว่า ZERO-ONE นี่มันเป็นใครกันแล้วทำไมมันต้องบอกว่าตัวเองเป็นเเบล็คดาห์เลียด้วยแล้วนี่พี่จางกำลังไล่จับใครกันแน่ฉันทั้งสับสนงงไปหมดสมองความคิดเริ่มประติดประต่อเรื่องไม่ทันกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ช่างหัวมันเถอะตอนนี้ฉันจะทำยังไงให้รอดจากที่นี่ก่อนเถอะพร้อมช่วยพี่จางกับมินยองให้หนีไปจากที่นี่ 

"ก็..ไม่มีอะไรหรอกแค่ ZERO ให้มาเก็บชิ้นงานสำคัญให้เรียบร้อยแค่นั่นเอง.." 

"ซึ่งชิ้นงานนั้นคุณไม่ยอมจัดการให้มันสำเร็จสักทีจน ZERO(เซโร่) ต้องสั่งผมมาอีกที" 

"หึ..แล้วคุณทำไมไม่จัดการชิ้นงานสำคัญของคุณล่ะหื้ม?" 

"หึ..หึ..ก็นะผมก็อยากชื่นชนชิ้นงานนั้นให้พอใจก่อนยังไงล่ะแล้วค่อยอะไรต่อดีนะคิก..คิก" 

"ใครมันจะไปกล้าขัดคำสั่ง ZERO กันล่ะนะจริงไหม" 

"......." 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มเป่าเทียนเล่มสุดท้ายดับลงมันอยู่ในตำแหน่งด้านหลังฉันพอดีฉันรู้สึกขนหัวลุกเสียวสันหลังวาบอย่างกับคนด้านหลังคือผีฉันไม่กล้าหันไปมองเขาเนื้อตัวฉันสั่นก้มหน้ามองพื้นเม้มปากเข้าหากันพยายามควบคุมสติตัวเองทำไมฉันรู้สึกกลัวชายที่อยู่ด้านหลังฉันมากกว่าไอ้โรคจิตด้านหน้าฉันอีกนะน้ำเสียงเขาเริ่มดูจริงจังเยือกเย็นจิตๆบรรยากาศเริ่มอึดอัดกดดันแปลกๆไอ้โรคจิตไม่โต้ตอบอะไรกับชายสวมหน้ากากรูปยิ้มกับประโยคสุดท้ายยืนนิ่งเงียบฉันค่อยๆเเหงนหน้ามองดูแผ่นหลังมันในช่วงเสี้ยวของความคิดทำไมฉันคิดว่าไอ้โรคจิตไม่อันตรายเท่ากับคนด้านหลังฉันนะ 

ชายคนนั้นเขาพูดถึงใครกัน ZERO คือใครอีก 

ฉันล่ะไม่เข้าใจทั้งกลัวและสับสนไปหมดพอกันทีฉันต้องหนี 

"คะ..คุณมาช่วยฉันหรอค่ะ" ฉันเลือกที่จะลองพูดกับคนด้านหลังเพื่อเขาอาจมาดีก้ได้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขากำลังคิดอะไรทำอะไรด้านหลังฉันพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักกลัว 

"หื้ม..ใช่ฉันมาเพื่อช่วยเธอแม่สาวน้อยเพียงแต่.." 

อ๊า..มองดูแผ่นหลังขาวเนียนนี่สิเห็นแล้วดันเกิดอารมณ์ชะมัดดูๆแล้วเธอก็สวยจริงๆราวนางฟ้าตกสวรรค์สมแล้ว ZERO-ONE มันไม่ฆ่าเธอตั้งแต่วันนั้น 

"จะ..จริงหรอค่ะคุณ" 

เขามาช่วยฉันจริงๆเราต้องรอดไปจากขุมนรกตรงนี้ได้แน่ๆ 

เหมือนฉันมีความหวังใหม่เกิดขึ้นทันทีกับคำพูดเขาที่น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจแต่ฉันก็ติดใจกับคำที่เขาพูดทิ้งช่วงไปจนต้องถามเขาด้วยความสงสัยลุ้นไปในคำตอบ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันต่อไปนี้ทำให้ฉันฝังใจไม่มีวันลืมมันไปตลอดชีวิตเลย 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มนั้นเขารอโอกาสนี้มาตั้งนานแล้วเขาค่อยๆล้วงมีดแล่เนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดผ้าคลุมนักบวชคาทอลิกสีดำนั้นมาถือในกำมือก่อนจะเล็บลิ้นเลียไปหนึ่งทีแสยะยิ้มอย่างอำมหิตยังคงพูดกับหญิงสาวแสนสวยด้านหน้าเขาเพื่อหาโอกาสให้เธอเผลอไว้ใจเขาและดูเหมือนว่าคนที่เขาเรียกซีโร่วันจะยืนนิ่งไม่พูดตอบอะไรเขาเพราะคงปล่อยให้เขาลงมือเเล้วเขาน่าจะรู้หรอกว่าตัวเขานั้นหมายถึงใครทุกอย่างจะดูง่ายอะไรขนาดนี้หญิงสาวผู้เเสนจะโง่เขลาหลงเชื่อกระทั่งคำพูดของไอ้ฆาตกรอย่างเขา จากนั้นเขาค่อยๆยืนขึ้นจับมีดเเล่เนื้อเเสนสวยนั่นกำรวบไว้ในมือชูขึ้นสุดหัวเขา 

ถึงจะแอบเสียดายแต่นี้คืองานล่ะนะ  

ช่างหน้าเสียดายลาก่อนนะแม่สาวน้อย หึ หึ 

"เพียงตะ..แต่อะไรค่ะ!" ฉันเตรียมจะหันหลังไปคุยกับเขาแต่ยังคงอยู่ในท่ากึ่งหันข้างเขายืนคร่อมหัวอยู่ข้างหลังฉันแล้ว ฉันมองเห็นแต่ขาเขาสวมรองเท้าหนังเหมือนนักธุระกิจเลยฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปดูคนด้านหลังก็ต้องม่านตาขยายกว้างหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะกับสิ่งที่เห็นจนกระทั่งลืมจังหวะหายใจฉันคงตายแล้วสินะ 

"เฮือก!!" 

"จะมาช่วยให้เธอลงนรกให้เร็วขึ้นยังไงล่ะสาวน้อย คิก..คิก!!" 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มพุ่งมีดแล่เนื้อที่เขารวบไว้ในมือทั้งสองชูเหนือหัวอย่างเร็วหมายจะแทงใส่หน้าผากจูอึนให้ทะลุเข้าสมองส่วนหน้าปลิดซีพเธอทันที 

 

สวบ! แผละ! 

 

"ใครอนุญาตให้มึงทำร้ายนางฟ้ากูล่ะหื้มไอ้คนมีแม่แท้ๆไม่เคยรัก!" 

"อ๊ะ.....ทะ..ทำไมนายถึง!!" 

"คิก..คิก..แหม่จี้ใจดำนะเนี่ยว้าวไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมาป่าจะช่วยลูกแกะด้วย!! ฮิ..ฮิ" 

"ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะหื้ม..คิดจะทรยศพวกเรางั้นเหรอ!" 

 

แหมะ..แหมะ 

 

ทำไมฉันต้องมาโชคร้ายขนาดนี้เจอมัจจุราชถึงสองตนที่กำลังยื้อแย่งจะฆ่าฉัน 

หยดเลือดสีแดงฉานอุ่นค่อยๆกระเซ็นหยดใส่ใบหน้าฉันอย่างกับ*ภาพสโลวโมชั่นทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากชนิดว่าตัวฉันได้แค่นิ่งอึ้งไม่ไหวติงสิ่งรอบข้างกับสิ่งที่เผชิญอยู่จนกระทั่งไอ้โรคจิตเข้ามายืนคร่อมตัวฉันใช้ฝ่ามือข้างขวาของเขารับมีดเล่มนั่นที่มันจะปักหน้าผากฉันปลายมีดจ่อห่างกับหน้าผากฉันแค่อีกนิดก็แทงทะลุหน้าผากฉันได้มือข้างซ้ายเขาบีบมือไอ้คนที่มันจะฆ่าฉันไว้ มีดเล่มนั้นแทงทะลุฝ่ามือไอ้โรคจิตจนสุดด้ามมีดชนิดว่าทำให้เห็นเนื้อปลิ้นออกมาตามซอกมีดตัวเขานั้นไม่มีเสียงร้องซักแอะน้ำเสียงของไอ้โรคจิตดูเหมือนโกรธจัดที่ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มนั้นมันจะฆ่าฉัน ฉันไม่เข้าใจทำไมไอ้โรคจิตนี่ต้องช่วยฉันด้วยทั้งๆที่จะฆ่าฉันอยู่แล้วตอนนี้ตัวฉันได้แค่ช็อคแล้วช็อคอีกหยดเลือดที่ฝามือไอ้โรคจิตยังคงไหลหยดเปรอะใบหน้าฉันไปหมดไหลย้อยลงมาถึงคอ ทำไมก้นบึ้งของจิตใจฉันต้องเป็นห่วงไอ้โรคจิตด้วยนะทั้งๆที่มันก็จะฆ่าฉันเหมือนกันพอเห็นใครมาช่วยฉันพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมักจะเป็นห่วงเสมอ 

"ผมไม่เป็นไรหรอกแม่นางฟ้าแผลแค่นี้.." 

"เหอะ!แผลแค่นี้คงไม่ทำให้คุณระแคะระคายหรอกจริงไหม คิก..คิก" 

"หึ..มึงก็รู้แก่ใจมึงดีนี่" 

"ทำไมถึงช่วยมันล่ะ?" 

"....." 

"ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่า...." 

"ที่แท้แกก็รักเหยื่อตัวนี้นี่เองมิน่าถึงช่วยมันใช่ไหม!? หึ..หึ" 

"........" 

อะไรนะไอ้โรคจิตนี่มันรักฉันงั้นหรอ!ทำไมล่ะ!?  

ฉันอึ้งกับคำที่ชายสวมหน้ากากพูดออกมาไม่อยากจะเชื่อมันเป็นความจริงเหรอที่ฉันโดนจับมาทำแบบนี้คือมันรักฉัน ฉันเงยหน้าสบเข้ากับสายตาคนที่เข้ามารับมีดมัจจุราชเล่มนี้เพราะอีกวิเดียวมันก็พรากชีวิตฉันให้หายจากโลกใบนี้ไปได้แล้วเพียงแค่เผลอตัวแปบเดียวที่ตอนนี้ดูไร้อารมณ์จนคาดเดาไม่ได้เลยว่าไอ้โรคจิตจะสื่ออารมณ์ไหนผ่านสายตานั้นว่ามันใช่จริงๆตามที่ชายคนนั้นพูดหรือเปล่าฉันล่ะไม่อยากจะเชื่อ 

ฆาตกรจะมาหลงรักฉันได้ยังไงกัน 

"หนวกหู!!อย่ามาแตะต้องแม่นางฟ้าของกู!" 

 

ผัวะ! ตึง! 

 

"อึก!..ฮ่าๆๆสุดยอดเลยคนจิตใจอำมหิตฆ่าคนมาแล้วกี่ศพอย่างแกไม่อยากฆ่าผู้หญิงคนนี้แต่กลับอยากจะช่วยเธอเพราะตัวเองรักหล่อนแล้วฮ่าๆไม่อยากจะเชื่อ!!" 

"ช่างหน้าสนใจหมาป่าตกหลุมรักลูกแกะซึ่งเป็นอาหาร!!" 

"ฮ่า..ฮ่าๆๆๆๆ"  

ไอ้โรคจิตถีบเข้าที่ท้องชายสวมหน้ากากรูปยิ้มกระเด็นไปอีกฟากของฉันกับไอ้โรคจิตจนชายสวมหน้ากากรูปยิ้มนอนแผ่หลาตรงพื้นหัวเราะเสียงโรคจิตนั่นดังลั่นทั่วบริเวณนี้ ฉันมองดูที่มือของไอ้โรคจิตที่ยังคงมีมีดแล่เนื้อเล่มขนาดพอดีปักคามือไว้เลือดสีแดงสดไหลไม่มีหยุดเหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่าฉันกำลังมองอยู่เขาค่อยๆโน้มตัวมาหาฉันที่ยังช็อคไม่หายไอ้โรคจิตยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะค่อยๆดึงมีดเล่มนั่นออกจากมือโดยไม่มีท่าทีว่าจะเจ็บเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานฉันแทบจะไม่ได้ยินเสียงนั้นหลุดออกมาจากปากไอ้โรคจิตเลยดึงได้ออกมาหน้าตาเฉย 

ไอ้บ้านี่ยังเป็นมนุษย์อยู่ไหมรู้จักคำว่าเจ็บปวดเป็นหรือเปล่า!? 

 

ฉึก! เคร้ง! 

 

พอมีดเล่มนั้นถูกไอ้โรคจิตดึงออกแล้วทำให้ฉันเห็นรอยแผลที่มีดเล่มนั้นฝากไว้เป็นรอยรูมีดเหวอะขนาดกว้างจนทำให้มองเห็นเนื้อเยื่อเอ็นกระดูกที่ฉีกขาดแยกออกจากกันเต้นตุ๊บๆฝามือที่ซีดขาวของมันเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดไหลย้อยหยดไปทั่วพื้นคงโดนแทงเเรงมากแน่ๆถึงกับแผลเหวอะเลยไอ้โรคจิตมองดูมันแปบเดียวก่อนจะส่งรอยยิ้มแสนอ่อนโยนนั้นมาให้ 

"ไม่ต้องกลัวนะแม่นางฟ้าผมจะปกป้องเธอเองสาวน้อยดูสิเลือดเต็มหน้าไปหมดเลยมันไม่สวยเลย" ไอ้โรคจิตมันค่อยๆใช้นิ้วโป้งข้างที่โดนมีดปักไล้เกลี่ยเลือดที่เปรอะหน้าฉันออกอย่างช้าๆอย่างแผ่วมือราวกับว่ากลัวฉันเจ็บฉันยังคงนิ่งอึ้งกับการกระทำของมันจนไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันปลดโซ่ที่คอและขาของฉันตอนไหน 

เอาอีกแล้วความรู้สึกที่อ่อนโยนแฝงไปด้วยความห่วงใยอะไรของไอ้โรคจิตนี่กัน 

"เอาล่ะแค่นี้แม่นางฟ้าของผมก็ไม่ต้องทรมานล่ะผมขอโทษนะที่รุนแรงกับเธอสาวน้อยผมขอโทษจริงๆ" 

"........" 

ไอ้โรคจิตเอ่ยมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและรู้สึกสำนึกผิดที่เขาทำกับฉันจริงๆจนฉันถึงกับประหลาดใจจนอดที่จะคล้อยตามมันไม่ได้ 

ทำไมต้องทำสีหน้าเหมือนตัวเองเจ็บแทนฉันด้วยนะ 

"เฮ้ๆมัวมาอาลัยอาวรกันอยู่นั่นล่ะนี่มันแค่เริ่มต้นนะคุณ ZERO-ONE อย่าพึ่งได้ใจไป!" 

"งานนี้กูต้องทำให้จบ!!" 

"วันนี้ถ้ากูไม่ตายอย่าหวังว่ากูจะเลิกฆ่าอีนั่น!!" 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มเอ่ยขึ้นแทรกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดทั้งๆที่เขานอนหงายท้องตรงพื้นอยู่ก่อนจะลุกขึ้นมาจ้องมองมาที่ฉันและไอ้โรคจิตอย่างอาฆาตสายตาฉายแววอำมหิตทันทีล้วงมีดเล่มเดิมเดียวกันกับที่แทงฝามือไอ้โรคจิตออกมาแต่รอบนี้มีดมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 

"หื้อ?ถ้าทำได้ก็ลองเข้ามาสิครับคุณ ZERO-TWO กูจะกระชากเครื่องในมึงมากองตรงหน้ากูนี่ให้ดูเป็นขวัญตามึงเลย!! คิก..คิก" 

ไอ้โรคจิตหยิบมีดที่มันพึ่งถอดทิ้งไปกองที่พื้นหยิบขึ้นมามองด้วยแววตาที่แสนจะโรคจิตแสยะยิ้มให้มองไปยังด้านชายสวมหน้ากากรูปยิ้มตอนนี้ตัวฉันไม่ต่างอะไรกับลูกแกะตัวหนึ่งที่รอความตายอยู่ท่ามกลางหมาป่าที่แสนจะหิวโหยที่พร้อมจะแย่งฉีกกระชากฉัน ถึงฉันจะหลุดเป็นอิสระแล้วในตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถหนีได้เพราะแรงก็ไม่มีจะเดินขาก็ลุกไม่ขึ้นก้าวขาไม่ออกกลัวเหลือเกินว่าถ้าฉันลุกวิ่งหนีตอนนี้ไอ้คนที่มันจะฆ่าฉันก่อนหน้านี้มันจะพุ่งเข้ามาฆ่าฉันอีกความหวาดกลัวจากคนที่เป็นฆาตกรแถมโรคจิตวิปริตอีกมันมีอิทธิพลมากจริงๆฉันเลือกที่จะอยู่นิ่งๆตัวสั่นภายใต้ไอ้โรคจิตนี่ยังดีกว่าไอ้คนสวมหน้ากากรูปยิ้มนั่นอีก 

"ฮ่าๆน่ากลัวจัง..งั้นเตรียมช่วยยัยนั่นให้รอดแล้วกัน!! ฮิ..ฮิ" สิ้นเสียงชายสวมหน้ากากรูปยิ้มนั้นตัวเขาเตรียมตัวเหมือนจะวิ่งตรงเข้ามาหาฉันไอ้โรคจิตเตะเทียนทั้งหมดที่ล้อมไว้รอบพวกเรากระเด็นไปคนละทางเสร็จไอ้โรคจิตยืนบังฉันไว้ทันที ทั้งสองตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับจระเข้ที่รอจะตะคลุบเหยื่อที่รออยู่เหนือน้ำนิ่งๆ 

ฆาตกรจะสู้กันเองเพื่อเเย่งตัวฉัน 

 

หวอ!....ปี๊ป่อ....ปี๊ป่อ.... 

 

เสียงไซเรนรถตำรวจ 

 

กึก! 

 

"หึ!ตัวปัญหาดันมาซะได้" 

"......." 

เสียงชะงักก้าวเท้าของชายสวมหน้ากากรูปยิ้มหยุดลงก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ามายังฉันกับไอ้โรคจิตเขาค่อยๆเก็บมีดนั่นกลับเข้าไปใต้ผ้าชุดคลุมนั้น 

"นึกว่าจะได้ดวลกับNO.1คนที่แข่งแกร่งที่สุดในกลุ่มซะแล้ว..ว๊าเสียดายจังแฮะ!" 

"หึ!" 

"เฮ้อ..ไว้เจอกันใหม่นะสาวน้อยเราต้องได้เจอกันอีกแน่..หึ..หึ" 

หึเรื่องของแกช่างน่าติดตาม ZERO-ONE ฉันจะคอยจับตาดูแก 

 

เพล้ง! 

 

ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มพูดจบพ่นลมหายใจดั่งคนเซ็งก่อนหลังจากนั้นไม่รอช้าวิ่งกระแทกพาตัวเองผ่านบานหน้าต่างหลังบ้านหายไปอย่างรวดเร็วฉันได้เพียงแค่มองตามไปอย่างสับสนอึ้งตกใจทิ้งปริศนาไว้เต็มสมองไปหมดหลังจากคนๆนั้นหายไปแล้วฉันมองยังคนที่ยังยืนนิ่งตรงหน้าฉันอยู่ 

"ผมต้องไปแล้วนะแม่นางฟ้าของผมไว้เราต้องเจอกันอีกแน่" ไอ้โรคจิตก้มตัวลงมาในท่าคุกเข่าข้างหนึ่งก่อนจะหยิบเอาแหวนสีเงินมีดอกกุหลาบเพชรประดับเจี่ยระไนสวยงามวงหนึ่งออกมาในกระเป๋ากางเกงหยิบมาสวมใส่*นิ้วนางขวามือฉัน ฉันมองตามไอ้โรคจิตอย่างมึนงงแหวนมันพอดีกับนิ้วฉันอย่างกับไปวัดไซส์มาเลย 

"ขอจ้องเธอไว้ก่อนนะแม่นางฟ้า" 

"อะ..อย่าเข้ามากะ..อื้อ!" ฉันไม่ทันได้พูดจบยังคงอ้ำอึ้งสับสนกับการปฏิบัติของไอ้โรคจิตพลางจะผลักมันออกเพราะมันโน้มหน้าที่ปิดกั้นด้วยผ้าสีดำนั่นเข้ามาก่อนจะจูบปิดกลืนคำพูดฉันไปหนึ่งทีก่อนลาจาก 

"ผมขอโทษนะแม่นางฟ้าแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"  

ไอ้โรคจิตถอดจูบจากฉันก่อนมันจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันสงสัยแต่ฉันก็ไม่ใส่ใจตอนนี้ต้องการหนีแล้วเสียงไซเรนรถตำรวจมาถึงที่นี่แล้วก่อนหน้านี้ที่จะเกิดเรื่องมินยองเขาคงจะโทรบอกพี่ฉีแน่ๆพอรู้ยังงี้ฉันรู้สึกดีใจที่ยังรอดพอปากเป็นอิสระฉันก็ตวาดว่าไอ้โรคจิตยกใหญ่ด้วยความกล้าๆกลัวทำท่าถอดเเหวนนั่นออกไม่ลดล่ะ 

"อึก...อย่าเข้ามาใกล้นะไอ้โรคจิตเอาแหวนสกปรกของแกออกจากนิ้วฉันไป!!" 

 

ฉึก! 

 

"อึก!แกเอาอะไรฉีดที่แขนฉัน.." ไอ้โรคจิตฉีดยาอะไรไม่รู้ใส่แขนฉันอย่างเร็วจนฉันต่อต้านไม่ทัน 

"แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเองเชื่อฉันลาก่อนไว้เจอกันใหม่จูอึน.." 

"อะ!ทำไหมเวียนหัวยังงี้.."  

เหมือนหัวฉันหมุนเคว้งไปรอบๆภาพตรงหน้าหมุนไปหมดคล้ายกับว่าฉันจะเป็นลมเเดดฉันเริ่มมองไอ้โรคจิตเริ่มไม่ชัดตาพล่ามัวตอนนี้ฉันเห็นมันวิ่งไปยังหน้าต่างบานเดิมแล้วกระโดดหนีหายไปในความมืดที่ไฟส่องไปไม่ถึงไปในทันทีปล่อยให้ฉันต่อสู้ต่อกับความมึนแถมรู้สึกหนักเปลือกตาเข้าเรื่อยๆเหมือนจะหลับให้ได้เดี๋ยวนี้ที่เกิดจากยาที่มันฉีดให้ฉันเมื่อครู่เดี๋ยวเดียวนี้ ฉันพยายามต่อสู้กับฤทธิ์ยาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆสลัดหัวไปมาพยายามยืนให้ทรงตัวแต่ก็ทำไม่ได้ฉันล้มฟุบลงจังหวะล้มทับข้อมือข้างขวาที่โดนหักพอดีฉันกัดฟันจนเกิดเสียงกรอดเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ความเจ็บปวดที่เริ่มซาหายไปในตอนแรกกลับมาหาฉันอีกรอบจนน้ำตาไหลหยดอีกครั้ง ข้างนอกฝนก็หยุดตกตอนไหนไม่รู้ 

"ฮึก!..บัดซบ!" 

หนาวจัง 

เหนื่อยเหลือเกินพี่จางมินยองจูอึนคงมาได้แค่นี้ 

. 

. 

"จูอึนมันเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงมีสภาพแบบนี้!?"  

นั่นใคร? เสียงผู้ชายทำไมคุ้นหูจัง? 

ฉันค่อยๆปรือตามองกับบุคคลด้านหน้าที่เขาประคองฉันไปไว้ในอ้อมแขนเขาพลางเขย่าตัวฉันไม่ลดละซึ่งฉันมองเขาเท่าไหร่ก็มองไม่ชัดเป็นเงาลางๆสติของฉันเริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆร่างกายเริ่มไม่เคลื่อนไหวเปลือกตาค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆสมองโล่งดั่งได้รับการพักผ่อน 

"อย่าพึ่งหลับนะตั้งสติไว้จูอึน!!" 

"คะ..คุณคือคะ..ใครค่ะ?" 

"สารวัตรวิลเลนค่ะที่นี่มีแต่ศพเต็มไปหมดเลยค่ะ!" 

"ที่นี่มีเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยครับสารวัตรวิลเลน!" 

"ช่วยพวกเราด้วย.." สิ้นคำพูดสุดท้ายของฉันภาพทุกอย่างก็ถูกความมืดและความหวาดกลัวกลืนกินไปหมดไม่รับรู้ถึงอะไรอีก 

"นี่พี่เองไงวิลเลนพี่มาช่วยเราแล้วทำใจดีๆไว้!" 

"พูดกับพี่สิจูอึน จูอึน!!" 

 

[ จบบทบรรยายจูอึน ] 

 

"จับมือพี่ไว้ฮีจินห้ามปล่อยมือเข้าใจไหม!!อึก!"  

"ไม่ไหวหรอกพี่จูอึนปล่อยมือหนูซะเถอะค่ะเราจะตายทั้งสองคนนะ.." 

"พูดอะไรของเธอ!ไม่!..ไม่!พี่ไม่ยอมหรอกเขาต้องรอดสิต้องเชื่อใจพี่เข้าใจไหม!!" 

"ฮึก!ฮือ..ปล่อยมือหนูตอนนี้ซะเถอะพี่จะไม่มีแรงเหลือปีนช่วยตัวเองนะคะ!!" 

"หุบปากนะฮีจินพี่บอกให้หยุดพูดคำนั้นออกมา!!!ฮึก!" 

"ฮีจินนะ..น้องทำอะไรจับมือไว้สิอย่านะ!!" 

"ฮึก..หนูโชคดีนะคะที่มีพี่สาวที่ดีประเสิฐอย่างพี่หนูขอบคุณจริงๆ" 

"ม่ายยยยยย!!ฮีจิน!!อย่า!!" 

"ไว้โอกาสหน้าหนูต้องได้เกิดมาเจอพี่แน่ค่ะลาก่อน..พี่จูอึน" 

. 

. 

"ฮึก!!ม่ายยยยยยยยยย!!ฮีจิน!!!กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!" 

. 

. 

. 

"เฮือก!!กรี๊ดดดดดด!!ไม่!ฮีจินอย่า!!" 

"อื้ม...ตื่นแล้วหรอจูอึน..เดี๋ยวจูอึนอย่าทำแบบนี้!" 

"ใจเย็นๆนะจูอึนไม่มีใครทำอันตรายเธอแล้วที่นี่ปลอดภัยสงบสติก่อนนะ" วินเลนเห็นจูอึนสะดุ้งดีดตัวเองขึ้นจากเตียงผู้ป่วยอย่างแรงมือข้างที่ไม่หักขยุ้มดึงที่ผมไม่ปล่อยด้วยอาการกรีดร้องพึมพำวิตกกังวลเขางัวเงียกำลังตื่นต้องตาเหลือกขึ้นกับภาพตรงหน้าสาวน้อยกำลังทำร้ายตัวเองรีบลุกจากโซฟาถลาเข้าไปคว้าจับมือเธอไว้แล้วปลอบน้ำเสียงที่อ่อนโยนด้วยสีหน้าตกใจ 

"ฮึก!!ไม่จริงใช่ไหมค่ะ!!หนูทำอะไรลงไป!!ถ้าหนูยึดมือฮีจินให้แน่นกว่านี้เธอคงต้องไม่ตายไม่จริงไม่จริง!!!" จูอึนเธอพึมพำตวาดเสียงดังออกมาอย่างกับคนเสียสติเธอในตอนนี้ควบคุมตัวเองไม่ได้ความทรงจำต่างๆของเธอมันไหลมารวมตีกันอย่างกับตอกไข่ใส่ชามแล้วตีรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันเธอทั้งกลัวสับสนวิตกกังวลจิตตกไปหมดทั้งๆที่ในใจเธอรู้ดีว่าเธอกำลังพูดถึงอะไรแต่สมองร่างกายมันควบคุมไม่ได้ปวดหัวอย่างกับมันจะระเบิดเหมือนเธอเป็นบ้าในตอนนี้จูอึนปัดมือวิลเลนออกพยายามจับแกะกระชากสายเครื่องมือวัดชีพจรหัวใจน้ำเกลือออก 

"ฮึก...ฮือ..ทุกอย่างมันเป็นความผิดหนู!!" 

"นี่ใจเย็นไว้จูอึนเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วทุกอย่างไม่ใช่ความผิดเธอหยุดได้แล้วจูอึนพี่ขอล่ะ!" วิลเลนรู้สึกตัวเองเริ่มทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะทำยังไงให้เธอหายสติแตกเธอคงเครียดจิตตกกับเหตุการณ์ร้ายนั้นที่มันเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนหน้านี้แน่เป็นผลให้กระทบเกระเทือนกับความทรงจำเก่าของเธอที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันเขาตัดสินใจโอบกอดที่หัวเธอไว้พลางจับมือข้างที่ดึงผมตัวเองไว้ด้วย 

"พี่อยู่นี่แล้วใจเย็นนะจูอึนทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้วเธอต้องสู้กับมันลืมเรื่องร้ายๆนั้นไปก่อนนะจูอึนใจเย็นๆพี่เข้าใจเธอทุกอย่างอย่าทำร้ายตัวเองเลยนะ" 

"ฮึก..ฮือๆพี่ขอโทษฮีจินพี่ไม่ได้ตั้งใจ..." จูอึนเธอเริ่มนิ่งไม่ขยับเขยือนเหมือนก่อนหน้านี้ในอ้อมกอดของวิลเลนปล่อยตัวเองร้องไห้โฮพลางพำพึมพูดแต่คำเดิมซ้ำไปซ้ำมา 

"ร้องออกมาอย่าเก็บไว้ความเจ็บปวดทั้งหมดที่มีอยู่พี่จะรับฟังมันและปกป้องเธอเองจูอึน" วิลเลนปล่อยมือข้างที่จับมือของจูอึนไว้ขึ้นลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาปลอบประโยนจูอึนที่เธอในตอนนี้สภาพจิตใจปลอบช้ำอ่อนแออิดโรยขวัญเสียเหลือเกินซึ่งความอบอุ่นที่อ่อนโยนห่วงใยที่มีของเขาต่อจูอึนในตอนนี้คงส่งผ่านถึงเธอเธอถึงไม่คลุ้มคลั่งเหมือนตอนแรกสงบสติลง วิลเลนเขารู้สึกอยากจะเจ็บปวดแทนเธอเหลือเกินในตอนนี้ 

. 

. 

"จูอึน!ทำไมเธอถึงทำอย่างนั้น!!ไม่!!เฮือก!!" จางซอกกระสับกระส่ายไปมาพึมพำเอ่ยถึงน้องสาวของเขาเหงื่อแตกไหลท่วมตัวกับใบหน้าหล่อชุ่มเปียกโชกในชุดผู้ป่วยสะดุ้งลุกขึ้นจากเตียงด้วยสีหน้าราวกับว่าเขากำลังฝันร้ายสุดตัว 

"ฝันบ้านั่นอีกแล้ว!เฮ้อ!" จางซอกถอดหายใจเฮือกใหญ่ค่อยๆใช้ฝามือทั้งสองข้างมาปิดที่หน้าเขา 

"แล้วนี่เราอยู่ที่ห้องผู้ป่วยได้ยังไง"  

จางซอกเลิกสนใจกับพี่ที่เขาพูดก่อนหน้านั้นมองสำรวจไปรอบๆห้องตัวเขาที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยสีขาวสพอาดตาระดับVIPเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่มันพรั่งพรูภายในความคิด เขาในตอนนั้นยังเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายอยู่เลยแล้วตอนนี้เขากลับมาฟื้นอีกทีในห้องผู้ป่วยพิเศษนี้แล้วแถมรู้สึกมึนหัวไม่หายความทรงจำก็หลงๆลืมๆในบางสถานการณ์ที่เขาพึ่งจะผ่านมันมาแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาจำมันได้ไม่มีวันลืมเด็ดขาดเลยคือ 

"ใช่!!จูอึน!เธออยู่ไหนน้องปลอยภัยใช่ไหม!!" จางซอกแหกปากร้องเสียงดังขึ้นมาทันทีเมื่อเขาครุ่นคิดขึ้นได้เขาเกือบจะลืมไปเลยว่าน้องสาวของเขาโดนไอ้สาระเลวนั่นทรมานเธอปานนี้จูอึนน้องสาวที่รักห่วงแหนจะเป็นยังไงบ้างจูอึนคงยังไม่ตายใช่ไหมจางซอกรีบดึงกระชากสายน้ำเกลือเเละสายวัดชีพจรออกจนเลือดซึมออกมาหย่อนขาลงจากเตียงทันทีเดินสาวเท้าไปเปิดประตูห้องอย่างกับไม่ใส่ใจว่ามันจะเจ็บเลยสักนิดในใจเขาตอนนี้ร้อนดั่งไฟเเผดเผาความกลัววิตกกังวลถาโถมดั่งคลื่นสึนามิก็ไม่ปาน จางซอกเป็นห่วงจูอึนมากในตอนนี้ เขาขอสาบานเลยว่าถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาจะตามจ้องล้างจองผานไอ้ฆาตกรโรคจิตนั่นเขาจะฆ่ามันด้วยน้ำมือเขาเองให้สาสมแก่ใจในไฟแค้น 

 

ครืด! 

 

"อ้าวตื่นแล้วหรอค่ะคุณจางซอกพอดีดิฉันจะเอายาแก้ปวดหัวมาให้ทานก่อนนะคะพอดีคนไข้ตื่นพอดีเลย" นางพยาบาลสาวหน้าตาสวยเธอน่าจะเป็นคนจีนยืนขว้างหน้าประตูห้องที่จางซอกเปิดออกไปพบเจอพอดีส่งยิ้มหวานให้จางซอกในมือถือถาดยากับใบประวัติผู้ป่วย 

 

พรึ่บ! 

 

"น้องสาวผมอยู่ที่ไหน!?บอกมาคุณพยาบาลรู้ไหมครับ!!" 

"ฮ่า..เดี๋ยวก่อนนะคะคุณจางซอกทำใจเย็นๆไว้ก่อนนะคะ.." 

"ตอบมาเธออยู่ไหน!!ผมถามคุณอยู่นะ!!" 

"อะ..เอ่อค่ะๆคุณจูอึนอยู่ห้องที่3ถัดไปกับคนไข้นี่คะ..ค่ะทางซ้ายมือ.." 

จางซอกจับที่ลำแขนทั้งสองข้างของนางพยาบาลสาวเขย่าแรงๆถามเธอด้วยน้ำเสียงดุดันดูวิตกจนทำให้นางพยาบาลสาวตกใจที่อยู่ๆเขาก็ทำกิริยาอุกอาจกับเธอจนเธอเริ่มรู้สึกหวาดกลัวคนด้านหน้าตอบเขาด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักจางซอกได้ยินคำตอบจากผู้หญิงคนด้านหน้าเขาปล่อยมือออกจากเธอรีบเดินหลบตัวเธอไปมุ่งหน้าไปยังห้องข้างๆทางซ้ายมือตามที่เธอบอกก่อนที่จางซอกจะเดินห่างจากเธอไปมากนางพยาบาลสาวรีบคว้าท่อนแขนของจางซอกไว้ก่อน 

"เดี๋ยวสิค่ะคุณจางซอกร่างกายคุณยังไม่ฟื้นตัวดีนะคะไปพักก่อนเถอะค่ะรอคุณหมอมาตรวจก่อนนะคะน้องสาวของคุณเธอปลอดภัยดี" นางพยาบาลสาวพูดรัวและเร็วด้วยสีหน้าที่ตกใจที่คนไข้ที่เธอดูแลลุกขึ้นจากเตียงดึงสายโยงออกจนหมดจนเลือดซึมออกมาตามแขนกำลังดันทุรังไปหาน้องสาวของเขาทั้งๆที่อาการเขายังไม่ดีขึ้นดั่งที่เธอว่า 

"ผมไม่ได้เป็นอะไรสบายดี! ปล่อย!ผมจะไปหาจูอึน!" จางซอกตวาดเสียงดังหันไปมองยังหล่อนด้วยสีหน้าเย็นชาสะบัดมืออกจากการเกาะกุมของนางพยาบาลสาวจนเธอเซถลาไปตามแรงเหวี่ยงรีบมุ่งหน้าไปยังห้องทางด้านซ้ายมือที่อยู่ห่างกับห้องเขาไม่มากนักเดินห้าก้าวก็ถึง 

"เดี๋ยวสิค่ะ!คุณจางซอก!หยุดก่อน!แย่จริง!" 

"ขอกำลังเสริมด้วยค่ะคนไข้ชื่อจางซอกเป็นสารวัตรตำรวจพึ่งฟื้นจากยาสลบแล้วควบคุมอารมณ์สติไม่ได้รู้สึกจะวิตกกังวลมากเกินไปขอให้มาช่วยด่วน!" 

. 

. 

“ให้ตายสิ!! ไอ้เxี้ย ZERO-ONE!!! ไอ้คนทรยศอีกแค่นิดเดียวแท้ๆ!!” 

“เหอะ!ผมบอกท่านพ่อแล้วไงว่าสักวันมันต้องไม่เชื่อฟังท่านน่ะบอกให้กำจัดมันทิ้งแต่ตอนแรกๆก็ไม่เชื่อเลี้ยงงูเห่าไว้ใกล้ตัวชัดๆ!” 

 ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มสถบคำหยาบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดลากชายหนุ่มคนหนึ่งติดมือเขามาด้วยเลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาวเดินเข้ามายังสถานที่ ที่ไหนสักแห่งในโซลเมืองหลวงของเกาหลีภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่บรรยากาศมืดอึมครึมมีเพียงแสงสลัวจากเทียนไขนับหลายเล่มที่หน้าชายวัยสูงคนลึกลับในชุดนักบวชคาทอลิกเหมือนชายสวมหน้ากากรูปยิ้มแต่ชุดเป็นสีขาวมีลายคาดทองประดับตามชายผ้าในชุดมีผ้าคลุมปิดศีรษะไว้จนมิดยาวครอบมาถึงใบหน้าเขาไว้ครึ่งหนึ่งชายดังกล่าวกำลังนั่งคุกเขาเปิดอ่านหนังสือเล่มใหญ่เนื้อหาในหนังสือคือเรื่องคำสั่งสอนของพระเจ้าซึ่งนำทางให้แก่มนุษย์ 

“งั้นหรอภารกิจล้มเหลวสินะ” ชายสูงวัยผ้าคลุมหน้าที่ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มเรียกเขาว่าท่านพ่อเอ่ยตอบเสียงเรียบเขายังคงเปิดหนังสือเล่มนั้นอ่านต่อท่ามกลางแสงเทียนไม่มีท่าทีจะเดือดร้อนกับคำพูดของชายดั่งกล่าวเลย 

“เฮ้อ...ท่านพ่อก็รู้อยู่แก่ใจละนะจะลอบฆ่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดฉันเป็นถึงNO.2ในนี้ยังทำอะไรมันไม่ได้เลยกับไอ้ปีศาจนั่น” 

โดนแทงมือทะลุขนาดนั้นยังไม่รู้สึกเจ็บเลยแถมยังมีแรงเหลืออีกเยอะ 

 ชายสวมหน้ากากรูปยิ้มถอดหายใจเฮือกใหญ่ลากชายหนุ่มที่หมดสติยกขึ้นแบกแล้ววางบุคคลนั้นใส่เก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถงนี้จัดการมัดด้วยลวดเหล็กขึงติดกับเก้าอี้จนแน่นสนิทที่บริเวณขาชายหนุ่มหักจนกระดูกข้อต่อขาโผล่แทงทะลุเนื้อสดบิดงอเสียรูปทรงจากเดิมจนน่าสยดสยองมีเลือดไหลตามออกมาไม่หยุดทั้งสองข้างจนนองท่วมบริเวณนี้ 

“สรุปแล้วผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตายสินะ” 

“ครับผมพลาดดันเชื่อใจไอ้เลวนั่นเกินไปจนคาดไม่ถึงว่ามันจะยอมเจ็บตัวแทนอีหญิงชั่วนั่นจนกระทั่งมันทรยศเรา..” 

“หึ..น่าสนใจเสียจริงลูกชายของข้ารักนางเเพศยานั่นจนถอนตัวไม่ได้แล้วเสียโอ้พระผู้เป็นเจ้าทำไมท่านต้องทำให้เขาหลงทางเสียอีกนะท่านมีบททดสอบอะไรอีกกับลูกชายของข้างั้นเหรอ” 

“ท่านทำไมถึงต้องไปอาลัยอาวอนถึงไอ้คนทรยศนั่นด้วย! และนางเเพศยานั่นถ้าท่านพ่อให้ผมฆ่ามันเป็นคนแรกตั้งแต่ตอนนั้นเรื่องคงไม่บานปลายจนมาถึงทุกวันนี้” 

".........." 

“แหม่ๆก็เพราะแก่มันไม่ได้เรื่องไง ZERO-TWO อย่ามาโทษท่านพ่อเลยเป็นถึงหมายเลขสองมือซ้ายคนที่ท่านไว้ใจที่สุดคนหนึ่งไม่ต่างอะไรกับ ZERO-ONE กลับทำงานล้มเหลวไม่พอยังจะมือเปล่ากลับมาอีกฝีมือนี่ตกหล่นไปเยอะเลยนะกระจอกชิบหาย!”  

เสียงอีกบุคคลปริศนาดังแทรกบทสนทนาของทั้งสองขึ้นภายใต้ความมืดในบริเวณนี้ค่อยๆเดินออกมาจากความมืดน้ำเสียงที่ดูเยาะเย้ยชายดังกล่าวน้ำเสียงที่แสนจะกวนประสาทของบุคคลที่สามไร้มารยาทสอดแทรกขึ้นซีโร่ทูเขารู้สึกเอื้อมระอาสุดๆไม่อยากจะตอบโต้อะไรกับบุคคลที่กล่าวถึงเขาแต่ก็อดไม่ได้อยู่ดีเขาเป็นถึงคนที่เก่งรองจากซีโร่วันมีหรือที่เขาจะยอมถูกดูถูกด้วยคำพูดแบบนั้น 

“โฮ้..งั้นหรอกเหรอ?ฝีมืออย่างแกยังต่างกับฉันมากอะนะ ZERO-five เด็กเหลือขอมีปัญหาอย่างแกมีน้ำยาจะฆ่า ZERO-ONE อย่างงั้นเรอะ หึ..หึ อยากจะหัวเราะให้ฝันหลุดไปหัดเจียมกระลาหัวแกซะบ้างนะอ้ออีกอย่างไปหัดเรื่องไร้ความรู้สึกเจ็บปวดมาได้ซะก่อนเถอะถึงจะมาปากดีได้ในตอนนี้นะไอ้เด็กเวร!” 

“และฉันก็ไม่ได้มือเปล่ากลับมาเห็นไหมมีแมลงสาบตัวใหญ่ตามสะกดรอยฉันมาแหกตาดูซะนะจะได้หายโง่!?”   

ซีโร่ทูหันไปตอบยังเสียงดังกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนภายใต้หน้ากากเขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับคำพูดคนดังกล่าวกลายเป็นว่าเขาพูดเหน็บแนมคนดั่งกล่าวด้วยซ้ำแถมตัวเขาไม่ได้กลับมามือเปล่าดั่งเสียงปริศนานั่นต่อว่าเขามีคนสะกดรอยตามเขามา เขาไหวตัวรู้ทันเสียก่อนเลยจับหักแข้งหักขามันติดมือมาด้วยซะหน่อยก่อนที่จะฆ่ามันต้องซักไซร้เสียก่อน บุคคลที่สามโดนคำตอบที่แสนจะตอกย้ำแทงใจดำตัวเขาเกินไปเขาถึงกับนึกเเค้นขึ้นมาในใจหมั่นไส้ไอ้คนสวมหน้ากากรูปยิ้มขบเคี้ยวฟันเข้าหากันเพื่อระบายความโกรธแต่ตัวเขาก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่ร้อนตัวดูปกติที่สุดในคำพูดเชือดเชือนนั่นดำเนินเรื่องของเขาต่อไป 

อึก!กรอด!ไอ้ระยำนี่อย่าเหลิงได้ใจไปหน่อยเลยแค่ตัวเองเก่งแต่ไม่ได้แปลว่าฉลาดเกินกู! 

“แหม่..ฮ่าๆงั้นหรอผมอาจจะไม่สู้คุณได้ก็จริงนะมันต้องใช้สมองคิดแผนการน่ะสิไม่ใช่โผงผางเข้าไปฆ่าแบบนั้นผมล่ะไม่อยากจะพล่ามสอนคุณหรอกน๊า..อ้อและอีกอย่างให้ผมช่วยให้ฟันคุณหลุดจริงๆไหมล่ะครับ ZERO-TWO ฮิ..ฮิ”  บุคคลที่ถูกเรียกว่า ZERO-FIVEเขาเดินมาหยุดตรงหลังซีโร่ทูพลางกอดอกมองคนด้านหน้าเขาที่กำลังมัดชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้อยู่ใบหน้าของเขาสวมปิดปังหน้าที่แท้จริงไว้คือหน้ากากรูปร้องไห้สีแดงชุดที่เขาใส่ก็เช่นเดียวกับซีโร่ทูเขาหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจกับคำพูดที่เขาพูดออกไปอย่างนึกสนุก 

รำคาญ 

“หึ..หึแกเคยตายไหมล่ะ ZERO-five?!ถ้าไม่อยากตายหยุดกวนประสาท...” 

“อุ๊ยตาย!แค่คำพูดแค่นี้ทำเป็นจะฆ่าจะแกงกันแค่หยอกล้อเล่นหน่อยแค่นี้เอง” 

“หุบปาก...อย่าหาว่ากูไม่เตือน” 

“เฮ้..ไม่เอาน่าที่รักคุณก็ไม่ควรต่อว่า ZERO-TWO แรงไปนะคะงานมันพลาดไปแล้วก็เถอะปล่อยเขาไปเถอะอย่าไปซ้ำเติมเลยนะคะ” เสียงหวานใสบุคคลปริศนาอีกคนดังแทรกขึ้นท่ามกลางชายทั้งสองหญิงสาวสวมหน้ากากรูปร้องไห้สีชมพูสวมชุดนักบวชแม่ชีสีดำตัวเธอมองดูทั้งสองคนพูดคุยกันตอนแรกก็ดูปกติดีสักพักเหมือนการพูดคุยครั้งนี้จะลุกลามเป็นทะเลาะกันเสียเองเพราะแฟนตัวดีเธอมักจะเริ่มเองเสมอจนเธออดจะไปห้ามศึกครั้งนี้ไม่ได้อยู่องค์กรเดียวกันดันมากัดกันเองทุกทีเดินเข้าไปคล้องแขนกับ ZERO-five เอียงหัวสบเข้าที่หัวไหล่ 

“แค่ลูกแกะตัวเดียวดันฆ่าไม่ได้นี่สิที่รักมันน่าหงุดหงิดแทนท่านพ่อนิ!”  

“แล้วเธอมาแส้อะไรด้วยล่ะ ZERO-four อย่ามาเสแสร้งตอแหลตัวเธอมันก็ไม่ต่างอะไรกับผัวเธอหรอกอยากจะเหยียบย้ำฉันให้ล่มจมจนตัวสั่นขนาดไหนและมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธออย่าเสนอหน้าตัวเองเข้ามาเสือกอย่าหาว่าฉันไม่เตือน..”  

"และฉันไม่ชอบให้คนอย่างพวกแกสองคนมาสงสารฉันหรอกนะห่วงและเอาตัวเองให้รอดก่อนซะนะ หึ..หึ" 

ปากดีนักนะแกไอ้เxี้ยนี่! 

หญิงสาวนาม ZERO-four กัดฟันเข้าหากันอย่างชิงชังสุดหัวใจเนื้อตัวเธอเริ่มสั่น ใช่ตัวเธอก็แค่หวังดีในแบบจอมปลอมแบบที่ซีโร่ทูพูดไปนั่นแหละทั้งที่ในใจเธออยากจะฉีกกระชากหน้าหล่อๆของชายภายใต้หน้ากากรูปยิ้มนั้นให้ติดคามือเธอมาขนาดไหน ตัวเธอเข้าข้างแฟนของเธออยู่แล้วและทั้งสองก็ไม่ชอบซีโร่ทูขนาดไหนเข้าขั้นเกลียดเข้าไส้อยากฆ่าให้ตายรู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะซีโร่ทูเเข็งเเกร่งเกินไปที่เธอกับที่รักจะต่อกรได้มีหวังเธอกับที่รักได้ตายเป็นศพทดลองให้ไอ้โรคจิตวิปริตนี่เสียเองถ้าพลีพลามลงมือต้องคอยๆวางแผนให้รัดกุมลอบตลบหลังเอาเล่นหาจุดอ่อนของคนดังกล่าวถึงจะชนะได้เพราะซีโร่ทูไม่ได้มีแค่เก่งเรื่องการต่อสู้ทั้งความคิดของเขาเข้าขั้นฉลาดเป็นกรดไหวพริบดั่งสุนัขจิ้งจอก จนเธอต้องคอยตอแหลหน้าตายเล่นไปตามบททำเป็นคอยห้ามที่รักของเธอ 

ชนะด้วยกำลังคงไม่ได้ต้องใช้แผนจุดอ่อนของมันเล่นงานตัวเอง 

“เอ๋..แค่มาช่วยห้ามไม่ให้ทะเลาะกันเองดันโดนด่าซะได้เชอะ!”  

อดทนไว้อีกไม่นาน 

“เฮ้ย!แกกล้ามาว่าแฟนกูงั้นหรอคิดว่าตัวเองอยู่อันดับสูงแล้วจะกล้าข่มเราสองคนนะ!”  

 

แกร๊ก! 

 

ซีโร่ไฟว์ตวาดเสียงดังลั่นที่ซีโร่ทูกล้าด่าที่รักของเขาเขารับรู้ได้ว่าเธอกำลังเจ็บใจโกรธจนตัวสั่นจนเขาพาลจะรู้สึกอารมณ์หงุดหงิดโกรธไปด้วยกับเธอไม่ได้ควักปืนพกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมยื่นจ่อหัวซีโร่ทูระยะเผาขนง้างไกปืนไว้รอยิงระเบิดสมองเขาได้ทุกเมื่อ 

“ก็เอาสิ!..ไอ้เด็กเหลือขออย่างแกมันจะเร็วกว่าฉันขนาดไหนยิงให้มันโดนแล้วกัน คิก..คิก”  

“หน็อย!อย่ามาท้ากูนะ!!กรอด!” 

ซีโร่ทูกลับไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อยกับการกระทำขู่เข็ญของคนที่ยืนจ่อปืนตรงหัวเขาอยู่เขากลับท้าทายมันเสียเองรอยยิ้มภายใต้หน้ากากเผยยิ้มออกมาอย่างคนวิกลจริตถูกอกถูกใจกับแววตาที่ลุ้นกับการกระทำของคนดังกล่าวว่าจะทำได้ตามที่เขาว่าไหมเขาเปลี่ยนจากตำแหน่งที่ปืนจ่อหัวเขาไว้อยู่เปลี่ยนทิศทางปากกระบอกปืนนั้นมาจ่อที่หน้าผากเขาแทนที่มีหน้ากากคั้นไว้ 

“เอาเลยสิ!!ยิงสิ! คิก...คิก” 

“อึก!แกมันไอ้โรคจิต!” 

มันโรคจิตบ้าบิ่นเกินที่คิดไว้อีกก็สมแล้วนะที่เป็นคู่ปรับ ZERO-ONE 

 ซีโร่ไฟว์ถึงเขาจะเป็นพวกโรคจิตวิปริตฆ่าคนมาแล้วกี่ครั้งขนาดไหนแต่ก็ยังบ้าไม่เท่าไอ้คนด้านหน้าเขาที่มันโรคจิตขั้นไม่กลัวตายขนาดนี้มีแถมท้าให้เขายิงมันด้วยซ้ำจนเขาถึงกับมือสั่นเล็กน้อยกลายเป็นว่าเขากดดันเสียเองเหมือนคนด้านหน้าเป็นอสรพิษสายตาที่ดูหน้ากลัวแฝงไปด้วยความเลือดเย็นอำมหิตกำลังจ้องมองที่เหยื่อซึ่งเขาคือเหยื่อตัวนั้นตัวเขายังรู้สึกกลัวความตายกับความเจ็บปวดอยู่เลยชอบทรมานคนอื่นให้เจ็บปวดมากกว่าที่ตัวเองจะเจ็บปวด 

“หึ....หึ...ไม่ต้องชมหรอกฉันรู้ตัวเองดีมือไม้มันสั่นเลยหรอทำไมไม่ยิงล่ะหื้ม?อย่าเก่งแต่ปากสิการกระทำของแกมันต้องมาด้วย คิก..คิก” 

แค่นี้แกยังไม่กล้ายิงนับประสาอะไรจะไปจัดการZERO-ONEกันไอ้สวะ 

“อึก!หุบปากตายซะแก!!” น้ำเสียงที่เยาะเย้ยของซีโร่ทูทำให้ซีโร่ฟลายเดือดดาลเขาไม่รอช้าง้างไกปืนทันที 

 

ปึง! 

 

“หยุด!ทะเลาะกันได้แล้วถ้าเกิดเรื่องแค่นี้พวกแกยังทะเลาะกันแล้วเเผนการของข้าใครมันจะมาเติมเต็มให้สำเร็จกัน!!หมาป่าในคอกเดียวกันดันมากัดกันเองพวกแกนี่มันหน้าโง่ซะจริงสมองหัดคิดซะบ้างนะ!!”  

บุคคลที่ถูกเรียกว่าท่านพ่อตวาดเสียงดังกังวาลอย่างเหลืออดเขาทนฟังทั้งสองทะเลาะกันไม่ไหวเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันต้องบานปลายกันถึงขนาดจะฆ่ากันเองเพราะคำพูดที่ดูถูกกันเองของเหล่าลูกๆของเขาเสียงปิดหนังสือเล่มใหญ่ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงนี้หยุดทุกการกระทำลงสนใจมองมายังชายสูงวัยผ้าคลุมหน้าใช่แล้วล่ะที่นี่ไม่ได้มีแค่สี่คนแต่มีมากกว่านั้นที่แฝงตัวอยู่ภายใต้มุมมืดของที่นี่จ้องมองดูการกระทำทุกอย่างเงียบๆ ทั้งสองผละออกจากกันทันทีซีโร่ไฟว์ลดปืนลงเก็บปืนเข้าใต้ผ้าคลุมทันทีอย่างหัวเสียพลางเตะอากาศไปหนึ่งทีเพื่อระบายความโมโหที่มันสุมอก 

“ชิ!ฝากไว้ก่อนเถอะแก!ถ้าท่านพ่อไม่ห้ามแกตายไปแล้ว!ซีโร่ทู!” 

“หึ..หึ..งั้นเหรอช่างน่าเสียดายมันก็ข้ออ้างของคนใจเสาะอย่างแกอะนะอย่าเรียกตัวเองว่าฆาตกรเลือดเย็นเลยถ้าแกยังลังเลที่จะเหนี่ยวไกปืน คิก..คิก” 

“ไอ้ชาติชั่วนี่!!” 

“เฮ้อ..นึกว่าท่านพ่อจะไม่ห้ามซะอีก”  

“หยุดได้แล้วทั้งสองเรื่องมันผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปมาเริ่มเข้าเรื่องหลักของวันนี้กันที่พ่อเรียกพวกเจ้ามาประชุม ZERO-TWO(02),ZERO-three(03),ZERO-four(04),ZERO-five(05),ZERO-six(06),ZERO-seven(07),ZERO-eight(08),ZERO-nine(09),ZERO-ten(010),ZERO-eleven(011)และZERO-twelve(012)” ทุกคนตามที่เอ่ยนามของชายวัยสูงคนค่อยๆถยอยกันเดินออกมาจากความมืดที่ตัวเองแอบแฝงตัวอยู่ยืนล้อมเป็นวงกลมให้ชายวัยสูงคนยืนเด่นตรงกลางวงกล่าววาจาสัตย์น้ำเสียงที่หนักแน่นกังวาลไปทั่วบริเวณนี้ที่มีเพียงแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ควบคุมทุกคนเงียบดั่งคนเป็นใบ้ 

"ถึงครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมดั่งเฉกเช่นแต่ก่อนที่องค์กรเรายังเหนียวแน่นสามัคคีกันทำภารกิจที่พระผู้เป็นเจ้าเบื้องบนสั่งสาวกอย่างพวกเรามาอีกทีให้กำจัดคนบาปที่มันซ่อนตัวเองภายใต้คราบพวกใจบุญเนื้อตัวบริสุทธิ์ที่แสนจอมปลอมนั่นให้หมดไปซึ่งสาวกอย่างพวกเราก็ทำมันได้สำเร็จในทุกทีแต่มาในวันนี้ทุกอย่างกลับดำดิ่งสู่ความมืดจากที่เราพบเจอแต่แสงสว่างจากผู้เป็นเจ้ามันเปลี่ยนไปเพราะมีคนทรยศฝ่าฝืนกฎปฏิบัติของพวกเราซึ่งพวกเจ้ารู้ดีกัน" 

"*จูดาส คือ ZERO-ONE มันผู้นี้ได้ฝ่าฝืนกฎของพวกเราไม่ยอมกำจัดนังผู้หญิงชั่วช้าคนนั้นที่พระเจ้าได้ประสงค์ให้นางต้องตายข้าก็ดันไว้ใจให้ลูกที่ข้ารักไม่ต่างกับบุตรตัวเองในสายเลือดลงมือปลิดชีพนางซะคงจะสบายใจข้าแต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ข้าคาดหวังตัวเขากลับหลงเสน่ห์ในความโสมมของนางแพศยานั่นไม่ยอมฆ่านางแม่มดนั่นกลับเถิดทูนนางเสียเองข้ารู้สึกเสียใจในการกระทำของลูกคนโตข้าเหลือเกินจนข้าไม่อาจจะทนอยู่เฉยได้จนต้องให้ซีโร่ทูไปสานความหวังของข้าต่อ!!" 

"แต่ภารกิจในครั้งนี้ก็ดันล้มเหลวซะไม่เป็นท่า.."  

"อึก!...." 

ชายวัยสูงคนผ้าคลุมหน้าหันไปมองยังซีโร่ทูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความผิดหวังซีโร่ทูได้แต่ไม่กล้าสบสายตาคู่นั้นหลบหน้าเขาใช่ตัวเขามันเป็นข้อผิดพลาดในครั้งนี้งานที่ท่านพ่อของเขาคาดหวังไว้สูงมากเขาซึ่งในฝีมือเขาก็ทำมันได้ง่ายแต่เขากลับทำไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะมีสุนัขหวงเนื้อมาขว้างทางเขา 

"ข้ารู้ว่าเจ้าพลาดมันไปแล้วไม่เป็นไรข้าให้อภัยเจ้าลูกชายของข้า และนับแต่ต่อไปนี้ZERO-ONEได้ถูกถอดถอนออกจากสาวกเราเป็นทางการมันผู้นี่คือจูดาสอย่างแท้จริงถ้าพวกเจ้าใครสามารถฆ่ามันได้ก่อนข้าจะรับเจ้าเป็นบุตรคนโตต่อพระผู้เป็นเจ้าแต่ข้าว่าข้าให้โจทย์พวกเจ้ายากไปข้ามีโจทย์ทางเลือกอีกให้พวกเจ้าลูกๆของข้าที่ผู้เป็นเจ้าต้องการประสงค์ให้ชำระล้าง" ชายสูงวัยคนพูดเว้นท้ายประโยคไว้สร้างเเรงกระตุนต่อมความอยากรู้ของบรรดาสาวกในที่นี้ทันทีที่เขามีภารกิจใหม่อีกเรื่องเป็นคำสั่งจากผู้เป็นเจ้าให้พวกคลั่งในตัวพระเจ้าพวกเขาทำ 

"แล้วมันคือโจทย์อะไรล่ะค่ะท่านพ่อ หึๆ" 

"ผมล่ะชักอยากสนใจแล้วซะสิจะให้ไปฆ่าพวกสาระเลวที่ไหนก็ว่ามาเลยท่านพ่อ คิก..คิก" 

"ท่านมีคำสั่งอะไรข้าพร้อมรับใช้ท่านพ่อ" 

"........" 

"ทำยังไงก็ได้ทุกวิถีทางของพวกเจ้าที่มีต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนภายใต้นาม ZERO-ONE ซะให้มันได้รับบาปทั้งหมดที่ตัวมันก่อให้มันต้องชดใช้กรรมซึ่งเรื่องนั่นข้าไม่นับว่ามันคือคำสั่งของพระเจ้าอีกต่อไปที่มันคอยทำให้พวกเราซึ่งถือว่ามันถูกซาตานนาง*แม่มดนั่นชักนำให้เสียจากข้าไปแล้วจงจำกัดมันซะก่อนที่มันจะเป็นภัยแก่เราถ้าจะให้พวกเจ้าบรรดาลูกที่เหลืออยู่ของข้าไปเสียแรงฆ่าคงจะไม่ได้การพวกเจ้าก็รู้ศักยภาพของซีโร่วันอยู่แก่ใจว่าคงไม่สำเร็จแน่หรือเจ้าสนใจข้อแรกที่ข้ากล่าวไว้แล้วก็ย่อมได้ล้วนเป็นประโยชน์แก่องค์กรของพวกเราและอีกอย่างตามฆ่านังแม่มดนั่นให้ได้เช่นเดียวกันข้าไม่อาจทนเห็นมันมีชีวิตต่อไปได้พวกเจ้าเข้าใจใช่ไหมสาวกเอ่ยไปสานต่อให้สำเร็จเสียล่ะ" 

"หึ..หึท่านพ่อนี่ยังคงสร้างความประหลาดใจให้พวกข้าได้เสมอเลยนะสมแล้วที่ท่านคือเซโร่(ZERO)นักเสนอทางออกให้พวกเราได้เสมอ" 

"ช่ายแล้วZERO-tenเจ้าพูดถูก คิก..คิก" 

"ฮ่าๆช่างเป็นบทเริ่มต้นที่น่าสนใจลุ้นอะไรขนาดนี้" 

"หมาป่าจูดาสรักลูกแกะแม่มด" 

"ข้าก็ชักอยากรู้จนเนื้อตัวสั่นแล้วว่าชื่อจริงกับใบหน้าที่ซ่อนภายใต้หน้ากากผ้านั่นจะเป็นยังไง ฮิ..ฮิิ" 

"ข้าหมดเรื่องที่จะบอกกล่าวพวกเจ้าล่ะพวกเจ้าตกลงกันเองเลยว่าสาวกคนใดจะสานภารกิจเป็นคนต่อไป..ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองให้ปลอดภัยจากมารร้ายเปิดทางสว่างแก่พวกเจ้าทุกคน อาเมน.." 

ทุกเสียงประสานตอบกลับพร้อมกัน "อาเมน.."  

ชายวัยสูงคนกล่าวอำลาจบเดินออกไปยังสถานที่นี้ทันพร้อมหญิงสาวคนใช้ที่ยืนรอเขาอยู่หน้าประตูการจากไปยังสถานที่นี้ของผู้ซึ่งที่พวกบรรดาสาวกต่างพากันเรียกเขาว่าท่านพ่อเริ่มมีเสียงพูดคุยดังขึ้นจากตอนแรกพวกสาวกพากันเงียบก็มีกระซิบคุยกันบางด้วยท่าทางที่กระตือรือล้นสนใจในภารกิจใหม่ของพวกสาวกได้รับมอบหมายแต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้ดูเหมือนจะสนใจนิ่งเงียบเฉยชาราวกับว่าเรื่องนี้ไม่น่าตื่นตาตื่นใจดึงดูดพวกเขา ภายในที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกบรรดาสาวกที่เรียกตนเองว่าเป็นคนของพระเจ้ายังมีชายหนุ่มหน้าฝรั่งผู้ดีในชุดสูทผู้ดีอังกฤษสลบอยู่ที่เก้าอี้ตอนนี้เขาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นร่างกายชายหนุ่มเจ็บปวดเจียนใจจะขาดขึ้นมาทันใดที่เขาฟื้นคืนสัมปชัญญะขึ้นมาได้ครบถ้วนสมองรีบประมวลกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าทันทีชายหนุ่มเบิกม่านตาที่มันกำลังกระตุกสั่นเนื้อตัวสั่นเทิ้มมองดูขาทั้งสองข้างของเขาเเถบจะเป็นลมชักมองดูแถบไม่ออกว่านี่มันคือขาของเขาช่วงขาล่างลงไปมันไม่รู้สึกความเจ็บปวดอะไรอีกเลยขยับเขยือนไม่ได้ดูเหมือนจะเนื้อเส้นประสาทจะตายแล้วจากนั้นเขาเงยหน้ามองดูกลุ่มบุคคลหลายสิบคนหลายหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าแท้จริงของบุคคลพวกนั้นไว้หันมามองยังเข้าทันทีราวกับรู้ว่าเขานั้นตื่นเสียแล้วภาพตรงหน้าเขาไม่ต่างอะไรกับพวกปีศาจที่คอยจะฉีกกระชากเนื้อตัวเขาให้แหลกกระจุยได้ในพริบตาความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวจนขีดสุดจนเขาถึงกับน้ำตาร่วงหล่นเขารู้ตัวเองดีว่าต้องพลาดเข้าสักวัน 

"ตื่นแล้วงั้นหรอคุณนักสืบหลับสบายเลยนะ" ซีโร่ทูกล่าวเอ่ยทักทายชายหนุ่มที่เขาลงมือมาก่อนหน้านี้น้ำเสียงดูเป็นมิตรแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น 

"อื้ม....นักสืบของอังกฤษอีกแล้วสินะตามกัดไม่มีเลิกเลยจริงๆ" ซีโร่ไฟว์ว่าพลางเดินเข้าไปยังชายหนุ่มดึงเส้นผมสีทองให้เขาเงยสบตาเข้ากับคนดั่งกล่าวก่อนจะผละสะบัดมือออก 

"นั่นสิค่ะที่รักฆ่าไปแล้วกี่ศพกันนะคนที่ทำงานเหมือนหมอนี่นี่ยังไม่หลาบจำอีกนะพวกหน้าด้าน คิกๆ" ซีโร่ฟอเดินตามซีโร่ไฟว์มายืนแขนพาดพิงที่เก้าอี้พูดเห็นด้วยกับเเฟนหนุ่มของหล่อนซีโร่ทูเขานึกขึ้นได้ว่าตัวเขานั้นก็มีธุระต้องไปทำต่อจากการประชุมนี้จบลงเขาเอ่ยบอกทุกคนในที่นี่ให้กลับไปทำหน้าที่ตัวเองได้ 

"เอาล่ะฉันมีธุระต้องไปสะสางต่อทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเองได้เรื่องของท่านพ่อที่บอกในวันนี้ใครจะเป็นคนสานต่อรายต่อไป?" 

"หึ..ฉันกับที่รักเองที่จะทำมันเป็นรายต่อไป!" 

"เรื่องแค่นี้ฉันจะทำให้แกดูเองซีโร่ทูว่าฉันจัดการมันได้คอยดู!!เหอะ!" 

ซีโร่ไฟว์เขารีบเสนอหน้าตัวเองกับแฟนสาวทันทีว่าจะสานต่อภารกิจนี้ต่อลุล่วงด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจสุดๆพร้อมเผยรอยยิ้มโรคจิต 

"หึ..หึ..งั้นก็ขอให้พระเจ้าประธานโชคดีแล้วกันนะซีโร่ไฟว์ซีโร่ฟอฉันจะรอดูผลงานของแกทั้งสองอย่าทำให้ท่านพ่อผิดหวังเสียล่ะ" 

"ช่วยจัดการที่เหลือให้ด้วยล่ะฉันยกมันให้" 

ซีโร่ทูแสยะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทันทีที่เขาอวยพรให้ทั้งสองประสบความสำเร็จเขารู้ดีแก่ใจว่าทั้งสองต้องทำงานนี้ไม่สำเร็จอย่างแน่นอนเพราะเขาไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เขารู้มาจากวันที่เขาปะทะกับซีโร่วันซีโร่วันจะไม่มีวันคาดสายตาจากหญิงสาวคนนั้นอย่างแน่นอนซีโร่วันยอมเจ็บตัวเพื่อเธอนั้นยังได้ตายแทนเธอคงไม่ต้องพูดถึงว่าเขารักผู้หญิงที่องค์กรเขาเรียกว่าแม่มดได้ขนาดไหนถึงขั้นต้องทรยศองค์กรตัวเองได้อย่างไม่ละอายใจถ้าซีโร่วันรู้ว่า05และ04ตามฆ่าหญิงสาวอันเป็นที่รักคงเป็นศพที่ดูสวยงามใช้ได้แน่ๆเขาล่ะชักอยากจะรอดูมันจนอดใจไม่ไหวแล้วว่าเรื่องบานปลายครั้งนี้มันจะนำซึ่งหายนะขนาดไหน 

ขอให้แกทั้งสองไม่ตายก่อนจะฆ่านังแม่มดนั่นแล้วกันนะถ้าตายง่ายไปจะสนุกอะไรล่ะ หึ..หึ 

ซีโร่ทูเดินหายไปยังที่นี่ทันทียังคงเหลือบรรดาสาวกคนอื่นๆอยู่รวมถึง05 04ที่ยังยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอังกฤษบรรดาสาวกที่เหลือยังคงนิ่งเงียบรอดูว่า05 04 จะจัดการกับชายนักสืบคนนี้ยังไง 

"หึ!คอยดูเถอะฉันจะยึดเอาตำแหน่ง01มาได้แล้วจะขอให้ท่านพ่อเขี่ยแกทิ้งคอยดูซีโร่ทู!" 

กร๊อด!  

"ไม่เอาน่า..ที่รักเราอย่าไปใส่ใจมันเลยในตอนนี้เรามาจัดการกับเหยื่อตรงหน้าก่อนดีกว่านะคะเดี๋ยวอดสนุกกันพอดี" 

"ได้จ๊ะ..งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ" 

"ค่ะ" 

"เอาล่ะฉันจะถามคำถามที่ฉันเคยถามมากับศพแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ใครส่งแกมาบอกชื่อมันมา"  

ซีโร่ไฟว์ยื่นหน้าที่ซ่อนภายใต้หน้ากากเข้าไปใกล้ให้คนด้านหน้าได้เห็นดวงตาของเขาชัดๆพลางจับบีบเข้าที่กรามของชายหนุ่มนักสืบอย่างแรง ชายหนุ่มนักสืบอังกฤษมองดวงตาของชายด้านหน้าเขาที่แฝงอยู่ภายใต้หน้ากากรูปร้องไห้สีแดงนั้นแววตาที่กำลังกระหายอยากฆ่าเขาจนใจจะขาดของเจ้าของดวงตานั้นชายหนุ่มเขาถูกฝึกรักษาความลับเป็นอย่างดีเขาไม่ยอมบอกมันง่ายๆหรอกว่าใครเป็นคนจ้างวานเขาให้มาตามสะกดรอยพวกโรคจิตในคาบนักบวชพวกนี้คำตอบของเขามีเพียงอย่างเดียวคือตายกับอยู่ถ้าพลาดโดนจับได้สถานะของเขาในตอนนี้คือตายสถานเดียวเพื่อรักษาความลับต่อไปแต่ตัวเขาก็มีแอบหวั่นกลัวตายเช่นกันถึงจิตใจมันจะพร้อมเสียสละแล้ว เขาสบตาซีโร่ไฟว์อย่างไม่นึกกลัวคนที่เขารู้สึกหวาดกลัวจริงๆก็มีแค่คนๆนั้นที่พวกนี้เรียกเขาว่าซีโร่ทูไม่หลบสายตาเลยสักนิดวินาทีนี้เขาไม่มีอะไรต้องเสียแล้วเขารู้ดีว่าคนทั้งสองด้านหน้าเขาคือใคร 

"ยังไงผมก็ต้องตายอยู่แล้วเห็นสภาพผมไหมหึ..หึ..ผมไม่บอกหรอกต่อให้คุณทรมานผมนับกี่ครั้งไม่ถ้วนข้อมูลที่มีในหัวผมมันก็ไม่รัวไหลให้สาระเลววิปริตอย่างแกหรอกเว้ย!! 

"หึ! ฮ่าๆๆนี่สิถึงเรียกแตกต่างฉันชอบคนกล้าๆอย่างแกนะไม่กลัวตาย!!ดีจะได้ไม่น่าเบื่อ!" ซีโร่ไฟว์เนื้อตัวสั่นไปด้วยความตื่นเต้นที่เขาไม่ได้เจอะเจอกับเหยื่อที่เขาสังหารมานับไม่ถ้วนแล้วที่ทุกรายมีแต่จะร้องขอชีวิตเขาแต่พอมาเจอหมอนี่เหมือนเขาเจอเข้ากับอัญมณีเม็ดงามที่ส่องสว่างต่อหน้าเขาหัวเราะอย่างกับคนวิกลจริต 

"นี่ค่ะที่รักฉันเอาไม้ตีเบสบอลเหล็กมาให้แล้วจัดการแบบที่คุณชอบสิ คิก..คิก" ซีโร่ฟอเดินไปหยิบไม้ตีเบสบอลที่ทำจากเหล็กที่เธอนำมันติดตัวมาด้วยค่อยๆจับยัดใส่มือแฟนหนุ่มของเธอน้ำเสียงดูเยือกเย็นแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโรคจิต 

"หึ..หึ..ขอบคุณนะที่รักแต่ผมอยากให้คุณสนุกมากกว่าระบายความโกรธที่อัดอั้นออกมาซะนะครับ" ซีโร่ไฟว์ส่งไม้คืนใส่มือหญิงสาวทันทีด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนในมุมมองของทั้งสองแต่สำหรับชายหนุ่มนักสืบแล้วมันไม่ต่างอะไรกับพวกโรคจิตจิตป่วยทรมานคนเขายังคงหนักแน่นทำใจสู้สองบุคคลโรคจิตด้านหน้าจ้องมองไม่กระพริบตาแต่เนื้อตัวเขามันกับสั่นเทิ้มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว 

"ได้งั้นหรอที่รัก?" ซีโร่ฟอเธอเอียงคอให้แฟนหนุ่มของเธอพลางมองไม้ตีลูกเบสบอลที่ทำจากเหล็กในมือ 

 

หวืด! 

 

ผัวะ! 

 

ท่อนเหล็กกล้าน้ำหนักมากพอตัวถูกเหวี่ยงออกตัวด้วยความเร็วและเเรงจนเสียดสีกัอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงกระแทกเข้ากับบริเวณแก้มกับกรามของชายหนุ่มนักสืบจนหน้าสะบัดหันไปตามแรงของผู้กระทำเสียงดังสนั่นกระเทือนไปทั้งใบหน้าของเขาสิ่งที่เข้าเผชิญมันอยู่ในตอนนี้ตาพล่ามััวหูดับชั่วคราวกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วภายในปากเขาเสียงหักของกระดูกกรามดังก้องไปทั่วโสนประสาทเหมือนกับเขากำลังจะวูบหน้ามืดไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวรื้อฟื้นกับความเจ็บปวดที่ได้รับกับสิ่งที่เขาโดนมายกๆก็โดนวัตถุชิ้นเดิมกระหน่ำครั้งเข้ามานับไม่ถ้วนจนหน้าชายหนุ่มนักสืบเขาไม่อาจรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดกับมันอีกเลยกลับกลายเป็นด้านชาเสีย สีหน้าหญิงสาวภายใต้หน้ากากหล่อนยิ้มเริงร่าอย่างมีความสุขกับสิ่งที่เธอกำลังสรรสร้างมัน 

 

ผัวะ! 

 

อั๊ก! 

 

พลั่ก! ผัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!! 

 

อึก! อั๊ก! แค่กๆ! 

 

"คิกๆ!แกต้องตายอีเเพศยาสาระเลวชาติชั่วกูอยากฆ่ามึงตายซะๆๆๆๆๆๆ!!ฮ่าๆ" ซีโร่ฟอกระหนำฟาดใส่สุดแรงมือไม่มีผ่อนแรงของเธอเลยสักนิดกับคำพูดแรงกระตุนของแฟนหนุ่มของเธอปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเธอให้ตื่นแผดเสียงหัวเราะสุดเเสนจะโรคจิตอย่างบ้าคลั่ง 

"พอได้แล้วที่รักเดี๋ยวเราก็อดทำกิจกรรมต่อไปหรอกพอได้แล้วครับคนดี" ซีโร่ไฟว์เขาเห็นท่าจะไม่มีดีรีบเอ่ยห้ามแฟนสาวเขาทันทีที่หล่อนยังคงกระหนำฟาดท่อนเหล็กนั่นไม่ยั่งมือเขากลัวว่าคนด้านหน้าจะรีบตายก่อนที่เขาจะได้ทรมานขั้นต่อไป 

"อ๊ะ..ขอโทษค่ะที่รักพอดีว่าฉันเพลินไปหน่อย"  

ซีโร่ฟอค่อยๆผ่อนแรงลงถือไม้ตีลูกเบสบอลเหล็กไว้ในมือมองดูผลงานตัวเองอย่างภูมิอกภูมิใจที่เห็นสภาพเหยื่อโดนเธอทารุณอย่างบ้าคลั่งในอารมณ์ดิบโกรธของเธอที่อยากจะฆ่าคนที่เธอเก็บมันมาเคียดเเค้นภายในจิตใจ สภาพชายหนุ่มนักสืบหน้าตาชายหนุ่มเเถบไม่เหลือเค้าโครงว่าเป็นหน้ามนุษย์กรามหักเบี้ยวไปคนล่ะข้างกันดูสยดสยองฟันในปากร่วงหล่นหมดทุกเล่มหล่นกองเต็มพื้นเลือดสาดกระเซ็นเปรอะไปทั่วพื้นยังคงไหลย้อยออกมาตามปากที่ไม่เหลือเค้ารูปทรงปากช่างดูน่าเวทนาชายหนุ่มตาลอยดั่งคนใกล้ตายเต็มคาสติของเขาดูเลือนลางลงไปทุกทีแต่หัวใจเขากลับปกติดีมีเพียงแค่เสียงลมหายใจที่ค่อยๆหายใจเข้าออกอย่างช้ายากลำบากกลิ่นคาวเลือดที่แสนจะหอมหวลของคู่รักโรคจิตที่ทั้งสองต่างพากันสูดลมอย่างกับเสพติดมัน 

"อ๊า...กลิ่นเลือดช่างเยียวยาทุกสิ่งจริงๆฝีมือเธอยังดีเหมือนนะที่รักสวยงามเช่นเคย คิก..คิก" 

"ขอบคุณค่ะที่รักต่อไปคุณจะทำอะไรกับมันหรอค่ะ?" 

"เฮ้ยๆอย่าพึ่งตายซะก่อนนะ" ซีโร่ไฟว์จับหน้าเละๆของชายหนุ่มนักสืบนั่นพลิกไปพลิกมากลัวคนด้านหน้าจะหมดสติตายไปเสียก่อนที่เขาจะทำกิจต่อไป 

"อื้ม..เรามาเล่นเกมส์กันดีกว่าทุกคนคงจะเบื่อดูโชว์ของเราสองคนแล้ว"  

"เกมอะไรค่ะ" 

"เกมส์ลูกแกะโกหกไงของโปรดฉันเลย หึ..หึ" 

"น่าสนุกดีนี่พวกเขาขอร่วมวงด้วยสิ" ชายสวมหน้ากากรูปหน้าเศร้าสีฟ้าเอ่ยทักท้วงขึ้นอย่างสนอกสนใจในเกมส์ครั้งนี้ 

"ได้สิZERO-sixทุกๆคนก็มาหยิบการ์ดได้เลยเดี๋ยวเราจะค่อยๆทายกัน" ซีโร่ไฟว์ค่อยๆโชว์การ์ดสีดำขึ้นในมือมีทั้งหมด12ใบเชิญชวนบุคคลในที่นี้ให้เข้าร่วมสนุกเกมส์ครั้งนี้กับเขาแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็นบรรดาสาวกในที่นี่ต่างพากกันมาจับการ์ดสีดำติดมือกันไปคนล่ะใบรวมถึงชายที่เขาเรียกว่าZERO-sixด้วยและแฟนสาวของเขาเป็นใบเกือบสุดท้ายจากนั้นเขาค่อยๆหยิบในมือข้างที่ถือไว้ไปไว้อีกข้างแล้วมันก็เหลือใบสุดท้าย  

เกมส์ลูกแกะโกหกมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ผู้ถือครองเกมส์จะกำหนดต้นฉบับของเกมส์ลูกแกะโกหกคือหมาป่าโกหกลูกแกะทำทุกวิถีทางยังไงก็ได้ไม่ให้ตัวเองโดนจับประนามจากหมาป่าที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้เล่นเสียก่อนซึ่งลูกแกะจะมีสามคนเท่านั้นหมาป่ามีห้าคนและลูกแกะมีสิทธิ์ที่จะเปิดเผยตัวหมาป่าได้ถ้าเปิดเผยได้ครบตามจำนวนหมาป่าที่มีในผู้เล่นได้ก่อนคือชนะหมาป่าก็เช่นกันถ้าจับลูกแกะได้ครบก่อนเป็นผู้ชนะบาทหลวงไถ่ถอนบาปสองคนมีหน้าที่ให้เหล่าลูกเเกะเล่าละอายบาปของตัวเองและนักสังหารสองคนเป็นตัวช่วยของลูกแกะผู้น่าสงสารซึ่งกฎหลักของเกมส์นี่คือการโกหกทุกตัวละครสามารถโกหกกันได้เองดูถึงความไหวพริบของผู้เล่นและมีอีกกฎพิเศษคือถ้าลูกแกะโกหกมีตัวเดียวแล้วถูกจับได้ก่อนจะโดนประนามสาปส่งดั่งแม่มด 

"อ้าวแหม่เหลือใบสุดท้ายพอดีเลย..." 

"นี่ของนายนะคุณนักสืบ หึ..หึ" ซีโร่ไฟว์วางกาดที่ยังไม่ได้หงายเปิดหน้าวางลงไปที่ตักของชายหนุ่มในตอนนี้เขาแถบจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้วได้ยินเพียงแค่เสียงพูดคุยของบุคคลในที่นี่ทั้งทรมานเจ็บราวไปทั่วร่างกายและจิตใจฟันร่วงหมดปากจะขยับขากรรไกรพูดในสิ่งที่เขาอยากสาปส่งไอ้พวกชั่วช้าในที่นี่ทุกตัวเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนตายยังทำได้ยากเย็นร่างกายอ่อนล้าลงทุกวินาที 

"อึก!..." 

"ฉันตื่นเต้นจังค่ะที่รักว่าจะได้อะไรไม่ขอเป็นลูกแกะนะน่ารังเกียจ!" 

"หึ..หึในกติกาวันนี้มีลูกแกะเพียงแค่ตัวเดียวครับที่รัก" เกมส์นี้กติกาขึ้นอยู่แล้วแต่ผู้ถือครองเกมส์ว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนยังไงก็ได้ 

"เอาล่ะครับทุกคนเปิดการ์ดได้แล้ว!" สิ้นเสียงชายผู้ถือครองเกมส์ในครั้งนี้ดังขึ้นบรรดาสาวกทั้งหลายก็เปิดการ์ดออกบางคนก็ดูตื่นเต้นลุ้นสนุกในบางคนก็เฉยๆการ์ดที่บรรดาสาวกที่ได้เรียกรอยยิ้มชั่วร้ายภายใต้หน้ากากนั้นทันที พวกเขาเปิดได้หมาป่าทุกคนและซีโร่ไฟว์กับแฟนสาวเขาก็เปิดตามมาติดๆถึงกับแสยะฉีกยิ้มกว้างภายใต้หน้ากากพวกเขาก็ได้หมาป่าเช่นกัน 

"แล้วคุณนักสืบไม่เปิดดูหน่อยหรอครับผมก็ปลดมือข้างหนึ่งให้ตั้งนานแล้วนะ หึ..หึ" ซีโร่ไฟว์พลางพยักเพยินให้ชายหนุ่มเปิดดูการ์ดที่เขาวางไว้ที่ตักของชายหนุ่มชายหนุ่มมือข้างที่เขาถูกปลดจากพันธนาการจากเชือกเขาฟื้นสังขารตัวเองค่อยๆเปิดดูมันอย่างใจเย็นมือพลางสั่นไปด้วยเขาก็เคยเล่นเกมส์ประเภทนี้มาบ้างในบ้านเกิดเขา 

ลูกแกะ 

คำตอบปรากฎตรงหน้าเขาแล้วใช่แล้วล่ะเขาเปิดได้การ์ดลูกเเกะโกหกชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยทำไมตัวเขาต้องได้ลูกแกะด้วยแถมเขาไม่ใช่คนจับด้วยไอ้คนด้านหน้ามันยัดเหยียดมาให้ต่างหากค่อยๆเงยหน้าใช้สายตาที่ลืมได้เพียงข้างเดียวมองไปยังชายสวมหน้ากากรูปร้องไห้สีแดงกับหญิงสวมหน้ากากรูปร้องไห้สีชมพู 

"ได้ลูกเเกะสินะ คิกๆ"  

"ทะ..ทำมาย..." 

"พวกฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องได้ลูกแกะเพราะพวกฉันได้หมาป่าไงคุณนักสืบยังแกมันก็จะตายอยู่แล้วอะนะไม่ต้องมาทำสายตาสีหน้าคาดหวังอะไรขนาดนั้น คิกๆ" ซีโร่ฟอค่อยๆเดินถือถังก๊าซน้ำมันราดสาดไปยังตัวชายหนุ่มนักสืบอังกฤษจนหมดถังเธอขว้างมันทิ้งไปอย่างไม่แยแสก่อนจะเผยเสียงหัวเราะโรคจิตนั่นออกบรรดาสาวกทุกคนต่างพากันส่งเสียงหัวเราะจิตๆใส่ยังชายหนุ่มผู้โง่เขลาคนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็นในสายตามันบ่งบอกทุกอย่างแล้วน้ำตาเเห่งความอดสูตอบโต้ไม่ได้หลั่งไหลออกมาแต่กลับกลายเป็นเลือดสีแดงข้นเสียเองที่ไหลผ่านออกมาจากดวงตาของเขามองดูเหล่าพวกฆาตกรโรคจิตในคาบนักบุญเขารู้สึกเสียดายอีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเราก็สามารถเปิดเผยพวกชั่วช้าขององค์กรเลวทรามนี่ได้แล้วถ้าไม่ดันพลาดท่าเสียก่อนชายหนุ่มหันหน้าไปมองยังบุคคลหนึ่งในบรรดาสาวกก่อนจะก้มหน้าลงสวดบทอ้อนวอนกับผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงของเขาเขาคงจะไปหาท่านอีกไม่นาน 

ไอ้พวกซาตานขอให้นรกสูบแกไปทุกคน! 

"กฎพิเศษเขาว่าไว้ยังไงน๊าลูกแกะโกหกมีตัวเดียวแล้วถูกจับได้ก่อนจะโดนประนามสาปส่งดั่งแม่มด" ซีโร่ไฟว์ถือไฟแช็คจุดติดไปติดมาในมืออย่างสนุกมือ 

"สาปส่งดั่งแม่มดที่เผาทั้งเป็นไงถือซะว่าเป็นการซ้อมฆ่าแม่มดไปก่อนละนะ หึ..หึ" 

"อึก!ไอ้นรกส่งมาเกิดฉันขอให้พวกแกมอดไหม้ในไฟนรกไปทั้งหมดไอ้พวกเดรัจฉานฆาตกรในคาบนักบุญฆ่าผู้บริสุทธิ์มานับไม่ถ้วนแล้วอย่างพวกแกฉันจะสาปส่งแกทุกคนให้ตายไม่ดีสักคนขอให้พระเจ้าจงลงโทษคนบาปหนาอย่างพวกแก!!ไอ้บัดซบระยำแกจะทำอะไรก็ไม่สำเร็จองค์กรของแกต้องพังทลายย่อยยับด้วยแม่มดหญิงสาวคนนั้นเธอจะล้มล้างพวกแกให้มอดเป็นเถ้าถ่านขอสาปแช่ง!!!" ในแรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตชายหนุ่มฟื้นคืนสังขารทุกอย่างราวกับปฏิหาริย์ตะเบ่งเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้นที่มีทั้งหมดถึงฟันจะร่วงหมดปากไปแล้วแต่คำพูดของเขามันกลับดูชัดเจนทุกถ้อยคำจนพวกบรรดาสาวกโรคจิตต่างพากันอึ้งไปตามๆกันที่ชายหนุ่มพูดมันออกเสียงได้ชัดราวกับมีฟันทุกเล่มในปากสร้างความเงียบกริบอึ้งตกตะลึง 

"หึ..งั้นเชิญไปพล่ามที่นรกต่อเถอะ!ฮ่าๆๆสาปแช่งงั้นหรอโดนเผาด้วยไฟนรกไปก่อนแล้วกันนะ!!" 

"......." 

ซีโร่ไฟว์ไม่รอช้าโยนไฟแช็คที่ติดไฟใส่ยังตัวชายหนุ่มนักสืบทันทีเพลิงสีแดงส้มร้อนดั่งเพลิงโลกันตร์ลุกโซดช่วงสว่างไปทั่วบริเวณรัศมีพื้นที่จนทั้งสองต้องถอยห่างออกมาจากรัศมีนั้นเปลวไฟแผดเผาไหม้ร่างกายเขาทันทีชายหนุ่มค่อยๆตายทรมานทั้งเป็นอย่างช้าๆเนื้อตัวเริ่มเกรียมไหม้มีกลิ่นไหม้ของเนื้อชายหนุ่มดิ้นพล่านด้วยความทุกทรมานอย่างเหลือเข็ญในความเจ็บปวดครั้งน้องเสียงหวีดร้องเจียนจะสิ้นลมหายใจอันน่าเวทนาดังลั่นไปทั่วสถานที่นี้ 

 

"อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!ว้ากกกกกกกกกกกก!!" 

 

จนในที่สุดชายหนุ่มนักสืบก็สิ้นใจเต็มไปด้วยความอาฆาตเคียดแค้นพยาบาทคำสาปแช่งของเขายังคงดังกึกก้องไปทั่วสถานที่นี้เนื้อตัวไหม้เกรียมดำสนิทตายไปพร้อมรูปหน้าที่ไม่เหลือเค้าโครงมนุษย์ที่พวกคนอำมหิตได้ฝากเขาไว้ 

"ก็พวกเรามันเป็นหมาป่าอยู่แล้วนี่เราไม่เคยโกหกอยู่แล้ว หึ !ลูกแกะผู้น่าสงสารท่ามกลางฝูงหมาป่าต้องมาตายอนาจฮ่าๆ"  

"นี่คือบทลงโทษของคนที่ไม่ชอบปริปากบอกความลับละนะแถมตัวมันก็คือลูกแกะผู้โง่เขล่าตัวหนึ่งอยู่แล้ว" 

"แล้วที่รักจะเอายังไงกับศพมัน?" 

"เอาไว้ทั้งสภาพแบบนี้ล่ะจะใช้มันล่อเบี่ยงเบนความสนใจให้ไอ้พวกอังกฤษตัวดีซะก่อนเราต้องทำภารกิจที่สำคัญมากอย่ามัวมาเสียเวลาเล่นกับพวกมันยังไงมันก็ไม่ทางตามจับเราได้อยู่ดี" 

"อืม..ที่รักว่าไงฉันก็ว่างั้น" 

. 

. 

. 

"รายต่อไปก็เป็นแกแล้วนังลูกแกะ(แม่มด)!!" 

"ฉันอยากจะถนกหนังหน้ามันมาเต็มทนเเล้วมือไม้มันสั่นไปหมด! คิกๆ" 

ซีโร่ไฟว์คว้างมีดเล่มขนาดเท่ามีดผ่าตัดไปปักที่กากหน้าในรูปจูอึนเสียงหัวเราะเยือกเย็นเคลือบเเคลงไปด้วยความอำมหิตดังขึ้นจากทั้งสองดังทั่วห้องโถงนี้ การกระทำทั้งสองเป็นสักขีพยานแก่สายตาบรรดาสาวกคนอื่นๆ 

 

 

 

 

100% [แงงานอาจารย์ช่วงนี้เยอะมากแถบไม่มีเวลามาอัพเลยรีดอย่าพึ่งเบื่อกันเลยนะเธอจะพยายามมาอัพให้นะฮับTT//เศร้า จบสักทีกำลังปูเนื้อเรื่องเด้ออาจจะดูน่าเบื่อไปนิดช่วงแรกๆตัวละครเยอะมากต้องทำใจเรียงไปตามทามไลน์เรื่องที่ไรท์วางไว้อะนะจะมีศาสนาเข้ามาโยงหน่อยอ้างอิงมาจากต้นฉบับจริงๆนิดๆไม่ได้เอามาสุดเดี๋ยวโดนลิขสิทธิ์ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะรักจุ๊บๆ] 

*ภาพสโลวโมชั่น คือ การเคลื่อนที่ช้าๆ ใช้ในศัพท์ทางการถ่ายทำภาพยนต์ในโหมดสโลวโมชั่น 

*นิ้วนางขวามือ คือ เป็นคำที่ใช้กับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานแต่อยู่ในระหว่างหมั้นจะสวมแหวนทางนิ้วนางขวามือถ้าแต่งแล้วจะสวมนิ้วนางซ้ายมือแทน 

*จูดาส คือ "คนทรยศ คนเนรคุณ" เป็นชื่อของนักบุญที่ชื่อว่า จูดาส อิสคาริโอท (Judas Iscariot) เป็นหนึ่งในอัครทูตของ พระเยซู โดยวีรกรรมสำคัญที่ทำให้โลกไม่รู้ลืมมาจนถึงทุกวันนี้คือ นักบุญจูดาส อิสคาริโอท เป็นผู้ทรยศต่อพระเยซูโดยการบอกทหารประจำวิหารว่าใครคือพระเยซู ซึ่งเป็นผลให้พระเยซูถูกจับแขวนตรึงกางเขน ทำโทษสารพัดวิธี และสิ้นพระชนม์ชีพในที่สุดจึงเป็นที่มาของคำว่าจูดาส 

*แม่มด คือ แม่มดในที่นี้ที่ไรท์จะนิยามสื่อในตามที่อ้างอิงมาบางส่วนคือเป็นแม่มดในทางความเชื่อศาสนาคริสต์ของยุคกลางยุโรปที่เรียกกันว่ายุคมืดเชื่อกันว่าทุกปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติ เรื่องเลวร้ายที่นำมาสู่ผู้คนล้มป่วยเกิดโรคระบาดรวมไปถึงการแตกแยกความสามัคคีของผู้คนเป็นผลเกิดมาจากฝีมือแม่มดในยุดนั้นแม่มดถูกประนามว่าเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายเป็นคนของซาตานซึ่งซาตานก็เป็นปฎิปักษ์ต่อพระเจ้าทำให้คริสตจักร คาทอลิก โปรเตสเเตนต์ร่วมมือกันกำจัดแม่มดสิ่งชั่วร้ายตัวตนแทนของซาตานนั่นเอง  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น