ภูระริน ภูปรดา กุล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 01:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10
แบบอักษร

10. 

เสียงฝีเท้าคนเดินลิ่วมาราวกับคนกำลังรีบ บ่าวไพร่ที่นั่งหมอบอยู่หลบวูบ เจ้าตัวนั่งลงเมื่อถึงศาลากลางเรือน “ไปเชิญคุณแม่มา!” เสียงทุ้มสั่ง 

บ่าวคนหนึ่งคลานออกไปแล้วกลับมาพร้อมกับสตรีร่างท้วม “มีอะไรหรือพ่อเตย?” คุณหญิงแก้วนั่งลงพลางดึงผ้าแพรห่มตัวเอง 

 “คุณแม่รู้จักคุณหญิงหงส์กับเจ้าคุณแผนใช่ไหมขอรับ?” 

“อ่อ แม่หงส์ รู้จักสิ” 

“แล้วรู้หรือไม่ว่าท่านมีลูกสาว?” 

“ก็ได้ยินเขาลือกันมา ยังมิได้พบปะกัน เห็นว่าชื่อแม่บัว” 

“ลูกเจอแล้ว งามมาก” 

คุณหญิงแก้วมองหน้าบุตรชาย “เป็นอะไรไป? ไม่เคยยกใครขึ้น ไม่เคยคิดจะตบแต่งใคร อยู่ดีๆ มาชมผู้หญิงให้ฟัง จะให้ไปสู่ขอหรือ?” 

ชายหนุ่มอมยิ้มแล้วส่ายหน้า  

“ไม่ขอรับ เขาว่าจะมีงานเลี้ยงพระทำบุญ คุณแม่ไปดูให้ที” 

“แล้วกัน! ให้ไปดูก็แค่ดู แม่จะทำกระไรได้” 

“งั้นลูกก็ต้องไปด้วย” เขาจ้องมารดาเขม็ง 

“ไม่งาม ท่านมิได้เชิญเจ้า ให้คนถือหนังสือมาบอกกล่าวพ่อกับแม่เท่านั้น จะขนลูกไปก็จะกระไรอยู่ เชายิ่งลือๆ กันว่าคนไปดูตัวเต็มวัด แม่ไม่ใคร่ชอบไปเจรจาความแข่งกับบ้านอื่น พ่อเตยก็ยังอยู่หัวเมือง ใครเขาจะยกลูกสาวคุณหญิงให้” ท่านพูดตรงก่อนจะส่ายหน้า 

คุณเตยนั่งนิ่ง แม้จะอยู่เชียงใหม่ รับใช้ใกล้ชิดพญาผู้ว่ากล่าวคดีความในคุ้ม แต่เขาก็ไม่ได้มีบรรดาศักดิ์ใดเทียบเท่ากับขุนนางสยาม คุณตาแม้มีเชื้อสายเจ้าทางเหนือก็ยังนับว่าเขาไม่มีตำแหน่งใดๆ เทียบเท่าขุนนางสยามอยู่ดี  

“ลูกจะกลับมาอยู่ที่นี่ บนเรือนนี้” ชายหนุ่มพูดแล้วเดินจากเรือนไปทันที 

ร่างบางเดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ มารดา “เจ้าคุณตาเห็นทีจะปรามไม่ได้เสียแล้ว พ่อเตยมาติดใจลูกพระยา ถึงกับจะไม่กลับนครเชียงใหม่” 

“แม่ตองลูก…..จัดห้องหับให้น้องเสีย ห้องที่ปรุงไว้ให้นั่นแหละ ถึงเวลาของเขาแล้ว จะได้กลับมาอยู่ห้องตัวเองเสียที” 

“ก็ทำให้ตั้งแต่เล็ก ดันไปติดใจทางเหนือ ต้องให้ปรุงเรือนให้ใหม่ในป่าเขา มันน่าจับมาเฆี่ยนจริงๆ เห็นไอ้คงมันว่า อยู่เมืองเหนือก็แยกเรือนนะเจ้าคะ” 

“คงมีเมียมาก เลยไม่อยากให้เจ้าคุณตารำคาญใจ” 

“ลูกว่าที่ไม่ยกใครขึ้น เพราะพ่อเตยไม่รู้จักความรักเลยต่างหาก” 

“ลองถึงกับจะย้ายกลับมา คงปักใจไปเสียมากแล้ว แม่ตองไปกับแม่ ไปดูลูกสาวคนใหญ่ของแม่หงส์กัน” คุณหญิงแก้วสั่งก่อนจะกลับเข้าห้องไป 

 

พ่อพุดยกกระโถนใบใหม่ถวายพระครู ก่อนจะนั่งบีบนวดขาให้ท่าน “พุดมาตามคำสั่งที่คุณแม่บอกขอรับ” ชายหนุ่มพูดจานอบน้อม 

“คุณใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง?” 

“ยังมิได้พูดจากันมากขอรับ คุณแม่ไปสอนทำกับข้าว ประเดี๋ยวคงมีคนยกมาถวายเพลขอรับ” 

“ช่วยกันดูแลหนา อย่าคิดเป็นอื่น นั่นพี่เชื้อตัวนะพ่อพุด” 

“ขอรับ คุณใหญ่ยังดูตื่นคน กระผมจะไปหาบ่อยๆ” 

“แม่เจ้าเป็นคนคิดเยอะ ช่วยปรามๆ ไว้ อย่าทำให้เสียเรื่อง มันมิได้มีเพียงคุณใหญ่ หากแต่จะมีคนมาอยู่ร่วมเรือนในวันหน้า” 

“คู่หมายของคุณใหญ่เป็นผู้ใดหรือขอรับ?” 

“เดี๋ยวก็มา” ท่านพูดเบา “เจ้าเป็นน้องเขาก็จงอยู่ในที่ของตัว หาไม่แล้วจะเป็นภัยในวันหน้า อย่าได้มุทะลุเหมือนแม่เจ้า” 

พ่อพุดก้มหน้า “ขอรับ กระผมจะระวังตัว” 

แม่เทียนเร่งฝีเท้าเดินกลับเรือนสไบปลิว โดยมีนางสายวิ่งตาม มันตักน้ำในตุ่มล้างเท้าให้นาย ก่อนจะเช็ดให้ แม่เทียนเดินขึ้นเรือนด้วยความหัวเสีย 

“นั่งก่อนเจ้าค่ะ ใจเย็นๆ นะเจ้าคะ” นางสายยกขันน้ำให้นายดื่ม 

“คุณหญิงโกหกข้าเป็นแน่! มิน่าเจ้าคุณไม่แลใครเลย เพราะมีนางกุ้ยหน้าขาวนั่นอยู่ในเรือนตลอด!” 

“คงมิใช่ดอกเจ้าค่ะ คุณใหญ่เธอดูหวงขนาดนั้น” 

แม่เทียนเงียบไป แต่ไม่นานก็ตะโกน “ไม่จริง!!! งามขนาดนั้นยังไงก็ต้องหลงรักมัน จริตมันชาววังชัดๆ”  

นางสายทำหน้ากระอักกระอ่วน ความขี้หึงของคุณเทียนไม่เคยลดลงเลย พอหันหน้ามาก็เห็นคุณพร้อมมากับบ่าวชื่อนางอ้วน มันนั่งพับเพียบลงเรียบร้อย ไม่พูดจา คุณพร้อมนั่งลงตรงข้ามก่อนจะยกมือไหว้  

“อิฉันจะมาขอฟังเรื่องเรือนใหญ่เจ้าค่ะ น้อยใจนักไม่เคยมีโอกาสได้เหยียบ คุณพี่เจออะไรมาถึงได้ดีใจจนตะโกนลั่นไปถึงโน่น!” หล่อนชี้ไม้ชี้มือแล้วอมยิ้ม 

แม่เทียนระงับอาการแล้วเชิดหน้า “วาสนาคนมันไม่เท่ากัน ข้ามีฝีมือทำกับข้าวถึงกับลือ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางได้เหยียบ” 

“แต่สีหน้าดูบึ้งตึงราวกับโกรธใครมานะคะ” 

“เป็นหล่อน หล่อนก็ต้องโกรธ ข้าเพิ่งได้เห็นนางกุ้ยใกล้ๆ บ่าวคุณใหญ่มันงามนัก แถมยังเด็ก เป็นม่ายผัวตาย อยู่คาเรือนใหญ่ มีหรือท่านจะไม่แล” 

แม่พร้อมหน้างอ “ห้ามได้หรือคะ? ห้ามท่านได้หรือคะ?” 

“คุณหญิงว่าเลี้ยงเหมือนเพื่อนคุณใหญ่ ตัวติดกันตลอด มิมีเรื่องอย่างว่า แต่ข้าไม่เชื่อ คุณหญิงหงส์ฉลาดที่สุด กักผัวไว้ในเรือนตลอด” 

“ข้อนั้นอิฉันไม่สนใจหรอกเจ้าค่ะ งานบุญนี่ต่างหากที่อิฉันอยากไปร่วมในฐานะเมียคนหนึ่ง อิฉันไม่ใช่เมียบ่าวเมียทาส” 

“หากคุณหญิงไม่ออกปากชวน หล่อนก็ไม่มีวันได้ขึ้นเรือน” 

“นี่อย่างไรเล่า อิฉันจึงมาขอคุณพี่เป็นลูกมือทำกับข้าวกับปลา อย่างไรเสียก็ต้องทำเครื่องจีน เพราะก๊กคุณหญิงก็ต้องมาดูหลานสาว ถ้าคุณพี่เสนอกับข้าวจีนไปด้วย ก็ขอให้อิฉันได้เป็นลูกมือนะเจ้าคะ” 

แม่เทียนมองหน้าแม่พร้อมแล้วก็ค้อนขวับ “สุดท้ายก็นึกถึงแต่ตัวเอง ทำไมหล่อนไม่คิดจะระแวดระวังนางกุ้ยมัน หล่อนเด็กสุดตอนนี้ ขืนนางกุ้ยได้ขึ้น มีหวังได้เป็นหมาหัวเน่า ทำไมโง่อย่างนี้?!!” 

แม่พร้อมหน้างอ “พูดไปก็เท่านั้นเจ้าค่ะ คุณหญิงยังมิหึงหวง อิฉันจะทำให้ตัวเองเดือนร้อนทำไมละเจ้าคะ?  จะได้ถูกคุณหญิงเหม็นหน้า เพราะไปยุ่งกับลูกเธอ อิฉันว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องนี้ดีกว่านะเจ้าคะ คุณพี่ใหญ่กว่าอิฉันมาก ไม่น่าคลุ้มคลั่ง” 

“แม่พร้อม!!! ปากหรือนั่น??!!!” แม่เทียนตะโกน นางสายรีบลนลานเก็บข้าวของ หีบหมาก พัดไม้ให้พ้นมือ กลัวเหลือเกินว่านายของมันจะขว้างปาของใส่เมียรองท่าน แต่ก็ได้หาพ้นไม่ คุณเทียนถอดแหวนในมือแล้วขว้างใส่คุณพร้อมทันที! 

อีกคนหลบวูบ ทำให้แหวนโดนเพียงหัวไหล่ หญิงสาวหน้างอ ไม่ใช่ไม่รู้ฤทธิ์เดชกัน แต่ก็รำคาญจะทะเลาะให้มากความ หล่อนจับหัวไหล่ตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

 “คุณพี่ขา อย่าหาว่าอิฉันสอน ธรรมเนียมเราเป็นมาอย่างนี้ จะให้เทียมคุณหญิงเห็นทีจะไม่มีวัน อีกอย่างจะไปห้ามท่านให้มีเมียเพิ่มก็หาได้ไม่ ตอนนี้ท่านเจ้าคุณมิใยดีผู้ใดนอกจากลูกสาวคนใหญ่ ทำไมเราไม่มาเอาใจหล่อน แล้วอยู่อย่างเป็นสุขเล่าเจ้าคะ มิใช่เพราะคุณใหญ่หรอกหรือคุณพี่ถึงได้ก้าวขึ้นเรือนใหญ่ได้ เห็นว่าไปกระชากลากหัวนางบ่าวมา คุณใหญ่เธอมิเคืองไปแล้วหรือ?” 

แม่เทียนนิ่งไปนานก่อนจะเอ่ย “ฉันไม่ได้โง่ แต่ฉันจะสอนให้อ้ายอีทุกตัวรู้ว่ารองจากคุณหญิงแล้วฉันก็ไม่ยอมใคร หล่อนไม่เห็นหูตานางกุ้ย จะมาหาว่าฉันใส่ความ มันมองคนนั้นทีคนนี้ที ทำไร้เดียงสา แต่ข้าว่าไม่!” 

“เอาเถิดอิฉันจะช่วยดูให้ คุณพี่ว่าอิฉันอยากให้ท่านยกใครขึ้นอีกหรือ? เพียงแต่อิฉันไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเอง ขืนคุณใหญ่เคืองอิฉัน อิฉันคงไม่ต่างอะไรกับเมียบ่าว ทั้งๆ ที่ได้รับการสู่ขอมาดิบดี” 

แม่เทียนค้อนขวับ “ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร ตัวคุณใหญ่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก หล่อนยังเด็ก บอกสอนอะไรก็ฟังความ แต่พอฉันแตะนางบ่าวเท่านั้นแหละ ถึงกับน้ำตาซึม กลัวใจจริงๆ ว่าหล่อนจะยกให้เจ้าคุณพ่อเสีย” 

“จะยกก็เพราะคุณพี่นี่แหละ” แม่พร้อมพึมพำแล้วหันหน้าหนี 

แม่เทียนได้ยิน หากแต่ทำเป็นไม่สนใจ “หล่อนก็มาช่วยทำกับข้าวก็แล้วกัน ทำกันที่เรือนนี้แหละ คุณหญิงจะบอกข้าอีกทีว่าต้องการอะไร ฉันจะเขียนหนังสือไปขอให้หล่อนมาเป็นลูกมือ” 

แม่พร้อมพนมมือขึ้นไหว้ทันที “ขอบคุณคุณพี่เจ้าค่ะ อิฉันจะไม่ลืม” 

“นางสาย ไปเอาตลับยานวดในห้องข้ามาให้คุณพร้อม หยิบแหวนในกล่องข้ามาอีกวง ส่งให้คุณพร้อมไป ฉันทำให้เจ็บตัวเพราะโมโห มือไม้ก็ไวเหลือเกิน” 

แม่พร้อมยิ้มหวาน ก่อนจะยกมือไหว้อีกครั้ง 

 

กลิ่นยาสูบของไอ้คงลอยมา มันคงนั่งสูบอยู่ตีนบันได ชายหนุ่มกำลังเขียนหนังสืออยู่ท่ามกลางแสงตะเกียงในเรือนเล็กที่ปลูกแยกออกมาเป็นสัดส่วน เขามาพักที่นี่เสมอเมื่อกลับกรุงเทพฯ การไปมาหาสู่ครอบครัวจากนครเชียงใหม่อยู่เป็นเนืองๆ ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกว่ามันไกลกัน แต่วันนี้ทำไมรู้สึกราวกับว่าตัวเองอยู่ไกลนัก “คง!!” เขาตะโกนครั้งเดียว บ่าวผู้ชายที่อยู่บนเรือนก็วิ่งลงไปทันที 

ไอ้คงวิ่งขึ้นมาบนเรือน คุกเข่าพนมมือแต้ “ขอรับคุณเตย” 

“วันพรุ่งเอ็งถือหนังสือนี่ไปส่งคนในวัง” เขายื่นกระดาษในมือส่งให้บ่าว 

พอนายคงคลานออกไป คุณหอมก็เดินขึ้นมา “ได้ยินแว่วๆ ให้คนถือหนังสือเข้าวัง ทำไมไม่ฝากพี่?” 

คุณเตยมองหน้าพี่ชายที่เป็นมหาดเล็กในวังก็ยิ้มกว้าง “ส่งให้คุณข้าหลวงจากคุ้มเจ้าขอรับ น้องจะไม่กลับเชียงใหม่ ท่านจะทำงานเสร็จอีกไม่นาน” 

“เจ้าคุณตาจะไม่ตำหนิหรือ?” 

“ก็คงไม่เห็นดีด้วย เพราะมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า แต่น้องต้องอยู่ที่นี่นับแต่บัดนี้ เพิ่งรู้ตัวว่าไร้ศักดิ์ ไร้บ้านช่องมานาน” หางตาของเขามองพี่ชายไม่นานก็อมยิ้ม “คุณหอมเป็นถึงมหาดเล็ก แต่น้องไม่ได้เป็นแม้กระทั่งลูกชาย” 

คุณหอมอมยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้า “ถ่อมตัวไปได้ คนที่คุ้มทางเหนือก็บอกอยู่เสมอว่าคุณเตยมีบารมีนัก เจ้าจอมมารดาทางเหนือก็เป็นที่โปรดปรานในสยาม น้องอยู่ในคุ้มทางนั้นก็ย่อมสุขสบายดี มิมีวันด้อยกว่าผู้ใด” 

“น้องจะรับราชการในสยาม ในฐานะบุตรพระยาแผน” 

“ก็ยิ่งต้องบอกพี่ แจ้งเพียงคุณข้าหลวงให้ส่งความไปหาคนที่เชียงใหม่ เจ้าจะเดินหน้าอย่างไรในการรับราชการ?” 

“ที่คุณหอมได้ยินมาก็ไม่ผิด หากกระผมจะรับตำแหน่งใดๆ ใหม่ เจ้าจะเดินหน้าอย่างไรในการรับราชการียรองท่าน 

ก็คงมิมีผู้ใดขัดข้อง หากบอกคุณหอมก่อน ก็หาช่วยอะไรได้ไม่” เขาสบตาพี่ชาย 

“อวดดี! เจ้ามิรู้ตัวว่าตัวเองมีค่าแค่ไหน ทั้งเจ้าคุณตา เชื้อสายคนในคุ้มและยังเป็นลูกพระยาในสยาม ความอวดดีของเจ้ามิใช่สิ่งที่เจ้ามี หากแต่เป็นใจเจ้าที่ไม่เชื่อในตัวเอง คุณเตย….เจ้ามีทุกอย่างเกินขุนนางสยาม และเจ้าก็ยังมีพี่อีกคน” 

คุณเตยก้มหน้า เขารู้ดีว่ากำลังถูกสั่งสอน ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกส่งไปอยู่ไกลพ่อแม่ทำให้เขาไม่ไว้ใจแม้กระทั่งคนในครอบครัว  

“เอาเถอะไม่ว่ารับราชการกระทรวงใด เจ้าก็ยังมีพี่ วันพรุ่งคุณแม่กับแม่ตองจะไปเรือนคุณหญิงหงส์ ท่านฝากมาบอก” 

“ไปทำไมขอรับ?” 

“คุณแม่จะพาแม่ตองไปเสนอตัว ช่วยทำกับข้าวเลี้ยงพระ” 

คุณเตยอมยิ้มเมื่อพี่ชายเดินจากไป เขารู้ดีว่าทุกคนกำลังทำเพื่อเขา หากแต่ใจไม่ยอมรับในข้อนี้เสียที  

 

ดอกราตรีถูกนำมาวางไว้ที่เตียงนอนของซูอวี้ฮวา หล่อนมองมันไม่วางตาเมื่อนางรองวางลง “บ้านเมืองนี้มีดอกไม้หอมมากมายนัก” 

“เจ้าค่ะ หอมมาก ไม่ต้นนี้ออกดอก ต้นนั้นก็ออกเจ้าค่ะ นี่เรียกดอกราตรี กลางคืนนี่ขาวสวยเชียวเจ้าค่ะ แต่ปลูกใกล้เรือนมากมิได้ กลิ่นหอมแรงเหลือเกิน นี่บ่าวเอามาเพียงช่อเดียวให้คุณดู” 

“วางไว้เพียงนี้ยังได้กลิ่น หากเห็นทั้งต้นคงเวียนหัว” ซูอวี้ฮวาหัวเราะ 

“หอมดึกเจ้าค่ะ บางคนว่าเหม็น ต้องลุกมาตัดทิ้งกลางดึกเชียวเจ้าค่ะ” 

ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน ซินกุ้ยมองมาเป็นระยะ ขณะที่กำลังพับผ้า 

“ที่จวนข้า….มีสระบัว แต่มิกว้างใหญ่เท่าที่นี่ ที่นี่มีน้ำล้อมรอบตัว อุดมสมบูรณ์นัก ข้ากำลังพยายามจะอยู่อย่างคนสยาม” 

“มิยากดอกเจ้าค่ะ บ้านเมืองเราพระพุทธเจ้าหลวงท่านทรงปกครองไพร่ฟ้าด้วยความเมตตา ไม่ว่าลูกจีน ฝาหรั่ง แลหัวเมืองต่างๆ เจ้าจอมจากหัวเมืองยังมีเลยนะเจ้าคะ มีงานสมโภชรับรองเจ้าจอมในครั้งนั้นด้วยเจ้าค่ะ” 

“เจ้าหญิงจากเมืองอื่นหรือ?” 

“เจ้าค่ะ ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณฝ่ายในเป็นเจ้าจอมพระสนมเจ้าค่ะ” 

“ข้าเข้าใจ แล้วพี่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?” 

“เจ้าจอมมารดาดารารัศมีทรงเป็นพระสนมเอกที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงโปรดปรานนัก ทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดา หากแต่สิ้นประชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ บ่าวรู้เรื่องจากคุณหญิงเจ้าค่ะ ท่านเล่าให้ฟังเพราะเจ้าจอมมารดาท่านถวายตัวอยู่สยามมานานแล้วเจ้าค่ะ เจ้าจอมมารดาไว้จุก โกนจุกเยี่ยงชาวสยามเจ้าค่ะ พิธีโสกันต์ถูกจัดขึ้นในล้านนาเป็นครั้งแรกเลยเจ้าค่ะ พระพุทธเจ้าหลวงทรงพระราชทานพระกุณฑลกับพระพระธำมรงค์เพชรเป็นของขวัญโกนจุกเจ้าค่ะ” 

“มันคืออะไร?” 

“ตุ้มหูกับแหวนเพชรเจ้าค่ะ” 

ท่านหญิงซูอวี้ฮวาพยักหน้า “โกนจุก ไอ้จุก เจ้าจุก ข้าได้ยินคำนี้บ่อย หากแต่หาได้เข้าใจไม่ จุกที่ว่าคือสิ่งนี้หรือ?” หล่อนทำมือม้วนเป็นวงไว้กลางหัวตัวเอง 

“เจ้าค่ะ จุกคือจุกเหมือนที่เห็นพวกเด็กๆ ในบ้านไว้ไงเจ้าคะ พออายุครบก็ให้ตัดจุก ทำพิธีโกนจุก เท่ากับว่าเป็นสาวแล้วเจ้าค่ะ” 

“เจ้าหญิงพระองค์นั้นทรงมาจากที่ไหน?” 

“หัวเมืองนครเชียงใหม่เจ้าค่ะ เป็นหัวเมืองทางเหนือ แต่งตัวไม่เหมือนเราๆ นุ่งผ้าซิ่นแบบล้านนา ไว้ผมมวย พูดจาไม่เหมือนเราๆ เจ้าค่ะ ช้าๆ เนิบๆ” 

“บ้านเมืองข้าก็มีธิดาจากเผ่าต่างๆ มาถวายตัวให้กับฮ่องเต้” 

“เจ้าจอมมารดามีตำหนักใหญ่โตเจ้าค่ะ คุณข้าหลวงก็มาจากเมืองเหนือ สวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเจ้าค่ะ นับว่าแปลกตาทั้งธรรมเนียมแลผู้คนเจ้าค่ะ” 

“อย่างไรเสีย บ้านเมืองนี้ก็นับว่ามีเมตตาต่อผู้คนอยู่มาก ไม่ว่าจะแต่งงานด้วยเหตุผลใด ข้ามิเห็นดาบ มิเห็นคนด่าทอกัน มิเห็นอาญาใดๆ จากในวัง” 

“มีเจ้าข้า คนดีคนชั่วก็ปะปนกัน” 

“สวรรค์!” ซินกุ้ยเอามือนาบอก 

“นรกก็มี พวกทำผิดอาญาบ้านเมืองก็โดนขังโดนเฆี่ยนเจ้าค่ะ” 

“สวรรค์!” ซินกุ้ยยังคงรำพึงเหมือนเดิม 

“ก็บอกว่านรกก็มีไง” 

ท่านหญิงซูอวี้ฮวาหัวเราะออกมาทันที “ซินกุ้ยนางเพียงรำพึงมิได้มีความหมายใดๆ” หล่อนส่ายหน้า “ว่าแต่ว่า…..ข้าจะได้เจอขุนนางสยามในวันงานใช่หรือไม่?” 

“เจ้าค่ะ จะมากันให้ครึ่ด คุณจะต้องถูกฝึกกิริยามารยาทใหม่ ให้เป็นคนสยามมิให้ขัดตาผู้คน คุณหญิงจะสอนวันพรุ่งเจ้าค่ะ” 

ซินกุ้ยและท่านหญิงซูอวี้ฮวามองหน้ากันนิ่ง สองหัวใจรำพึง 

สวรรค์……………. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น