จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 10 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2562 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 รีอัพ
แบบอักษร

 

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นสายป่านก็หายดีพอที่จะกลับไปทำงานได้ หมอจินรุกหนักมากกว่าเดิมจนคนในโรงพยาบาลรู้กันทั่ว บ้างก็อวยพร บ้างก็อิจฉา สายป่านเดินคนเดียวเมื่อไหร่จะต้องถูกสาวๆหรือหนุ่มน้อยจิกสายตาใส่ทันทีจนเด็กหนุ่มเหนื่อยหน่าย หมอจินเองก็รู้แม้จะเข้าไปคุยอย่างสุภาพแล้วแต่ด้วยคนที่แอนตี้มีมากเกินไป หมอเองก็ยุ่งจึงไม่สามารถคุยได้ทุกคน สายป่านจึงได้แต่ฝืนทำหน้านิ่ง นั่งกินข้าวในโรงอาหารของโรงพยาบาลโดยมีเสียงนินทาระยะเผาขนอยู่แบบนี้ เด็กหนุ่มรีบกินอาหารให้หมดแล้วยกจานไปเก็บ พยาบาลสาวที่นินทาเขาชื่อลีแอนน่า เธอสนใจหมอจินมานานแล้วแต่หมอจินไม่เล่นด้วย เธอและกลุ่มเพื่อนออกอาการมากที่สุด แม้ว่าสายป่านจะพยายามเดินเร็วๆให้พ้นแต่ก็ยังมีเสียงพูดตามหลังมาจนได้ 

“ครอบครัวหมอจินไม่มีทางยอมหรอกที่จะให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้นมาเป็นลูกสะใภ้แถมยังเป็นผู้ชายอีก” 

สายป่านเม้มปากแน่นไม่ให้โต้ตอบเธอกลับไป แต่ตัวเองนำเอาคำพูดเหล่านั้นมาคิดหนัก เพราะเขาใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอดจึงไม่เคยคิดถึงปัญหาว่าไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวอีกฝ่ายมาก่อน บ่ายนั้นเขายอมรับว่าทำงานได้ไม่เต็มร้อย จนเมื่อคนไข้ตัวน้อยคนสุดท้ายกลับไปแล้วรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หุบลง 

เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น สายป่านเอื้อมมือไปรับ “ฮัลโหล” 

“สายป่านหิวหรือยังครับ พี่ขอเขียนรายงานอีกสักครึ่งชั่วโมงแล้วเราไปหาอะไรกินกันนะ หรือจะซื้อของสดไปทำกินกันที่ห้องป่านก็ได้” หมอจินส่งเสียงอบอุ่นมาตามสาย 

“งั้นขอเป็นที่ห้องป่านแล้วกันครับ ป่านกลับก่อนแล้วกันนะครับจะได้แวะซื้อของสดด้วย” 

“แบบนั้นก็ได้ครับ ขี่รถดี ๆ นะครับ” ด้วยการงานที่ไม่เป็นเวลาทำให้ทั้งคู่ยินยอมที่จะแยกกันใช้รถ เพราะบางครั้งหมอจินไปรับสายป่านแต่ไปส่งไม่ได้สายป่านต้องขึ้นรถเมล์ที่ครึ่งชั่วโมงถึงจะมีสักคันหนึ่งกลับบ้านกลายเป็นลำบากมากกว่าเดิม 

สายป่านเลือกผักด้วยความเหม่อลอยจนคุณลุงคนขายทัก “วันนี้ดูเหม่อๆนะ คิดเมนูอาหารไม่ออกหรือ ลุงมีอาติโช้กมาใหม่นะ ลองเอาไปกินดูไหม” 

“ขอบคุณครับลุง ใส่ถุงให้ผมเลยครับ” สายป่านถือผักที่ไม่เข้ากันเลยกลับบ้าน สุดท้ายมื้อเย็นจึงเป็นสปาเกตตี้คนละจานและสลัดชามโต 

“น้องป่านมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” หมอจินถามหลังจากพวกเขากินอาหารเย็นเสร็จแล้ว 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ป่านเผลอคิดถึงเคสวันนี้เท่านั้นเอง” สายป่านฝืนยิ้ม เอาเรื่องคนไข้ขึ้นมาอ้าง 

“อย่าคิดมากไปเลยครับ การบำบัดแบบนี้ต้องใช้เวลา ค่อยเป็นค่อยไปนะครับ” หมอจินลูบผมสายป่านก่อนจะขอตัวกลับ แม้เขาคิดว่าสายป่านไม่ได้พูดความจริงกับเขาก็ตามแต่เขาก็ยินดีรอให้อีกฝ่ายเต็มใจเล่าให้ฟัง 

ผ่านไปอีกหลายวันสายป่านยังถูกจิกจากกลุ่มของลีแอนน่าทุกวัน จนเขาแทบจะไม่เดินไปไหน ข้าวกลางวันก็ใช้วิธีห่อมาจากบ้านมากินในห้องทำงานหรือที่สวนด้านข้างเพื่อจะได้ไม่ต้องฟังอะไรที่บั่นทอนจิตใจ แต่ด้วยความที่ทำงานที่เดียวกันก็ยากที่จะหลีกกันพ้น สายป่านจึงถูกหาเรื่องอีกครั้งเมื่อเขาออกไปซื้อกาแฟที่ร้านในโรงพยาบาล 

“เหม็นอะไรไหมเธอ” เพื่อนของลีแอนน่าปรายตามองสายป่าน เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มอีกคนก็ต่อทันที 

“เหม็นสาบคนจนไง พวกไม่มีพ่อไม่มีแม่ก็แบบนี้แหละ” พวกเธอหัวเราะกันทั้งที่สายป่านคิดว่าไม่มีอะไรน่าขำแต่เขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิงเมื่อได้กาแฟที่สั่งแล้วจึงคิดจะเลี่ยงไป 

“ครอบครัวหมอจินเขาไม่มีทางปล่อยให้หมอจินแต่งงานกับกับผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรอก จำไว้” ลีแอนน่าพูดลอย ๆแต่สายป่านได้ยินชัดเจน 

เด็กหนุ่มเดินกลับไปยังห้องทำงานด้วยจิตใจหนักอึ้ง มีสายตาของเพื่อนร่วมงานมองมาด้วยความเป็นห่วง เขาไม่รู้สึกตัวเลยกระทั่งมีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างตัว 

“คิดมากเรื่องอะไรครับ” 

“พี่จิน” สายป่านทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ 

“ไม่ต้องคิดมากนะครับ อย่าไปใส่ใจเรื่องที่คนอื่นพูด ใส่ใจพี่คนเดียวก็พอนะครับ” หมอจินกุมมือสายป่านที่สีหน้ายังไม่ดีขึ้น 

“พี่รู้ว่ามันยากที่จะไม่ใส่ใจคนอื่นหากพวกเขายังพูดมากกันอยู่แบบนี้ พี่อยากให้ป่านมั่นใจในตัวพี่วันหยุดนี้เราไปกินข้าวกับพ่อแม่พี่กันนะครับ” 

สายป่านมองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ หมอจินก็อ้อนอีกครั้ง “นะครับ ป่านบอกว่าจะเปิดใจกับพี่นี่ครับ ไปพบพ่อกับแม่ของพี่กันนะ” 

“ก็ได้ครับ” สายป่านยิ้มออกมาได้บ้าง หากเขาคิดจะเดินหน้าต่อพี่จินจะจับมือเขาไว้แบบนี้ตลอดไปไหมนะ คงมีแต่ต้องลองดูสักครั้ง 

เย็นวันอาทิตย์หมอจินมารับสายป่าน 

ที่บ้านตอนสี่โมงเย็น สายป่านถามหมอจินมาแล้วว่าต้องแต่งตัวอย่างไร เมื่อได้คำตอบว่าแค่กินข้าวกันที่บ้าน สายป่านจึงเลือกเสื้อผ้าที่ไม่ดูเป็นทางการนักดีที่สุดที่เขามีมาใส่ ได้แก่เสื้อเชิ้ตเนื้อนุ่มสีครีมทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำเงินและกางเกงสีน้ำตาล ชุดนี้สายป่านซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเป็นยี่ห้อทั่ว ๆไปตอนลดราคา คิดว่าตัดเย็บเรียบร้อยคุ้มกับเงินในกระเป๋า หมอจินหอมแก้มสายป่านก่อนจะเปิดประตูรถให้ 

“พี่จิน” สายป่านกุมแก้มตัวเองหน้าแดง ความกังวลที่มีมาก่อนหน้านี้หายไปจนหมด 

“หายกังวลแล้วใช่ไหมครับ พ่อแม่พี่ใจดี แล้วพี่ก็โทรไปเล่าเรื่องของป่านให้ท่านฟังแล้ว พวกท่านต้องเอ็นดูป่านแน่นอนครับ” หมอจินขับรถด้วยมือข้างเดียวอีกมือหนึ่งกุมมือของสายป่านไว้ตลอดทาง บ้านของหมอหนุ่มอยู่นอกเมืองออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง ท่านทั้งคู่มาพักบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อต้องมาดูกิจการร้านเครื่องสำอางค์ที่อาร์ซิตี้ หมอจินนั้นแทบจะไม่ได้มาพักเลยเพราะอยู่ไกลโรงพยาบาลเกินไปทำให้เขาเช่าอพาทเมนต์หรูอยู่ในเมือง 

บ้านของหมอจินเป็นบ้านชั้นเดียวรูปตัวแอลทำจากหินสีเทาเหมือนบ้านส่วนใหญ่ในเมืองนี้ ตั้งอยู่บนเนินหญ้าเขียวขจีด้านหลังมีไร่องุ่นกว้าง 

“ที่นี่มีน้ำร่คุณภาพดีมากใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอางค์ที่บริษัทของพ่อ เพราะต้องกันที่รอบๆไว้ แม่เลยปลูกองุ่นเล่นๆไว้ทำไวน์น่ะ เดี๋ยวพี่พาไปดู” หมอจินกดรีโมตเปิดประตูรั้วแล้วขับรถเข้าไปจอดด้านในอย่างนุ่มนวล 

“คุณท่านรออยู่ในห้องนั่งเล่นค่ะ” แม่บ้านในชุดฟอร์มเดินมาบอกอย่างสุภาพ หมอจินพยักหน้ารับโอบเอวสายป่านเดินเข้าบ้านที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ยิ่งเห็นสายป่านก็ยิ่งคิดว่าตัวเองช่างห่างชั้นกับคนข้างๆเหลือเกิน 

“พ่อครับแม่ครับ” หมอจินเรียกคู่สามีภรรยาตรงหน้าที่แต่งกายงดงามเหมือนในละครไม่มีผิด คนเป็นแม่อ้าแขนรับกอดจากลูกชาย จากนั้นหมอจินก็เปลี่ยนไปกอดพ่อบ้าง สายป่านได้แต่ยืนมองครอบครัวที่ดูงดงามเหมือนภาพวาดนั้นไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งแม้แต่น้อย 

“สายป่านมารู้จักคุณพ่อคุณแม่พี่สิ นี่สายป่านครับ เรากำลังดูใจกันอยู่” 

“สวัสดีครับ” สายป่านจับมือกับคนทั้งคู่ 

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ จินเล่าเรื่องเธอให้ฉันฟังเยอะทีเดียวแม้เขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้คนแก่แบบฉันก็เถอะ” มาดามจันทิราหัวเราะเบาๆ สายป่านได้แต่ฝืนหัวเราะตามกลั้นใจเยินยอเธอไปสักหน่อย “มาดามยังสาวอยู่มากเลยครับ” 

“แหม เด็กคนนี้รู้จักพูดเอาใจคนแก่” มาดามจันทิราหัวเราะอย่างมีจริต 

“งานเป็นอย่างไรบ้างลูก ถ้ามันเหนื่อยนักออกมาทำงานกับพ่อดีกว่า” มิสเตอร์โรเบิร์ตมองหมอจินอย่างพิจารณา 

“ให้พี่จายล์ทำไปเถอะครับ ผมรักงานของผม” หมอจินทำปากยื่น เป็นกริยาที่สายป่านไม่เคยเห็นมาก่อน คงเพราะได้อยู่กับครอบครัวสินะ สายป่านนั่งฟังพวกเขาคุยกันเงียบๆ คอยพยักหน้าหรือยิ้มรับบ้างยามที่ถูกถาม จากที่รู้มาบ้างว่าหมอจินรวยแต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ พวกเขาคุยกันถึงเรื่องตลาดหุ้น ร้านค้าหรูในเมืองหลวง กิจการเครื่องสำอางและโรงงานผลิตไวน์ของครอบครัว สายป่านฟังแล้วยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างต้อยต่ำนัก 

“อีกพักใหญ่กว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น จินพาสายป่านไปเดินเล่นก่อนสิไป วันนี้พวกทอมป์สันจะมากินข้าวด้วยนะ” มิสเตอร์โรเบิร์ตบอก 

“นั่นสิ ไปเดินเล่นกันดีกว่า” หมอจินลุกขึ้นยื่นมือให้สายป่าน 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” สายป่านวางมือตัวเองในมือหมอจิน ก้มศีรษะให้มิสเตอร์โรเบิร์ตและมาดามจันทิรานิดๆเป็นเชิงขอตัว หมอหนุ่มกระชับมือเล็กพาเดินไปหลังบ้านมุ่งไปยังไร่องุ่น หน้าร้อนแบบนี้กว่าฟ้าจะมืดก็สี่ทุ่ม พวกเขาจึงเดินเล่นกันได้อย่างสบาย 

“สวยจังเลยพี่จิน” สายป่านทอดสายตามองไร่องุ่นเขียวขจีที่มีลูกองุ่นสีเขียวห้อยเป็นพวงระย้า 

“ไว้วันหลังเรามากันอีกก็ได้ ตอนนี้องุ่นยังไม่แก่ รอให้องุ่นแก่เรามาเก็บกันต้องสนุกแน่ๆ” หมอจินโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดจ้องไปในดวงตาคู่สวย 

“เป็นแฟนกันนะ” 

“ครับ” สายป่านหลับตาลงรับจูบจากหมอจิน ซึมซับความรู้สึกอ่อนหวานไว้เป็นกำลังใจในวันข้างหน้ายามที่เขาต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง คู่รักหมาดตระกองกอดกันชมไร่องุ่นฉาบทาด้วยแสงสีทอง ผลัดกันป้อนคำหวานให้กันจนเกือบลืมเวลา 

“พี่จินครับ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วมั้งครับ ให้ผู้ใหญ่รอคงไม่ดี” สายป่านเตือน ปากของเขาแดงเจ่อด้วยหมอจิน 

“เสียดายจัง พี่ยังอยากอยู่กับป่านอยู่เลย” หมอจินงอแงแต่ไม่อยากให้พ่อแม่มองสายป่านไม่ดีจึงยอมเดินกลับบ้าน 

“ครอบครัวทอมป์สันนี่เป็นใครหรือครับ” สายป่านถาม 

“เป็นเพื่อนบ้านน่ะ ไร่อยู่ถัดไปจากที่ของเรานี่เอง มีลูกชายรุ่นเดียวกับป่านนี่แหละ ป่านจะได้มีเพื่อนคุยไง ดีไหม” หมอจินยิ้มสดชื่นป่านยิ้มตอบแต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นความไม่แน่ใจอยู่ในนั้น 

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หมอจินพาสายป่านไปล้างหน้ายังห้องส่วนตัวของเขาที่ดูคล้ายถอดแบบมาจากแมกกาซีน 

“ป่านใช้ห้องน้ำตามสบายนะ พี่จะไปใช้ห้องข้างนอกเอง เสร็จแล้วออกไปหาพี่ที่ห้องนั่งเล่นนะ” หมอจินหอมแก้มนวลก่อนออกจากห้องไป ทิ้งให้สายป่านยืนหน้าแดงอยู่ในห้อง เมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วจึงล้างหน้าให้สดชื่นแล้วออกไปสมทบกับหมอจินที่ห้องนั่งเล่น 

“สายป่านมารู้จักคุณอามันโดกับคุณแอเรียล หนุ่มน้อยคนนี้เป็นลูกชายคนเดียวของเขาชื่อคริสเตียน อายุไล่เลี่ยกันน่าจะเป็นเพื่อนกันได้” คุณโรเบิร์ตกวักมือเรียก สายป่านทักทายครอบครัวทอมป์สันที่อยู่ในชุดลำลองจากห้องเสื้อชั้นนำ คริสเตียนทักเขาอย่างคนอัธยาศัยดี 

“คุณสายป่านทำงานที่เดียวกับพี่จินหรือครับ” 

“ใช่ครับ ผมเป็นนักจิตวิทยาเด็ก” สายป่านยิ้มสุภาพ คริสเตียนเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีผมสีทองสว่าง ตาสีฟ้าใสแจ๋วดูซื่อตรง ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้ 

“ดีจังเลยครับ ผมก็อยากทำงานบ้างแต่พ่อไม่ยอม ท่านอยากให้ผมช่วยท่านดูแลกิจการมากกว่า” คริสเตียนย่นจมูก ดูน่ารักน่าเอ็นดูเห็นได้จากสายตาที่พวกผู้ใหญ่มองมา 

“แต่นั่นเป็นชีวิตในฝันของหลายๆคนนะครับ” สายป่านยิ้มบาง 

“ผมก็มีความฝันของผมเหมือนกันนี่นา” คริสเตียนชำเลืองหมอจินโดยไม่รู้สึกตัว แต่สายป่านที่อยู่ตรงหน้าเห็นการกระทำนั้นทุกอย่าง เด็กคนนี้คงแอบชอบพี่จินอยู่สินะ สายป่านคิดด้วยความขมขื่น ดูอย่างไรก็เหมาะสมกันมากกว่าตัวเองมากนัก 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น