winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2562 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

'ใครบางคนบอกว่า รักแท้ อาจหมายถึง ความรัก แบบที่ไม่หวังอะไร รักจนสุดหัวใจ แม้ไม่ได้ครอบครอง  

แต่ก็เคยได้ยินมาอีกว่า ถ้าเราตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก เราจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมหลายๆ อย่าง  

เราจะอ่อนแอลงไประดับหนึ่ง ฉไนเลยจะมีแรงไปรักคนอื่น โดยที่ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยอย่างนั้น นั่นมันวิถีของคนแกร่งเลยนะ  

คิดดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นเรื่องแปลก แต่ก็แปลกยิ่งกว่า ที่มนุษย์หลายคนทำสิ่งที่ทำได้ยากแบบนั้นได้ 

…ฉันเองก็ด้วย’  

 

“นามปากกา ฝนต้นเมษา หืม อย่าบอกนะ ว่าเล่มนี้ คุณเมษาเขียนเอง”

“ใช่แล้วค่ะ คุณทหารอากาศ”

“เมื่อไหร่เราถึงจะสนิทกันมากพอ ให้คุณเมษาเรียกเบธ ว่า เบธ คะ”

“ถ้าฝนตอบคุณว่า เมื่อไหร่ก็คงจะเมื่อนั้น คุณจะหาว่าฝนกวนหรือเปล่าคะ ทหารอากาศ”

ได้ยินดังนั้นทหารอากาศที่ถูกกล่าวถึงก็เบนสายตาจากปกหลังหนังสือ เหลือบไปมองบรรณารักษ์สาว เจ้าของคำตอบหยิ่ง ๆ กวน ๆ ที่ประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์เบื้องหน้า พอได้สบกับดวงตาลึกลับ คนในเครื่องแบบทหารอากาศก็ส่งยิ้มหวาน ๆ ให้

“มีคนเคยบอกว่า ฝนตาหวาน แต่ดูท่าแล้ว น่าจะหวานกว่ายิ้มของคุณนะ”

“เดี๋ยวก่อนนะคะ ใครบอกว่าคุณตาหวาน”

“ก็หลายคนน่ะค่ะ”

“เค้าหลอกด่าคุณเมษาหรือเปล่า แถวบ้านเบธน่ะ สิ่งมีชีวิตที่ตาหวานที่สุด ก็คือ ควาย”

“ฝนว่า คนที่มีจิตคิดประทุษร้ายต่อฝน ไม่น่าจะใช่คนพวกนั้น”

“สรุปเบธยืมหนังสือเล่มนี้ของคุณนะคะ แค่ปกหลังอย่างเดียว ก็ซาบซ่านไปถึงกลางดวงใจ”

ข้างต้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเช้าวันจันทร์ของสัปดาห์ ที่เบธ หรือ เรืออากาศตรีหญิงนฤเบธ แห่งกองทัพอากาศไทย จะต้องมาหาหนังสือสักเล่มจากหอสมุดเก่าแก่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างที่พักกับที่ทำงาน นอกจากหนังสือสาระดี การสนทนากับบรรณารักษ์ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจพอ ๆ กัน

ปั้ก ปั้ก

บรรณารักษ์ประทับตรายางวันเดือนปีลงบนสมุดยืมคืนของผู้ยืมหนึ่งครั้งและที่บัตรยืมคืนที่ติดอยู่ปกในหนังสืออีกหนึ่งครั้ง จากนั้นก็ดึงบัตรยืมไปเก็บไว้ แล้วก็หยิบหนังสือและสมุดยืมให้ผู้มายืมไป

“ขอถามอีกที คุณไม่เหงาจริงๆ เหรอคะคุณเมษา นั่งอยู่ในนี้ คนเดียวทั้งวัน”

“คนที่มาที่นี่ ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวหรอกนะคะ”

“อ่อ เหรอคะ อืม อ้อ เบธสงสัยว่า คนที่มาบ่อยที่สุด เป็นใครเหรอคะ”

“เค้าชื่อ นฤเบธ ค่ะ แต่ไม่ได้เป็นทหาร”

“แล้วก็คงไม่สวยเท่านฤเบธคนนี้ ไปทำงานดีกว่า วันทยาหัตถ์ นะคะ”

รั้วของชาติที่ทำงานทางอากาศ ทำความเคารพคนดูแลหนังสือให้กับประเทศชาติ ทำหน้ากวน ๆ ฝากไว้ให้อีกหนึ่งที แล้วก็เก็บหนังสือลงกระเป๋าสะพายหลังใบใหญ่ ๆ คู่ใจ ก่อนจะเดินออกไปทางประตู

เรืออากาศตรีหญิงนฤเบธ วัฒนะโยธินนุกูล เป็นทหารอากาศสังกัดหน่วยโดรนติดอาวุธ ของกรมอิเล็กทรอนิกส์ทางอากาศและสรรพาวุธพิเศษ มีหน้าที่หลักในการพัฒนาทั้งตัวโดรนทั้งอาวุธที่ติดอยู่กับโดรนให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

แม้ว่าเบธจะเป็นผู้หญิง ที่อาจจะแข็งแรงน้อยกว่าผู้ชาย แต่นั่นไม่เป็นปัญหา เพราะเธอสอบเข้ามาด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง และที่สำคัญ โดรนติดอาวุธที่กองทัพต้องการ คือ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แม่นยำ ทำลายล้างสูง และประหยัด ทั้งหมดทั้งมวลนั่น ใช้เพียงสมอง ไม่ต้องพึ่งแรงกำลัง ในกระเป๋าสะพายหลังของเบธจึงเต็มไปด้วยวัสดุอุปกรณ์หลาย ๆ อย่าง หนังสือทางวิศวกรรม และหลายครั้งก็มีวรรณกรรมผสมอยู่ด้วย บ้างก็อ่านเอง บ้างก็เอามาเผื่อคนอื่น

 

ณ โรงอาหารประจำหน่วยโดรนติดอาวุธ

“นิยายรักหวานๆ ซึ้งๆ ค่ะ ป้าผกา เหมือนเดิมนะคะ ให้เวลาอ่าน 5 วัน เช้าวันศุกร์เบธจะมาเอาคืน”

“น่ารักอะไรขนาดนี้คะหมวดเบธ ขยันยืมมาให้ป้าตลอดเลย เล่มเท่านี้ 3 วัน รับรองจบ”

ป้าผกา คือแม่ครัวที่ผู้บัญชาการหน่วยจ้างมาทำอาหารอร่อย ๆ ให้กับทหารในหน่วยรับประทานกันฟรีๆ เป็นสวัสดิการพิเศษ ทั้งมื้อ เช้า กลางวัน เย็น หากวันไหนมีใครอยู่ทำงานดึก ป้าผกาก็จะต้มข้าวต้มไว้ให้ตั้งแต่ตอนเย็น ทั้งรสมือดี สะอาดสะอ้าน และช่างเอาอกเอาใจ ทำให้ป้าผกาเป็นที่รักของทุกคน

ทุก ๆ เช้า ไม่ว่าใครจะอย่างไรก็ตาม แต่หมวดเบธจะต้องมากินอาหารฝีมือป้าผกา นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าหาอาหาร ก็เพื่อรักษาน้ำใจป้าผกาที่ต้องตื่นมาทำแต่เช้าด้วย

“แหม ๆ มันรู้จักเอาอกเอาใจแม่ครัวอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ คุณผู้หมวดเบธถึงได้กับข้าวเยอะกว่าใครๆ ตลอด”

“วันนี้เฮียคิดยังไงตื่นมาทันกินข้าวเช้า”

“อารมณ์ดีก็เลยต้องมา ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็คงไม่มา ... ป้าผกา ขอข้าวให้คีรีจานนึงครับผม”

“รอสักครู่นะคะหมวดคีรี เดี๋ยวป้าเตรียมผลไม้ให้หมวดเบธก่อน”

“นั่นไง ลำเอียงเห็นๆ”

เฮีย หรือหมวดคีรี คือเพื่อนทหารยศเดียวหน่วยงานเดียวกันกับเบธ ที่สอบติดมาพร้อม ๆ กัน แต่นายคีรีเป็นผู้ชายและมีอายุมากกว่า เบธจึงให้เกียรติด้วยการเรียกว่า เฮีย โดยปกติแล้วเฮียคีรีของเบธมักจะมาไม่ทันได้กินข้าวเช้า แต่วันนี้มา เบธก็เลยมีเพื่อนกินข้าว

แต่เพื่อนทหารที่สนิทๆ กันกับเบธ ขนาดที่ว่าคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ได้มีแค่คีรีคนเดียว หากแต่ยังมีผู้หมวดหญิงอีกหนึ่งคน

“เห็นคุณนภดลหรือยังล่ะเช้านี้”

“ป่านนี้อยู่ที่หน่วยแล้วมั้งเฮีย นางขยัน”

“ขยันมาแต่งหน้าทำผม”

“ถูก”

ผลั่ก ผลั่ก

“โอ๊ย/โอ๊ย”

คนขยันที่สองผู้หมวดพูดถึง เดินมาจากไหนไม่มีใครทราบ และกว่าจะทราบ ข้าวในปากก็แทบจะพุ่งออกมา เพราะโดนมือขาวๆ เรียวๆ ฟาดเข้าที่หัว

“ป้าผกา ขอข้าวให้ดลจานนึงค่ะ”

“สักครู่นะคะหมวดดล ขอเวลาป้าจัดจานผลไม้ให้หมวดเบธอีกแป๊บ”

“ป้าผกาคะ อย่าลืมสิคะ ว่าพ่อหนูน่ะ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ถึงจะไม่ได้จ่ายเงินป้าโดยตรง แต่ก็สามารถสั่งตัดเงินคนที่ให้เงินเดือนป้าได้นะคะ”

“อาหารอร่อยๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อหมวดดลคนสวยของป้าโดยเฉพาะเลยนะคะ แหม่ ถ้าป้ารู้ล่วงหน้าว่า หมวดดลจะมาทานอาหารเช้า ป้าจะเตรียมอาหารให้ดีกว่านี้อีกค่ะ”

ป้าผกานำอาหารมาเสิร์ฟด้วยความรวดเร็ว ส่วนผลไม้ที่เตรียมไว้ให้หมวดเบธก็เปลี่ยนมาให้หมวดดลทันที ยิ้มหวาน ๆ ให้ แล้วก็เดินจากไป

“เฮีย ดูดิ หนังสือนิยายของเบธดูไร้ค่าไปเลย”

“เอาน่า ปีนึงจะมีแบบนี้ซักวัน”

“ก็กินด้วยกันเนี่ยแหละ ทำเป็นแซวไปได้ พวกนี้นี่”

เบธกับคีรีหัวเราะให้กัน ก่อนที่เบธจะหยิบจานผลไม้ตรงหน้าหมวดดลคนสวยลูกท่านผู้บัญชาการไปกินอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ

“ไอ้เบธ ช้อนส้อมเค้าก็มีให้ มึงใช้มืออีกแล้วนะ” หมวดดลคนสวยบ่น

“ก็คนมันถนัดใช้มือ มีปัญหาเหรอคะ หมวดดล” เบธย้อน

“ถนัดอะไร พูดให้มันดีๆ ฉันเป็นผู้หญิงนะ สวยด้วยบอกเลย”

“ไอ้ดลเป็นผู้หญิงน่ะไม่เท่าไหร่ เฮียเนี่ย เป็นผู้ชาย ไม่เกรงใจกันบ้างเลย”

“สองคนนี่คิดไปถึงไหนเนี่ย ที่บอกว่า ถนัดใช้มือ หมายถึง ถนัดใช้มือบังคับโดรน”

“วู้ย! /วู้ย! ”

เช้านี้อากาศดี และฤกษ์งามยามดีที่ทั้งสามเกลอได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ก็เลยกินกันไปหยอกล้อกันไปตามประสาสหายรัก ก่อนที่หนึ่งในสามจะทำให้บรรยากาศอันแสนสดชื่นจบลง

“วันนี้วันอะไรวะ ไอ้เบธ”

“วันจันทร์สิ้นเดือนไงเฮีย เงินใกล้จะหมดแล้ว ต้องรู้ดิ”

“ทำไมคุ้น ๆ เหมือนว่าวันนี้มันมีอะไร” หมวดคีรีหยิบแตงโมยัดเข้าปาก แล้วก็ทำหน้าครุ่นคิด

“เบธก็ว่าคุ้นๆ เหมือนเราสามคนต้องทำอะไรสักอย่างปะ” กินแตงโมบ้าง

“มึงสองคน หยุดกิน แล้วเก็บของ”

หมวดดลคนสวยลูกสาวท่านนายพลพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“กินผลไม้ก่อน เสียดาย ป้าแกอุตส่าห์เอามาให้ เนอะเฮียเนอะ”

“วันนี้เราสามคนต้องส่งโปรเจคใหม่ให้ผู้บัญชาการหน่วย! ”

“ฉิบหายแล้วไง ลืมไปสนิทเลย! เฮีย วิ่งเร็ว! ”

สามผู้หมวดรีบเก็บข้าวของ ตะโกนให้ป้าผกามาช่วยเก็บจาน ยกมือไหว้ขอโทษที่เสียมารยาท แล้วพากันวิ่งไปที่ห้องผู้บัญชาการหน่วยทันที

“หน้าสดเหรอเนี่ย วันนี้ฉันหน้าสดเหรอเนี่ย”

“ไอ้ดล มึงยังจะห่วงสวยอีก”

ผู้หมวดสาววิ่งตีคู่กันไป แล้วก็ยังตีกันไป ส่วนชายหนุ่มหนึ่งเดียว วิ่งนำลิ่วไปเกือบจะถึงตึกที่ทำการหน่วยแล้ว

 

จนในที่สุด สมาชิกทั้งสามคนแห่งทีม KBD ทหารเลือดใหม่ไฟแรงแห่งหน่วยโดรนติดอาวุธ ความหวังของกองทัพอากาศก็พากันมาถึงห้องประชุมได้ทันเวลานัดหมาย ผู้บัญชาการหน่วยนั่งรออยู่ในนั้นแล้ว

“เดี๋ยวก่อนนะ พวกเรามาทันเวลาก็จริง แต่พวกเรามีงานมาส่งกันเหรอ” เบธทวนความจำให้ทุกคน

“อย่างน้อยก็ไม่มาสายล่ะวะ เราเข้าไปกันก่อน เดี๋ยวเฮียจัดการได้”

ทั้งสามคนมองหน้ากัน สูดลมหายใจลึกๆ แล้วก็ก้าวเท้าเข้าห้องประชุมไปด้วยสีหน้ามั่นใจ แต่เมื่อได้สัมผัสกับแอร์อันเย็นยะเยือก ร่างกายของทุกคนก็ดูเหมือนจะสั่นตาม เบธคิดในใจว่า แบบนี้เค้าเรียกว่า สั่นสู้

“แถว...ตรง วันทยา..หัตถ์! ”

หมวดคีรีนำเพื่อนร่วมทีม ทำความเคารพหัวหน้า ด้วยน้ำเสียงสุขุมนุ่มลึกแต่ทว่าดุดันแข็งแรง

“ตามสบาย สามเสือ KBD วันนี้ผมต้องรีบไป พวกคุณรีบนำเสนอโปรเจคให้เร็วและกระชับที่สุด”

“ครับหัวหน้า ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวให้หมวดเบธ อธิบายให้ฟังสั้น ๆ ไปก่อน จากนั้น เดี๋ยวเราจะส่งตัวโครงการอย่างละเอียดมาให้อีกที”

“อะ ว่าไป”

หมวดเบธยืนตัวแข็ง หน้าตรง ตามองตรง เก็บอาการตกใจอย่างสุดขีดไว้ภายในหัวอก ได้แต่กะพริบตาถี่ๆ และรัว เพื่อบรรเทาอาการไปเท่านั้น ส่วนลูกสาวนายพลที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ยืนยิ้มมุมปาก กลั้นหัวเราะเอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี

“อ้าว หมวดเบธ อธิบายมาได้แล้ว แล้วก็ผมสั่งให้ตามสบาย ไม่ต้องยืนตัวตรงขนาดนั้น”

“เอ่อ ค่ะ”

หมวดเบธถอนหายใจยาว ก่อนจะอธิบายโปรเจ็คที่ไม่ได้ผ่านการลงความเห็นของเพื่อนร่วมทีม เพราะว่าเพิ่งจะคิดได้สดๆ ร้อนๆ และต้องพูดออกไปด้วยภาวะจำยอม

“โปรเจ็คใหม่ของเรามีชื่อว่า 'มิสเตอร์บี' มิสเตอร์บีเป็นโดรนที่มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ ติดอาวุธที่เป็นสารเคมีออกฤทธิ์ช้า ลักษณะการใช้งาน เปรียบได้เหมือนการปล่อยผึ้งไปต่อย จุดประสงค์ของการใช้งาน คือนำไปใช้จัดการกับศัตรูแบบเงียบๆ เพื่อไม่ให้ศัตรูไหวตัวทัน อย่างเช่นในกรณีที่มีตัวประกัน ผู้ร้ายจะไม่ทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ตามจนเจอ ดังนั้นตัวประกันจะไม่ได้รับอันตราย”

“โดรนเล็กเท่าฝ่ามือ หมวดแน่ใจนะว่า มันจะบินได้ ติดอาวุธไหว และยิงได้แม่นยำ”

“เราจะติดใบพัด 8 อันเพื่อช่วยควบคุมทิศทาง”

“ฮะ เล็กเท่าฝ่ามือ แต่ติดใบพัด 8 อัน มันจะติดหมดเหรอครับหมวดเบธ”

ผู้บัญาชาการหน่วยที่ว่ารีบ ฟังแล้วก็เกิดความสงสัยมากมาย ไม่ปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้อารมณ์ไม่ดีใส่

ผู้หมวดเบธที่คิดคร่าวๆ ได้แค่นี้ ไม่รู้ว่าจะอธิบายอะไรต่อ ก็เลยเอาศอกกระทุ้งคนที่โบ้ยงานมาให้

“เอ่อ เราจะติดใบพัดไว้ตำแหน่งละ 2 อัน โดยติด เอ่อ ติด ไว้ ไว้ที่ ที่ด้านข้าง ทั้งซ้ายและขวา” หมวดคีรีว่าอย่างตะกุกตะกัก

“ติดไว้ข้างหน้า ติดไว้ข้างหลัง” หมวดเบธต่อ

“ติดพร้อมๆ พร้อม กัน ค่ะ” หมวดดลรับอย่างได้จังหวะพอดี ทำเอาผู้หมวดอีกสองคนหันควับไปมองหน้าเธออย่างพร้อมๆ กัน

“ผมให้เวลาพวกคุณหกเดือน หวังว่า พวกคุณจะไม่ใช้งบประมาณของประเทศใช้ให้หมดไปโดยไม่ได้อะไรเลย เชิญครับ เชิญพวกคุณออกไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ”

 

ทันทีที่ออกจากห้องประชุม ทีม KBD ก็พากันวิ่งไปที่ลานขับโดรน

ก่อนที่หมวดเบธจะโวยวาย

“เฮียแม่ง ไหนบอกจะจัดการเองไงฟะ!”

“ก็เฮียรู้ ว่าเบธเก่ง สอบได้ที่หนึ่งเลยนะเว้ย”

“แต่โมโหเฮียไม่เท่าไหร่ โมโหไอ้ดลมากกว่า คิดอะไรไม่ออก ก็ยืนเงียบๆ ก็ได้มั้ง นี่อะไร อยู่ๆ ก็ติดพร้อมๆ กัน กูจะบ้า”

“ก็ไหนๆ โปรเจ็คมันก็ดูกะโหลกกะลาแล้ว ก็เอาให้มันขำสุดๆ ไปเลย เผื่อหัวหน้าท่านจะได้ไม่เครียด”

“ไม่เครียดกับผีอะไรล่ะฮะ”

“ก็ไม่กะโหลกกะลานะ คิดไปมันก็แปลกๆ ดี ไอ้เบธแม่ง คิดได้ไงวะ” คีรีว่า

“จู่ๆ ก็นึกถึงผึ้งที่อยู่บนหน้าปกนิยาย เล่มที่ยืมมาให้ป้าผกาเมื่อเช้าอะเฮีย ก็เลยมั่วไป”

“แล้วดูชื่อ มิสเตอร์บี ชื่อดีกว่านี้ไม่มีแล้วใช่มั้ย”

“หรือจะให้เปลี่ยนเป็นมิสซิสดล มันถึงจะดูไพเราะยะแม่คุณ”

ครืดๆ

ขณะที่คู่ซี้คู่ขยี้กำลังปะทะฝีปากกันอย่างเมามัน มือถือของเบธก็สั่น ทำให้ต้องสงบศึกกันไปชั่วคราวก่อน

“รอเดี๋ยวนะ จะมาเถียงต่อ รับโทรศัพท์แป๊บ”

“รออยู่แล้ว เพราะจะต้องอยู่รอรับชัยชนะ”

เบธอมยิ้มแล้วก็ส่ายหัวให้หมวดดล ที่ชอบพูดเสมอๆ ว่า จะไม่ทำตัวเป็นคุณหนูลูกนายพล แต่นับวัน เธอก็ค่อย ๆ เป็นแบบนั้นทีละนิด ทีละนิด

เบธหยิบมือถือออกมา สีหน้าพร้อมตบกับหมวดดลเปลี่ยนเป็นหมองหม่นทันตา เมื่อพบว่าคนที่โทรมานั้น เป็น

“สวัสดีค่ะ คุณแม่”

คุณแม่ที่ว่า ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดของเบธ เพราะผู้ให้กำเนิดทั้งสองเสียชีวิตไปทั้งหมดแล้ว แต่คุณแม่ทั่ว่านั้น คือมารดาของอดีตคนรักเก่า

“นี่เธอทำอะไรอยู่ คดีของลูกสาวฉันไปถึงไหนแล้ว เธอรับปากว่าจะช่วย ก็ช่วยกรุณาทำอะไรสักอย่างให้ดูเหมือนว่ากำลังช่วย เหมือนที่ปากพูดด้วย”

 

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะคะทุกๆ คน ^^ ฮูเล่ๆๆ  

แต่ช่วงนี้ไรท์ยุ่งๆ อาจจะนานๆ อัพ สองสามวัน หรืออาจจะอาทิตย์ละครั้ง รอไรท์นิดนึงน้าคะ ^^! 

อ่านแล้วชอบมั้ย เป็นยังไงบ้าง อย่าลืมคอมเมนต์บอกไรท์ด้วยนะคะ  

ปล.รูปหน้าปกนิยายอาจไม่สวยนัก เพราะไม่มีโฟโต้ชอปแล้ว เลยใช้พาวเวอร์พอยท์ทำ ไม่ว่ากันน้า  

 

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 

ไรท์วินเทอร์ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น