มายเวิลด์

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านกันนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกแรงสนับสนุน ทุกคอมเม้นต์ และทุกการกดไลค์ค่ะ #มายเวิลด์ 🙏

ชื่อตอน : Chapter 2

คำค้น : #แก๊งค์จตุรธาตุ #ผู้ชายสายโหด #เพลิงกัลป์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2562 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2
แบบอักษร

Chapter 2 

-เมื่อถึงเวลา ความรักก็จะวิ่งมาหาเราเอง- 

วันต่อมา.. 

ผมตื่นขึ้นมาตอนประมาณเจ็ดโมงเช้า เอาจริงๆวันนี้ผมมีเรียนสิบโมงเช้า แต่เพราะคุณหญิงแม่โทรตามผมยิกๆให้ผมไปให้ท่านเห็นหน้าบ้าง ไม่ใช่เอาแต่หลบหน้าท่าน มีแม่เหลืออยู่แค่คนเดียวแล้วนะ ทำไมไม่อยากมาเจอแม่ นู่นนั่นนี่..บอกเลยว่าผมฟังแล้ว สำนึกผิดแทบไม่ทัน ดังนั้นวันนี้ผมขอเลยขอทำหน้าที่หน้าที่ลูกที่ดี แต่เป็นลูกศิษย์ที่แย่ของอาจารย์ละกัน ผมตัดสินใจที่จะไปหาแม่ เพราะท่านบอกว่าจะอยู่ที่ประเทศไทยอีกแค่สองวัน ซึ่งก็คือวันนี้กับวันพรุ่งนี้ ผมก็แค่ไลน์ไปบอกไอ้วาโยไว้ว่าจะมาหาแม่นะ แล้วก็ไม่ไปเรียน.. 

บ้านเพลิงกัลป์.. 

และในที่สุดผมก็ขับรถมาจนถึงบ้านของตัวเอง ซึ่งปกติผมจะไม่มาเหยียบที่นี่เลย เพราะครอบครัวของผมมีแค่ผมกับแม่สองคน ฉะนั้นแม่ผมจะออกไปเที่ยวรอบโลกไม่ได้อยู่บ้านหรอก ส่วนผมก็ไปเรียน แล้วก็ดูแลแก๊งค์ ไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่บ่อยนักหรอก ถ้าไม่มีอะไรสำคัญอะนะ.. 

“สวัสดีครับนาย/สวัสดีค่ะนาย” เสียงคนในบ้านเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มหัวให้ผม  

“ไงจ๊ะ พ่อตัวดีของแม่?” 

“สวัสดีครับคุณหญิงแม่” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้แม่ตัวเอง ก่อนจะพุ่งตัวไปกอดแม่ตัวเองแย่างรวดเร็ว ผมต้องใช้ลูกอ้อนเข้าสู้สิ รับรองคุณหญิงแม่จะต้องใจอ่อนนน 

“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยขึ้นบอกผม 

“เพลิงเปล่านะครับคุณหญิงแม่ เพลิงน่ะคิดถึงคุณหญิงแม่ที่สุดเลยฟอดด ฟอดด” ผมเอ่ยขึ้น แล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มคุณหญิงแม่สองฟอดเน้นๆ  

“หึ!! ถ้าแม่ไม่โทรตามยิกๆ จะโผล่หน้ามาหาแม่หรือเปล่าเหอะ” โผล่มาก็บ้าแล้ววว 555555 

“เพลิงต้องมาหาคุณหญิงแม่อยู่แล้วครับ คิดถึงจังเลยครับฟอดด ฟอดด” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่ แล้วหอมแก้มคุณหญิงแม่อีกสองฟอด 

“หยุดเลยนะ ไม่ต้องมาอ้อนกลบเกลื่อนความผิดเลยนะ” 

“เพลิงไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับคุณหญิงแม่” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่ทันทีทันควัน 

“งั้นหรออออ” 

“..........” ง่าาา น้ำเสียงแบบนี้..ผมไม่รอดอีกแล้วสินะฮืออออ 

“จะถอดเสื้อให้แม่ดูเอง หรือต้องให้แม่บังคับ?” คุณหญิงแม่เอ่ยถามผม แล้วส่งยิ้มเย็นๆมาให้ผม 

“โธ่คุณหญิงแม่..” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆอย่างอิดออด ไม่ถอดได้ไหมอะ.. 

“ถอดเสื้อครับพ่อตัวดี” 

“คุณหญิงแม่อะ...” ผมโอดครวญ แต่ก็ยอมปลดกระดุมเสื้อของตัวเองช้าๆ ทุกทีสินะ..ทุกครั้งที่ผมมาเจอคุณหญิงแม่ ท่านก็จะให้ผมถอดเสื้อแบบนี้แหละ  

“กรี๊ดดด แบดมากเลยอะป้า”  

“ใครให้พวกเธออยู่กัน!!” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยขึ้น พร้อมกับตวัดตาไปมองคนในบ้านทันที แล้วทุกคนก็ทะยอยออกไปทันที เห็นแบบนี้..คุณหญิงแม่หวงผมมากเลยนะครับ แต่คุณหญิงแม่หวงผมช้าไปนะ ผมปลดกระดุมหมดแล้วไง..เหลือแต่ถอดเสื้อแล้วเนี่ยยย 

“ถอดเสื้อจ้ะ” 

“คุณหญิงแม่..ผมหิวข้าวจังเลยค้าบบบบ” 

“คุณภาสกร” โอเค..เรียกชื่อจริงพร้อมกับกดเสียงต่ำ แปลว่าคุณหญิงแม่ของผมใกล้จะหมดความอดทนแล้ว ฉะนั้น.. 

“ค้าบบบ ถอดแล้วครับ” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่อย่างหมดทางหนี ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองออก คุณหญิงแม่ก็เดินรอบผมทันที ทำอะไรได้ล่ะครับ..ยอมรับผิดค้าบบบ 

“หนึ่ง สอง สาม..” 

“.......” 

“สี่ ห้า แม่ไม่อยู่สามเดือน เพิ่มมาห้าที่ มันยังไงคุณภาสกร” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยขึ้น หลังจากที่สำรวจรอยสักของผมที่เพิ่งเพิ่มมาใหม่ได้ไม่นาน ใครไปฟ้องคุณหญิงแม่วะว่าผมไปสักเพิ่มฮืออออ 

“นิดๆหน่อยๆเองครับ” ผมเอ่ยบอกคุณหญิงแม่ 

“คุณภาสกรคะ ทั้งตัวคุณมันจะไม่มีที่ว่างแล้วนะ ทำไมไม่ฟังแม่เลย”  

“คุณหญิงแม่..” ผมเคยบอกแล้วไง ว่าผมน่ะเสพติดรอยสักไปแล้ว จะห้ามไม่ให้ผมทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มันก็คงจะยากหน่อยแหละ เห้อออ 

“คุณภาสกร แต่เราคุยกันแล้วไงว่าจะไม่สักเพิ่ม” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยขึ้น แล้วกอดอกมองหน้าผม ดุกว่าผมก็คุณหญิงแม่นี่แหละค้าบบบบ 

“คุณหญิงแม่ครับ..เพลิงเสพติดรอยสักไปแล้วอะ ขอโทษครับ..” ผมผิดคำพูดกับคุณหญิงแม่จริงๆนั่นแหละ รู้สึกผิดแล้วเนี่ยยยย 

“คุณภาสกร แม่รู้ครับว่าลูกชายแม่ชอบรอยสัก แต่แม่ว่ามันมากเกินไป แบบนี้จะมีใครกล้าเข้าหาล่ะลูก” คุณหญิงแม่เอ่ยถามขึ้น แล้วทำหน้าหนักใจ ผมก็เลยหยิบเสื้อมาใส่ตามเดิม พร้อมกับเอ่ยถามคุณหญิงแม่กลับทันที  

“นี่คุณหญิงแม่กลัวเพลิงไม่มีเมียหรอครับ?” คุณหญิงแม่กลัวผมขายไม่ออกหรอเนี่ยยย 

“แหงล่ะ..คุณภาสกรไม่เคยพูดเรื่องความรักให้แม่ฟังเลย ไม่มีใครเข้าตาสักคนเลยหรอลูก?” 

“เพลิงมีคุณหญิงแม่ก็พอแล้วครับ เรื่องนั้นให้มันเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่านะครับ” 

“แต่แม่อยากอุ้มหลาน แม่ไม่อยากไปเที่ยวรอบโลกแล้ว อยากอยู่บ้านเลี้ยงหลานมากกว่านะคุณภาสกร” คุณหญิงแม่เอ่ยขึ้นบอกผม 

“คุณหญิงแม่จริงจังหรอครับ” 

“แน่นอน ดูสิ..ตอนนี้เรามีกันแค่สองคนแม่ลูกนะ ถ้ามีเด็กๆมาวิ่งเล่นในบ้าน แม่คงมีความสุขมากแน่ๆเลย” คุณหญิงแม่เอ่ยขึ้นบอกผมยิ้มๆ  

“คุณหญิงแม่อย่ากดดันเพลิงแบบนี้สิครับ..” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่เบาๆ 

“ก็ถ้าคุณภาสกรไม่ยอมหาเมียเอง..."  

".........."  

“คุณภาสกรอยากให้แม่ช่วยหาให้ไหมครับ?” นั่นไง..คุณหญิงแม่พร้อมจะหาเมียให้ผมมากเลยนะตอนนี้ อย่าเพิ่งเลยค้าบบบบ 

“คุณหญิงแม่ ผมหาเองได้ครับ” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่สั้นๆ ผมหาเองได้ แต่มันยากหน่อยนะ เพราะผมไม่ค่อยสนใจใคร แล้วก็ไม่มีใครกล้าเข้าหาผม เพราะชื่อเสียงของผมมันดังเลื่องลือเหลือเกิน กิตติศัพท์ความโหด ความเถื่อน เห้ออออ  

“ก็พูดแบบนี้มาตั้งสองปีแล้ว ไม่รู้แหละ..ถ้าอีกเดือนหนึ่งคุณภาสกรไม่มีแฟน แม่จะหาให้เอง” 

“.........” อีกเดือนเดียว..ใครจะไปหาทันล่ะค้าบบบ 

“ไม่หาเฉยๆด้วย สู่ขอ แล้วก็จัดงานแต่งวันนั้นเลยด้วย” โอ้โห..ถ้าคุณหญิงแม่จะออกปากดักทางผมขนาดนี้ ผมคงต้องหาเมียมาให้คุณหญิงแม่จริงๆแล้วแหละ  

“คุณหญิงแม่!!” 

“แต่ถ้าวันนั้นคุณภาสกรคิดหนี แม่จะหนีไปบวช แล้วก็ไม่สึกอีกเลย” คุณหญิงแม่เอ่ยขึ้นบอกผมอย่างจริงจัง ถ้าคุณหญิงแม่บังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก ผมก็จะหนีไปบวชเหมือนกัน 

“ใจเย็นๆก่อนนะครับ..” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ เริ่มเครียดแล้วนาาา 

“ไปกินข้าวกัน แม่จะให้คุณภาสกรพาไปช้อปปิ้งแก้เบื่อนะวันนี้” 

“ค้าบบบบ” ผมเอ่ยขึ้นสั้นๆ  

“แล้วก็สีผม แม่ไม่ปลื้มนะ ต้องเปลี่ยนวันนี้” 

“ค้าบบบ คุณหญิงแม่” ยุ่งเหยิงไปหมด..คุณหญิงแม่ก็แบบนี้แหละ อะไรที่ผมทำแล้วไม่ถูกใจ ก็จะสั่งผมเปลี่ยน ผมแก้ตลอด แต่ผมก็เข้าใจคุณหญิงแม่นะ คุณหญิงแม่ก็แค่อยากให้ผมดูดีในสายตาของทุกคน ดูไม่ใช่ไอ้ผู้ชายเถื่อนๆ สกปรกไปด้วยรอยสักอะ แต่มันเป็นสิ่งที่ผมชอบไง คนที่จะมาคบกับผมก็ต้องรับได้สิใช่ไหม? 

หลังจากที่กินข้าวเช้าเสร็จ ผมก็ขับรถพาคุณหญิงแม่ไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อพาคุณหญิงแม่ไปช้อปปิ้งแก้เบื่อ ตามใจเลยครับ..ผมจะไม่ห้ามเลยสักนิด หรือผมควรจะหาเมียมาช้อปปิ้งเป็นเพื่อนคุณหญิงแม่จริงๆจังๆสักที แล้วมันหาง่ายที่ไหนล่ะวุ้ยยยย 

“คุณภาสกรรอแม่ตรงนี้ก่อนนะ แม่ไปเข้าห้องน้ำก่อน” 

“คุณหญิงแม่ครับ งั้นผมไปรอร้านเครื่องเขียนตรงนั้นนะครับ” ผมเอ่ยบอกคุณหญิงแม่เสียงเรียบ 

“ได้จ้ะ” แล้วคุณหญิงแม่ก็เดินไปเข้าห้องน้ำทันที ผมก็เดินเข้าไปในร้านเครื่องเขียนทันที ผมก็แค่มาดูเฉยๆว่ามันมีอะไรมาใหม่น่าสนใจหรือเปล่าก็เท่านั้นแหละ 

ร้านเครื่องเขียน.. 

“พี่คะ..ดินสอ EE กับดินสอ 2B อันไหนเหมาะกับการฝึกแรเงามากกว่ากันคะ?” เสียงคุ้นๆเอ่ยขึ้น ทำให้ผมหันไปมองทันที แล้วผมก็เจอกับผู้หญิงคนเดิม รู้สึกว่าผมจะเจอกับยัยนี่บ่อยไปนะช่วงนี้.. 

“ไม่รู้สิ พี่มาเฝ้าร้านให้น้องชายเฉยๆ ไม่มีความรู้พวกนี้เลย” 

“อ่อค่ะ” จ๋อยเลยล่ะสิ หึๆ 

“พี่ว่าน้องซื้อไปลองทั้งสองแบบเลยดีไหม 55555” พี่คนนั้นเอ่ยขึ้นขำๆ  

“แฮะๆ” ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะแห้งๆให้กับพี่คนนั้น ผมก็เลยเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นทันที ทำไมผมถึงต้องมาเจอยัยนี่บ่อยๆด้วยนะ 

“.......”  

พลั่กกกก 

“อ๊ะ..ขอโทษค่ะ” เสียงผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขอโทษผม หลังจากที่เดินถอยหลังมาชนกัับแผลงอกผมพอดี ผมก็ชะงักไปทันที..ใครจะคิดว่ายัยนี่จะถอยมากะทันหันแบบนี้เล่าาา 

“.......” 

“นะ..นาย คือฉะ..ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่ามีคนยืนอยู่อะ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นอย่างกลัวๆ หน้าผมมันดุมากเลยหรือไง เจอทีไรก็แสดงออกว่ากลัวผมอย่างเดียวเลย 

“เธอกำลังบอกว่าฉันไร้ตัวตน?” ผมเอ่ยถามขึ้น นี่ผมไม่ได้หาเรื่องยัยนี่เลยนะ 

“ฉะ..ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” 

“เหอะ” ผมสถบสั้นๆ แล้วจ้องหน้าผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาดุ จริงๆ ผมไม่ได้อยากจะทำหน้าโหดหรอกนะ แต่ว่าหน้าผมมันก็แบบนี้อะ 

“......” คนตรงหน้าก็หลบสายตาผมทันที แถมยังก้มหน้างุดอีก กลัวอะไรขนาดนั้นวะเนี่ยยย 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอแรเงาได้ในระดับไหน แต่ถ้าให้ฉันแนะนำก็ดินสอ EE เหมาะกว่า แต่เธอต้องเหลาให้แหลมด้วยนะ มันจะได้ไม่รู้สึกฝืดเวลาแรเงา” 

“อ๋อ ขะ..ขอบคุณนะ” เสียงผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นบอกผมสั้นๆ  

“อืม” ผมเอ่ยขึ้นสั้นๆ แล้วเดินหมุนตัวออกไปทันที เมื่อเห็นคุณหญิงแม่กำลังเดินตรงมาที่ร้านเครื่องเขียน ผมก็ส่งยิ้มให้คุณหญิงแม่ทันที 

“กรี๊ดดดดด หล่อแบดมากแกเอ้ยย” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 

“อยากยื่นใบสมัครเป็นลูกสะใภ้จังเลยอ่าาา”  

“เมื่อกี้เพื่อนหรอ?” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยถามผมสั้นๆ 

“อืมม เคยเจอกันเฉยๆอะคุณหญิงแม่ เพลิงยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย” ผมเอ่ยบอกคนตรงหน้าตามตรง 

“งั้นหรอ..นึกว่าคุณภาสกรเจอเพื่อนซะอีก”  

“เปล่าครับ ไปกันดีกว่า..เพลิงไม่ชอบตรงนี้แล้วอะ” ผมเอ่ยขึ้น ก็ผู้หญิงกลุ่มนั้นเริ่มหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปผมแล้วอะ ผมไม่ชอบเลยจริงๆ 

“55555 พ่อตัวดีเอ้ยย” แล้วผมก็เดินโอบเอวคุณหญิงแม่ให้เดินไปอีกทางทันที แล้วคือสาวๆกลุ่มนั้นก็มองตามไม่หยุดเลย จะอะไรกันนักหนาเนี่ยยย 

หลังจากนั้นผมก็พาคุณหญิงมาช้อป เรียกได้ว่าบัตรเครดิตของผมถูกใช้งานหนักมากครับวันนี้ แต่ก็ช่างเถอะ..ผมไม่อะไรอยู่แล้ว มีคุณหญิงแม่แค่คนเดียวนี่หน่าา เรื่องละลายทรัพย์แค่นี้สบายมาก พามาทุกวันก็ยังได้เลย 5555  

วันต่อมา.. 

วันนี้เป็นวันที่ผมต้องไปส่งคุณหญิงแม่ที่สนามบิน ซึ่งแพลนที่คุณหญิงแม่จะไปเที่ยวรอบโลกคราวนี้ คือทางแถบแอฟริกา เอาที่คุณหญิงแม่สะดวกใจจะไปเลยล่ะครับ ผมไม่เคยห้ามคุณหญิงแม่เลยนะ ผมอยากเห็นท่านมีความสุขอะ แต่ก็มีอยู่แค่ไม่กี่เรื่องที่ผมทำให้ทันไม่ได้ เรื่องแรกก็เรื่องรอยสักนี่แหละ เรื่องที่สองก็หาเมีย มันก็อาจจะทำได้ แต่ต้องใช้เวลาหน่อยสิวุ้ยยยย 

“ดูแลตัวเองดีๆนะคุณภาสกร” เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยขึ้นบอกผม 

“ค้าบบ รักคุณหญิงแม่นะครับ” 

“แม่ก็รักลูกจ้ะ กลับมาคราวนี้..หวังว่าแม่จะได้เจอหน้าลูกสะใภ้นะ” คุณหญิงแม่อย่ากดดันผมสิงุ้ยย 

“โธ่คุณหญิงแม่..” ผมโอดครวญทันที ผมจะไปหาที่ไหนล่ะครับ ต้องหาให้ได้ภายในหนึ่งเดือนด้วย จะทันได้ไงเล่าาาาา 

“ไม่รู้แหละ แม่พูดจริง ทำจริงด้วยนะ” ผมรู้แล้วครับว่าคุณหญิงแม่เอาจริง เห้อออ 

“รู้แล้วค้าบบบ ดูแลตัวเองดีๆนะ” ผมเอ่ยขึ้นบอกคุณหญิงแม่ แล้วสวมกอดท่านเอาไว้แน่นๆ ได้อยู่ด้วยกันแปปเดียวเองเนอะ..เสียดายจังเลย อยากอยู่กับคุณหญิงแม่อีกนิดนึง ยังไม่หายคิดถึงเลย 

“รู้แล้วน่าา” 

“เซฟไฟ้ท์นะคุณหญิงแม่ฟอดด ฟอดด” ผมเอ่ยขึ้น แล้วหอมแก้มคุณหญิงแม่สองฟอด 

“พ่อตัวดีของแม่ฟอดด ฟอดด” แล้วจากนั้นแม่ผมก็เดินหมุนตัวจากไปทันที ผมก็ยืนส่งคุณหญิงแม่อยู่ที่เดิม จนมองไม่เห็นท่านแล้ว ผมถึงได้กลับ ปลายทางที่ผมจะไปก็คือมหาวิทยาลัย ซึ่งถามว่าผมจะไปทำไมหรอ..ก็แบบว่าผมมีเรียนบ่ายไงวันนี้ ผมก็ยังต้องไปเรียนอยู่นาาา  

“นายครับ เรื่องนายหญิง..ผมว่านายควรจะจริงจังได้แล้วนะครับ” 

“นี่แกก็กำลังกดดันฉันอีกคน รู้ตัวไหมห๊ะ?” ผมเอ่ยบอกไอ้พอร์ชสั้นๆ ถึงผมกับมันจะสนิทกันมาก แต่มันก็ควรอยู่ทีมผมสิ ไม่ใช่กดดันผมช่วยคุณหญิงแม่แบบนี้ เห้อออ  

“ผมเห็นนายเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้เพื่อนๆ แต่ไม่เคยจะเห็นนายมีความรัก หรือรู้สึกถูกใจผู้หญิงคนไหนเลยนี่หน่าาา” แล้วไงวะ..ผมหนักทฤษฎี แต่ปฏิบัติผมอ่อน อันนี้ยอมรับแมนๆเลย 

“ฉันเชื่อว่าถ้ามันถึงเวลาที่เหมาะสม ความรักก็จะวิ่งมาหาเราเอง” 

“ผมเพิ่งรู้ว่านายเชื่ออะไรแบบนี้ด้วย” ไอ้พอร์ชเอ่ยขึ้นยิ้มๆ 

“หึๆ” ผมก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินต่อไป 

ตึกก ตึกก พลั่กกกก 

“โอ๊ยยย/โอ๊ยยยย” เสียงผมกับผู้หญิงร้องขึ้นพร้อมกัน แต่เพราะผมตัวใหญ่กว่าเยอะไง ทำให้คนที่วิ่งมาชนผมแทบล้มไปกองกับพื้น ดีนะผมโอบเอวเอาไว้ทัน 

หมับบบบ 

“อ๊ะ..ขอโทษค่ะ”  

“เธออีกแล้วหรอ?” ผมเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่แฮะ..แล้วไม่คิดว่าจะได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ด้วย ยัยนี่ไม่คิดจะแต่งหน้าจริงๆหรอวะ.. 

“นะ..นาย เอ่อ..ฉันขอโทษๆ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้น แล้วถอยออกห่างผมทันที  

“......” ฉันเชื่อว่าถ้ามันถึงเวลาที่เหมาะสม 

“นายเจ็บใช่ไหม..ฉะ..ฉันขอโทษจริงๆนะ” 

“......” ความรักก็จะวิ่งมาหาเราเอง  

“นะ..นายอย่าเงียบสิ ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ..” เสียงผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นกลัวๆ  

“......” แมร่ง..คนเราจะบังเอิญเจอกันบ่อยอะไรขนาดนั้นวะ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการที่ผมได้มาเจอยัยนี่ที่นี่ มันเป็นเคราะห์กรรม พรหมลิขิต หรือโชคชะตาบ้าบออะไร แต่ผมว่าตอนนี้ผม... 

“นะ..นาย ฉันขอโทษจริงๆ ฉันผิดเองแหละ” 

“เจอกันก็บ่อย งงเหมือนกันที่เธอก็ยังดูกลัวฉันเหมือนเดิม” ผมเอ่ยขึ้น แล้วมองหน้าผู้หญิงคนนั้น 

“ฉะ..ฉันไม่ได้กลัวนะ..นาย” เสียงสั่นขนาดนี้ น้ำตาก็จะเอ่อจะล้นขอบตาแล้ว  

“พูดยังสั่นขนาดนี้เลย รีบไม่ใช่หรอ..ไม่รีบแล้วหรือไง?” ผมเอ่ยขึ้น แล้วหันไปมองหน้าไอ้พอร์ช ก่อนจะเดินจากไป จากนั้นผมก็เดินมาขึ้นรถที่จอดรอรับอยู่ 

“นายครับ..” 

“อะไร?” ผมเอ่ยขึ้นสั้นๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มาเล่นฆ่าเวลา 

“ความรักที่นายบอกว่ามันจะวิ่งมาหานายเอง หมายถึงวิ่งแบบเมื่อกี้หรอครับ?” 

“สัสส ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้น” ผมเอ่ยขึ้น แล้วมองดูรูปในโทรศัพท์ของตัวเอง สีผมใหม่ที่คุณหญิงแม่เพิ่งบังคับให้ไปทำมา มันทำให้ผมดูเข้มขึ้นเยอะเลย โคตรแบดดด 

“แต่นายบอกว่าเจอกันบ่อยนี่หน่า..” 

“ใส่ใจเก่งขึ้นมาเชียวนะ” ผมเอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน เป็นห่วงเหลือเกิน เรื่องที่ผมจะมีเมียเนี่ยย 

“แฮะๆ ผมว่านี่ไม่ใช่ความรักของนายหรอกครับ” อะไรทำให้มันคิดแบบนั้นกัน เอาอะไรมาตัดสินงั้นหรอว่าคนนี้ไม่ใช่ ผมว่าไอ้พอร์ชแมร่งตัดสินผู้หญิงคนนั้นเร็วไป 

“ทำไม?” 

“ดูกลัวนายขนาดนั้น ผมว่าไม่รอดหรอก” แต่ก็จริงของมัน การที่เจอกันเกือบทุกวัน มันไม่ได้ช่วยให้ยัยนั่นกลัวผมน้อยลงเลยแฮะ เรื่องมันเศร้าว่ะ... 

“.......” 

“อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นธรรมดามากเลยนะครับ” เสียงไอ้พอร์ชเอ่ยขึ้นบอกผมเสียงเรียบนิ่ง  

“ฉันก็ไม่ได้คิดจะเอานางฟ้า นางสวรรค์มาเป็นแฟนนี่” ผมเอ่ยขึ้นบอกไอ้พอร์ชเสียงเรียบนิ่ง  

“เอ๊ะ..นายพูดเหมือนสนใจผู้หญิงคนนั้น” 

“.......” ผมชะงักมือที่กำลังเลื่อนดูในโทรศัพท์ทันที จะว่ายังไงดีล่ะ..ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง ผมไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนไง แต่กับผู้หญิงคนนี้มันอาจจะแบบแปลกๆ เพราะผมเจอเธอบ่อยในช่วงนี้ก็ได้ อาจจะไม่ได้สนใจหรอกมั้งงงง 

“จริงหรอครับนาย?”  

“ขอตอบแบบดาราได้ไหม..ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต” ผมเอ่ยตอบไปเสียงเรียบ ไม่ได้จะกวนหรืออะไรนะ ก็มันเป็นเรื่องของอนาคตจริงๆนี่หน่าาา 

“โอ้โห..” 

“.......” ผมเงียบไปทันที  

“แต่นายครับ คำตอบแบบดารา ไม่เคยพลาดสักราย ได้คบกันทุกคู่” 

“.......” ผมก็เงียบไปทันที  

“นายมีใจแน่ๆอะ” เสียงไอ้พอร์ชเอ่ยขึ้นยิ้มๆ  

“อะไรล่ะ เลิกสนใจเรื่องนี้สักทีวุ้ยยย” ผมเอ่ยขึ้น แล้วเมินหน้าหนีไปมองข้างทางทันที  

คณะศิลปกรรมศาสตร์.. 

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตึกเรียน ก็คือตอนนี้ผมรอเพื่อนๆของผมอยู่นั่นเอง จะว่ายังไงล่ะ..ผมคิดว่าผมมาช้าสุดแล้วนะ เพื่อนๆของผมมาช้ากว่าอีก เห้ออออ  

"ไอ้เพลิงกัลป์!!!"  

"เสียงดังหาพ่อง!!" ผมหันไปมองแรงไอ้วาโยทันที  

"มึงเปลี่ยนสีผมอ่าาา" เสียงไอ้วาโยเอ่ยขึ้น  

"คำสั่งคุณหญิงแม่" 

"สมมมม 555555"  

"มันดูเป็นไงบ้างวะ ตั้งแต่กูเดินเข้ามา มีแต่คนมอง"  

"มันแย่.." ไอ้วาโยเอ่ยขึ้น แล้วทำหน้าเศร้า  

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ.." ผมเอ่ยถามขึ้นเบาๆ  

"แย่ก็บ้าแล้วมึง กูว่ามึงทำสีเข้มๆแบบนี้ เพิ่มความแบดในตัวมึงขึ้นมามากเลยว่ะ"  

"ไม่มีไอ้มนุษย์หัวแดงแล้วเว้ยย" เสียงไอ้ไอดินเอ่ยขึ้นบอกผม แล้วยิ้มที่มุมปากนิดๆ  

"สัสส เดี๋ยวกูโบกเลยนี่ไอ้ไอดิน" ผมเอ่ยขึ้น  

"แล้วเป็นไง..แม่มึงบ่นอะไรอีกคราวนี้"  

"เรื่องรอยสักนิดหน่อย หนักสุดก็เรื่องกูหาเมียยังไม่ได้นี่แหละ" ผมเอ่ยตอบไอ้ภาดาเซ็งๆ  

"มึงก็หาให้ท่านเหอะ บ่นเรื่องนี้มาสองปีแล้วนาาา"  

"มันก็ไม่ได้หาง่ายไปไหมวะ?" ผมเอ่ยขึ้น แล้วทำห้าคิดหนัก ถ้าผมติดแค่ว่าใครก็ได้ ผมคงไม่โสดมาจนถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างถ้าแม่ผมไม่กดดันแบบจริงจังขนาดนี้ ผมไม่มีทางเอาเรื่องนี้มาใส่หัวตัวเองแน่ๆ เห้ออออ  

"ก็จริง"  

"ช่างเรื่องนี้ก่อนเถอะ ไปเรียนกัน" ผมเอ่ยขึ้น แล้วหยิบหนังสือ ก่อนจะเดินเข้าไปในตึกเรียน ไอ้วาโยก็เดินมากอดคอผม ส่วนไอ้ไอดินกับไอ้ภาดาก็เดินตามมา เห้ออออ  

3 ชั่วโมงต่อมา.. 

ตอนนี้ผมเรียนเสร็จแล้ว และใช่พวกผมสี่คนมีแพลนจะไปกินข้าวด้วยกัน ก็จะอะไรล่ะ..ก็แบบว่ากระชับมิตรภาพกันหน่อย ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนี่เนอะ ถ้าไม่ได้มาเรียน ก็คงไม่ได้เจอกันแบบครบทั้งสี่คน.. 

"กูไปเข้าห้องน้ำแป๊ปนะ"  

"อือๆ เดี๋ยวพวกกูรอหน้าตึก" เสียงไอ้วาโยเอ่ยขึ้น  

"ไอ้เพลิงกัลป์!!!!" เสียงไอ้สัสโฟร์ทเอ่ยขึ้นเสียงดัง  

"เสียงดังสัสสส"  

"มึงงงงง วันนี้วันที่สองแล้วนะ"  

"แล้วยังไง?" ผมเอ่ยถามขึ้น  

"มึงอย่าแกล้งเพื่อนกูเลย ยอมอยู่ที่นี่ให้มันมาเจอมึงสักทีเถอะนะ" หึๆ ผมไม่ได้แกล้งสักหน่อย  

"บอกเพื่อนมึงว่าหมดเขตพรุ่งนี้บ่ายโมงตรง"  

"แต่มึงครับ พรุ่งนี้มีเรียนบ่ายสาม มึงจะให้ยัยนั่นไปหามึงที่ไหนอะ?" ไอ้โฟร์ทเอ่ยถามขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องของผมที่ต้องตอบนี่หน่าาา  

"หึ!!" ผมสถบ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำทันที ไอ้โฟร์ทก็เดินตามมาเฉย อะไรจะขนาดนั้นวะเนี่ยยย  

ตู๊ดด ตู๊ดด ตู๊ดดด  

"ครับแม่ กำลังจะกลับครับ"  

"..........." แม่โทรตามงั้นหรอ..ก็ดี ผมเริ่มรำคาญมันแล้วอะ จะไปไหนก็ไปเถอะ เห้ออออ  

"ขับรถอยู่แม่ ใกล้ถึงแล้วๆ"  

"............" ตอแหลเก่งจริงๆนะมึงเนี่ยยย  

"ฝากไว้ก่อนนะมึงไอ้เพลิงกัลป์!!" แล้วไอ้โฟร์ทก็เดินออกไปอย่างรีบร้อน ผมก็ไปเข้าห้องน้ำทันที  

5 นาทีต่อมา.. 

แกร่กกก  

ผมหันไปมองที่ประตูทันที ก็เห็นผู้ชายสามคนเดินเข้ามาหาผมยิ้มๆ หลังจากที่กดล็อคประตู ก็คือจะให้ผมมีหน้าหล่อๆสักวันไม่ได้กันเลยใช่ไหม?  

"..........."  

"ได้ข่าวว่ามึงเก่ง อยากวัดว่ะ"  

"กูไม่ได้ว่างมาเล่นกับหมาหมู่แบบพวกมึง"  

"หึๆ ปากดีจริงๆว่ะ จัดการมัน!!"  

พลั่กก ผลั๊วะ!! พลั่กก ตุ้บบบ อั่กกก ผลั๊วะ!! ผลั๊วะ!!  

ผมก็ตอบโต้พวกมันเหมือนกัน ผมชินแล้วแหละที่มีเรื่องบ่อยแบบนี้ จะว่ายังไงล่ะ..ถ้าผมไม่หาเรื่อง เรื่องมันก็วิ่งมาหาผมอยู่ดี ยอมรับว่าเมื่อก่อนตัวเองแบบซ่าส์มาก แต่เดี๋ยวนี้เพลาๆลงบ้างแล้ว เพราะว่าผมยังอยากเรียนให้จบอยู่ไง  

ผลั๊วะ!! พลั่กก อั่กก ตุ้บบ ตุ้บบ ผลั๊วะ!! ผลั๊วะ!!  

"สัสสส" ผมสถบ หลังจากที่พลาดให้พวกมันต่อยเมื่อกี้ แล้วคือหมัดหนักชิบหาย!!  

พลั่กก อั่กก ผลั๊วะ!! ผลั๊วะ!! พลั่กก อั่กก ผลั๊วะ!!  

ผมมองไอ้สามตัวนั้นที่นอนกองกัน ก่อนจะยกมือมาเช็ดเลือดที่มุมปากของตัวเอง ผมก็เลยพูดกับพวกมันสั้นๆไปว่า.. 

"ตอนมาเป็นหมาหมู่ ตอนจบเหมือนหมาหมอบ" ผมเอ่ยบอกพวกมันแค่นั้น แล้วเดินออกไปจากห้องน้ำทันที เห้อออออ  

"นานชิบหายยย" เสียงไอ้ไอดินเอ่ยขึ้นคนแรก 

"กูนึกว่ามึงตกส้วมตายไปแล้วนะ" เสียงไอ้วาโยเอ่ย  

"พูดมากว่ะ" ผมเอ่ยขึ้นสั้นๆ  

"เมื่อกี้มีผู้หญิงมาถามหามึงด้วย ตอนแรกกูก็งงว่าสาขาเราใครชื่อภาสกร คิดไปคิดมาชื่อจริงเพื่อนกูนี่หว่าา" หรือบางทีผมควรจะเลิกคบมันเป็นเพื่อน.. 

"โบกสักทีดีไหมสัสสส"  

"แฮะๆ แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นงานดีย์มากมึง โคตรสวยกูชอบอ่าาา" ไอ้วาโยเอ่ยขึ้นเพ้อๆ  

"มึงก็ชอบคนสวยทุกคนนั่นแหละ" ไอ้ภาดาเอ่ยขึ้น  

"แล้วยัยนั่นไปไหนแล้ว?" ผมเอ่ยถามขึ้นสั้นๆ  

"รับโทรศัพท์ แล้วก็รีบออกไปเลย"  

"อืม" ผมเอ่ยขึ้นสั้นๆ  

"เอ๊ะ!! ปากมึงไปโดนอะไรมา?" เซี่ยงไฮ้ไอดินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เมื่อเห็นแผลที่มุมปากของผม  

".........." ผมยักไหล่ แล้วเดินไปขึ้นรถทันที เพื่อนๆของผมก็เข้าใจแหละ เพราะผมมีเรื่องพวกนี้บ่อย พวกมันก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ ก็ดีแล้ว..ผมขี้เกียจตอบ เห้ออออ  

#อ่านจบคอมเม้นต์มาคุยกันด้วยเด้อออ ❤️ 

ความคิดเห็น