จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 9 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายตีพิมพ์,พระจันทร์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2562 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 รีอัพ
แบบอักษร

 

หลังจากศิวนาถถูกโจรบุกเหมืองเพชรเขาก็เพิ่มเวรยามและบอดี้การ์ดขึ้นอีกจำนวนมาก เสริมกำลังด้วยอุปกรณ์ไฮเทคอาทิ กล้องวงจรปิดและกล้องอินฟาเรด อาวุธหนักถูกลำเลียงมาอย่างเงียบๆ เช่นเดียวกับแผนการโค่นรัฐบาลเผด็จการที่อยู่มานาน ศิวนาถไม่คิดจะช่วยชาวบ้าน เขาทำเพื่อความสะใจของตัวเองเท่านั้น การคอรัปชั่นต่อเนื่องยาวนานทำให้ประชาชนทนไม่ไหวในที่สุดและเริ่มมีคนต่อต้านอย่างเงียบๆ แค่สนับสนุนเศษเงินของเขาให้แกนนำหัวรุนแรงบางคน ส่วนเรื่องต่อจากนั้นเขาไม่สนใจ ฝ่ายไหนจะชนะเขาก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น แค่นี้คณะรัฐบาลก็คงไม่ว่างมายุ่งกับเขาไปอีกสักพักใหญ่ ศิวนาถมาอยู่หน้างานเองคอยเก็บอัญมณีที่ได้มาในแต่ละวันรวบรวมไว้เตรียมนำไปเจียรไนยขึ้นตัวเรือนก่อนออกขาย 

“ตอนนี้ผู้ว่าชนัศหันไปซบนักลงทุนจากเอแลนด์ครับ” เอเดนเลขาควบตำแหน่งบอดี้การ์ดรายงานทั้งที่ไม่มีใครถาม 

“ใช่คนที่ทำโรงแรมกับคาสิโนหรือเปล่า เจ้าของนิวซันนี่กรุ๊ป” ศิวนาถถามอย่างไม่ใส่ใจ 

“คนนั้นแหละ เห็นสายว่ายัดเยียดลูกสาวให้ด้วยครับ” 

“คิดอะไรสั้นๆ คนแบบนั้นต่อให้เขาเอาลูกสาวผู้ว่าก็หาผลประโยชน์ไม่ได้หรอก” ศิวนาถนึกถึงแคนดี้ที่เคยมาเสนอตัวให้ แต่เขาไม่ต้องการเรื่องยุ่งยากที่อาจจะตามมาภายหลังจึงไม่ได้ยุ่งกับเธอ หากเขาต้องการระบายอารมณ์เขาจะเลือกมืออาชีพชั้นสูงเวลาไปต่างประเทศเสียมากกว่าเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาตามมา แม้ว่ามารดาของเขาจะเรียกร้องให้เขามีหลานให้ท่านเสียที 

“แต่เขาจะทำอะไรที่เมืองนายได้ง่ายมากเลยนะครับ” เอเดนยังคงลังเลไม่แน่ใจว่าควรจะจัดให้นิวซันนี่กรุ๊ปอยู่ในฐานะคู่แข่งหรือกลุ่มที่ต้องจับตามองดี 

“ธุรกิจคนละอย่าง พวกเขาไม่ใช่คู่แข่งของเราหรอก เก็บข้อมูลไว้ก็พอ หากมีท่าทางจะเป็นศัตรูค่อยลงมือ” ศิวนาถลุกขึ้นเป็นสัญญาณว่าจบการสนทนา 

โจนาธานใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองนาย 

เขาหอบพระจันทร์มาด้วยอีกทั้งพี่เลี้ยงเด็กและครูสอนพิเศษ ด้วยจำนวนคนที่มากเขาจึงซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่อยู่ที่ชานเมือง พี่เลี้ยงคนเดิมไม่ได้มาด้วยเพราะเธอมีครอบครัวแล้ว ไม่สะดวกเดินทางมาต่างประเทศ เหตุผลนี้โจนาธานเข้าใจจึงให้เงินเธอไปก้อนหนึ่งและจ้างพี่เลี้ยงคนใหม่มาด้วย เมืองนายยังไม่มีโรงเรียนที่ถูกใจเพราะพระจันทร์เป็นเด็กพิเศษ เขาจึงจ้างครูมาหนึ่งคนให้สอนพระจันทร์ก่อนที่จะถึงวัยเข้าโรงเรียนประถมแล้วค่อยคิดหาทางต่อไป 

“คุณโจนาธานคะ ดิฉันจะไม่ไหวแล้วค่ะ” อลิสพี่เลี้ยงของพระจันทร์นอนครวญครางใต้ร่างของนายจ้าง เธอตอบสนองอย่างเร่าร้อนผิดกับภาพลักษณ์พี่เลี้ยงเด็กผู้เรียบร้อยในตอนกลางวันเป็นอย่างมาก โจนาธานนั้นไม่เลือกอะไร เมื่อเธอเสนอเขาก็แค่สนอง โจนาธานขยับเอวถี่เครื่องป้องกันถูกใช้ทุกครั้ง และไม่มีการจูบ ร่างกายของอลิสตอดรับดูดกลืนตัวตนของเขาจนรู้สึกว่าใกล้จะถึงที่สุดโจนาธานก็ถอนตัวออก ถุงยางถูกรูดออกใส่ซองไว้ทิ้งให้อลิสนอนมองอย่างไม่เข้าใจ 

“คุณโจนาธาน” 

“ไปได้แล้ว” เสียงทุ้มไล่อย่างไม่ไยดี 

“แต่ว่า..” 

“ฉันจ้างเธอมาดูแลพระจันทร์24ชั่วโมง กลับไปทำงานของเธอได้แล้ว” โจนาธานหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ อลิสขยำผ้าปูที่นอนแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแต่เธอไม่กล้าอาละวาด ได้แต่แต่งตัวลวกๆแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป 

เมื่อโจนาธานอาบน้ำเสร็จก็เดินไปดูลูกที่ห้องข้างๆ เขาเข้าใจความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีใครต้องการดีจึงพยายามทุ่มเทความรักให้กับพระจันทร์อย่างเต็มที่ แต่เพราะงานที่กำลังเริ่มต้นนั้นยุ่งมาก พระจันทร์จึงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับพี่เลี้ยง แต่เขาคงต้องหาพี่เลี้ยงสำรองไว้บ้างแล้ว อลิสกล้าปีนขึ้นเตียงเขาแบบนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน ทุกคนปากบอกว่าเข้าใจแต่สุดน้อยก็อยากจับเขากันทั้งนั้น โจนาธานไม่คิดจะยกย่องผู้หญิงแบบนี้มาเป็นภรรยา 

“สายป่าน ทำไมถึงทำกับพี่แบบนี้” สายตาคมอ่อนลงจนเกือบเป็นความเศร้า คนเดียวที่เขารักแต่กลับทรยศกันได้ลง อย่าได้เจอกันอีกเลย โจนาธานสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก้มจูบแก้มป่องของบุตรชายก่อนจะกลับเข้าห้องตัวเอง อลิสนั้นอยู่อีกห้องหนึ่ง ทุกห้องจะมีมอนิเตอร์เชื่อมต่อกับห้องเด็กจึงไม่ต้องกลัวพระจันทร์จะเป็นอันตราย 

สายป่านต้องลาหยุด 

หลายวันมากกว่าที่คิดไว้ หนึ่งวันหลังจากถูกทำร้าย คอของเขาบวมช้ำกลายเป็นสีม่วงเจ็บจนหายใจไม่สะดวกจนนอนไม่ได้ ต้องเอาหมอนรองหลังนั่งพิงหัวเตียงหลับๆตื่นๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอาหาร แม้แต่น้ำสายป่านยังกลืนแทบไม่ลงคอได้แต่จิบน้ำแล้วอมไว้ในปากให้พอชุ่มชื่นนิดหน่อยเท่านั้น เด็กหนุ่มไม่เคยเจ็บตัวเท่านี้มาก่อนเลยได้แต่นอนน้ำตาซึม คิดถึงคุณพ่อทิโมธี่ คิดถึงโจนาธาน แต่ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว มีแต่เขาที่ต้องอยู่คนเดียว สายป่านขยับตัวสะอื้นเบาๆ ยามเจ็บป่วยจิตใจก็จะพลอยอ่อนแอไปด้วย เขาเรียนมาเขารู้ดีแต่มันห้ามน้ำตาได้ยากเหลือเกิน 

เสียงกริ่งดังขึ้นทำเอาสายป่านสะดุ้ง ขาเล็กเดินโซเซไปที่อินเตอร์คอม 

“ใครครับ” สายป่านเค้นเสียงถาม คอที่เจ็บอยู่ปวดจนน้ำตาซึม 

“พี่จินเองครับ” สายป่านกดปุ่มเปิดประตูด้านล่างแล้วเดินไปปลดล๊อคประตูห้อง ใจอยากจะชงกาแฟไว้รับแขกแต่ร่างกายไม่อำนวยจึงนั่งพิงกำแพงอยู่ข้างประตูนั่นเอง 

“สายป่านครับ” หมอจินเคาะประตู สายป่านไม่มีแรงตอบจนหมอจินร้อนใจเคาะประตูห้องอีกครั้งแต่ก็ไร้การตอบรับ คนจึงลองขยับลูกบิดประตู เมื่อพบว่าไม่ได้ล๊อคก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมอุทานด้วยความตกใจ 

“สายป่าน!” หมอจินวางของในมือลงกับพื้นรีบเข้ามาประคองสายป่านไปนั่งที่โซฟาด้วยความทุลักทุเล เพราะเมื่อวานเขาเองก็เจ็บไม่น้อย ยามที่ต้องเกร็งแขนประคองสายป่านนั้นหน้าท้องที่ช้ำจากการโดนชกก็ปวดตุบๆ 

“สายป่านได้ยินพี่จินหรือเปล่าครับ” มือน้อยบีบแขนหมอหนุ่มครั้งหนึ่งแทนคำตอบ 

“เจ็บคอมากใช่ไหมครับ แล้วก็มีไข้ด้วย พี่จะฉีดยาลดไข้ให้นะครับ” มือน้อยบีบแขนหมอหนุ่มอีกครั้ง หมอจินนั้นประเมินอาการสายป่านตั้งแต่เมื่อวานแล้วจึงเตรียมยาฉีดมาพร้อม เขาจัดการฉีดยาอย่างคล่องแคล่วปิดท้ายด้วยการแปะเจลลดไข้ที่หน้าผากมนสวย 

“ขอบคุณครับพี่จิน” สายป่านเค้นเสียงแหบพร่าน่าเกลียดออกมาได้ ตาคู่สวยปรือปรอยด้วยพิษไข้ 

“เรื่องแค่นี้เองครับ เดี๋ยวยาออกฤทธิ์ป่านจะเริ่มง่วง พี่พาไปนอนที่เตียงดีไหมครับ” 

“ครับ” สายป่านไม่ดื้อเพราะรู้ตัวดีว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว ยอมให้หมอจินประคองไปนอนที่เตียงโดยดีแต่เมื่อหมอหนุ่มจะผละออกสายป่านเผลอตัวยึดแขนเขาไว้ สร้างรอยยิ้มบนหน้าหมอหนุ่ม 

“พี่ไม่ไปไหนหรอกครับ ให้พี่ไปอุ่นนมให้ป่านนะจะได้มีอะไรรองท้อง” หมอจินตบหลังมือเล็กเบาๆ เด็กหนุ่มยอมปล่อยมือทันที ใบหน้าคล้ายร้อนวูบวาบเมื่อรู้ว่าเผลอทำเรื่องน่าอายไปเสียแล้ว เพราะไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไรจึงได้แต่ซุกตัวลงในผ้านวม ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆมาจากอีกคนสายป่านอยากจะรีบหลับเสียจริง 

เสียงกุกกักดังมาจากตรงส่วนครัว ครู่ใหญ่หมอจินก็ถือแก้วนมอุ่นจัดมาที่เตียง “น้องป่านครับ มาดื่มนมก่อนจะได้มีอะไรรองท้อง” 

สายป่านยอมโผล่ศีรษะออกมาจากผ้านวมผืนโต ยาที่หมอจินฉีดให้เริ่มออกฤทธิ์แล้วทำให้เขาอาการดีขึ้นแต่ก็เริ่มง่วง เมื่อหมอจินส่งถ้วยนมมาให้เด็กหนุ่มก็รับมาจิบ แม้จะยังเจ็บคออยู่มากยามกลืนแต่ก็ทำให้เขารู้ว่าตัวเองหิวกว่าที่คิด เพียงครึ่งแก้วเด็กหนุ่มก็ยอมแพ้ส่งแก้วคืนให้หมอจิน 

“พี่จินเจ็บอยู่ไหม พักนะ” สายป่านส่งเสียงง่วงงุนตาปรือใกล้ปิดเต็มที่ มือตบที่ว่างข้างๆ 

“พี่เอาถ้วยนมไปเก็บก่อนแล้วจะพักครับ” หมอจินอดใจไม่ไหวจูบแก้มคนป่วยไปหนึ่งที เขาคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าสายป่านเปิดใจให้เขาแล้ว เมื่อล้างถ้วยเสร็จเดินกลับมาก็พบว่าสายป่านขยับไปข้างๆเหลือที่ว่างบนเตียงไว้ให้เขา หมอหนุ่มยิ้มกว้างสอดตัวเองไปนอนข้างๆทันที อ้างกับตัวเองว่าเขาก็เป็นคนเจ็บย่อมต้องการพักผ่อนเช่นเดียวกัน แขนยาวค่อยๆดึงสายป่านเข้ามาในอ้อมกอดอย่างระมัดระวัง เพราะน้องยังเจ็บอยู่ สายป่านเมื่อได้รับความอบอุ่นยิ่งซุกเข้าหาหมอจินกอดกระชับคนตัวบางแล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข 

หลังจากได้พักผ่อนจนเต็มอิ่มสายป่านก็ตื่นขึ้นเอง ตาสวยกระพริบถี่หรี่ตามองภายในห้อง แสงแดดด้านนอกจากไปแล้วแทนด้วยสีหมึกของท้องฟ้า เด็กหนุ่มรู้สึกกระหายน้ำจึงขยับตัวก็พบว่าเขาอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน 

“พี่จิน” สายป่านครางแผ่ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉาก กำแพงที่เคยสร้างล้อมตัวเองให้เข้มแข็งเริ่มพังทลายลง 

“ตื่นแล้วหรือครับ หิวหรือยัง พี่รีบอุ่นอาหารให้นะ” หมอจินยิ้มให้พลางขยับออกลุกขึ้นพาความอบอุ่นออกไปด้วย มือใหญ่วาดวัดอุณหภูมิที่หน้าผากมน “ไข้ลดลงแล้วนะครับ” 

สายป่านหลุบตาหนีความอบอุ่นที่ได้รับแทรกซึมเข้ามาในหัวใจอันแห้งผาก หลายเดือนที่ผ่านมาหมอจินดูแลเขาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บยังอุตส่าห์มาดูแลเขาอีก หากเขาเปิดใจให้คนๆนี้จะทำเขาเจ็บอีกไหมหนอ สายป่านมองตามหมอจินที่กำลังเทซุปที่ซื้อมาใส่หม้อตั้งไฟอุ่น สายป่านตัดสินใจเก็บคำของตัวเองไว้ก่อน รออีกสักหน่อยนะพี่จิน หากความรู้สึกของผมที่มีให้พี่นั้นมากกว่านี้ผมจะบอกพี่เอง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น