Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 6 (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 (3)
แบบอักษร

 

             “เย็นนี้เป็นไง มึงว่างหนิ” ไอ้แต้มโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยระหว่างเดินออกจากห้องเรียน มันคว้าคอผมหมับ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกำลังเยาะเย้ยอยู่ในที “ไหนๆ ก็โดนแฟนปฏิเสธแล้ว ไปกินเหล้ากับพวกกูหน่อย ไอ้เอิร์ธเลี้ยง”

             “เดี๋ยวพวกมึงปรึกษากูยัง”

             ไอ้เอิร์ธเดินตามหลังพวกผมมาสวนขึ้นทันที

             “อะไรคุณเอิร์ธ คุณมึงยังไม่ได้เลี้ยงข้าวพวกผมที่ช่วยขนของเมื่อวานเลยนะครับ”

             “มึงจะสุภาพหรือหยาบคายเอาสักอย่าง” ผมเหวี่ยงแขนหนักๆ ของไอ้แต้มออก แม่ง นาฬิกาขูดคอกู เจ็บเฟ้ย!

             “กูก็พูดแบบนี้ มึงยังไม่ชินอีกเหรอ”

             “เหอะ”

             “แล้วสรุปไปร้านไหน วันนี้พวกกูจะยอมหยุดชิงชัยในเกมให้มึงสองคนวันหนึ่งก็ได้” ดูมันพูดเข้า น่าโมโหซะไม่มี

             “เลิกพล่ามได้แล้วมึง น่ารำคาญ” เก้าสวนขึ้นอย่างฉุนๆ ท่าทางไม่ชอบที่ถูกดึงเป็นแนวร่วม ไอ้แต้มเลยเอื้อมมือไปขยี้หัวมันทีหนึ่งแต่ก็ถูกปัดออกอย่างรวดเร็ว

             “หรือว่ามึงไม่อยากไป เลื่อนเป็นวันอื่นก็ได้แล้วเรามาเล่นเกมด้วยกัน”

             ไอ้แต้มพูดกับไอ้เก้า แต่ทำไมกูฟังแล้วขนลุกแปลกๆ วะ

             “พ่องมึงสิ กูไม่อยากเล่น” ไอ้เก้าชูนิ้วกลางขึ้นมายืนยันอีกเสียง แต่คนหน้ามึนอย่างไอ้แต้มสะทกสะท้านเป็นที่ไหน มันกระโดดกอดคอไอ้เก้าหมับ “งั้นมึงก็ไปกินเหล้ากับพวกกู”

             “สัส! กูบอกตอนไหนว่าอยากไป ปล่อยกูโว้ย”

             “.....”

             แล้วสรุปพวกแม่งก็มานั่งยัดกันอยู่ในรถผมอยู่ดี ผมเหลือบมองไอ้เก้ากับไอ้แต้มที่เบาะหลัง “ตกลงพวกมึงจะไปกินเหล้ากันใช่ไหม”

             “พูดอย่างกับมึงจะไม่ไปงั้นล่ะ” แต้มมองตรงมาที่ผม

             “ก็กูถามอยู่เนี่ยจะเอายังไง ไปไม่ไป แล้วไปร้านไหน จะได้วางแผนถูก” ผมขึ้นเสียง รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมานิดๆ เพราะนอกจากไอ้แต้มจะเวิ่นเว้อเรื่องไปกินเหล้าอยู่คนเดียวแล้วคนอื่นก็ไม่พูดอะไรเลย ผมเลยไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วจะไปหรือไม่ไปกันแน่

             “ไปดิวะ” ไอ้แต้มยืนกรานหนักแน่น

             “มึงถามคนเลี้ยงยัง” ไอ้เก้าท้วง “กูยังไม่ได้ยินไอ้เอิร์ธพูดสักคำว่าจะไปกับมึง”

             “กูแล้วแต่ ยังไงก็ได้” ไอ้เอิร์ธก็ตอบทันควัน

             “เออ ต้องงี้ดิวะ” ไอ้แต้มตบเข่าฉาด พอใจมาก

             “แล้วไปร้านไหน” ผมถามจริงจัง

             เงียบกันไปพักหนึ่งเสียงไอ้แต้มก็ดังขึ้นอย่างคนสิ้นคิด “ผับหลังมอไหมล่ะ ใกล้ดี”

             “ไม่ได้” เอิร์ธออกตัวอย่างเร็ว

             “ไม่เอาโว้ย” ผมเองก็แทบจะประสานเสียงพร้อมกับไอ้เอิร์ธ เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

             “พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรหรือเปล่าวะ ผับหลังมอมีอะไร ทำไมต้องพร้อมใจกันขนาดนั้น”

             ผมรู้สึกคอแห้งอย่างไม่มีสาเหตุ ไอ้เอิร์ธก็เอาแต่มองเหม่อไม่คิดจะปริปากอธิบายเหตุผลให้ไอ้แต้มฟังสักคำ เดือดร้อนผมต้องหาข้อแก้ตัวอยู่คนเดียว

             “พวกมึงไม่รู้เหรอว่าเจ้าของร้านเป็นเพื่อนพี่ชายไอ้เอิร์ธ มึงจะทำให้มันลำบากใจทำไมวะ”

             “อ่อ... เออ กูลืมว่ะ โทษทีเอิร์ธ” ไอ้แต้มพึมพำเสียงในลำคออย่างเพิ่งนึกได้

“ไม่เป็นไร กูไม่ได้โกรธอะไรมึง แต่เป็นไปได้ช่วงนี้กูก็ไม่อยากไปที่นั่น”

“ถ้างั้นก็ไปร้านข้างนอกกัน ว่าไงเอิร์ธ”

“ได้ แล้วแต่” เอิร์ธบอกอย่างไม่มีอะไรขัดข้อง ขอแค่ไม่ใช่ร้านไอ้ไนท์ก็พอ

“เดี๋ยวกูไปส่งพวกมึงที่หอก่อน ทุ่มครึ่งกูไปรับ กูไปถึงต้องพร้อมขึ้นรถนะโว้ย ไม่ใช่ให้กูนั่งรออีก” ผมกำชับเสียงหนักแน่น เตือนให้พวกมันรักษาเวลา

“คร้าบบบ~”

             ผมพาพวกมันมาที่ร้านเพื่อนพี่เดือนเป็นร้านนั่งชิลล์เปิดใหม่อยู่ใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ ลูกค้ากว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติ ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาไอ้สามตัวนั่นประหม่าอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะบรรยากาศภายในร้านที่เป็นกันเองกับการแต่งตัวที่เรียบง่ายของพนักงานเสิร์ฟที่สวมแค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวปักชื่อร้านตรงแขนเสื้อกับผ้ากันเปื้อนผูกเอวทั้งหญิงและชาย ทำให้รู้สึกสบายๆ อารมณ์เหมือนตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อนอยู่ในสวนหลังบ้านนั่นแหละ จุดขายอีกอย่างของที่นี่คือดนตรีสดที่มีนักร้องมืออาชีพผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่นทุกวัน ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านอีกทาง

             “มึงรู้จักร้านดีๆ แบบนี้ก็ไม่บอกกันก่อน”

             ไอ้แต้มพูดขึ้นหลังของที่สั่งไปถูกยกมาเสิร์ฟ

             “ร้านมันเพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือนเปล่าวะ กูก็เพิ่งรู้จากพี่กูเหมือนกัน”

             “ราคาไม่ใช่เล่นๆ เลยว่ะ เอิร์ธมันจะไหวเหรอ” ไอ้เก้ามองอาหารที่ถูกสั่งมาจนเต็มโต๊ะอย่างเป็นห่วงเจ้ามือ แต่เมื่อกี้มึงกับไอ้แต้มแทบจะแข่งกันสั่งว่าใครจะสั่งได้มากกว่ากันไม่ใช่เหรอวะ มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วโว้ย

             ไอ้เอิร์ธยิ้มแห้งๆ เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่างานเข้า ก็ว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่พูดอะไรสักคำที่แท้แม่งก็ใจลอยไปถึงดาวอังคารนี่เอง

             “ไม่ต้องห่วงกูเคลียร์เอง พวกมึงสั่งมากินกันจนท้องแตกก็ยังได้”

             “จริงเหรอวะ” ไอ้เหี้ยสองตัวนั่นตาลุกวาวขึ้นมาทันที รีบเอาเมนูที่เก็บไปแล้วรอบหนึ่งขึ้นมาเปิดดูรายการอาหารอีกรอบ แล้วชี้ไปที่อันแพงๆ “กูสั่งอันนี้ก็ได้ใช่เปล่า”

             ผมพยักหน้า “ถ้ามึงมั่นใจว่าแดกหมดก็ตามสบาย”

             “มึงรวยอะไรมาวะ หรือว่าถูกหวย” ไอ้เก้าถามอย่างงงๆ เพราะต่างก็เข้าใจตรงกันว่ามื้อนี้เอิร์ธมันเลี้ยง

             “กูไม่ได้ถูกหวย นี่ร้านเพื่อนพี่กู เขารู้ว่ากูมาเลยไม่คิดเงิน”

             “เชร้ดดดด” ไอ้แต้มทำเสียงทึ่งสุดๆ

             “จริงเหรอตะวัน” เอิร์ธมองผมด้วยสีหน้ากังวล

             “อือ มึงไม่ต้องคิดมาก ต่อให้กูไม่ได้มากับพวกมึง ยังไงเขาก็ไม่คิดเงินกูอยู่แล้ว” ผมพูดเพื่อไม่ให้เอิร์ธมันคิดมากจนเกินเหตุ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ผมไม่ต้องจ่ายเงินเวลามาร้านนี้

             “ถ้าไม่ใช่พวกกูแล้วมึงจะมากับใคร” ไอ้แต้มแหย่ขึ้น มันเปิดกระป๋องเบียร์แล้วส่งให้ทุกคนอย่างช่ำชอง ที่จริงมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นด้วยแต่ไม่ได้สั่ง อย่างว่าบรรยากาศชิลล์ๆ แบบนี้เบียร์เนี่ยแหละเข้าปากสุดแล้ว

             “ก็มากับแฟนมันไง” ไอ้เก้าสวนขึ้นเสียงเรียบเหมือนแค่ดักคอไอ้แต้มเฉยๆ แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนโดนแทงใจดำบอกไม่ถูก ผมยกเบียร์ขึ้นดื่มเงียบๆ ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดกับพวกมัน พอได้ยินสองคนนั้นพูดถึงแฟนผม ไอ้เอิร์ธก็เหลือบสายตาที่ปกติจะก้มมองแต่พื้นโต๊ะขึ้นมองผมเหมือนเป็นห่วงอะไรสักอย่างแวบหนึ่งแล้วมันก็หลุบสายตากลับลงไปเหมือนเดิม

             อะไรของแม่งวะ... หรือมีเรื่องเกี่ยวกับพี่กันต์ที่อยากจะพูดแต่เพราะมีไอ้สองตัวนี่อยู่ด้วยเลยพูดไม่ได้ ผมเป็นห่วงมันถึงขนาดตามไปเข้าห้องน้ำด้วย ถามมันว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือเปล่า แต่ไอ้เอิร์ธก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลับมา ทำเป็นไม่เข้าใจว่าผมพูดเรื่องอะไร[1] 

             พวกผมนั่งกันถึงเที่ยงคืนก็ชวนกันกลับ ผมให้พวกมันออกไปรอที่รถระหว่างคุยกับคนดูแลร้านซึ่งไม่ใช่อะไรนอกจากบอกขอบคุณที่ให้การดูแลเป็นอย่างดี ส่วนเจ้าของร้านที่เป็นเพื่อนกับเดือน ผมทักไปคุยและก็ขอบคุณทางไลน์ไปก่อนหน้านี้แล้ว

             ผมออกจากร้านหลังไอ้พวกนั้นไม่ถึงห้านาที ไม่เห็นพวกมันอยู่หน้าร้าน คงไปรอกันที่รถแล้ว ผมเดินไปทางลานจอดรถเช่าที่คิดค่าจอดเป็นชั่วโมง เพราะมาช้าที่จอดรถแถวหน้าร้านเลยเต็มหมด แต่ปกติแถวนี้ก็หาที่จอดยากอยู่แล้ว มาช้าหรือเร็วก็ไม่เคยเหลือที่จอดดีๆ ฟรีๆ หรอกถ้าไม่โชคดีจริงๆ มีรถกำลังจะออกพอดี ผมก็เลยหลบออกมาแล้วตอนนั้นก็หันไปเห็นบีบีอยู่ถัดออกไปไม่ไกลขึ้นรถคันหนึ่ง ถึงจะไม่นานแต่ผมก็จำเสี้ยวหน้ากับรูปร่างท่าทางแบบนั้นได้ อีกอย่าง... ชุดที่ใส่นั่นก็เหมือนที่ผมซื้อให้ด้วย ต้องใช่บีบีแน่ๆ ผมเดินไปที่รถคันนั้น หัวใจเต้นรัวอย่างไม่มีเหตุผล แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้รถก็ขับออกไปเสียแล้ว เห็นแค่รุ่นรถกับเลขทะเบียนรางๆ รถเบนซ์ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร อะไรสักอย่างแต่ลงท้ายด้วย 787

             “......”

             ถึงจะเห็นแค่หัวแวบๆ แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคนขับเป็นผู้ชาย ...อาจจะเป็นเพื่อนหรือไม่ก็รุ่นพี่บีบี ถึงสัญชาตญาณจะร้องเตือนว่ามีบางอย่างแปลกๆ แต่ผมก็ไม่อยากตีโพยตีพายไปเอง สลัดความคิดในแง่ลบออกจากหัวแล้วเดินไปหาไอ้พวกนั้นที่รถ  

 

              

               

  

                          

 

                          

             

   

 

             

 

[1] เอิร์ธคิดไปเองว่าตะวันถามเรื่องโรตีเมื่อคืนเลยบ่ายเบี่ยงที่จะพูด แต่ความจริงนุ้งตะวันมันแค่เป็นห่วงเพื่อนเฉยๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น