facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

BAD WARNING 2 ชีวิตของฉัน...

ชื่อตอน : BAD WARNING 2 ชีวิตของฉัน...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 92.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 03:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
BAD WARNING 2 ชีวิตของฉัน...
แบบอักษร

 

@Route69

"รบกวนหน่อยนะเวลา" เสียงพี่แวนดี้เอ่ยบอกฉัน

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันก็ตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มๆสำหรับฉันมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก การเข้างานก่อนเวลาเนี่ย และยิ่งเป็นพี่แวนดี้ขอ ฉันยิ่งเต็มใจมาให้เลยแหละ เพราะอะไรนะหรอ ก็เพราะพี่แวนดี้เป็นคนที่พาฉันมาสมัครงานที่นี่ไงล่ะ เรารู้จักกันผ่านพี่รหัสของฉันน่ะ และเหมือนว่าพี่แวนดี้จะเป็นแฟนกับผู้จัดการที่นี่นะ เขาเลยสามารถเอาฉันเข้ามาทำงานที่นี่ได้อย่างง่ายดาย ก็โดยปกติแล้วฉันเคยได้ยินมาว่าที่ผับที่ฉันทำงานอยู่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับพนักงานมาก ทั้งเรื่องมารยาท หน้าตาแล้วก็รูปร่างด้วย ทุกอย่างคือต้องดูดีหมด ซึ่งโชคดีที่ฉันผ่านเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้พอดี เลยสามารถเข้ามาทำงานที่นี่ได้ ไม่อยากจะบอก ตอนที่ฉันเข้ามาวันแรกนะ ฉันโดนคนตรวจเข้มตั้งสามรอบกว่าจะผ่านไปถึงด่านสุดท้ายได้ ด่านสุดท้ายก็คือคุณฟีรอซ หนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ของที่นี่ ขนาดฉันมีพี่แวนดี้คอยช่วยเหลือนะยังเข้มงวดขนาดนี้ แล้วลองนึกว่าฉันไม่มีใครสิ คงไม่ได้ทำงานที่นี่แน่ๆ แล้วถ้าถามว่าทำไมถึงต้องเป็นคลับนี้ คำตอบสำหรับฉันก็มีแค่คำตอบเดียวเท่านั้นก็คือ เงินดีและลูกค้าค่อนข้างที่จะรวยถึงรวยมากเลยแหละ เชื่อไหมบางวันฉันได้ทิปเยอะกว่าค่าแรงตัวเองด้วยซ้ำ

"เดี๋ยวเราไปดูแลความสะอาดด้านโซนวีไอพีแถวเคนะ"

"ค่ะ" ฉันก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองตามที่พี่แวนดี้บอกทันที ฉันจัดการทำทุกอย่างทั้งจัดโต๊ะและเช็คทำความสะอาด มันเป็นหนึ่งในหน้าที่ของฉันเหมือนกันนอกจากเสิร์ฟ แต่จริงๆวันนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันไง วันนี้ที่จริงแล้วฉันมีหน้าที่แค่เสิร์ฟเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีแขกวีไอพีมาเยอะมั้ง พี่แวนดี้เลยเรียกฉันมาช่วยเพราะคนไม่พอ และน่าจะกลัวไม่ทันเวลาเปิดร้านด้วย

ไม่นาน ฉันก็ทำทุกอย่างเสร็จ ฉันพ่นลมหายใจออกมาด้วยเหนื่อยหอบเล็กน้อย ก่อนจะสะดุ้งไปเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนดังขึ้น

"ไหวไหมเรา" อ่อ พี่มัดหมี่นี่เอง

"ไหวค่ะ แค่นี้สบายมาก" ฉันก็ตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ

"เก่งนะเรา ตัวเล็กแค่นี้"

"แหะๆก็ความจนมันน่ากลัวนี่คะ"

"ฮ่าๆก็จริง" พี่มัดหมี่ก็หัวเราะออกมากับคำพูดของฉัน พี่มัดหมี่ก็คือหนึ่งในพนักงานของที่นี่นั่นแหละแต่ว่าพี่เขาอยู่มานานกว่าฉัน และคงไม่ต้องบรรยายนะว่าพี่มัดหมี่นะสวยขนาดไหน สวยแบบว่าเป็นนางแบบได้เลยแหละ เพราะพี่เขาสูงกว่าฉันเยอะเลยแถมยังหุ่นดีสุดๆ ฉันเองยังแปลกใจเลยว่าสวยขนาดนี้จะมาเป็นแค่เด็กเสิร์ฟทำไม...แต่ก็ไม่เคยถามนะ มันดูไม่มีมารยาทและอยากรู้เรื่องคนอื่นเกินไป อีกอย่างฉันเองก็ไม่ใช่พวกชอบอยากรู้เรื่องของคนอื่นซะเท่าไหร่ด้วย

"งั้นเดี๋ยวหนูขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ" ฉันเอ่ยบอกพี่มัดหมี่ออกไป

"อืม" พี่เขาก็พยักหน้ารับรู้ แล้วฉันก็เดินออกมา...

22.00 น.

"โต๊ะวีไอพีโซนแอลสิบสอง"

"ค่ะ" ฉันรับคำพร้อมกับยกถาดเครื่องดื่มที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความคล่องแคล่ว ก็ฉันทำงานที่นี่มาได้เกือบจะสามเดือนอยู่แล้ว จะไม่ให้คล่องได้ยังไง อีกอย่างงานก็ไม่มีอะไรมากก็แค่เสิร์ฟตามโซนและเลขโต๊ะตามที่คนรับออเดอร์บอกก็พอ ถ้าถามว่ามันยากตรงไหนก็น่าจะเป็นเรื่องโซนมากกว่า เพราะว่าโต๊ะที่นี่เยอะมาก หากพึ่งมาทำงานใหม่ๆอาจจะหลงได้ แต่โชคดีที่ฉันจำได้ไวเลยไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นสักเท่าไหร่

"เครื่องดื่มได้แล้วค่ะ" ฉันเอ่ยบอกออกไปด้วยท่าทีนอบน้อมก่อนจะยกถาดเครื่องดื่มไปวางบนโต๊ะ ขณะที่ฉันกำลังจะลุกออกไป ผู้ชายหนึ่งในโต๊ะก็เอื้อมมือมาจับแขนฉันไว้

"นั่งด้วยกันก่อนสิ"

"เอ่อ ขอโทษนะคะคุณลูกค้า แต่ว่าฉันต้องไปทำงานต่อ" ฉันบอกเขาออกไปอย่างใจเย็น ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่ฉันโดนแบบนี้ ทำงานแบบนี้ อยู่ที่แบบนี้ ก็ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆอยู่แล้ว

อยู่ๆผู้ชายคนนั้นก็เอาเงินขึ้นมาวางลงโต๊ะหน้าฉัน

"ฉันใสองพันถ้าเธอนั่งกับฉัน"

"..." ฉันก็ได้แต่มองการกระทำของผู้ชายตรงหน้านิ่ง

"ไม่พอหรอ" เขาถามพร้อมกับมองหน้าฉัน ก่อนจะ...

พึ่บ!

"งั้นฉันเพิ่มให้อีกพัน"

"เก็บเงินของคุณลูกค้าไว้เถอะนะคะ ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟค่ะ ไม่ใช่เด็กนั่งดริ๊งก์" พูดจบ ฉันก็ลุกออกมาจากตรงนั้นทันที เอาจริงๆถึงฉันจะเป็นคนใจเย็นแต่ก็ไม่ได้เย็นจนถึงขนาดนั่งทนดูผู้ชายคนนั้นดูถูกหรอกนะ พูดตรงๆเมื่อกี้ฉันโมโหมาก โมโหจนอยากจะเอาถาดเหล้าตบเขาเลยแหละ

"เหอะ!" ฉันทำเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินต่อโดยที่ไม่ทันมอง

พลั่ก เสียงฉันเผลอเดินไปชนใครบางคนเข้า

"ขอโทษค่ะ" ฉันรีบเอ่ยออกไปทันทีพร้อมกับเงยหน้ามองชายตรงหน้า

"ไม่เป็นไร" เขาตอบกลับมาด้วยท่าทีปกติ ฉันจึงก้มหัวให้เขาอีกครั้งและจะเดินเลี่ยงออกไป แต่อยู่ๆก็มีใครบางคนเดินเข้ามาชนที่ด้านหลังของฉันอย่างแรง จนฉันเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนเมื่อกี้ ฉันได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงใครบางคนจะดังขึ้นจากด้านหลังของฉัน

"เด็กใหม่มึงหรอ"

"เปล่า" ผู้ชายคนนั้นก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ฉันจึงรีบดันตัวเองออกจากเขาทันที

"ขะ...ขอโทษค่ะ"

"อืม" เขาก็พยักหน้ารับรู้ ซึ่งฉันก็ก้มหน้าเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีแต่ก็ยังคงได้ยินเสียงเพื่อนของผู้ชายคนนั้นพูดตามหลังมา

"ไอ้ติณณ์ มึงมาดู ไอ้ซีเคแม่งจะล่อเด็กเสิร์ฟร้านพี่มึงแล้ว..."

เสียงฉันเปิดประตูเข้ามาในบ้านก่อนจะชะงักไปหลังจากที่ได้ยินเสียงเหมือนใครกำลังพิมพ์อะไรสักอย่างอยู่

"แม่คะ" ฉันเอ่ยเรียกแม่ตัวเองขึ้น

"อ้าว กลับมาแล้วหรอลูก" แม่ก็หันมาทักทายฉันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหันกลับไปพิมพ์งานของตัวเองต่อ

"รับทำงานแทนคนอื่นอีกแล้วใช่ไหมคะเนี่ย" ฉันถามออกไปอย่างรู้ทันนิสัยแม่ตัวเอง เพราะแม่ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างจิตใจดีเลยทำให้เพื่อนร่วมงานมักจะเอาเปรียบแม่ฉันอยู่บ่อยๆ

"นิดๆหน่อยๆเองลูก ถือว่าช่วยกัน" เห้อ ถ้าคนพวกนั้นคิดแบบนั้นก็ดีนะสิ พอเห็นแม่ฉันใจดีหน่อยก็พากันเห็นแก่ตัว

"แต่แม่เองก็อายุมากแล้วนะคะ แค่งานของตัวเองก็เยอะอยู่แล้ว เวลาว่า..."

"ไม่เอาน่าลูก ไม่บ่นแม่นะ มันเป็นหน้าที่ของแม่นี่หน่า"

"แต่มันเป็นงานของคนอื่น"

"ไม่เอา เราไม่ทะเลาะกันดีกว่านะ แม่ว่าหนูมาเหนื่อยๆขึ้นไปอาบน้ำนอนเถอะ อีกนิดเดียวแม่ก็จะเสร็จแล้ว" ฉันได้แต่ยืนเงียบไปกับคำพูดของแม่ตัวเอง แต่สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับไป

"ค่ะ" แล้วฉันก็เดินขึ้นมายังห้องของตัวเองพร้อมกับทิ้งลงนอนบนที่นอนด้วยความเหนื่อยล้า

เห้อ ทำยังไงแม่ฉันถึงจะเลิกเป็นคนจิตใจดีแบบนี้นะ

"ถ้าพ่ออยู่ พ่อก็คงคิดเหมือนหนูใช่ไหมคะ..." ใช่แล้วล่ะ พ่อของฉันท่านเสียไปได้ประมาณเกือบห้าปีแล้ว ตอนนั้นฉันจำได้ว่าฉันสติแตกจนทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะฉันโตพอที่จะรู้แล้วไงว่าความสูญเสียคนที่เรารักยิ่งกว่าดวงใจไปมันเจ็บปวดมากแค่ไหน ตอนนั้น...ฉันได้แต่นอนร้องไห้คิดถึงพ่อทุกวัน ผิดกับแม่ของฉันที่พยายามแสดงให้ฉันเห็นว่าท่านเข้มแข็ง แต่ฉันก็รู้แหละว่าแม่ก็คงใจสลายไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ท่านต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัวทำให้แม่พยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้ฉันเห็น พอเห็นแบบนั้นฉันก็เริ่มซึมซับนิสัยความเข้มแข็งจากแม่มาบ้างแม้ว่ามันจะไม่ได้เข้มแข็งไปกับทุกเรื่องขนาดแม่ แต่ว่าฉันก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและมีความอดทนมากๆคนนึงเลยแหละ และเชื่อไหมว่าแม่ฉันสู้มากขนาดไหน ท่านยอมลงทุนหาโปรเจคต่างๆที่ต้องลงมาที่กรุงเทพเพื่อมาหาฉันอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นโปรเจคนี้ก็จะทำให้แม่สามารถอยู่กับฉันได้สองอาทิตย์ แต่ทันทีที่เสร็จ แม่ก็ต้องกลับเชียงใหม่ไป นี่เลยเป็นเหตุผลที่ฉันเลือกที่จะเช่าบ้านมากกว่าหอพัก เพราะมันค่อนข้างสะดวกมากกว่าเวลาที่แม่ลงมาหาฉันที่นี่

"ง่วงชะมัด..." ฉันบ่นออกมาด้วยความหนักบริเวณหนังตาตัวเอง ก็วันนี้ฉันเล่นทำงานตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านจนถึงร้านปิดเลยด้วยซ้ำ ฉันหยิบทิปที่ได้จากวันนี้ขึ้นมานับ

"แต่ก็คุ้มอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"

เห้อ อีกสามหมื่นก็จะได้ค่าเทอมเทอมนี้แล้วเวลา สู้!

ขณะที่ฉันกำลังนั่งให้กำลังใจตัวเองอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนไลน์ฉันก็ดังขึ้น

LINE

NM : พรุ่งนี้อย่าลืมนัดผมนะครับ

NM : My Tutor

read

NM : อ่านแล้วตอบด้วย!

Vela : อืม

NM : เหอะ เธอนี่มัน...!

ฉันจัดการวางโทรศัพท์ลงบนที่นอนอย่างไม่สนใจ สงสัยกันใช่ไหมล่ะว่าคนที่ไลน์มาหาฉันคือใคร จะมีใครซะอีกนอกจากเหนือเมฆ! ก็อย่างที่ทุกคนเข้าใจนั้นแหละฉันหาเงินเพื่อที่จะมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งแน่นอนว่าเงินจากงานพาร์ทไทม์มันไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายของฉันจริงๆ ฉันจึงต้องหารายได้เสริม ซึ่งก็คือรับเป็นติวเตอร์สอนพิเศษ และแน่นอนว่าลูกค้าของฉันก็คือเหนือเมฆ ตอนนั้นมันเป็นเพราะฉันไม่อ่านรายละเอียดในเอกสารให้ถี่ถ้วนเอง ทำให้ฉันต้องมาเป็นติวเตอร์ให้เขา และฉันเองก็อยากจะยกเลิกไปทันทีที่รู้ว่าลูกค้าคนแรกและคนเดียวของฉันคือเขา แต่ก็อย่างที่บอกฉันไม่ได้อ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนเลยทำให้ไม่เห็นประโยคในสัญญาที่ว่า หากฉันยกเลิกสัญญาลูกค้าจะโดนปรับสามเท่าของค่าติว แน่นอนว่าไม่มีปัญญาจ่ายมันหรอก เพราะค่าเรียนของเขาก็เท่ากับค่าเทอมที่ฉันพยายามหาอยู่แล้ว

เห้อ ชีวิตฉันนี่มัน...กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของจริง!

 

ความคิดเห็น