nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 614

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

 

ตอนที่ 24 

 

“หวัดดีจ้ะแม่ ทำอะไรอะ หอมเชียว” น้ำเข้าไปสวัสดีแม่น้อยในครัว พลางหยิกเอวเป็นการหยอกเอินมารดาเล่นอีกด้วย 

“ไข่ชะอม หมูทอด เห็นวันก่อนเอ็งบ่นอยากกิน ไม่รู้ตอนนี้ยังอยากกินอยู่ไหม อาหารที่เมืองกรุงมีแต่ของอร่อยๆ” แม่น้อยพูด ทำไมไอ้น้ำจะไม่เข้าใจความหมาย 

“อาหารที่ไหนก็สู้ฝีมือแม่น้อยของฉันไม่ได้ ไม่ได้เลย ไม่ได้เลยเจ้าค่ะ” น้ำล้อเลียนละครที่แม่น้อยติดงอมแงมอยู่ตอนนี้ 

“มาทำปากหวาน นี่ข้าไม่ใช่สาวๆ ของเอ็งนะเว้ย” 

“ทำไมจะไม่ใช่ คนนี้อะ สวยที่สุดในบ้านแล้ว” น้ำยังไม่หยุดเย้ามารดาให้เขินอายต่อ 

“พอๆ ไม่ต้องทำเป็นประจบเอาใจ แล้วนี่ทำไมมาเสียเย็น มีอะไรหรือเปล่า” 

“เปล่าจ้ะ พอดีฉันเจอผู้กองที่กรุงเทพฯ โดยบังเอิญ เขากำลังจะกลับมาหมู่บ้านเราเหมือนกัน เลยรอมาพร้อมกัน” ไอ้น้ำตอบมารดา โดยไม่ทันสังเกตว่ามือที่กำลังจับตะหลิวพลิกหมูไปมาอยู่นั้นชะงักไปวูบหนึ่ง วูบเดียวจริงๆ 

“เหรอ แล้วทำไมไม่ชวนผู้กองขึ้นมากินข้าวด้วยกัน” 

“อย่าเลยแม่ ผู้กองขับรถมาเหนื่อยๆ คงอยากพัก ฉันเกรงใจ” 

“เกรงใจอะไร เขาอุตส่าห์ขับรถมาส่งเรา วันหลังเอ็งก็อย่าลืมชวนผู้กองเขามากินข้าวที่บ้านเราด้วย ข้ามีเรื่องอยากคุย” ไอ้น้ำสบตากับน้ำฝนที่เดินมาเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มพอดี สองพี่น้องพากันนิ่ง น้ำฝนส่ายหน้าว่าตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

“แม่อยากคุยกับผู้กองเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ” 

“ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอะไรหรอก แค่อยากขอบคุณที่มาส่งเอ็งเฉยๆ  แล้วนี่พวกเอ็งเป็นอะไรกันไปวะ ยืนทื่อเชียว” แม่น้อยถามพลางมองหน้าบุตรสาวบุตรชายของตน 

“เปล่าจ้ะ” สองพี่น้องตอบพร้อมกัน น้ำฝนรีบหยิบแก้วมาเทน้ำแล้วยกดื่มทันที อารามรีบร้อนจึงสำลักน้ำขึ้นมา 

“แค็กๆ” 

“เอ้า รีบดื่มเร็วอะไรอย่างนั้น ไม่รู้จักระวังเลยนะยายฝน” แม่น้อยบ่นไปเรื่อย มือข้างที่ว่างก็หยิบจานเปล่าขึ้นมาแล้วตักหมูลงไป 

“ฉันช่วยจ้ะ” ไอ้น้ำกระวีกระวาดเข้าไปรับของโปรดจากมือแม่น้อย แล้วไปวางบนโต๊ะอาหารให้อย่างรู้หน้าที่ 

“วางเสร็จแล้วก็เข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จะอาบน้ำอาบท่าอะไรก็ไปทำก่อนเถอะ มาเหนื่อยๆ คงเหนียวตัว” แม่น้อยบอก ไอ้น้ำรีบเข้าไปกอดเอวแม่น้อยทีหนึ่งแล้วผละไป 

“ยายฝน” น้ำฝนที่กำลังจะเดินออกไปเช่นกันต้องหยุดชะงักตามเสียงเรียกของมารดา 

“จ้ะแม่” หญิงสาวรับคำเสียงอ่อย พอจะเดาได้ว่างานต้องเข้าตัวเองแน่ 

“พี่ชายเอ็งเขากลับมากับผู้กองจริงใช่ไหม” แม่น้อยถาม 

“ใช่จ้ะ” 

“สองคน?” 

“สองคนจ้ะ แม่อย่าไปสนใจที่ฉันพูดก่อนหน้านี้เลยนะ ฉันก็แค่ปากพล่อยไปเรื่อย” น้ำฝนรีบแก้ตัว ยังไงเธอก็เป็นห่วงพี่ชาย 

“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไร แค่ถามเอ็งเฉยๆ ทำไมต้องลุกลี้ลุกลนด้วย” 

“ก็ฉันกลัวแม่จะว่าฉันว่าคิดอะไรไร้สาระอีก” น้ำฝนหาคำตอบมาอธิบายให้มารดาฟังอย่างรวดเร็ว 

“ยกแกงส้มออกไป เดี๋ยวพี่เอ็งอาบน้ำเสร็จแล้วจะได้กินข้าว” แม่น้อยเปลี่ยนเรื่องใหม่ทำให้น้ำฝนโล่งใจขึ้นมาก 

“จ้ะ แม่” 

 

“นี่...ยายฝน ตกลงเรื่องคณะ เลือกได้ยังอะ” น้ำถามระหว่างที่สมาชิกในครอบครัวกำลังนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะระหว่างที่เขาอาบน้ำ เขาก็เพิ่งนึกได้ว่านี่มันเข้าเทอมสอง เทอมสุดท้ายของชีวิตการเรียนมัธยมปลายของน้ำฝนแล้วนี่นา 

“อือ ได้แล้ว ตกลงฉันจะเรียนเภสัชฯ” 

“แล้วพยาบาลอะ ไม่อยากเป็นแล้ว?” น้ำถาม ตักชะอมไข่แล้วตามด้วยน้ำแกงส้มอีกนิดเข้าปากไปอีกคำ อร่อยจัง ฝีมือแม่ 

“ไม่อยากเรียนแล้ว ก็ตอนที่แม่ป่วย ฉันต้องไปเฝ้าแม่ที่โรง’บาล ใช่ปะ งานโคตรหนักเลยพี่ ไม่เอาอะ เหนื่อยไป ตายแน่” 

“อะไรของเอ็ง ยายฝน หนักไม่เอาเบาไม่สู้แบบนี้แล้วจะไปทำมาหากินอะไรไหว” แม่น้อยสอนบุตรสาวคนเล็ก 

“โธ่ แม่ก็เห็นว่าฉันไม่ได้ขี้เกียจ งานในสวนฉันก็ไม่ยั่นหรอก แต่ในเมื่อตอนนี้ยังเลือกได้ แล้วทำไมฉันต้องเลือกงานหนักแบบนั้นไปทั้งชีวิตด้วยล่ะ จริงไหม” 

“เอ็งจะคิดแบบนี้ก็ไม่ถูก ถ้าใครๆ ก็คิดแบบเอ็งแล้วใครล่ะจะอยากเป็นหมอเป็นพยาบาล” น้ำเตือนน้องสาวอีกทาง 

“ไม่ใช่อย่างนั้นพี่น้ำ คือฉันไม่ได้ชอบอาชีพพยาบาลสักเท่าไหร่ด้วย ถ้าฉันชอบ งานหนักแค่ไหนฉันก็ไม่เกี่ยง” 

“แล้วเภสัชล่ะ ที่จะเรียนนี่ชอบหรือไม่ชอบ?” น้ำถามกลับ สรุปน้องสาวเขาเรียนเพราะอะไรกันแน่ 

“เภสัชอะไรที่พวกเอ็งคุยกันนี่มันคืออะไร หา? น้ำฝน ใช่ที่เป็นคนขายยาอย่างที่ไอ้น้ำเคยพูดหรือเปล่าวะ” แม่น้อยถาม นางกำลังงงกับสิ่งที่น้ำฝนเลือกเรียน 

“ใช่จ้ะ แม่” น้ำตอบแทนน้องสาว 

“อ้อ... เอ็งชอบอาชีพนี้รึ” แม่น้อยถามย้ำเหมือนไอ้น้ำ 

“เอาจริงๆ นะแม่...พี่น้ำ” น้ำฝนทำเสียงหนักใจก่อนจะพูดต่อ “ฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันชอบอะไรจ้ะ” 

“ปัญหาเด็กไทย” น้ำบ่นเบาๆ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจเพราะตัวเขาเองก็ผ่านมันมาแล้วเหมือนกัน 

“ที่โรงเรียนมีไปค่ายอะไรแบบนี้บ้างไหม” น้ำถาม เพราะถ้าไม่ได้ลองหรือลงไปคลุกคลี จะไม่มีวันรู้ว่าเราชอบมันหรือเปล่า 

“มี แต่มันเป็นค่ายแบบวิทยาศาสตร์​ ค่ายโปรแกรมเมอร์ ค่ายสถาปัตย์ฯ ฉันไปดูๆ แล้วไม่ชอบ” 

“เอ็งไม่ชอบคำนวณและศิลปะ?” 

“ฉันไม่ชอบคำนวณสุดๆ อะ อีกอย่างพี่กับแม่ก็คงเห็นฝีมือวาดรูปของฉันแล้ว” น้ำฝนไม่อยากจะอวด ฝีมือวาดรูปของเธอเข้าขั้นติดลบเลยทีเดียว วาดรูปเสร็จ ยังต้องเขียนชื่อบอกเป็นการกำกับว่าเธอวาดอะไรออกมา  

“เออ เลี่ยงไปเลย” น้ำสนับสนุนเห็นด้วย น้ำฝนควรห่างไกลศิลปะทุกแขนงให้มากที่สุด 

“ทีนี้มันก็จะเหลือไม่กี่อย่าง แต่ฉันชอบท่องจำ” 

“อืม พอเข้าใจละ” น้ำหยิบโทรศัพท์ออกมากดอะไรบางอย่างลงไป แม่น้อยกับน้ำฝนได้แต่นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่กล้ารบกวนพี่ชาย 

“เจอละ นี่ไง มันมีพวกค่ายเกี่ยวกับเภสัชฯ หมอยาเนี่ยอยู่หลายที่เลย เดี๋ยวข้าส่งลิงก์พวกนี้ให้เอ็งนะยายฝน แล้วก็เลือกมาว่าจะไปค่ายไหน จะได้เตรียมตัวสมัคร ...แม่จ๊ะ ค่ายพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งนั้น แม่จะว่าอะไรไหม ถ้าฉันอยากให้ยายฝนมันเรียนที่นั่นเหมือนฉัน” น้ำเริ่มเรื่องที่เคยคุยค้างไว้กับแม่เมื่อหลายเดือนก่อน 

“เอ็งคุยกันถึงขนาดนี้ ยังจะถามข้าอีกหรือไง” แม่น้อยค้อนวงใหญ่ 

“ก็ฉันเป็นห่วงน้องนี่นา” น้ำอ้อนมารดา 

“เอาๆ อยากเรียนอะไรที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น มีข้อแม้อย่างเดียว ข้าไม่ไว้ใจให้น้องอยู่ที่กรุงเทพฯ คนเดียวตามลำพัง” 

“จ้ะแม่ ถ้าถึงตอนนั้นยายฝนมันสอบติด ฉันจะไปอยู่ที่นั่นเป็นเพื่อนมันเอง” 

“ไปอยู่เป็นเพื่อนมันเฉยๆ ไม่ได้ ต้องทำงานด้วย” 

“จ้ะแม่” น้ำรับคำเสียงอ่อย 

“ถ้างั้นข้าก็ตกลง” 

“เย้! ขอบคุณนะจ๊ะแม่ ขอบคุณนะพี่น้ำ” คนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดในเหตุการณ์นี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกสาวคนเล็กของบ้าน ส่วนไอ้น้ำเวลานี้ทำหน้าทำตาละห้อยเพราะมีแววว่าต้องกลับไปหางานทำอีกแล้ว 

“เออ ไม่เป็นไร” น้ำตอบเซ็งๆ  

น้ำฝน ครั้งนี้เอ็งติดหนี้บุญคุณข้าเหมือนกันนะเว้ย ถ้าวันหน้าข้ามีปัญหาเอ็งก็ต้องช่วยเหลือด้วยล่ะ  

แล้วเพลงพี่ชายที่แสนดีก็ลอยแว่วเข้ามาในหูของไอ้น้ำในบัดดล 

 

“ผู้กองนอนหรือยัง” 

น้ำทักผู้กองไปในแอปพลิเคชั่นสีเขียว ตอนที่เขาเตรียมตัวจะเข้านอน ส่งข้อความไปไม่นาน บนหน้าจอเขาก็แสดงผลว่าอีกฝ่ายได้อ่านข้อความเขาแล้ว 

“ยัง นายก็ยังไม่นอนเหมือนกันเหรอ”  

“อืม แต่กำลังจะนอนแล้วล่ะ” 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” 

“วันนี้แม่บ่นนิดหน่อยที่ไม่ชวนผู้กองมากินข้าวด้วย” 

น้ำตอบกลับไป พลางคิดว่าจริงๆ แล้วมันก็ไม่มีเรื่องคุยขนาดนั้นหรอก แต่ของแบบนี้มันต้องเดินหน้าใช่ปะ ปล่อยไว้เฉยๆ คงยากที่จะได้อีกฝ่ายมา 

“อ้อ...เรื่องนั้น เดี๋ยววันหลังฉันจะไปกินด้วยแน่นอน บอกแม่น้อยไม่ต้องห่วง” 

“แล้วจะบอกให้ นอนแล้วนะ” 

น้ำพิมพ์บอก อยากคุยต่อแต่มันไม่มีเรื่องคุยไง เวลาคนเขาจีบกัน มันทำยังไงวะ 

“ครับ ฝันดี” 

“ฝันดีผู้กอง” 

น้ำตอบกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนวางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียง คว้าหมอนข้างมากอดเหมือนเช่นเคย น่าแปลกที่เขากลับตาสว่างทั้งที่ควรจะง่วงได้แล้ว 

...นอนไม่หลับ 

น้ำพลิกตัวไปมารอบเตียง ย้ายตัวไปนอนแทบจะทุกมุมแล้ว แต่มันก็ไม่หลับ ทำยังไงดี แค่ผู้กองมานอนด้วยไม่กี่คืนนี่กลายเป็นว่าพอไม่มีอีกฝ่าย เขาก็นอนไม่หลับไปแล้วได้ยังไง เตียงนอนที่เขาเคยบอกแม่ว่ามันเล็กไป เวลานี้ทำไมมันดูใหญ่นักล่ะ น้ำทึ้งผมตัวเองด้วยความขัดใจ  

เป็นเอามากแล้วนะไอ้น้ำ 

 

กว่าไอ้น้ำจะยอมเยื้องกรายออกจากบ้านในวันต่อมาก็จวนเย็น อีกสองวันจะถึงวันหวยออก แต่พรุ่งนี้เป็นวันเก็บหวย แม่น้อยบ่นว่ายังไม่ได้เลขเด็ดงวดนี้เลย เดือดร้อนบุตรชายต้องออกไปตามหาเลขให้มารดาที่รัก นายนทีสาวเท้ามุ่งหน้าเข้าตลาดด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ตลาดสดนี่แหละคือแหล่งรวมทุกเรื่องราว ไม่ว่าจะเรื่องของชาวบ้าน หวย ทิศทางการเงินต่างๆ หรือแม้แต่ข่าวที่ออกในทีวี เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวก็ครบวงจร ฟูลเซอร์วิส 

“อ้าว ไอ้น้ำ กลับมาแล้วเรอะ” เสียงป้าแช่มตะโกนทักดังขึ้น เมื่อเห็นไอ้น้ำย่างเท้าเข้ามาในตลาด 

“จ้ะ กลับมาเมื่อวาน” 

“แหม โชคเป็นของพวกเราแล้ว นางสาย นางเล็ก” 

“อะไรเหรอป้า” น้ำสงสัยในคำพูดของป้าแช่ม 

“ก็เอ็งกลับมาทันวันส่งหวยพรุ่งนี้ เดี๋ยวค่ำๆ ไปหาเลขเด็ดด้วยกันไง” 

“ป้าๆ ยังไม่ได้เลขกันเลยเหรอ นี่ฉันกะมาขอจากป้าเลยนะนี่” น้ำบอกด้วยความผิดหวัง สิ่งที่เขารอคอยนั้นกลับล่มสลายลงตรงหน้า 

“ยังเลย หมู่นี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย ตั้งใจจะเข้าไปขูดต้นไม้ในวัด หลวงพ่อก็ขอนิมนต์อีก ครั้นพอจะขอดูขันน้ำมนต์ท่าน ท่านก็ไม่ให้ บอกว่าอย่างมงายกับสิ่งพวกนี้ เฮ้อ พวกข้าหมดทางไปแล้วว่ะ” นางเล็กบอกเสียงเศร้า ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ 

“ป้าเล็กใจเย็นๆ ไม่ต้องร้องไห้นะจ๊ะ แล้วที่จะไปกันค่ำนี้ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปด้วยก็ได้จ้ะ” น้ำเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ 

“แม่ตะเคียน” นางสายกระซิบบอกเสียงเบา น้ำอยากจะถอนคำพูดเสียเดี๋ยวนั้น ไม่น่าพลาดหลงกลป้าๆ เลยไอ้น้ำ 

“แม่...ตะ...เคียน...เหรอ...จ๊ะ” น้ำพูดออกมาทีละคำเป็นการเน้นย้ำ 

“เออ รับปากข้าแล้วต้องไปนะเว้ย” ป้าแช่มได้ทีตะโกนพูดเสียงดัง คนในตลาดได้ยินกันทั่ว จบกัน กลับคำไม่ทันแล้ว 

“จ้ะ” น้ำรับปากไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ ปากพาซวยจริงๆ นะเอ็ง 

“อ้าว นางสอน ลุกไหวแล้วเหรอ ได้ยินว่าไม่ค่อยสบาย” เป็นป้าแช่มเจ้าเดิมที่ตะโกนถามคนมาใหม่ น้ำอยากรู้ อยากจะขอถามสักหน่อย ป้าแช่มเคยเจ็บคอบ้างไหม 

“เออ ดีขึ้นแล้ว” ได้ยินเสียงตอบไม่ดังนักกลับมา น้ำเลยหันไปตามเสียง ก็เห็นใบหน้าอิดโรยติดจะซีดด้วยซ้ำเดินเข้ามาใกล้ๆ อย่างช้าๆ 

“ป้าสอน ป้าไม่เป็นไรใช่ไหม มาจ้ะ ให้ฉันช่วยถือของดีกว่า ป้าดูเหนื่อยๆ เพลียๆ นะ” ไอ้น้ำรีบปรี่เข้าไปช่วยเหลือพร้อมฉวยถุงในมือมาถือไว้เสียเอง แต่จังหวะที่เขาจับแขนเพื่อประคองกลับถูกป้าสอนสะบัดทิ้งราวกับถูกของร้อน 

“ไม่เป็นไรๆ ป้าเดินไหว” ป้าสอนหน้าเจื่อนเพราะไม่ตั้งใจ 

“ถ้างั้น...เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านนะป้า” น้ำเก็บอาการตกใจไว้แล้วรีบบอกอย่างมีน้ำใจ 

“อืม ขอบใจ” 

“ฉันไปก่อนนะป้าๆ” น้ำบอกลาสามป้าก่อนจะเดินขนาบข้างไปกับป้าสอน 

“เออ คืนนี้เจอกัน อย่าเบี้ยวข้าล่ะ” ป้าแช่มไม่ลืมอาศัยจังหวะนี้ตะโกนทิ้งท้าย 

“ป้าสอนไหวแน่นะ ฉันเป็นห่วง” น้ำถามป้าสอนที่ดูอิดโรยมากจริงๆ 

“ไหวๆ เอ็งไม่ต้องเป็นห่วง ข้างหน้าก็บ้านข้าแล้ว ขอบใจเอ็งมากนะไอ้น้ำ นางน้อยได้ลูกดีๆ อย่างเอ็งก็เหมือนมีบุญไปสิบชาตินั่นละ” 

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะป้า ฉันก็สร้างเรื่องให้แม่ปวดหัวไว้มากเหมือนกัน” น้ำพูดแก้เขิน ถูกชมต่อหน้าแบบนี้ เขาก็ทำตัวไม่ค่อยถูก 

“จำคำข้าไว้นะ จะมีเมียสักคนก็หาที่ดีๆ อย่าให้แม่ต้องเป็นทุกข์เป็นร้อน” 

“เอ่อ...จ้ะ” น้ำรับคำอย่างอึ้งๆ ป้าสอนตั้งใจจะบอกอะไรเขา 

“ถึงบ้านข้าแล้ว เอ็งก็กลับบ้านดีๆ” 

“จ้ะ” น้ำยื่นถุงพลาสติกที่ป้าสอนซื้อมาจากตลาดส่งคืนให้ นางรับถุงไว้แล้วก็หายเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไอ้น้ำให้จมอยู่กับคำพูดนั้นเพียงลำพัง  

 

ไอ้น้ำเดินออกมาจากบ้านป้าสอน เขายังไม่ได้มุ่งหน้าตรงกลับบ้านของตัวเองทันทีกลับเลี้ยวไปอีกทาง ไปบ้านของคนคนหนึ่งที่พักนี้เขาไม่ได้ไปหานานหลายงวด เอ๊ย หลายวันแล้ว 

“หวัดดีจ้ะ เจ๊แสง” ไอ้น้ำยื่นหน้าเข้าไปเพื่อทักทายเจ้าของบ้าน 

“อ้าว ไอ้น้ำ หายหัวไปหลายงวดเลยนะเอ็ง เข้ามาก่อนสิ” เจ๊แสงละสายตาจากการคิดบัญชีมามองคนที่ทำหน้าทะเล้นอยู่หน้าประตูบ้าน 

“หลายงวดอะไรกันเล่า แค่สองสามงวดเอง” 

“งานยุ่งเหรอวะ” 

“งานที่ไหน ฉันว่างงาน เจ๊ก็รู้ พอดีแม่ไม่ค่อยสบาย แล้วต้องไปทำธุระในกรุงเทพฯ อีก” 

“อย่างนั้นรึ แล้วนี่มาหาข้ามีเรื่องอะไรล่ะ” 

“เปล่าจ้ะ ก็มาหา คิดถึงเฉยๆ ได้หรือเปล่า” น้ำทอดเสียง หยอดคนแก่เสียงนุ่ม 

“เรอะ เอ็งนี่นะ พูดจาแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ ในหมู่บ้านได้ยินก็ไปหาที่บ้านจนหัวกระไดไม่แห้งหรอก” 

“นั่นเขาใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ฉันเป็นผู้ชายนะเจ๊” 

“โลกสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วเว้ย นี่ข้าเปิดทีวีดูนะ ช่องไรก็ไม่รู้ ยังเห็นเด็กผู้ชายมันจีบกันเองเลย” น้ำสะดุ้ง หรือเจ๊แสงจะรู้ว่าเขาชอบผู้ชาย สายตาของไอ้น้ำเริ่มไม่ไว้ใจคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะ 

“มีด้วยหรือเจ๊” น้ำลองเลียบเคียงถามดู 

“เอ๊า ไปอยู่ที่ไหนมา ทีวีเปิดกันโครมๆ ชวนแม่เอ็งดูสิ ข้าว่ามันก็สนุกดีนะ สมัยข้าไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้หรอก” เจ๊แสงพูดไปอย่างใจคิด ทำให้ไอ้น้ำโล่งใจขึ้นมาบ้าง 

“ถ้าเปิดให้ดู แม่คงด่าฉันเปิงแน่ๆ” 

“บอกแม่เอ็งใจกว้างๆ หน่อย” เจ๊แสงพูดติดตลกก่อนจะคิดบัญชีต่อ ไอ้น้ำนั่งเถลไถลชวนคุยเล่นอยู่สักครู่ก็ขอตัวกลับ 

“กลับมาแล้วจ้ะ” น้ำบอกเมื่อเท้าข้างขวาก้าวผ่านประตูบ้าน 

“มาแล้วเรอะ ได้เลขอะไรมาบ้างไหม” แม่น้อยละสายตาจากทีวีมาสนใจบุตรชายทันที 

“ไม่ได้เลยแม่” 

“อะไรอย่างนั้นวะ” 

“ป้าๆ ในตลาดก็ยังไม่มีเลขเหมือนกัน” 

“จะเป็นไปได้ยังไง พวกมันไม่อยากบอกเอ็งมากกว่ามั้ง” 

“ไม่หรอกจ้ะ ยังไม่ได้จริงๆ เพราะค่ำนี้ป้าๆ ชวนฉันไปขูดเลขที่แม่ตะเคียน” น้ำบอกอย่างเซ็งๆ 

“เหรอ เออ เอ็งไปใช่ไหมวะ” 

“ไม่ไปได้ไหมแม่” 

“ลูกน้ำของแม่ อยากกินอะไรมื้อนี้ แม่จะไปเตรียมไว้ให้” น้ำเบ้ปากในสรรพนามที่แม่น้อยใช้แทนตัวเองและเรียกตัวเขา 

“ไร้ความจริงใจสุดๆ วันนี้แม่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างหน่อยละกัน ฉันจะชวนผู้กองมากินข้าวที่บ้านด้วย” 

“ได้เลย ถ้าเป็นความประสงค์ของลูกน้ำแล้ว แม่ก็ยินดีทำให้” น้ำหัวเราะกับคำพูดของแม่น้อยเพราะคำพูดนี้มันอยู่ในละครที่แม่เขาเพิ่งดูเมื่อคืน 

“แม่ติดละครอะ” 

“เอ๊า คนบ้านนอกดึกดื่นจะให้ทำอะไร ก็ต้องดูละครสิวะ” 

“จ้ะ เดี๋ยวฉันเข้าไปในห้องก่อนแล้วกัน แม่อย่าลืมของโปรดฉันนะ” 

“เออ กลับมาได้กินแน่นอน” 

 

“ผู้กอง ยุ่งอยู่หรือเปล่า” 

น้ำทักอีกฝ่ายด้วยแอปพลิเคชั่นเดิม ครั้งนี้ผู้กองไม่ได้อ่านอย่างรวดเร็วเหมือนเมื่อคืน  

ไอ้น้ำยังคงคอนเซ็ปต์จีบไม่เป็น แต่ก๊อบปี้เป็น เขาเลยก๊อบปี้พฤติกรรมของเจนที่เคยใช้กับเขา และหวังว่ามันน่าจะช่วยได้ ในเมื่อเจนยังเคยทำให้เขาชอบเจนได้เลย ผู้กองก็น่าจะชอบเขาได้...มั้ง 

น้ำเริ่มร้อนรน ยังไงดีล่ะ ไม่มีปฏิกิริยาจากข้อความพวกนั้นเลย เพราะตอนนี้ใกล้จะหกโมงแล้วแต่ผู้กองยังไม่อ่านข้อความ ไอ้น้ำคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำเหมือนเคย คืนนี้กลัวผีจะได้ไม่ต้องอาบอีกรอบ หวังว่าอาบน้ำเสร็จผู้กองจะตอบข้อความเขานะ 

สุดท้าย...สรุปว่า อาบน้ำเสร็จก็แล้ว ประแป้งหน้าขาวตัวหอมก็แล้ว ผู้กองก็ยังไม่อ่านข้อความเขา สงสัยเขาจะต้องไปถิ่นของแม่ตะเคียนเพียงลำพัง เอาวะ อย่างน้อยขากลับก็กลับพร้อมป้าๆ คงพอไหวอยู่ล่ะมั้ง 

“จะไปแล้วหรือ” แม่น้อยถามขึ้น เมื่อเห็นบุตรชายเปิดประตูห้องนอนออกมา 

“จ้ะ แม่ เดี๋ยวป้าๆ เขารอนาน บ่นหูชาอีก” 

“ไปเถอะ ให้ผู้ใหญ่คอยนานๆ มันไม่ดี” ทำไมน้ำรับรู้และสัมผัสได้ว่าแม่ไม่ได้ห่วงเรื่องมารยาทอะไรนั่นเลย แต่ห่วงตัวเลขเพื่อชีวิตวันพรุ่งนี้มากกว่า 

“ฉันไปนะ” 

“ไปดีมาดี” แม่น้อยอวยพรส่งท้าย ไอ้น้ำได้แต่ทอดถอนใจเดินลงบันไดบ้านไป 

น้ำเดินทอดน่อง ไม่อยากไปเป็นที่สุด ยิ่งคราวนี้เดินคนเดียว ขนก็ลุกซู่โดยไม่ตั้งใจอยู่ตลอดเวลา แต่ระยะทางมันไม่ได้ยาวไกล ในที่สุดอีกไม่ถึงห้าสิบเมตร เขาก็จะเดินถึงที่หมาย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกทีว่าผู้กองอ่านข้อความหรือยัง  

คำตอบคือ...ยัง 

ไอ้น้ำกำลังจะเอาโทรศัพท์ใส่คืนลงไปในกระเป๋ากางเกง แต่มันกลับสั่นและส่งเสียงขึ้นมาเสียก่อน เป็นสัญญาณว่ามีสายเรียกเข้า อารามไม่ตั้งตัว เขารีบกดรับโดยไม่ได้ดูเบอร์ปลายสาย 

“ครับ” ไอ้น้ำกรอกเสียงลงไป 

“น้ำ ฉันเอง ปรานต์” 

“ผู้กอง!” น้ำเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างปิดเอาไว้ไม่อยู่  

“ดูนายจะดีใจที่ฉันโทรมา” 

“แน่ละ” 

“ฉันเห็นข้อความของนายโชว์อยู่หน้าจอแต่ยังไม่มีโอกาสตอบ ขอโทษที วันนี้มีเรื่องยุ่งหลายอย่าง เลยคิดว่าโทรมาน่าจะง่ายกว่า” 

“ไม่เป็นไรผู้กอง คือผู้กองเคยบอกใช่ไหมว่าถ้ามีอะไรให้บอกอย่าโกหก” 

“อืม มีอะไร” 

“คือวันนี้ผมถูกป้าๆ ขอร้องให้มาตรงท่าน้ำอีกแล้ว” 

“กลัวใช่ไหม” สมเป็นผู้กอง เข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว  

“ครับ” 

“อีกสักชั่วโมง พอทนไหวไหม เดี๋ยวฉันไปรับ” ผู้กองหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ 

“แต่ถ้าผู้กองยุ่งอยู่ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมกลับพร้อมป้าๆ ก็ได้” เขาเริ่มเกรงใจเพราะผู้กองบอกอยู่ตั้งแต่แรกว่าวันนี้งานยุ่งมาก 

“อีกสักชั่วโมงเจอกัน แต่ถ้าเสร็จก่อนจะกลับพร้อมพวกป้าเขาก็ส่งข้อความมาบอกฉันด้วยแล้วกัน” 

“ครับ” 

“ไม่ต้องกลัว...เดี๋ยวฉันไปรับ” ผู้กองปลอบใจไอ้น้ำทิ้งท้ายก่อนจะวางสาย 

คำพูดของผู้กองกำลังทำให้ภูมิต้านทานความรู้สึกชอบของไอ้น้ำต่ำเกินลิมิตจนไม่ไหวแล้ว ทำไมถึงทำตัวน่ารักแบบนี้ 

 

ความคิดเห็น