MaschenY
facebook-icon

ถึงเวลาเล่าเรื่องราวของรุ่นลูกอย่าง ดิน ลูกชายคนโตของดนัยและพลอยไพลินแล้วครับ

ตอนที่ 60 บท'เวียงอู้'เมืองลับแลกลางดง บทสอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 60 บท'เวียงอู้'เมืองลับแลกลางดง บทสอง

คำค้น : ป่า คดีความ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 573

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 02:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 60 บท'เวียงอู้'เมืองลับแลกลางดง บทสอง
แบบอักษร

สายหมอกหนาทึบปกคลุมตั้งแต่ยอดไม้ยันพื้นดิน 

มันขาวจนสุดลูกหูลูกตา 

และมันคงเป็นภาพที่งดงามในฝันแน่ๆ 

ถ้าไม่มีไอ้ตัวที่จ่าเย็นกับแม็กเจอพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ 

ทั้งสี่คนเดินกันอย่างระวังตัว 

ไม่มีใครปริปากอะไรกันเลยซักคำตั้งแต่เผาร่างของสัตว์ประหลาดนั่นเสร็จและเริ่มก้าวเดินออกมา 

เหมือนมันจะตึงเครียดแต่ทว่าทั้งหมดกำลังเปิดใช้งานประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มนุษย์ธรรมดาพึงจะมีอย่างเต็มที่ 

เพราะคาดไว้ว่ามันคงไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแน่ๆ 

เพราะมันตายง่ายเกินไป 

"มากันทั้งหมดกี่คนวะ?" 

แม็กถามจ่าเย็น 

"มึงจะล้วงความลับเรอะ?" 

จ่าเย็นถามกลับ 

"เอาเถอะ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกูถึงตื่นมาใกล้ๆกับพวกมึงแทนที่จะเป็นพรรคพวกกู" 

แม็กบ่น 

"บาปหนาไง" 

จ่าเย็นว่า 

อายุทั้งสองคนไล่เลี่ยกัน 

และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินไปโดนคิดว่าพวกของตัวเองจะปลอดภัยดีมั้ย จะเจอไอ้ตัวแบบที่พวกเขาเจอรึยัง 

คำตอบก็คือ 

สักที่หนึ่งที่ไกลออกไป 

ดำกำลังรัวปืนใส่สัตว์ประหลาดที่ตัวเป็นคนแต่แขนหรือขาเป็นสัตว์ บางตัวก็เป็นหัวหมูป่าบ้างเก้งบ้าง 

"อย่ายิงพร้อมกัน ค่อยๆยิงเป็นชุด!" 

เขาตะโกนสั่งลูกน้องที่ตกในสถานะเดียวกันสี่ห้าคนซึ่งโชคดีที่เป็นคนงานที่เคยทำงานกันมานานจึงคุ้นเคยกันอย่างดี 

แม็กหายไปจินหายไป นายชมพรานปองและพวกลูกน้องที่เหลือก็หายไป 

"นาย นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย?" 

หนึ่งในลูกน้องร้องถาม 

"แล้วกูจะไปรู้มั้ยเล่า อยู่ด้วยกันเนี่ย" 

ดำตะโกนบอก 

กลุ่มสัตว์ประหลาดนั่นพุ่งเข้ามาอย่างไม่สนว่าตัวข้างหน้าจะล้มไปแน่นิ่งแล้ว 

พวกมันมีประมาณสิบกว่าตัว 

และค่อยๆลดลงๆจนเหลือตัวสุดท้ายที่ดำยิงมันล้มกลิ้งไป 

ปลอกกระสุนกองเกลื่อนบนพื้นดิน 

สายหมอกทำให้มองเห็นตัวของมันยากและต้องยิงสุ่มไป 

โชคดีที่กระสุนนั้นเหลือเฟือ 

อาวุธสงครามและปืนล่าสัตว์ที่มีนั้นแสดงประสิทธิภาพของมันอย่างเต็มที่ 

ทั้งหกคนยืนถอนหายใจกันเกือบจะพร้อมๆกัน 

หูทุกคนยังอื้อเพราะเสียงปืนอยู่ 

ไฟฉายแรงสูงส่องไปยังร่างที่นอนนิ่งบนพื้น 

ดำหรี่ตาลงมองพวกมันอย่างไม่เข้าใจ 

"มีใครเคยเห็นแบบนี้มั้ย?" 

เขาถาม 

"ไม่มีหร้อกนาย มีแค่เรื่องเล่า" 

นายกอลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆบอก 

"ยังไงวะ?" 

เขาซัก 

"ก็แบบเรื่องเล่าเก่าๆ พวกอมุษย์อะไรแบบนี้ แต่มาเจอแบบนี้ก็ขนลุกเหมือนกัน" 

นายกอตอบ 

ก็จริงของเขาเพราะเชื่อว่าหลายๆคนเคยได้ยินเรื่องเล่าแปลกๆ 

เกี่ยวกับสิ่งทำนองนี้มาบ้าง 

แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ.. 

พวกเขาทั้งหมดรีบออกมาจากที่แห่งนั้นหลังจากตั้งสติกันเรียบร้อยแล้ว 

ดำใช้ระเบิดขวดปาใส่ร่างที่นอนกองๆพวกนั้นเพื่อเผาทำลายทิ้ง 

แน่นอน เขาไม่อยากให้มันลุกมาได้อีกรอบแน่ๆ 

"หมอกจะหนาไปแล้วโว๊ย" 

ดำบ่นขณะเดินเกาะกลุ่มไปกับลูกน้อง 

ที่ปากถ้ำแห่งหนึ่ง 

เสือลายพาดกลอนตัวหนึ่งเดินฝ่าสายหมอกมาที่หน้าปากถ้ำ 

ก่อนที่มันจะเดินเข้าไปภายในถ้ำที่มีคนอยู่ 

"เป็นไงบ้าง?" 

คนในถ้ำถาม 

ร่างนั้นกลับเป็นมนุษย์และส่ายหัวอย่างเซ็งๆ 

"ไม่เจอร่องลอยอะไรเลย แถมหมอกพวกนี้มันก็หนาจะข้าคิดว่าเดินอยู่ในหมู่เมฆ" 

จิ้นบ่นและเดินมานั่งลงบนก้อนหินข้างกองไฟ 

เธอใช้ร่างเสือออกไปสำรวจตั้งแต่เช้าเพื่อดูว่ามีใครที่อยู่ใกล้ๆกันหรือไม่ 

แต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า 

ดินยื่นแก้วน้ำอุ่นๆให้ 

มันคือโกโก้สำเร็จรูปที่มีติดกระเป๋ามา 

หญิงสาวรับไปนั่งดมๆก็ขมวดคิ้ว 

"ไม่ใช่กาแฟรึ?" 

เธอถาม เพราะสีมันคล้ายๆกันกับกาแฟที่ดินชอบกิน แต่กลิ่นมันหอมกว่า 

"ลองกินดูสิ" 

ดินยิ้ม 

"คงรสไม่เหมือนกาแฟนะ" 

จิ้นยิ้มก่อนจะจิบโกโก้ในแก้ว 

ดินนั่งท้าวคางมองหญิงสาวเงียบๆ 

สีหน้าเหมือนกับเด็กดีใจเมื่อได้กินของอร่อยปรากฏขึ้น 

จิ้นกินจนหมดแล้วส่งแก้วกลับมา 

"ชอบมั้ย?" 

เขาถาม 

"อื้อ ข้าไม่เคยกินอะไรแบบนี้เลยรสมันดีมาก...มีอีกมั้ย?" 

เธอยิ้มแป้น 

มันเป็นรอยยิ้มที่สดใสเหมือนกับเด็กสาวอย่างที่เธอควรจะเป็น 

"กินเยอะไม่ดีนะ แต่เดี๋ยวชงให้อีกแก้วละกัน" 

ดินรับแก้วมาแล้วยีผมเธอเล่น 

"ดินใจดีที่สุดเลย" 

เธอยิ้ม 

"ถ้าเธอน่ารักแบบนี้ทำไมชั้นจะไม่ใจดีล่ะ" 

ดินพูดขณะฉีกซองโกโก้เทใส่แก้วและกำลังจะเทน้ำร้อนใส่ตามไป 

เมื่อชงเสร็จก็ส่งให้เธอ 

จิ้นรับไปดื่มอย่างมีความสุข 

ดินแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงชอบโกโก้แบบนี้ 

แต่พอมาคิดๆดูแล้ว หยกน้องสาวของเขาก็ชอบกิน เพื่อนผู้หญิงหลายๆคนก็ชอบกิน 

มันคงเป็นของประจำสำหรับพวกเธอล่ะมั้ง 

แต่ที่ชายป่าใกล้ๆถ้ำ 

สายตาคู่หนึ่งจับจ้องมายังแสงไฟวิบวับที่ออกมาจากภายในถ้ำ 

มันสะกดรอยจิ้นกลับมาเงียบๆโดยที่แม้แต่สมิงอย่างเธอก็ไม่รู้ตัว 

แต่ทำไมดินจะไม่รู้ล่ะ... 

เขามีพรายกระซิบบอกอยู่แล้วว่ามีอะไรบางอย่างตามจิ้นกลับมา 

แค่นั่งนิ่งให้มันตายใจเท่านั้น 

ปืนพกที่เอวพร้อมใช้งานเสมอ 

ไรเฟิลสองกระบอกที่วางพิงผนังถ้ำไว้ก็สามารถคว้ามาใช้ได้ทุกเมื่อ ขอแค่มันมา 

แต่มันก็เหมือนกับว่ามาดูเชิงซะมากกว่า 

ไม่ยอมเผยตัวออกมาซักที และมันทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย 

แต่พอเห็นรอยยิ้มไร้เดียงสาตรงหน้าก็พอจะช่วยให้ใจเย็นลงบ้าง 

"จิ้นอายุเท่าไหร่เหรอ ก่อนจะเป็นสมิงน่ะ?" 

ดินถาม 

"เอ...สิบหกหรือสิบเจ็ดนี่แหละมั้ง...ข้าไม่แน่ใจ" 

เธอตอบ 

'อ่า...พรากผู้เยาว์สินะกู' 

ดินคิดในใจ 

แต่เอาอายุจริงๆก็เขาเองที่เป็นผู้เยาว์ 

ทั้งสองนั่งคุยกันพลางๆ 

เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะฝ่าสายหมอกหนาไป 

ทั้งไม่ชำนาญเส้นทาง และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน อาจทำให้หลงจนกลับมาที่ถ้ำอันปลอดภัยนี้ไม่ได้ 

แต่ว่า... 

หมวดเจตและจินกำลังเปิดไฟฉายเดินคลำทางออกมาเรื่อยๆตามนิสัยมุทะลุของเขา 

จินได้ปืนประจำตัวมาถือเช่นเดิม 

ทั้งสองสามารถปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด 

อาจจะปุปปัปไปบ้างแต่ด้วยสถานการณ์มันพาไป 

จินเองก็เห็นว่าถ้าอยู่คนเดียวในที่แบบนี้ขอตายซะดีกว่า เลยเลือกจะตามเขามาด้วย 

ทั้งสองเดินไปอย่างระมัดระวังในทุกๆฝีก้าว 

แต่ก็ดันไปเจอกับเจ้าถิ่นที่เดินอุ้ยอ้ายอยู่เบื้องหน้า 

ร่างเหยียดตรงของมนุษย์แน่ๆตามที่สายตาของทั้งคู่เห็น 

แต่พอสายหมอกบางลงมาเพราะเข้าไปใกล้ๆ... 

จินจับแขนหมวดเจตแน่นด้วยความตกใจ 

หมวดเจตเองก็ยอมรับว่าใจเต้นตึกตักๆไม่หยุด 

เพราะมันคือร่างคน แต่หัวเป็นแพะ! 

"เราฝันเหรอ?" 

จินกระซิบถาม 

"ฝันก็บ้าแล้ว เธอบีบจนเจ็บแขนแล้วเนี่ย" 

หมวดเจตกระซิบตอบ 

"เอาไง?" 

จินถามเสียงเครียด 

"ค่อยๆถอยนะ" 

หมวดเจตบอกแล้วพยักหน้าให้สัญญาณ 

แต่ไม่ทันจะได้ก้าวไปไหน 

มันก็หันกลับมาข้างหลัง! 

สายตาแพะคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ทั้งคู่ 

ก่อนที่มันจะทำอะไร 

เซฟปืนเอชเคในมือหมวดเจตก็ดังกริ๊ก 

พอดีกับที่มันวิ่งพรวดเข้ามาหานั่นเอง! 

'เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆ' 

นิ้วของเขาก็แช่อยู่ในโกร่งไกปืนแล้ว! 

มันโดนแน่ๆ โดนเต็มๆแทบทุกนัด 

และจินก็ได้สติยกเอาปืนกลมืออูซี่กราดตามไป 

'เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ' 

มันรัวกว่าเอชเคของหมวดเจตอยู่แล้ว 

ร่างนั้นกระเด็นไปตามแรงปะทะเล็กน้อยเพราะอำนาจในการหยุดยั้งของกระสุนทั้งสองนั้นไม่เพียงพอ 

แม้กระสุนของเอชเคก็ทำให้มันเซได้เท่านั้น 

หมวดเจตปืนขัดลำพอดีจึงคว้าปืนพกมายิงต่อซึ่งบังเอิญ 

'เปรี๊ยงๆ' 

กระสุนนัดที่สองของจุดสามแปดซุปเปอร์มันพุ่งเข้าหัวพอดิบพอดี! 

มันล้มหงายลงไปดิ้นบนพื้น 

จินก้าวออกไปยิงซ้ำพร้อมๆกับหมวดเจตทันทีคนละสองนัดจนมันนิ่งไป 

ทั้งสองมองหน้ากันแล้วกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่อย่างยากเย็น 

"ปืนขัดลำไม่ใช่เหรอ?" 

จินถาม 

หมวดเจตเหมือนนึกได้ เขาง้างคันรั้งก่อนจะถอดแม็กมาและตบเอากระสุนที่ขัดลำออกมา 

จินเองก็เช็คจำนวนกระสุนในแม็กกาซีนเช่นกัน 

หมวดเจตเพิ่งจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้รู้เรื่องปืนเยอะพอสมควร 

และเมื่อจับปืนนั้นอันตรายมากพอๆกับผู้ชายคนหนึ่ง 

เขาไม่อยากจะคิดว่าถ้าตอนนั้นใส่กระสุนไว้ในปืนพกที่ยื่นให้เธอ 

เขาเองคงจะนอนเป็นผักอยู่ตรงนั้นแน่ๆ 

เสียงปืนของทั้งคู่รัวใช้ได้และดังใช้ได้เช่นกัน 

จนดินที่นั่งอยู่ลุกขึ้นพร้อมๆกับจิ้น 

ทั้งสองมองหน้ากันทันที 

"เสียงปืน" 

จิ้นว่า 

"ใช่ รัวซะด้วย" 

ดินรีบบอก 

"ท่านจะไปมั้ย?" 

เธอถาม 

"ไปสิ เก็บของกัน" 

ดินชวนและรีบก้มเก็บข้าวของใส่กระเป๋าทันที 

ไม่นานทั้งสองก็มาหยุดยืนที่หน้าปากถ้ำ 

ดินส่งปืนพกให้จิ้นคาดไว้ที่เอว 

"ถึงจะสอนแล้วก็เถอะ ข้าไม่มั่นใจว่าจะยิงถูกมั้ย" 

เธอบอก 

"ระยะประชิด แค่เหนี่ยวไกก็พอ" 

ดินว่า 

เพราะเขาคงไม่ปล่อยให้อะไรมันพุ่งเข้ามาหาเธอหรอก 

แต่ที่ให้พกปืนของแม่ไว้ก็เพราะเพื่อความอุ่นใจเท่านั้นเอง 

และทั้งคู่ก็รีบเดินตามที่มาของเสียงไปทันที 

ท่ามกลางสายหมอก ไฟฉายส่องไปมาเพื่อจะตัดผ่านมันให้เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้า 

หลังจากเดินมาพักใหญ่ 

ไฟฉายอีกดวงก็ส่องสวนทางมาพอดี! 

ดินหยุดพร้อมๆกับจิ้น 

"หยิบปืนออกมาไว้" 

ดินกระซิบ 

จิ้นปลดปืนออกมาจากซองอย่างงุ่นง่านเพราะไม่ชิน 

เธอทำตามที่เขาสอนคือนิ้วไม่แตะที่ไกปืนถ้าไม่ได้ปะทะกับอะไร 

แต่เล่นกำแน่นไว้โดยไม่แตะอะไรเลย 

ดินปลดเอาปืนคาร์บินมาประทับบ่าไว้ 

โดยที่เรมิงตันนั้นถูกมัดไว้กับกระเป๋า 

ทั้งสองค่อยๆเดินเข้าหาแสงไฟที่ส่องสวนมา 

และมันก็เข้ามาใกล้ๆเช่นกัน 

จนเมื่ออยู่ในระยะสายตา 

ดวงไฟทั้งสองสาดไปมาจนมองเห็นกันได้ 

"เฮ้ย ดิน!" 

หมวดเจตร้องอย่างยินดี 

"พี่เจต!" 

ดินเช่นกัน 

แต่ทั้งคู่ยังไม่เข้ามาหากัน 

ปืนในมือยังคงกระชับไว้ท่าเดิม 

"รหัส" 

ดินร้องบอก 

"แคปหมูจิ้มพริกหนุ่ม" 

เป็นรหัสที่ชวนหิว 

และแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนในหน้าของชายทั้งคู่ 

หมวดเจตเดินเข้ามาหาพร้อมตบแขน 

"ดีชิบหายที่มาเจอมึงเนี่ย" 

เขาบอกอย่างดีใจ 

และหันมาข้างหลังที่มีจินยืนมองเงียบๆ 

"ไงมีน" 

ดินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

"ไม่เอาน่า" 

หมวดเจตบอก 

"แต่.." 

ดินกำลังจะพูด 

หมวดเจตชิงกระซิบก่อน 

"เธอไม่ได้ยิงไอ้พาก" 

ดินขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน 

"ได้ไง?" 

เขาถาม 

"เราเปิดใจคุยกันแล้ว เธอแค่มาสืบข่าวและพาพวกเราให้เสียเวลาเท่านั้น ตอนนั้นไม่มีใครดูเธอก็วิ่งหนีมา" 

หมวดเจตพูดน้ำเสียงจริงจัง 

"พี่เชื่อใจยัยนี่ได้เหรอ?" 

ดินถามอีก 

"เชื่อใจสิ" 

รุ่นพี่พูดชัดเจน 

"เอาก็เอา" 

ดินว่าง่าย 

จิ้นเดินเข้ามาข้างๆดิน 

"ว่าไงจิ้น ดินมันดูแลดีมั้ยเอ่ย?" 

หมวดเจตถาม 

"ดีค่ะ แล้วนั่น.." 

จิ้นตอบก่อนจะมองไปยังจินที่ยืนเบิกตามองเธอ 

"ธะ..เธอทำไมถึง" 

จินพูดตะกุกตะกัก 

ก็แน่แหละ พวกเธอสองคนเหมือนกันยังกับแกะ 

จะมีที่ต่างคือทรงผมและสีผิวเท่านั้น 

"เจ้าเหมือนข้าจังนะ" 

จิ้นว่า 

"เธอนั่นแหละ เหมือนชั้นมากเลยนะ" 

จินว่า 

มันเหมือนกับภาพฝาแฝดคุยกันจนสองหนุ่มต้องแอบหลบหน้ามาขำ 

ก่อนที่หมวดเจตจะกระซิบบอกว่าเมื่อกี้เจออะไรมา 

จิ้นได้ยินก็ถอนหายใจเบาๆ 

"ข้าไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ" 

เธอเอ่ย 

"มันคืออะไร?" 

ดินถาม 

"ผู้อาศัยของที่นี่ไง" 

จิ้นตอบเรียบๆ 

"ที่นี่...ป่านี่เหรอ?" 

หมวดเจตถามบ้าง 

"ถ้าข้าได้ยินได้ฟังมาไม่ผิดนะ ป่านี่คือนครลับแล" 

เธอวิเคราะห์จากเรื่องที่เคยได้ยินได้ฟังมา 

และที่หมวดเจตเล่า 

"แล้วมันเรียกว่าอะไรล่ะ?" 

ดินถาม 

"เวียงอู้ พวกบ้านป่าเรียกเช่นนั้นมาตั้งแต่สมัยล้านนาแล้ว" 

จิ้นบอก 

เวียงอู้ มันจะเป็นยังไงกันนะกับเมืองลับแลกลางป่านี่น่ะ... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น