AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 57 น้ำใจของเฟราด้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 57 น้ำใจของเฟราด้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 27

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 57 น้ำใจของเฟราด้า
แบบอักษร

ตอนที่ 57 น้ำใจของเฟราด้า 

การสร้างที่พักพิงดำเนินไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงพวกเขาก็เริ่มขุดหลุมและตกแต่งไม่ได้เป็นบางส่วนแล้ว บางที่ก็เร็วหน่อยเริ่มฝังเสา และตัดไม้ให้เป็นแผ่น ๆ

ส่วนเรื่องหลังคาก็จัดกลุ่มใช้ไม้เป็นแผ่นตอกเป็นรูปจั่ว แน่นอนว่าการทำหลังคานั้นพวกเขาต้องจ้างนักผจญภัยหรือคนที่ทำเป็นมาทำให้ เงินเก็บจึงเริ่มร่อยหรอลงทุกที ส่วนกิลด์นักผจญภัย และสมาคมนักล่าก็ได้รับผลกำไรเข้าสาขาของตัวเองไป

พวกเขายังวางแผนกันอีก ว่าหลังจากสร้างที่พักพิงเสร็จบางส่วนจะพากินกินข้าวพออิ่มแล้วเริ่มงานต่อ แต่ทันใดนั้นเสียงเฮลั่นด้วยความตื่นเต้นก็ดังมาแต่ไกล มันคือเสียงของผู้คนจากอาณาจักรเฟราด้า เมื่อคนของอาณาจักรซีเรียสได้ยินน้ำเสียงที่แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังใจที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นถึงกับสั่นสะท้าน

“เฮ!! ถึงแล้วทุกคน!! วะฮ่า ๆ ลงมือกันเถอะ!!”

“โอ๊ส!! ลงมือกัน!!” เสียงของคนอาณาจักรเฟราด้าตะโกนลั่นเมื่อพวกเขามาถึงเป้าหมาย พวกเขาเผยรอยยิ้มดีใจหาได้เป็นใบหน้าแห่งความเคียดแค้นดั่งที่คนของซีเรียสคิดไม่ เมื่อมาถึงก็ช่วยกันหยิบจับต้นไม้ และเริ่มลงมือตามจุดต่าง ๆ

“มา ๆ ๆ สหาย เดี๋ยวพวกข้าช่วยเอง พวกเจ้าคงเหนื่อยไปนั่งพักก่อน อ่ะนี่ น้ำเย็น ๆ จากฝีมือเมียข้า ฮ่า ๆ ๆ” เสียงของชายหนุ่มกำยำคนหนึ่งจากเฟราด้าพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ ฝ่ายซีเรียสเห็นพวกเขายื่นน้ำให้ก็รับมาแบบ งง งง พลันพวกเขานำไม้มาแปรรูปกลับ งง และหน้าซีดเข้าไปอีก

“เดี๋ยวก่อนพวกท่าน!!” เสียงร้องห้ามของผู้คนจากอาณาจักรซีเรียส

“หืม! มีอะไรเหรอสหาย…” ชายร่างกำยำหันมามองด้วยความสงสัย

“คือ ข้าไม่มีเงินจ้างพวกท่านแล้ว ข้า ข้า...” ชายจากซีเรียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เมื่อเขาคิดถึงเงินจำนวนมากที่จะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับคนเหล่านี้ แต่เมื่อฝ่ายเฟราด้าได้ยินกลับหัวเราะด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“โฮ่ๆ ๆ พวกท่านจะจ่ายเงินทำไม พวกข้าไม่เอาเงินหรอก เพื่อนบ้านน่ะ มีอะไรก็ต้องช่วยกัน กฎของอาณาจักรก็บอกไว้ชัดเจน อืม อันที่จริงนี่เงินไม่สำคัญสำหรับพวกข้านะ สิ่งที่สำคัญน่ะ มันคือมิตรภาพของพวกเราที่มีให้กันต่างหาก มา ๆ มานั่งพักจิบน้ำเย็น ๆ ก่อน เดี๋ยวหายเหนื่อยแล้วก็มาช่วยกันทำ” ชายร่างกำยำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เผยแววตาแห่งความจริงใจออกมาอย่างเปี่ยมล้น

คนของซีเรียสไม่เคยเจอบรรยากาศแบบนี้เลย พวกเขาจึงทำตัวไม่ถูก และพวกเฟราด้าก็ได้ให้สัญญาณช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง คนนู้นเสร็จตรงนี้ก็ไปช่วยตรงนั้น เสร็จตรงนั้นก็มาช่วยตรงนี้ต่อ

แม้จะแบ่งงานกันอย่างชัดเจนแต่พวกเขาไม่ลืมช่วยเหลือกันและกัน การแบ่งงานของพวกเขาจะไม่แบ่งเป็นรายบุคคล แต่จะแบ่งเป็นทีม ทีมนี้ขุดหลุม ทีมนี้เรื่อยตัดไม้ให้เป็นแผ่น ๆ สำหรับสร้างเสา ทีมนี้นำดินที่เหลือจากการกลบเสามาทำเป็นก้อนอิฐดินด้วยวิธีการผสมผงไม้ และวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกันในฉบับวิธีการของฟรานซ์

ซึ่งสร้างความน่าทึ่งให้กับเหล่าชาวซีเรียสอย่างมาก การทำงานที่เป็นระบบระเบียบแต่ไม่ได้เคร่งครัด มีคุยกัน มีแอบแกล้งเพื่อน และเล่นปาดินกันบ้าง แต่งานที่พวกเขาทำนั้นให้ความรู้สึกชัดเจนว่าพวกเขาสนุกกับมัน เหงื่อที่ไหลโทรมกายบ่งบอกว่าเหนื่อยกว่าที่พวกซีเรียสทำ เทคนิคและอุปกรณ์การตัดไม้ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาบอกแค่ว่าเป็นฝีมือของท่านฟรานซ์ที่นำรูปแบบเหล่านี้มาให้ใช้

ช่างตีเหล็กสามารถสร้างมันได้ง่าย ๆ แต่ก็มีส่วนใหญ่ที่ทำไม่ค่อยได้ และสิ่งที่มีเพียงคนเดียวที่ทำได้ก็คือ อาวุธจู่โจมของอาณาจักร ที่มีเพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้นที่จะสร้างมันได้ ยิ่งได้ฟังเรื่องราวของจักรพรรดิที่กลับกลายเป็นไอดอลของผู้คนในอาณาจักรไปแล้วพวกเขายิ่งดูตื่นเต้น

“หือ ทำงานเหงื่อโทรมกายแบบนี้เรียกว่าเหนื่อยเหรอ ฮ่า ๆ ๆ แค่นี้ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวความเหนื่อยของจักรพรรดิอัคคีด้วยซ้ำ” นี่มักเป็นคำพูดติดปากของผู้คนของเฟราด้า

งานสร้างที่พักพิงดำเนินการไปอย่างรวดเร็วมาก และมากเกินกว่าที่คนของซีเรียสจะคาดคิด เมื่อเหล่าชาวซีเรียสได้ลงมือช่วยกันกับชาวเฟราด้าแล้ว ที่แรกชาวซีเรียสอาจจะไม่คุ้นชิน แต่ด้วยอัธยาศัยและความจริงใจของชาวเฟราด้า ไม่นานผู้คนจากซีเรียสก็เริ่มปรับตัวได้ และที่สำคัญ

รอยยิ้มของคนรอบข้าง เมื่อส่งให้พวกเขา มันมักจะสร้างรอยยิ้มอีกหลาย ๆ รอยยิ้มขึ้นมา

เมื่อมีรอยยิ้ม ก็เริ่มรู้สึกถึงความสุข และความจริงใจ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ส่งออกมาจากใจของชาวเฟราด้าด้วยแล้ว

ชาวเฟราด้าที่มาช่วย มีเยอะเต็มที่แค่ไม่กี่แสนคน แต่กลับสามารถสร้างรอยยิ้มและมิตรภาพที่ดีให้กับชาวซีเรียสที่มีเป็นเรือนล้านได้

สาเหตุที่จักรพรรดิให้อยู่ที่นี่เพราะข้างในอาณาจักรมันไม่สามารถรองรับคนจำนวนเรือนล้านแบบนี้ได้ มีเหตุจึงต้องขยายอาณาจักรเท่านั้น

ทำงานด้วยกันจนกินเวลาไปมากกันแล้ว ครานี้ไผ่ได้ให้สัญญาณทุกคนพัก และมื้ออาหารได้เริ่มขึ้นแล้ว มื้ออาหารที่ไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะเป็นน้ำใจไมตรีจากชาวเฟราด้า ของกินหลากหลายประเภทถูกนำมาเลี้ยงโดยไม่คิดเสียดาย

ผลไม้ผลใหญ่และรสชาติดีอันเป็นผลไม้เกรดสูงราคาแพงก็ถูกนำมาสังสรรค์ในคืนนี้ ค่ำคืนที่พวกซีเรียสพึ่งเคยสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขของการได้กินเต็มที่

ความสุขของการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความสุขที่ได้หัวเราะร่วมกันของเพื่อนต่างอาณาจักร ที่กำลังจะมาเป็นชาวอาณาจักรเดียวกัน และความสุขของการได้นอนกลางดินกินกลางดินร่วมกันในค่ำคืนนี้ เหล่าชาวเฟราด้าไม่ได้กลับบ้านตัวเองแต่อย่างใด กลับกัน พวกเขานอนร่วมทุกข์สุขกับสหายใหม่อย่างจริงใจ จึงสร้างภาพที่ไม่มีวันลืมให้กับชาวซีเรียส

“ฮ่า ๆ ๆ แต่ก่อนที่นี่ก็ไม่ต่างไปจากซีเรียสของพวกเจ้าหรอก ข้าต้องหวาดกลัวต่ออำนาจขุนนางชั่ว ลูกสาวข้าก็ดันมาถูกจับไปเป็นของเล่นของพวกมันอีก นึกถึงภาพเหล่านั้นน้ำตาข้าก็ไหลอีกแล้ว ฮึก! ข้าได้เรียนรู้ถึงการสูญเสียลูกสาวคนเล็ก และลูกสาวคนโตที่เกือบสูญเสียไป แต่ก็แลกด้วยแผลใจที่ถูกเหล่าขุนนางย่ำยีร่างกาย เจ้ารู้ไหม! ว่าตอนที่ข้าได้ข่าวว่าหัวขุนนางถูกเสียบประจานหน้าบ้านพวกมัน ข้านี่ทิ้งงานแล้วรีบวิ่งไปยังบ้านขุนนางที่ชิงเอาลูกสาวข้าไป และในที่สุดก็ได้เจอลูกสาวข้าที่มีสภาพเปลือยเปล่า! แต่ถึงอย่างนั้นข้ากลับรู้สึกดีใจ แม้จะรอดเพียงลูกสาวคนโตของข้าก็ตาม แผลใจนี้ของเอง ข้าคิดว่ามันคงทำให้ชีวิตเธอดิ่งลงเหว แต่ที่ไหนได้ เมื่อจักรพรรดิอัคคีปรับอาณาจักรใหม่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปอย่างมากจนข้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ และเจ้ารู้ไหม ลูกสาวที่ข้าคิดว่าเธออาจเกิดแผลใจจนไม่มีความสุขในชีวิต ฮุฮุ พอท่านฟรานซ์ได้เล่าเรื่องราวของผู้คนที่อาณาจักรไหนไม่รู้ให้ฟัง เรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกย่ำยี เรื่องราวของความสูญเสีย เรื่องราวของความรักในหลากหลายรูปแบบ มันเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมองในการมีชีวิตของพวกเรา ตอนนี้ลูกสาวข้ามีผัว แถมกำลังจะมีหลานให้ข้าอุ้มแล้วด้วย ส่วนผัวของเธอก็เป็นถึงอัศวิน และยอมรับเรื่องในอดีตของเธอ มันดีมากเลยล่ะ” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งเล่าเหตุการณ์ชีวิตเมื่อต้องเผชิญเรื่องราวเลวร้าย เขาเล่าเหมือนกับเป็นการรำลึกความหลัง แต่ดูสีหน้าในตอนนี้ของเขาเหมือนกับว่า อดีตเหล่านั้นเป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่ควรลืม เพราะมีอดีต และเห็นถึงความพยายามของจักรพรรดิอัคคี วันนี้จึงเกิดขึ้นได้

“เฮ้ย ๆ เรื่องของเจ้านี่ชิล ๆ เรื่องของข้าสิ ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปถึงสองคน และลูกสาวที่ถูกข่มขืนต่อหน้าต่อตา หนำซ้ำเมียข้าก็ยังโดนอีก ตอนนั้นข้าอยากจะฆ่าพวกขุนนางและอยากจะตายเสียให้ได้ แต่พวกมันไม่ยอมให้ตาย เฮ้อ นึกถึงแล้วเศร้า ข้าต้องอยู่ตัวคนเดียวมาถึงครึ่งปี แต่จู่ ๆ ลูกสาวกับเมียข้าก็เข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ข้านี่ดีใจเลยล่ะ เรื่องร่างกายของพวกเธอจะยังไงก็ช่าง ข้ารักของข้า แต่พอรุ่งเช้ามาข่าวใหญ่ก็เข้าหู ข่าวที่เหล่าขุนนางถูกตัดหัวเสียบประจานเป็นหลักร้อย ลูกสาว และผู้หญิงที่ถูกนำไปย่ำยีมากมายถูกปลดปล่อย ข้านี่อดกลั้นน้ำตาไม่ไหวเลยทีเดียว เมียข้าที่ได้รับแผลใจ กับลูกสาวข้าทีแรกก็ซึม ๆ ข้ากลัวว่าจะคิดหนัก แต่ดีนะที่มีเรื่องราวจากอาณาจักรอื่นของท่านฟรานซ์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้คน การจบชีวิตที่ให้ข้อคิด และเรื่องราวความรักรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ข้ากับภรรยาได้ปรับความเข้าใจกัน ดูตอนนี้สิ ข้ากำลังจะมีลูกอีกคนแล้ว ส่วนลูกกสาวของข้านั้นผันตัวเข้าไปเป็นนักเวท ข้าล่ะดีใจมากเลยล่ะ ดีใจที่อาณาจักรนี้ไม่ทอดทิ้งพวกเรา ให้โอกาสเหมือนที่คนอื่นได้รับ อ้า** นึกถึงปัจจุบันนี้ทีไรก็มีความสุข! ” เสียงการแสดงความคิดเห็นของพวกเขายังดำเนินต่อไป และมีการพูดคุยเรื่องราวชีวิตระหว่างเฟราด้ากับซีเรียส ทำให้พวกเขาได้เข้าใจมุมมองของกันและกัน รวมถึงกฎบางประการเมื่ออาศัยอยู่เฟราด้า

เมื่อรุ่งเช้ามาถึงอาหารก็พร้อมด้วยฝีมือของแม่บ้านจากเฟราด้า เลี้ยงคนเรือนล้านนี่มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาก็ทำด้วยความสุข เหล่าสามีที่ไปช่วยภรรยาหั่นเนื้อหั่นผัก และช่วยจัดผลไม้ ปอกผลไม้บ้าง มีที่แอบจุ๊บแก้มกันเรียกเสียงแซวจากเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่วายต้องหันไปแซวเพื่อนอีกคนเมื่อจุ๊บภรรยาตามกัน นับเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ในที่อื่น คงจะมีที่เฟราด้าที่เดียวกระมัง

เมื่อทานข้าวเสร็จก็เริ่มงาน ครานี้การทำงานดูราบรื่นมากึ้น ชาวซีเรียสกับชาวเฟราด้าเริ่มที่จะเข้าขากันได้บ้างแล้ว และช่วงสาย ๆ เหล่าขุนนางจำนวนมากก็เดินทางมากับรถม้าที่ขนของมาเป็นแนวยาว สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวซีเรียสอีกครั้ง

-เหล่าขุนนางมาทำอะไรที่นี่-

ถ้าหากตอนนี้มีแต่ชาวซีเรียสพวกเขาคงทำอะไรไม่ถูกเป็นแน่ แต่เมื่อมีชาวเฟราด้าอยู่ด้วย เมื่อคนจากซีเรียสหันไปมองชาวเฟราด้าว่าจะตกใจเช่นพวกเขาไหม แต่กลับปรากฏรอยยิ้มเป็นคำตอบแทน

-อะไรกัน ก็เมื่อคืนยังเล่าถึงความชั่วของเหล่าขุนนางอย่างออกรส แต่ทำไมไม่กลัวขุนนางล่ะ-

นี่คือสิ่งที่ชาวซีเรียสสงสัย แต่ว่าเมื่อเหล่าขุนนางมาถึง

“สวัสดียามสาย ๆ ท่านบัลก้า แหมขนของมาเยอะเชียวนะ” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งทักทายขุนนางอย่างสนิทสนมทำเอาคนของซีเรียสงงเป็นไก่ตาแตกอีกครั้ง

-เฮ้ย ๆ นั่นขุนนางนะ-

“อื้อ เป็นไงบ้างการสร้างที่พักพิงไปถึงไหนแล้ว” บัลก้าถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

“ก็ดำเนินมาได้เยอะแล้วล่ะท่าน คาดว่าอีกไม่กี่วันคงเสร็จ แล้วท่านเอาอะไรมาสมทบเหรอ” ชาวบ้านคนนั้นถาม โดยที่ไม่ได้เห็นถึงสายตาของชาวซีเรียสที่ตกลงไปยังตาตุ่มแล้วตอนนี้

“เยอะเลยล่ะ ก็มีหลังคาที่ทำจากโลหะที่ท่านฟรานซ์เรียกว่าสังกะสี จำนวน 4000 กว่าแผ่น หลังคาที่ทำจากไม้โดยช่างส่วนตัวข้าจำนวน 2000 แผ่น และหลังคาที่ทำจากหญ้าอีก 5000 กว่า นี่ข้าอุตส่าห์เร่งช่างทำทั้งคืนเลยนะ นี่ไม่รวมที่ไปเหมาซื้อหลังคาไม้กับหลังคาหญ้า ทั้งอุปกรณ์และของอื่น ๆ อีก นับเงินที่เสียไปก็ราว ๆ 50 กว่าเหรียญทอง” เสียงของขุนนางบัลก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงพูดคุยธรรมดาไม่ได้ใส่ใจจำนวนเงินที่เสียไป ทำให้สายตาจากชาววีเรียสมองมากันพรึบ!!

“หะ ห้าสิบ เหรียยทอง!” เสียงของพวกเขาอุทานขึ้น นี่มันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก อย่าพูดถึง 5 เหรียญทองเลย ทั้งชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะเก็บถึงหรือเปล่า แต่ดูจากขบวนรถม้าแล้วก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริง แล้วขุนนางคนนี้เอามาให้ฟรี ๆ งั้นหรือ

“นี่ ๆ ไปช่วยกันขนของสมทบหน่อยนะ อืม ที่รถม้าขบวนสุดท้ายมีเหล้าชั้นดีด้วย เสร็จงานก็เลี้ยงฉลองกันให้เต็มที่ล่ะ” เสียงของขุนนางบัลก้าบอกกับคนของเขา และขอความช่วยเหลือจากเหล่าชาวบ้าน และทหารทั้งหลาย เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า เหล้า เท่านั้นแหละ วิ่งไปขนกันแบบไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว สร้างเสียงหัวเราะให้กับขุนนางทั้งหลาย และเหล่าชาวเฟราด้าด้วยกันเอง แต่ชาวซีเรียสก็ต้องอึ้งอีกรอบ

ของจากขุนนางหลาย ๆ ท่านนำมาสมทบเรื่อย ๆ รวมมูลค่าแล้วเกิน 2000 เหรียญทอง แต่ว่าสีหน้าของพวกเขานั้นเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจกับมูลค่าของเหล่านั้นเลย กลับกันพวกเขาได้หยิบยื่นมิตรไมตรีที่หาไม่ได้ที่ไหนแล้วในโลกให้แก่กันและกัน เด็กและคนชราของซีเรียสได้รับการดูแลอย่างดี คนป่วยได้รับการรักษาโดยไม่คิดเงิน

-นี่องค์จักรพรรดิทรงรวยขนาดไหนกันถึงทำแบบนี้ได้-

เหล่าชาวซีเรียสคิดสงสัยในใจกัน หากพวกเขาได้รู้ว่าสมบัติท้องพระคลังตอนนี้ยังเทียบกับขุนนางระดับต่ำไม่ได้ คงต้องมีช็อกตายกันแน่นอน

งานดำเนินไปอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ทุกสิ่งอย่างก็เสร็จสิ้น และในช่วงเวลานี้เองที่ไผ่กับฮอปไม่ได้อยู่ด้วย เขาทั้งสองกำลังถูกใช้แรงงานอย่างแสนสาหัสอยู่ นั่นคือการสร้างร้านค้าตามแบบแปลนของฟรานซ์ที่โนบุสั่งให้วาด

1 วันสร้างเสร็จไปมากกว่า 20 แห่ง 7 วันเสร็จสิ้นรอบเขต 1 ถึง 9 เป็นที่เรียบร้อย จะเหลือก็แต่พนักงาน และการสร้างของ ขนของออกจากแหวน การจัดเรียงของ โอ้ มากมายก่ายกอง

แต่ไผ่ก็ไม่ได้สร้างร้านตรงที่ฟรานซ์ว่าจ้างช่างมาทำ ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังจะมุงหลังคากัน แค่ 2 หลังยังไม่แล้วเสร็จดี ไผ่กับฮอปเล่นลุยกันวันละ 20 แห่ง แถมไม่ใช่ร้านค้าธรรมดา แต่เป็นร้านค้าที่มีระบบอันทันสมัย ขนาดใหญ่ (ประมาณเซ็นทรัลพลาซ่า) กลาง (ก็ลดขนาดลงมา) และขนาดเล็ก ซึ่งขนาดใหญ่มีเพียงเขตละแห่งเท่านั้น ส่วนขนาดกลางและขนาดเล็กก็มีจำนวนไล่เลี่ยกัน

การสร้างของไผ่กับฮอปทำให้ฟรานซ์ที่ดูอยู่ถึงกับอึ้งกิมกี่เลยทีเดียว

“เชี่ย! แต่ก่อนยังว่าเจ๋งแล้วมาครานี้มีเวทมนตร์รูปแบบต่าง ๆ เขาช่วยมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ เร็วโคตร แต่ทำไม! ทำไมไอ้สองคนนี้มันไม่ไปสร้างที่พักให้ชาวบ้านห๊ะ!” ฟรานซ์สบถลั่นหน้าจอคอมของตนเอง

 

.................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น