khontualeklek

ถ้าชอบก็กด Like ให้กำลังใจ หรือ comment คุยกันได้นะคะ

ตอนที่10 โสดแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่10 โสดแล้ว

คำค้น : ยูริ yuri เลสเบี้ยน นิยายวาย นิยายยูริ Blackpink Snsd

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่10 โสดแล้ว
แบบอักษร

ตอนที่ 10 โสดแล้ว 

 

           ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ยินสาวซิกเซ้นส์สุดน่ารักบอกว่าตัวเองมีแฟนเป็นผู้หญิง ถึงแม้ว่าฉันจะชอบผู้หญิงเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยดูออกเลยว่าคนที่เล็งอยู่มีรสนิยมแบบเดียวกันรึเปล่า จะมารู้อีกทีก็คือเห็นแฟนของอีกฝ่าย สุดท้ายแล้วคนที่ฉันเคยชอบก่อนหน้านี้ก็มีแฟนเป็นผู้ชายกันหมด ฉันดันตกหลุมรักสาวแท้มาตลอด ไม่เคยได้เจอกับคนที่มีรสนิยมชอบผู้หญิงเหมือนกันเลย จึงยังไม่เคยมีแฟนกับเขาเสียที อย่างล่าสุดที่ไปแอบรักพี่สาวคนสวย ฉันก็ดูไม่ออกจริงๆ เรียกได้ว่าไม่มีเกย์ดาร์หรือเซ้นส์สัมผัสใดๆที่จะหยั่งรู้รสนิยมของคนที่ชอบได้เลย พอวันนี้ได้รู้ว่าคนน้องชอบผู้หญิง ก็แอบมีความอยากรู้ว่าคนพี่จะมีรสนิยมความชอบเหมือนน้องสาวบ้างรึเปล่า

           

           “แปลกใจเหรอคะ?” คุณเดย์เอ่ยถามหลังจากสังเกตเห็นสีหน้าของฉัน

           “ก็นิดนึงค่ะ ดูไม่ออกเลยว่าคุณจะชอบผู้หญิง”

           “แต่ฉันดูคุณนักสืบออกนะคะ” สาวซิกเซ้นส์ยักคิ้วกวนๆแล้วมองฉันด้วยสายตาผีเห็นผี

           ฉันรีบหลบสายตาและกรอกตาไปมาอย่างไม่รู้ไม่ชี้ “หมายความว่ายังไงคะ”

           “ฉันดูออกว่าคุณชอบผู้หญิงเหมือนกัน เซ้นส์ฉันมันบอกน่ะ”

           ฉันถลึงตาด้วยความตกใจ ขนแขนแสตนอัพ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวชะมัด รู้ไปหมดซะทุกเรื่อง “เซ้นส์อีกแล้ว คุณน่าจะไปเป็นหมอดูนะคะหรือไปออกรายการพวกจิตสัมผัสอะไรทำนองนั้น รับรองดังแน่”

           “นี่คุณ พูดประชดฉันเหรอ เดี๋ยวเหอะ” อีกฝ่ายถลึงตามองฉันอย่างเคืองๆก่อนจะเปลี่ยนมาทำตาเจ้าเล่ห์แทน “แล้วฉันทายแม่นไหมล่ะ”

           ฉันไม่ยอมตอบและเปลี่ยนไปคุยเรื่องงานแทน “คุณช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับแฟนของคุณเพิ่มเติมได้ไหมคะ ทำงานที่ไหน เลิกงานกี่โมง หรือชอบไปที่ไหนเป็นพิเศษ ฉันจะได้มีเบาะแสสะกดรอยตามถูก”

           “ไม่ยอมตอบ แสดงว่าฉันทายถูกสินะ” คนตรงหน้าเผยรอยยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในเซ้นส์ของตัวเอง สีหน้าและท่าทีที่ดูมั่นอกมั่นใจนั้นทำให้ฉันคิดว่าแม่สาวซิกเซ้นส์คนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ

“แฟนฉันทำงานอยู่ที่บริษัทของพ่อ เลิกงานตอนหกโมง คุณจะสะกดรอยตามเขาวันนี้เลยก็ดีนะคะ” ระหว่างที่พูดก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างแล้วควานหาบางอย่าง จากนั้นก็หยิบนามบัตรออกมาสองใบ “ใบนี้มีที่อยู่บริษัทของพ่อฉัน ส่วนอีกใบเป็นนามบัตรของฉันเอง มีอะไรคืบหน้าก็โทรมาที่เบอร์นี้นะคะ” อีกฝ่ายยื่นมือมาหาเพื่อขอเช็คแฮนด์ “ยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลย ฉันชื่อ เหมือนฟ้า หรือจะเรียกว่า เดย์ ก็ได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...แตม”

           ฉันยื่นมือไปจับตอบ “ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณเดย์”

           “คุณแตมจะมีส่วนลดให้ด้วยใช่มั้ยคะ ขอบคุณมากนะคะ สวยแล้วยังใจดีอีก” คนที่กำลังจับมือด้วยพูดอย่างมัดมือชกแล้วโปรยยิ้มหวานมาให้

คนน้องนี่ไม่ธรรมดาจริงๆช่างแตกต่างกับคนพี่ซะเหลือเกิน

           “ได้ค่ะ เดี๋ยวแตมลดให้” ฉันกัดฟันพูดก่อนจะแสร้งยิ้มแห้งๆให้คนเจ้าเล่ห์ จากนั้นเราก็คุยตกลงเรื่องราคากันแล้วจึงทำสัญญาว่าจ้าง

           “เอ้อ เกือบลืมไปเลย เดี๋ยวฉันส่งรูปแฟนให้ทางไลน์แล้วกันนะคะ”

           “ได้ค่ะ แล้วถ้ามีความคืบหน้ายังไง ฉันจะติดต่อคุณเดย์อีกที”

           คุณเดย์ลุกขึ้นยืนพลางสะพายกระเป๋าข้างไว้บนไหล่ “คุณป้าที่ฉันคุยด้วยที่ร้านแฟ เป็นป้าของคุณเหรอ”

           “ใช่ค่ะ ป้าอิ่มเป็นป้าแท้ๆของแตมเอง”

           “คุณป้าแกน่ารักดีนะคะ คุยเก่งด้วย แล้วก็...ใจดีมากๆเลย” คนหน้าใสเอ่ยชมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ฉันเปิดประตูให้อีกฝ่าย “คุณไม่คิดจะชมฉันหน่อยเหรอ คนที่ใจดีลดให้คือฉันต่างหากล่ะ”

           คุณเดย์ไม่ยอมตอบจนกระทั่งเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง เจ้าตัวมองฉันแล้วยิ้มละมุน “น่ารักอย่างที่พี่

ดรีมพูดจริงๆด้วย”

           “คะ?” ฉันออกจะงงๆกับคำพูดของอีกคน

           เสียงโทรศัพท์คุณเดย์ดังขึ้น เจ้าของหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วกดรับสาย

           “ว่าไง พี่ดรีม”

           หูของฉันกางผึ่งทันทีที่ได้ยินชื่อพี่สาวคนสวย

           “…อยู่ข้างนอก ออกมาทำธุระ...ฮะ? ตอนนี้เลยเหรอ…โอเค เจอกันที่นู่นแล้วกัน เดี๋ยวไอขับรถไปเดี๋ยวนี้แหละ” พอพูดจบก็กดวางสาย “ฉันไปก่อนนะคะ” คนหน้าใสปรายตามองฉันแว๊บหนึ่งและตั้งท่าจะเดินจากไป ฉันรีบรั้งอีกฝ่ายไว้ด้วยการโพล่งถามขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น

           “คุณเดย์จะรีบไปไหนเหรอคะ”

           “พี่สาวของฉันจะไปเซ็นใบหย่าอ่ะค่ะแล้วต้องมีพยานบุคคลด้วย ฉันเลยต้องรีบไปเป็นพยานให้พี่น่ะค่ะ”

           “อ๋อ...งั้นรีบไปเถอะค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”

           เราโบกมือลากัน ระหว่างที่ฉันเดินขึ้นบันได อยู่ๆก็หลุดยิ้มออกมา จะผิดไหมหนอที่ดันรู้สึกดีใจขึ้นมาที่รู้ว่าพี่ดรีมจะหย่าแล้ว ฉันรู้ดีว่าเรื่องระหว่างเราคงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่พอรู้ว่าพี่สาวคนสวยกำลังจะกลับมาอยู่ในสถานะโสดอีกครั้ง มันก็ทำให้ฉันมีความสุขจนหุบยิ้มไม่ได้เลย

           รู้แหละว่าตัวเองคงครอบครองเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาครอบครองพี่เขาอยู่ดี อาการแบบนี้เขาเรียกว่าหวงใช่ไหม แต่แกมีสิทธิอะไรไปหวงพี่เขาล่ะแตม

           ในระหว่างที่รอให้แม่สาวซิกเซ้นส์ส่งรูปแฟนมาให้ ฉันก็เผลอนอนหลับบนโซฟาไปหลายชั่วโมง ตื่นมาอีกทีก็ปาเข้าไปห้าโมงกว่าๆแล้ว ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเช็คแต่ก็ไม่มีข้อความใดๆส่งมาหา สงสัยคงจะยุ่งอยู่มั้งเลยยังไม่มีเวลาส่งรูปมาให้

ขณะที่ลุกไปหยิบขวดน้ำบนโต๊ะทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงดังเรียกร้องความสนใจ ฉันคิดว่าเป็นคุณเดย์โทรมาหา พอเห็นหน้าจอโทรศัพท์เท่านั้น ฉันก็ฉีกยิ้มอย่างดีอกดีใจ

“ค่ะ พี่ดรีม” ฉันส่งเสียงทักทายอย่างร่าเริง ไม่รู้ว่าน้ำเสียงจะดี๊ด๊าเกิดไปจนอีกฝ่ายสัมผัสได้รึเปล่า

[พี่อยู่ที่ร้านกาแฟนะ ลงมาหาหน่อยสิ ไม่อยากตกบันไดแล้วน่ะ] ปลายสายหัวเราะตบท้ายประโยค

“พี่ดรีมมาหาแตมเหรอคะ” ฉันทำทีเป็นถามหยั่งเชิง ในใจคืออยากได้ยินคำตอบว่าใช่นั่นแหละ

[ใช่จ้ะ ก็พี่บอกแล้วไงว่าเราจะได้เจอกันอีก]

พอได้ยินแบบนั้นฉันก็ยืนอมยิ้ม บิดแขนม้วนไปมาด้วยความขวยเขิน

[ฮัลโหล...ทำไมเงียบไปล่ะ จะลงมาหาพี่ไหมจ๊ะ]

“แตมจะลงไปหาเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

ฉันกดวางสายแล้ววิ่งปรู๊ดด้วยความไวแสงลงไปที่ร้านกาแฟภายในห้าวินาที พอเปิดประตูเข้าไปในร้านก็รีบตรงดิ่งไปหาคนสวยที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมร้านทันที พอเจ้าตัวเห็นฉันก็ส่งยิ้มหวานเป็นการทักทาย ฉันส่งยิ้มตอบกลับไปให้พลางนั่งลงฝั่งตรงข้ามอีกฝ่ายด้วยอาการหายใจหอบเหนื่อยเล็กน้อย

           “ทำไมดูเหนื่อยขนาดนั้นล่ะ นี่แตมวิ่งลงมาเหรอ” คนถามมองสำรวจฉันแล้วขำเบาๆ สายตาคู่นั้นจ้องฉันด้วยความเอ็นดู “คิดถึงพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงรีบวิ่งมาหาเนี่ย”

           เหมือนพี่ดรีมจะชอบพูดจาหยอกเย้าให้ฉันเสียอาการซะเหลือเกิน ครั้งนี้ฉันจะไม่หลงกลเขินคำพูดของอีกคนแล้ว เลยทำเป็นตีหน้านิ่งเก็บอาการเข้าไว้

           “เปล่าสักหน่อย แค่ไม่อยากให้พี่ดรีมรอนานอ่ะค่ะ มันเสียมารยาท” ฉันจัดหน้าม้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางและเลื่อนสายตาจากคู่สนทนาลงมามองที่โต๊ะอันว่างเปล่า “พี่ดรีม ไม่สั่งอะไรดื่มหน่อยเหรอคะ ครั้งนี้เดี๋ยวแตมเลี้ยงเอง ห้ามปฏิเสธนะคะ พี่เลี้ยงแตมมาหลายรอบแล้ว”

           “ก็ได้จ้ะ มีอะไรแนะนำไหมพี่ไม่อยากดื่มกาแฟน่ะ”

           “สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตไหมคะ พี่ชอบไอติมรสสตรอเบอร์รี่หนิ ลองไหมคะ อร่อยนะ แตมกินเป็นประจำเลย”

           พี่สาวหน้าหวานพยักหน้า “เอาสิจ๊ะ ลองดูว่าจะอร่อยอย่างที่โฆษณาไว้รึเปล่า”

           ฉันหันไปทางเคาน์เตอร์ชงกาแฟ แล้วส่งเสียงสั่งออเดอร์กับบาริสต้าหน้าหมวยที่กำลังง่วนอยู่กับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่ “เจินเจินจ๋า เอาสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสองแก้วนะ” พอสั่งเสร็จฉันก็กวาดสายตามองหาเจ้าของร้าน “เจินเจิน ป้าอิ่มหายไปไหนเหรอ”

           “ป้าขึ้นไปนอนงีบที่ห้องตั้งแต่บ่ายสองแล้วค่ะ”

           เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉันก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แล้วหันมาสนใจพี่สาวคนสวยแทน “พี่ดรีมมาหาแตม มีธุระอะไรรึเปล่าคะ”

           “ต้องมีธุระด้วยเหรอจ๊ะ”

           “ก็...”

ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอีกฝ่ายว่าอย่างไรดี ในระหว่างที่คำพูดของฉันขาดห้วงคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามก็เอ่ยขึ้นมาแทน

“พี่หย่ากับคุณปราการแล้วนะ” ไม่ได้พูดเปล่าคนหน้าหวานยกมือข้างซ้ายขึ้นมาโชว์ แหวนแต่งงานวงที่ฉันเคยเห็นครั้งแรกที่พบเจอกัน ตอนนี้มันไม่ได้อยู่บนนิ้วนางข้างนั้นแล้ว “ต้องขอบคุณคุณนักสืบนะคะที่ทำให้เราได้หย่ากัน”

“ขอบคุณทำไมคะ มันเป็นงานของนักสืบอยู่แล้ว” ฉันจ้องคนโสดป้ายแดง ใจเต้นเล็กน้อยที่จะถามคำถามนี้ “พี่ดรีมมาที่นี่เพื่อบอกแตมเรื่องนี้เหรอคะ”

‘ทำไมถึงต้องอยากให้ฉันรู้ด้วยว่าพี่เขาหย่าแล้ว’ คำถามนี้ต่างหากที่ฉันต้องการจะถามอีกคน เป็นคำถามซ้อนคำถามอีกที ฉันไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจความหมายที่ฉันอยากจะสื่อจริงๆรึเปล่า

สาวโสดหมาดๆเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วจ้องตาฉันกลับ แววตาคู่นั้นพยายามสื่อสารอะไรบางอย่าง แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนัก ว่าสายตาที่มองมามีความหมายใดแฝงอยู่หรือไม่ “จ้ะ พี่แค่อยากบอกให้เรารู้ไว้ ว่าพี่โสดแล้ว”

คำว่า ‘พี่โสดแล้ว’ ปักจึกลงตรงกลางใจดั่งเข็มฉีดยา สารกระตุ้นบางอย่างในเข็มนั้นกำลังทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วอย่างผิดปกติ

คนที่กำลังทำให้หัวใจของฉันปั่นป่วนมองสำรวจสีหน้าฉันแล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างชอบใจ ฉันไม่รู้ว่าสีหน้าตัวเองตอนนี้แสดงออกยังไงเจ้าตัวถึงได้ยิ้มแบบนั้น จังหวะนั้นเองเจินเจินก็มาเสิร์ฟน้ำปั่นที่สั่งไว้ ฉันรีบยกแก้วขึ้นมาดูดอึกๆเพราะรู้สึกประดักประเดิดอย่างบอกไม่ถูก

“อื้ม...อร่อยจริงด้วย” พี่ดรีมทำตาโตหลังจากดูดน้ำปั่นในแก้วเข้าไป

“ติดใจล่ะสิ แตมบอกแล้ว อร่อยก็กินให้หมดแก้วเลยนะคะ” ฉันยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของคนพี่ที่กำลังดูดน้ำปั่นอย่างเอร็ดอร่อย

“อืม พี่ติดใจแล้ว ทำไงดีล่ะ”

ทำไมพี่ดรีมชอบพูดจากำกวมให้ฉันคิดลึกตลอดเลยนะ หรือฉันตีความไปเองว่าอีกคนกำลังบอกว่าติดใจฉันอยู่

“ถ้าติดใจ ก็มากินที่นี่บ่อยๆสิคะ เราจะได้เจอกันบ่อยๆด้วย” ประโยคสุดท้ายฉันแอบหยอดคนหน้าหวานไป เพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะตอบมายังไง

           “ทำไมแตมถึงอยากเจอพี่บ่อยๆด้วยล่ะ” คนถามใช้มือเท้าคางแล้วมองฉันอย่างอยากรู้ในคำตอบ

           ตอนนี้ฉันเริ่มหายใจไม่ค่อยออกเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องมาแล้วยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ฉันพยายามปั้นหน้านิ่งไม่ให้อีกคนดูออกว่ากำลังเสียอาการอยู่

           “แล้วพี่ดรีมจะมาที่นี่บ่อยๆรึเปล่าคะ”

           “หนูยังไม่ได้ตอบคำถามพี่เลยนะ อย่าเฉไฉสิคะน้องแตม” ท้ายประโยคคนพี่ตั้งใจใช้น้ำเสียงหวานกว่าปกติ

           “พี่ดรีมก็ตอบก่อนสิคะ แล้วแตมจะตอบคำถามพี่ทีหลัง”

           “จ้ะ พี่จะมาที่นี่บ่อยๆ พอใจรึยัง คนเจ้าเล่ห์”

           “หืม...” ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย “แตมเนี่ยนะเจ้าเล่ห์”

           “ก็ใช่น่ะสิ จะตอบได้รึยังว่าทำไมถึงอยากเจอพี่บ่อยๆ”

           ขณะนี้ใจเต้นดังระรัวจนกลัวว่าคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามจะได้ยิน ฉันแจกยิ้มหวานก่อนจะตอบไปว่า...

           “ก็เพราะว่า...แตมชอบพี่ดรีมไงคะ”

           

โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า 

           พอรู้ว่าคนพี่โสดปุ๊บก็รีบสารภาพรักปั๊บเลยนะจ๊ะ เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ดูสิว่าพี่ดรีมจะมีปฏิกิริยากับคำสารภาพรักนี้ยังไง

 

 

           

           

           

           

 

           

 

       

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น