เหม่อลอย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 : ความจริงที่เจ็บปวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ความจริงที่เจ็บปวด

คำค้น : ความทรงจำ

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ความจริงที่เจ็บปวด
แบบอักษร

 

“มะเร็ง.....” เสียงคำบอกของพ่อนั้นเบาบางไม่ต่างจากเสียงจังหวะหัวใจของฉันเลยสักนิด มันเหมือนโลกหยุดหมุน จังหวะหัวใจของฉันหยุดเต้นเมื่อสิ้นเสียงคำพูดของผู้เป็นพ่อ

“พะ.....พ่อล้อหนูเล่นหรือเปล่า” ฉันที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเงยหน้าเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยดวงตาสั่นไหว มันยากที่จะเชื่อจริง ๆ

“ตอนนี้ยังไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นนะลูก ต้องรอผลอีกสองอาทิตย์ แต่พ่อเชื่อนะว่าอ้อนของพ่อจะต้องไม่เป็นอะไร” พ่อเอื้อมมือมาบีบมือฉันอย่างให้กำลังใจ

“ยังไม่ชัวร์แต่เปอร์เซ็นที่หนูจะเป็นก็มีใช่ไหมพ่อ ฮึก!” ฉันไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป ความเจ็บปวดเสียใจมันอัดแน่นเต็มไปหมดในความรู้สึกของฉัน

“ไม่ต้องร้องนะลูก ลูกพ่อต้องหาย หนูจะต้องอยู่กับพ่อไปนาน ๆ พ่อเชื่อว่าหนูจะต้องไม่เป็นอะไร” พ่อสวมกอดฉันอย่างให้กำลังใจ

แต่เอาเข้าจริง! กำลังใจของฉันมันหดหายไปจนหมดแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นมันมานานเท่าไหร่แล้ว แล้วฉันจะรักษามันหายจริง ๆ หรือ แล้วกว่าจะหายพ่อกับแม่ของฉันจะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายกันไปเท่าไหร่ แล้วฉันจะมีชีวิตจนถึงตอนไหน ภายในหัวมันมีแต่คำถามผุดขึ้นมามากมายจนฉันสับสนไปหมด

“แม่ก็จะไม่ย้อมให้อ้อนเป็นอะไร แม่สัญญา ฮึก ๆ” แม่ฉันเข้ามาสวมกอดฉันอีกคน ในความรู้สึกของผู้เป็นแม่ ย่อมเสียใจเป็นธรรมดาฉันรู้ดี ยิ่งฉันเป็นลูกคนเดียวของท่านด้วยแล้ว ท่านคงหัวใจสลายไม่ต่างจากฉัน

“ฮึก ๆ หนูกลัว ฮื้อ ๆ หนูกลัวแม่ ฮื้อ ๆ” ฉันร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนสิ้นหวัง ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเลยในตอนนี้

“อ้อนเชื่อพ่อนะลูก ลูกพ่อจะไม่เป็นอะไร บางทีมันอาจจะเป็นแค่การเข้าใจผิด......” พ่อพยายามปลอบใจฉัน ถึงฉันจะไม่ได้เรียนหมอมาแต่ฉันก็พอจะรู้ว่าถ้าผลรอบแรกบอกว่าเป็นมันคงไม่มีคำว่าเข้าใจผิด...........

สองอาทิตย์ต่อมา

วันนี้หมอนัดฉันให้มาฟังผลตรวจเลือดโดยละเอียดที่โรงพยาบาล ก่อนหน้านี้ในช่วงระหว่างรอผลนั้นฉันจิตใจว้าวุ่นแต่กับเรื่องอาการป่วยของตัวเองจนฉันไม่ได้โฟกัสเกี่ยวกับการเรียนเลย ไปมหาวิทยาลัยก็เหมือนคนเลื่อนลอยฉันแทบไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างเลย

“เชิญคุณอรพรรณ วัชรพงษ์ ที่ห้องตรวจสามค่ะ” เสียงของพยาบาลเรียกชืื่อฉันให้เข้าพบกับหมอประจำเคสที่รักษาอาการของฉัน วันนี้ทั้งพ่อและแม่หยุดงานเพื่อมาโรงพยาบาลและฟังผลการตรวจไปพร้อมกับฉันด้วย

“ไปกันเถอะลูก เข้าไปหาหมอกัน” แม่สะกิดแขนฉันก่อนที่เราทั้งสามคนจะเดินเข้าไปพบหมอภายในห้องตรวจ

“สวัสดีครับ” คุณหมอเอ่ยทักทายครอบครัวฉัน

“สวัสดีค่ะหมอ” ฉันยกมือไหว้และกล่าวทักทาย ตามด้วยพ่อกับแม่ก็กล่าวทักทายหมอเช่นกัน

“หลายวันที่ผ่านมามีอาการเป็นยังไงบ้างครับน้องอ้อน” หมอเอ่ยถามพลางส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน

“ช่วงนี้ก็เพลีย ๆ ค่ะ แล้วก็ปวดหัวบ่อย ๆ กำเดาชอบไหลแล้วก็ชอบมีจ้ำเขียว ๆ ม่วง ๆ ขึ้น เวลาเราไปโดนอะไรหรือไม่โดนก็ตาม แต่บางทีเวลาอากาศเย็น ๆ เวลาอยู่ในห้องแอร์หนูก็จะปวดที่กระดูกตามข้อด้วย” ฉันบอกอาการกับหมอไปตามตรง

ที่จริงมันไม่ใช่แค่ช่วงนี้หรอกนะที่ฉันมีอาการแบบนี้ มันเป็นมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ช่วงนี้มันหนักขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า เพราะว่าบางวันฉันก็เลือดกำเดาไหลทีละหลายรอบ และแต่ละรอบก็นานกว่าจะหยุด บางครั้งก็เลือดออกตามรอยฟัน หรือยิ่งเวลาถูกของมีคมก็จะยิ่งไหลไม่หยุดเข้าไปใหญ่

“ครับ งั้นช่วงนี้น้องอ้อนก็ต้องระวังตัวมากขึ้นนะครับ งั้นผมขอเข้าเรื่องผลตรวจเลยก็แล้วกันนะครับจะได้ไม่เสียเวลา” หมอบอกกับทางครอบครัวฉันก่อนที่ทั้งแม่และพ่อรวมถึงฉันก็เอ่ยตอบรับคำไปพร้อมกับพยักหน้ารับรู้

“ได้ครับ / ค่ะ” ทางบ้านฉันตอบรับคำหมอ

“ทางด้านซ้ายนี่คือฟิล์มแสดงผลการเอกซเรย์นะครับ ส่วนทางด้านขวานี่คือฟิล์มแสดงผลการสแกนร่างกาย” หมอชี้ให้ทางครอบครัวของฉันดูฟิล์มเอกซเรย์ก่อนที่หมอจะไล่อธิบายอะไรต่าง ๆ ซึ่งฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก 

“สรุปว่าหนูเป็นมะเร็งจริง ๆ เหรอค่ะหมอ” ฉันที่เอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ฟังคุณหมออธิบายทุกอย่างจบ

“หมอเข้าใจว่ามันค่อนข้างทำใจลำบาก แต่ถ้าจะพูดกันตามตรงก็คือน้องอ้อนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันครับ แต่มันยังมีทางรักษาให้หาย หมออยากให้น้องอ้อนเข้มแข็งและพร้อมที่จะสู้กับมันเท่านั้นเอง” สิ่งที่หมอบอกฉันมันทำฉันถึงกับหูอื้อตาลายไปหมด ฉันเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถึงหมอจะบอกว่ามันมีทางรักษาให้หายแต่ฉันก็แทบจะไม่เห็นว่ามันจะมีใครที่หายทันเวลาที่เหลือเลย 

“แล้วลูกผมเป็นได้ยังยังครับหมอ” พ่อฉันที่ดูจะมีสติดีที่สุดเอ่ยถามหมอออกไป

“น้องอ้อนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลับชนิดAML* ซึ่งมะเร็งชนิดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการการผิดปกติของโครโมโซมบางชนิดในรางกายบางอย่าง การรักษาหมอจะรักษาตามอาการให้ยาทานและเคมีบำบัด** และอาจจะมีการใช้ยาเคมีบำบัดควบคู่กันไปด้วย แต่การทำเคมีบำบัดอย่างเช่นคีโม*** น้องอ่อนอาจจะมีอาการข้างเคียงเช่นผมร่วง หรืออาเจียน เป็นต้น.........” ซึ่งหมอก็อธิบายรายละเอียดวิธีรักษาต่าง ๆ เพิ่มเติมแต่มันไม่เข้าหูฉันเลยสักนิด ไม่รู้ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกถึงว่าฉันจะหายจากโรคนี้ยังไงก็ไม่รู้

“ฮึก ๆ อ้อนลูกแม่ ฮื้อ ๆ” แม่ฉันถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ฉันเองก็เช่นกันหัวใจของฉันมันสลายลงไปกับตา อนาคตที่ฉันวาดฝันไวมันดูเลือนลาง

“ฮึก! แล้วหนูจะมีเวลาอยู่บนโลกนอีกนานไหมค่ะ ฮึก ๆ” ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ถามออกไปเช่นนั้น แต่ฉันก็แค่อยากรู้ว่าฉันยังมีเวลาได้ทำอะไร ๆ ที่อยากทำได้อีกมากน้อยแค่ไหน หรือช่วงเวลาที่ฉันต้องต่อสู้กับโรคร้ายนี้มันมากน้อยแค่ไหนกัน

“ถ้าให้พูดกันตามตรง เคสของหนูอ้อนอยู่ได้ไม่เกินหกเดือน หรือ หนึ่งปี แต่ถ้าหนูอ้อนมีกำลังใจที่ดีและเข้มแข็งและทานยาอย่างสม่ำเสมอมาตามนัดหมอประจำ หมอเชื่อว่าหนูอ้อนต้องหายเป็นปกติแน่นอนครับ” ฉันรู้ว่าหมอกำลังปลอบใจฉันอยู่แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันใจชื่นขึ้นมาเลย

“ฮึก ๆ ฮื้อ ๆ หนูไม่อยากตายอะแม่ พ่อ ฮื้อ” ฉันถึงกับฟุบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาทันที ฉันจะทำยังไงกับชีวิตที่เหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่เดือนของฉันกันนะ........

-------------------------------------------------------------------------

AML* : มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดเอเอ็มแอล(Acute myelogenous leukemia หรือ Acute myeloid leukemia หรือเรียกย่อว่า AML) เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด โดยพบได้ประมาณ 15-20% ของผู้ป่วยเด็กทั้งหมดที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด ซึ่งในช่วงอายุ 4 สัปดาห์แรกหลังคลอด ถ้าพบเด็กเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดก็มักจะพบว่าเป็นชนิดนี้ และจะพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จึงพบได้ในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็ก พบได้สูงในกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และพบในผู้ชายบ่อยกว่าผู้หญิง ทั้งนี้ในผู้ใหญ่จะเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดนี้ประมาณ 80-90%

เคมีบำบัด** : การทำเคมีบำบัดอาจใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเพียงวิธีเดียวหรือใช้รักษาควบคู่กับวิธีอื่น เช่น การให้เคมีบำบัดเบื้องต้นก่อนการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือฉายแสงรังสี เพื่อช่วยให้ก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กลง (Neo-adjuvant Chemotherapy) การให้ยาเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Adjuvant Chemotherapy) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัดหรือการฉายแสง หรือช่วยให้การรักษาแบบวิธีการฉายแสงและการรักษาด้วยยาชีวบำบัดได้ผลที่ดียิ่งขึ้น

คีโม*** : คีโม (Chemotherapy) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า เคมีบำบัด เป็นการรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้ยาหลายรูปแบบเข้าไปทำลาย ชะลอ หรือหยุดเซลล์มะเร็งที่มีการเติบโตและแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจมีผลต่อเซลล์ปกติในร่างกายบางส่วนได้เช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยาเคมีบำบัดขณะรักษา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น