thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 4 ผู้บุกรุก

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ผู้บุกรุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2562 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ผู้บุกรุก
แบบอักษร

 

 

 

ลลิษาแบกร่างชายผู้นั้นเดินเข้าไปในป่าแล้วจุดไฟเผาร่างนั้นแล้วโยนหัวตามเข้าไปในกองไฟที่ลุกไหม้

 

“คิดจะหลอกกัน..สุดท้ายก็ไปไม่ลอด ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ เพราะความโลภอยากรวยแท้ๆ ปีศาจแบบนี้น่าสมเภชจริงๆเลย”

 

เธอยืนหันหลังให้กองไฟนั้นแล้วกล่าวประโยคนั้นออกมาด้วยความเย็นชา ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองเล็กน้อยและเดินออกไปแล้วไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

 

 

18:35น.

 

เจนนี่เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วเดินไปในห้องครัว

 

“ว๊ายยยยย!!”

 

เจนนี่ร้องเสียงหลงตกใจร้องเสียงดังกับอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าเธอ เพราะเธอมองเห็นใครบางคนเปิดดูตู้เย็นอยู่

 

“นี่อะไรอ่ะ! ทำไมมีแต่น้ำกับนมล่ะ”

 

ผู้บุกรุกบ้านของเธอหยิบน้ำกับนมออกมาแล้วหันกลับมาถามด้วยความอยากรู้

 

“ก็อยู่คนเดียวไม่เห็นจะต้องตระเตรียมอะไรไว้ แล้วคุณมาในบ้านของฉันได้ยังไง มาทำอะไรที่นี่คะ”

 

หญิงสาวเจ้าของบ้านกล่าวร่ายยาวแล้วทำหน้าตาสงสัย

 

“ถามซะหลายคำถามเชียว จะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ..”

 

“ว่าไงคะ!!”

 

หญิงสาวเจ้าของบ้านยืนกอดอกทำเสียงแข็งใส่หญิงสาวผู้บุกรุก

 

“อือออ! ก็ได้ๆ..ก็บอกแล้วไงว่าจะมาอีก ส่วนจะเข้ามาได้ไงงง...ปีนประตูหน้าต่างเข้ามามั้งคะ”

 

หญิงสาวผู้บุกรุกตอบด้วยความจำยอม ด้ายไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกันต่อไป

 

“คุณอย่ามาล้อเล่นนะ จะเป็นไปได้ไง ปีนหน้าต่างเข้ามา ถ้า...”

 

“ทำไมไม่เตรียมอะไรไว้รอต้อนรับแขกเลยล่ะคะ”

 

เธอพูดด้วยความไม่เชื่อ แล้วประโยคต่อไปก็ขาดหายไป เพราะผู้บุกรุกรีบชิงตัดประโยคนั้นออกไปเสียก่อน

 

“ไม่ได้เชิญให้มานี่..”

 

“หรือคุณจะให้ฉันกินคุณดีล่ะ..”

 

ลลิษาไม่พูดป่าวยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปหาผู้เป็นเจ้าของบ้าน เจนนี่ผู้เป็นเจ้าจองบ้านจึงเดินถอยหลังจนชิดติดกับผนังห้องครัว

 

“ยะ ยะ อย่านะ! อย่าา..!”

 

ลลิษาไม่ฟังคำที่เจนนี่พูดเพียงแต่ค่อยๆย่างก้าวเข้ามาใกล้คนตรงหน้าและคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์บางๆให้คนตรงหน้า ก่อนค่อยๆโน้มศีรษะลงกัดที่หัวไหล่ขาวของเจนนี่ผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เพราะเสียงร้องห้ามนั้นก็เหมือนคำเชิญชวนให้เธออยากลองลิ้มรสของผู้ที่มีเซนต์สักครั้งหนึ่ง

 

“โอ้ยย! อืออ!!”

 

เสียงร้องครางของผู้ถูกกระทำร้องออกมาสองครั้งเพียงระยะสั้นด้วยความเจ็บชั่วขณะ ผู้บุกรุกค่อยๆดูดเลือดที่บริเวณหัวไหล่ขาวนั้นก่อนที่จะถอนริมฝีปากบางออกจากไหล่นั้นอย่างช้าๆ แล้วหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าแทน ตรงบริเวณที่โดนกัดมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย

 

บริเวณริมฝีปากของผู้บุกรุกมีเลือดไหลลงมาตรงบริเวณมุมปากทางด้านซ้าย หญิงสาวจึงใช้หลังมือเช็ดเลือดออกแต่ก็ยังมีล่องรอยของคราบเลือดที่ยังติดอยู่ ส่วนผู้ถูกกระทำก็เป็นลมไม่ได้สติและทรุดตัวลงกับพื้นผนังห้อง ด้วยอาการช็อคด้วยไม่เคยโดนแบบนี้มาก่อน

 

“บอกแล้วว่าจะมาไม่เชื่อ ไม่รู้จักเตรียมไว้ของรอ เลยต้องกลายมาเป็นอาหารเสียเอง”

 

ผู้บุกรุกเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของบ้านแต่กลับมองไม่เห็น พันสายตาก็มองไปที่พื้นผนังพอดี

 

“เฮ้ยย! เป็นลมไปซะแล้ว”

 

หญิงสาวผู้บุกรุกค่อยๆพยุงตัวคนที่เป็นลมขึ้นมาแล้วอุ้มพาขึ้นไปบนห้องนอน ผู้บุกรุกค่อยๆวางตัวคนเป็นลมลงนอนเตียงอย่างเบามือ

 

“ผมยังไม่แห้ง จะเป็นไรรึเปล่านะ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

 

หญิงสาวผู้บุกรุกมองคนเป็นลมด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยแต่ไม่ได้ช่วยอะไรหญิงสาวได้แต่ปล่อยให้เธอนอนหลับในนิทราต่อไป และนั่งเฝ้าหญิงสาวตรงหน้าร่วมชั่วโมง

 

 

“ฝันดีนะ”

 

หญิงสาวก้มลงไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูของคนตรงหน้า และเดินไปที่ระเบียงบ้านแล้วหันกลับมามองคนนอนอยู่บนเตียงแล้วส่งยิ้มบางๆให้ก่อนจะกระโดดลงจากระเบียงห้องไปยังพื้นด้านล่าง

 

.

 

.

 

09:00น.

 

KWJ Group...

 

ทุกคนในบริษัทต่างวุ่นวายกลหน จะนำเสนองานก็ไม่ได้ จะวางแผนงานก็ไม่ได้ เพราะผู้เป็นประธานบริษัทไม่มาทำงาน ต่างจากทุกครั้งที่มาทำงานทุกวันไม่เคยขาดสายแม้แต่อย่างใด และมาก่อนใครคนอื่นด้วยซ้ำไป

 

ตู๊ดดดดด! ตู๊ดดดดด! ตู๊ดดดดด!

 

เสียงโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโซฟาในห้องห้องหนึ่ง

 

“แปลกจังเลยแฮ๊ะะ! ปกติโทรไปต้องรับแล้วนี่นา แต่คราวนี่โทรไปกี่ทีก็ไม่รับสาย เป็นอะไรไรรึเปล่าน้าาาท่านประธาน”

 

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ไม่ละความตั้งใจพยายามจะโทรศัพท์หาใครบางคน แต่โทร.ยังไงก็ไม่มีใครมารับสายสักที จนชายหนุ่มเริ่มถอดใจและกะจะไปดูที่บ้าน แต่ยังไม่ทันจะได้ไป

 

“คุณธีร์คะ! คุณธีร์”

 

เสียงใครบางคนร้องเรียกชื่อมาแต่ไกล

 

“ครับ”

 

ชายหนุ่มหันกลับไปมองยังต้นเสียง

 

“คือว่าทางโน้นน วุ่นวายใหญ่แล้ว ช่วยไปดูหน่อยได้มั้ยคะ”

 

หญิงสาวคู่สนทนาชี้นิ้วไปทางด้านที่ตนวิ่งมา

 

“ดะ ได้ ได้ครับ”

 

ชายหนุ่มรีบเดินตามไป

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

 

กลุ่มคนที่กำลังถกเถียงกันนิ่งงันลงเมื่อเสียงที่คุ้นเคยถามพวกเขา

 

“ปะ เปล่าค่ะ”

 

“เปล่าอะไร! ก็เห็นๆกันอยู่”

 

“เออะะ เอ่อออ! คือว่าา..คือว่าา...”

 

“คือว่าอะไร”

 

“คือว่าเครื่องจักรจัดส่งเสียครับ”

 

“เครื่องจักรเสีย แล้วทำไมไม่ให้คนมาส้อม”

 

“ไม่ มาแล้วครับแต่ยังไม่เสร็จ ไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะครับ”

 

“คุณ! คุณอยู่ตำแหน่งไหน”

 

“หัวหน้าฝ่ายการตลาดครับ”

 

“ใช่! หัวหน้าฝ่ายการตลาด แล้วหัวหน้าการตลาดมีหน้าที่อะไร

 

“ดูแล..ตรวจสอบความมั่นคงของเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาครับ..”

 

“ใช่! เพราะฉะนั้นคุณต้องเป็นคนแก้ปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มารอให้คนอื่นคอยแก้ปัญหาให้”

 

“ก็ทุกครั้งท่านประธานจะเป็นคนลงแก้ปัญหาทุกอย่าง แต่วันนี้ท่านประธานไม่มา...”

 

“ท่านประธานหรอ! ผมถามจริงๆเหอะ ครั้งต่อไปถ้าท่านประธานไม่มานั่งแก้ปัญหาให้พวกคุณ พวกคุณจะทำยังไง..”

 

“.......”

 

ชายหนุ่มพูดตัดบทถามขึ้นเสียงดัง แต่ไม่มีใครตอบรับคำถามนั้นเลย

 

“ได้! ถ้าไม่มีใครตอบคำถามผม ก็เชิญไปทำงานกันได้แล้ว ผมจะรีบไปดูท่านประธาน เป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้”

 

ชายหนุ่มออกคำสั่งแล้วรีบสาวเท้าเดินออกไป

 

เมื่อถึงบ้านหลังหนึ่งชายหนุ่มรีบลงจากรถไปยืนที่หน้าประตูแล้วเคาะประตูเรียก

 

“ท่านประธานครับ! ท่านประธาน”

 

เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่เรียก ชายหนุ่มจึงยื่นมืไปเปิดประตู แต่ทว่าประตูนั้นกลับเปิดไม่ได้ เพราะโดนล็อคไว้ที่ด้านใน

 

“เอาไงดีเนี่ยย! ประตูล็อค จะพังเข้าไปดีมั้ยเนี่ยย..”

 

ชายหนุ่มลังเลใจจนตัดสินใจได้

 

“เอาก็เอาวะ! พังก็พัง!”

 

ชายหนุ่มมองไปรอบๆ

 

ตึ้งงง!!!

 

เสียงประตูถูกพังเข้าไปข้างใน เมื่อตัวเมื่อของชายหนุ่มเข้าไปตูด้านในบ้านแล้ว ชายหนุ่มจึงมองไปที่บริเวณรอบๆห้องก่อนจะเดินไปหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบใคร จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง

 

“เหลือห้องสุดท้ายแล้วสินะ ห้องนอนท่านประธานซะด้วยสิ”

 

ชายหนุ่มรีบยื่นมือไปผลักประตู

 

“ล็อคอีกแล้ว ต้องพังประตูเข้าไปอีกแล้วสินะเนี่ยย!! ขอโทษนะครับท่านประธาน!”

 

ปึ้งง!!

 

ชายหนุ่มรีบพังประตูเข้าไปอีกครั้ง

 

“ท่านประธาน!”

 

ชายหนุ่มตะโกนดังลั่น แล้วดวาดสายตาไปรอบๆห้องแล้วไปหยุดอยู่ที่เตียงเตียงหนึ่ง

 

“ท่านประธานนน!!”

 

เขารีบเดินไปที่เตียงนั้นเมื่อเห็นใครบ้างคนนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม

 

“เป็นไรรึเปล่าเนี่ยย! ท่านประธานน..ท่านประธาน......เจนนี่..เจนนี่...”

 

ชายหนุ่มเขย่าตัวคนนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มแล้วเอ่ยนามของเธอยื่นมือไปกุมหน้าผากคนที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม

 

“โอ้ววว!! ตัวร้อนจี๋เลยย..”

 

ชายหนุ่มมองไปรอบๆห้องอีกครั้งแล้วเดินออกไปพร้อมอะไรบางอย่าง

 

สักพักชายหนุ่มก็กลับเข้ามาให้ห้องพร้อมกับชามใส่น้ำสะอาดกับผ้าชุบน้ำที่เปียกชื้นไปวางไว้ที่หัวเตียงนอน

 

เขาเอาผ้าลงไปในน้ำอีกครั้งแล้วเอาขึ้นมาบิดน้ำออก จากนั้นก็เช็ดที่ใบหน้า ลำคอ แขนและขาของคนที่นอนอยู่บนเตียง

 

“ขอโทษนะคราบบท่านประธาน! จริงๆไม่อยากทำแบบนี้เลยยย”

 

“อือออ! อือออ!!”

 

เสียงครางสั่นเครือในลำคอนั้นถูกเปร่งออกมาด้วยความหนาว

 

“หนาวหรอครับ!”

 

ชายหนุ่มถามคนนอนป่วยไม่สบาย

 

“อืมม!”

 

เมื่อได้ยินเสียงตอบรับเขาจึงค่อยๆดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้คนที่นอนหลับแทบไม่รู้เรื่องด้วยความหนาว ก่อนจะหยิบชามน้ำกับผ้าเปียกน้ำเดินออกไปจากห้อง

 

ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมแก้วน้ำดื่มกับอะไรบางอย่างในมือ ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาคนที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วเอาแก้วน้ำวางลงบนหัวเตียง

 

“กินยาก่อนนะครับท่านประธาน”

 

“อืมมม!”

 

คนนอนตอบรับด้วยความไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มค่อยพยุงตัวคนนอนขึ้นมากินยาด้วยสายตาและท่าทางที่แปลกๆไป

 

“ยาครับ!! ท่านประธาน”

 

ชายหนุ่มป้อนยาให้แล้วหันไปหยิบแก้วน้ำที่หัวเตียง

 

“น้ำครับ”

 

เมื่อป้อนน้ำเสร็จชายหนุ่มจึงค่อยพยุงตัวคนไม่สบายลงนอนอย่างเบามือ แล้วจ้องไปที่ไปหน้าของคนที่เขาเรียกว่าท่านประธาน เหมือนจะทำอะไรสักอย่าง

 

“ท่านประธานนี่ก็สวยไม่เบาเลยนะ!!! แถมชื่อยังน่ารักอีก..”

 

 

ความคิดเห็น