ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 36 สร้างปัญหา

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 สร้างปัญหา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2562 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 สร้างปัญหา
แบบอักษร

การตามหาโฮคาเงะรุ่นที่สามที่ถูกจับตัวไป นินจาโคโนฮะใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันในการค้นหา สุดท้ายก็พบปู่รุ่นสามอยู่ในป่าหลังภูเขา เขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ผู้ที่พบก็คือกลุ่มนินจารุ่นเยาว์รุ่นคาซึยะ เขาคือโอบิโตะที่เคลื่อนที่ผ่านมิติ

 

 

 

และการค้นหาครั้งนี้ไม่ได้พบเพียงปู่รุ่นสามเท่านั้นแต่ยังพบชิมูระ ดันโซที่อยู่ในสภาพปางตาย แขนและขาถูกตัดออกไปทั้งหมด และเขายังถูกตัดลิ้น ทำลายแก้วหู ควักดวงตาออกไปอีกด้วย แน่นอนว่าเจ้าตัวยังไม่ตายแต่ก็พิการอย่างถาวร

 

 

 

นี่เป็นจุดจบที่น่าสังเวชแต่ก็ไม่มีใครกล่าวอะไรหลังจากได้รับฟังข้อมูลของรุ่นสามที่ยังมีสติดีครบถ้วนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดประกาศบอกเรื่องชั่วร้ายของดันโซทั้งหมด

 

 

 

ไม่ว่าจะเรื่องที่ดันโซร่วมทำกับผู้อาวุโสระดับสูงในอดีตหรือปัจจุบน รวมถึงข้อมูลของเด็กสาวสวมหน้ากากแน่นอนว่าข้อมูลของเด็กสาวมีเพียงคนระดับสูงเท่านั้นที่รู้

 

 

 

เมื่อข้อมูลต่างๆของดันโซผุดออกมาก็ทำให้ชาวบ้านรังเกียจตะโกนด่าทออยู่ทุกวัน แม้แต่เด็กเล็กที่ไม่ค่อยประสีประสายังด่าดันโซและโตขึ้นพวกเขาไม่คิดจะเป็นนินจาแบบดันโซอย่างเด็ดขาด

 

 

 

เมื่อรู้เช่นนี้หน่วยรากจึงถูกยุบ นินจาของกลุ่มรากที่ถูกล้างสมองแบบถาวรก็โดนสังหารทิ้งอย่างเหี้ยมโหดในส่วนหนึ่ง ผู้ยังหลงเหลือจิตสำนักก็ถูกซึนาเดะรับตัวมารักษา เพื่อให้พวกเขาได้เป็นกำลังให้หมู่บ้านในอนาคต

 

 

 

และเมื่อได้รับรู้ทุกอย่างที่ดันโซทำไปแล้วก็ชาวบ้านหลายคนก็พากันไปขอโทษครอบครัวฮาตาเกะ และยังมีครอบครัวต่างๆอีกหลายครอบครัวที่ถูกกระทำเช่นเดียวกับซาคุโมะจนในที่สุดหมู่บ้านก็กลับคืนความสงบ

 

 

 

แต่ข่าวที่ร้อนแรงมากที่สุดคงไม่พ้นวีรบุรุษแห่งโคโนฮะจนเขาและพี่มินาโตะได้รับฉายาเพิ่มขึ้นจากหมู่บ้าน คาซึยะเป็นประกายแสงทมิฬ ส่วนมินาโตะคือประกายแสงสีทอง ทั้งทองและทมิฬในปัจจุบันกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากขึ้น แม้แต่หมู่บ้านในห้าแคว้นยังต้องแอบส่งสายลับมาหาข้อมูล

 

 

 

แต่ข้อมูลที่พวกเขาได้รับไปกลับไม่ใช่ข้อมูลหลักของทมิฬและทองแต่เป็นข้อมูลการยกเลิกการสอบจูนินและจุดจบของมิซึคาเงะรุ่นที่สามที่ถูกอ้างว่าถูกซารุโทบิ ฮิรุเซ็นสังหารไป ไหนจะหมู่บ้านแห่งทรายที่เผ่นหางจุกตูดหลังได้เห็นการทำลายล้างอุกกาบาตของคาซึยะและเคลื่อนย้ายอุกกาบาตของมินาโตะ

 

 

 

แน่นอนผู้ที่คิดแผนจะเริ่มสงครามกับโคโนฮะจึงได้แต่ถอยหลังชั่วคราว เพราะยังมีข่าวอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะสัตว์ร้ายสีเขียวและสีฟ้าแห่งโคโนฮะที่เป็นคู่พ่อลูกสัตว์ร้ายที่มีพลังไม่ต่างอะไรจากสัตว์ประหลาด

 

 

 

และยังมีอัสนีบาตสีม่วงแห่งโคโนฮะ ลูกชายของเขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะ เขาเป็นเด็กชายที่สังหารเจ็ดดาบแห่งคิริงาคุเระได้ด้วยตัวคนเดียวเพียงเวลาไม่ถึงนาทีด้วยวัยเพียงเก้าขวบ

 

 

 

ไหนจะผีแห่งอุจิวะตนที่สามอย่างอุจิวะ โอบิโตะผู้ราวกับไร้ตัวตนราวกับเป็นผี ต่อให้โดนโจมตีเช่นไรก็จะทะลุผ่านตัวของเขาไปทั้งหมด ไหนจะโผล่ไปไหนมาไหนราวกับภูติผีอย่างแท้จริง

 

 

 

เมื่อไหร่ที่คาซึยะ คาคาชิ ไก และโอบิโตะทำภารกิจด้วยกันกลุ่มพวกเขาจะมีชื่อว่าสี่ทรราชผู้สร้างความวินาศสันตโรอยู่บ่อยๆ พวกเขาคือเด็กวัยแปดถึงก้าวขวบที่มีพลังระดับคาเงะ

 

 

 

ไหนจะมีสัตว์ประหลาดตัวน้อยในรุ่นเดียวกันอย่าง รินและชิซึเนะที่เป็นผู้สืบทอดวิชาขององค์หญิงแห่งโคโนฮะ ซึนาเดะ และยังมีองค์หญิงน้อยแห่งฮิวงะ ฮินาโมริเด็กหญิงผู้เป็นคู่หมั้นของประกายแสงทมิฬผู้มีพลังระดับคาเงะเช่นเดียวกับสี่ทรราช

 

 

 

อาสึมะสนับมีดทมิฬ ผู้เป็นลูกชายของโฮคาเงะรุ่นที่สาม คุเรไนผู้มีภาพลวงตาอยู่ในระดับเดียวกับตระกูลอุจิวะ อังโกะอสรพิษร้าย นักล่าข้อมูลฮายาเตะในระดับโจนิน และยังมีคนอื่นๆในรุ่นเดียวกันที่เริ่มไต่เต้าสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง

 

 

 

เด็กรุ่นคาซึยะเริ่มกลายเป็นความหวังใหม่ของหมู่บ้านและความริษยาของหมู่บ้านอื่น แม้พวกเขาอยากส่งมือสังหารเข้ามารอบสังหารแต่ก็ทำได้แต่ยอมรับชะตากรรม เพราะถ้าส่งไปก็คงตายฟรี เพราะเหล่าสัตว์ประหลาดน้อยนั้นน่ากลัวเกินไป

 

 

 

จนกระทั่งหนึ่งปีผ่านไป 

 

 

 

ณ ห้องทำงานโฮคาเงะ

 

 

 

"คาซึยะ คาคาชิที่ฉันเรียกพวกเธอมาในวันนี้ก็เพราะฉันอยากใหเธอทำภารกิจหนึ่ง"

 

 

 

โฮคาเงะรุ่นสามที่หายดีจากอาการบาดเจ็บสาหัสอย่างสมบูรณ์ยื่นกระดาษข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจมาให้คาซึยะที่อยู่ในชุดประจำตัวของเขา โดยเหน็บดาบคุซานากิ โชคุโตไว้ด้านหลังผมหางเต่ายาวถึงกลางหลังแล้วแต่ส่วนสูงยังเท่าเดิม เขาค่อนข้างเครียดในเรื่องนี้พอสมควร

 

 

 

"ส่งเจ้าหญิงน้อยกลับบ้าน ?"

 

 

 

"ถูกต้องงานนี้มีเพียงเธอและคาคาชิเท่านั้นที่เจ้าหญิงน้อยแห่งแคว้นยูกิเลือกพวกเธอเป็นผู้คุ้มกัน"

 

 

 

"ยุ่งยากจังนะ ผมไม่ว่างด้วยสิเพราะพรุ่งนี้ท่านอามิโกโตะกำลังจะแต่งงานแล้วด้วย"

 

 

 

คาซึยะเกาหัวเพราะเขาไม่ค่อยอยากไปยุ่งกับปัญหาของเจ้าหญิงยูคิเอะ ไหนจะพรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของท่านอามิโคโตะน้องสาวของท่านพ่อ ผู้ที่แม่ของอิทาจิและซาสึเกะในต้นฉบับ แม้ทั้งคู่จะยังไม่เคยเจอกันเลยก็เถอะ

 

 

 

"โฮ่เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเจ้าหญิงจะกลับไปในตอนที่เจ้าว่าง เรื่องนี้เธอรับรู้แล้ว"

 

 

 

"คาคาชิละว่าไง ?"

 

 

 

"ไม่มีปัญหาได้อยู่ห่างจากเจ้าโอบิโตะบ้างก็ดี"

 

 

 

ใจร้ายจังน้าคาคาชิถ้าโอบิโตะมาได้ยินคงดิ้นพล่านน่าดู คาซึยะได้แต่ส่ายหัวเพราะดูเหมือนคาคาชิจะเอือมระอากับนิสัยของเจ้าโอบิโตะเสียแล้ว แม้เจ้าหมอนี่จะจริงจังมากขึ้น แต่นั่นก็คือเศษสองส่วนร้อยเท่านั้น

 

 

 

"โอโคไว้หลังจากงานแต่งงานเจอกัน"

 

 

 

ทั้งคู่ตอบรับและพากันแยกย้ายจากไป วันนี้เขาต้องรีบกลับเล็กน้อยเนื่องจากเป็นวันที่เขาและน้องสาวน้องชายจะได้พบเจอมิโคโตะและฟูงาคุว่าที่อาเขยของพวกเขา

 

 

 

"ที่นี่งั้นหรอ ?"

 

 

 

คาซึยะที่เดินทางมาถึงโถงจัดเลี้ยงใจกลางพื้นที่ของตระกูลอุจิวะ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่ามีคนในตระกูลกำลังจ้องมองเขาแบบไม่เป็นมิตร เพราะปกติเขาไม่ค่อยสุงสิงกับคนในตระกูล แถมบ้านของเขาก็ถูกย้ายไปเกือบอยู่ในหมู่บ้าน

 

 

 

'ลืมไปเลยแฮะว่าอุจิวะบางส่วนยังหยิ่งผยอง'

 

 

 

พอเห็นคาซึยะและโอบิโตะผู้อยู่เกือบนอกเขตตระกูลมีความสามารถโดดเด่นกว่าคนในใจกลางตระกูล พวกงี่เง่าไร้สาระจึงไม่พอใจที่ทั้งสองได้ดีกว่า แต่คาซึยะต้องใส่ใจพวกงี่เง่านี่ด้วยหรอ

 

 

 

'อย่าทำให้ฉันเริ่มคิดทำลายพวกนายทิ้งก็พอ'

 

 

 

คาซึยะตีหน้านิ่งและเดินเข้าไปที่ห้องโถงโดยไม่สนสายตาของใคร แม้จะมีหลายคนอยากเข้าไปขัดขวางแต่ก็ไม่กล้า เจ้านี่แข็งแกร่งมากเกินไป 

 

 

 

แท้จริงแล้วคาซึยะก็ยังเป็นถึงผู้สืบทอดสายเลือดหลักของตระกูลอุจิวะ แม้จะย้ายไปอยู่เกือบนอกเขตตระกูลก็ตามพวกเขาก็ไม่ควรจะสร้างปัญหาให้กับเด็กหนุ่ม เสียงกระซิบพูดคุยค่อนข้างดังซึ่งทำให้มีคนผู้หนึ่งแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 

 

 

"นี่หรอผีน้อยแห่งโคโนฮะ ดูๆแล้วก็ไม่เท่าไหร่อย่างที่ลือกันไว้ ดูท่าพวกเซ็นจูคงจะแต่งข่าวลือเสียมากกว่า"

 

 

 

ชายวัยกลางคนเดินมาหาคาซึยะแล้วพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเยาะเย้ย ผีน้อย ? ค่อนข้างไม่รู้จักเจียมตน ถึงจะเป็นสายเลือดหลักแต่ก็ยังเป็นเพียงแค่เศษสวะที่ถูกขับไล่ให้ออกไปอยู่นอกเขตตระกูลอยู่ดี

 

 

 

วิ้ง

 

 

 

เนตรของชายวัยกลางคนค่อยๆหมุนวนกลายเป็นเนตรรวดลายคล้ายหัวลูกธนูจดจ้องมองคาซึยะ ซึ่งเจ้าตัวก็เงยหน้ามองด้วยสีหน้าปกติแม้เขาจะถูกย้ายมายังสถานที่แห่งหนึ่งก่อนจะมีเปลวเพลิงแดงเริ่มเผาผลาญร่างกายของเขาจนมอดไหม้ไปแล้วก็ตาม

 

 

 

"เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ ?"

 

 

 

เพล้งงงง!!

 

 

 

ดวงตาของคาซึยะเริ่มกลายเป็นเนตรวงแหวนโทโมเอะสามวงภาพโดยรอบก็แตกตัวออกราวกระจกแตกร้าว ชายวัยกลางคนที่เคยซ่าส์ปัจจุบันยืนนิ่งที่เป้ามีน้ำสีเหลืองใสไหลนองพื้น เหงื่อเริ่มไหลจนชุ่มข้างหลังและล้มลงคุกเข่าลงที่พื้นอย่างอ่อนแรง

 

 

 

"เป็นเพียงวัตถุโบราณที่เสื่อมสลายอย่าได้คิดสำคัญตัวผิดไป จำไว้เอาไว้ให้ดี ในโลกใบนี้ยังมีปีศาจและสัตว์ร้ายที่ไม่ควรปลุกให้ตื่นอยู่ดังนั้นจะทำอะไรทีหลังต้องระวัง ไม่เช่นนั้นจะตายเอา"

 

 

 

คาซึยะทำสีหน้าเรียบนิ่งพลาวกล่าวอย่างหยิ่งผยอง ตบไหล่ตาแก่ขี้อวดไปสองที ก่อนจะเดินจากไปช่วยจัดห้องโถง ทำให้คนในห้องโถงต่างพากันหน้าซีดขาวกันเป็นแถบๆ แม้แต่ชายผมดำผู้กำลังจัดชุดแต่งงานของตนเองยังแอบหวาดกลัวอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

'นี่หรือผีน้อยแห่งอุจิวะผู้มีสายเลือดหลักของตระกูล อุจิวะ คาซึยะหลานชายแท้ๆของมิโคโตะ เด็กคนนี้น่าเกรงขามเกินไป!'

 

 

 

"กำลังแอบดูอะไรอยู่หรอฟูงาคุ ?"

 

 

 

เสียงหญิงสาวที่เดินมาจากด้านหลังทำให้ฟูงาคุที่ติดอยู่ในภวังค์ถึงกับสะดุ้งเฮือก พอเขาเห็นว่าผู้ที่ทักเขาเป็นเจ้าสาวของเขาก็ถอนหายใจก่อนจะยกมือชี้นิ้วไปทางเด็กชายที่กำลังจัดของในห้องโถง

 

 

 

"หลานชายคนโตของเธอปราบผู้อาวุโสฟูคาเสะด้วยเนตรวงแหวนโทโมเอะสามวง"

 

 

 

"หลานคนโต ? อ่อคาซึยะลูกชายของท่านพี่สินะไหนๆ อืมน่ารักมาก ก็ได้ยินข่าวลือมาอยู่หรอกว่าเขาแข็งแกร่งเกินระดับคาเงะไปแล้ว ดูเหมือนหลังจากนี้ ถ้าพวกเรามีลูกคงวานให้คาซึยะช่วยสอนพวกเขาได้"

 

 

 

ฟูงาคุถอนหายใจ ถ้ามีหลานชายของมิโคโตะการจะเป็นผู้นำตระกูลมันจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยถ้าเขาคิดที่จะเป็นมัน แม้เขาจะอยากบอกกับมิโคโตะแต่ก็เงียบไว้ไม่ได้พูดออกไป

 

 

 

'ดูท่าเราจะต้องถอยให้เขาสินะ เฮ้อเอาเถอะจากนี้ยังไงเขาก็ถือว่าเป็นหลานชายของเราคนหนึ่ง'

 

 

 

ใบหน้าที่ตึงเครียดเริ่มค่อยๆผ่อนคลาย เขาไม่ได้เป็นผู้นำแล้วยังไง? ในเมื่อหลานชายของเขาสามารถนำตระกูลไปสู่ความรุ่งโรจน์และอาจจะพาตระกูลกลับสู่พื้นที่หลักของหมู่บ้านได้ นี่จึงทำให้เขาสงบใจและหันไปพูดกับหญิงสาวที่งดงามด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"นั่นสินะ จากนี้ลูกๆของเราคงจะมีครูสุดแกร่งคอยสอนให้แล้วละ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น