คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [2]

ชื่อตอน : บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2562 09:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5: ระเบิดอารมณ์ [2]
แบบอักษร

 

 “ขอโทษค่ะ” 

เฟื่องลดายอมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตายังคงไหลหลั่งเสียใจและสำนึกผิดในทุกอย่างที่ตัวเองได้กระทำผิดลงไป มันมีเยอะเสียจนบางทีก็คิดว่าหล่อนไม่น่าเกิดมาเลย ทำไมหล่อนแค่คนเดียวถึงสร้างปัญหาให้คนรอบข้างได้มากขนาดนี้  

“อะไรนะ! พูดให้มันดีๆ หน่อย ช้าๆ ชัดๆ เสียงดังๆ แล้วก็ยกมือไหว้ด้วยเพราะฉันอายุมากกว่าเธอหลายปี ไม่ให้ก้มกราบก็บุญแล้ว!” รณภพแสยะยิ้ม สองมือล้วงกระเป๋ายืนลอยหน้าลอยตามอง 

“ฮึก… ขอโทษค่ะ” เอ่ยช้า ชัด และพนมมือไหว้รณภพ 

“คำขอโทษที่ไม่ได้มาจากใจแค่พูดไปเพราะถูกสั่ง อย่าคิดเลยว่าฉันจะซึ้ง แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่เธอที่ดิ้นรนจนมีทุกวันนี้ได้ฉันจะยอมยกโทษให้ จะได้ไม่ต้องวิ่งแจ้นไปอ่อยไปจับผู้ชายคนอื่นให้เมื่อยขา” 

“พอ หยุดพูด เฟื่องยอมขอโทษและแกก็ยกโทษให้เขาแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาแกบ้าง ขอโทษเฟื่องซะ โทษฐานที่แกด่าไม่ไว้หน้าเขา!” 

“พ่อ!” รณภพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าบิดาบังเกิดเกล้าจะพูดคำนั้นออกมา 

“ทำตามคำสั่งของพ่อเดี๋ยวนี้” 

“ไม่มีทาง ให้ตายผมก็ไม่มีวันพูด!” 

“แต่แกต้องพูดเพราะมันเป็นคำสั่งของฉัน!” 

“คุณวิทคะ” รีบมาประคองสามี 

“ไปพักเถอะค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันคุยกับทั้งสองคนเถอะนะ” 

“ไม่ คุณแข ผมไม่ไปจนกว่าเจ้าภพจะยอมขอโทษเฟื่องลดา คุณก็ได้ยินไม่ใช่เหรอว่ามันปากเสียด่าเขาว่ายังไงบ้าง ถ้ามีคนมาด่าแบบนั้นคุณจะเสียใจไหม แล้วที่สำคัญมันเป็นลูกของผม ถ้าแม้กระทั่งกับแม่ของลูกแท้ๆ ยังพูดดีด้วยไม่ได้แล้วมันจะพูดดีๆ กับคนอื่นเป็นเหรอ อนาคตของผู้บริหารใจแคบมองยังไงก็ตกต่ำ!” 

“พ่อจะเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง มันเทียบกันไม่ได้! พ่อไม่รู้อะไรอย่ามาทำเป็นปกป้องเขาหน่อยเลย เอาใจเขาสารพัด ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้อาศัยผมคงคิดว่าเขาเป็นเมียน้อยพ่อ!” 

“ไอ้ภพ!/ภพ ทำไมลูกถึงพูดอะไรแบบนั้น” 

“ผมแค่เปรียบเปรยพ่อกับแม่จะเดือดร้อนทำไม” ตอบกลับอย่างไม่แคร์แม้กระทั่งความรู้สึกของท่านทั้งสอง 

ดวงตาคมกล้าหันกลับไปมองจ้องเฟื่องลดา รำคาญตาเหลือเกินที่หล่อนยังร้องไห้เรียกความสงสารจากคนในบ้าน 

“แล้วผมจะบอกอะไรให้ทุกคนรู้นะ ว่านิสัยที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ดีเลิศอะไรเลย มั่วผู้ชาย อ่อยผู้ชายไม่ซ้ำหน้า คั่วไอ้ฐานัสแล้วยังออกไปเที่ยวกับผู้ชายค่ำๆ มืดๆ ไม่กลับบ้านมาเลี้ยงลูก ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่เราควรจะอุปการะให้ทุนการศึกษา ให้ซุกหัวนอนอยู่ในบ้าน ใครอยากรักอยากเอ็นดูก็เชิญ แต่ต่อให้เอาลูกปืนมากลอกปากผมก็รักไม่ลง กระดากปากเวลาพูด!” ได้ทีรณภพก็ตวาดชุดใหญ่ไม่แคร์ว่าตอนนี้คนรับใช้แม่บ้านจะแอบฟัง โกรธเลือดขึ้นหน้าฟังเสียงอะไรก็ไม่ได้ยินยกเว้นเสียงตัวเอง ที่คิดเพียงจะต้องพูดอะไรก็ได้ให้เฟื่องลดาเจ็บปวดทรมานหัวใจ เขาก้มลงหยิบกระดาษก้อนกลมๆ พวกนั้นขึ้นมาขย้ำๆ จะโยนใส่เฟื่องลดาอีก ทว่ามือของบิดากลับเอื้อมมากระชาก แย่งออกจากมือแล้วโยนทิ้งออกไปไกล ไม่ให้เขาทำกิริยามารยาทแบบนั้น 

“หยุดทำตัวก้าวร้าวไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักที!” 

“ผมจำเป็นต้องสุภาพบุรุษกับผู้หญิงต่ำๆ ชอบจับผู้ชายแบบนี้ด้วยเหรอ พ่อจะปกป้องเขาก็เชิญแต่ผมไม่เอาด้วยหรอก!” 

“ไอ้ภพ! เขาจะนิสัยยังไงก็ไม่ใช่เหตุผลที่แกจะวางตัวเป็นนักเลง! ทำนิสัยต่ำๆ กิริยาทรามๆ ต่อหน้าเพศที่อ่อนแอกว่า!” 

“ทำไมผมจะทำไม่ได้ ผู้หญิงหรือผู้ชายสมัยนี้เขาก็มีสิทธิเสรีภาพเท่ากันหมดแล้ว!” เขาลดมือลงแล้วหันมาทะเลาะกับบิดา 

“ภพ! หยุดเถียงคุณพ่อได้แล้ว” คุณแขไขกลัวสามีจะวูบจึงรีบเข้ามาประคองแต่ลูกชายกลับโมโหค้างไม่ยอมหยุดโต้ตอบกลับ 

“แล้วยิ่งกับผู้หญิงคนนี้ ผมแทบไม่จำเป็นต้องมีมารยาทหรือทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ มั่วผู้ชายไม่เลือก ดีเอ็นเอออกมาเป็นลูกผมได้ยังไงก็ไม่รู้! พาไปตรวจซ้ำหน่อยก็ดีนะครับจะได้ไม่ยกสมบัติให้ผิดคน” 

“ภพ!/ไอ้ภพ!!” ท่านทั้งสองตกใจไม่แพ้คนอื่นๆ ในบ้าน 

คำดูถูกของเขารุนแรงมาก เสี้ยวสายตาเฟื่องลดาหันไปมองลูกรักในอ้อมแขนของป้าแม่บ้านก็ยิ่งร้องไห้หนักมากกว่าเดิม 

“ถ้าคุณไม่อยากรับเลี้ยงลูก เฟื่องเลี้ยงเองก็ได้ เอานามสกุลคืนไป ถ้าต้องให้ลูกมีพ่ออย่างคุณ ฮือ… เฟื่องยอมให้แกกำพร้า” 

“อ๋อ ที่พูดเพราะได้เป้าหมายใหม่แล้วงั้นสิ คิดเหรอว่าไอ้หมอนั่นจะใจดีเลี้ยงลูกเธอที่มั่วมาจากผู้ชายคนอื่น อย่ามาเพ้อเจอ!” 

“ไอ้ภพ! หยุดพูดจาไม่ดีกับเฟื่องสักที” 

ท่านตะคอกชื่อลูกชาย เริ่มจะหน้ามืดหายใจติดขัดจนกระทั่งร่างกายอ่อนแอเข่าทรุดลงบนพื้นท้อง วุ่นวายไปทั้งบ้านทุกคนต่างเข้ามาดูอาการท่านเจ้าสัว ทว่ากลับถูกรณภพดึงออกไปให้พ้นทาง 

“ยม! บอกคนรถให้เอารถออกเร็วเข้า ฉันจะพาพ่อไปโรงพยาบาล เร็วเข้าสิ จะยืนมองหน้าอยู่ทำไม รีบไปสิ!!” 

ตะคอกใส่อีกหนเด็กยมถึงรีบกุลีกุจอลงไปด้านล่าง 

รณภพร้อนใจมากรีบอุ้มบิดาขึ้นพาลงไปยังข้างล่างขึ้นรถพาไปยังโรงพยาบาล เฟื่องลดาห่วงใยอุ้มลูกตามเข้ามาด้วยทว่าถูกเขากีดกันไม่ให้ไปเสนอหน้าด้านหน้าห้องไอซียู หล่อนจึงแอบหลบมานั่งร้องไห้กอดลูกอยู่บันไดหนีไฟ คอยโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่อง 

ทำไมต้องเกิดมาเป็นภาระทุกคนด้วยนะ บางที… ถ้าไม่มีหล่อนสักคนชีวิตทุกคนอาจจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

สนใจเล่มติดต่อเพจ คณานางค์ - แก้วกัลยา น้าา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น