facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.5 HAPPY DAY FOR PEACH??

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2562 01:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.5 HAPPY DAY FOR PEACH??
แบบอักษร

ฉันอยากจะกรี้ดออกมา ก็กรี้ดไม่ออก ทำได้แค่ยืนตัวแข็งทื่อมองรถของพีทขับออกไปจนสุดสายตา

พีทไม่เคยหันหลังให้ฉัน ไม่เคยเดินหนีแบบนี้เลยด้วยซ้ำ. ฉันได้ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูกเลย...

 ____ถ้าขับออกไป เราเลิกกัน !!! __ ฉันนั่งคิดทวนประโยคนั้นอย่างเจ็บใจ

นี้ค่ายโง่เง่านั้น สำคัญกว่าความสัมพันธ์ของเราอีกงั้นหรอ??

 ฉันวิ่งกลับไปที่คอนโด เพื่อคว้าเอากุญแจรถ และวิ่งมาที่รถของตัวเองทันที 

ฉันกดสตาร์ทเครื่องยนต์ทั้งที่ตัวสั่นไปหมด

“ พี่แพร พี่แพร !! “ เสียงยังมิลาวิ่งมาทางฉัน

ก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นมาบนรถทันที

“ ลงไป นี้ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” ฉันหันไปตวาดใส่มิลา เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จริงๆ

“ ไม่ !! หนูไม่ปล่อยให้พี่ขับรถออกไปคนเดียวแน่ จะไปไหนก็ไปด้วยกันสิ “ มิลาหันมาตอบฉันด้วยเสียงอ่อนโยน และค่อยๆเอื้อมมือมาจับมือของฉัน

“ แกนี้มันพูดไม่รู้เรื่องรึไง?? กลับขึ้นห้องไปซะ “ ฉันหันไปตาขวางๆใส่มิลา

แต่ยัยมิลากลับนั่งรัดเข็มขัดแน่น และไม่ยอมพูดอะไรต่อ

“ ถ้าไม่รีบ เดี๋ยวตามพี่พีทไม่ทันนะ “ มิลาหันมาพูดกับฉันนิ่งๆ และชี้ให้ฉันรีบออกรถ

ทั้งที่ใจของฉันแทบอยากจะเหยียบให้มิด เหยียบสุดคันเร่ง แต่ด้วยความที่น้องสาวอนาคตไกลของฉันนั่งมาด้วย

ฉันจึงทำได้แค่เพียงขับอย่างระวัง....แต่ก็ยังถือว่าเร็วอยู่ดีนั้นแหละ

“ ตรงด้านหน้า ชิดซ้ายนะ ขึ้นโทรเวย์เลย เร็วกว่า “ ยัยมิลาที่นั่งเปิด GPS บอกฉันไปพลางๆ

“ มันก็เหมือนกันนั้นแหละ “ ฉันเถียงไปแบบไม่ใส่ใจ 

“ เร็วกว่าทางปกติ 30 นาที เชื่อหนูเถอะ “ มิลาอมยิ้มเล็กน้อย และพยักหน้าให้ฉัน

แม้ในใจฉันจะค้าน แต่ก็ยอมชิดซ้ายและเชื่อตามที่น้องมันบอก

เขาว่ากันว่า...ลูกคนโตได้พละกำลังจากพ่อและแม่ ส่วนลูกคนเล็ก มักจะได้ความฉลาดมากกว่า

ฉันเคยคิดว่า มันไม่จริง...ละมั่ง??

……………

…….

….

บรื้นนนบรื้นนนนนนน

……….

…..

เกือบสามชั่วโมงกว่าๆ ที่ฉันขับรถมาจนถึงเกาะพยูน

ฉันขับตรงมาจอดที่เกาะพยูน ตรงโรงแรมที่เช็คอินของค่าย สานสัมพันธ์นั้น

“​นั่งรอในรถ อย่าลงไปไหน “ ฉันหันไปบอกยัยมิลาก่อนจะลงจากรถทันที

 

PEACH PART

“ คุณไม่มีความรับผิดชอบเลยจริงๆ คุณทิ้งงานกิจกรรมของเราไปเพื่อเหตุผลส่วนตัว ผมขออนุญาตไม่ให้คุณผ่าน และไม่ขอระบุบชื่อของคุณลงในหนังสือรุ่นอันทรงเกียติของเรา “ เสียงอาจารย์หนุ่ม คนที่คุมกิจกรรมพูดขึ้นกับผมทันทีที่ผมจอดรถ และก้าวกลับเข้ามาในงานกิจกรรม

“ ครับ “ ผมก้มหน้ายอมรับ

“ แต่อาจารย์ครับ ยังไงให้ไอ้พีทมันก็กลับมาแล้ว ลงโทษแบบอื่นไม่ได้ดีกว่าหรอครับ “ ไอ้นาทีลุกขึ้นยืน และพูดขึ้นเสียงดัง

“ ไม่ กฎก็คือกฏ เพื่อนคุรไม่มีความรับิดชอบ ไม่มีสัจจะ ไม่มีความเป็นผู้นำ แบบนี้จบไปจะทำอะไรกิน “ อาจารย์หนุ่มมองทางผมและถอนหายใจ และด่าทอผม เพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องๆในคณะซึ่งผมก็เข้าใจ

ผมยกมือบอกให้ไอ้นาที พอ เพราะผมรู้ว่า ผมผิดจริง และไม่ต้องการแก้ตัวอะไร

“ แล้วถ้าเมียของอาจารย์ตาย หรือมีเหตุฉุกเฉิน อาจารย์จะยังร่วมทำกิจกรรม สานสัมพันธ์พี่น้องนี้รึเปล่าคะ?? “ เสียงส้นสูงของแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง พร้อมพูดขึ้นเสียงดัง จนทุกเสียงในห้องเงียบสงัดไปทันที

“ เธอ ..” อาจารย์หนุ่มหันไปมองต้นเสียง

“ แพร ! “ และผมก็ต้องเครียดไปกว่าเดิม และรีบเดินกลับเข้าไปหาแพรที่กำลังมองอาจารย์หนุ่มด้วยสายตาเหยียดๆ

“ ฉันแค่อยากจะมาอธิบายให้คุณฟังว่าทำไม พีทถึงต้องออกจากกิจกรรมชั่วคราว กิจกรรมที่ว่าสำคัญของอาจารย์คืออะไรหรอ กิน ดื่ม กรีดเลือดสาบานรึไง?? “ แพรเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าของอาจารย์หนุ่มอย่างไม่ได้เกรงกลัว

แพรมองไปที่รอบลานกิจกรรม ที่มีเพียงการรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน และดื่มเครื่องดื่มสนุกสนาน

“ ถ้าจะมาทำลายงานกิจกรรมของคณะผม หรือสร้างปัญหา ผมคงต้องขอให้ดีนคณะคุณ พักการเรียนของคุณจริงๆแล้วนะ เชิญคนนอกออกไปจากที่นี้ด้วย!! “ อาจารย์หนุ่มพูดเสียงแข็งอย่างดุดัน และไล่แพรให้ออกไป

“ แพร หยุด“ ผมรีบเดินไปดึงตัวของแพร ให้กลับกับผมทันที ก่อนที่เรื่องจะลุกลามบานปลาย

“ อยู่มากี่ปี ก็เป็นได้แค่ครูผู้ช่วยเท่านั้นแหละ เพราะไม่รับฟังเหตุผลคนอื่น นี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรอ! “ แพรพูดขึ้นก่อนจะแบะปาก ใส่ครูหนุ่มที่อายุห่างจากเราไม่กี่ปี 

“ เอ๊ะ เธอนี้มัน ! “ ครูหนุ่มชี้หน้าแพร ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาอย่างไม่พอใจ ส่วนแพรก็ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัว แถมยังยืนจ้องหน้าราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

แต่ผมเอาตัวกันเอาไว้ก่อน แต่แพรก็ยังคงมองครูหนุ่มด้วยความเหยียดยาม จนผมต้องอุ้มเธอออกมา ขณะที่ไอ้นาทีก็กันตัวครูหนุ่มไว้

ทุกคนในคณะต่างมองผม ด้วยสายตาเดิมๆ ผมละอาย จนไม่รู้ว่าควรจะวางตัวยังไงแล้ว

ผมอุ้มแพรออกมาไกลจากผู้คน ทั้งที่เธอยังคงดิ้นๆและชี้หน้าครูคนนั้นอย่างไม่กลัวเลย  

 ในความมืดมน และคลื่นทะเลที่มีแค่ผมกับแพร

ผมแทบไม่เหลือศักดิ์ใดๆ เหมือนคนที่อยู่ใต้อารมณ์ร้ายกาจของแพรไปวันๆ ทุกคนสายตามองผมอย่างดูแคลน..

ทั้งที่ผมพยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ผมปวดหัวจนแทบจะสติแตก

“ ดึงแพรออกมาทำไม ไอ้ครูนั้นต้องเจอ...... “ ยังไม่ทันที่แพรจะพูดจบ

“ หุบปากสักทีแพร “ ผมตะโกนใส่หน้าแพรเป็นครั้งแรก และนั้นทำให้แพรชะงักไปทันที

ผมพยายามจะหยุดยั้งอารมณ์ของตัวเอง พยายามจะไม่โมโหใส่คนที่ผมรัก แต่..ว่า..

“ นี่พีท ตะคอกแพรหรอ??? พีทโกรธทั้งที่แพรพยายามจะช่วยพีทงั้นหรอ ? “ แพรขึ้นเสียงกลับมาหลังจากที่เธอเงียบไปสักพัก

“ พอสักที “ ผมหลับตาและส่ายหน้ากับคำพูดของแพร

“ พอ??? “ ฉันทวนคำนั้นและสบตาของพีทอย่างแน่วแน่

ผมไม่เคยคิดที่จะเลิกกับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงตรงหน้าผมตอนนี้เลยจริงๆ ผมมองข้ามความร้ายกาจ ความอารมณ์ร้อนของแพรมาตลอด

แต่มาวันนี้ พอผมมองข้าม หรือยอมรับ มันกลับทำให้แพรไม่เปลี่ยนไปเลย และยิ่งได้ใจว่าผมจะยอมเธอทุกครั้งไป......

“ เราห่างกันสักพัก จนกว่าแพรจะหัดมองดูจุดบกพร่องของตัวเอง และเข้าใจพีทมากกว่านี้ “ ผมพูดออกไปทั้งที่ข้างในมันสั่นจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

“ ห่างกันคืออะไร????“ แพรกระชากแขนของผม และมองหน้าผมด้วยความโกรธ และน้ำตาคลอ

แพรปากสั่นไปหมด และบีบแขนผมแรงขึ้นและแรงขึ้น เล็บของแพรจิกเข้าที่แขนของผม เพราะเธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

“ ห่างกันแบบนี้ ก็เลิกไปเลยสิ บอกมาตรงๆเลยก็ได้ ว่าอยากได้แฟนใหม่ คนที่มันดีกว่าแพร เรียบร้อยอ่อนหวาน บอกมาเลยสิ “ แพรขึ้นเสียงใส่หน้าผม ด้วยอารมณ์

“ นี้เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ที่แพรพูดคำนั้น “ ผมพูดเบาๆด้วยความเจ็บปวด คำว่าเลิกกัน ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น และผมไม่เคยพูดมันเลยสักครั้ง  

“ ถ้าแพรพร้อมปรับปรุงตัวเมื่อไหร่ เราค่อยเจอกันนะ “ผมค่อยๆดึงมือของแพรที่จิกต้นแขนของผมออกเบาๆ และก้มหน้า ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น....

ผมก้มมองแขนที่มีรอยเลือดซึมเล็กน้อยจากเล็บยาวๆของแพรที่จิกเข้ามา เพื่อระบายความโกรธของเธอ...

PARIS PART

 หลังจากที่พีทเดินหันหลังให้ฉันเป็นครั้งที่สอง มันทำให้ฉันรู้ว่า พีทกำลังเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ขณะที่ฉันกำลังหันหน้าจะเดินกลับไปที่รถ.. ก็เดินเจอกับ ยัยเด็กจอมแอ๊บใสซื่อนั้น ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่ที่ฉันกับพีททะเลาะกัน ระยะแค่นี้มันคงได้ยินหมดทุกอย่าง

ฉันยืนจ้องหน้าอย่างหาเรื่อง ยัยเด็กนั้นหน้าซีด มองฉันนิ่งๆด้วยความกลัว ก่อนจะก้มหน้าลง และรีบเดินไป

ฉันได้แต่ยืนนิ่งเพื่อระงับความโกรธและเกลียดเอาไว้ในใจ

เคยมั้ยที่ผู้หญิงเรามีเซ็นต์อะไรบ้างอย่าง ว่าเกลียด หรือไม่ชอบ คนคนหนึ่ง ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  

@BANGKOK

 โชคดีที่ยัยมิลามาด้วย ขากลับฉันเลยให้ ยัยน้องจอมเนริ์ดขับกลับ

ฉันยังคงเงียบมมาตลอดทาง และคิดแต่เรื่องของพีท ที่ฉันหึงหวง มันผิดตรงไหนกันละ ฉันกำหมัดแน่นมาตลอดทาง...

“ พี่แพร  โอเคมั้ยอะ “ ยัยมิลาถามฉันขณะที่ นางกำลังจะเข้าห้องนอนตัวเอง

“ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย “ ฉันตอบก่อนจะจิบไวน์และนั่งเหม่อลอยเพียงลำพัง

“ รีบไปนอนเถอะน่า “ ฉันชี้นิ้วสั่งให้ยัยน้องจอมพูดมากเข้าห้องนอนไปซะ

ฉันนั่งมองโทรศัพท์ของตัวเอง เพื่อรอให้พีทโทรกลับมาง้อ แต่ทั้งคืนกลับไม่มีแม้แต่ข้อความอะไรเลย จากเขา

ผ่านไปเกือบสองวันแล้ว ที่พีมไม่ติดต่อกับฉัน ไม่เดินมาหาที่ห้อง และฉันไม่เจอเขาเลย

 @University

“ แล้วมึงโอเคมั้ยอิแพร“ ยัยลิปดาถามไถ่ฉันอย่างห่วงใย

“ ก็รอพีทก็มาง้อ “ ฉันนั่งกอดอกและตอบไป เหมือนตัวเองเข้มแข็งดี

“ คนผิดคือมึง ไม่ใช่พีท เลิกเย่อหยิ่ง ทะนงตัวผิดๆได้ละนะ ก่อนจะเสียแฟนดีๆไปไม่รู้ตัว “ นังเอมถึงกับเลิกแอ๊บเสียงตุ๊ดและขึ้นเสียงใส่ฉัน

สิ่งที่เอมพูดทำเอาฉันเองก็ใจหายวาบไปได้เหมือนกัน

“ นั้นพีทนิ “ แล้วเสียงยัยลิปดาก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าพีทกำลังเดินอยู่ลำพัง

แต่พอพีทมองเห็นฉัน เราสบตากันเพียงครู่เดียว เขาก็เดินหันหลังกลับทันที

“ ถ้าพีทขาดกูได้ กูก็ขาดพีทได้เหมือนกัน “ ฉันกำหมัดแน่น อยากหักห้ามใจ ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า แต่ยังคงเหยียมยิ้มอย่างตัวร้าย

ฉันกับพีทแทบไม่เคยอยู่ห่างกันแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ แต่ถ้าเขาทำได้อย่างที่ว่า ฉันก็...ควรจะประชดให้หนักกว่าเดิม

ฉันมองพีทอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังคิดว่า พีทนั้นแหละที่จะต้องกลับมาง้อฉันเหมือนทุกๆครั้ง...

“ อีกไม่นานเราได้ห่ามอิแพรเข้าโรงบาลบ้าแน่ๆ “ ยัยลิปดากระซิบกระซาบกับยัยเอม

@ PEACH PART

 “ กูอยากอยู่คนเดียวหว่ะ “ ผมบอกไอ้นาทีที่กำลังเดินเข้ามาหาผมอย่างเป็นห่วง หลังจากที่ผมออกจากห้องเรียนมาพร้อมๆกับมัน

“ โอเค “ มันก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหยุดเดินตามผมทันที

ใช่ครับ และอาจารย์หนุ่มก็ทำตามที่เขาพูด ผมไม่ได้รับรุ่นใดๆ แถมยังโดนหมดสิทธิ์ในวิชาพื้นฐานง่ายๆที่อาจารย์หนุ่มเป็นคนดูแลอีกต่างหาก

ผมนั่งกุมขมับอยู่เพียงลำพัง ใต้ตึกคณะ 

คนในคณะก็เหมือนเดิม ซุบซิบนิทา เรื่องผมไปทั่ว แต่ก็มันแน่ละ เรื่องฉาวๆก็ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ดี แต่ผมชินแล้ว

นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ทุกคนว่ากล่าวถึงนิสัยและความร้ายกาจของแพร

ถ้าถามทำไมผมถึงรักแพรนะหรอ? ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นเพราะ มุมน่ารักของแพร มีผมคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น

ผมนั่งยี้หัวตัวเองอย่างคิดไม่ตกเลย เรื่องที่ต้องดรอปเรียนวิชาง่ายๆแบบนี้

สองสามวันนี้ผมนั่งถอดหายใจมากกว่าล้านรอบแล้วละมั่ง

“ ใครอะ ? “ ผมตะโกนถามเพราะรู้ว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอด ไม่แพร ก็คงเป็นไอ้นาที

……

 “ ซินเองคะ “ ซินสายรหัสของผมค่อยๆเดินออกมาจากมุมตึกด้วยใบหน้าตกใจ

ผมนิ่งไป แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไป

ซินค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆ ด้วยสีหน้าเกร็งๆ 

“ ช่วงนี้พี่พีทดูเครียดๆ นะคะ “ ซินนั่งลงข้างๆและถามผม

“ พี่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยนะ “ ผมพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ ก่อนจะลุกขึ้นและยิ้มให้ซินเบาๆ และปลีกตัวออกจากตรงนั้น. ผมรู้ว่ามันคงดูแย่มากๆที่เดินออกมา แต่ผมแค่อยากอยู่คนเดียวจริงๆ

....หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป... ที่ผมพยายามสะสร่างปัญหาของตัวเอง ทั้งการเรียน การสอบ และปัญหากับอาจารย์ ปัญหากับคนในคณะอีก

   ตอนนี้จะเรียกว่าผมถูกคนทั้งคณะแบนก็ไม่ผิด เพราะตั้งแต่อาจารย์หนุ่มประกาศตัดผมออกจากรุ่นเป็นคนแรกขอประวัติศาสตร์ คนอื่นๆก็ไม่กล้าจะยุ่งเกี่ยวกับผมเท่าไหร่

มีก็แต่ไอ้นาที ที่ยังเป็นเพื่อนซี้ปึกอยู่เหมือนเดิม แต่เอาจริงๆ พวกเรื่องรุ่น อะไรต่างๆ มันไม่ได้มีความหมายกับผมเลยจริงๆ

ผมก็ใช้เวลาราว หนึ่งสัปดาห์ ในการเตรียมตัวสอบ และพบปะอาจารย์เพื่อชี้แจ้ง เรื่องงานวันค่ายที่เกิดขึ้น  กว่าจะเสร็จได้..ก็เล่นเอาสมองมันล้าไปหมด แต่สุดท้าย มันก็จบลงค่อนข้างดี

“ คืนนี้เอาไง วันนี้วันเกิดมึงเลยนะ “ ไอ้นาทีเดินชนไหล่ผมเบาๆ

“ ขี้เกียจอะ กินที่คอนโดกูก็ได้นะ “ ผมตอบไปอย่างเบื่อๆ

“ ไม่เอาดิ คืนนี้กูเลี้ยงเองละกัน ไหนๆวันเกิดปีนี้มึงทะเลาะกับเมีย งั้นให้เพื่อนแสนดีแบบกู ฉลองวันเกิดกับมึงแทนแล้วกัน “ ไอ้นาทีแบะปากเบาๆ

ผมก็มองมันอย่างขำๆ

“นี่ๆๆๆ อย่าบอกนะ นี้มึงจะใจอ่อนยอมไปง้อ ยัยแพรปีศาจนั้นก่อนอีกแล้วอะ ?? “ ไอ้นาทีชี้หน้าผมอย่างจับผิด

ผมเล่ห์ตามองมันเล็กน้อย

“ก็คิดๆ อยู่อะ กลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ แพรอาจจะสติแตกพอดี “ ผมพูดอย่างเหนื่อยใจ

“ ไอ้พีท มึงก็แบบเนี้ย แพรมันถึงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดสักทีไง “ ไอ้นาทีเถียงอย่างไม่เห็นด้วย

“ เออ เอาน่า “ ผมได้แต่ยิ้มรับไว้

“ เจอกันตอนดึกแล้วกัน คนอะไรใจอ่อนกว่าชิบหาย” ไอ้นาทีเดินบ่นๆออกไป

@ NY ผับ

“ ไอ้โทนี่ น้องพลอย ไอ้ที “ ผมมันไปที่โต๊ะที่ไอ้นาทีจองเอาไว้

เสียงเพลงในผับเปลี่ยนเป็น ทำนองเพลง

“ แฮปปี้เบริ์ย์เดย์ ทูยูววว แฮปปี้เบริ์ย์เดย์ ทูยูววว แฮปปี้เบริ์ย์เดย์ ทูยูววว.....” ทุกคนในโต๊ะเริ่มร้องเพลงให้ผม

โดยมีน้องซินถือเค้ก และน้องแก้วถือลูกโปร่งเข้ามา ที่โต๊ะ

“ สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่พีท “ น้องแก้วยิ้มแย้มก่อนจะเดินไปยืนข้างๆน้องพลอย

“ อธิฐานแล้วเป่าเค้กสิคะ พี่พีท “ น้องซินวางเค้กลงตรงหน้า ผมก็พยักหน้าและเป่าทันที

เราสั่งเครื่องดื่ม อาหารมาเล็กน้อย เพราะจำนวนคนไม่ได้เยอะเท่าไหร่

“ นี้มึงไปชวนน้องๆมาทำไม เกรงใจเขา” ผมหันไปตำหนิไอ้นาทีเล็กน้อย

“ ไม่ใช่กูเลย ไอ้โทนี่นะสิ กูชวนแค่มันมันก็ลากมาหมดเลย “ ไอ้นาทีโบ้ยไปที่ไอ้โทนี่

“ ไม่รบกวนเลยพี่ๆ หนูอยู่แต่หอก็เบื่อจะแย่ “ เสียงน้องพลอยตอบก่อนจะยกแก้วมาชนกับผม

“ มีความสุขมากๆนะคะ ขอให้แฟนใจดีขึ้น “ น้องพลอยอวยพรติดตลกไป 

“ สาธุ “ ผมก็ยิ้มตอบ

พวกเรานั่งดื่มกินกันไป พอสนุกอยู่บ้างละ จริงๆผมไอ้นาที โทนี่เนี้ย เป็นขาประจำผับนี้ เพราะหลังจากเครียดๆก็มักจะมานั่งดื่มที่นี้ เพราะใกล้มหาลัยดี

" ซินขอกลับก่อนนะคะ พอดีกระโปรงไปเกี่ยวกับประตูห้องน้ำ เลยขาดนิดนึงนะคะ " น้องซินเดินกลับมาที่โต๊ะหน้าเสียเล็กน้อย

พวกเราทุกคนก็มองหน้ากัน....ผมจึงถอดเจ็คเก็ตตัวเองออกทันที

"ขาดเยอะมั้ย? เอาเสื้อพี่ไปปิดก่อนสิ " ผมถามขึ้น เพราะไอ้นาทีกับไอ้โทนี่ก็มีแค่เสื้อยืดตัวเดียว

" เออ..ซิน.. ?​" น้องซินทำท่าจะไม่รับ

" แค่เสื้อเอง จะได้กลับพร้อมเพื่อนๆด้วย กลับคนเดียวอันตราย " ผมก็พยักหน้าและยื่นให้น้องไป โดยไม่ได้คิดอะไร

ซินทิ้งตัวนั่งลงข้างๆผม และเหลือบมองเล็กน้อย เหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่กล้า ทำให้ผมนึกไปถึงวันที่เดินหนีน้องวันก่อน

“ วันนั้นพี่มีเรื่องเครียดเยอะ ก็เลยไม่ค่อยสุภาพ “ ผมพูดอย่างใจดีกับน้องมากขึ้น

“เออ...งั้น.. ซิน ขอให้วันเกิดปีนี้ เป็นอีกปีที่ดีสุดของพี่นะคะ “ น้องซินยกแก้วขึ้นและชนกับผมเบาๆ

ก่อนที่เราทั้งคู่จะดื่มพร้อมกัน

เวลา02:00

เราก็นั่งดื่มชิวกันไป แต่เอาจริงๆก็ไม่มีใครเมาหรอก เพราะว่าเราไม่ได้มาเน้นดื่มเหล้า

หลังจากที่ผมเดินพ้นออกจากประตูผับเป็นคนแรก.....ทันใดนั้น..

" Happy birthday to you Happy birthday to you ...... Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday to you "

แพรยืนตัวสั่นน้ำตาคลอมองมาทางผม ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธ...

" ห่างสักพักเนี้ย คือแบบนี้นะหรอ พีท? "

ความคิดเห็น