Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER O N E

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2562 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER O N E
แบบอักษร

 

 

เสียงรัวชัตเตอร์และแสงแฟลชทำงานอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงใหญ่ของนายแบบชื่อดังเอนตัวพิงหัวเตียงโดยมีนางแบบสาวสวยสองคนประกบข้าง เชิ้ตขาวไม่ได้ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกที่มีมัดกล้ามเนื้อสมส่วนผนวกกับผิวขาวเรียบเนียนบ่งบอกว่าเจ้าตัวดูแลร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี เรือนผมสีบลอนด์ถูกเซ็ทเปิดใบหน้าคมตามฉบับหนุ่มลูกครึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม นัยน์ตาสีฟ้ากดมองเลนส์กล้องอย่างมืออาชีพ ภาพในจอมอนิเตอร์เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงามที่แสนเย่อหยิ่งตามฉบับอัลฟ่าชนชั้นสูงตรงตามคอนเซ็ปงานของลูกค้าที่บรีฟมาอย่างไร้ที่ติ  

‘อเล็กซ์ แอนเดอร์สัน’ นายแบบเชื้อชาติผสมระหว่างไทยกับอังกฤษที่กำลังติดท็อปแถวหน้าของโมเดลลิ่งเจ้าใหญ่ในประเทศ ซ้ำยังโด่งดังและมีชื่อเสียงจนถูกติดต่อขอซื้อตัวกันให้วุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไฮท์เอนด์หรือแม้กระทั่งนิตยสารชื่อดังก็ต้องการทาบทามให้ชายหนุ่มมาร่วมงานจนคิวนั้นแน่นไปล่วงหน้าสองปีเต็ม 

“วันนี้พอแค่นี้” เสียงสั่งเลิกกองดังขึ้นหลังจากที่ได้จำนวนภาพตามที่ต้องการ “ทำดีมากอเล็กซ์ ลูกค้าต้องปลื้มแน่” ช่างภาพที่ทำงานร่วมกับโมเดลลิ่งแห่งนี้มานานเดินเข้าไปตบบ่าอีกฝ่ายก่อนจะรีบชักมือกลับเมื่อถูกสายตาเย็นชาจ้องตอบกลับมาราวกับว่าต้องการย้ำให้ได้เข้าใจว่าชนชั้นเบต้าอย่างพวกเขาไม่มีสิทธิ์แตะเนื้อต้องตัวตนเอง

“ฮานะ มานี่” อเล็กซ์เลิกสนใจเพื่อนร่วมงานก่อนจะหันไปกวักมือเรียกผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังเย็บซ่อมเสื้อผ้าใช้สำหรับถ่ายเซ็ทต่อไป แต่นอกจากฝ่ายนั้นจะไม่ทำตามแล้วยังก้มหน้าก้มตาทำงานราวกับว่าเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ “ฮานะ” เอ่ยเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นจนคนที่อยู่รอบบริเวณนั้นหันมามองอย่างสนอกสนใจ

“มีอะไร” เจ้าตัวทิ้งเข็มและกล่องด้ายให้เด็กฝึกงานอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้าก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา

วันนี้ฮานะแต่งตัวมิดชิดรัดกุมมากกว่าปกติ เสื้อคอเต่าสีดำแขนยาวตัวใหญ่กับสกินนี่แนบเนื้อเน้นช่วงขาเพรียวสวย ใบหน้าถูกหน้ากากอนามัยบดบังไปเกือบครึ่ง กลุ่มผมยาวมัดรวบไว้เป็นหางม้า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของอีกฝ่ายดูลดน้อยลง...เพราะตลอดเวลาการทำงานสังเกตเห็นว่ามีพวกเด็กในกองแอบมองคนของเขาอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มถูกตะกอนขุ่นมัวที่เกิดขึ้นในจิตใจรบกวนมาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพจึงประคองสติให้สามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่น

“ซับหน้าให้ฉันหน่อยสิ” อเล็กซ์อ้อนขอพร้อมกับถือวิสาสะโอบเอวอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ การกระทำอุกอาจนั้นเรียกสายตาของคนในกองถ่ายให้หันมามองเป็นตาเดียว...รวมถึงเด็กฝึกงานคนที่เขากำลังแอบคั่วอยู่ด้วย... 

เพราะในสายตาคนอื่นเขากับฮานะมีความสัมพันธ์เพียงแค่เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น แต่จู่ๆกลับมาแนบชิดกันถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะถูกมอง 

“อเล็กซ์...ปล่อย” อีกฝ่ายขืนกายออกห่างด้วยท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกตกเป็นเป้าสายตา 

“อย่าดื้อน่า” อเล็กซ์บีบบังคับทางอ้อมโดยการใช้สายตากดดันจนคนในอ้อมกอดเลิกต่อต้าน 

เขาปรายตามองไปยังช่างภาพคนก่อนหน้า ก่อนจะสื่อสารทางสายตาว่าอย่าได้สะเออะมายุ่งกับคนของเขาอีก เพราะตอนช่วงพักกองเขาเห็นว่ามันเข้าไปชวนฮานะคุยและแสดงท่าทีสนิทสนมจนเกินความจำเป็น ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีหรือจะสนใจ อย่างมากก็แค่พูดจาเสียดสีให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแต่ตอนนี้กลับแสดงท่าทีหวงของจนตัวเขาเองยังนึกแปลกใจ 

อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณบางอย่างมันบอกว่าฮานะเริ่มจะลุกขึ้นมาต่อต้านและพร้อมที่จะเดินหนีไปได้ทุกเมื่อ 

“ก้มหน้าลงมาสิ” เสียงพึมพำแผ่วเบาเอ่ยบอกลอดหน้ากากอนามัย 

ร่างสูงใหญ่ก้มลงไปหาอย่างว่าง่ายก่อนจะหลับตาลงรอให้อีกฝ่ายซับหน้าให้ 

สัมผัสนุ่มนวลที่คุ้นชินค่อยๆซับหยาดเหงื่อที่ผุดซึมออกมาข้างขมับให้อย่างอ่อนโยนเหมือนอย่างที่เคยทำแต่เป็นเขาเองที่เพิกเฉยและไม่นึกใส่ใจมาโดยตลอด กลิ่นน้ำหอมเจือจางเฉพาะกายที่อีกฝ่ายใช้เป็นประจำทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นเริ่มสงบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด อเล็กซ์ลืมตาขึ้นมองใบหน้าได้รูปที่กำลังตั้งอกตั้งใจอย่างเต็มที่ 

“ผอมลงนะ” รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่ใครต่อใครต่างลงความเห็นว่าน่าหลงใหลจุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม...รอยยิ้มที่ฮานะตกหลุมรักมันมาเกือบจะสิบปี 

“อืม” นัยต์ตาสวยวูบไหวเพียงนิด ก่อนเจ้าตัวจะรีบเบือนหน้าหนีออกไปทางอื่น 

อเล็กซ์ช้อนมือเข้าที่ใต้คางของอีกฝ่ายตอนที่เห็นว่าภายในกองถ่ายเหลือคนอยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะถือโอกาสนี้มองใบหน้าสวยจัดที่ทำเอาใครต่อใครเข้าใจผิดมานักต่อนักว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิง 

ฮานะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นจึงมีดวงตาที่เรียวสวย ผิวขาวจัดเนียนลื่นมือ เพียงแค่ลงน้ำหนักนิดหน่อยก็ขึ้นรอยแดงได้โดยง่าย ริมฝีปากบางเฉียบสีอ่อนรับกับสันจมูกที่โด่งรั้นได้อย่างพอดิบพอดี...แต่สิ่งที่เสริมเสน่ห์ให้อีกฝ่ายดูน่ามองก็เห็นจะเป็นขี้แมลงวันจุดเล็กที่ประดับอยู่บริเวณใต้ตาด้านขวา 

ตอนที่มันถูกหยดน้ำตาไหลลงมาอาบเพราะเจ้าตัวถูกเขาโอบกอดอย่างรุนแรง ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้มเร้ามากกว่าเดิม 

มันดู...เซ็กซี่ เย้ายวน...จนเจียนจะคลั่งตาย... 

“เย็นนี้ว่างหรือเปล่า” อเล็กซ์คว้ามือคนที่กำลังจะหันตัวกลับ ฝ่ายนั้นก้มลงมองเพียงครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ไม่ว่าง” ฝ่ามือถูกแกะออกอย่างไม่ไยดีก่อนเจ้าตัวจะเดินกลับไปทำงานต่อ แต่เขาก็ไม่ยอมล่าถอยกลับเดินตามติดไปอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน 

“จะไปไหน”  

“…” 

“ฮานะ...ฉันถาม” เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกเมิน  

กล่องเข็มในมืออีกฝ่ายถูกแย่งมาถือเอาไว้ก่อนที่เขาจะโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดีจนได้สีหน้าท่าทางที่ไม่พอใจจากอีกฝ่ายตอบกลับมา 

“นายกำลังรบกวนเวลทำงานของฉัน” ฮานะมองตอบกลับมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเดินเลยไปก้มเก็บเข็มและม้วนด้ายใส่กล่องและมองเมินราวกับว่าเขานั้นเป็นเพียงธาตุอากาศ...เพียงเท่านั้นอารมณ์มาคุที่มีอยู่ก่อนหน้าก็โหมกระพือขึ้นมาจนต้องขบกรามกรอดเพื่อระงับโทสะ 

ม้วนด้ายที่ตกอยู่ใกล้เท้าถูกเหยียบเอาไว้อย่างไม่สะทกสะท้านตอนที่ฝ่ายนั้นกำลังจะก้มลงหยิบ 

“ช่วยยกเท้าออกด้วย” ฮานะร้องขอ แต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน 

“ตอบฉันมาก่อนสิ” ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋ากางเกงและดุนลิ้นเข้าที่กระพุ้งแก้มอย่างยียวน 

ท่าทางหยาบคายแบบนี้จะถูกแสดงให้เห็นก็ต่อเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าฮานะและพวกชนชั้นที่ต่ำกว่าเท่านั้น...เพราะในเวลาปกติแล้วอเล็กซ์ แอนเดอร์สัน มีภาพลักษณ์เป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีซ้ำยังสุภาพจนใครต่อใครนั้นหลงใหลในรูปลักษณ์ลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาปิดบังตัวตนที่แท้จริง 

ฮานะเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น... 

“ฮานะ!” อเล็กซ์ตะโกนเรียกเสียงดังเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นเลิกให้ความสนใจกับม้วนด้ายใต้เท้าเขา ก่อนจะเดินหนีไปทางห้องแต่งตัว  

ชายหนุ่มรีบผลักประตูตามเข้าไป พอเห็นว่าอีกคนกำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าก็เดินตรงเข้าไปหาก่อนจะกระชากไหล่เล็กให้หันกลับมาจนโทรศัพท์มือถือของฮานะหล่นกระแทกพื้น หน้าจอที่หงายขึ้นแสดงแจ้งเตือนให้เห็นว่ามีข้อความเข้าใหม่ ยิ่งได้เห็นท่าทางรีบร้อนของอีกฝ่ายชายหนุ่มก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ 

“นัดใครเอาไว้” อเล็ก์เค้นถามพร้อมกับแย่งเครื่องมือสื่อสารเจ้าปัญหามาถือเอาไว้เอง 

“อเล็กซ์...นายกำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน” ฮานะพูดเสียงเรียบ โชคดีที่ในห้องนี้ไม่มีคนอื่น ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องอื้อฉาวกันให้ว่อนทั่วบริษัท “ขอคืนด้วย” ฮานะเป็นฝ่ายยอมลงเหมือนอย่างเคย แต่ดูท่าอีกฝ่ายกำลังโมโหได้ที่เพราะนอกจากจะไม่ส่งคืนให้แล้วยังโยนมันไปไว้บนโต๊ะแต่งหน้าจนเครื่องสำอางบางส่วนหล่นลงมาจากโต๊ะกระจัดกระจายเต็มพื้น 

“เรื่องส่วนตัว?” คนที่เหนือกว่าแค่นยิ้มเยาะอย่างหยามเหยียด “คนอย่างนายกล้ามีเรื่องส่วนตัวกับฉันด้วยเหรอ” 

ชายหนุ่มกระชากร่างที่เล็กกว่าเข้ามาใกล้อย่างแรงจนใบหน้าสวยกระแทกเข้ากับแผงอกกว้าง แมสปิดปากถูกดึงกระชากออกเผยให้เห็นรอยช้ำข้างมุมปากที่เขาเป็นคนทำ ฝ่ามือใหญ่บีบเข้าที่ปลายคางเล็กอย่างแรงซ้ำยังจงใจกดย้ำลงบนแผลจนอีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด 

“เมื่อวานคงไม่เข็ดสินะ...ถึงกล้าต่อต้านฉัน” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมถูกจุดขึ้นพร้อมกับเรี่ยวแรงมหาศาลที่ส่งผ่านไปทางฝ่ามือด้วยอารมณ์คลุ้มคลั่งที่กัดกินความคิดเพียงเพราะคิดเอาเองว่าของเล่นของตัวเองจะแอบไปคบชู้ลับหลัง  

“ปล่อย” ฮานะขัดขืนอย่างไม่ยอมแพ้ “อเล็กซ์ ฉันเจ็บ!” 

“เจ็บสิดี! นายจะได้จำใส่หัวเอาไว้ว่านายเป็นของใคร!” คำประกาศความเป็นเจ้าของดังก้องทั่วห้องแต่งตัวโดยไม่กลัวว่าใครหน้าไหนจะได้ยินเข้า...แต่ถึงจะได้ยินเขาก็ไม่สน  

“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” คำปฏิเสธอย่างกล้าหาญทำเอาเส้นความอดทนขาดผึง 

ทั้งที่คำๆนั้นเขาเป็นฝ่ายพูดย้ำกับอีกฝ่ายเองตลอด แต่ทำไมพอฮานะเป็นฝ่ายพูดบ้างมันกลับสร้างความไม่พอใจให้กับเขาได้มากขนาดนี้  

“...ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ” อเล็กซ์แค่นยิ้มเพื่อปกปิดความรู้สึกก่อนจะดันตัวอีกฝ่ายไปติดกับผนังพร้อมกับใช้วงแขนกักขังไว้ในอ้อมกอด ก่อนคำพูดหยาบคายจะสาดพ่นออกมาเพื่อระบายอารมณ์โทสะ “จะให้ฉันทบทวนความจำให้ไหมว่าเมื่อคืนใครมันนอนอ้าขาเรียกร้องให้ฉันสอดใส่เข้าไปข้างในเหมือนอีตัวตามซ่อง-” 

เพี๊ยะ! 

เสียงฝ่ามือฟาดตบเข้ากับใบหน้าคมเข้มดังก้องไปทั่วห้อง ฮานะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังมึนงงรีบเดินหนีแต่กลับถูกกระชากตัวกลับมาแล้วเหวี่ยงเข้ากับประตูจนเกิดเสียงดังลั่น ร่างสูงใหญ่ตามมาทาบทับก่อนจะก้มลงประกบจูบอย่างรุนแรงจนได้กลิ่นคาวคลุ้งของเลือด 

“อ..อย่า!” ฮานะดิ้นหนี แต่กลับถูกเรี่ยวแรงมหาศาลตรึงข้อมือเอาไว้ ชายเสื้อถูกเลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องแบนราบที่มีรอยจูบพรมอยู่จนทั่ว “อเล็กซ์ หยุดนะ!” ยิ่งขัดขืนก็ยิ่งถูกล็อกตัวจนเจ็บ ฮานะร้องเสียงหลงเมื่อถูกฝ่ายนั้นบีบเข้าที่สันกรามจนปวดชา 

“ทำไม จะรีบวิ่งแจ้นไปหาไอ้ช่างภาพยาจกคนนั้นเหรอ” ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเพื่อนร่วมสายงานสร้างความไม่พอใจให้ฮานะอย่างถึงที่สุด ก่อนจะนึกเสียใจย้อนหลังที่ตนเองทนโง่งมรักผู้ชายที่มีดีแค่เปลือกนอกคนนี้มานานหลายปี 

พอตาสว่างขึ้นมา...มันก็สว่างเสียจนนึกโกรธตัวเองที่โง่งมปิดหูปิดตามาโดยตลอด 

“อเล็กซ์ กรุณาให้เกียรติคนอื่นด้วย” ฮานะเอ่ยเตือน เพราะนับวันอารมณ์โมโหร้ายของอีกฝ่ายจะยิ่งทวีความแข็งกระด้างขึ้น...เกรงว่าถ้ายังทำตัวแบบนี้อยู่ อีกไม่นานก็คงลามไปถึงคนอื่นอย่างแน่นอน 

“ตอบมา!” อเล็กซ์กดกระแทกลาดไหล่เล็กลงกับประตู “นายแอบคุยกับใครลับหลังฉัน!” 

“…ฉันไม่ใช่นาย” สายตาเย็นชาฉายออกมาเพียงแค่วูบเดียวแต่กลับทำเอาคนที่มีชนักปักหลังหน้าม้านไปไม่น้อย 

“พูดอะไร ฮานะ” เขาแค่นเสียงไม่พอใจก่อนจะหัวเราะเยาะเย้ยกลบเกลื่อนเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา “..หึ ใครมันคาบข่าวไปบอกละ” 

“ถอย...ฉันมีธุระต้องไปทำ” ฮานะดันไหล่อีกฝ่ายออกไปให้พ้นทางซึ่งคราวนี้ฝ่ายนั้นก็ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี อเล็กซ์มองตามคนที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนเมื่อรู้ว่าถูกเขานอกใจด้วยสายตาที่มากไปด้วยคำถาม 

ทำไมไม่โกรธ? ไม่มีแม้แต่ความเสียใจที่สะท้อนออกมาให้ได้เห็น 

มันเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...ไม่มีแม้แต่แววตาตัดพ้อน้อยใจที่อีกฝ่ายชอบใช้ตอนที่เขาไม่ให้ความสำคัญ 

...และทั้งหมดนั่นยิ่งย้ำเตือนให้เขาเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าสุนัขที่แสนซื่อสัตย์มันเริ่มไม่จงรักภักดีเหมือนอย่างเคย 

“คืนนี้ ไปหาฉันที่ห้องด้วย” ทำแสร้งร้องขอเหมือนอย่างเคยตอนที่ฝ่ายนั้นกำลังจะก้าวผ่านพ้นกรอบประตูไป อเล็กซ์ยืนพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยท่าทางผ่อนคลายก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบท้าทายข้อห้ามของบริษัท พร้อมข่มขู่ทิ้งท้ายเอาไว้ “รู้ใช่ไหมว่าถ้าไม่มา...จะโดนอะไร” 

ฮานะไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ กลับหยุดชะงักเพียงครู่ก่อนจะหยิบหน้ากากอนามัยชิ้นใหม่ในกระเป๋าขึ้นมาสวมทับเอาไว้แล้วเดินจากไป 

 

 

 

ระหว่างทางเดินไปยังชั้นของผู้บริหาร ฮานะแวะนั่งพักบริเวณล็อบบี้ส่วนกลางเมื่อจู่ๆก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน ซึ่งคงเป็นผลพวงมาจากยาคุมและยาระงับฮีทที่ช่วงนี้ใช้บ่อยเกินขีดจำกัดตามที่หมอสั่ง เพราะพักหลังมาเขากับอเล็กซ์มีความสัมพันธ์ทางกายกันแทบจะทุกวันและไม่มีครั้งไหนเลยที่อีกฝ่ายจะยอมใช้เครื่องป้องกัน 

หวิดจะโดนกัดก็หลายครั้ง โชคดีที่ไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นคงเป็นตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต... 

“คุณฮานะ” เสียงทักทายที่คุ้นเคยดังขึ้นจึงทำให้ต้องเงยหน้ามอง “อาการดูไม่ดีเลย โอเคไหมคะ” 

เบต้าสาวสวยที่ดำรงตำแหน่งเลขาของผู้บริหาร Scent Model Agency เดินเข้ามาทักทาย เธอมองมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี ยิ่งเห็นว่าคุณฮานะสวมหน้ากากอนามัยด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นห่วงขึ้นไปอีก 

“โอเคครับ แค่...รู้สึกเพลียนิดหน่อย” ฮานะพยักหน้าตอบเพื่อให้ฝ่ายนั้นคลายกังวล  

“พักผ่อนน้อยอีกตามเคยสินะคะเนี่ย” เธอยิ้มแซวอย่างสนิทสนม “ลงไปหาอะไรทานด้วยกันหน่อยไหมคะ เกรซกำลังจะลงไปซื้อกาแฟให้คุณแกเรนพอดี” 

“ไม่เป็นไรครับผมทานมาแล้ว” โกหกคำโตทั้งที่ท้องว่างจนแทบจะกินลมแทนอาหาร “ว่าแต่...คุณแกเรนว่างแล้วใช่ไหมครับ” ฮานะถามย้ำตารางนัดหมายที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเมื่อเช้าว่าให้เข้ามาพบได้ช่วงประมาณสี่โมงเย็นหลังจากเลิกประชุมกับบอร์ดบริหาร 

“อ้อ เกรซลืมแจ้งไปเลย” เธอทำหน้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานอย่างลุแก่โทษ “พอดีตอนนี้คุณแกเรนมีแขกอยู่น่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรคงใช้เวลาไม่นาน เกรซต้องขอโทษจริงๆนะคะที่ไม่ได้โทรมาบอกก่อน” ฮานะรีบรับไหว้เมื่อฝ่ายนั้นยกมือขึ้นมาประกบกันเพื่อต้องการแสดงการขอโทษ 

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้” ส่ายหน้าปฏิเสธเพื่อแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้ติดใจอะไร 

“ถ้าอย่างนั้นขอเกรซเลี้ยงกาแฟคุณฮานะเป็นการไถ่โทษนะคะ” เธอยื่นข้อเสนอ 

“รบกวนด้วยนะครับ” ฮานะตอบกลับอย่างไม่คิดที่จะปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่ายด้วยเพราะร่วมงานกันมานานจึงสนิทสนมกันพอสมควร 

เลขาสาวสวยรีบเดินไปเข้าลิฟต์ด้วยความคล่องแคล่วแต่ก็มิวายหันมาชี้นิ้วเป็นเชิงขู่บังคับว่าห้ามหนีกลับก่อนเป็นอันขาดจงอยู่รอกินกาแฟเสียโดยดี 

ฮานะนั่งพักต่อสักพักก่อนจะตัดสินใจลุกเดินขึ้นไปนั่งรอที่โซฟาหน้าห้องคุณแกเรนแทนเพราะเกรงว่าถ้ายังอยู่บริเวณล็อบบี้จะได้เจอหน้าใครบางคนเข้า ระหว่างทางเดินเขาเอาแต่ก้มมองรายละเอียดงานของวันพรุ่งนี้ที่ถูกส่งมาในเมลล์จึงไม่ทันได้มองทางสักเท่าไรนัก 

ผลัก!  

จู่ๆแรงปะทะอย่างรุนแรงก็ทำเอาเจ้าตัวเกือบล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้น ถ้าหากไม่ถูกอีกฝ่ายคว้าแขนเอาไว้ก่อน

“ขอโทษครับ” เสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นอยู่เหนือศีรษะเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

ฮานะมึนเบลอกับภาพตรงหน้า แผ่นอกกว้างและช่วงตัวสูงใหญ่แบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนทำเอาต้องขมวดคิ้วมองอย่างนึกสงสัยว่าในบริษัทมีคนตัวใหญ่แบบนี้อยู่ด้วยหรือ

หรือว่าจะเป็นการ์ดคนใหม่ของคุณแกเรน?

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ-” เจ้าตัวรีบปฏิเสธก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายปริศนา

แต่แล้วจังหวะชีพจรกลับเต้นผิดปกติเมื่อได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาหม่น อีกฝ่ายเป็นผู้ชายตัวใหญ่มากจนสามารถบดบังช่วงตัวของเขาได้หมด ให้กะจากสายตาเปล่าๆคงสูงเกือบจะแตะสองเมตรได้ ใบหน้าคมเข้มสันกรามได้รูปเป็นเอกลักษณ์แสดงถึงเชื้อชาติผสมจากทางฝั่งอเมริกาใต้ ผิวสีเข้มคร้ามแดดช่วยขับให้ฝ่ายนั้นดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

...เรียกได้ว่าเป็นลุคที่หาได้ยากจริงๆ..

“คุณไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจ

“ไม่...ไม่เป็นไร” เมื่อตั้งสติได้ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะดึงแขนตัวเองออกมาจากการช่วยประคองโดยที่ฝ่ายนั้นก็ยอมปล่อยแต่โดยดี...ความอุ่นที่หลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อทำให้เผลอลูบซ้ำเมื่อรู้สึกว่าจังหวะชีพจรเต้นถี่ขึ้น

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ ผมไม่ระวังเอง” เสียงทุ้มนุ่มแสนสุภาพเอ่ยบอกอย่างเป็นกังวล

“ช่างมันเถอะ...ขอบคุณที่ช่วย” ฮานะรู้สึกตอนนี้ว่าลิ้นพันกันจนมั่วไปหมด ซ้ำยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองฝ่ายนั้นเสียด้วยซ้ำไป “…ขอตัวก่อนนะครับ”

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบอะไรกลับเจ้าตัวก็รีบเดินหนีออกมาทันทีด้วยอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วขึ้นเมื่อยกมือขึ้นจับทับร่องรอยความอุ่นที่ถูกฝ่ามือใหญ่กอบกุมเอาไว้

“มาพอดีเลย ผมกำลังจะโทรหาฮานะเลยนะเนี่ย” เสียงทักทายเอ่ยขึ้นเมื่อบานประตูถูกผลักเข้าไปอย่างถือวิสาสะ แต่นอกจากฝ่ายนั้นจะไม่ถือสาแล้วยังยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น

“ขอโทษครับที่บุ่มบ่ามเข้ามา” ฮานะเพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่ถูกเจ้านายเดินมาจูงแขนให้ไปนั่งที่ชุดโซฟารับแขก

...เพราะอาการแปลกประหลาดเมื่อครู่ทำให้เจ้าตัวตกใจจนลืมแม้กระทั่งมารยาทที่ควรทำ

“ไม่เป็นไรน่า” มือเรียวสวยวางทาบทับลงมาบนบ่าก่อนเจ้าตัวจะย้ายไปนั่งที่โซฟาอีกตัวตรงข้ามกัน “ผมคุยธุระเสร็จพอดี เขาเพิ่งออกไปก่อนที่ฮานะจะเดินเข้ามานี่เอง”

ฮานะมองไปรอบห้องก็พบกับความว่างเปล่าไร้ซึ่งบุคคลที่สามก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดที่ถาโถมเข้ามา

“เป็นอะไรไป สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” แกเรนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง นัยน์ตาสีชมพูทอดมองสไตล์ลิสต์คนเก่งประจำโมเดลลิ่งอย่างพินิจพิจารณา

ช่วงนี้งานหนักเอาการ ฮานะเลยดูผอมลงกว่าเดิมมากเห็นทีจะต้องหาวันพักผ่อนให้เสียแล้วสิ...

“คุณแกเรนครับ...ผมมีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้ทราบ” โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาฝ่ายนั้นก็พูดโพล่งขึ้นมาอย่างจริงจัง ใบหน้าสวยที่ดูอิดโรยสะท้อนความเหนื่อยล้าออกมาจากแววตาจนแทบปิดไม่มิด

“เรื่องอะไรละ” แกเรนนั่งฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังมิวายแกล้งแหย่เพื่อไม่ให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดมากเกินไป “อย่าบอกว่าจะมาขอลาออกนะ” เขาพูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่กลับต้องใจเสียเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ

“...ครับ”

“ว่าไงนะ!?” แกเรนโพล่งขึ้นเสียงดังก่อนจะเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรง คำถามมากมายพุ่งเข้ามาโจมตีโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวเมื่อจู่ๆคนที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ก่อตั้งโมเดลลิ่งจะมาขอลาออกกลางคันแบบนี้

ขาดฮานะไปคนนึงก็เหมือนกับขาดมือขวาที่รู้ใจไป...เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็นคนเก่งที่มีความสามารถซ้ำยังรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างดีเยี่ยม แล้วอีกอย่างเขาเองก็รักและเอ็นดูฮานะเหมือนน้องชายแท้ๆเลยก็ว่าได้

“ผม...จะขอลากลับไปทำงานกับพ่อที่ญี่ปุ่นครับ” เจ้าตัวหมายถึงธุรกิจครอบครัวที่ลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น

“ทำไมละ”

บอสใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดท่า ก่อนจะยกมือขึ้นมานวดคลึงบริเวณขมับที่เริ่มตึงเครียด

ฮานะไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเจ้าตัวเอาแต่นั่งก้มหน้าบีบมืออยู่อย่างนั้นท่ามกลางความเงียบสงบในห้องที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกำลังทำงาน

แต่แล้วแกเรนก็จับสังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

“ทะเลาะกับอเล็กซ์เหรอ” คำถามถูกยิงเข้าใส่อย่างไม่คิดอ้อมค้อมเพราะแกเรนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างคนทั้งคู่

ปกติแล้วฮานะไม่ใช่คนที่เอาปัญหาและอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาปะปนกับเรื่องงานอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มันดูแปลกจนไม่อยากเชื่อว่าเจ้าตัวจะขอลาออกจากงานที่รักเพื่อกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ญี่ปุ่น

“เปล่าครับ” ฮานะส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฮานะ...บอกความจริงกับผมมาเถอะ” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายต้องเผชิญปัญหาอยู่เพียงคนเดียว

“ไม่มีอะไรจริงๆครับ คุณแกเร-”

พูดยังไม่ทันหมดประโยคฝ่ายนั้นก็เอื้อมมือมาดึงหน้ากากอนามัยที่สวมไว้ออกด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่นัยน์ตาสีสวยจะเบิกกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น ฮานะรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกอับอาย

“ฝีมืออเล็กซ์อีกแล้วใช่ไหม” แกเรนเค้นถามเสียงเครียด...แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นว่าอีกฝ่ายถูกทำร้าย แต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด...ดูก็รู้ว่าต้องการปกป้องผู้ชายคนนั้น

“...ครับ” เสียงแผ่วเบาเอ่ยปากยอมรับแต่โดยดี

“ครั้งนี้มันรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมานะ” เขาเสียงสั่นเทิ้มเพราะกำลังระงับความโกรธ “ฮานะยังจะทนต่อไปทำไมผมไม่เข้าใจ”

ฮานะส่ายหน้าปฏิเสธ “เพราะอย่างนั้นผมถึงมาหาคุณ...เพื่อจะขอลาออก...”

“ฮานะ ผมไม่...” แกเรนตั้งท่าจะคัดค้านหัวชนฝา...ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมเสียคนดีๆไปเพียงเพราะเนื้อเสียแค่ชิ้นเดียวแน่นอน

“ได้โปรดเถอะครับคุณแกเรน” น้ำเสียงเหนื่อยล้าแหบพร่าอย่างน่าสงสาร “ได้โปรดให้ผมไปจากที่นี่ที...ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...ไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้ายังอยู่ใกล้เขาแบบนี้ ผมต้องบ้าตายแน่ๆ” หยดน้ำตาทิ้งตัวลงมาอาบแก้มที่บวมช้ำจนเปียกชุ่ม ฮานะปลดปล่อยความเสียใจที่ถูกกักเก็บเอาไว้อย่างไม่คิดอายเพราะอีกคนก็ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน

“ฮานะ” แกเรนถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันแล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดเอาไว้

ถึงจะเป็นโอเมก้าเหมือนกัน แต่ฮานะตัวเล็กกว่าเขามาก เวลาที่ถูกกอดเอาไว้แบบนี้เลยคล้ายกับเด็กตัวเล็กๆอย่างไรอย่างนั้น

เวลาผ่านไปราวสิบนาทีทั้งสองก็ยังไม่คลายอ้อมกอดออกจากกันจนเลขาสาวเคาะประตูเรียกจึงถูกโบกมือไล่ให้ออกไปที่อื่น เกรซพยักหน้ารับอย่างเข้าใจพร้อมกับปิดล็อกห้องเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามารบกวนเจ้านายได้อีก ก่อนจะไปเธอยังมองคุณฮานะตาละห้อยเพราะสงสารจับใจจนถูกบอสมองดุถึงได้วิ่งแจ้นออกไป

“ร้องออกมาเถอะ” แกเรนลูบแผ่นเล็กอย่างปลอบประโลม แม้นว่าเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่อยู่จะเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาของเจ้าคนหัวดื้อก็ตาม

ฮานะที่เขารู้จักเคยร่าเริงมากกว่านี้ นับครั้งได้ที่เจ้าตัวจะแสดงด้านอ่อนแอออกมาให้ใครได้เห็น แต่ตั้งแต่ที่เริ่มมีความสัมพันธ์เกินเลยกับอเล็กซ์เจ้าตัวก็มีสีหน้าที่เศร้าหมองลง ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนอย่างเคย แม้นจะรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของตัวเองได้ดี แต่แกเรนกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายถูกพรากความสุขไปจากชีวิตทีละนิด

แม้จะสนิทกัน แต่เขาก็ยังถือว่าเป็นคนนอก อีกอย่างเจ้าตัวเป็นฝ่ายยินยอมที่จะอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบนี้เองจึงทำได้แค่เอ่ยเตือนเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

ผ่านไปเกือบชั่วโมงเสียงสะอื้นก็เงียบหาย ฮานะถอนใบหน้าออกจากอกด้วยดวงตาที่บวมจนแทบปิดเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ผ้าเช็ดหน้าถูกยื่นส่งไปให้อีกฝ่ายได้ซับเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า แกเรนนั่งมองเจ้าตัวเล็กด้วยความเป็นห่วงอยู่ทุกวินาที

“ดีขึ้นหรือยัง” น้ำเย็นที่วานให้เลขาคนเก่งไปหยิบมาให้ถูกยื่นส่งไปตรงหน้า ฝ่ายนั้นพยักหน้าขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะยกขึ้นจิบแล้ววางลงบนโต๊ะกระจกตัวเดิม

“ขอบคุณครับ” เสียงแหบพร่าคล้ายกับคนที่ถูกไข้หวัดเล่นงานจนแกเรนต้องเอื้อมมือไปอังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายให้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตัวรุมๆก็ดุไปยกนึงตามระเบียบ

“เพลาๆเรื่องบุหรี่ลงบ้างนะ” แกเรนเอ่ยเตือน เพราะนี่เป็นอีกเรื่องที่เขานั้นเป็นห่วงเพราะตั้งแต่ที่ฮานะเริ่มตัวติดกับอเล็กซ์เจ้าตัวก็สูบบุหรี่จัดมากขึ้น เรียกว่าเสพติดยังได้ ทั้งที่ปกติฮานะจะใช้มันก็ต่อเมื่อรู้สึกเครียดหรือคิดงานไม่ออกเท่านั้น

“ครับ” ตอบรับอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก

“วันนี้ฮานะคงเหนื่อยมากจริงๆ ถ้ายังไงเรื่องงานเอาไว้ค่อยพูดกันวันหลังดีไหม” แกเรนยื่นข้อเสนอ

“แต่...”

“ไม่มีแต่...ครั้งนี้ผมขอใช้สิทธิ์เจ้านายสั่งให้คุณกลับไปพักผ่อนซะ ส่วนตารางงานอเล็กซ์และงานฝ่ายคอสตูมผมจะให้เกรซจัดการให้แทนทั้งหมด” เขาพูดยิงยาวไม่เว้นที่ว่างให้อีกคนเอ่ยแย้งขึ้นมาได้ “ส่วนเรื่องลาออกน่ะ ผมจะเอากลับไปคิดทบทวนดูก่อน พรุ่งนี้เช้าถึงจะให้คำตอบ แต่วันนี้ฮานะต้องสัญญากับผมว่าจะกลับไปนอนพักผ่อน ตกลงไหม”

“...” แกเรนเลิกคิ้วมองคนที่เอาแต่นั่งเงียบ

“ว่ายังไงละ” เอ่ยกระตุ้นอีกครั้ง จนในที่สุดก็ต้องยิ้มอย่างพอใจเมื่อฝ่ายนั้นพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

“...ครับ”

เย็นวันนั้นแกเรนอาสาขับรถไปส่งเจ้าตัวถึงคอนโด ก่อนจะย้ำอีกหนว่าในระหว่างนี้ห้ามติดต่อกับอเล็กซ์โดยเด็ดขาด และถ้าฮานะยังขืนดื้อไปหาเขาจะสั่งปลดงานทุกชิ้นของไอ้หน้าอ่อนนั่นจนมันไม่ได้มีโอกาสที่จะตั้งตัว

แสงแดดอบอุ่นในยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนอน ไอแดดกระทบเข้ากับร่างของคนที่นอนซุกอยู่ในกองหมอนและผ้าห่มอย่างสบายอารมณ์ ผิวเนื้อเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนานั้นอุ่นกำลังดีตัดกับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งเอาไว้ตามที่เจ้าตัวชอบ

ร่างขาวนวลบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน เจ้าตุ๊กตาหมีตัวโตที่กินพื้นที่บนเตียงมากที่สุดถูกคว้ามากอดเอาไว้ก่อนใคร ฮานะค่อยประคองตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอายางมัดผมมามัดรวบเอาไว้เป็นมวยหลวมๆ เจ้าตัวลุกออกมาจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเรียกความสดชื่นให้กับเช้าวันหยุดที่ถูกคุณแกเรนยัดเยียดมาให้

เสื้อยืดตัวโคร่งที่ชอบสวมใส่อยู่บ้านถูกหยิบออกมาสวมทับเอาไว้ เท้าเปลือยเปล่าลงน้ำหนักลากไปกับพื้นอย่างเกียจคร้านเพราะไม่ได้สัมผัสกับเช้าวันหยุดแบบนี้มาเนิ่นนาน

เสียงของรายการข่าวช่วงเช้าดังคลอไปกับเสียงเครื่องครัวบริเวณข้างห้องรับแขก ขนมปังสองแผ่นเด้งขึ้นมาจากเครื่องปิ้งส่งกลิ่นหอมฉุยของธัญพืชผสมผสานไปกับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วยี่ห้อโปรด มายองเนสผสมมัสตาร์ดถูกปาดลงไปบนแผ่นขนมปังตามด้วยผักสดและเบคอนทอดกรอบตามที่ชอบ ฮานะเอนตัวช่วงบนลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่กั้นระหว่างโซนครัวกับห้องรับแขกอย่างเกียจคร้าน ก่อนดวงตากลมโตจะจ้องภาพข่าวสลับกับกัดแซนวิชแล้วเคี้ยวไปด้วยอย่างไม่รีบร้อน

น้ำส้มสำเร็จรูปยี่ห้อโปรดถูกรินลงแก้วใบโตก่อนเจ้าตัวจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ล้างจานเสร็จแล้วจะออกไปให้น้ำกระถางแคคตัสและสวนขนาดเล็กบริเวณระเบียงหลังจากนั้นค่อยไปซักผ้าต่อ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มลงมือทำอะไรเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จทิ้งเอาไว้ในห้องนอนก็แผดเสียงดังลั่นจนต้องรีบเดินกลับเข้าไปกดรับเพราะกลัวว่าปลายสายจะรอนาน

เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาฮานะก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบกดรับสาย

“ครับ”

(ฮานะ...บ่ายวันนี้เข้ามาหาผมที่บริษัทหน่อยได้หรือเปล่า) ฝ่ายนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเครียดเล็กน้อย

“ได้ครับ...ผมจะรีบเข้าไป” ฮานะรับปาก ในอกกลับวูบโหวงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนได้ตัดสินใจลาออก

(อืม...ผมจะรอ)

หลังจากที่ฝ่ายนั้นวางสายไปแจ้งเตือนข้อความที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก็ถูกเปิดอ่าน เป็นอเล็กซ์ที่ส่งมาหา ฝ่ายนั้นถามอยู่เพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็เงียบหายไปไม่มีแม้แต่แจ้งเตือนเบอร์โทร

ฮานะถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะตัดสินใจกดลบเบอร์และช่องทางการติดต่อของอีกฝ่ายทิ้งไปอย่างไม่คิดลังเลเหมือนอย่างเคย เพราะความรู้สึกตอนนี้นั้นมันว่างเปล่าเสียจนไม่อยากจะเชื่อว่าเคยรักอีกฝ่ายมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนคงนึกน้อยใจจนแทบบ้า แต่ตอนนี้กลับเฉยเมยได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

..และอีกไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็คงจะจางหายจนอีกฝ่ายไม่สามารถมีอิทธิพลกับหัวใจดวงนี้ได้อีก...ตลอดไป

_____________________________

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะทยอยลง1-2สัปดาห์ต่อตอนนะคะ

เลทมาเดือนนึง ขอโทษที่ต้องให้รอนานค่า

ฝาก Blue Ocean และ Scent Project ของนักเขียนอีกสองท่านด้วยนะคะ

ตามไปอ่านได้ที่ Silver Bullet และ Black Diamond ค่า

ในทวิตเตอร์ใช้แท็ก #ดอกไม้ของพีท น้า <3 

ความคิดเห็น