เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑๓ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑๓ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑๓ [100%]
แบบอักษร

๑๓ 

 

 

เช้าวันต่อมา เยลลี่อาการดีขึ้นแล้ว วันนี้ผมเลยได้ออกจากห้องไปทำงานกับเขาบ้างครับ แต่กว่าจะได้ออกไปก็เล่นซะสายอยู่เหมือนกันเพราะต้องพายัยนี่ออกไปซื้อของสดก่อน 

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” ผมพามาเดินซื้อของสดในแม็กซ์แวลูครับ 

“อยากทำอะไรก็ซื้อ ๆ ไปเถอะ” 

“แล้วแพ้อะไรบ้างคะ” 

“…” ถึงกับหันขวับไปมองเลยครับ กำลังยืนจ้องหน้าผมทำตาปริบ ๆ อยู่ ไม่คิดว่าจะสนใจรายละเอียดขนาดนี้ 

“แพ้ไหมคะ” 

“ไม่!” 

“ค่ะ” ยิ้มให้ผมก่อนจะหันไปหยิบของต่อ “ซื้อกุ้งได้ไหมคะ” 

“อยากกิน” 

“ค่ะ” 

“ซื้อไปสิ รออยู่ตรงนี้นะ” 

“ค่ะ” ผมปล่อยให้เลือกของไปส่วนตัวเองเดินไปเลือกพวกขนมขบเคี้ยวแทน เลือกมาแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นก่อนจะเดินกลับไปหาเยลลี่ “ซื้อไปฝากใครเหรอคะ” 

“ซื้อให้มึงกิน” 

“อ๋อ…” 

“ซื้อครบยัง กูต้องไปทำงานอีก” 

“ที่ห้องมีเครื่องปรุงใช่มั้ยคะ” 

“มี” 

“งั้นก็ครบแล้วค่ะ” ผมเอื้อมมือไปคว้าตะกร้ามาถือเอาไว้ก่อนจะเดินไปต่อคิวเพื่อคิดเงิน เยลลี่แค่เดินตามหลังเท่านั้นจนจ่ายเงินเสร็จพากันเดินไปที่รถเพื่อจะกลับคอนโด แม็กซ์อยู่ไม่ไกลจากคอนโดผมสักเท่าไหร่เลยใช้เวลาไม่มาก 

มาถึงห้องยัยนี่ก็หิ้วของเข้าครัว ส่วนผมเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน เป็นเช้าที่วุ่นวายมากและใช้เวลามากพอสมควร 

“จะไปแล้วเหรอคะ” 

“อืม” 

“กินข้าวก่อนไหมคะ หนูทำเสร็จแล้ว” 

“สายแล้ว มึงกินเถอะ” 

“อ๋อ… ค่ะ”  

ผมไม่ได้สนใจเยลลี่เลยก่อนจะเดินออกจากห้อง เวลาไปร้านสักผมจะขับบิ๊กไบค์ไปเพราะมันสะดวกกว่า ผมใช้เวลาในการเดินทางเกือบชั่วโมงก็มาถึงร้าน พอไอ้นายเห็นหน้ามันก็ยังมองแรงเหมือนเดิมนั่นแหละครับ 

“คิดว่าติดเด็กจนหาทางมาร้านไม่ถูกซะแล้ว” 

“ติดเด็กบ้านมึงสิ!” 

“ฮ่า ๆ ทำไมไม่พาน้องเยลมาด้วยวะ” 

“จะพามาให้วุ่นวายทำไม” 

“ครับ ๆ อ้อ… ลูกค้ามึงมารอแล้วนะ” 

“จะรีบไปไหนวะ” 

“พอมึงไลน์มาบอกกูว่าจะเข้าร้าน กูก็โทรไปบอกเขาเลย เชิญตามสบายเลยเพื่อน” ไอ้นายมันยิ้มให้ผม แต่รอยยิ้มเหมือนมีเลศนัยยังไงก็ไม่รู้สิครับ ผมเลิกสนใจมันก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง เข้ามาถึงลูกค้าที่ว่าก็ยืนหันหลังให้ผมอยู่เหมือนกำลังมองสำรวจอะไรบางอย่าง 

“พร้อมหรือยังครับ” 

“ค่ะ” ทำไมเสียงคุ้น ๆ แต่คงไม่ใช่หรอกครับ 

“งั้นก็เตรียมตัวได้เลยครับ” ผมว่าก่อนจะเดินไปเตรียมอุปกรณ์ ทุกอย่างพร้อม ลูกค้าเองก็เช่นกัน เธอเดินไปนอนประจำที่แต่กลับนอนหงายแทน “จะสักทั้งหลังไม่ใช่เหรอ” 

“เปลี่ยนใจแล้วค่ะ อยากสักที่หน้าอกข้างซ้ายแทน” น้ำเสียงที่ได้ยินมันชัดเจนกว่าเดิมจนทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองถึงได้รู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร 

“นี่มึงเองเหรอ” 

“ไม่เคยพูดดีต่อกันเลยนะ” 

“นึกยังไงถึงอยากสัก” ยัยนี่คงไม่ได้มาเล่นๆ แน่นอนและดูเหมือนแม่จะจริงจังมากด้วยถึงได้เลือกโรสรินทร์ 

“มีรูปที่อยากจะสักน่ะ” 

“แน่ใจ?” ที่ผมถามแบบนี้เพราะยัยนี่ไม่ชอบรอยสัก 

“ลองเปลี่ยนดูบ้าง คงไม่แย่สักเท่าไหร่หรอก” 

“คิดให้ดี ๆ ก็แล้วกัน ตอนสักกับตอนลบความรู้สึกเจ็บมันต่างกันมาก” 

“แต่สำหรับฉันไม่ว่าจะตอนไหน ๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเจ็บ แต่ก็ยังอยากจะฝืน” 

“…” ผมเงียบไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากมองหน้าเธอแทน ประโยคที่พูดเมื่อกี้คงไม่ได้หมายถึงเรื่องสักหรอกครับ “อืม อยากสักรูปไหนเลือกมาละกัน” 

“รูปนี้” เธอว่าก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าผม ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นก็ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่ายัยนี่จะยังเก็บรูปนี้เอาไว้ เป็นรูปลายสักที่ผมเคยออกแบบเอาไว้ตอนคบกัน ตอนนั้นผมตั้งใจจะสักให้เธอแต่เพราะเธอไม่ชอบเลยไม่ได้สัก 

“อะไรเดิม ๆ ก็ควรจะลืมไปบ้างนะ” 

“ก็อยากจะลืม แต่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม” 

“แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าจะสัก” 

“อืม” 

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อเธอเลือกจะสักผมก็สักให้ครับ มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว รอยสักที่ว่าเป็นชื่อจริงของเธอและรูปหัวใจสองดวง ตัวหนังสือจะเป็นเอกลักษณ์และใส่ลวดลายเข้าไปเล็กน้อย 

ในขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาสัก คนตรงหน้าก็เอาแต่นอนนิ่ง ๆ และมองผมตลอด ผมรู้ว่าเธอเจ็บและไม่ชอบแต่พยายามจะฝืนตัวเอง รอยสักนี้ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ 

“เรื่องก่อนหน้านี้พูดจริงหรือเปล่า” 

“อะไร?” 

“เด็กคนนั้น” ผมนิ่งไป แต่มือก็ยังคงทำงานอยู่อย่างนั้น ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ายัยนี่ต้องการอะไร แต่การจะหลอกโรสรินทร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หรอก “นายคิดว่าฉันจะเชื่องั้นเหรอ พวกเรารู้จักกันมาตั้งนานแถมยังคบกันและอยู่ด้วยกัน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายนิสัยเป็นยังไง” 

“กูก็บอกไปแล้วนี่ว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้เสมอ” 

“แต่ต้องไม่ใช่นาย” 

“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงต้องการอะไร แต่เลิกทำตามที่แม่กูขอเถอะ เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน” 

“แล้วถ้าฉันบอกว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะอยากทำเองล่ะ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณป้าเลย” 

“จะบอกว่ายังรักกูอยู่งั้นเหรอ ทั้ง ๆ ที่กูทำให้มึงเจ็บซ้ำ ๆ ซาก ๆ” 

“อืม” 

“เหอะ! มึงเป็นคนบอกว่าเกลียดกูเองไม่ใช่เหรอ” 

“ตอนนั้นที่ฉันพูดออกไปเพราะโกรธ แต่…” 

“เลิกพูดได้แล้ว กูต้องการสมาธิในการทำงาน” 

“ใหญ่…”  

ผมเงียบ ไม่ได้ต่อปากต่อคำอีก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าความรู้สึกที่มีต่อโรสรินทร์มันเปลี่ยนไปแล้ว ผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนี้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว 

 

สมาธิของผมแทบไม่เหลือ แต่ก็กลับมาได้ กว่างานจะเรียบร้อยก็ใช้เวลานานพอสมควร สักเสร็จผมก็เดินออกจากห้องทันทีไม่ได้รอให้เธอพูดอะไรอีกและบอกให้ไอ้นายเข้าไปบอกวิธีการดูแลตัวเองและรอยสักแทน ผมเดินออกมาสูบบุหรี่ข้างหลังร้าน รู้สึกว่าใจมันไม่นิ่งเลยอยากสงบสติอารมณ์มากกว่า 

“ยังสูบบุหรี่เก่งเหมือนเดิมเลยนะ ไม่คิดจะเลิกบ้างเหรอ” 

เฮ้อ! 

ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับโรสรินทร์อีกครั้ง เธอยืนมองหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วมันน่ายิ้มตรงไหน 

“มะ…” 

RRRRR 

ยังไม่ทันได้เถียงกลับเลยครับ โทรศัพท์ผมก็มีสายเข้ามาซะก่อน ผมหยิบออกมาดูพอเห็นว่าเป็นเบอร์ของแม่ก็เงยหน้าขึ้นไปมองสบตากับโรสรินทร์ทันที 

“ถ้านายไม่รับสาย คุณป้าคงไม่เลิกโทร” คงไม่ต้องบอกว่าเพราะใครสินะ 

RRRRR 

ก็อย่างที่ยัยนี่ว่าไว้นั่นแหละครับ แม่ผมท่านชอบตื๊อไม่เลิก ผมเลยต้องยอมทิ้งบุหรี่แล้วกดรับสายท่านแทน 

“สวัสดีครับ” 

(คิดว่าจะไม่รับสายของแม่ซะแล้ว) 

“แม่โทรมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” 

(แม่อยากให้ใหญ่กลับมากินมื้อเที่ยงที่บ้านหน่อยน่ะลูก พาหนูโรสมาด้วยนะ) ผมหันไปมองหน้ายัยนั่นทันที กำลังยืนยิ้มมองมาทางผมอยู่เลยครับ (ใหญ่คงไม่ปฏิเสธแม่ใช่มั้ยลูก) 

“ผมมะ…” 

(ถ้าเยลลี่น่ะ ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แม่บอกเธอให้แล้ว) 

“บอก… บอกยังไงครับ” 

(หืม? ปกติใหญ่ไม่เคยสนใจคนอื่นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอและอีกอย่างเยลลี่ก็แค่คนใช้ที่แม่ส่งไปดูแลลูกเท่านั้นเอง) 

“ครับ” 

(ตกลงตามนี้นะใหญ่ แม่จะรอ) 

“ครับ” 

กดวางสายจากแม่เงยหน้าขึ้นไปมองใครอีกคนทันที 

“ฉันรอไปพร้อมนายเลยละกัน วันนี้ฉันไม่ได้เอารถมาน่ะ” 

“…” ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินเข้าร้านไปแทน วันนี้ช่วงเช้าผมมีหลายคิวแต่เป็นงานที่ไม่ได้ลงรายละเอียดเยอะเลยใช้เวลาแค่ไม่นาน ส่วนยัยนั่นผมไม่รู้ว่านั่งรออยู่ตรงไหนเพราะผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว 

ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่ข้างในห้องจนถึงคิวสุดท้าย ช่วงบ่ายผมยกเลิกเหมือนเดิมครับ ถ้าได้กลับบ้านมีเหรอที่แม่จะยอมให้ผมกลับออกมาง่าย ๆ คงไม่มีทาง 

“เสร็จแล้วเหรอ” 

“กูกลับก่อนนะ” ผมไม่ได้สนใจโรสรินทร์เลือกจะหันไปคุยกับไอ้นายแทน 

“เออ ๆ แล้วคืนนี้ไปร้านหรือเปล่า” 

“ไป ไว้เจอกัน” 

“เค” 

ผมหยิบหมวกกันน็อกเดินออกจากร้านทันที ไม่ได้สนใจยัยนั่นหรอกครับจนมาถึงรถ 

“จะรีบไปไหนของนายเนี่ย” 

“จะไปก็รีบขึ้นมา” 

“หมวกกันน็อกของฉันล่ะ” 

“ไม่มี!” สงสัยยัยนี่จะเตรียมตัวมาดีครับเพราะชุดที่ใส่อยู่เป็นกางเกง เหมือนเตี๊ยมไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

บรื้น 

 

นี่แค่เริ่มต้นครับ มีเหรอที่คนอย่างผมจะยอมเดินตามเกมใครง่าย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย ในเมื่ออยากเปิดสงครามประสาทกับผม ต่อให้เป็นแม่ผมก็ไม่สนใจหรอกครับ เดี๋ยวรู้กัน… 

 

ความคิดเห็น