จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 7 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2562 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 รีอัพ
แบบอักษร

 

สายป่านนั้นเมื่อได้เริ่มงานที่โรงพยาบาลก็ตั้งใจทำงานเป็นที่เอ็นดูของเพื่อนร่วมงานทั่วไป สายป่านจบมาทางจิตวิทยาคลินิกสำหรับเด็กโดยเฉพาะ คนไข้ของเขาล้วนน่ารัก หลังจากส่งคนไข้ตัวน้อยให้คุณแม่ของเธอแล้วสายป่านก็บิดตัวไล่ความเมื่อยขบมารู้สึกตัวได้เมื่อได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะขึ้น 

“อ้าว พี่จินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ เลยเห็นป่านทำตัวไม่เรียบร้อยเลย” สายป่านยิ้มอายๆ 

“ไม่หรอกพี่ชอบเห็นป่านเป็นธรรมชาติแบบนี้ แค่บิดขี้เกียจใคร ๆ ก็ทำ พี่จะมาชวนป่านไปกินข้าวเย็นน่ะคนไข้หมดแล้วใช่ไหม” ด้วยอายุ 28 รูปร่างสูงโปร่งผิวขาวสะอาดใส่แว่นกรอบทองพร้อมลักยิ้ม 2 ข้าง บ้านรวยและยังโสด ทำให้หมอจินเป็นหมอหนุ่มขวัญใจทั้งคนไข้และคุณพยาบาลสาวๆแถมหนุ่มน้อยให้ด้วยอีกก็ได้ ยามที่หมอจินเข้ามาคุยกับเขานั้นสายป่านก็คุยตอบธรรมดาด้วยความเป็นคนมีอัธยาศัยดี แต่เมื่อหมอจินทำท่าให้ความสนใจกับเขามากกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไปสายป่านก็ระวังตัวเองนิดนึง เขาไม่ได้รังเกียจหมอจินแต่ก็ไม่ได้ชอบหรือรู้สึกเป็นพิเศษด้วยจึงไม่อยากให้ความหวัง แต่หมอจินไม่ยอมแพ้ยังพาตัวเองเข้ามาใกล้ชิดสายป่านทุกครั้งที่มีโอกาส 

“แล้วพี่จินไม่เหนื่อยหรือครับ” 

“ถ้าเป็นเรื่องของป่านพี่ไม่เหนื่อยเลย จริงๆนะ” หมอจินย้ำเมื่อเห็นสายป่านทำหน้าไม่เชื่อ 

“ถ้าอย่างนั้นไปกินข้าวเย็นที่ห้องป่านไหมครับ ถ้าอาหารง่ายๆป่านก็พอจะทำได้ พี่จินเลี้ยงป่านหลายครั้งแล้ว ป่านเกรงใจ” 

“จริงหรือ ไปสิ” 

“แค่กินข้าวนะครับ” สายป่านย้ำด้วยไม่ต้องการให้หมอจินเข้าใจผิดว่าเขามีใจ 

“ไม่ต้องทำร้ายจิตใจพี่ขนาดนี้ก็ได้ครับ พี่เข้าใจ” 

“หมอจินคะ เชิญที่ห้องฉุกเฉินค่ะ” เสียงประกาศเรียกดังขึ้น 

“สงสัยมีคนไข้” หมอจินยิ้มแหย 

“ไปเถอะครับ เดี๋ยวป่านแวะซื้อของสดก่อนกลับบ้านไปเตรียมอาหารไว้ พี่จินเลิกแล้วค่อยตามไปนะครับ” สายป่านหัวเราะ หมอหนุ่มเพียงโบกมือให้แล้ววิ่งไปห้องฉุกเฉิน สายป่านเพียงแค่ไม่อยากเสียเงิน หมอจินเลี้ยงเขาหลายครั้งแล้ว ล้วนเป็นร้านอาหารราคาแพง แต่จะให้เขาจ่ายให้หมอจินร้านเหล่านั้นก็ออกจะเกินเงินเดือนเด็กจบใหม่อย่างเขามากไปหน่อย เชิญหมอจินมากินข้าวที่บ้านจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่เขาคิดได้แล้ว 

หมอจินมากดกริ่งเมื่อเวลาหกโมงครึ่ง ในมือมีไวน์สองขวด สายป่านกดเปิดประตูจากบนห้องให้หมอจินขึ้นมาได้เลย หมอหนุ่มเคยมาส่งเขาหลายครั้งแล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร 

“หอมจัง” คำแรกที่หมอจินพูดเมื่อสายป่านเปิดประตูห้อง กลิ่นอาหารตลบอบอวล สายป่านเลือกสลัด และซื้อขนมปังกับเนื้อหมักแล้วจากซุปเปอร์มาเก็ต ซุปแช่แข็งอีกสองถ้วย แค่นี้ก็ได้มื้อเย็นที่ดูดีแล้ว 

“กินกันเลยไหมครับ พี่จินน่าจะหิวแล้ว” สายป่านรับไวน์มาวางบนโต๊ะอาหาร ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว สายป่านจึงแง้มหน้าต่างไว้ให้ลมเย็นๆด้านนอกโชยเข้ามา 

“กินเลยก็ได้ครับ ได้กลิ่นอาหารก็หิวขึ้นมาเลย” หมอจินลูบท้อง ท่าทางนั้นทำให้สายป่านหัวเราะ เขายอมรับกับตัวเองว่าอยู่กับหมอจินแล้วรู้สึกสบายใจ ทั้งคู่ช่วยกันเก็บล้างหลังจากกินเสร็จสายป่านชงกาแฟให้หมอจินส่วนของตัวเองเป็นชาร้อนทั้งคู่ย้ายมานั่งที่โซฟาคุยกันอย่างผ่อนคลาย เมื่อดื่มกาแฟหมดหมอจินก็ขอตัวกลับ 

“พออิ่มแล้วก็เริ่มง่วงครับ พี่ขอตัวกลับดีกว่าก่อนที่จะหลับกลิ้งอยู่แถวนี้ให้ป่านต้องลำบากใจ” 

“พี่จินป่านขอโทษนะครับ” สายป่านมีสีหน้าเสียใจ 

“ไม่มีอะไรต้องขอโทษเลยครับ เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้ขอเพียงป่านเปิดใจให้พี่บ้าง เราคุยกันไปอย่างนี้ก่อนก็ได้ ถ้าเวลาผ่านไปแล้วป่านยังคิดว่าพี่ไม่ใช่คนคนนั้นสำหรับจริง ๆป่านบอกพี่ตรง ๆก็ได้ ให้โอกาสพี่นะครับ” 

สายป่านได้ฟังก็เม้มปากแน่นเขาไม่คิดเลยว่าหมอจินจะพูดออกมาตรง ๆแบบนี้เด็กหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจ 

“ไม่เป็นไรครับเราเพิ่งรู้จักกันเองพี่จะรอ” หมอจินขยี้ผมสายป่านอีกครั้งก่อนเดินออกจากห้องไป สายป่านได้แต่มองตามโดยไม่มีคำพูดใดออกจากปาก 

เช้าวันถัดไป 

เมื่อสายป่านเจอหมอจินที่โรงพยาบาลก็โล่งใจที่อีกฝ่ายยังคุยกับเขาเหมือนปกติ ตอนนี้เขาบอกได้แค่ว่าเขาพอใจกับความสัมพันธ์แบบพี่น้องเช่นนี้ ใจเขายังคงคิดถึงโจเป็นพักๆยามที่อยู่คนเดียวแม้จะทราบดีว่าอีกฝ่ายแต่งงานและมีโซ่ทองคล้องใจกับภรรยาแล้ว1คน สายป่านคิดว่าตัวเองอาจจะต้องการเวลามากกว่านี้ที่จะสามารถลืมโจได้ ถึงวันนั้นเขาอาจจะมองหาใครสักคนจับมือเดินไปพร้อมกันก็ได้ 

สายป่านทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาแล้วหลายเดือน เขาร่าเริงมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นและเริ่มจะเปิดใจให้หมอจินบ้างนิดหน่อย หากสัปดาห์ไหนได้หยุดตรงกันพวกเขาก็จะใช้เวลาท่องเที่ยวไปทั่วอาร์ซิตี้ บางครั้งยังข้ามไปเที่ยวเมืองนายที่มันตรา ทำให้เห็นได้ชัดว่าทางฝั่งนั้นเริ่มมีการก่อสร้างตึกสูงขึ้นหลายที่ รวมถึงร้านค้าที่เป็นแฟรนไชส์จากฝั่งตะวันตกก็มาเปิดเช่นกัน ด้วยคณะปฏิวัติที่ควบตำแหน่งรัฐบาลไร้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง กฏหมายไม่รัดกุมและขาดการบังคับใช้เพราะกลัวการต่อต้านจากประชาชนทำให้มีการก่อสร้างสะเปะสะปะ ทำลายทัศนียภาพที่งดงามของเมืองไปอย่างน่าเสียดาย 

“ป่านโชคดีนะครับที่ได้มาเห็นเมืองนายก่อนปรับปรุง พอเจิรญแล้วเหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดีอย่างไรไม่รู้” สายป่านมองรถบรรทุกวิ่งฝุ่นตลบผ่านหน้าร้านอาหารที่พวกเขานั่งกันอยู่ 

“ชาวเมืองก็ต้องปรับตัวกันไป อย่างน้อยก็มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเศรษฐกิจของที่นี่ก็น่าจะดีขึ้น” หมอจินพูดไม่ได้ใส่ใจอะไรนักเพราะเป็นเรื่องธรรมดาของทุกที่ เมื่อความเจริญเข้ามาก็จะต้องแลกกับบางสิ่งเสมอ 

“นั่นสิครับ” สายป่านพยักหน้า มองตึกใหญ่ที่กำลังสร้างอยู่ริมแม่น้ำ พนักงานในร้านบอกเขาว่านั่นคือโรงแรมและคาสิโนขนาดใหญ่ มีนายทุนมาจากเอแลนด์ พวกเขาล้วนภาวนาให้โรงแรมนี้เสร็จเร็วๆเพราะจะไปสมัครงาน 

รถหรูวิ่งผ่านไป 

ในขณะที่สายป่านก้มลงดูดน้ำในแก้ว โจนาธานและสมิทนั่งมาในรถคันนั้นเอง พวกเขามาตรวจดูความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมและคาสิโน โจนาธานก้าวลงจากรถที่มีคนเปิดประตูให้กวาดตามองไปรอบๆ โปรเจคนี้เขาลงทุนไปสูงมากดังนั้นไม่สามารถพลาดได้เด็ดขาด การก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากแล้ว โครงสร้างตึกภายนอกเสร็จแล้วเหลืองานละเอียดเช่นการเดินท่อและตกแต่ง 

“เริ่มรับสมัครพนักงานในส่วนต่างๆได้แล้ว เพราะยังต้องมาฝึกอบรมอีก” โจนาธานสั่งสมิทที่เดินตามเขาตรวจงานไปทั่วๆ กระแสตอบรับที่ฝ่ายการตลาดปล่อยไปนับว่าดีไม่น้อย แม้จะต้องบินมาลงที่อาร์ซิตี้แล้วค่อยข้ามแดนมา ทำไมเขาถึงไม่เปิดโรงแรมที่อาร์ซิตี้น่ะหรือ เพราะมีโรงแรมอยู่แล้วเป็นจำนวนมากและกฎหมายของทีแลนด์ยังไม่อนุญาตให้เปิดคาสิโนได้ เขาจึงมาลงทุนที่เมืองนาย มันตราเพิ่งเปิดประเทศ เพียงเอาเงินเข้าล่อคณะรัฐบาลก็อนุมัติให้ง่ายๆแล้ว 

“ผู้ว่าเมืองนายนัดนายไปกินข้าวเย็นนี้ จะตอบรับหรือจะให้ฉันปฏิเสธ” สมิทถาม 

“เงินที่ให้ไปครั้งก่อนยังไม่พอหรือ” โจนาธานชักสีหน้า 

“อาจจะพอแต่อยากได้เพิ่มด้วยเทคนิคใหม่ เขาอยากเชิญนายไปปกินข้าวกับครอบครัว เห็นว่าลูกสาวสวยมากนี่ อาจจะอยากได้นายเป็นลูกเขยล่ะมั้ง” สมิทหัวเราะ 

“ถ้าสวยพอฉันอาจจะยอมเป็นเพื่อนเล่นให้หล่อนก็ได้ หากหล่อนเข้าใจนะ” โจนาธานยิ้มร้าย เขาเองก็เป็นชายหนุ่มที่สุขภาพแข็งแรง จะมีที่ระบายอารมณ์บ้างก็ไม่แปลก 

“ระวังจะมีปัญหาตามมานะ” สมิทเตือนแต่โจนาธานยักไหล่ เลขาหนุ่มจึงไม่พูดอะไรอีกกลับไปโฟกัสที่งานก่อสร้าง สุดท้ายตอนเย็นเขาก็ต้องไปกินมื้อเย็นกับครอบครัวของชนัศ ผู้ว่าราชการประจำเมืองนาย เป็นหนึ่งในงานน่าเบื่ออันดับแรกๆที่ต้องผ่านไปให้ได้ เมืองนายเต็มไปด้วยข้าราชการทุจริตรับสินบนใต้โต๊ะ แต่จะบ่นมากก็ไม่ด้เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่จ่ายสินบนให้คนเหล่านี้ 

“ดีใจจริง ๆที่คุณโจนาธานมาได้ นี่อมิเลียภรรยาของผมและแคนดี้ลูกสาวของผมครับ เพิ่งเรียนจบกลับมาจากเอสแลนด์” ชนัศภูมิใจในลูกสาวของเขามาก อมิเลียมีเชื้อสายตะวันตกทำให้แคนดี้ผู้เป็นบุตรสาวเป็นลูกครึ่งที่คงความงามสองเชื้อชาติได้อย่างกลมกลืนดูสวยแปลกตากว่าสาวเมืองนายทั่วๆไป 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” โจนาธานจับมือกับทั้งคู่และแนะนำสมิทให้รู้จัก เขาคงปล่อยผ่านหากแคนดี้ไม่ได้สะกิดใจกลางฝ่ามือเขา เมื่อถูกมองเธอก็ยิ้มอย่างมีจริตผิดกับชุดประจำชาติที่ใส่อยู่ โดยที่พ่อแม่ของเธอเพลินกับคำเยินยอของสมิท 

หลังอาหารเย็น ชนัศและภรรยาขอตัวกลับก่อนยกหน้าที่ต้อนรับให้ลูกสาว แคนดี้พาพวกเขาไปนั่งฟังเพลงที่คลับในโรงแรมนั่นเอง สมิทก็เป็นงานเขานั่งดื่มไปแก้วเดียวก็พึมพำขอตัวไปพักผ่อน 

เมื่อสมิทพ้นสายตาไปแล้ว แคนดี้ก็ขยับมานั่งเกยขาโจนาธาน เมื่อฝ่ายหญิงเสนอฝ่ายชายก็สนองมือใหญ่ช้อนสะโพกงามงอนมานั่งตัก แสงไฟสลัวและเก้าอี้ที่จัดไว้เป็นสัดส่วนไม่มีใครสนใจใคร แคนดี้หวีดร้องเบายกแขนคล้องคอโจนาธานไว้ทำให้หน้าอกอิ่มของเธอเบียดกับอกแกร่ง 

“ผมไม่คิดจะมีพันธะกับใคร ถ้าคุณพร้อมเราจะได้สนุกกันทั้งคืนแต่ถ้าคุณต้องการความสัมพันธ์ยั่งยืนผมไม่มีให้” โจนาธานไม่ปิดบัง มือข้างหนึ่งบีบเค้นหน้าอกของแคนดี้อย่างจาบจ้วงแต่นอกจากเธอจะไม่หนีแล้วยังแอ่นกายเข้าหาอีกด้วย 

“ลองชิมแคนดี้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ค่ะคุณโจนาธาน” หญิงสาวเป็นฝ่ายเริ่มต้นจูบเขาก่อน โจนาธานตอบสนองกลับไปอย่างร้อนแรงจนแคนดี้ขยับตัวนั่งคล่อมเขาอย่างลืมอาย เสียงหอบหายใจกระชั้นขึ้น มือบีบขยำร่างงามไปทั่วจนแคนดี้รู้สึกแฉะที่เบื้องล่าง 

“ขึ้นห้องกันดีกว่า” สมิทเลขาผู้ใจเปิดห้องด้านบนไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว แม้โจนาธานจะเช่าห้องพักไว้แต่เขาไม่คิดจะให้แคนดี้เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขา หญิงสาวที่ไม่รู้อะไรคล้อยตามอย่างว่าง่าย เธอขยับลงจากตักของชายหนุ่มขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วปล่อยให้โจนาธานโอบเอวขึ้นห้องไป 

เมื่อประตูห้องปิดลงทั้งคู่ก็ผวาเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าถูกสลัดจากร่างกายอย่างไม่ไยดี โจนาธานผลักแคนดี้ลงที่เตียงเริ่มบทรักอย่างเร่าร้อนดุดัน แคนดี้เองก็สนองรับได้ทุกท่า เธอเองยามศึกษาต่อในต่างประเทศก็ผ่านประสบการณ์มาไม่น้อยแต่ก็ต้องยอมรับว่าโจนาธานค่อนข้างถูกใจเธอมากทีเดียว เมื่อนึกถึงฐานะของอีกฝ่ายแล้วเธอก็ตั้งใจว่าจะจับผู้ชายคนนี้ให้ได้ แม้โจนาธานจะปฏิเสธความสัมพันธ์อันยั่งยืนแต่แคนดี้มั่นใจว่าด้วยสเน่ห์และมารยาของเธอจะสามารถจับผู้ชายคนนี้ได้ 

หลังพายุอารมณ์ผ่านไปโจนาธานถอดถุงยางเก็บใส่ถุงซิปล็อค ทุกอย่างสมิทเอามาหยอดกระเป๋าไว้ให้พร้อมกุญแจห้องก่อนที่เขาขอตัวไปนอน ครอบครัวแฮริสันมิได้เข้มงวดกับเขาในเรื่องเพศแต่ก็สอนวิธีป้องกันตัวเองไว้ไม่น้อย โจนาธานจึงไม่เคยประมาทแม้ว่าอาจจะดูน่าขยะแขยงไปบ้าง 

“ผมไปแล้วนะ ค่าห้องผมจัดการให้แล้ว หากคุณจะกลับก็โทรไปเบอร์นี้ ผมจะให้คนขับรถไปส่ง” โจนาธานลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า ท่าทางเร่าร้อนหายไปจนหมดเหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ 

“ค่ะ แล้วแคนดี้จะติดต่อคุณได้อีกหรือเปล่าคะ คุณทำแคนดี้ติดใจเสียแล้ว” เธอไม่สนใจจะปกปิดร่างกายลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างท้าทายสายตา 

“ถ้าคุณไม่วุ่นวายเราก็อาจจะได้สนุกกันอีก” โจนาธานวางเช็คมูลค่าสูงพอสมควรให้แคนดี้ก่อนจะเปิดประตูห้องออกไปอย่างไม่แยแสทิ้งให้หญิงสาวตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ 

“แล้วฉันจะทำให้คุณมาสยบแทบเท้าฉันให้ได้ โจนาธาน” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น