ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 35 รู้สึกผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 35 รู้สึกผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2562 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 35 รู้สึกผิด
แบบอักษร

"ฮ่าๆ อีกเดี๋ยวฉันจะให้พวกแกได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่แท้จริง เช่นเดียวกับสิ่งที่ฉันเคยได้รับจากเมื่อสี่ปีก่อน"

 

 

 

ร่างสวมหน้ากากสังสาระของคนผู้หนึ่งกำลังยืนบนภูเขาหัวเราะอย่างสะใจ ในที่สุดก็ใกล้จะได้แก้แค้นให้ท่านพ่อและท่านแม่ที่ถูกหมู่บ้านทรยศ ในสุดก็ได้ชำระแค้นที่พวกมันมาตามล่าชีวิตพวกเขา

 

 

 

หยดน้ำตาโลหิตหลั่งรินจากหน้ากาก โดยไม่สนชายสองคนที่เต็มไปด้วยบาดแผลรอยช้ำมากมาย โดยเฉพาะดันโซที่เสียแขนและขาไปอย่างไม่มีวันหวนคืนกำลังมองผู้สวมหน้ากากอย่างแค้นเคือง

 

 

 

"นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้ ?"ชายคนแรกที่บ่นออกมาอย่างสิ้นหวังคือซารุโทบิ ฮิรุเซ็นที่บาดเจ็บจากการถูกลอบโจมตีเมื่อคืนและถูกจับตัวมาที่นี่

 

 

 

"ทำไมน่ะหรอ จำได้หรือเปล่าเมื่อสิบปีที่แล้วนายกล่าวหาว่าพ่อและแม่ของฉันอุจิวะ ชิซารุและอายาโนะทรยศหมู่บ้านเมื่อภารกิจพวกเขาล้มเหลวฮิรุเซ็น"

 

 

 

"และจำใบหน้านี้ได้หรือไม่ดันโซ ใบหน้าที่สาบานต่อหน้านายว่าสักวันหนึ่งฉันจะมาเอาคืนนายอย่างสาสมน่ะ"

 

 

 

อาซามิถอดหน้ากากออกมาทำให้ดันโซที่ถูกพันธนการร่างกายไว้ได้แต่เบิกตากว้างโต เขาไม่คิดว่าจะได้พบเด็กหญิงที่เกือบจะหนีออกจากแผนการลอบสังหารได้ แต่วันนั้นเธอถูกเขาตามล่าและทรมาณอยู่หลายวันก่อนจะถูกมือของเขาเสียบเข้าที่อกจนตกหน้าผาไปแล้วนี่

 

 

 

"เป็นไปไม่ได้ วันนั้นเธอน่าจะตายไปแล้วนี่"

 

 

 

"ฮ่าๆ ตายหรอน่าเสียดายที่ทำให้ผิดหวังนะ"

 

 

 

อาซามิที่ถอดหน้ากากหัวเราะอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนท่าทางน่าสังเวชของชายสองคน ฮิรุเซ็นนั้นทำได้เพียงถอนหายใจเท่านั้น เขานึกถึงชื่อของสองสามีภรรยาที่เป็นเอ็นบุขึ้นตรงต่อเขาก็ได้แต่หัวเราะเยาะตนเอง

 

 

 

'ข้าขอโทษที่ทำให้พวกเจ้าต้องเผชิญกับสิ่งอันตรายแบบนี้'

 

 

 

ตอนนั้นเขาไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาคิดว่าสองคนนั้นคงได้ใช้ชีวิตแบบสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามและคอยปกป้องคัมภีร์ต้องห้ามที่เป็นอันตรายต่อหมู่บ้านและโลกนินจา แต่ใครจะคิดว่าสหายของเขา ดันโซจะแอบไปลอบสังหารทั้งคู่แบบนี้นี่คือสิ่งเขาเสียใจมากที่สุด

 

 

 

"เป็นอะไรไป ฮิรุเซ็นหรือจะสำนึกผิดกัน ?"อาซามิถามด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ดูบ้าคลั่งจนเกินวัยของเธอ จะมาเสียใจอะไรเอาตอนนี้ มันเอาพ่อและแม่ของเธอกลับคืนมาไดด้หรือเปล่า!

 

 

 

"ไม่เลย ข้าแค่รู้สึกเสียใจที่เพื่อนของข้าทำเช่นนั้นกับลูกน้องคนสำคัญของข้าแบบนี้ ถ้ารู้เช่นนี้ข้าน่าจะสังหารเจ้าตั้งแต่เจ้าลอบพาคุชิมารุและกลุ่มนินจาคิริงาคุเระเข้ามาสังหารนักเรียนนินจา ดันโซ!"

 

 

 

"ไม่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อหมู่บ้าน สิ่งต่างๆที่ฉันทำก็เพื่อหมู่บ้าน!!'

 

 

 

ฮิรุเซ็นที่ได้ยินเสียงตะโกนแสนน่าสังเวชของสหายเก่าหรือดันโซก็ได้แต่ถอนหายใจ เพื่อหมู่บ้าน? ทั้งที่สองคนนั้นต่างหากที่กำลังทำเพื่อหมู่บ้าน พวกเราต่างหากที่ต้องสรรเสริญคู่สามีภรรยาราวกับวีรบุรุษของหมู่บ้านและโลกนินจา

 

 

 

"ไม่มีอะไรจะแก้ตัวกันแล้วสินะ เอาเถอะฉันก็ไม่ได้อยากฟังอะไรอีกต่อไปเพราะมันไร้ประโยชน์สิ้นดี ดังนั้นมาชมกันเถอะ ถึงพลังในระดับเทียบเคียงกับเทพเจ้า!"

 

 

 

ดวงตาทั้งสองข้างของอาซามิแปรเปลี่ยนกลายเป็นเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาและตัวของเธอก็ค่อยๆลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและลอยไปที่โคโนฮะในระยะข้างเคียง

 

 

 

"Amatsu-Mikaboshi : Banshō Ten'in(เทพดาราแห่งความชั่วร้าย : เหนี่ยวลักษณ์หมื่นสวรรค์) พรวดด~แค่กๆ จงลิ้มรสความสิ้นหวังซะโคโนฮะงาคุเระ!!!!"

 

 

 

แม้จะอาเจียนโลหิต หรือดวงตาจะมีโลหิตไหลทะลักออกมาไม่หยุด แต่ใบหน้าของอาซามิก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและหมดสติเกือบตายเนื่องจากร่างกายขาดจักระอย่างรุนแรง 

 

 

 

เซ็ตสึใช้โอกาศนี้รีบพาอาซามิหนีไปโดยไม่สนชายแก่สองคนที่กำลังจ้องมองบนท้องฟ้าอย่างหวาดกลัวและสิ้นหวัง แต่ก็ยังทิ้งชิโรเซ็ตสึไว้คอยทรมาณทั้งคู่ตามคำสั่งของอาซามิ

 

 

 

เพียงครู่เดียวหมู่บ้านโคโนฮะที่เคยสว่างสดใสก็มืดตัวลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านและนินจาในหมู่บ้านต่างพากันเงยหน้ามองขึ้นฟ้าโดยไม่ได้นัดหมาย และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือหินเพลิงขนาดใหญ่ที่แทบจะมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด มันกำลังแหวกเมฆมาหาพวกเขา

 

 

 

"นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"

 

 

 

"หระ หรือพระเจ้าจะลงโทษพวกเรา แต่เพราะอะไรกันละ"

 

 

 

ตุบๆ 

 

 

 

ทุกคนในหมู่บ้านต่างพากันคุกเข่าลงที่พื้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาวและเหล่าเด็กน้อยตัวเล็กๆ ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ลานเด็กเล่นโนโนะกอดเด็กๆไว้ทั้งน้ำตามือประสานภาวนาต่อพระเจ้าให้คุ้มครองเหล่าเด็กๆ

 

 

 

"คามุย~ ไม่ได้มันไกลและใหญ่เกินใช้ด้วยคามุยไม่ได้ผล แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !!!!!!"

 

 

 

โอบิโตะที่เลือดอาบไปทั่วดวงตากล่าวอย่างร้อนรน ในขณะที่อ้อมแขนมีรินที่กำลังนั่งคุกเข่าอย่างสิ้นหวัง ส่วนคาคาชิและไกที่กำลังออกจากหมู่บ้านก็ขมวดคิ้วเหงือออกเต็มใบหน้า

 

 

 

"คาคาชิฉันจะเปิดประตูที่แปด!"

 

 

 

"ไม่ได้ไกด้วยอุกกาบาตที่ใหญ่ขนาดนี้!"

 

 

 

"ไม่มีปัญหา...หืมนั่นมัน"

 

 

 

ณ บ้านตระกูลฮิวงะ คาสุมิกำลังมองหินยักษ์ที่กำลังตกลงมาทั้งน้ำจาก่อนจะร้องไห้ไม่หยุด ชิซุยก็สั่นกลัวไปทั้งตัว โดยมีฮินะคอยปลอบพวกเขาในขณะที่เธอนึกถึงชายคนหนึ่งอยู่เสมอ

 

 

 

"คาซึยะรีบกลับมา!"

 

 

 

ขณะที่ทั้งหมู่บ้านไม่ว่าจะนินจา ตระกูลระดับสูง หรือแม้แต่ชาวบ้านและนักเรียนกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง จู่ๆก็มีประกายสีทมิฬพุ่งแหวกอากาศออกตัวไปด้วยความเร็วแสงที่หินอุกกาบาตอย่างไม่เกรงกลัว เสียงกรีดร้องของนกกากรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหมู่บ้าน

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

 

"Chidori...(พันปักษา...)"

 

 

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง!!!!!!

 

 

 

เสียงระเบิดดังสะนั่นไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ทุกคนพากันเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะหนก พวกเขาเห็นร่างของเด็กชายผู้หนึ่งกำลังต่อต้านพลังที่ไม่ต่างกับพลังของพระเจ้าด้วยร่างเล็กๆนั่นด้วยตัวคนเดียวอุกกาบาตเริ่มค่อยๆแตกร้าวไปทั่วทั้งลูก

 

 

 

"...Nagashi(หลั่งไหล)"

 

 

 

เปรี้ยงๆ

 

 

 

ตู้มมมมมมมมมม!!!

 

 

 

ประกายสายฟ้าทมิฬเริ่มแผ่กระจายเข้าปกคลุมหินอุกกาบาตและกัดเซาะมันจนบางส่วนสลายกลายเป็นฝุ่น ก่อนที่มีจะเสียงและคลื่นระเบิดส่งหินที่แตกกระจายกลายเป็นดินหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวไปตกข้างในหมู่บ้านด้วยความเร็วสูงราวดาวหาง แต่ที่หมู่บ้านมีร่างของเด็กชายในชุดคลุมขาวลายมากะทามะกำลังประสาอินอย่างรวดเร็ว 

 

 

 

"Senpō : Mokuton Hijutsu Jukai Kōtan(คาถาเซียน : คาถาไม้ลับม่านพฤกษาก่อเกิด)"

 

 

 

ตู้มมมมมมม

 

 

 

รากไม้สีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่พรวดออกมาจากผืนดินและเข้าประสานกลายเป็นโดมต้นไม้ยักษ์นับร้อยต้นครอบคลุมไปทั่วหมู่บ้านทันทีที่เห็นเศษอุกกาบาตเข้ามาใกล้กิ่งไม้นับร้อยก็เคลื่อนไหวแปลงสภาพกลายเป็นมือจับหินยักษ์เหล่านั้นเขวี้ยงออกไปนอกหมู่บ้านทั้งหมด

 

 

 

ปุ้งงง

 

 

 

ร่างของเด็กชายในชุดคลุมหรือคาซึยะกลายเป็นควันอย่างรวดเร็ว ส่วนร่างที่ทำลายอุกกาบาตก็ค่อยๆล่อนลงสู่พื้นอย่างช้าๆ จนในที่สุดเขาก็มาถึงพื้นและถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงือและฝุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

 

 

"เฮ้อ~ทันสินะ..."ร่างของคาซึยะค่อยๆล้มลงนั่งที่พื้นอย่างผ่อนคลาย แต่เขาก็ทำได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น เพราะๆจู่ๆ โคโนฮะก็มืดลงอีกรอบ ซึ่งแม้แต่คาซึยะก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แม้อุกกาบาตลูกที่สองจะเล็กกว่าแต่ถ้ามันหล่นมาที่หมู่บ้านละก็...

 

 

 

"ยังมีลูกสองยัยบ่านั่นมีพลังขนาดนี้เลย โอ้ยยย แขนฉัน!?"

 

 

 

คาซึยะเบนสายตาไปที่แขนขวาก็พบว่าแขนของเขามีรอยไหม้เกรียมที่น่าจะเกิดจากการระเบิดเมื่อครู่จึงได้แต่ถอนหายใจ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ยันตัวยืนขึ้นและเตรียมจะใช้พันปักษาอีกรอบ ทว่ายังไม่ทันได้รีดเค้นจักระก็มีคนมาตบไหล่เขาเบาๆ เขาหันหลังไปมองก็ต้องเบิกตากว้างและผ่อนคลายอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"คาซึยะคุงที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

 

 

 

"อะ อาเข้าใจแล้วพี่ชายมินาโตะ"

 

 

 

ใช่แล้วผู้ที่มาตบไหล่เขาก็คือนามิคาเสะ มินาโตะที่กำลังยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน แต่ครู่เดียวรอยยิ้มแบบนั้นก็ค่อยๆหายไป กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาดูน่ากลัว พร้อมกับร่างของเขาที่กลายเป็นประกายแสงสีทอง

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

แสงจากดวงอาทิตย์กลับคืนมาในชั่วพริบตาชาวบ้านในระยะใกล้เคียงได้แต่ตะลึงงัน และพริบตาเดียวมินาโตะก็กลับมาพร้อมรอยยิ้มเช่นเดิมแม้จะมีใบหน้าซีดขาวเหงือไหลเต็มหน้าแต่ก็ยังดูสบายๆ สิ่งนี้ทำให้คาซึยะถอนหายใจดูเหมือนเขาต้องเรียนรู้เทพอัสนีเวหาบ้างแล้วละมั้ง

 

 

 

'จริงๆใช้ซูซาโนโอะหรือลูกแก้วแสวงสัจธรรมก็น่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ'

 

 

 

แต่เขาไม่คิดจะใช้มันเขาไม่อยากเปิดเผยความสามารถมากเกินไป ลอยแผลที่แขนครู่่เดียวเดี๋ยวมันก็หาย แต่ข้อมูลพอหลุดไปยังที่อื่นๆมันยากที่จะปิดกั้นดังนั้นเขาจึงไม่เลือกที่จะใช้สองวิธีนั้น

 

 

 

"พี่ชาย พี่ไม่ได้ไปเตรียมการสอบที่ป่ามรณะ หรอกหรอ?"

 

 

 

"ผมเห็นเธอวิ่งผ่านจุดที่พวกฉันอยู่ไปจึงวิ่งตามมา ไม่คิดว่าที่หมู่บ้านจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น..."

 

 

 

มินาโตะถอนหายใจ ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ได้คิดจะตามคาซึยะมาแล้วละก็ เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านบ้างเลย แม้คาซึยะจะช่วยทำลายอุกกาบาตไว้ได้ทันแต่ถ้าซัดกับอุกกาบาตอีกลูกเขาคงได้รับบาดเจ็บยิ่งกว่านี้

 

 

 

"จริงสิพี่ชายรีบยกเลิกการสอบ และรีบไปค้นหาปู่รุ่นที่สามก่อน ปู่น่าจะตกอยู่ในอันตราย"

 

 

 

คาซึยะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยไม่สนใจสายตาขอชาวบ้านที่กำลังมองมินาโตะและคาซึยะอย่างเทิดทูญ สักพักก็มีซึนาเดะ คาคาชิ ไก โอบิโตะและรินวิ่งมาหาพวกเขาด้วยความร้อนรน

 

 

 

"คาซึยะเป็นยังไงบ้าง ?"

 

 

 

"ไม่มีอะไร ตอนนี้รีบแยกย้ายไปหาท่านรุ่นสามก่อน ฉันสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี"

 

 

 

""""เข้าใจแล้ว""""

 

 

 

กลุ่มเพื่อนและมินาโตะรีบกลับไปแจ้งกลุ่มผู้คุมสอบจูนินให้รีบกลับมาที่หมู่บ้านอย่างเร่งด่วนเนื่องจากรุ่นที่สามหายตัวไป แม้กระทั่งเอ็นบุคุ้มกันประจำตัวของโฮคาเงะก็เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในสำนักงานแห่งไฟ ดูท่าศพพวกนี้จะถูกอำพรางด้วยคาถาแปลกๆ

 

 

 

ตอนนี้จึงเหลือเพียงคาซึยะ และซึนาเดะที่ยังรอคอยอยู่ที่หมู่บ้าน ดูเหมือนน้าสาวจะหัวร้อนน่าดู ไม่รู้ว่าเธอไปเสียปาจิงโกะมาหรือยังไง เธอทำแผลให้เขาแบบไม่มีการเบามือเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

"ถ้าไม่ได้เธอกับมินาโตะก็ไม่รู้เลยว่าหมู่บ้านจะเป็นยังไง"

 

 

 

"เพื่อหมู่บ้านและชื่อเสียงของเซ็นจูและอุจิวะผมยินดีเสียสละ"คาซึยะยืดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความขี้เล่น

 

 

 

โป้กกกก~!

 

 

 

"หึ~ ให้มันน้อยๆหน่อย เอาละแล้วคาสุมิกับชิซุยละ"

 

 

 

"อูย~บ้านฮินะครับ"

 

 

 

ซึนาเดะพยักหน้าและทำท่าจะเดินจากไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเดินเธอก็หยิบบางสิ่งในกระเป๋าและเดินเข้ามาสวมมันไว้ที่คอของเขา พอเห็นสิ่งนี้คาซึยะเจ็บศีรษะก็แปลกใจ เขาไม่คิดว่าน้าจะมอบสร้อยผนึกของรุ่นที่หนึ่งให้กับเขาแบบนี้

 

 

 

"ฉันหวังว่าเธอจะเป็นแบบนี้เสมอนะ คาซึยะ"

 

 

 

ซึนาเดะยิ้มบางๆ พร้อมส่งมือมาขยี้ผมของหลานชายคนโปรดของเธออย่างหมันเขี้ยว ก่อนจะเดินมุ่งไปที่บ้านฮิวงะเพื่อไปคุ้มกันหลานสาวตัวน้อยของเธอ และพอซึนาเดะจากไปเขาก็เริ่มถูกล้อมโดยชาวบ้านและเด็กๆที่ส่งเชียร์ดังลั่น

 

 

 

ยกยิ้มให้กับชาวบ้าน แต่ภายในใจกลับรู้สึกแย่และรู้สึกผิดหวังกับตัวเองแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่เขาทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า เขาควรช่วยเหลือยัยนั่นจากแผนการของปู่ทวดหรือไม่ 

 

 

 

นึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งทั้งที่ในใจกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ความเศร้า ไร้จุดหมาย เหมือนเธอต้องการใครสักคนมาช่วยชี้นำเธอ ถ้าเขาเลือกที่จะช่วยเหลือเธอในวันนั้น...

 

 

 

'เรื่องแบบวันนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ขอโทษอาซามิ ทุกสิ่งทุกอย่างมันคือบาปของฉันเอง!'

 

 

 

แม้ในขณะที่เขาเดินจากไปจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มให้แก่ชาวบ้านและนินจาคนอื่นๆ แต่ถ้าคนสังเกตุมองเขาดีๆ จะพบว่ารอบกายของเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะความคึกคะนองของเขา กลับเือกที่จะละทิ้งความรู้สึกบางส่วนของมนุษย์ไป

 

 

 

ตอนแรกเขาคิดจะไปสังหารเธอก่อนค่อยทำลายอุกกาบาตแต่พอเห็นทุกสิ่งภายในตัวของเธอเขาก็หยุดความคิดนั้น แถมเขายังหวังให้เธอดำเนินแผนการก่อตั้งแสงอุษาชุดที่สองและรวบรวมสัตว์หางต่อไปแม้ทุกคนจะเสี่ยงอันตรายไปด้วยก็ตาม! เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์ทั้งที่มีแสงแดด

 

 

 

'ถ้ายังปล่อยให้ผนึกบนดวงจันทร์อ่อนกำลังลงไปทั้งแบบนี้ สุดท้ายครอบครัวของฉันไม่สิแม้แต่คนบนโลกทุกสรรพสิ่งก็จะตายกันทั้งหมดอยู่ดี'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น