Yoyuto
email-icon facebook-icon

ฝากผลงานยูไว้อ้อมอกผู้อ่านทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านด้วยนะฮับขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน

[CONTENTS 1 ปฐมบทฆาตกร (1.3)]

ชื่อตอน : [CONTENTS 1 ปฐมบทฆาตกร (1.3)]

คำค้น : คดีพิศวงฆาตกร(โรคจิต)ต่อเนื่อง อาชญากร20+ พระเอกโรคจิต รวมคนโรคจิต

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2562 21:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[CONTENTS 1 ปฐมบทฆาตกร (1.3)]
แบบอักษร

"อือ..ปวดท้ายทอย..ที่นี่คือ" จางซอกค่อยๆลืมตาขึ้นปรับโฟกัสกับภาพตรงด้านหน้าเขาอย่างช้าๆมึนงงไม่ทันที่เขาจะให้ระบบประสาทในการมองเห็นของเขาเข้าที่ได้ดีเขาต้องตื่นสะดุ้งสุดตัวกับของเหลวหนืดๆกลิ่นคาวอย่างรุนแรงสาดเข้าที่ใบหน้าเขากลิ่นเหม็นคาวของมันชวนอ้วกเสียจริง 

"เอ้า..ตื่นได้แล้วคุณชายหมดเวลาบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำถือถังที่บรรจุด้วยเลือดคนที่เข้าพึ่งไปรีดมาก่อนหน้านี้สาดเข้าไปที่หน้าของจางซอกเพื่อปลุกเขาให้ตื่นเต็มที่ก่อนจะวางถังลงเดินเข้าไปยืนตรงด้านหน้าจางซอกในระยะประชันชิด 

"อึก..แค่ก..ไอ้เxี้ยมึงเอาเลือดสาดหน้ากูทำไม!" จางซอกสบถคำหยาบด้วยความโมโหแต่ภายในใจเขายังรู้สึกสับสนวิตกกังวลอยู่ก็ตามรีบสะบัดใบหน้าของเขาทันทีเพื่อไม่ให้เลือดที่ไหลย้อยเต็มใบหน้าเขามันไหลเข้าไปที่ปากกับตาที่เขาหุบปากกับตาเเถบไม่ทันกับการกระทำของคนวิปริตด้านหน้าน้ำเลือดข้นหนืดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเขาเต็มไปหมด 

"คิก..คิก..ก็ผมปลุกให้ตื่นไงพอตื่นมาก็ด่ากันเลยนะคุณสารวัตรจางซอก"  

"มึงเป็นใคร!ที่นี่ที่ไหน!ทำไมสภาพกูถึงเป็นแบบนี้!!มึงรู้ได้ไงว่ากูเป็นใคร!!"  

จางซอกเขามองไปรอบๆด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสภาพเขาในตอนนี้คือถูกมัดนั่งติดเข้ากับเก้าอี้ไม้ทั้งแขนสองข้างรวมถึงขาสองข้างลำตัวด้วยจนดิ้นขยับไม่ได้บรรยากาศรอบๆเขามองมันโดยรวมไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แต่ก็พอรู้ว่ามีอะไรอยู่ใกล้เขาบ้างเพราะหลอดไฟที่มันกระพริบถี่ไปมาจนเวียนหัวตาลายอีก 

"แหม่..ใจเย็นตื่นขึ้นมาได้ก็ร่ายซะยาวเหยียดเชียวนะสารวัตรไม่ต้องกังวลไป"  

จางซอกเขาจ้องมองไปยังบุคคลที่อยู่ด้านหน้าเขาด้วยสีหน้าโกรธแค้นไอ้คนที่มันสาดเลือดใส่เขาตรงหน้านี้มันสวมหน้ากากผ้าสีดำคลุมไว้ทุกส่วนของหัวมีช่องให้เห็นแค่ตากับตรงปากมีซิปรูดไว้เปิดแต่ตอนนี้มันถูกปิดไว้อยู่เป็นผู้ชายที่รูปร่างสูงใส่ชุดเหมือนนักบวชคาทอลิกสีดำ เขายังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเป็นใครหรือต้องการอะไรจากเขากันแน่แต่ในใจลึกๆของเขาคิดไว้ว่ามันคือฆาตกรที่เขาตามทำคดีของมันมาตลอดแน่ๆแต่เขาก็ยังจะเลือกที่ถามย้ำมันเหมือนเดิม 

"ไอ้เxี้ยนี่มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้!" 

"คุณสารวัตรจางซอกถ้าผมปล่อยคุณผมก็โง่เต็มกลืนแล้ว หึ หึ ว่าแต่ไม่สงสัยบ้างหรอทำไมผมถึงรู้ว่าคุณเป็นใคร..คิก คิก"  

ไอ้โรคจิตนี่มันกวนประสาทกันชัดๆ 

"กูไม่อยากรู้!มึงไปตายซะไอ้เxี้ย!บัดซบ!" 

จางซอกด่าทอออกไปด้วยความเดือดดาลถุยน้ำลายใส่คนด้านหน้าจนน้ำลายเขากระเด็นไปถูกหว่างขาของชายตรงด้านหน้าจากตอนแรกชายสวมหน้ากากผ้าสีดำมีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นสายตาอำมหิตขึ้นมาทันที 

"น้ำลายมันเป็นสิ่งที่สกปรกไม่ควรจะถุยรดใส่คนที่ยังไม่รู้จักกันสิมารยาทก็มีสอนอยู่!"  

 

ผัวะ! 

 

สิ้นเสียงคำพูดชายสวมหน้ากากผ้าสีดำเขาก็ซัดหมัดไปที่ใบหน้าของจางซอกด้วยมือข้างเดียวของเขาอย่างเเรงจนใบหน้าชายหนุ่มสะบัดไปตามน้ำหนักแรงหมัด จางซอกไม่ทันได้ตั้งตัวกระการกระทำของคนด้านหน้าเขาถูกต่อยเข้าที่หน้าอย่างจังและเเรงมากจนฟันกรามด้านในโยกกร่อนเหมือนจะหักทันทีกระพุงแก้มแตกปริเลือดคละคลุ้งไปทั่วปากเขา นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่เคยโดนคนอื่นต่อยเขาจนแถบจะลืมความรู้สึกเจ็บปวดแต่วันนี้กลับมาอีกครั้งโดยที่เขาเป็นคนโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว จางซอกเขาก้มหน้าลงอย่างคนเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ 

 

ถุย! 

 

"...." 

"ตายจริงขอโทษทีพอผมโมโหก็จะรุนแรงไปหน่อย" ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำฉายแววตาหดหู่อย่างสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาทำไปก่อนหน้านี้ 

"เอาล่ะผมคงเล่นมากไปเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า" น้ำเสียงชายสวมหน้ากากผ้าสีดำเริ่มจริงจังขึ้นมาทันที 

"นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณเป็นใครมือถือสีดำเครื่องนี้ไงล่ะ"  

ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำชูมือถือจางซอกไปไว้ตรงด้านหน้าจางซอกจางซอกเขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองตามน้ำเสียงคนด้านหน้ากล่าวเขาก็ต้องเบิกตากว้างทันทีหัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่มทันทีกับข้อความพิมพ์ไว้แล้วที่มันขึ้นโชว์จากตรงหน้าเขา ใช่แล้วล่ะมือถือตรงหน้าเขามันคือมือถือเขาเองและมีข้อความที่เขาเป็นพิมพ์ค้างไว้ว่าจะส่งให้น้องเขาแต่ก็ไม่ส่งว่าจะลบทิ่้งแต่ข้อความที่มันถูกโชว์ให้เขาอ่านนี้ทำให้เขาเดือดดาลเหมือนคนจะเป็นบ้าที่สุด 

[ ข้อความ SMS จาก พี่ชายจางซอก 

วันนี้พี่ไม่ว่างมารับมีงานด่วนต้องทำน่ะวันนี้จะกลับดึกด้วยขอให้มินยองมาส่งที่บ้านนะเป็นห่วงอย่ากลับคนเดียวพี่รักน้องสาวพี่นะจุ๊บๆ]  

[กูเป็นคนกดส่งไปให้เองทำให้น้องมึงตายใจกับข้อความมึงพอมึงไม่ยอมกลับบ้านสักทีเดี๋ยวน้องมึงก็ต้องมาตามหา คิก คิกไม่ต้องห่วงว่าน้องมึงจะมาไม่ถูกกูเปิดGPSไว้ให้ด้วยล่ะตอนส่งข้อความไปกูรู้ว่าน้องมึงไม่โง่มันรักมึงจะตาย และอีกอย่างวันนี้น้องมึงต้องเป็นของกูจะดูแลให้ถึงเนื้อในเลยล่ะ หึ หึ] 

 

"ไอ้ระยำ!กูสาบานถ้ากูหลุดไปได้มึงต้องไม่ตายดีแน่!เxี้ย!กูจะกระชากหนังหน้าชั่วๆมึงให้ติดมือกูแน่!!" 

"ฮ่าๆๆหลุดให้ได้จากเชือกก่อนที่จะมาฆ่าผมนะสารวัตรฮ่าๆ!!" 

ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำเห็นปฏิกิริยาของคนด้านหน้าเขาออกมาถึงกับแผดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจกับข้อความที่เขาพิมพ์กระตุ้นชายตรงหน้าเขาได้เป็นอย่างดี ได้มองสีหน้าของเหยื่อที่อยากจะฆ่าถลกหนังหน้าเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ซึ่งเขาวางแผนไว้หมดแล้วช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ 

"มึงต้องการที่จะทำอะไรกันแน่เดอะแบล็คดาห์เลีย!!" 

"โฮ้วน่าดีใจนะเนี่ยในที่สุดคุณก็รู้จักผมสักทีสมกับเป็นคนที่ผมจับตามองจริงๆนึกว่าจะแกล้งโง่ไม่รู้จักผมซะอีก" 

"มึงหยุดพล่ามซักทีตอบให้ตรงคำถามกู!" 

"ไม่เอาน่าอย่าพึ่งทำหน้าเหมือนจะกินเลือดเนื้อกันสิที่ผมจับคุณมามัดแบบนี้ผมไม่ทำอะไรหรอกรอแค่ให้คนคนนั่นมาหาเอง" 

"อึก!ไอ้ระยำนี่!" 

"แต่ดูก่อนนะว่าถ้าเกิดผมเปลี่ยนใจอาจเป็นแบบชายหนุ่มที่นอนกองข้างคุณก็ได้นะ คิก..คิก" จางซอกก้มลงมองตามคำพูดของฆาตกรด้านข้างตัวเขามีศพเป็นผู้ชายที่เค้าคุ้นเคยมากที่สุดมองแปบเดียวเขาก็รู้เลยว่าชายหนุ่มนอนคว่ำหน้านั้นเป็นใคร 

 

เฮือก! 

 

"อะ...อ้ากก!!..วิลเลนน!!" 

"มันไม่จริงใช่ไหม!!ไม่..ไม่จริง!!"  

ชายหนุ่มแผดเสียงออกมาด้วยความตกใจสุดขีดแววตาสั่นเทาไปหมดระบบหายใจติดขัดไม่เป็นจังหวะท้องไส้ปั่นป่วนเจ็บจุกกับภาพที่เขาเห็นเป็นศพชายหนุ่มผมสีดำรูปร่างที่เขาคุ้นเคยสภาพทั่วร่างโดนเศษแผ่นไม้ปลักแทงทะลุไปทั่วร่างนอนจมกองเลือดวงกว้างขนาดใหญ่ ในตอนนี้สมองเขามันขาวโพลนไปหมดทั้งรู้สึกเสียใจโกรธกับภาพที่เขาเห็นน้ำตาใสๆเริ่มร่วงไหลมาทั้งสองข้างเขาขบกัดฟันดังกรอดตัวสั่นเทาจนเส้นเลือดบริเวณใบหน้าโผล่ขึ้นมาด้วยความเจ็บใจเคียดเเค้นกับสิ่งที่ไอ้ฆาตกรทำกับเพื่อนรักเขาน้ำตาเขายังคงไหลไม่หยุดหย่อนถึงเขาจะเจอสถานะการเหตุการณ์แบบนี้นับมาไม่ถ้วนแล้วก็เถอะจนเขาเฉยชากับมันไปแล้วแต่นี่มันเกินความสามารถที่เขาจะปกปิดมันไว้จริงๆ 

"......." 

"หึ..หึ..ถ้าคุณเชื่อฟังผมคุณไม่อาจต้องเป็นแบบนั้นก็ได้" 

"........"  

จางซอกเขาเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้ใดๆกับไอ้ฆาตกรด้านหน้าเพราะยิ่งพูดกับมันไปคงไม่มีประโยชน์อะไรยิ่งจะทำให้เขาสติแตกคนที่เขาอยากเจอมาตลอดในช่วงเช้านี้ก็นอนเป็นศพด้านข้างเขาแล้ว 

วิลแลนถ้านายไม่มาคนเดียวเลือกที่จะมากับฉันนายคงไม่ต้องมาตายแบบนี้บ้าเอ้ยบัดซบ!! 

จางซอกเขาเจ็บปวดทรมานทางจิตใจไม่น้อยกับสิ่งที่เขาเจออยู่เขาพยายามทำให้ตัวเองเข้มแข็งข่มความหวาดกลัวเสียใจไว้เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เขารอดไปจากตรงนี้ให้ได้ก่อนเพราะมีสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดกว่าชีวิตเขานั้นคือน้องสาวของเขาที่ฆาตกรมันเล็งไว้เป็นเหยื่อของมันที่มันเปรยไว้เป็นนัยๆแล้วว่าเธอจะมาที่นี่เขาต้องไม่ให้มันเกิดขึ้น 

ได้โปรดจูอึนเธออย่าตามหาพี่เลยได้โปรด 

"น่าเบื่อจังแฮะถ้าปกติผมคงเลาะฟันคุณเล่นแก้เบื่อไปแล้วล่ะนะแต่นี่คุณเป็นแขกคนสำคัญพิเศษมากๆของผมอ่ะนะถึงไม่ทำอะไร"  

ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำเดินเลาะหายไปในความมืดประเดี๋ยวเดียวในมือเขาก็ถือชุดที่ดูเหมือนเดสเกาะอกเจ้าสาวชายกระโปรงยาวลากพื้นออกมาสองชุดเป็นสีครามกับสีดำเดินมาหยุดตรงด้านหน้าจางซอกอีกครั้งพลางยกชุดทั้งสองขึ้นให้จางซอกมอง จางซอกมองดูกับการกระทำของคนด้านหน้าด้วยสีหน้ามึนงงสับสนไม่เข้าใจว่ามันเอาสิ่งนี้มาให้เขาดูทำไม 

"มึงเอาชุดนี้มาให้กูดูทำไม" 

"ช่วยเลือกหน่อยสิสีไหนสวย.." 

"สีที่สวยสำหรับกูคือสีเลือดชั่วๆที่โดนมีดกูปักขั้วหัวใจมึงออกนั่นแหละที่สวยที่สุดสำหรับกู!" 

"หึ..หึ..ปากดีจังนะพี่เขย" 

"เอาเป็นว่าสีครามสวยล่ะนะ" 

"มึงอย่าสำคัญตัวเองไปไอ้โรคจิตวิตถาร!ไปลงนรกซะ!แล้วอย่าเรียกกูด้วยสรรพนามนั้นกูไม่มีวันจะเป็นพี่เขยมึง!!" 

"แล้วมาคอยดูกันใครมันจะลงนรกก่อนกัน จะต้อนรับดูแลน้องสาวนายอย่างดีเลยครับพี่เขย หึ..หึ" ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำหัวเราะหึในลำคอกับคำที่จางซอกตอบเขามา เขากลับสะทกสะท้านไม่เขากลับสนุกมากกว่าที่ปั่นประสาทชายหนุ่มตรงด้านหน้า 

"ยะ..อย่าบอกนะว่าที่มึงเลือกชุดนั่นมึงจะทำอะไรน้องกูกันแน่!!ปล่อยกูนะไอ้ชาติชั่ว!!" 

"เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำเป็นคิดไม่ได้นะพี่เขยพึ่งมาคิดเอาได้ตอนนี้ หึๆ" 

"ไว้รอลุ้นเอาเองล่ะกันขอไปเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อน" 

"กูจะฆ่ามึงไอ้สารเลว!!"  

ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำหัวเราะหึในลำคอถือชุดทั้งสองพาดไปที่บ่าค่อยๆเดินหายไปในความมืดเปิดประตูออกไปจากห้องนั้นปล่อยให้จางซอกตะเบ่งเสียงตะโกนไล่หลังเขาอย่างคนสติแตก จางซอกเขาส่ายหน้าไปมาไม่อยากจะยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือกที่มันพันธะนาการเขาไม่ต่างกับมัดสัตว์ที่รอโดนเชือดแสดงสีหน้าออกมาได้อย่างน่าเวทนา 

"ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!!จูอึนอย่ามาที่นี่ได้โปรด!!จูอึน!!พี่ไม่อยากเสียเธอไปอีกคน!!" 

 

ณ คอนโดมิเนียมKCCเมืองชูวอน 

 

"งื้อ..น้องหมาน่ารักมากกตัวนุ่มนิ่มอ้วนตุ้ยนุ้ยอยากไปอีกจัง"  มินยองเพ้อไปด้วยสีหน้าที่มีความสุขสุดๆพลางหลับตาเคลิ้มลอยกับความคิดเขา 

“เฮ้อไม่เคยเบื่อเลยหรอไงไปเกือบทุกวัน” จูอึนถอดหายใจหน่อยๆพลางส่ายหัวหน่อยๆกับท่าทางกิริยาของมินยองที่ยังคงเหมือนเดิมและยังขัดกับหน้าเขาอีกเช่นเคย 

“ม่ายยนั่นคือฮาเร็มสรวงสวรรค์ของฉันเลยนะจะเบื่อได้ไง” 

“เออเอาเถอะงั้นฉันไปก่อนนะขอบคุณสำหรับวันนี้ที่มาส่ง” จูอึนเธอไม่อยากจะโต้เถียงกับมินยองแล้วเธอส่งยิ้มอ่อนให้เขาแล้วเปิดประตูรถลงไป 

“อ่า..อย่ากังวลไปเลยเดี๋ยวเฮียจางแกก็กลับมาหรอกแต่คงดึกหน่อยถ้าเหงาก็หาอะไรทำรอเฮียจางไปก่อนนะ” 

“อื้มเข้าใจแล้วไปเถอะเดี๋ยวนายเข้าถ่ายแบบช้านะ” 

“อ่า..ไว้ทำงานเสร็จจะโทรหานะ” 

“โอเคร”  มินยองโบกมือลาให้จูอึนกระจกบานประตูตัวรถสปอร์ตค่อยๆเคลื่อนตัวปิดจนไม่เห็นตัวมินยองจูอึนเธอยังคงโบกมือให้กับมินยองก่อนรถสปอร์ตคันหรูจะแล่นหายไปจากสายตาเธอ เธอค่อยๆลากสังขารที่ดูจะไม่มีชีวิตชีวาของเธอขึ้นไปยังห้องของเธอ 

 

แกร่ก.. 

 

เสียงเปิดไฟในห้องดังขึ้นจากมือของเธอเอื้อมไปเปิดมันสว่างวาบในทันทีภาพตรงด้านหน้าเธอก็ยังคงเป็นแบบเดิมเหมือนทุกๆวันบรรยากาศในห้องดูเงียบเหงาภายในห้องถูกแต่งเเต้มสีสันโทนส้มพีชที่ดูอบอุ่นเป็นสีโปรดพี่ชายเธอคอนโดห้องของเธอกับพี่ชายก็ไม่ได้ดูหรูเกินไปดูพอดีกว้างน่าอยู่อุปกรณ์ข้าวของก็ทันสมัยอำนวยความสะดวกทุกอย่างสมกับคอนโดหรูที่สุดในชูวอน จูอึนมองไปรอบๆด้วยแววตาที่คาดอารมณ์ไม่ได้ว่าเธอสื่อออกมายังไง 

“เฮอะ..เหงาอีกแล้วในรอบหนึ่งปีล่าสุดสินะ”  

จูอึนยิ้มบางๆให้กับคำพูดที่เธอเอ่ยออกมาก่อนจะไปจัดการกิจวัตรประจำในตอนค่ำเหมือนทุกๆวันที่เธอทำจนเป็นกิจวัตรไปแล้ว จูอึนเธอเดินมานั่งโซฟาเปิดทีวีจอแบนขนาดใหญ่เพื่อจะหาอะไรดูคลายเหงาจูอึนมองไปที่นาฬิกาแขวนไว้ตรงมุมห้องดูเวลาที่มันยังเดินต่อไปด้วยความรอคอยและหวังเหมือนเด็กน้อยที่รอให้พ่อแม่กลับมาจากที่ทำงานด้วยความเหงาที่เข้ามากัดเซาะหัวใจดวงน้อยๆนี้ 

[ เวลา 20.00 น. ] 

จูอึนกำชับกอดตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีเหลืองตัวใหญ่ที่ได้เป็นของขวัญจากพี่ชายของเธอไว้แน่นราวกับว่ามันจะหายไปแววตาของเธอตอนนี้ดูเศร้าสร้อยเหลือเกินจูอึนหยิบมือถือเปิดดูข้อความที่จากซอกส่งไว้ 

“เฮ้อ..เลิกคิดมากสักทีเดี๋ยวพี่จางก็กลับมาแล้วอดทนหน่อยสิจูอึน”  

จูอึนถอดหายใจแล้วหายใจอีกกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่เธอปิดมือถือลงวางมันไว้ตรงโต๊ะรองขาด้านหน้า เธอรู้สึกง่วงขึ้นมาหาวไปรอบหนึ่งหญิงสาวค่อยๆโน้มตัวนอนลงขดเหมือนทารกที่อยู่ในครรภ์แม่ค่อยๆข่มตาหลับลงอากาศในห้องกำลังอุ่นสบายจากเครื่องปรับอากาศโดยที่อากาศภายนอกหนาวเย็นยะเยือก เสียงรายการจากทีวีที่จูอึนเปิดทิ้งไว้ยังคงดังเจื้อยแจ้วในท่ามกลางการหลับใหลของหญิงสาวที่ดูโดดเดี่ยวเหงาคนนี้ 

 

“จูอึนหนีไปอย่ามาที่นี่อีกได้ยินไหม!” 

“พะ..พี่จางทำไมพี่ถึงวิ่งหนีหนูพี่จะไปไหน! ฮึก..ฮือ..”   

หญิงสาวเริ่มร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินประโยคจากผู้ที่เธอเรียกว่าพี่ชายพลางวิ่งตามเขาที่วิ่งยังไงก็ตามไม่ทันตัวเขาค่อยห่างไกลไปจากตัวเธอเรื่อยๆหญิงสาวพยายามเอื้อมมือไปเพื่อคว้าแขนเขาไว้แต่ก็ไม่ถึงยิ่งพยายามเข้าไปหาตัวเขายิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ 

“ไม่อย่าตามพี่มาพี่บอกให้หนีไปไงจูอึนไปสิ!!” 

“ไม่พี่อย่าทิ้งหนูไปนะหนูกลัวที่นี่มันมืดมาก!!ฮึก..ฮือ..” 

“พี่จาง!!”  

พอเธอกำลังเอื้อมมือไปเพื่อจะคว้าพี่ชาย เธอก็ต้องตาเหลือกตกใจสุดขีดกับสิ่งที่โผล่มาจับมือเธอไว้แทนเป็นชายลึกลับสวมหน้ากากผ้าสีดำที่ดูหน้ากลัวสุดๆสายตาเขาดูเหมือนปีศาจร้ายน้ำเสียงเย็นยะเยือกกล่าวออกมา 

“หึ..หึ..เธอจะหนีไปไหนแม่นางฟ้าของฉันเธอไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอก!!” 

 

 

เฮือก..แฮ่ก...แฮ่ก..ตึกตัก..ตึกตัก... 

 

จูอึนเธอลืมตาตื่นดีดสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวทันทีกับสิ่งที่เธอเห็นน้ำตายังคงไหลเปรอะใบหน้างามของเธอไม่หยุดเสียงเต้นของหัวใจยังคงดังเป็นจังหวะถี่รัวด้วยความหอบตกใจจากสิ่งที่เธอพึ่งฝันเห็น 

มันคือฝันหรอทำไมมันดูเหมือนจริงมากๆเลย 

สิ่งที่เธอพึ่งเจอมานั้นมันคือฝันร้ายที่สุดที่เธอพึ่งเคยเจอมาเธอนั้นงีบไปได้นานพอสมควรที่จะฝันได้ 

“ฝันแบบนี้ไม่ดีแน่พี่จาง!” จูอึนพอเธอเริ่มตั้งสติได้เธอรีบกดมือถือโทรหาพี่ชายของเธอทันทีด้วยความร้อนรนเหมือนไฟแผดเผาในใจเธอ 

“ตื๊ด..ตื๊ด..ขอโทษค่ะหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้กรุณาฝากข้อความเสียงไว้ค่ะ” 

“พี่จางทำไมปิดเครื่องกัน..”  

จูอึนเธอเริ่มเนื้อตัวสั่นยิ่งกระวนกระวายมากกว่าเดิมที่พี่ชายของเธอปิดเครื่องเธอกลัวเหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่าเหมือนกับฝันร้ายนั้นจูอึนเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนเรือนเดิมที่เวลาตอนนี้มันบ่งบอกได้แล้วว่าพี่ชายของเธอยังไม่กลับมาเลยทั้งที่เวลานี้เขาจะต้องถึงห้องได้แล้วถ้ามันดึกของเขาก็ไม่เกินสามทุ่มแต่นี่ไม่ใช่ 

[ เวลา 22.15 น. ] 

“พี่จางทำไมพี่ยังไม่กลับมานะ..”  

จูอึนเธอเริ่มใจหายกว่าเดิมอีกที่ดูเวลาเสร็จในตอนนี้ความกลัวเริ่มถาโถมมาที่เธออย่างอดไม่ได้เธอกำลังเหมือนคนที่กำลังจะเป็นบ้ากับสิ่งที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยความฝันนั้นยิ่งหวนกลับมาตอกย้ำน้ำตาเธอเริ่มไหลออกมาในอีกทันทีจากตอนแรกที่มันแห้งไปแล้วสิ่งเดียวที่เธอคิดได้ตอนนี้คือ มินยองเพื่อนของเธอ เธอต้องโทรหาเขาแล้วเล่าเรื่องนี้ให้เขาช่วย 

“ตะ.ต้องโทรหามินยอง..ขอให้เขาช่วย” น้ำเสียงเธอยิ่งเครือสั่นหนักกว่าเดิมใครจะว่าเธอเป็นกระต่ายตื่นตูมก็ว่าไปเธอคงไม่สนใจในขณะนี้หรอกเพราะสติเธอเริ่มจะบ้าเพราะห่วงพี่จางซอกของเธอมากๆเลยในตอนนี้ 

 

“เอาล่ะ!เลิกถ่ายได้ครับเสร็จแล้วครับขอบคุณที่ทุกคนทำงานเหนื่อยนะครับ!” เสียงตากล้องหนุ่มดังขึ้นพร้อมผู้คนในที่นี้เก็บอุปกรณ์ฉากถ่ายพรอพต่างๆ 

“ครับ/ค่ะ” เสียงหนุ่มๆ4คนและอีก3สาวผสานเสียงดังขึ้นในสตูดิโอถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อกันหนาวที่แห่งนี้ซึ่งในตอนนี้ได้ถ่ายจบลงแล้ว 

“ขอทางหน่อยครับ” 

ปานนี้ยัยนั้นคงรอแย่ 

 มินยองเขารีบปลีกตัวออกมาจากฝูงกลุ่มชนทันทีที่มารุมล้อมหลังจากพวกIdolถ่ายแบบเสร็จเขามุ่งตรงมายังมุมห้องพักส่วนตัวมาเปิดมือถือเพื่อโทรหาเพื่อนรักเขาตามที่เขาสัญญาเธอไว้ด้วยสีหน้าร่าเริงจากตอนแรกตึงเครียดกับงานถ่ายตลอดชั่วโมงเขาไม่ทันที่จะกดโทรหาจูอึนเขาก็ต้องแปลกใจที่จูอึนดันโทรมาหาเขาก่อน เขารีบกดรับสายทันที 

[ฮัลโหล..งานเลิกพอดีเลยกะว่าจะโทรหาพอดีไหงโทรมาหาเองเลยล่ะปกติเธอจะให้ฉันโทรไปหานิ] 

[มะ..มินยองช่วยฉันด้วยพะ..พี่จางเขายังไม่กลับห้องมาเลย!]  มินยองได้ยินประโยคนั้นจากจูอึนเขาถึงกับตกใจกับน้ำเสียงจูอึนที่เธอดูร้อนรนจนเขารู้สึกไม่สบายใจไปด้วย 

[เฮ้ๆใจเย็นๆก่อนไม่ใช่เฮียจางแกยังทำงานอยู่สถานีรึเปล่าอย่าพึ่งร้อนรนไปจูอึน] มินยองพยายามพูดปลอบจูอึนให้เธอใจเย็นลง 

[ฉันโทรไปหาพี่เขาทำไมปิดเครื่องล่ะ!ปกติพี่จางเขาไม่เคยจะปิดมือถือกับไม่กลับดึกขนาดนี้นะ] 

[เฮียจางแกอาจแบตหมดก็ได้อย่าคิดมากและเขาอาจจะยังไม่เสร็จงานก็ได้คนเราไม่มีเวลางานที่ตายตัวแน่นอนหรอกนะ] 

[แต่ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยมินยองฉันฝันร้ายถึงพี่จางด้วยฉันควรจะทำยังไงดี..ฮึก] มินยองเขาเริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่จูอึนเอ่ยออกเขานิ้วหน้าคิ้วขมวดเข้ากันทันทีเม้มริมฝีปากเข้าหากันก็จริงอย่างที่จูอึนว่าแหละจางซอกเขาไม่เคยกลับบ้านดึกขนาดนั้นดึกของเขาก็สามทุ่ม 

[ฉันอยากเจอพี่จางฉันอยากรู้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา..ฮึก...] 

[อย่าร้องไห้เลยจูอึนเดี๋ยวฉันพาไปหาเฮียจางที่สถานีก็ได้เฮียแกต้องอยู่ที่นั่นแหละไม่หายไหนหรอก] มินยองรีบบอกจูอึนคิดในแง่บวกไว้ก่อน 

[อื้ม..] 

[ค่อยๆคิดทำใจให้สงบนะอย่าพึ่งฟุ่งซ่านเดี๋ยวฉันจะรีบไปรับโอเครนะ] 

[อื้ม..รีบมานะมินยองฉันจะรอ..ตื๊ด!]  

พอจูอึนวางสายไปมินยองเขารีบเก็บข้าวของทันทีเปลี่ยนชุดถ่ายแบบออกไปใส่เสื้อฮูดสีดำกับกางเกงวอมเดินออกไปจากที่นี่ด้วยความร้อนรนตัวเขานั้นไม่ต่างอะไรกับจูอึนเขาเป็นห่วงเธอมากๆไหนจะเฮียจางเขาด้วยเขารีบมากจนเดินไปชนเข้ากับidolหญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เธอกำลังเดินดูตารางงานถ่ายแบบของเธอพรุ่งนี้เข้าอย่างจังด้วยความสูงของเขาที่สูง185ซม.ทำให้เขาไม่เป็นอะไรเลยเหมือนมีอะไรมาสะกิดเบาๆที่แผงอกเขาจากการเดินชนกับคนด้านหน้าแต่หญิงสาวที่ถูกชนหน้าเธอกระแทกเข้ากับใต้แผงอกเต็มๆถึงกับหงายหลังล้มก้นจ้ำกับพื้นเกิดเสียงดัง 

 

ตุบ! ปั้ก! 

 

โอ้ย!เจ็บๆดั้งจะหักไหมเนี่ยฉันไหนจะตูดอีกโอ้ยๆ” หญิงสาวบ่นอุบอิบลูบไล้บริเวณจมูกของเธอด้วยความเจ็บกับสิ่งที่เธอชนเข้าไหนจะก้นกระแทกพื้นอีกหญิงสาวคิดว่าเธอคงเดินชนเข้ากับกำแพงแน่ๆ 

“อ่ะ!พี่ขอโทษมุชิระซัง!เจ็บมากไหมครับ!”  

มินยองเขารีบถลาเข้าหายื่นมือให้หญิงสาวที่เขาเรียกชื่อเธอว่ามุชิระหล่อนเป็นIdolเหมือนเขาวันนี้มาเป็นนางแบบถ่ายงานในคืนนี้เหมือนมินยองนั่นเองเธออายุน้อยกว่าเขา2ปีด้วยสีหน้าแตกตื่นเพราะตัวเขานั้นเป็นคนเดินชนหล่อนเองอย่างจังด้วยความรีบร้อนของเขาไม่ทันได้สังเกตุว่ามีคนเดินสวนทางกับเขามาด้วยมุชิระเเธอได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีใบหน้าที่ดูน่ารักเริ่มขึ้นสีแดงเหมือนลูกมะเขือเทศทันทีโดยที่เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นไปพบกับเจ้าของเสียงนุ่มนวลนั้น ตัวเธอช่างรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูกที่ตัวเองต้องมาชนเข้ากับคนที่หัวใจดวงน้อยนั่นหวั่นไหว 

ดาเมจออร่าความหล่อช่างรุนแรงอะไรขนาดนี้ 

"อะ..เอ่อหนูไม่เจ็บหรอกค่ะรุ่นพี่"  

มุชิระค่อยๆเงยหน้าสบตากับมินยองด้านหน้าก่อนจะจับมือที่มินยองยื่นไว้ให้เธอลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหวานให้กับมินยองว่าเธอไม่เป็นอะไรมากตามที่เธอพูด ทั้งที่ในใจเธอนั่นก่นด่าตัวเองเป็นว่าเล่นว่าเจ็บขนาดไหนแต่ก็ต้องทนไว้เพราะคนด้านหน้าคือรุ่นพี่ที่เธอปลื้มมากๆจะมาสำออยให้เขาเห็นไม่ได้ถึงมันจะเป็นโอกาสเรียกร้องให้เขาสนใจมากขึ้นก็ตามแต่นั่นไม่ใช่ทางของเธอ 

"ว่าแต่พี่เจ็บตรงไหนไหมค่ะหนูต้องขอโทษด้วยนะคะที่เดินไม่ดูทาง"  

"พี่ไม่เป็นอะไรหรอก" 

"ยังไงพี่ก็ต้องขอโทษด้วยนะที่รีบเดินไม่ดูทางจนต้องมาชนเธอล้มมันไม่ใช่ความผิดเธอเลย" มินยองส่งยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อได้ยินประโยคคำพูดของสาวน้อยตรงด้านหน้าเขาบอกมาว่าตัวเธอนั่นไม่เป็นอะไรมากกับการกระทำที่ประมาทของเขาเขารู้สึกโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกทันที 

ค่อยยังชั่วนึกว่ามุชิระซังจะบาดเจ็บหนักซะแล้วล้มเสียงดังขนาดนั้น  

"รุ่นพี่จะกลับแล้วหรอค่ะ" 

"ครับพอดีมีธุระด่วนต้องทำต่อน่ะครับพี่ไปก่อนนะเราดูแลตัวเองดีๆล่ะพี่เป็นห่วงนะ" 

ตึกตัก..ตึกตัก..พี่เขาเป็นห่วงเราด้วยกรี๊ดใจฉัน 

"อะ..อ่ะค่ะเดินทางปลอดภัยนะคะรุ่นพี่" มุชิระหน้ายิ่งขึ้นสีเเดงระเรือไปอีกกับคำพูดของมินยองและการกระทำของเขา มินยองลอบหัวมุชิระอย่างอ่อนโยนแผ่วเบากับสายตาคู่นั้นที่มองเธอด้วยความละมุนละไมก่อนจะบอกลาเธอเเดินหายไปจากเธอทันทีปล่อยให้หญิงสาวตัวเล็กน่ารักยืนเคลิ้มอยู่กับห่วงความฝันสัมผัสที่ชายหนุ่มเมื่อครู่มอบให้เธอไว้ต่อไป 

"อร๊าย..รุ่นพี่ช่างหล่อสมบูรณ์แบบอะไรขนาดนี้" 

"ไม่ต้องกังวลนะจูอึนฉันจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ" 

. 

. 

. 

 

"หื้อ..สารวัตรจางซอกออกไปตั้งแต่เช้าแล้วหรอครับ" 

"ใช่ครับสารวัตรเขาฝากงานให้จ่าแซฮีไว้เสร็จแล้วรีบออกไปทันทีเลยครับ" 

มินยองทวนคำตอบของตัวเองทันทีที่ได้ยินคำตอบจากพนักงานตำรวจที่นั่งรอรับแจ้งความภายในหน้าสถานีที่เขาและจูอึนยืนรอคำตอบอยู่ จูอึนได้ยินคำตอบจากพนักงานตำรวจ หญิงสาวโพล่งถามไปด้วยความวิตกกังวล 

"แล้วพี่จางเขาได้บอกไว้ไหมค่ะว่าเขาจะไปไหน!"  

"อันนี้ผมไม่รู้เหมือนกันนะครับพวกคุณต้องลองถามจ่าแซฮีดูครับ"  

"ครับขอบคุณครับ" มินยองกล่าวขอบคุณเขาก่อนจะหันไปหาจูอึนเพื่อพูดกับเธอให้ทำใจร่มๆไว้ก่อนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา สีหน้าของจูอึนในตอนนี้ดูแทบไม่ได้เลยเธอเหมือนคนกำลังจะสติแตกกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นี้ได้ทุกเมื่อเลยน้ำตาเปรอะเต็มใบหน้าไหนจะผมยุ่งไม่จัดทรงอีก 

"ใจเย็นก่อนจูอึนเดี๋ยวเราเข้าไปข้างในถามพี่แซฮีดูนะพี่เขาคงรู้แหละแน่ว่าเฮียจางไปไหน" มินยองเขาอดที่จะทำหน้าเศร้าไม่ได้ที่มองดูสภาพจูอึน ณ ตอนเขาเอื้อมมือไปจับบ่าจูอึนไว้ 

"ฮึก..ฉันกลัวเหลือเกินว่าพี่จางจะจากฉันไปมินยอง.." 

"เฮ้ย!เธอพูดอะไรออกมาอย่างนั้นไม่สิริมงคลเลยจูอึนใจเย็นสิอย่าฟุ่งซ่าน" 

"อ้าวพวกเธอมาทำอะไรที่สถานีตำรวจล่ะเนี่ยจูอึนมินยอง?" 

"พี่แซฮี!" ทั้งจูอึนและมินยองประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกันเรียกชื่อตำรวจสาวที่พวกเขาทั้งสองกำลังจะเดินเข้าไปหาเธอแต่เธอดันเดินออกมาจากประตูข้างในได้จังหวะพอดีเสียก่อน 

"นานๆทีได้เห็นจูอึนมาที่นี่นะเนี่ยเดี๋ยวนี้สวยขึ้นเป็นกองเลยนะเราแล้วไหนจะมินยองอีกยังหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ" แซฮีเธอฉีกยิ้มสดใสพูดติดยิ้มหน่อยชื่นชมหญิงสาวชายหนุ่มที่ยืนขว้างทางด้านหน้าเธอ 

"พี่แซฮีมันไม่ใช่เวลามาชมกันนะครับ" 

"อ้าวทำไมล่ะ?" 

"พี่จางเขายังไม่กลับห้องเลยค่ะพี่แซฮี..." จูอึนเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มดูสั่นเครือกำมือถือไว้ในมือเเน่น 

"ห๊า?!..สารวัตรจางซอกน่ะหรอยังไม่กลับเขาฝากงานพี่เสร็จก็ออกไปจากที่นี่ตั้งแต่เช้าแล้วนะ" 

"แล้วเฮียแกได้บอกไว้ไหมครับว่าจะไปไหน?" 

"อื้อ..ไม่ได้บอกไว้นะปกติสารวัตรแกก็ไม่เคยบอกว่าจะไปไหนด้วยนี่สิ" แซฮีตอบพลางกอดอกส่ายหน้าไปมากับคำตอบของเธอก็ใช่น่ะสิสารวัตรจางซอกเคยบอกผู้ช่วยแซฮีคนอย่างเธอซะที่ไหนว่าเขาจะไปที่แห่งใดบอกแค่ว่าไปทำธุระเรื่องอื่นทุกครั้ง 

"...." 

"สารวัตรจางซอกเดี๋ยวแกก็กลับห้องหรอกเขาคงติดธุระที่อื่นอยู่น่ะ จูอึนอย่ากังวลไปนะสาวน้อยแล้วเวลาการทำงานของคนเรามันไม่ตายตัวนะไม่รู้แน่นอนหรอกว่าเราจะทำงานของเราได้เสร็จทันเวลาไหมบางทีก็ไม่ตรงตามเวลาหรอกนะ" แซฮีลูบหัวจูอึนด้วยแววตาที่อบอุ่นให้จูอึนคลายกังวลสีหน้าของหญิงสาวในสายตาเธอนั้นช่างน่าสงสารเหลือเกินเพราะเธอก็พอรู้ว่าจูอึนเธอติดหนึบกับพี่ชายเธอขนาดไหน 

"....." 

"เอาล่ะมีอะไรให้พี่ช่วยก็โทรบอกนะทั้งสองอย่ากังวลไปเลย" 

"อ้อครับขอบคุณนะครับพี่แซฮีต้องขอโทษที่มารบกวนครับ" 

"...." 

"จ้าไม่เป็นไรงั้นพี่กลับบ้านแล้วนะนี่ก็ดึกแล้วทั้งสองก็กลับได้แล้วนะมันอันตรายเวลากลางคืนยิ่งมีข่าวฆาตกรฆ่าคนระบาดทางเราอยู่ดูแลตัวเองดีๆด้วยไหนจะอากาศที่หนาวอีกเดี๋ยวป่วยเอา พี่ไปล่ะบายๆ" แซฮีโบกมือลาให้ทั้งสองก่อนเดินจากไปในทันที 

"....." 

"....." 

 

มินยองและจูอึนทั้งสองเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรต่อหลังจากแซฮีล่ำลาทั้งสองเดินมาขึ้นรถทันทีเพราะอากาศข้างนอกนั้นหนาวมาก จูอึนเธอเริ่มหมดหวังกับคำตอบที่แซฮีพูดมาแววตาที่เหม่อลอยหญิงสาวล้มตัวนั่งพิงเบาะรถ น้ำตาที่มันไหลแล้วไหลอีกเธอปล่อยให้มันออกมาจนตาแฉะแดงก่ำแถมเเห้งเกรอะแก้มสองข้างเธอตลอดจนต่อมน้ำตาไม่รู้ว่าจะให้ผลิตน้ำตาส่วนไหนให้มาไหลแล้ว เธอหันหลังใส่มินยองหันหน้าไปทางบานกระจกประตูรถก่อนจะหยิบมือถือเปิดข้อความของพี่ชายเธอส่งไว้มองค้างมันไว้แววตาเหม่อลอยพลางคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆที่เธอรู็สึกว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พี่ชายเธอจะหายเงียบไปปิดมือถือไม่กลับห้อง 

"......" 

"......." 

"เฮ้ออย่าคิดมากเลยจูอึนเธอก็ได้ยินแล้วนิจากพี่แซฮีเฮียจางแกไม่เป็นไรหรอกแค่กลับช้าเอง" มินยองพูดกับจูอึนเพื่อทำลายบรรยากาศของเขาทั้งสองที่มันดูเงียบเฉียบหดหู่เกินไป 

"นายไม่เข้าใจความรู้สึกฉันหรอว่าฉันเป็นห่วงพี่จางมากขนาดไหน" 

"จะไม่เข้าใจได้ไงฉันเข้าใจนะว่าเธอเป็นห่วงแต่บางทีเธอควรจะสงบสติอารมณ์กว่านี้นะจูอึนไม่ใช่ตื่นตูมแบบนี้!!" 

"....." 

"ขอโทษทีที่ขึ้นเสียงใส่..โธ่เอ้ย!ทำไมสถานการณ์มันตึงเครียดแบบนี้ล่ะว่ะ!" มินยองกระแทกมือไปที่พวงมาลัยรถหนึ่งทีเขาไม่น่าขึ้นเสียงใส่จูอึนเลยตัวเขานั้นดูเหมือนจะเป็นประสาทเเทนเธอเองซะอีก  

"แล้วถ้าพี่จางไม่ได้ติดธุระจริงๆอย่างที่ว่าล่ะ.." 

"แล้วทำไมพี่เขาถึงส่งข้อความมาบอกฉันทำไมไม่โทรมาบอกเองล่ะซึ่งในปกติเขาแทบไม่ค่อยแชทข้อความให้ฉันเลยนอกจากโทรหา.." 

"พอฉันโทรไปหาพี่จางทำไมเขาต้องปิดมือถือมันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกนะที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นในวันนี้" 

"จูอึนเธออยากจะสื่อถึงอะไรกันแน่!?" 

"ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่บังเอิญเกิดขึ้นหรอกฉันว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่นายดูตำแหน่งGPSข้อความพี่จางที่เขาส่งมาสิเขาไปทำอะไรที่บ้านผีสิงนั่น" 

"แล้วไหนจะGPSติดตามการเคลื่อนไหวของพี่จางอีกทำไมมันถึงไปหยุดที่นั่นล่ะไม่เดินไปไหนเป็นหลายชั่วโมงแล้ว" 

เอ๊ะ!ว่าแต่เธอมีGPSติดตามเฮียจางด้วยเหรอ?  

มินยองมองดูตามที่จูอึนเธอยื่นให้เขาดูGPSในรูปที่ติ๊กดูในข้อความแชทถูกส่งมาจากบ้านหลังหนึ่งในป่าคังซองเป็นป่าลึกไม่มีคนเข้าไปหรอกเพราะมันรกร้างมาก แต่สถานที่นี่เขารู้จักมันเป็นอย่างดีเลยล่ะเพราะเคยได้ฟังเรื่องเล่ามาจากนักศึกษาคนอื่นๆบางแล้วว่าที่นั่นมีบ้านอาถรรพ์ร้างหลังหนึ่งภายในป่าที่พวกมักลองดีอยากทอสอบความกล้าเข้าไปลองพอเข้าไปแล้วไม่เคยมีใครกลับออกมาเลยเพราะพวกชาวบ้านเชื่อว่ามีปีศาจอาศัยอยู่เลยเรียกมันว่าบ้านผีสิง มินยองเขาถึงกลับอึ้งไปหน่อยๆกับการคาดการณ์ของจูอึนจากสายตาที่เขามองเธอในตอนแรกนั่นยังเป็นยัยกระต่ายตื่นตูมอยู่เลยแต่ตอนนี้เธอกลับแตกต่างออกไปเธอดูเหมือนพี่ชายของเธอมากๆเลยในตอนนี้สีหน้าของเธอดูจริงจังหนักแน่นหลักการที่พูดดูเฉียบคมต่างจากคนอ่อนแอเมื่อกี้ลิบลับ 

นี่สินะสายเลือดตำรวจนักสืบพอเข้าสถานการณ์กดดันมักจะได้คำตอบเสมอ 

"จริงด้วยเรื่องมันชักจะไม่ชอบมาพากลเลยเเฮะมันดูบังเอิญเกินไปจริงๆ" 

"ใช่ดังนั้นนายต้องพาฉันไปที่นั่น!" 

"เฮ้ย!ไม่ได้มันดูอันตรายเกินไปเธอก็รู้เรื่องเล่าของที่นั่นนี่เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรด้วยนี่ก็ดึกมากแล้วเฮียแกจะอยู่ที่นั่นจริงรึป่าวก็ไม่รู้!?" 

"มินยองนายต้องเชื่อใจฉันขอร้องล่ะ" 

"...." 

"ฉันมั่นใจว่าพี่จางเขาต้องอยู่บริเวณนั้นจากลางสังหรณ์ของฉันฉันเชื่อในสิ่งนี้ได้โปรดมินยองนายต้องช่วยฉัน" 

"....." 

"ฉันไม่เหลือใครให้ช่วยแล้วนอกจากนาย" 

"อื้มก็ได้ฉันเชื่อใจเธอถ้าเราไปหาแล้วไม่เจอเฮียจางเราต้องรีบกลับทันทีเลยนะเข้าใจไหม?" 

"ขอบคุณนะมินยองขอบคุณจริงๆที่เชื่อใจฉัน" 

"เอาล่ะๆเรารีบไปกันเถอะอย่ามัวพล่ามยาวเหยียด" 

มินยองพูดจบเขาสตาร์ทรถรีบมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่จูอึนเธอคิดไว้ว่าจางซอกต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ ภายในใจจูอึนเธอนั่นมันร้อนรุ่มไปหมดด้วยความกังวลขอให้สิ่งที่เธอคิดนั้นเป็นจริงด้วยเถิดขอไม่ให้เกิดอันตรายอะไรกับพี่ชายเลย 

 

[ บทบรรยายจูอึน ] 

 

ตัวฉันนั่นในตอนนี้ความรู้สึกกังวลยังคงค้างคาอยู่ในใจค่อยๆก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆฉันนั่งแทบไม่อยู่เป็นสุขกระสับกระส่ายไปมาในรถมินยองรอแล้วรออีกอยากให้เขาพาฉันไปให้ถึงเร็วที่สุดในหัวมีแต่คิดถึงเป็นห่วงพี่จางในมือฉันยังคงกำมือถือไว้แน่นเพื่อรองรับแรงกดดันของตัวเอง เหมือนจะสิ้นสุดของการรอคอยของฉันทั้งสองคนเรามาถึงยังสถานที่ที่ใครต่างพากันเรียกว่าเป็นบ้านผีสิงบรรยากาศรอบๆในสายตาฉันโดยรอบมืดสนิทไม่มีเเสงสว่างจากอะไรเลยเพราะเมฆเริ่มก่อตัวบังเเสงจันทร์ไว้เม็ดฝนรินไหลตกลงมาทันทีภาพที่อยู่ด้านหน้าฉันตอนนี้ช่างดูน่ากลัวแต่นั้นมันไม่ทำให้ฉันรู้สึกกลัวได้เท่ากับพี่จางหายไปจากฉันมากกว่าเหมือนกับฝันร้ายนั่นทุกอย่างมันเหมือนจริงเกินไปจนฉันจะบ้า 

"นั่นไงมินยองรถพี่จางจอดอยู่ตรงนั้น!' ตัวฉันที่มองเห็นรถคันที่จำมันได้ขึ้นใจเลยว่าใครเป็นเจ้าของมันจอดแน่นิ่งอยู่ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจสุดๆเหมือนเด็กได้ของขวัญจากซานต้า ฉันคิดถูกที่มาตามหาพี่จางที่นี่GPSมันไม่เคยมั่วหรอก 

"จริงด้วยดูเหมือนเฮียแกจะไม่อยู่ในรถนะแล้วเฮียแกไปไหน" มินยองเขาตอบฉันแล้วขับไปจอดรถข้างรถพี่จางทันทีปิดเครื่องแต่เปิดไฟหน้ารถไว้พวกเราทั้งสองคนยังคงอยู่ในรถ 

 

ครื้น!..ซ่า..ซ่า.. 

 

เสียงฟ้าร้องเป็นระยะแสงของสายฟ้าสว่างวาบให้เห็นตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นทรงยุโรปมีกิ่งไม้เถาขึ้นเต็มหลังคาตัวบ้านไม้ทรงยุโรปดูเก่าโทรมแต่สภาพไม่ถึงกับผุพังเหมือนคนยังอยู่อาศัยได้ภายในตัวบ้านชั้นล่างมืดสนิทชั้นสองของบ้านมีแสงสว่างจากหลอดไฟไม่มากลอดผ่านออกมาทางหน้าต่างฉันกับมินยองเราทั้งสองยังคงมองสำรวจบ้านหลังนี้คร่าวๆด้วยสายตาเราทั้งสองยังคงนั่งอยู่ในรถ ฉันยังรู้สึกประหลาดใจเลยว่าทำไมพี่จางมาทำอะไรที่บ้านผีสิงนี่แล้วทำไมเขาไม่ยอมกลับห้อง ฝนยังคงตกหนักไม่มีท่าทีว่าจะหยุดฉันไม่อยากรอให้ฝนบ้านี้หยุดแล้วค่อยออกไปจากรถหรอกนะในใจฉันมันเรียกร้องให้ฉันเข้าไปตามหาพี่ชายของฉันในบ้านหลังนี้แล้ว 

"พี่จางอยู่ในบ้านหลังนั่นแหละ" ฉันตอบมินยองพลางมองจดจ่อไปที่บ้านหลังนั้นในหัวฉันคิดไว้แล้วว่าจะฝ่าฝนเข้าไป 

"ฉันรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจที่นี่เลยจูอึนเราโทรหาพี่แซฮีให้มาช่วยก่อนไหม?" 

"แล้วแต่นายเลยเเล้วกันแต่ฉันไปก่อนนะ"  

"เฮ้ย!อย่าตากฝนเข้าไปในบ้านนั่นดิมันอันตรายนะ! เน้! จูอึน! จูอึน!" 

"โธ่เอ้ย!ให้มันได้ยังงี้สิยัยบ้าเอ้ย!ต้องรีบโทรให้พี่แซฮีมาช่วยล่ะรู้สึกไม่ไว้ใจสถานที่นี้เลย" 

ฉันไม่สนใจคำห้ามมินยองเลยแม้แต่น้อยฉันเปิดประตูรถลุยฝ่าฝนเข้าไปในบ้านหลังนั้นทันทีปล่อยให้เขาตะโกนว่าไล่หลังฉันฉันไม่ได้ยินที่มินยองพูดหรอกนะเสียงฝนมันกลบเสียงจนมิดเลยล่ะเพราะฝนตกหนัก 

ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ล่ะว่าสถานที่นี้ที่ๆเธอย่างกายเข้ามาเพื่อตามหาพี่ชายของเธอมันเปรียบเสมือนขุมนรกที่รอให้เธอเข้ามาสัมผัสกับมันเองจากฆาตกรวิปริตที่มันรอเธออยู่แล้วตั้งนาน 

 

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เกิดร่วมกัน 

 

เสียงเครื่องยนตร์จากแขกคนใหม่มาเยือนที่นี่ดับลงชายสวมหน้ากากผ้าสีดำแสยะยิ้มภายใต้หน้ากากทันทีกับเสียงที่มาเยือนบ้านหลังนี้ของเขา ตัวเขากำลังจัดแต่งห้องนี้ให้เต็มไปด้วยเทียนไขดอกกุหลาบสดสีน้ำเงินกับจัดพวกบรรดาศพที่เลาะเนื้อหนังออกเหลือไว้แต่โครงกระดูกรูปร่างคนสลับกับศพที่ยังเป็นรูปร่างมนุษย์แต่ไม่มีเครื่องในอวัยวะในท้องแขวนไว้ทั่วห้องให้เหมือนจัดห้องพิพิธภัณฑ์ศพมนุษย์ยังไงยังงั้น 

จางซอกตัวเขาเริ่มเหนื่อยล้าขึ้นมาเขาพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีให้ตัวเองหลุดจากเชือกไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงไหนแล้วยิ่งดิ้นเชือกกลับยิ่งรัดเขามากขึ้นเขารู้สึกสิ้นหวังเหลือเกินในชั่วแวบเดี๋ยวกันเขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนตร์รถมาจอดแน่นิ่งในบริเวณนี้เขารู้ในทันทีโดยไม่ต้องเดาว่าใครมาที่นี่ 

"ม..ไม่..ไม่..จริงอยากบอกนะว่าจูอึน จูอึนอย่าเข้ามาที่นี่!!" จางซอกเขาพยายามตะโกนตะเบ่งเสียงทันทีเผื่อคนที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน 

"อ้าว..มากันถึงแล้วสินะเนี่ยปล่อยให้รอตั้งนานแหนะจัดของเสร็จพอดีเลย" 

"แหกปากตะโกนให้คอแตกพวกนั้นก็ไม่ได้ยินหรอกนะข้างนอกนั้นฝนตกหนักขนาดนี้"  

"หื้ม..ชื่อจูอึนหรอชื่อเพาะหูดีจัง..อ๊า..ถ้าได้ยินเสียงตอนกรีดร้องจะไพเราะในหูขนาดไหนกันน๊าคงครางได้อารมณ์แน่ๆเลย..ฮิ..ฮิ.." จางซอกได้ยินประโยคคำพูดที่รังเกียจหยาบคายกับจูอึนจากไอ้โรคจิตด้านหน้าเขาเลือดขึ้นหน้าทันทีดีดดิ้นอย่างคนคลุ้มคลั่่ง 

"ไปตายซะไอ้เxี้ย!!ไอ้สารเลวระยำแx่มึงถ้ามึงทำอะไรจูอึนกูจะฆ่ามึงปล่อยกู!!"  

"หึ..หึ.."  

"กูจะฆ่ามึงไอ้สัตว์นรก!!ถ้ากูหลุดไปได้กูจะตัดหัวมึงก่อนอันดับแรก!!" 

ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำมองดูคนด้านหน้าที่ด่าทอคำหยาบสารพัดใส่เขาไม่หยุดหย่อนจากตอนแรกๆเขาไม่ปริปากหรือโต้ตอบถามคำตอบคำกับเขาเลยที่พยายามปั่นประสาทก่อนหน้านั้นแม้แต่น้อยพอคนที่เขาเฝ้ารอคอยมาถึงก็ดีดดิ้นอย่างกับหนูติดกับดักกาว ตัวเขารู้สึกดีที่ยังกวนประสาทคนด้านหน้าให้ด่าเขาได้สำเร็จ เขาเลิกสนใจคนด้านหน้าเดินผ่านชายคนนั้นไปหยิบเทปกาวแผ่นใหญ่วางที่พื้นห้องมาเดินเข้ามาหาคนที่ยังคงตะโกนด่าเขาไม่หยุดใช้มันปิดปากเขาทันที 

"อึก!!อือ!!ปอย!!กู!!" 

"ขี้เกียจฟังมึงบ่นนั่งรอเงียบๆไปก่อนนะขอไปต้อนรับแขกมาใหม่ก่อน..คิ..คิ" ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำเดินหายไปจากตรงนั้นทันทีที่เขาพูดจบปล่อยให้จางซอกดีดดิ้นที่เก้าอี้ไปมา 

"อือ!!อู้!!อือ!!" 

จูอึนไม่จูอึนอย่าเข้ามา 

 

ครื้น! 

 

ฉันวิ่งฝ่าฝนมาจากรถมินยองมาหยุดยืนตรงทางประตูหน้าบ้านตามเเสงวูบวาบของสายฟ้าทำให้ฉันมองเห็นทางเข้า ประตูเปิดออกเหมือนมันรอต้อนรับคนอย่างฉันไว้แล้ว ตัวฉันตอนนี้เปียกเเฉะฝนไปทุกส่วนน้ำฝนที่ฉันวิ่งฝ่ามันมายังคงหยดไหลไปทั่วใบหน้ารวมถึงผมฉันด้วยดีนะที่มันไม่หนาวมากฉันเลยพอทนได้ในสภาพที่เปียกเเฉะฝนสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้านี้หลังจากเเสงสายฟ้าหมดไปคือความมืดฉันมองอะไรไม่เห็นฉันเริ่มที่จะกลัวกับสิ่งที่มันซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิดนั้นเสียงฝนยังโหมกระหน่ำตกลงมาไม่ขาดสาย ความรู้สึกนี้ฉันอธิบายมันไม่ถูกจะว่าเป็นความรู้สึกกลัวความมืดก็ไม่ใช่แต่มันรู้สึกกลัวได้มากกว่านั้นอีก ในใจฉันยังคงเป็นห่วงพี่ไม่หยุดหย่อนฉันกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ก่อนจะเปิดไฟฉ่ายในมือถือฉายมันไปทางข้างหน้า 

"พี่จางพี่อยู่ไหน" 

"รอด้วยจูอึนที่นี่น่ากลัวชิบหายเหมือนมาเล่นบ้านผีสิงชัดๆ!!" 

."ฉันล่วงหน้าไปก่อนนะไปเจอกันที่ชั้นสองนะมินยอง" 

"ม่ายเดี๋ยวรอกันก่อนจูอึนฉันกลัวความมืด!รอด้วย!" 

ฉันหันไปมองมินยองที่เขาลุยฝ่าฝนเข้ามาหาฉันแต่เขายังมาไม่ถึง ฉันไม่รอไปพร้อมเขาขอเดินล่วงหน้าไปก่อนแล้วกันก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินฝ่าความมืดเข้าไปพร้อมกับเเสงไฟฉ่ายในมือถือฉันไม่ได้ค่อยสังเกตุมองสิ่งที่ผ่านตาฉันมาสักเท่าไหร่แทบจะไม่สนใจเลยตัวฉันพยายามหาทางขึ้นไปยังชั้นสองอย่างใจจดใจจ่อมากกว่าที่นี่กว้างมากๆมีหลายห้องด้วย 

"มันใช่บ้านร้างจริงๆไหมเนี่ยดูเหมือนมีคนอยู่เลย" 

เสียงเต้นของหัวใจก็ดังเป็นระยะๆจนฉันได้ยินมันดังก้องในหูลมหายใจของฉันเริ่มที่จะหายใจไม่ทั่วท้องยิ่งเดินลึกเข้าไปในบ้านหลังนี้กลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆกลิ่นเหม็นสาบเหมือนหนูตายขึ้นอืดมาได้หลายวันแล้วลอยมาเเตะจมูกเข้าเรื่อยๆจนฉันอยากอ้วกแต่ก็อดทนไว้ฉันเอามือบีบจมูกไว้ เสียงฝีเท้าที่ฉันเดินมาตามทางก็ดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะน่าจะเป็นที่ความชื้นที่อากาศสัมผัสเข้ากับไม้เก่าจนทำให้เกิดเสียงเวลาเดินเสียงมันดูเหมือนมีใครเดินตามหลังฉันเลยจนฉันต้องคอยหันไปดูแต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดตอนแรกก็นึกว่ามินยองเดินตามมาแล้ว 

"มินยองตามมาไหมนะ" 

 

ครื้น..เปรี้ยง!! 

 

อยู่ดีๆฟ้าก็ผ่าลงมาฉันสะดุ้งตกใจมันเล็กน้อยกับเสียงฟ้าผ่าตัวฉันนั้นไม่ได้กลัวเสียงฟ้าผ่าเลยสักนิดภาพตรงด้านหน้าสว่างวาบทันทีทำให้มองทุกอย่างเห็นชัดเจนยิ่งกว่าระยะทางไฟฉ่ายในมือถือฉันอีกจนฉันเห็นบันไดไม้ทางขึ้นชั้นสองฉันคิดว่าพี่จางฉันต้องอยู่ข้างบนแน่ๆเพราะมีเเสงไฟเปิดอยู่ด้านบนฉันรีบสาวเท้าไปยังบันไดทันทีพอฉันเดินกำลังจะถึงบันไดก็ได้ยินเสียงดังเเปบเดียวจากส่วนไหนของบ้านไม่รู้จนฉันต้องหยุดหันไปมองยังต้นเสียง 

 

โครม! ตึ่ง! 

 

มินยองเขาตามมาทีหลังจูอึนเขาถอดฮูดออกยืนชังใจสักครู่กับภาพที่อยู่ตรงหน้าเขาใช่แล้วล่ะเขาเป็นคนกลัวความมืดเขากลัวมันมากขาสั่นพับๆมือไม้สั่นแทบจะเป็นลมล้มกองลงไปที่พื้นตรงหน้าเขาได้เลยในตอนนี้แต่ก็ต้องอดทนฝืนอดกลั้นไว้เขาจะปล่อยให้เพื่อนสาวลุยเดี่ยวเข้าไปในความมืดในบ้านหลังนี้ที่มันดูอันตรายไปสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวได้ไงเขาเป็นถึงผู้ชายนะแต่กลับมากลัวความมืดซะได้ ซึ่งเขาก็พอรู้นิสัยด้านนี้ของจูอึนดีเธอไม่เคยจะกลัวอะไรแต่มีสิ่งเดียวที่เธอกลัวมากที่สุดในชีวิตเธอคือการที่เธอได้อยู่คนเดียวหรือคนที่เธอรักมากหายจากเธอไปเธอจะไม่อยู่เฉยทันทีชอบทำอะไรที่มันบ้าหลุดกรอบได้ในทันที มินยองเขาพยายามรวบรวมความกล้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ 

"เอาว่ะตายเป็นตายถึงจะกลัวก็ขอสู้เพื่อช่วยจูอึน!" มินยองให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเปิดไฟฉายที่เขาติดตัวมาด้วยเขาเอามาจากรถเปิดให้ความสว่างแก่เขาแล้วเดินตามจูอึนเข้าไปไม่รู้ว่าเธอไปถึงไหนต่อไหนแล้ว 

"โฮ้วบ้านใหญ่กว้างกว่าที่เห็นนอกตัวบ้านอีก" มินยองถึงกับบ่นออกมาด้วยความประหลาดใจที่บ้านหลังนี้มันดูกว้างกว่าที่เขาคิดไว้อีก 

"ห้องมีหลายห้องอีกทางเดินยาวมาก" 

"ทำไมที่นี่ไม่มีฝุ่นเกาะเลยสักนิดนะ" 

"ห้องนอนก็มีผ้าปูเตียง" 

มินยองเขาเริ่มเดินสำรวจภายในบ้านทันทียังคงวนเวียนชั้นล่างของบ้านเปิดเข้าดูห้องต่างๆแต่ก็มีห้องหนึ่งที่มันล็อคไว้แล้วมาจบที่ห้องน้ำ 

แกร้ก! แอ้ด! 

มินยองเปิดประตูออกฉายไฟเข้าไปด้านในทันที 

"ห้องน้ำมันดูสะอาดเกินไปที่นี่ต้องมีคนอยู่แน่ๆ"  

มินยองเขาเริ่มที่จะไม่ชอบมาพากลแล้วกับสิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นบ้านที่ใครๆก็คิดว่าเป็นบ้านร้างตามที่ผู้คนลือแน่นอนจากดูสภาพด้านนอกแต่พอเข้ามาดูข้างในแล้วมันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดนี่มันไม่ถูกต้อง มินยองเริ่มมีเหงื่อไหลตามหน้าผากเขาแล้วสายตามินยองสะดุดเข้ากับแปรงสีฟันด้ามหนึ่งที่วางไว้กับแก้วหน้าบานกระจกใหญ่ของห้องน้ำวินาทีนั้นสมองเขามันประมวลผลทุกอย่างทันทีกับภาพตรงหน้า 

"มีใครอยู่ที่นี่จริงๆด้วย!ต้องรีบไปบอกจูอึน!!ให้ไปจากที่นี่!" ซึ่งในจังหวะที่มินยองกำลังหันหลังไปทางประตูเพื่อรีบวิ่งออกจากห้องน้ำเพื่อตามหาจูอึนตัวเขาคงไม่รู้หรอกว่าหลังจากนี้เขาต้องเจอกับอะไร 

 

ครื้น..เปรี้ยง!! 

 

เป็นจังหวะที่เสียงฟ้าก็ผ่าลงพอดีกับจังหวะเดียวกับจูอึนเธออยู่ทางเดินพอดีเเสงสว่างที่สว่างวาบไปทั่วเหมือนเปิดไฟจังหวะที่เขาสบตาเข้ากับบานกระจกแบบไม่ได้ตั้งใจตาเขาเหลือกทันทีกับภาพที่มันสะท้อนในกระจก มีคนยืนอยู่ด้านหลังเขาบุคคลสวมหน้ากากผ้าสีดำซ่อนตัวในความมืดมองดูการกระทำของเขาทุกย่างก้าวซึ่งในตอนนี้มันอยู่ด้านหลังเขาเเล้ว มินยองเขารีบหันตัวไปเพื่อจะใช้หมัดซกเข้าที่คนด้านหลังป้องกันตัว 

"มึงเป็นใคร!!" 

 

โครม! ตึ่ง! 

 

ชายสวมหน้ากากลึกลับเบี่ยงหลบหมัดเขาอย่างกับความเร็วแค่นั่นมันช้าเกินไปเตะสวนเข้าที่กับข้อขามินยองเน้นแรงไปหนึ่งทีเหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากมินยองเขาแทบไม่รู้ตัวมองการเคลื่อนไหวของบุคคลด้านหน้าเขาได้เลยว่าเขาล้มลงหัวฝาดเข้ากับกำแพงห้องน้ำตอนไหนไฟฉายในมือกระเด็นไปทางด้านบุคคลที่เขาจะต่อยเขาปวดหัวอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกเขารู้สึกได้ว่าหัวเขามีน้ำเหนียวๆซึมออกมาปวดหนึบๆนั่นก็เพราะว่าเขาหัวแตกยังไงล่ะชายสวมหน้ากากผ้าสีดำปิดประตูห้องน้ำทันที 

"อึก!..มึงเป็นใครต้องการอะไร" มินยองพยายามยันตัวลุกขึ้นก็ต้องลุกไม่ขึ้นข้อขาเท้าเขามันพลิกตอนล้มมินยองเม้มกัดปากเข้ามากันกับความเจ็บปวด 

"หึ..หึ..จะบอกดีไหมน๊าว่าฉันเป็นใคร" 

"อื้ม...จะทำอะไรดีน๊ากับคนด้านหน้า" 

เสียงผู้ชาย 

แสงจากกระบอกไฟฉายให้เห็นชายสวมหน้ากากผ้าสีดำค่อยก้มนั่งยองๆใกล้กับมินยองล้วงมีดเล่มขนาดกลางในกระเป๋ากางเกงที่ดูเหมือนมีดหั่นผักถือในมือขาวซีดเรียวยาวมองดูด้วยแววตาอย่างกับหลงใหลมันมินยองเขาเห็นมีดในมือคนด้านหน้าเขาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเนื้อตัวเขาเริ่มสั่นด้วยความกลัวว่าคนด้านหน้าจะทำอะไรกับเขา 

"มึงหยุดพูดแล้วตะ..ตอบให้ตรงคำถามมึงอย่าเปลี่ยนเรื่อง!"  

"...." 

"ตอบมาสิว่ะ!!" 

คนด้านหน้าเขาไม่ตอบเงียบสนิทในชั่วพริบตาเดียวเขาสบเข้ากับดวงตานั่นที่มันดูน่ากลัวเหมือนจ้องมองดูตาปีศาจร้ายที่มันสิงสู่ชายคนด้านหน้าวินาทีนั่นเหมือนเขาลืมวิธีหายใจของตัวเองไปในทันที 

 

ฉึก!  

 

"อ้ากกกกกกกก!!ขะ..ขา!กู!!" 

มีดจากมือชายสวมหน้ากากผ้าสีดำปักแทงใส่ที่น่องขามินยองทันทีจนมิดด้ามมินยองแผดเสียงร้องออกมาสุดเสียงน้ำตารินไหลจากขอบตาเขาอย่างกับเขื่อนแตกเนื้อตัวสั่นเหมือนคนเป็นไข้หวัดด้วยความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาถึงขั้วหัวใจของเขากับมีดที่มันปักน่องขาเขาไว้เนื้อปริแตกออกมาตามรอยมีดฝังไว้เลือดสีแดงเลือดหมูไหลออกมาจากน่องขาเขาไม่หยุดหย่อน มินยองเริ่มหายใจติดๆขัดๆทันทีด้วยความหวาดกลัวกับคนด้านหน้าม่านตาขยายกว้างด้วยความหวาดกลัว 

"ฮิ..ฮิ..จะบอกให้เอาบุญว่าคนตรงหน้ามึงคือฆาตกรที่ชื่อเดอะแบล็คดาห์เลียไงไอ้หนูคงไม่โง่ไม่รู้จักฉันหรอกนะดังขนาดนี้" มินยองพอได้ยินคำตอบจากคนด้านหน้าเขาเขายิ่งช็อคหนักกว่าเดิมจากหวาดกลัวอยู่แล้วยิ่งหวาดกลัวเข้าไปอีกนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับฆาตกรที่โหดเหี้ยมเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้ตัวเป็นๆหัวใจเขาตอนนี้มันเต้นถี่รีวคล้ายกับคนเป็นโรคหัวใจกำเริ่ม 

นี่สินะความรู้สึกที่หวาดกลัวของคนที่จะเป็นเหยื่อของฆาตกรมันเป็นแบบนี้นี่เอง 

"อึก..ไม่จริงแกอยู่ที่นี่" 

"สีหน้าใช้ได้เลยนิไอ้หนู หึ..หึ.." 

มินยองเขาเข้าใจทันทีกับความรู้สึกของคนที่ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรตรงหน้าเขามันเป็นยังไงเขาในตอนนี้ทั้งหวาดกลัวเจ็บแผลที่ขาอีกจนไม่กล้าขยับตัวไปไหนต่อเพราะจากที่เขาเคยอ่านมาถ้าตัวเขายิ่งไปขัดขืนยั่วโมโหฆาตกรมันจะยิ่งทรมานเขามากกว่านี้อีกดังนั้นเขาเลือกที่จะนิ่งไว้ก่อนจ้องมองดวงตาปีศาจตรงด้านหน้าเขาไว้อย่างช่วยไม่ได้ถึงเขาไม่อยากจะมองมันก็เถอะหลีกเลี่ยงไม่ให้มันทรมานเขา 

"แล้วแม่สาวน้อยจูอึนที่มากับนายเธอไปไหนแล้วล่ะหื้ม" 

"ทะทำไมมึงถึงรู้ชื่อเธอ!!" 

"หื้มทำไมน่ะหรอฉันมีอะไรจะคุยกับเธอหน่อยอะนะ" 

"อึก! นี่มึงอย่าบอกนะว่ามึงจับเฮียจางไว้ที่นี่!!"  

"หึ..หึ..จับหรอ?มันถ่อมาเองต่างหากล่ะถือว่าวันนี้เป็นวันโชคดีของฉันละนะที่ไม่ต้องเปลื้องแรงไปหาเหยื่อใหม่" 

"อ่าใช่สิตัวฉันก็รอเจอจูอึนมาตั้งนานแล้วล่ะน่ะอยากฟังเสียงกรีดร้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากเธอจังตื่นเต้นจนแถบจะทนไม่ไหวแล้วล่ะ คิก..คิก" 

"อึก!มึงไอ้โรคจิตวิตถาร!!มึงหยุดความคิดชั่วๆนั้นซะ!!" 

ไม่ได้ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เราต้องให้จูอึนหนีเอาตัวรอดให้ได้ก่อนต้องตะโกนให้เธอได้ยิน 

"จูอึนหนีไป!!ที่นี่มีฆาตกรจูอึนหนีไป!!" 

"หึ!ตะโกนให้หลอดแก้วเสียงแตกยังไงเธอก็ไม่ได้ยินหรอกนะฝนตกดังขนาดนี้"  

มินยองเขานิ่งอึ้งไปทันทีกับคำพูดฆาตกรด้านหน้าเขาใช่แล้วล่ะเขาลืมได้ไงว่าเสียงฝนที่ตกหนักด้านนอกมันดังชนิดว่ากลบเสียงเขาได้มิดเลยก็ได้หากเทียบกับเสียงฝนแล้วมันคนระดับกันเลยแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้มันง่ายๆหรอกถ้าเขาต้องเสี่ยงชีวิตปกป้องคนที่เขารักก็ตามถึงเธอจะไม่เห็นเขาเป็นคนรักเป็นแค่เพื่อนเขาก็พร้อมจะเสียสละทุกสิ่ง 

"และมีอีกอย่างหนึ่งที่อยากบอกทุกห้องในบ้านหลังนี้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ หึ..หึ" 

"อึก..กูจะไม่ยอมให้เธอต้องมาเจอฆาตกรอย่างมึงแน่!!"  

มินยองยังคงไม่ยอมแพ้เขาพยายามข่มความเจ็บปวดทั้งหมดในตัวเขาไว้ลุกขึ้นยืนเพื่อตรงไปทางประตูยื่นมือไปเปิดประตูอย่างทุลักทุเลแต่ก็ยืนไม่ได้เพราะเขาเจ็บที่ขามากเกินไปมินยองเลยคลานตรงไปทางประตูเเทนแต่เขาก็ไปสุดได้แค่นั้นชายสวมหน้ากากผ้าสีดำมองดูการกระทำของคนด้านหน้าเริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมาที่ต้องมาเสียเวลาเล่นกับเขาไปนานพอสมควรรีบทำในสิ่งที่เขากะจะมาทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนไปภารกิจสุดท้าย 

"หมดเวลาเล่นกันแล้วพ่อหนุ่มน้อยผมสีชมพู"  

"อึก...จูอึนหนีไป!!เธอต้องหนี" ชายสวมหน้ากากผ้าสีดำลุกขึ้นยืนมองดูสภาพมินยองอย่างน่าเวทนาก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กเนื้อยาสีใสจากใต้ผ้าคลุมออกมาเดินไปยืนคร่อมด้านหลังมินยองก่อนจะก้มลงนั่งทับไม่ให้มินยองคลานไปถึงหน้าประตู 

 

ฉึก! 

 

"เดี๋ยวช่วยไม่ให้ทรมานกว่านี้ล่ะกัน" สิ้นเสียงคำพูดชายสวมหน้ากากผ้าสีดำใช้เข็มฉีดยาที่เขาหยิบออกมาฉีดเข้าไปที่ต้นคอของมินยองทันทีดันตัวยาสีขาวใสที่อยู่ภายในจนหมดหลอด 

"เดี๋ยวก็สบายล่ะอดทนรอหน่อย" 

"อึก...,มึงเอาอะไรฉีดกูวว..'' มินยองเขาเริ่มมองภาพข้างหน้าเลือนลางสมองเริ่มไม่สั่งการคำสั่งอื่นมีเพียงแค่คำสั่งเดียวที่เขาได้รับคือต้องหลับตาแล้วตอนนี้คือง่วงนอนก่อนที่สติเขาจะเลือนหายดับวูบไปสิ่งสุดท้ายที่เขาได้พูดออกมา 

"จูอึนเธอต้องหนีไปจากที่นี่ ที่นี่มีฆาตกร!!" 

 

 

 

 

 

 

 

[โอ้ยยังไม่พออีกจ้า55ไรท์คิดอะไรเยอะขนาดนี้บทแรกได้เยอะมากกี่ครั้งแล้วที่บอกว่าจบแน่นอน55ไว้ต่อพน.นะคะเวลาเที่ยงคืนขึ้นหน้าใหม่อีกเช่นเคย แง้ทำไมฆาตกรมันทำมินยองเราได้ลงคอTTใครๆก็อยากปกป้องหนูจูอึนรวมถึงไรท์ด้วย] 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น