จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 6 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์,ดราม่า,ความรักสีเทา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2562 19:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6 รีอัพ
แบบอักษร

สายป่านนั้นเมื่อมีสกู๊ตเตอร์เป็นของตัวเองก็ยิ่งกว่าติดปีก เด็กหนุ่มขี่เที่ยวไปทั่วอาร์ซิตี้จนตอนนี้เขารู้จักทางในเมืองแทบหมดแล้วนับว่าไม่หลงแน่นอน และยังแวะไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลมาแล้วเรียบร้อยรอเพียงวันไปเริ่มงานเท่านั้น หลังจากเที่ยวในเมืองอยู่หลายวัน ลองแช่บ่อน้ำร้อนก็หลายที่ ในที่สุดก็ได้เวลาที่เขาจะข้ามไปเที่ยวแคว้นมันตราเสียที สายป่านหาข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ว่ามันตราปิดประเทศมานานหลังจากการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์เป็นประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการ ยาวนานถึง 30 ปี เพิ่งมาเปิดประเทศเมื่อไม่กี่ปีให้หลังนี่เอง นอกจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีมากจนเหลือเฟือแล้วบ้านเมืองก็ไม่เจริญมากนัก นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาพักที่อาร์ซิตี้เสียมากกว่าแล้วข้ามไปเที่ยวมันตราในตอนกลางวันเพราะทางฝั่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า 

สายป่านทำเรื่องผ่านแดนที่จุดตรวจเชิงสะพานเสียค่าธรรมเนียมไม่กี่เหรียญก็สามารถขี่สกู๊ตเตอร์ข้ามไปได้เลย เมื่อข้ามแม่น้ำไปฝั่งมันตรา เด็กหนุ่มหาที่จอดรถมองกลับมายังอาร์ซิตี้ก็เห็นทัศนียภาพอันสวยงามไม่แพ้ยามอยู่อาร์ซิตี้แล้วมองมามันตรา สายป่านกางแผนที่สำหรับนักท่องเที่ยวกำหนดทิศทางที่จะไปคร่าวๆ 

“อืม ในนี้บรรยายว่านอกจากน้ำตกแล้วก็ยังมีอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลอง ถ้าอย่างนั้นเราไปลองอาหารพื้นเมืองก่อนแล้วกันถ้าอร่อยค่อยห่อไปกินที่น้ำตกด้วย” สายป่านพูดกับตัวเองก่อนจะขี่สกู๊ตเตอร์เล้าะเข้าไปในเขตเมือง มีการก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ทั่วไป หากเสร็จแล้วคงจะนำความเจริญทางวัตถุได้มาก ไ 

“ด้ยินว่าสนามบินพานิชย์สร้างเกือบเสร็จแล้วด้วย ถ้าทุกอย่างเสร็จแล้วคงเจริญน่าดู” สายป่านเป่าปาก ขี่สกู๊ตเตอร์วนจนได้ร้านที่ดูน่านั่งก็จอดรถหน้าร้านแล้วสั่งอาหารมา 2 อย่าง เครื่องดื่มเป็นชาพื้นเมืองที่มีรสชาติเข้มข้น เมื่ออิ่มก็สั่งอาหารใส่ห่อพร้อมน้ำอัดลม 1 ขวดเป็นเสบียงเข้าไปเที่ยวในน้ำตกที่อยู่ในเขตอุทยาน มีนักท่องเที่ยวมากพอดูทำให้ไม่น่ากลัวแม้ทางเข้าจะเปลี่ยวไปหน่อยแต่เมื่อพ้นดงไม้มาแล้วก็เจอร้านค้าหลายร้านตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลานจอดรถ 

“อาหารแถวนี้ก็น่ากินอ่ะ เสียดายจังกินไม่ไหวแล้ว” สายป่านบ่น เด็กหนุ่มอยากเล่นน้ำแต่จนใจที่น้ำยังเย็นเกินไปจึงสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาอีกครั้งเมื่อเข้าฤดูร้อน สายป่านย้อนกลับไปเที่ยวในเมืองอีกครั้งก่อนจะข้ามกลับไปอาร์ซิตี้สวนกับขบวนรถหรูขบวนหนึ่งที่กำลังข้ามมามันตรา 

ขบวนรถนั้นคือรถของศิวนาถนั่นเองเพราะถนนในมันตราที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากนั่งเครื่องบินมาลงที่อาร์ซิตี้แล้วข้ามฝั่งไปมันตราจะเร็วกว่านั่งรถมาจากเมืองหลวง มันตราเป็นแคว้นเล็กๆแบ่งเป็น 5 เมืองย่อย เมืองที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาร์ซิตี้ชื่อว่าเมืองนาย เป็นเมืองที่มีความเจริญเป็นอันดับ 2 รองจากเมืองหลวงของมันตราที่ชื่อว่าเมืองแจ้ง เมืองนายนั้นนอกจากมีทัศนียภาพอันงดงามแล้วยังมีเหมืองแร่รัตนชาติซึ่งเป็นของตระกูลทางฝ่ายแม่ของศิวนาถทำให้รัฐบาลไม่สามารถยึดเอาไปได้ตอนปฏิวัติ ตอนนั้นเจ้าทรงวศิน พ่อของศิวนาถกำลังศึกษาอยู่ที่อีแลนด์ จึงรอดจากการถูกประหารไปได้เขาทำเรื่องขอลี้ภัยทางการเมืองและไม่เคยกลับมาเหยียบมันตราอีกเลย ส่วนอดีตกษัตริย์นั้นถูกบีบให้สละราชสมบัติพระองค์ยินยอมเดินทางออกนอกประเทศไปอาศัยอยู่กับบุตรชายที่อีแลนด์และไม่ได้ย้อนกลับมาเช่นกัน  เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็แตกกระสานซ่านเซ็นกันไป บ้างหนีออกนอกประเทศ บ้างเข้าร่วมกับกบฏ หลังจากนั้นก็เกิดกบฏย่อยภายในอีกหลายครั้งแต่ปู่ของศิวนาถเห็นแล้วว่ามันตราในขณะนั้นเกินที่จะเยียวยา ทั้งประชาชนที่โง่เขลามิเคยเข้าใจถึงงานของกษัตริย์หลงเชื่อคำกล่าวของทรราชย์ที่ขายฝัน แม้จะมีประชาชนบางส่วนที่ยืนหยัดอยู่ข้างราชวงศ์แต่พระองค์ไม่ต้องการให้คนในชาติสู้กันเอง เจ้าหลวงจึงไม่คิดกลับมาแย่งชิงบัลลังก์อีกใช้ชีวิตของพระองค์ในอีแลนด์จนบั้นปลายของชีวิต 

ศิวนาถนั่งพักสายตาอยู่บนรถทำให้ไม่เห็นเด็กตาโตขี่สกู๊ตเตอร์สวนไปกึ่งกลางสะพานประดุจชะตาของเขาสองคนที่แม้จะพบกันแต่ก็ไม่เคยขนานกันเลยสักครั้งเดียว 

เมื่อข้ามมาถึงฝั่งเมืองนายขบวนรถของศิวนาถมุ่งไปยังบ้านพักส่วนตัวบนเนินเขาที่สามารถเห็นโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเมืองนาย ซึ่งเป็นบ้านเดิมทางฝั่งตะกูลมารดาเขาที่พวกกบฏมิรู้จะทำเช่นใดที่จะโกงเอาไปได้ เป็นหนึ่งในสมบัติน้อยชิ้นที่หลงเหลืออยู่แต่ศิวนาถรู้ดีพวกมันลักลอบเข้ามาค้นหาของมีค่าไปจนหมดแต่ก็ได้ไปไม่มากเท่าไหร่เพราะที่นี่เป็นเพียงบ้านพักตากอากาศเท่านั้น ตอนนั้นตาของศิวนาถเป็นทูตอยู่ที่อีแลนด์จึงยากที่จะแตะต้องสมบัติของตระกูลได้เพราะพวกกบฏไม่ต้องการให้ถูกฝั่งตะวันตกแทรกแซง ท่านเองลาออกจากราชการและไม่กลับมาเมืองนายเช่นกัน 

ศิวนาถลืมตาเมื่อรู้สึกได้ว่ารถหยุดลง คนขับรถรีบลงมาเปิดประตูให้เขาบ่าวไพร่ในบ้านตอนนี้มีประมาณ 10 คนเข้าแถวรอต้อนรับดุจดั่งเขาเป็นเจ้าชาย ซึ่งศิวนาถไม่ชอบใจนักแต่คนเก่าแก่ของที่นี่ยืนยันจะทำเช่นนั้นเขาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย 

“แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้วันนี้ฉันคงไม่ทำอะไรแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปตรวจเหมือง” ศิวนาถสั่งก่อนจะขึ้นไปพักผ่อนโดยไม่ลงมาอีก แม้แต่อาหารเย็นเขาก็สั่งให้ยกไปที่ห้อง 

หลังอาหารเช้าศิวนาถพร้อมด้วยบอดี้การ์ด 4 คนและเลขาออกไปตรวจเหมืองที่บนภูเขาด้านหลังของบ้านพัก ชั่วระยะเวลาขับรถเข้าไปอีกครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นจะต้องเปลี่ยนเป็นรถจี๊ปสำหรับใช้งานในเหมือง เพราะรถยนต์ทั่วไปไม่สามารถเข้าได้ เริ่มแรกเหมืองแห่งนี้เป็นเพียงลำธารตื้นๆที่มีก้อนแร่ไหลมาจากลำธารเบื้องบน ทวดของศิวนารถหัวไวซื้อที่ดินรอบภูเขาทั้งลูกที่จริงแล้วเรียกว่าครึ่งนึงของเทือกเขานี้จะดีกว่า สมัยนั้นกฎหมายยังไม่เข้มงวดมีเส้นสายนิดหน่อยก็สามารถซื้อที่ต่อจากที่หลวงได้ ผู้คนพากันหัวเราะเยาะว่าทวดของเขาสติไม่ดีซื้อที่รกร้างจำนวนมากนอกจากคิดจะค้าไม้ที่ไม่ได้กำไรแล้วก็ยังไม่เห็นประโยชน์สักนิดเดียว 

เรื่องเหมืองนั้นเพียงรู้กันในหมู่คนรับใช้ที่ไว้ใจได้เท่านั้น ในสมัยนั้นยังทำกันแบบดั้งเดิมคือใช้วิธีร่อนเอาจากลำธารก่อนที่ทวดและตาของศิวนาถจะได้ขยับขยายกิจการก็เกิดปฏิวัติเสียก่อน ทั้งครอบครัวลี้ภัยไปอยู่อีแลนด์โดยอาศัยเอกสิทธ์คุ้มครองทางการทูตจากประเทศหนึ่งทางตะวันตกที่ช่วยออกเอกสารให้ โชคดีที่พวกกบฏไม่รู้ว่าใต้ดินมีของมีค่าอยู่ พวกเขาพากันไปตื่นทองที่ภูเขาอีกด้านหนึ่งจนเมื่อศิวนาถมาทำเหมืองแร่รัตนชาติความจึงแตกออกมา ท่ามกลางความเจ็บใจของหัวหน้าคณะปฏิวัติ แต่ด้วยสภาพสังคมยามนี้พวกมันจะมาเก็บเขาง่ายๆไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งบริษัทเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตที่ศิวนาถซื้อสัมปทานจากรัฐบาลในราคาสูงลิบลิ่วเป็นตัวประกันที่พวกมันยังไม่กล้าทำอะไรเขาง่ายๆ 

ชายหนุ่มไม่ได้คิดถึงบัลลังก์เขาขีดเส้นชัดเจนให้ตัวเองว่าเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยบุคลิกภาพอันสูงศักดิ์ที่มีมาแต่กำเนิดก็ยากที่จะปิดบังทำให้เขาได้รับความนับถือจากชาวมันตราทั่วไปนับว่าเป็นหนามยอกอกของคณะปฏิวัติอย่างแท้จริง 

“มีติดขัดตรงไหนบ้างไหม” ศิวนารถถามหัวหน้าวิศวกรแม้จะปรับปรุงการทำเหมืองให้ทันสมัยแต่เขาก็มิได้ขยายให้ใหญ่โตมากนักด้วยทราบดีว่าหากปล่อยสินค้าเข้าสู่ตลาดมากเกินไปจะทำรายได้ให้เขาไม่มากเท่าที่ควร ยิ่งหายากยิ่งมีราคาแพงเขาจำขึ้นใจเสมอมา 

“ไม่มีนะครับ เราเจาะครั้งนี้น่าจะได้หินสีมากพอสมควร คุณศิจะรอดูหลังฉีดน้ำไหมครับ” เหมืองของศิวนาถเป็นเหมืองฉีด หลังจากทำการขุดดินออกมาก็จะใช้น้ำชะล้างเศษดินออกไปแล้วค่อยคัดแยกก้อนแร่ที่ได้อีกครั้งว่ามีคุณภาพแค่ไหนก่อนจะส่งไปแปรรูปที่โรงงานที่อีแลนด์แล้วจัดจำหน่ายทั่วโลก แต่หากถ้ามีชิ้นไหนที่เตะตาศิวนาถจะเก็บไว้ประมูลปีละ 2ครั้งนั่นคือส่วนที่ทำกำไรอย่างแท้จริง 

“เอาสิเผื่อจะมีของถูกใจฉันบ้าง” ศิวนาถยืนกอดอกรอดูก้อนแร่ที่ไหลลงมาตามสายพาน เสียงคนงานที่ยืนกำกับอยู่ต้นสายตะโกนเอะอะ หัวหน้าวิศวกรขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปดูแล้วก็ตะโกนเรียกเขาเสียงดังลั่น “คุณศิครับมาดูนี่สิครับ คราวนี้เราเจอของดีจริง ๆ ด้วย “ 

หัวหน้าช่างโชว์หินก้อนหนึ่งมีขนาดใหญ่เกือบเท่ากำปั้นให้เขาดู ศิวนาถมองปราดเดียวก็ทราบว่านี่คือเพชรสีชมพูชายหนุ่มยิ้มกว้างนี่แหละสิ่งที่เขาตามหา มาตรวจเหมืองครั้งนี้นับว่าไม่เสียเที่ยว 

ขณะที่พวกคนงานกำลังดีใจกันอยู่นั่นเองก็มีกองกำลังไม่ระบุสัญชาติปรากฏตัวขึ้น ทุกคนมีอาวุธสงครามกระชับมือจ่อปืนใส่ศิวนาถและพวกคนงาน 

“ถอยมารวมกันทางด้านนี้ให้หมด อย่าให้กูต้องพูดซ้ำเดี๋ยวปืนในมือจะลั่น” พวกมันหัวเราะทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่าขำ บอดี้การ์ดของศิวนาถทำท่าจะจับปืนแต่เขาปรายตาให้นิ่งไว้ก่อน ทั้งหมดเดินไปรวมกันที่อีกด้านหนึ่งตามคำสั่งของพวกโจรหลายคนในกลุ่มมันมองก็ได้บนสายพานตาวาวแม้ดูไม่เป็นแต่เดาเอาเองว่าคงเป็นของมีค่าเพราะพวกมันรู้ว่านี่คือเหมืองรัตนชาติ 

“แกต้องการอะไร” ศิวนาถแสร้งถามพวกมันบุกมาได้ถึงขนาดนี้แสดงว่ายามของเขาที่เฝ้าอยู่รอบ ๆ คงจะเสร็จพวกมันไปหมดแล้ว 

“ถามโง่ๆไอ้เจ้าชาย กูก็มาปล้นพวกมึงสิวะ” แล้วพวกมันก็หัวเราะกันอีกครั้ง ศิวนาถนิ่งคิด พวกมันย่อมไม่ใช่โจรธรรมดา ต้องมีคนจ้างมันมาเก็บเขาแน่นอน คาดว่าคงจะเป็นใครสักคนในคณะปฏิวัติแน่ หรืออาจจะเป็นทั้งคณะเลยก็ได้ 

“ได้ของแล้วก็ไปเสียสิ อย่าได้ทำอันตรายพวกคนงาน” ศิวนาถไล่ เขากดสัญญาณฉุกเฉินตั้งแต่แรกหวังว่าพวกบอดี้การ์ดที่รออยู่ด้านนอกจะนำกำลังมาตีตลบหลังพวกมันได้ทัน 

“กูไปแน่ แต่ต้องกำจัดมึงก่อนนะ การมีชีวิตของมึงทำให้บางคนไม่สบายใจ” มันเล็งปืนใส่ชายหนุ่ม ใช้ปากกระบอกปืนชี้ให้ถอยหลัง 

ศิวนาถยอมถอยตามที่มันบอกเลี่ยงออกห่างจากกลุ่มคนงานเป็นการดึงสายตาของพวกโจรให้มาจับจ้องที่เขาและไม่ทันระวังพวกคนงาน เมื่อนาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มสั่นอีกครั้งก็เป็นสัญญาณให้ทิ้งตัวลงกับพื้นกลิ้งไปหลบหลังเครื่องจักรที่หมายตาไว้อย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังกระหน่ำความรู้สึกที่ลูกตะกั่วร้อนๆพุ่งเข้าใส่ยากที่จะบรรยาย แต่ก็ยังมีบางลูกที่ถูกเป้าหมาย ศิวนาถลูกกระสุนปืนเข้าที่ชายโครงและะต้นแขนที่ละนัดก่อนที่จะไปหลบหลังเครื่องจักรตัวใหญ่ได้ 

เสียงปืนจากอีกฝั่งสาดเข้าใส่พวกโจรทำให้ศิวนาถพอที่จะหายใจได้บ้าง พวกมันอยู่ในที่โล่งจึงถูกเก็บอย่างง่ายดายแม้จะพยายามหันปืนเข้าสู้แต่สุดท้ายก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ทั้งหมดเพราะประมาทจนเกินไป 

“แจ้งตำรวจแล้วโทรบอกนักข่าวด้วยว่าพื้นที่นี้ไม่ปลอดภัย ยังมโจรอยู่ ฉันอยากรู้ว่าถ้าประโคมข่าวว่ามันตราไม่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนแล้วมีคนถอนตัวจะมีบางคนนั่งร้องไห้หรือเปล่า” ศิวนาถยิ้มร้ายทั้งที่ยังกุมชายโครงโชกเลือด 

หลังจากนั้นทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศประโคมข่าวไปในทางที่ศิวนาถต้องการ ทางการส่งกองกำลังติดอาวุธมาคอยลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้ศิวนาถ ทำให้เขาแอบหัวเราะในใจเพราะกลุ่มนักลงทุนจากชาติตะวันออกเริ่มลังเลทำให้หัวหน้ารัฐบาลต้องเต้นตามเกมส์ของเขา ทำให้งานของศิวนาถสะดวกมาอีกหลายเดือน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น