Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 6 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2562 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 (2)
แบบอักษร

6.2 

             ผมจอดรถในช่องจอดประจำข้างหอพัก เดินตรงมาที่ตึกด้วยอารมณ์ราบเรียบก่อนจะหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นร่างสูงของไอ้ไนท์ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าตึก ผมหยุดเดินอัตโนมัติ จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาระแวดระวัง

“...มึงมาทำอะไรที่นี่วะ”

อย่าบอกนะว่ามันมาดักรอเพราะผมหลังจากทำเรื่องแบบนั้นในห้องน้ำ

             ไอ้ไนท์ไม่ตอบในทันที มันเบือนใบหน้าออกจากประตูกระจกมามองสบตากับผม ดวงตาคมเข้มหรี่ลงราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ...ครู่หนึ่งมันถึงเดินเข้ามาหา ผมถอยกรูดไปหนึ่งก้าวแต่เมื่อนึกได้ว่านี่มันถิ่นผมและผมไม่มีอะไรต้องไปกลัวมันผมถึงหยุดความคิดล่าถอยในหัวแล้วตั้งหลักเผชิญหน้ากับมันตรงๆ

             “มาแล้วเหรอ เวลาแค่นี้คงไม่พอให้ทำอะไร” ประโยคหลังเหมือนมันแค่พึมพำกับตัวเอง แต่ผมได้ยินและรู้สึกทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้ว่ะ

             “บ่นเหี้ยอะไรของมึง แล้วมายืนเสร่ออะไรที่หน้าหอกู”

             “กูมาหาน้องเอิร์ธ มีเรื่องอยากคุย ตามลงมาให้หน่อย” ไอ้ไนท์พูดด้วยเสียงนิ่งๆ

             ผมมองสบสายตาคมคายที่ไม่มีแววล้อเล่นของมันอย่างสับสน ไม่รู้มันพูดจริงหรือแค่เอาไอ้เอิร์ธมาอ้าง แต่ถ้ามันมาเพื่อเจอไอ้เอิร์ธจริง มีเรื่องอะไรถึงต้องมาเอาป่านนี้ ผมทั้งสงสัยทั้งระแวงจนแทบระงับความปั่นป่วนในใจไว้ไม่ไหว จ้องไอ้ไนท์ตาแข็ง

             “มึงมีธุระอะไรกับเพื่อนกู”

             “ตามเอิร์ธมาเดี๋ยวก็รู้เอง”

             “สัส มึงมีอะไรก็พูดมาตรงๆ ไม่ต้องมาโยกโย้” ผมโพล่งใส่หน้ามันอย่างหัวเสีย ไม่รู้ว่ะ ปกติผมไม่ใช่คนโมโหง่ายแบบนี้แต่พออยู่ต่อหน้าไอ้เหี้ยนี่กลับควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้

             “ใจเย็นก่อนสิ จะหัวเสียทำไม”

             ผมมองใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของไอ้ไนท์แล้วฉุนหนักกว่าเดิม รู้สึกเหมือนมันแค่มายั่วโมโหผมเล่นเท่านั้น คิดๆ ไปแล้วคนที่ไม่รู้จักมักจี่กับไอ้เอิร์ธอย่างมันจะมีเรื่องเร่งด่วนอะไรให้ต้องมาหาเอาเวลานี้ ผมเปลี่ยนท่าทีในเสี้ยวนาทีที่คิดได้ มองไอ้ไนท์ด้วยสายตาที่ทะลุปรุโปร่ง

             “มึงแค่จะมากวนประสาทกูใช่ไหม กลับไปเลย แล้วก็ไม่ต้องโผล่มาให้กูเห็นหน้าอีก”

             ผมพูดแบบนั้นแล้วก็เดินมาที่ประตู กำลังจะสแกนคีย์การ์ดเข้าไปข้างใน ไอ้ไนท์ก็พูดขึ้น “ทำไมมึงไปกินข้าวกับมัน”

             ผมชะงัก หันกลับไปมองอย่างอดไม่ได้ “แล้วมึงยุ่งไรด้วยวะ”

             ไอ้ไนท์ไม่ตอบ มันมองผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เป็นผมที่รู้สึกกดดันซะเอง “กูไปเยี่ยมแม่ที่โรงบาล แล้วพี่เซนก็อยู่ที่นั่นเลยออกมาด้วยกัน”

             พูดไปแล้วก็สงสัย ทำไมผมต้องบอกมันด้วยวะ

             แววตาไอ้ไนท์เปลี่ยนไปเล็กน้อยหรือผมแค่คิดไปเองไม่แน่ใจ แต่สีหน้ามันดูผ่อนคลายขึ้นจริงๆ อันนี้ผมพอมองออก

             “แล้วแม่มึงเป็นไงบ้าง” จู่ๆ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุย แล้วไอ้ท่าทางที่เหมือนลืมเรื่องสำคัญไปนั่นมันอะไรกัน

แต่พอเป็นเรื่องแม่ผมก็ใจเย็นลง ตอบมันไปตามความจริง “ท้องไม่ดีเท่าไหร่ รอดูอาการอีกวันสองวัน”

“แล้วมึงไม่อยู่เฝ้า?”

“มีพี่เซนคอยดูอยู่”

“หืม ทำไมมันต้องอยู่เฝ้าแม่มึงล่ะ”

“ไม่รู้ รู้แค่ว่าเป็นคำสั่งพี่กู”

คุยไปคุยมาผมก็ชักมีน้ำโห แม่งจะซักอะไรนักหนาวะ อย่างกับว่ากำลังโดนไอ้ไนท์สอบอยู่งั้นล่ะ

“นี่มึงจะอยากรู้ไปทำไมวะ กลับไปได้แล้ว น่ารำคาญ”

“กูก็สงสัยเหมือนกัน ทำไมแค่เห็นมึงไปกินข้าวกับคนอื่นมันถึงได้กวนใจกูขนาดนี้”

“หา!?”

“ดึกแล้ว มึงขึ้นห้องเถอะ แล้วก็...” ไอ้ไนท์เอาหน้าเข้ามาใกล้กะทันหัน ตอนที่ผมรู้สึกตัวริมฝีปากมันก็จ่ออยู่ข้างใบหูแล้ว “...อย่าลืมฝันถึงกูด้วยล่ะ”

ผมสะท้านวาบไปทั้งตัว ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่ลมหายใจแผ่วเบาที่เป่ารดใบหูทำเอาผมเผลอไปชั่วขณะ กว่าจะได้สติไอ้ไนท์ก็เดินอมยิ้มออกไปแล้ว บ้าอะไรของมันวะเนี่ย ไอ้เหี้ยเอ๊ย ผมสะบัดความรู้สึกขนลุกขนพองที่จับอยู่ตามเนื้อตัวทิ้งหัวเสียแล้วรีบขึ้นมาข้างบน

อาบน้ำเสร็จผมยังไม่ทันแห้ง ไลน์คอลก็ดังขึ้น แต่เสียงสัญญาณเตือนดับไปก่อนที่ผมจะเดินมาถึงโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ใครวะ โทรมาแป๊บเดียวก็วาง ผมหยิบโทรศัพท์ที่ถูกโยนทิ้งไว้บนเตียงก่อนหน้าจะไปเข้าห้องน้ำขึ้นมากดดู

เป็นไอ้เอิร์ธ... ดึกขนาดนี้โทรมาทำไม ยังไม่นอนอีก?

ตะวัน : มีอะไร

ผมพิมพ์ทักมันไป ในหัวพลันนึกถึงไอ้ไนท์ขึ้นมา หรือว่าไอ้เวรนั่นไปสร้างปัญหาอะไรให้เอิร์ธวะ ระหว่างที่ผมกำลังร้อนใจไอ้เอิร์ธก็ตอบกลับมา

เอิร์ธ : ไม่มีอะไร มือกูพลาดไปโดนเอง

“....” ไอ้เหี้ยเอิร์ธ! สัส กูก็อุตส่าห์เป็นห่วง เวรเอ๊ย ทำตกใจหมด

ตะวัน : แล้วนี่มึงทำไร ยังไม่นอนอีก

เอิร์ธ : กูออกมาเดินเล่นหน้าปากซอย หาอะไรกิน

ตะวัน : ป่านนี้เนี่ยนะ?

ผมแปลกใจนิดหน่อยกับคำตอบของไอ้เอิร์ธ รู้สึกตงิดๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย

เอิร์ธ : อืม กูออกมาซื้อโรตี

ไม่พูดเปล่า มันถ่ายรูปถุงโรตีในมือส่งมาให้ผมดูทันทีด้วย

ตะวัน : เชร้ด มีภาพประกอบ กลัวไม่เชื่อขนาดนั้นเลย

เอิร์ธ : แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง

ตะวัน : เหมือนจะดีขึ้นแล้วล่ะ หมอให้รอดูอาการอีกวันสองวัน

เอิร์ธ : อ่อ ดีแล้ว พรุ่งนี้มึงมาเรียนป่ะเนี่ย  

             ตะวัน : ไปสิ ถามไมวะ

เอิร์ธ : กูนึกว่ามึงจะหาข้ออ้างขาดเรียนเพราะไปนอนเฝ้าแม่ที่โรงบาล

ตะวัน : เปล่า กูอยู่ห้องเนี่ย เพิ่งกลับมา

เอิร์ธ : อ้าว มึงไม่อยู่กับแม่เหรอ

ตะวัน : มีคนดูให้แล้ว

เอิร์ธ : ใครวะ

ตะวัน : ลูกน้องพี่กู

เอิร์ธ : หืม?

ผมมองข้อความแชทสุดท้ายของไอ้เอิร์ธก่อนวางโทรศัพท์ลง ลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยปีนกลับขึ้นเตียง นอนเล่นโทรศัพท์

หลังจากนั้นเอิร์ธมันก็ไม่ได้พิมพ์อะไรมาอีก นอนแล้วหรือเปล่าวะ... ผมมองหน้าต่างแชทเมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหวก็เลิกสนใจ เปิดดูอย่างอื่นแทน ไถหน้าเฟซบุ๊คเล่นได้แวบหนึ่ง ก็สลับไปอ่านข่าวในทวิตเตอร์ ต่อด้วยส่องรูปดาราสวยๆ ในอินสตาร์แกรม กำลังจะปิดออกก็เลื่อนมาเจอรูปที่บีบีอัพเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เป็นภาพถ่ายข้างรถถือม้วนกลมๆ เหมือนโรตีอยู่ในมือพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วทำปากจู๋ ใส่แคปชั่น

beby12 ยังไม่กิน แต่รู้ว่าอร่อยมาก #อยากกินต้องได้กิน  

she_cherrii ไปกับใครไหนพูด

i_ice_p อะไรอร่อย

beby12 @i_ice_p โรตี~~~

r.i.n_beer ระวังปวดท้อง

mai.hh หนีเที่ยวหรา~

beby12 @mai.hh จุ๊ๆ

ผมเลื่อนอ่านคอนเม้นต์ที่บีบีคุยกับเพื่อนแบบผ่านๆ มีเยอะกว่านี้อีกแต่ผมขี้เกียจเพราะคอมเม้นต์ไปในทางเดียวกันหมดคือแซวรูปที่บีบีโพสต์ ผมมองภาพถ่ายกับโรตีของบีบีอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่ผมไม่ได้จริงจังอะไรกับคอมเม้นต์พวกนั้นแต่ดันรู้สึกว่าภาพนี้มีอะไรซ่อนอยู่ บีบีไปทำอะไรดึกป่านนี้

...ทำไมเป็นโรตี

ไอ้เอิร์ธก็เพิ่งพูดเรื่องโรตีเหมือนกัน บังเอิญจริง

 

             ร้านกาแฟเปิดใหม่ข้างตึกเรียน

             ระหว่างรอเรียนภาคบ่าย ผมกับเดอะแก๊งก็มานั่งแช่แอร์เย็นๆ ในร้านกาแฟฆ่าเวลา ไอ้เก้ากับไอ้แต้มสั่งชาเขียวเย็นไปคนละแก้ว ของผมเป็นคาปูชิโน่ปั่น ส่วนไอ้เอิร์ธแดกน้ำเปล่า ไม่รู้มาอารมณ์ไหน

             ไอ้เก้ากับไอ้แต้มพอได้ที่สถิตปุ๊บก็เอามือถือขึ้นมาเล่นเกมอย่างไม่สนใจโลก ผมกับไอ้เอิร์ธก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เหมือนกันแต่ผมเล่นเกมได้แป๊บๆ ก็รู้สึกเซ็ง กดออก ไม่รู้จะทำอะไร เงยหน้ามองโน่นมองนี่ไปเรื่อยจนสายตาผมตกกระทบที่ใบหน้าของคนข้างๆ เหมือนไอ้เอิร์ธจะรู้ตัว มันเหลือบมองผมด้วยแววตาสงสัย

             “มีอะไร”

             “หอใหม่มึงโอเคหรือเปล่าวะ”

             “ก็ดีนะ ถามทำไม?”

             “ถามเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก”

             “.....”

             “ช่วงนี้มึงได้คุยกับไอ้ไนท์บ้างหรือเปล่า” ผมคาใจเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อคืน แต่พอโพล่งออกไปแล้วก็รู้สึกขายหน้ายังไงไม่รู้ ผมไม่ควรสนใจเรื่องไอ้เวรนั่นด้วยซ้ำ ทั้งที่น่าจะรู้ว่าเมื่อคืนมันแค่หาเรื่องไปดักเจอผมที่หน้าหอพัก แต่ผมก็ยังอยากจะยืนยันให้แน่ใจให้ได้

             ดวงตาไอ้เอิร์ธเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น “พี่ไนท์ทำไมเหรอ”

             ผมมองตอบแววตาสงสัยของไอ้เอิร์ธ ใคร่ครวญสิ่งที่อยากรู้อยู่ในหัวครู่หนึ่งก่อนพูดออกไป

             “มึงบอกเรื่องย้ายหอหรือเปล่า”

             “ทำไมเหรอ” เอิร์ธมองตอบอย่างไม่เข้าใจว่าผมถามทำไม แววตาที่แสดงออกว่าต้องการคำอธิบายของมันทำผมทั้งอึดอัดและหงุดหงิด

             “กูแค่ถามดู เผื่อมึงอยากปิดเป็นความลับ”

             ผมดิ้นรนหาทางออกให้ตัวเองจนได้สิน่า ไอ้เอิร์ธทำหน้านิ่งขรึมลงทันที มันชำเลืองมองไอ้แต้มกับไอ้เก้าด้วยระแวงว่าสองคนนั้นจะได้ยิน แต่พวกนั้นไม่มีทีท่าว่าจะใส่ใจเรื่องที่ผมกับไอ้เอิร์ธคุยกันมากไปกว่าเกมในโทรศัพท์มือถือพวกมันเลย สีหน้าไอ้เอิร์ธคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย แต่ถึงแบบนั้นเสียงพูดของมันก็เบาลงมาก

             “ไม่ได้บอก รู้แค่ว่ากูย้ายออกมาจากห้องพี่กันต์”

             งั้นก็แปลว่าไอ้ไนท์ไม่รู้เรื่องจริงๆ งี้ผมก็ฟันธงไม่ได้สิว่าเมื่อคืนมันแค่หาข้ออ้างมาดักเจอผมหรือตั้งใจไปหาไอ้เอิร์ธจริงๆ ...หรือทั้งสองอย่าง

             “แล้วมึงได้คุยกับมันบ้างไหม”

             “พี่ไนท์เหรอ”

             “อืม”

             “มีคุยไลน์ แต่ไม่บ่อย นานๆ ที”

             “งั้นมึงก็ติดต่อกับมึนอยู่น่ะสิ”

             “อืม กูมีเรื่องติดค้างเขาอยู่ จะไม่คุยก็ไม่ได้”

             “เรื่องติดค้างอะไรวะ...”

             “วัน~”

             เสียงเรียกชื่อดังขึ้นด้านหลัง ผมจำเสียงนั่นได้ พอหันไปมองก็เห็นบีบีเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ผมแอบเสียดายที่ยังคุยกับไอ้เอิร์ธไม่เสร็จแต่ก็บ่นไม่ได้ หันไปสนใจบีบีที่เพิ่งมาถึงตามระเบียบ

             “เรียนเสร็จแล้วเหรอ”

             “อืม วันมีเรียนต่อตอนบ่ายสามใช่ไหม”

             “ใช่ อีกเดี๋ยวก็ต้องไปแล้วล่ะ”

             “ไรอ่ะ เจอกันแป๊บเดียวเอง” บีบีคว้าแขนผมเข้าไปกอดแล้วเอาหน้ามาแนบกับหัวไหล่ทำออดอ้อนแป๊บหนึ่งก็เอาหน้าออก ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ตารางเรียนผม แต่ที่ทำแบบนั้นคงเพราะอยากเอาใจตามประสาคนคบกัน ปกติผมต้องเอื้อมมือไปโอบเอวอีกฝ่าย หยอกล้อตอบด้วยการจั๊กจี้เบาๆ แต่จู่ๆ ผมก็นึกถึงรูปในไอจีที่บีบีโพสต์เมื่อคืนขึ้นมา

             “เมื่อคืนไปไหนเหรอ เห็นโพสต์ไอจี”

             “หืม? ...อ๋อ! นั่นน่ะเหรอ ไม่มีไรหรอก บีถูกเพื่อนลากออกไปหาอะไรกินเฉยๆ น่ะ”

             “.....” ไม่รู้ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่เมื่อกี้เหมือนบีบีแสดงสีหน้าวิตกออกมาแวบหนึ่ง

ผมนึกถึงคอมเม้นต์ พวกนั้นก็เพื่อนสนิทบีไม่ใช่เหรอ ผมรู้สึกติดใจ แต่คิดอีกแง่บีมีเพื่อนหลายคน อาจจะเป็นเพื่อนคนไหนก็ได้ในกลุ่ม อีกอย่างใช่ว่าผมจะรู้จักเพื่อนบีทุกคน... แล้วสรุปไปกับเพื่อนคนไหนวะ ออกไปข้างนอกทำไมผมไม่รู้ แต่ก็พูดไม่ได้เพราะผมก็ไม่ได้โทรหาบีบี ผมมองยิ้มละลายใจของบีบีแล้วถอนหายใจ เมื่อกี้ผมเป็นอะไรวะ อย่างกับว่าผมกำลังสงสัยบีบีอย่างนั้นแหละ ผมส่ายหน้าไล่ความรู้สึกไม่มั่นคงออกจากหัว ก่อนเอื้อมมือออกไปโอบเอวบีบีอย่างที่ควรทำ

“เย็นนี้อยากกินอะไร” ผมถามเสียงนุ่มนวล

“เย็นนี้ไม่ได้อ่า... บีมีเลี้ยงสายรหัส”

“อ่อ” ผมหดหู่นิดหน่อย อุตส่าห์หาโอกาสกระชับความสัมพันธ์แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ได้อย่างใจนึก  

 

 

ความคิดเห็น