AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 55 คือน้ำตาแห่งความดีใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 55 คือน้ำตาแห่งความดีใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2562 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 55 คือน้ำตาแห่งความดีใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 55 คือน้ำตาแห่งความดีใจ 

เสียงหวีดอากาศมาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของชิกิ เธอกลัวความสูงและความเร็วจึงหลับตาปี๋ ไผ่ก็ดันเร่งความเร็วสูงเกินพุ่งผ่านเขต 1 ไปยังเขต 9 ซึ่งเป็นปราสาทของจักรพรรดิทันที เมื่อเข้าไปยังปราสาทบอร์ดก็ร่อนลงพื้นแล้วหยุดลง

ชิกิที่รู้สึกว่าพื้นมันไม่เคลื่อนไหวแล้วก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่ภาพที่ปรากฏคือห้องขนาดกว้าง โล่ง ๆ แต่ตามฝาผนังมีจอสี่เหลี่ยมทำให้เห็นรูปภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดภายในอาณาจักรตามเขตต่าง ๆ บัลลังก์สีทองสง่าที่ไม่มีคนนั่ง ไม่มีแม้แต่ทหารเฝ้า

ชิกิมองภาพเหล่านั้นด้วยความอึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าผู้คนในเมืองนี้จะเป็นแบบนี้ ภาพของเหล่าทหารที่อุ้มเด็กไปซื้อขนมตอนลาดตระเวน บางแห่งเหล่าเด็กน้อยก็ขี่คอ และบ้างก็นำดาบไม้มาเล่นกับเหล่าทหารอย่างสนุกสนาน ฝ่ายทหารของอาณาจักรนี้หาได้ทำสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังดั่งอาณาจักรอื่นไม่

พวกเขานั้นยิ้มแย้มและรู้สึกสนุกตลอดเวลา บางครั้งเจอเพื่อนทหารด้วยกันเดินลาดตระเวนสวนทางก็โบกมือทักทาย ทหารบางคนที่ถือขนมกินอยู่ก็แบ่งเพื่อน ก็มีบ้างที่แกล้งแย่งขนมกันกิน แต่ภาพเหล่านี้มันหาดูยากมาก ทำไมพวกเขาถึงสนุกสนานและมีความสุข

ทำไมอาณาจักรนี้ถึงไม่เคร่งครัดกฎระเบียบ ปกติทหารที่ลาดตระเวนจะไม่สามารถเดินกินขนม หรือตักข้าวเคี้ยวตุ่ย ๆ แบบนี้ได้ ทั้งยังเรื่องของพ่อค้าแม่ค้าที่มักจะมอบน้ำเย็น หรือไม่ก็ขนมให้กับเด็กเล็กและเหล่าทหารโดยไม่หวังผลตอบแทนอีก ชิกิมองภาพเหล่านี้ไม่วางตา เธอกำลังหาคนยากแค้น และขอทาน แต่กลับไม่เจอ เด็ก ๆ หรือชาวบ้าน

โดยเฉพาะคนป่วยหรือคนแก่ชราเมื่อออกมาข้างนอกจะได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ พวกวัยทำงานและเหล่าคนหนุ่มมักจะไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยรอยยิ้ม แม้ชิกิจะไม่ได้ยินบทสนทนานั้นก็ตาม แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความสุขนั้น

ภาพที่เกิดขึ้นที่นี่ มันเป็นภาพที่เธอวาดและใฝ่ฝันถึงว่าอยากจะให้เป็น แม้ว่าเธอจะพยายามทุ่มเทแบ่งปันให้อื่นมากเท่าไหร่ แต่ก็หาได้ทำแบบที่อาณาจักรนี้ทำได้ไม่ ไม่แม้แต่จะเศษเสี้ยวด้วยซ้ำ ยิ่งเธอได้เห็นภาพเธอก็เริ่มเข้าใจด้วยตัวเองมากขึ้นว่า

การแบ่งปัน ถ้าทำคนเดียวผลมันก็เกิดไม่มาก แต่ถ้าทำกันทุกคน มันก็จะสร้างความสุขให้มหาศาล

ที่ชิกิเห็นเป็นเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ละเขตเท่านั้นยังไม่เจาะจงรายละเอียดมากพอ และระหว่างที่เธอกำลังมองภาพเหล่านี้น้ำตาเธอก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ส่วนไผ่นั้นเข้าไปในห้องควบคุม เจอฟรานดื่มน้ำผลไม้อยู่พร้อมกับแผ่นกระดาษกองโตที่โนบุสั่งให้วาดแปลน

“มาแล้วเหรอ! เกือบเดือนเลยนะ แล้ววัตถุดิบได้มาพอไหม!” ฟรานถามด้วยน้ำเสียงปกติ เธอได้รับคำอธิบายมาจากโนบุแล้วว่าไผ่ออกไปหาทรัพยากร แม้โนบุจะไม่อยู่ตอนไผ่ออกไปก็ตาม แต่ก็เหมือนจะเข้าใจกันโดยไม่ต้องบอก ฟรานชี้ไปที่กระดาษกองโต

“นี่เป็นแปลนร้านค้า และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อ้อรวมถึงอุปกรณ์ดำรงชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูทันสมัยขึ้นมาหน่อย” ฟรานพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตลอดเกือบเดือนที่ผ่านมานี้เธอกับโนบุต้องทำหลาย ๆ อย่างแทนไผ่กับฮอป

เธอถึงกับเสนอให้สร้างร้านค้ารอ แต่โนบุบอกว่าให้รอไผ่มาก่อน ทว่าเธอไม่ได้เชื่อตามนั้นจึงสั่งให้สร้างร้านค้าก่อน 2 แห่ง แต่ว่าช่างจำนวน 20 กว่าคนช่วยกันสร้างยังได้แต่โครงและตอกฝาผนังบางแห่งอยู่เลย แค่สองหลังก็ยังไม่เสร็จ

“ฟรานซ์ อีก 1 ชั่วโมงช่วยประกาศให้ทหาร นักผจญภัย อัศวิน นักเวท และผู้ที่อยากจะยื่นมือช่วย ให้ไปช่วยกันสร้างที่พักพิงให้กับประชากรใหม่ของอาณาจักรเรากันหน่อย” ไผ่สั่งการโนบุแล้วเก็บกระดาษแปลนปึกใหญ่เข้าแหวนมิติ

“คนที่อออยู่ข้างนอก 1 ล้าน 1 แสนกว่าคนนั่นเหรอ อือ ได้สิ 1 ชั่วโมงนะ เดี๋ยวประกาศให้” ฟรานซ์รับปาก เธอกดแป้นพิมพ์ตั้งเวลาปลุกแล้วจิบน้ำผลไม้ต่อ นี่สมควรเป็นเวลาพักผ่อนที่ต้องเก็บเกี่ยวของเธอ ส่วนไผ่เมื่อสั่งการเสร็จก็ออกมายังห้องโถง เห็นชิกิกำลังเหม่อมองภาพหน้าจอด้วยน้ำตาเอ่อคลออยู่

“ชิกิ ออกไปดูข้างนอกกันเถอะ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศจริง ๆ” ไผ่จับมือเธอเดินออกไปข้างนอก เธอรีบใช้อีกมือหนึ่งปาดน้ำตา แม้ในใจจะยังสงสัยอยู่ว่าตัวตนของไผ่เป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาในที่อันสวยงามแบบนี้ได้

ส่วนอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนทุกการเคลื่อนไหวคือสิ่งใด สิ่งอื่น ๆ อีก ชิกิยังคงเก็บไว้ในความสงสัยต่อไป ตอนนี้เธอยังไม่กล้าที่จะถาม

รูปลักษณ์ของไผ่ตอนนี้ยังคงสวมใส่ชุดนักผจญภัยระดับกลางอยู่ ถ่านดำที่ป้ายหน้าก็ยังไม่ล้างออก ชิกิจึงเดาถึงตัวตนของเขาไม่ออก

พอออกมาข้างนอกปราสาทภาพดอกไม้สีสันสวยงาม กลิ่นที่หอมสดชื่นทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย ใช้เวลาชมสวนดอกไม้สักพักไผ่ก็พาออกนอกเขตปราสาท

ซึ่ง ณ ตอนนี้ชิกิเจออัศวินผู้สูงสง่าท่านหนึ่งเดินมาทางนี้พอดี ใบหน้าที่งดงาม รัศมีที่แข็งแกร่งของเธอทำให้ชิกิถึงกับอึ้ง และชุดที่เธอสวมใส่ชิกิย่อมรู้ดีว่าได้เจอกับบุคคลที่ยิ่งใหญ่เสียแล้ว

คน ๆ นี้คือหนึ่งในอัศวินศักดิ์สิทธิ์ บุคคลที่เป็นดั่งปราการของอาณาจักร เป็นผู้ที่มีพลังเวทมนตร์สูง มีพรสวรรค์และความสามารถเหนือกว่าอัศวินในหมู่อัศวิน แค่ท่าทางของเธอที่เดินมาก็ทำให้ชิกิถึงกับสั่นสะท้าน เธอตรงมาที่ซึ่งชิกิกับไผ่ยืนอยู่ ชิกิจับมือของไผ่แน่นมาก

เธอกลัวว่าจะถูกลงโทษ ดูจากสายตาของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่มองมาแล้วมันทำให้เธอกลัว แม้ว่าเธอจะหนีคงหนีไม่พ้นเป็นแน่ แต่ว่าไผ่กลับนิ่งเฉยมองดูอัศวินคนนั้นด้วยแววตาที่แสนธรรมดา

อัศวินศักดิ์สิทธิ์สาวเพ่งมองใบหน้าไผ่สักพัก

“อ๊ะ!!” เสียงอุทานด้วยน้ำเสียงที่หวานใสของเธอดังขึ้น เธอรีบจ้ำอ้าวเข้ามาใกล้ ทางชิกิก็ยิ่งสั่นกลัวเข้าไปอีก 1 ในอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรมาแบบนี้ใครเล่าจะไม่กดดัน แต่แทนที่ท่านคนนั้นจะมาใกล้กว่านี้ จู่ ๆ เธอก็คุกเข่าดังพรึบ!!

ยิ่งสร้างความ งง งวย ให้กับชิกิไปใหญ่ –ท่านคุกเข่าทำไม? -

“เคารพท่านจักรพรรดิอัคคี ขออภัยที่ข้าพึ่งจำรูปลักษณ์ท่านได้!” เสียงอันหวานใสของเธอเอ่ยขึ้น

“เธอนี่น้า ก็ทำเป็นจริงจังเกินไป ลุกขึ้นเถอะ ว่าแต่เจ้าไปไหนมาล่ะ” ไผ่บอกใช้มารีนลุกขึ้น เธอก็ทำตามอย่างว่าง่ายพร้อมกับเผยรอยยิ้มดีใจออกมาเมื่อไผ่ถามเธอ

“ข้าไปตรวจตราดูแต่ละเขตมาเจ้าค่ะ แล้วท่านจักรพรรดิไปไหนมาหรือ” มารีนเอ่ยถาม จักรพรรดิของเธอไม่ได้เหมือนจักรพรรดิคนอื่น ๆ คน ๆ นี้สร้างความสนิทสนมกับทุกคน เขาไม่ได้ถือตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มารีนสามารถถามคำถามแบบนี้ได้

“อืม ก็ไปทำภารกิจเล็กน้อยน่ะ ตอนนี้เราต้องพาสมาชิกใหม่ไปชมอาณาจักรสักหน่อย เธอจะมาด้วยกันไหม” ไผ่ไม่อยากให้เสียเวลามากจึงเอ่ยชวนมารีนไปด้วย และแน่นอนว่า

“ไปเจ้าค่ะ ข้าขอไปด้วย!” ไม่ต้องรอให้เธอคิด มารีนตอบกลับทันที ส่วนชิกิเมื่อได้ยินคำว่าจักรพรรดิใจเอถึงกับหล่นวูบลงไปยังตาหนุ่ม

ชายที่กำลังจับมือเธอคือจักรพรรดิของอาณาจักรนี้งั้นหรือ แต่งตัวเป็นนักผจญภัยระดับกลาง หน้าตาก็มอมแมม แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์กลับให้ความเคารพเทิดทูน แถมยังศรัทธาล้นเกล้า ชิกิรู้สึกสับสนและทำอะไรไม่ถูกกับความจริงที่ได้รับรู้ เธอพยายามชักมือกลับเมื่อรู้ว่าตนเสียมารยาท แต่ไผ่กลับไม่ปล่อยมือเธอ

“ไปกันเถอะ” ไผ่กล่าว มารีนตอบรับว่าเจ้าค่ะแล้วเดินขนาบอีกข้างของไผ่ ชิกิเธอยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปใหญ่ เธอเป็นเพียงนักผจญภัยระดับสูง แต่ได้เดินกับบุคคลอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักร ทั้งยังจับมือกับองค์จักรพรรดิของอาณาจักรอีก

-นี่มันเกิดอะไรขึ้น สับสน สับสน สับสนไปหมดแล้ว-

เมื่อเดินไปกับไผ่ มีมารีน ขนาบอีกข้างอยู่ด้วย หากเป็นที่อาณาจักรอื่นเมื่อมี 1 ใน 10 อัศวินศักดิ์สิทธิ์เดินด้วยแบบนี้แน่นอนว่าบรรยากาศมันต้องกดดัน แต่ว่าทำไมกับอาณาจักรเฟราด้าถึงเป็นอีกภาพหนึ่ง ซึ่งภาพเหล่านี้เธอคิดไม่ถึงว่ามันจะมีอยู่ในโลกนี้จริง ๆ

“อ๊า! พี่มารีน พี่มารีนมาแล้ว” เสียงของเด็กที่วิ่งเล่นกันตามถนนเมื่อเห็นมารีนก็วิ่งแจ้นเข้ามาหาด้วยความดีใจ

บางคนอ้าแขนขอให้เธอกอดซึ่งมารีนก็ตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพรอยยิ้มของเด็กน้อยที่อยู่กับบุคคลระดับสูง แม้จะเป็นแค่เด็กชาวบ้านธรรมดา ทำไมพวกเขาถึงมีความสุขเช่นนั้น ท่านอัศวินเหตุใดต้องลดตัวลงมาอุ้มเด็กด้วย แต่แล้ว

“โอ้! องค์จักรพรรดิอัคคี ท่านออกมาแล้วเหรอ ท่านจักรพรรดิเชิญดื่มน้ำผลไม้เย็น ๆ ที่ภรรยาข้าทำเองกับมือเถิด จะได้หายเหนื่อยจากการทรงงาน” เสียงของพ่อค้าร้านเล็ก ๆ คนหนึ่งเอ่ยออกมา เขารีบเทน้ำผลไม้คั้นใส่แก้วน้ำแล้วนำมาให้ไผ่ มารีน และชิกิด้วยรอยยิ้ม

ส่วนไผ่ก็ยกกระดกจนหมดแก้วโดยไม่ลืมเอ่ยชมถึงความสดและอร่อยทำให้พ่อค้าดูตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษ ส่วนชิกิเมื่อลองชิมดูความหวานและสดของผลไม้ทำให้เธอรีบยกให้หมดแก้วในทันที มันเป็นน้ำผลไม้ที่หอมหวานมาก ไม่น่าเชื่อว่าคนนั้นจะมีฝีมือขนาดนี้ ชิกิคิดว่าพ่อค้าคงให้ของดี ๆ เพื่อเอาใจจักรพรรดิ แต่เมื่อมีทหารเดินผ่านมา

เหล่าทหารก็ได้กินน้ำผลไม้นั้นด้วย บรรยากาศมันดูอบอุ่นเป็นพิเศษ เธอไม่คิดว่าจะเอาของมีค่าเช่นนี้มาแจกกันฟรี ๆ ทำไมผู้คนในอาณาจักรนี้ถึงแบ่งปันของให้กันและกัน ไม่กลัวว่าจะขาดทุนเหรอ แต่เมื่อยิ่งได้เห็นกับตามากเข้ามากเข้า คำว่าขาดทุนได้ถูกทำลายออกจากสมองเธอเสียแล้ว

เธอไม่เห็นขอทาน ไม่เห็นคนอดอยาก ทุกคนดูแลกันดั่งเป็นครอบครัวเดียวกัน ภาพเหล่านักผจญภัยที่กลับมาจากการล่าได้สัตว์เล็กสัตว์น้อยมาก็แบ่งปันให้กับชาวบ้าน มีนำไปขายบ้างบางส่วน

ภาพของเหล่าทหารและชาวบ้านที่ช่วยกันเก็บผลผลิตทางการเกษตรด้วยรอยยิ้ม แม้เหงื่อจะไหลโทรมกายแต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านนั้นมันเหมือนกับไม่ได้เหนื่อยแต่อย่างใด เหล่าแม่บ้านที่เตรียมอาหารหลากหลายรูปแบบสำหรับจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ยามค่ำคืน เหล่านักผจญภัยที่กลับมาจากทำภารกิจก็นำของมาให้ บ้างก็ลงไปช่วยขนเข่งแตงกวา เข่งผลไม้บางชนิดโดยไม่ต้องมีใครจ้างวาน และไม่ต้องการเงิน

แค่พวกเขาได้ร่วมวงสังสรรค์เล็ก ๆ มีเหล้าสูตรชาวบ้าน มีน้ำผลไม้ มีอาหารหลากรส มันทำให้ชิกิได้เรียนรู้อีกว่า ความสุขสร้างได้ด้วยรอยยิ้มและการแบ่งปัน

ก่อนที่ชิกิจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเหล่านี้เสียงฮอปของเด็กคนหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็วและตื่นตระหนก

“ช่วยด้วย ช่วยแม่ข้าด้วย จู่ ๆ ท่านแม่ก็ล้มลงที่หน้าบ้าน!” เด็กวิ่งมาจนเจอกับกลุ่มชาวบ้านก็ตะโกนของความช่วยเหลือ เด็กคนนั้นไม่ได้พกถุงเงินหรืออะไรมาเลย ชิกิคาดไว้ในใจอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครสนใจหรอก เด็กนี่ต้องผิดหวังและต้องสูญเสียแม่ไปเสียแล้ว

แต่ว่า มันกลับไม่เป็นดั่งนั้น

ทหาร ชาวบ้าน นักผจญภัย และนักเวทที่กำลังช่วยร่ายเวทน้ำแข็งให้น้ำเย็นอยู่ต่างผละจากงานของตนเองทันที ทุกคนรีบไปพยุงเด็กคนนั้นแล้วอุ้มเด็กพาดบ่า ถือน้ำ ถือของกิน บางคนก็วิ่งกลับไปเอาสมุนไพรที่บ้าน ภาพที่เหล่าผู้คนต่างวิ่งด้วยความตื่นตระหนกเหมือนกับคนสำคัญของตนกำลังจะตาย โดยไม่คิดถึงงานที่กำลังทำ

พวกเขาไม่ได้ถามว่าแม่เป็นอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ไม่มีใครถามแต่ทุกคนรู้จักบ้านหลังนั้นกันหมดแล้ว

“ทะ ทำไมล่ะ เด็กนั่นไม่ได้พกเงินมานี่” ชิกิอุทานลั่น เธอไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของผู้คนที่นี่

“ตามไปดูสิ” ไผ่พูดสั้น ๆ แล้วพาชิกิกับมารีนตามไป เมื่อไปถึงบ้านของเด็กคนนั้น นักเวทสาวช่วยพยุงร่างกายของแม่เด็ก บางคนที่มีความรู้ในด้านหมอก็รีบตรวจดูอาการ บางคนก็นำอาหารและยามาสมทบแล้วจัดแจงไว้ให้อย่างดี มีทั้งของที่น่ากินทั้งนั้น หยูกยาที่ชิกิเห็นทำให้เธอถึงกับตาเบิกโพลง

ยะ ยาพวกนั้นมันราคามากกว่า 1 เหรียญเงิน ทำไมถึงให้ของมีค่าเหล่านั้นไปฟรี ๆ

แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร ก่อนที่ชิกิจะได้เอ่ยถาม เสียงตะโกนลั่นเรียกชื่อใครบางคนดังมาแต่ไกล เขาวิ่งมาแบบไม่คิดชีวิต

“นาระ นาระ! เมียข้าอยู่ไหน! เมียข้า” เสียงของชายคนนั้นดังลั่นเมื่อเขาเห็นภรรยาตัวเองก็รีบพุ่งเข้ามาประคอง น้าผู้ชายคนนี้หยดลงกับพื้นแสดงให้เห็นถึงความรักและความเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ

“เมียเจ้าไม่เป็นอะไรหรอกดิว พวกข้าช่วยกันตรวจดูอาการแล้ว ที่ล้มลงไปหมดสติเพราะว่าเธอกำลังท้องกำลังไส้น่ะ พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว” เสียงของผู้มีความรู้คนหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ดิวได้ยินดั่งนั่นถึงกับตะโกนดีใจ เขากำลังจะมีลูกอีกคน ดิวตะโกนลั่น ทุกคนก็เผยรอยยิ้มดีใจด้วย

“ทุกคน! งั้นคืนนี้เรามาฉลองกัน กับครอบครัวอีกคนของพวกเราที่กำลังจะลืมตาดูโลก!!”

“เฮ!!” เสียงตะโกนและฮัมเพลงยินดีดังขึ้นท่ามกลางน้ำตาแห่งความดีใจของดิว สถานที่แบบนี้ ผู้คนที่เป็นห่วงและเสียสละเพื่อช่วยเหลือกันแบบนี้ จะหาที่ไหนได้อีก ไม่ต้องอดอยาก ไม่ต้องตกงาน เพราะงานมีให้ทำเยอะแยะ

ไม่ต้องกลัวคนร้ายมาพรากชีวิต ไม่ต้องกลัวโรคร้าย ไม่ต้องกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะทุกคนยินดีช่วยเท่าที่ช่วยได้ คนละเล็กละน้อยแต่ก็มากพอ และอีกอย่างคือ ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะทิ้งที่นี่ไป ต่อให้ตัวตายก็จะต้องรักษาเอาไว้ให้ได้

ชิกิที่เห็นภาพนั้นด้วยทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก มันจุกอยู่ข้างใน ภาพพ่อแม่ของเธอที่ต้องป่วยเพราะโรคร้าย ภาพเธอที่วิ่งขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีเงินจึงไม่มีใครสนใจช่วย และภาพที่พ่อแม่เธอค่อย ๆ หมดลมหายใจต่อหน้าต่อตา

-ถ้าตอนนั้น ที่นั่นเป็นอย่างที่นี่ พ่อกับแม่ก็คงไม่ตาย- เธอตัดสินใจแล้วว่าจะขอเข้าร่วมและก่อตั้งกิลด์ที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องกิลด์ แต่ละกิลด์นั้นต้องคานอำนาจกันแน่นอน และสงครามกิลด์คงเกิดขึ้น ที่แห่งนี้ก็ไม่แพ้กัน

แต่ก่อนที่ความคิดแบบนี้ของเธอจะสิ้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนทักทายกันขึ้นมา

มันคือเสียงทักทายของสมาชิกกิลด์ต่าง ๆ ที่มีทั้งระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง พวกเขาทักทายกันเหมือนพี่น้อง

สิ่งที่เธอได้ยินมันคือการพูดคุยและชวนกันไปเที่ยวอาคารกิลด์ของกันและกัน ทั้งนี้กิลด์ระดับต่าง ๆ ก็ยื่นของฝากให้กัน บ้างก็อาสาช่วยเหลือในภารกิจที่คนไม่พอ สีหน้าของพวกเขานั้นไม่ได้ตอแหล หรือสร้างภาพแต่อย่างใด แต่เป็นการคุยด้วยความจริงใจ

-อะไรทำให้พวกเขาเป็นแบบนี้ได้! -

“ทำไมถึงต้องช่วยเหลือกัน ทำไมถึงต้องแบ่งปัน และทำไมถึงไม่แข่งขันกันเล่า?” ชิกิเผลออุทานออกมาให้ไผ่กับมารีนได้ยิน เธอรีบปิดปากตัวเองทันที แต่ว่าคนฟังไม่ได้โกรธแต่อย่างใด มารีนเธอยิ้มหวาน

“จะว่าไปมันก็มีหลายคำตอบนะ คำตอบแรกคือมีผู้นำที่ดี จักรพรรดิทรงมองออกและวางรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมา ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย อีกเรื่องคืออาหารการกินที่มีเหลือเฟือ ทุกคนสามารถลงสวนไปเก็บผลไม้มากินเมื่อยามหิวได้ ท่านได้แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ยิ่งเป็นของอร่อย ๆ ด้วยแล้ว ก็ไม่ต้องมีขอทาน ไม่ต้องมีคนอดอยาก เมื่อมีกินก็มีการแบ่งปัน เมื่อมีการแบ่งปันก็เกิดมิตรภาพ เมื่อเกิดมิตรภาพก็เกิดครอบครัว เมื่อเกิดครอบครัวก็เกิดความสุขไงล่ะ เห็นไหม มีแค่นี้ก็ไม่ต้องแสวงหาอะไรมากแล้ว แต่หากอยากจะรวยหรืออยากจะทำตามความฝัน ก็แค่พยายามมากขึ้นอีกหน่อย อีกทั้งจักรพรรดิอัคคีไม่ได้มองปัญหาแค่เพียงตื้น ๆ แบบนี้น่ะสิ ท่านมองลึกกว่านั้น ตอนท่านเริ่มทำอะไรหลาย ๆ อย่างในคราแรก ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เกิดภาพแบบนี้ได้ แต่เมื่อผลออกมาเป็นที่ประจักษ์เท่านั้นแหละ ทุกคนศรัทธาและเทิดทูนในการมองการณ์ไกลของท่านจนไม่อาจจะมีใครมาสั่นคลอนให้หวั่นไหวได้เลยล่ะ” มารีนพูดตามที่เธอได้พบได้เห็นและได้วิเคราะห์มากับตัวเอง ไผ่ลูบผมเธอเป็นเชิงมอบให้รางวัลเบา ๆ ทำให้มารีนถึงกับบิดตัวด้วยความเขินอาย

เพราะตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องมาดเข้มอีกต่อไป เธอสามารถแสดงตัวตนของเธอได้ และเธอก็เป็นตัวของตัวเองในแบบของเธอ

ชิกิเมื่อได้ฟังคำตอบของมารีนเธอก็คิดตาม และท้ายที่สุดก็ได้เข้าใจในบางส่วน เธอหันมามองหน้าไผ่ที่สายตาทอดมองชาวบ้านฮัมเพลงยินดีกันอยู่ แต่แล้วประกาศของอาณาจักรก็ดังขึ้นไปทั่ว

ทุกคนดูตื่นเต้นดีใจกับสมาชิกใหม่นับล้านที่กำลังจะเพิ่มขึ้น พวกเขาต่างรีบเก็บของกินที่กำลังจะสังสรรค์ในตอนดึก เปลี่ยนเป้าเป็นไปสังสรรค์ที่นอกเขต สังสรรค์หลังจากช่วยสร้างที่พักให้สมาชิกใหม่เสร็จในบางส่วน

อุปกรณ์การก่อสร้างของแต่ละคนก็ขนไปพอที่จะขนได้ ทุกคนไม่คิดเสียดายมันเลย แต่กลับรู้สึกปีติใจแทน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้

ชิกิคิดในใจ

-หากว่าพวกที่อยู่ข้างนอกรู้ว่าไผ่คือจักรพรรดิของอาณาจักรนี้ จะรู้สึกวูบเช่นเธอไหม? -

 

............................................

 

ไรต์เป็นโรคจิตนะ ชอบคอมเม้นและการรีวิวมาก ๆ มันมีผลต่อการอัพนิยายมักมักน้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น