ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 34 ดาบคุซานากิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 ดาบคุซานากิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2562 09:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 ดาบคุซานากิ
แบบอักษร

"ดาบสองเล่มนี้มันดีถึงขนาดนายต้องแลกกับใช้ดาบสี่เล่มมีชื่อเสียงประจำหมู่คิริเลยหรอคาซึยะ"

 

 

 

คาคาชิที่รู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมในการแลกเปลี่ยน ถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลังจากได้ดาบสองเล่มนี้มา ไหนจะท่าทีนั่นอีก ทั้งกอดเอยทั้งลูบเอยจนเขาอดไม่ได้จริงๆ

 

 

 

"แน่นอน แม้ว่าดาบสองเล่มนี้ดูธรรมดาแต่แท้จริงแล้วมันก็ทรงพลังไม่ต่างจากเจ็ดดาบของหมู่บ้านคิริงาคุเระ มันถูกสร้างมาจากวัตถุดิบที่ไวต่อจักระในระดับสูงมาก และที่ฉันแลกไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ แต่เป็นเพราะฉันใช้ดาบพวกนั้นได้ไม่มีประสิทธิภาพต่างหาก"

 

 

 

ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาเขาพยายามฝึกฝนเพื่อให้ตนใช้ดาบเข็มร้อยด้ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่มันก็ไร้ประโยชน์เกินไป เขาไม่สามารถใช้มันได้เหมือนกับที่คุชิมารุใช้เลยแม้แต่นิดเดียว 

 

 

 

ดาบเข็มร้อยด้ายก็ตามชื่อของมัน มันเป็นดาบที่ทรงเข็มที่ใช้เย็บวัตถุ หรือสิ่งมีชีวิตและตรึงร่างมันไว้ ไม่ก็สังหารศัตรูด้วยด้ายรวดที่ตรึงไว้เป็นอาวุธ

 

 

 

แต่เขากลับใช้มันได้ไม่ดีพอตามชื่อและลักษณะของมัน เป็นเรื่องจไร้ประโยชน์ที่จะเก็บมันไว้ ดังนั้นเขาจึงใช้มันและดาบอีกสามเล่มเป็นการแลกเปลี่ยนเป็นดาบคุซานากิสองรูปแบบที่น่าจะมีประโยชน์กับตัวเขามากกว่า

 

 

 

ดาบคุซานากิทั้งสองมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ดาบเล่มหนึ่งเป็นดาบหนึ่งคมใบมีดทรงตรงหรือที่ในญี่ปุ่นเรียกกันว่าดาบโชคุโตะที่ซาซึเกะใช้ในอนาคต มันมีความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอในระดับสูง และมีความทนทานและความคมที่ตัดอะไรก็ขาด

 

 

 

ส่วนอีกเล่มเป็นดาบคมเดียวเช่นกัน แต่มันเป็นดาบทรงคาตานะ ที่โอโรจิมารุ(มังงะ)ใช้มันในอนาคตมันมีพลังในการยืดหดได้ตามพลังจักระของผู้ใช้ สามารถซ่อมแซมตัวเองได้แต่ความคมนั้นยังไมถึงขีดสุด เพราะมันตัดจักระอาภรณ์สัตว์หางไม่ได้ ดังนั้นดาบสองเล่มจึงมีพลังต่างกัน

 

 

 

'ทีนี้เราจะเลือกใช้ดาบเล่มไหน ?'

 

 

 

สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะใช้ดาบคุซานากิโชคุโตะและเลือกนำดาบคุซานากิคาตานะไปดัดแปลงเพื่อมอบให้แก่ซาซึเกะในอนาคตแทน เพราะดาบโชคุโตะนั้นเหมาะกับเขามากกว่า เขานำดาบโชคุโตะสีขาวไปเหน็บเชือกไว้ที่หลัง

 

 

 

ส่วนดาบคาตานะอีกเล่มเก็บไว้ในคัมภีร์ ไว้รอหลังจบการสอบจูนินเขาจะดัดแปลงมันให้กลายเป็นดาบประจำตระกูลอุจิวะโดยเฉพาะ เขาจินตนาการถึงตัวเองในสนามรบ สวมเกราะโดะมารุสีดำขอบทองมือซ้ายถือกุนไบ มือขวาถือคุซานากิ โอ้นี่มันผู้นำกองทัพในอดีตชัดๆ

 

 

 

"คาซึยะเป็นอะไรของเขา หัวเราะจนน้ำลายไหลท่วมปากแล้วนะนั่น"คาคาชิหันไปกระซิบกับไกโดยไม่ให้เพื่อนอีกคนได้ยิน

 

 

 

"คงกำลังจินตนาการอะไรสักอย่างละมั้ง แต่นี่สิสิ่งที่วัยรุ่นแบบพวกเราควรจะมี"ไกตาเป็นประกายยามมองไปที่คาซึยะ คาคาชิได้แต่ถอนหายใจและเลือกที่จะเมินคนบ้าสองคน

 

 

 

ในกลุ่มพวกเขามีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่ยังปกติดี ไกก็บ้าการฝึกและการต่อสู้สมองมีแต่กล้ามเนื้อ โอบิโตะก็เลอะเทอะทำอะไรไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันแต่ดันอยากเป็นโฮคาเงะ ส่วนเจ้าคาซึยะที่มีความสามารถทุกด้านเหมาะสมในการเป็นโฮคาเงะกลับบ้าการวิจัยและสิ่งอื่นๆที่เขาก็ไม่รู้

 

 

 

'เฮ้อ~จะไหวแน่ใช่ไหม ?'

 

 

 

"แล้วเราจะไปไหนกันต่อละคาซึยะ ?"

 

 

 

"เอ๊ะ ซู๊ดดด~ พวกนายไปพักเถอะเดี๋ยวฉันจะส่งร่างแยกไว้สำรวจที่นี่เอง"

 

 

 

คาซึยะยังไม่ไว้วางใจคนจากหมู่บ้านอื่น แม้มิซึคาเงะรุ่นที่สามจะถูกฆ่าด้วยน้ำมือของยัยอาซามิ เขาไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไปแต่ก็ต้องคอยดูกันแบบห่างๆต่อไป 

 

 

 

สำหรับเขาแล้วเรื่องที่อาซามิทำ ถ้ามันไม่ส่งผลกระทบกับความปลอดภัยของครอบครัว มิตรสหายและหมู่บ้านของเขาละก็ เขาจะไม่คิดเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น เห็นแบบนี้เขานั้นยึดติดกับสัญญามากพอสมควร

 

 

 

"ถ้างั้นก็แยกย้ายกลับบ้าน"

 

 

 

คาซึยะแตะด้ามดาบสีขาวที่ด้านหลังแสร้งทำท่าทางหลงละเลิงก่อนจะวาบหายไปในชั่วพริบตา ซึ่งคาคาชิและไกก็จากไปเช่นกันทิ้งไว้เพียงป่ามรณะที่เงียบสะงัด

 

 

 

คาซึยะมุ่งหน้ากลับบ้านโดยทิ้งร่างแยกเฝ้าภายในป่าไว้ วันนี้เขาค่อนข้างอ่อนเพลียพอถึงห้องเขาถอดเสื้อผ้าออกและเดินไปที่กระจกเพื่อดูแผลช้ำแดงขนาดใหญ่ที่ด้านหลัง

 

 

 

ก่อนจะแสยะยิ้มบางๆอย่างช่วยไม่ได้ สิ่งนี้ได้มาจากดาบแห่งการระเบิดของจินปาจิที่ลอบโจมตีเขา แม้เขาจะไม่ได้รับแรงระเบิด แต่การโจมตีทางกายภาพเขานี่รับมันไปเต็มๆ

 

 

 

"โลกนินจาประมาทไม่ได้เลยจริงๆ ถึงว่าทำไมปู่ทวดชอบใช้เกราะซูซาโนโอะขั้นแรกไว้ตลอดยามมีสงคราม"

 

 

 

แม้จะใช้คาถาเคลื่อนย้ายหลบไปแล้วก็ยังไม่พ้นคมดาบนั้น เขาหลับตาจับความรู้สึกในตอนนั้นก่อนจะส่ายหัวแม้จะเจ็บปวดเล็กน้อยแต่เขากลับตื่นเต้นและชอบความรู้สึกนี้ ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นคนโรคจิตไปแล้วละมั้ง

 

 

 

และเพียงชั่วครู่เดียวการรักษาจากพลังในสายเลือดและเซลล์ก็มาอีกละลอก ละลอกแรกมันรักษากระดูกแถวซี่โครงที่แตกหักไปหลายท่อนจึงใช้เวลานานพอสมควร

 

 

 

"ดีนะที่เจ้าพวกนั้นไม่เห็น เอาละนอนดีกว่า"

 

 

 

การพักผ่อนนี่แหละคือการฟื้นฟูที่ดีที่สุด หลังจากคาซึยะขึ้นไปหลับบนเตียงบาดแผลที่ได้รับมาก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตื่นเช้ามาความเจ็บปวดที่ได้มาเมื่อคืนก็ไม่มีหลงเหลือให้เขาเห็นหรือรู้สึก

 

 

 

"ท่านพี่คาซึยะ ถึงเวลากินข้าวแล้ว"

 

 

 

เสียงนุ่มๆของเด็กชายดังจากหน้าประตูคาซึยะรีบออกไปก็พบน้องชายที่แต่งตัวเสร็จพร้อมจะออกไปฝึกในยามเช้า พอเห็นชิซุยในตอนนี้เขาก็นึกถึงตัวอีกเมื่อหลายปีก่อนที่ต้องตื่นแต่เช้าไปแอบฝึกด้วยตนเอง

 

 

 

"เป็นยังไงบ้าชิซุยการฝึกช่วงนี้ดีขึ้นหรือไม่ ?"

 

 

 

"แน่นอนท่านพี่ ตอนนี้ข้าเก่งมากเลยนะ"ชิซุยยืดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ขนาดคาซึยะยังอดไม่ได้ที่จะขยี้หัวของชิซุยพร้อมหัวเราะร่า

 

 

 

"ฮ่าๆ ดีแล้วขยันเข้าไว้ เมื่อเจ้าสี่ขวบเมื่อไหร่พี่จะเริ่มสอนเจ้าทันที"

 

 

 

"ครับผมจะเก่งกว่าท่านพี่ให้ได้"

 

 

 

"อืม~เอาละไปกินข้าวกัน"

 

 

 

ทั้งสองคนเดินไปด้วยกัน ใขณะที่ชิซุยนั้นดูร่าเริงผิดปกติเจ้าตัวแกว่งแขนไปมาอย่างสบายอารมณ์จนกระทั่งถึงห้องครัวก็มีตัวร้ายขนาดจิ๋ววิ่งจี๋มาหาคาซึยะด้วยความเร็วสูง และพุ่งกระโดดเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างออดอ้อนผิดปกติ

 

 

 

"ท่านพี่ข้าอยากได้งูที่โหดร้ายแล้วนะ ท่านพี่ชิซุยได้อีกาสุดเทพอย่างยาตะจังไปแล้ว ข้าละข้าละ งูพิษอันโหดร้ายของข้าละ"

 

 

 

โป้ก~

 

 

 

"อูยย ท่านพี่ข้าเจ็บนะ"

 

 

 

"หลังสอบจูนินก็แล้วกัน"

 

 

 

"เย้ๆ สัญญาแล้วนะ"

 

 

 

เด็กหญิงจอมแสบกระโดดออกจากอ้อมแขนและวิ่งโหร้องอย่างร่าเริง เจ้าตัวที่ถูกรบเร้าก็ได้แต่ส่ายหัว และนั่งลงกินอาหารเช้ากับน้องสองคนโดยไม่รอพ่อและแม่ เนื่องจากทั้งคู่ออกไปช่วยดูแลความปลอดภัยนอกหมู่บ้านจึงออกไปตั้งแต่เช้าตรู่และทำอาหารทิ้งไว้เท่านั้น

 

 

 

"จริงสิวันนี้พวกเธอจะไปอยู่กับพี่สาวฮินะไหม พี่จะได้ไปส่ง"

 

 

 

"หนู หนูไปละ"

 

 

 

"ผมด้วยผมจะไปฝึกไทจุสสุกับท่านพี่ฮินะ"

 

 

 

ทั้งคู่ยกมือพร้อมกันซึ่งคาซึยะก็พยักหน้า เขาไม่กล้าปล่อยให้เด็กน้อยสองคนอยู่ตามลำพังแน่ๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมันยากที่เขาจะมาช่วยทั้งคู่ได้ทันยิ่งช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอีกด้วย

 

 

 

และหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จคาซึยะก็อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวในชุดทรงเดิมแบบนั่นก็ชื่อชุดของซาซึเกะในสงครามโลกนินจาที่หลังเหน็บดาบคุซานากิไว้กับเชือกสีม่วง

 

 

 

"พักนี้ผมค่อนข้างยาวแล้วแฮะ อืมไว้ทรงแบบปู่ทวดอิซึนะก็ค่อนข้างดี"

 

 

 

คาซึยะยืมริบบิ้นผูกผมสีดำของคาสุมิมารัดผมที่หลังคอเป็นหางเต่าสั้นๆ ก่อนจะเดินพาสองแสบไปยังบ้านฮิวงะ และฝากทั้งคู่ไว้กับฮินาโมริเพราะเธอเป็นคนเดียวที่เขาไว้ใจมากที่สุด

 

 

 

"ฝากดูแลสองแสบนี่ด้วยตอนเย็นผมจะรีบมารับ ส่วนนี่ของฝาก"

 

 

 

คาซึยะนำกล่องขนมไปให้ฮินะจังที่กำลังยืนเล่นกับคาสุมิ และบอกลาทั้งสามเพื่อเริ่มทำงานต่อ เขากลับไปสำรวจจุดที่ถูกโจมตีเมื่อคืนก็พบซากขี้เถ้ามนุษย์จุดหนึ่งตรงพื้น และอีกจุดหนึ่งก็มีศพที่ถูกแทงด้วยคุไนจนพรุนไปทั้งตัว

 

 

 

"ริงโกะก็ไม่รอดสินะ"

 

 

 

คาซึยะได้แต่ส่ายหัวไปมา นึกถึงพลังที่แท้จริงของอาซามิในตอนนั้น เขารู้สึกว่าพลังเนตรของเธอมันเป็นอะไรที่ขี้โกงสิ้นดี

 

 

 

 ไหนจะระดับจักระนั่นอีก อาจจะด้อยกว่าเขาสี่ห้าขั้นแต่เธอก็น่าจะรอเวลาเบิกเนตรสังสาระด้วยเช่นกัน เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกายเซียนในร่างของเธอได้

 

 

 

และจากการคำนวนถ้าเขาเดาแผนของเจ้าพวกนั้น ที่ยัยนั่นเริ่มสังหารมิซึคาเงะรุ่นที่สาม จูโซและมันเงสึ ไม่สิจูโซคงไม่โดนสังหารเพื่อจะให้ทุกอย่างแนบเนียน ยัยนั่นอาจจะใช้จูโซตัวจริงเพื่อลอบเข้าไปในโคโนฮะด้วยชิโรเซ็ตสึที่แปลงกายเป็นมิซึคาเงะรุ่นที่สามและมันเงสึ

 

 

 

"ถึงฉันจะไม่ห้ามเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าเธอคิดจะทำอะไรกับหมู่บ้านโคโนฮะแล้วละก็ ต่อให้เป็นสัญญากับปู่ทวดฉันก็จะฆ่า..."

 

 

 

ยังพูดไม่ทันจบเขาก็ขบริมฝีปากจนเลือดออกสายตาเหม่อมองขึ้นไปบนฟ้า ก็พบว่ามีอุกกาบาตขนาดใหญ่ครอบคลุมโคโนฮะ อุกกาบาตที่อาบไปด้วยเพลิงสีส้มกำลังพุ่งแหวกเมฆลงสู่โคโนฮะด้วยความเร็วสูง

 

 

 

พอเขานึกถึงน้องชายน้องสาว ฮินะชาวบ้าน เพื่อนนินจามิตรสหายพี่น้องภายในหมู่บ้าน ความร่าเริงของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นไปมา ตระกูลทั้งสามในสายเลือด ดวงตาของเขาก็เริ่มแดงกล่ำเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งพุ่งกลับไปที่หมู่บ้านด้วยความเร็วสูงสุด

 

 

 

"พวกแกบีบบังคับฉันเองนะ!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น